ล้ น ใ จ รั ก ชุดรักคือเธอ (บุษบา + คาวี)

ตอนที่ 16 : ... โคถึกจอมลวงโลก [3]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 762
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    19 ธ.ค. 63

อุบัติเหตุเล็กๆ ที่นำพาความเจ็บปวดอันใหญ่หลวงส่งให้บุษบาต้องครุ่นคิดถึงมันอย่างใคร่สงสัย หญิงสาวให้มะยมพาไปเล่นน้ำที่ลำธารโดยมีเด็กสาวชื่อแต้วไปด้วย แต้วเป็นเด็กสาวในหมู่บ้าน พูดไทยตกอีสานอยู่ตลอด บุษบาเริ่มชอบแต้ว หลังจากที่เคยขุ่นเคืองแต้วที่เรียกเธอว่านายหญิง แต่เห็นหน้าซื่อๆ แล้วเธอโกรธไม่ลง

สองสาวหนึ่งหนุ่มเดินผ่านกระต๊อบมากบารมี มะยมบอกว่าที่นี่คือสถานที่โปรดของคาวีบุษบาเลยย่นจมูก ทำเสียงขึ้นจมูกเบาๆ ให้เจ้ากระต๊อบโลโซมากบารมีแห่งนั้น

มะยมนำเบ็ดตกปลามาด้วย บอกว่าเดินย้อนลำธารขึ้นไปอีกหน่อย ที่นั่นสามารถนั่งตกปลาได้ บุษบาบอกให้มะยมไปตกปลาตามสบาย ส่วนเธอกับแต้วจะเล่นน้ำกันตรงนี้ พี่มะคนน้องยอมไปแต่โดยดีเพราะเห็นว่าที่นี่ไม่มีอันตรายใดๆ

“แต้วทำงานที่ฟาร์มนานหรือยัง” หลังจากแช่ตัวลงในน้ำสูงประมาณเอวแล้ว สาวดอกไม้ก็เปิดฉากถามแบบล้วงลับตับแตกทันที

“หนูมาเฮ็ดงานที่นี่เมื่อห้าปีที่แล้วจ้ะ แต่เข้าออกฟาร์มตั้งแต่จำความได้” แต้วขยายความว่าพ่อแม่เธอเป็นคนเก่าคนแก่ที่ทำงานมาตั้งแต่รุ่นบรรณซึ่งก็คือพ่อของคาวี

“อืม ดูท่าคุณคาวีเนี่ย เขาเป็นคนกว้างขวางเนอะ” สาวดอกไม้เปรย แต้วได้ยินดังนั้นจึงพยักหน้าหงึกๆ

“นายเป็นที่รู้จักของคนในจังหวัดค่ะคุณ ฟาร์มเฮามีชื่อเสียงมาก”

“เหรอ” บุษบาลากเสียงยาวถาม พร้อมกับทำหน้าสงสัย “แล้วทำไมเขาบาดเจ็บขนาดนี้ไม่มีคนมาเยี่ยมบ้างล่ะ” วกเข้าสู่ประเด็นหลักที่เธออยากรู้

“บาดเจ็บ!” แต้วทำหน้างง ก่อนพูดแก้ “นายแค่เป็นหวัด บ่สบายนิดหน่อยเท่านั้นเอง” น้ำเสียงและสีหน้าซื่อๆ ยังให้บุษบาเชื่อสนิทใจว่าเด็กสาวไม่รู้เกี่ยวกับอุบัติเหตุของเขา หรือพูดอีกอย่างไม่รู้เรื่องเขาบาดเจ็บ

“แต่เมื่อสัปดาห์ก่อนเขาเกิดอุบัติเหตุนะ” สาวดอกไม้แสร้งทักท้วงด้วยสีหน้าซื่อพอกัน

“โอ๊ยคุณขา กะอีแค่รถเสียหลักวิ่งไปชนหลักกิโล บ่ได้เจ็บอะไรมากมายหรอกค่า ถ้าเจ็บมากป่านนี้ท่านผู้ว่าคงแห่เอาของมาเยี่ยมหรือไม่นายบรรณท่านก็กลับจากต่างประเทศมาดูลูกชายแล้ว”

บุษบามองแต้วนิ่ง เด็กสาวเห็นดังนั้นจึงรีบพูดต่อ

“จริงๆ นะคะคุณ ถึงหนูจะลางานตอนนายเกิดอุบัติเหตุ แต่หนูก็ไปเยี่ยมนายที่โรงพยาบาลนะ”

“เอ่อ แต้วลางานตั้งแต่วันไหน แล้วกลับมาทำงานตั้งแต่เมื่อไหร่”

“ก็ลาช่วงอาทิตย์ที่แล้วนั่นแหละค่า เพิ่งกลับมาทำงานไม่กี่วันเอง” คำตอบแสนซื่อของเด็กสาวเหมือนน้ำร้อนที่ราดลงกลางใจบุษบา แม้จะแช่อยู่ในน้ำเย็นๆ แต่เธอรู้สึกร้อนจนเดือดปุดๆ เลยทีเดียว ถ้าเป็นอย่างที่แต้วพูดละก็ แสดงว่าคาวีหรือไอ้ถึกนั่นหลอกลวงเธอ ที่ไม่มีใครขึ้นไปดูแลเขาก่อนหน้านี้ยิ่งส่อเค้าว่าเธอกำลังโดนกระบือหรือไอ้โคถึกหลอกเข้าแล้ว

“คุณถามเฮ็ดหยังเหรอคะ” แต้วเห็นหญิงสาวเงียบไปจึงรีบถาม

“เปล่าหรอก ฉันแค่สงสัยน่ะ ถ้าเป็นคนดังจริง ไม่สบายก็น่าจะมีคนมาเยี่ยมบ้าง” หญิงสาวข่มเสียงให้เป็นปกติ ริมฝีปากขมุบขมิบสรรเสริญฝ่ายที่มีเค้าจะโกหกไปด้วย เธอเริ่มมั่นใจกับข้อสันนิษฐานตัวเอง คนที่เป็นอัมพาตเหตุใดถึงยังใจเย็นทนทำงานบนเตียงได้ มันต้องฟูมฟาย อาละวาดทั้งวันสิ ใครที่ไหนจะทำใจได้รวดเร็วปานนั้น

 

มะยมรับรู้ถึงความผิดปกติของหญิงสาวได้ตอนกลับบ้าน บุษบาพูดน้อยลง ในขณะที่แต้วยังคงพูดแจ้วๆ เหมือนขาไป พอถึงบ้านสาวดอกไม้ก็ขอตัวขึ้นห้องทันที ทิ้งให้คนสนิทของคาวีมองตามด้วยสายตาเป็นห่วง

“ดูคุณเขาเป็นห่วงนายจังเลยนะอ้าย” แต้วพูดด้วยน้ำเสียงชื่นชม

“อือ” มะยมตอบทั้งที่ยังติดใจท่าทางเงียบงันผิดปกติของบุษบา ทุกครั้งที่ออกไปเที่ยวบริเวณรอบๆ ฟาร์ม บุษบามักจะถามไถ่ ไม่ก็หยิบกล้องขึ้นมาเก็บภาพเสมอ ซึ่งขาไปหญิงสาวก็เป็นอย่างนั้นแต่ขากลับนี่คนละเรื่องเลย

“คุณเดหลี เธอถามเรื่องนายใหญ่เลยนะ” แต้วยังไม่เลิกพร่ำ เป็นเหตุให้มะยมหันขวับมามองเด็กสาว

“เอ็งว่าอะไรนะ คุณเดหลีถามเรื่องนายงั้นเหรอ”

“ใช่จ้ะ ดูเธอเป็นห่วงเรื่องที่นายรถชนเมื่อสัปดาห์ก่อนน่ะ”

ได้ยินดังนั้นมะยมถึงกับกลืนน้ำลายลงคอ แหงนหน้ามองขึ้นไปบนชั้นสองของบ้านด้วยสายตาเป็นห่วงผู้เป็นนาย

งานนี้ไม่แคล้วว่าพี่ถึกของบุษบาจะโดนจับได้!

 

อาหารเย็นที่ส่งกลิ่นหอมฉุยทำให้กระเพาะของคนป่วยร้องโครกคราก วันนี้บุษบาบอกให้เขาลงมากินอาหารเย็นที่ห้องอาหาร โดยให้ผู้ช่วยอีกสี่คนไปช่วยอุ้มเขาลงมาด้านล่างคาวีไม่สนใจสายตาแปลกๆ ของพี่มะคนน้องที่ทำท่าอยากพูดบางอย่างกับเขา ชายหนุ่มมัวแต่ฟังเสียงหวานๆ เคลิบเคลิ้มกับรอยยิ้มหวานละลายใจ

วันนี้บุษบาแกงเผ็ดเป็ดย่าง แต้วเข้ามาทำหน้าที่ตักแกงให้เจ้านาย เด็กสาวยืนอยู่ตรงกลางระหว่างคาวีกับหญิงสาว จังหวะที่แต้วจะวางถ้วยตรงหน้าเจ้านายหนุ่ม จู่ๆ สาวดอกไม้ก็ลุกพรวดพราด เป็นเหตุให้น้ำแกงในถ้วยเล็กๆ กระฉอก

“อ๊ากกก!”

ความร้อนของน้ำแกงรดลวกผิวเนื้อบริเวณต้นขาแกร่งเต็มๆ หญิงสาวปราดเข้าไปดู

“อุ๊ย คุณคาวี” อุทานด้วยน้ำเสียงตระหนกก็จริง แต่มือบางกลับคว้าบ่าชายหนุ่มไม่ให้ขยับ ทำให้คนแกล้งป่วยตระหนักถึงบทบาทตัวเอง กรามหนาขบเข้าหากัน ข่มกลั้นอาการปวดแสบร้อนท่องอยู่ในใจอย่างเดียวว่า…

‘กูไม่มีความรู้สึกในส่วนนี้!’

เสียงร้องเจ็บปวดในทีแรกยังให้หนุ่มมะสองพี่น้องกรูเข้ามาในห้องทันที ตามติดด้วยสมทรง ทุกคนต่างตกตะลึงกับภาพที่เห็น สาวดอกไม้ลอบยิ้มสะใจ เธอทันได้เห็นตอนที่คนป่วยสะดุ้งเฮือก กระดกก้นขึ้นตามสัญชาตญาณ

“เดหลี เอ่อ ฉันขอโทษค่ะ ตัวอะไรไม่รู้ไต่ขาฉัน” สาวดอกไม้ขอโทษเสียงอ่อนอ่อยอย่างสำนึกผิด หันไปบอกมะยมให้เข้ามาดูเจ้านาย

รอยแดงเพราะโดนน้ำร้อนลวกทำให้หนุ่มตระกูลมะแอบสูดปากด้วยความเจ็บแทนผู้เป็นนาย สมทรงกระวีกระวาดไปตัดว่านหางจระเข้หลังบ้าน ส่วนมะกอกกับมะยมอุ้มเจ้านายไปที่ห้องนั่งเล่น จากนั้นก็นำผ้าชุบน้ำมาช่วยกันเช็ดทำความสะอาดช่วงขาโดยไว

ใบหน้าส่วนที่ปราศจากหนวดเคราขึ้นสีแดงก่ำ กรามหนายังขบกันจนเกิดเสียง บุษบาทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมเดินตาม ไอ้การเดินตามมาติดๆ ของเธอเนี่ยละ ที่ไม่เปิดโอกาสให้คนปวดแสบปวดร้อนได้ร้องระบายออกมาบ้าง ส่วนแต้วก็เอาแต่หลบอยู่ด้านหลังสาวดอกไม้

“ฉันขอโทษนะคะ” หญิงสาวทำหน้าเหมือนจะร้องไห้รับผิดแทนแต้ว

“ไม่เป็นไร ผมไม่เจ็บหรอก” คาวีกลั้นใจตอบ ทั้งๆ ที่รู้สึกเจ็บปวด ผิวเนื้อบริเวณขากำลังเต้นตุบๆ ชายหนุ่มนั่งนิ่งเสมือนไม่รู้สึก ระหว่างที่สมทรงนำว่านหางจระเข้มาทาผิวให้

“แปลกนะคะ หมอบอกว่าคุณสูญเสียการรับรู้ในส่วนนี้ แต่ทำไมฉันเห็นคุณร้องเสียงดังเหมือนเจ็บปวด”

หญิงสาวซึ่งนั่งห่างออกไปถามขึ้น ใบหน้าของมะยม มะกอก สมทรงต่างซีดเผือด ส่วนแต้วทำหน้างงมองเจ้านายกับหญิงสาวสลับกัน คงมีแต่ชายผู้มีหนวดเคราปกคลุมเท่านั้นแหละที่ยังคงตีหน้านิ่งเหมือนเดิม

“ผมตกใจ” ชายหนุ่มอ้างถึงสัญชาตญาณเดิม

“เหรอคะ ฉันก็หลงนึกว่าคุณหายดีแล้วซะอีก” หญิงสาวทำเสียงเหมือนโล่งใจ จิกตามองต้นขาแกร่งที่มีรอยแดงอย่างเห็นได้ชัด มันจะไม่แดงได้อย่างไรในเมื่อเธอยกมาวางตอนมันเดือดสุดๆ บุษบาเดินไปคุกเข่าตรงหน้าเขา สมทรงเห็นท่าทางอยากจะช่วยจึงรามือ หญิงสาวส่งยิ้มหวานแทนคำขอบคุณ

ยิ้มหวานสร้างความประหวั่นพรั่นพรึงแก่คนเจ็บยิ่งนัก ก็ยิ้มแบบนี้ไม่ใช่หรือที่ทำให้เขาต้องมานั่งเจ็บปวดอยู่แบบนี้

“อ๊ากกก!” จู่ๆ คนบอกไม่เจ็บก็แหกปากร้อง

“อ้าว เจ็บเหรอคะ” คนทำร้องถามเสียงตกใจ แต่มือยังกดว่านหางจระเข้กับแผล จงใจลากให้เหลี่ยมหนามที่ตัดไม่หมดโดนผิวเนื้อเขาเต็มๆ

ลูกตาวาววับตัดกับสีหน้าสลดทำให้คาวีรู้ว่าเธอจงใจแกล้งเขา พอรู้อย่างนั้นวิญญาณโคถึกที่ถูกสะกดก็ตื่นขึ้นทันใด อาการปวดแสบปวดร้อนตรงแผลทำให้ชายหนุ่มขาดสติ เกิดมาเพิ่งเคยมีคนทำแบบนี้กับเขา

เคร้ง! ชายหนุ่มปัดกะละมังสเตนเลสด้านข้างออก ร่างหนาใหญ่ผุดลุกขึ้น ก่อนจะแผดเสียงถาม

“นี่คุณจงใจแกล้งผมใช่ไหม!”

“นาย!” มะยมรีบเรียกผู้เป็นนายหวังจะย้ำเตือนถึงหัวโขนที่กำลังสวมอยู่

“มึงอย่าเสือก ออกไปให้หมดเลยไป๊!” คนโมโหไล่ส่วนเกินออกไปจากบ้าน ไม่ต้องรอให้ไล่ซ้ำสอง สองพี่น้องตระกูลมะพากันดึงแขนแม่ของตัวเองรวมถึงแต้วออกไปทันที

ท่าทางโมโหร้ายของชายหนุ่มทำให้คนที่ขำปนสะใจในทีแรกใจแป้ว หญิงสาวก้าวถอยหลัง เมื่อโคถึกตวัดสายตามาที่เธอ ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ เธอได้ยินเพียงเสียงหายใจฟืดฟาดเหมือนโคคึก เอ๊ย โคโกรธ

“คิดว่าตัวเองเป็นนางเอกละครหรือไง”

ประโยคแรกของเขาก็เล่นเอาหญิงสาวอึ้ง บุษบาคิดทบทวนอยู่หลายตลบ ว่าจังหวะไหนหรือตอนไหนที่เธอสวมบทนางเอก

“แล้วคุณล่ะ คิดว่าตัวเองเป็นพระเอกงั้นเหรอ ถึงได้แกล้งพิการเพื่อให้ฉันมาดูแล” เธอสวนไปทันควัน หากเขากล่าวหาว่าเธอเล่นเป็นนางเอก อีตาหนวดถึกนี่ก็สวมบทพระเอกก่อนเธอละ!

“ก็เออสิ ขาผมเจ็บขนาดนี้เป็นเพราะคุณ” คาวีชี้ไปที่เฝือก ไม่สนใจข้อกล่าวหาเรื่องที่ตัวเองโกหกแต่อย่างใด

“ขาคุณเจ็บนิดเดียว ไม่ได้เป็นอัมพาตอย่างที่คุณให้หมอโกหกเสียหน่อย” บุษบาพูดออกไปแล้วก็เดือดปุดๆ กำหมัดแน่น คิดย้อนไปถึงวันที่อยู่หน้าห้องฉุกเฉิน

“ผมเพิ่งหาย ไอ้มะยมมันทำผมตกเตียง เส้นประสาทมันเลยพลิกกลับ” พี่ถึกยังแถต่อหน้าด้านๆ ว่าเส้นประสาทที่พันกันเป็นเปียสาม มันพลิกกลับคืนมาแล้ว

“ไอ้คนโกหก คุณไม่ได้เป็นอะไรตั้งแต่ทีแรก” หญิงสาวตะเบ็งเสียงด้วยความโมโหสุดขีด เธอพลาดเรื่องท่องโลกกว้างไปเพราะเขาคนเดียว กลุ้มใจจนกินไม่ได้นอนไม่หลับก็เพราะเขาคนเดียว

“อย่ามากล่าวหากันนะคุณ ไม่งั้นผมจะฟ้องหมิ่นประมาท” คนโกหกทิ้งตัวนั่งบนโซฟา สีหน้ากวนอารมณ์ ทำให้หญิงสาวนึกอยากจะปรี่เข้าไปง้างเล็บตะกุยหน้าเขา หากไม่สำเหนียกได้ว่าเธอนั้นเปรียบเหมือนมด เมื่อเทียบกับพญาช้างสารอย่างเขา

“คนทุเรศ! โกหกหน้าตาย แกล้งทำเป็นป่วยแล้วพาฉันมากักขังอยู่ที่นี่”

คาวียักไหล่มองหญิงสาว “พูดผิดแล้ว คุณเต็มใจมาต่างหาก คนที่โรงพยาบาลเห็นกันหมดว่าคุณให้ไอ้มะสองคนพามาที่ฟาร์ม”

คนฟังได้แต่อ้าปากค้าง เกิดมาไม่เคยพบเคยเจอใครหน้ามึนเท่านี้มาก่อน

“ผู้ชายหน้าด้าน!”

“แล้วไงล่ะ ผู้หญิงหน้าบาง! จะมายืนหน้าแดงตัวสั่นหาพระแสงอะไร ง่วงก็ขึ้นนอนไป๊!” ชายหนุ่มแสร้งยิ้มเยาะไล่ให้เธอขึ้นนอน เพราะตอนนี้เขาปวดแผลจะตายแล้ว!

เจอประโยคกวนๆ แถๆ มากเข้า สติของบุษบาถึงกับกระเจิง หญิงสาวกรีดร้องแล้วพุ่งเข้าไปทุบตีเขา คาวีเหมือนรอจังหวะนี้อยู่แล้ว ชายหนุ่มรวบเอวคอดกิ่วเอาไว้ ไม่สนมือไม้ที่ทั้งทุบทั้งตบใส่บ่าใส่หน้า

“กรี๊ด!” สาวดอกไม้กรีดร้องด้วยความผวาเมื่อชายหนุ่มทำปากจู๋ ริมฝีปากแดงๆ จุ๊บแก้มนวลของเธอแบบไม่ยั้ง

“ไอ้ถึกบ้า คุณมาหอมแก้มฉันทำไม!” บุษบาตวาดแหวพร้อมกับหลบรอยสัมผัสจากปากแดงๆ

“ก็แล้วคุณมาตีผมทำไมล่ะ” คาวีย้อนถามทั้งๆ ที่หอมแก้มสาวไม่หยุด

“ก็คุณมาโกหกฉันทำไมล่ะ” หญิงสาวกางนิ้วมือแล้วดันใบหน้าดุดันออกห่างสุดฤทธิ์ เธอหอบแฮกๆ อยู่บนตักเขา

“ผมเจ็บจริงๆ” พูดถึงความเจ็บแล้ว มันก็แล่นซ่านเพิ่มระดับความเจ็บขึ้นมาทันที นั่นเพราะเธอดิ้นปัดๆ อยู่บนตักเขา ตรงที่มีแผลน้ำร้อนลวกปวดแสบปวดร้อน บุษบาเห็นสีหน้าเขาแล้วจึงรีบดิ้นออกจากปลอกแขนแข็งแกร่ง คาวีไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ ชายหนุ่มยกหญิงสาวมานั่งข้างกายใช้อ้อมกอดพันธนาการเธอเอาไว้

“ปล่อย!”

“ไม่ปล่อย เราต้องคุยกัน” ปวดแสบมากแค่ไหน ชายหนุ่มก็ยังยืนกรานจะคุยกับหญิงสาว

“เราไม่มีเรื่องต้องคุยกันอีกแล้ว คุณไม่ได้เป็นอัมพาต และฉันจะกลับบ้าน!”

“แต่ขาผมเจ็บจริงๆ” เจ้าของฟาร์มหาทางรั้งหญิงสาวเอาไว้ ปล่อยไปตอนนี้ มีหวังโดนพ่อประจานแน่ๆ ยิ่งเขาออกตัวให้เธอเป็นลูกสะใภ้แล้วด้วย

“แล้วทำไมคุณต้องโกหกว่าเป็นอัมพาตด้วยเล่า” หญิงสาวถามพร้อมกับดิ้นรนออกจากอ้อมกอด หัวใจที่เต้นตึกๆ รัวเร็วทำให้เธอกังวลนิดๆ ใช่ว่ามันจะเต้นแรงเพราะโมโหเพียงอย่างเดียวเสียเมื่อไร

“ก็วันแรกมันไม่รู้สึกอะไรจริงๆ นี่ หมอก็เลยคิดว่าผมเป็นอัมพาต” ชายหนุ่มยังแถต่อ

“หมอที่ไหนจะคิด ถ้าคุณไม่ติดสินบนให้หมอโกหก” สาวดอกไม้ดักอย่างรู้ทัน

“เฮ้ หมอเขามีจรรยาบรรณนะคุณ อย่ากล่าวหากันมั่วๆ” คาวีท้วง ความจริงแล้วคนที่ไปบอกเธอหน้าห้องฉุกเฉินคือบุรุษพยาบาลที่รู้จักกับเขาต่างหาก ไอ้หมอเพื่อนเขามันไม่ยอมช่วย เขาเลยยืมเสื้อคลุมของเพื่อนให้คนรู้จักใส่ ส่วนพวกลูกน้องอีกสิบคนที่ทำจะเป็นจะตายหน้าห้องฉุกเฉินนั่นก็รู้แกวกัน ทุกคนรู้ดีเชียวละว่าเขาไม่ได้เป็นอะไรมาก แต่เต็มใจเล่นกันให้สมบทบาท

ได้ข่าวว่าจ้างสามร้อย พวกนั้นเล่นสามพัน เกินค่าตัวไปมากโข…

“คุณมันจอมแถ จอมลวงโลก!” บุษบาด่ากราดอย่างเหลืออด ไม่นึกเลยจริงๆ ว่าเขาจะเป็นคนแบบนี้ จนป่านนี้แล้วยังไม่ยอมรับว่าตัวเองโกหก!

“ผมแค่เป็นคนเที่ยงตรง ชอบความยุติธรรม ต้องการให้คุณรับผิดชอบก็แค่นั้น” ตัวพ่อเรื่องการแถบอกอย่างไม่อินังขังขอบกับสายตากล่าวหา

“เลิกกอดฉันซะที” สาวดอกไม้แหวเสียงขุ่น เมื่อเห็นว่าถึงอย่างไรเขาก็ไม่ยอมรับ ถ้าเป็นแบบนี้เธอก็ไม่มีเหตุผลที่จะอยู่ที่นี่อีกต่อไป

“เลิกดิ้นซะทีสิ” เขาบอกกวนๆ ขณะที่ยังกอดเธอแน่น

“ปล่อยสิ” คนตัวบางเลิกดิ้นขัดขืน สั่งเสียงกระเง้ากระงอด

“อีกเดี๋ยวสิ” โคถึกจอมลวงโลกเอียงหน้าซบบ่าบอบบาง “เจ็บแผล…” ออดเสียงอ่อนเมื่อรู้สึกเหมือนเนื้อตรงต้นขาลุกขึ้นมาเต้นได้

“งั้นก็ปล่อยสิ ฉันจะได้ดูแผลให้” บุษบาถอนหายใจ ไม่รู้ว่าเข้าสู่อารมณ์นี้ได้อย่างไร ทั้งๆ ที่เขากับเธอทะเลาะกันอยู่แท้ๆ หญิงสาวเหลือบมองรอยแดงบนต้นขาเขาแล้วนิ่วหน้า อนุมานว่าเขาคงเจ็บมากทีเดียว

“สัญญามาก่อนสิ ว่าคุณจะไม่หนีผมไปไหน” คนตัวโตบอกเสียงขรึม

หญิงสาวแก้มร้อนเห่อ น้ำเสียงเขาฟังดูจริงจังกว่าตอนทะเลาะกับเธอเสียอีก

“ค่ำมืดแบบนี้ ฉันจะไปไหนได้” สาวดอกไม้ไม่สัญญา รู้สึกแปลกๆ ยามอ้อมกอดแข็งแกร่งคลายออก หญิงสาวรีบดูแผล โดยมีคาวีนั่งจ้องไม่วางตาด้วยสีหน้าที่อ่านไม่ออกว่ากำลังคิดอะไรอยู่

จะถอดใจหรือจะฮึดสู้ ก็สุดจะหยั่งรู้ได้…

หรือไม่ก็กำลังชั่งใจว่าจะใช้แผนสุดท้ายดีหรือไม่

ทุบหัว…ลากเข้าห้อง ปลุกปล้ำทำเมีย เสก ‘ตัวประกัน’ เข้าท้องแบบม้วนเดียวจบเสียดีไหมหนอ…


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,631 ความคิดเห็น