ล้ น ใ จ รั ก ชุดรักคือเธอ (บุษบา + คาวี)

ตอนที่ 12 : ... กลัวสิ่งไหน ได้อยู่กับสิ่งนั้น [2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 577
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    15 ธ.ค. 63

บุษบาอยู่ที่คอกเลี้ยงโคจนถึงเย็น ที่นี่มีเพิงไม้เล็กๆ ไว้นอนรับลม อีกทั้งยังมีหนังสือกองโตไว้คอยอำนวยความสะดวก แม้จะเป็นหนังสือเกี่ยวกับโคพันธุ์ต่างๆ ทั้งหมดก็ตาม มันทำให้หญิงสาวเพลิดเพลินจนตะวันคล้อยต่ำจึงรีบกลับ จนลืมไปสนิทว่าต้องให้คาวีกินยาหลังอาหารตอนเที่ยง เธอมัวแต่โกรธเขาจนลืมหน้าที่

“ก็บอกแล้วว่าไม่ใช่พยาบาล” บุษบางึมงำขณะนั่งรถกอล์ฟกลับ

“ปกตินายจะขี่ม้า” มะยมหันมาคุยกับหญิงสาว

บุษบามองข้างทาง วันนี้ทั้งวันเธออุตส่าห์หลบหน้าอีตาถึกนั่น แต่ก็ไม่วายจะได้ยินเรื่องเขาจากปากมะยมทั้งวัน

“ออดี้ ห้อเร็วกว่าเจ้าเหล็กนี่เป็นไหนๆ”

แหม…ดูชื่อสัตว์เลี้ยงของเขาสิ แต่ละชื่อนี่เหลือเกินจริงๆ โคชื่อจากัวร์ ม้าชื่อออดี้ หรู…ไม่สมกับความถึกเถื่อน!

มาถึงหน้าบ้านหลังใหญ่แล้วหญิงสาวรู้สึกใจหวิวๆ ยิ่งเห็นสมทรงมายืนรอหน้าบ้าน ก็ยิ่งไม่สบายใจเข้าไปใหญ่ ทันทีที่รถจอด ร่างท้วมก็ปราดเข้ามาหาเธอทันที

“นายไม่ยอมกินข้าวตั้งแต่เที่ยงค่ะ” แม่บ้านสูงวัยรายงาน

นั่นอย่างไร…สาวดอกไม้ทำหน้ามุ่ย ไม่แคล้วว่างานนี้จะเป็นความผิดของเธอ หญิงสาวเดินเข้าไปในบ้าน ตรงไปที่ห้องครัว สมทรงทำอาหารเย็นไว้เรียบร้อย และยกขึ้นไปให้ผู้เป็นนายแล้ว ทว่าเจ้านายบอกปัดว่าไม่หิว วันนี้ไม่อยากกินพะแนงหรืออาหารที่ยกขึ้นไป บุษบาได้ยินดังนั้นจึงแอบทำหน้างอ หญิงสาวลงมือเจียวไข่ใส่ถั่วฝักยาวซอยและแคร์รอตที่หั่นเป็นสี่เหลี่ยมเล็กๆ สมทรงมองอาหารในถาดที่จัดใหม่ตาปริบๆ

“จะพอเหรอคะคุณ” ถามอย่างไม่แน่ใจว่าไอ้ไข่เจียวเนี่ยจะเอาชนะพะแนงหมู น้ำพริกอ่องและผักสดของนางได้

“เดี๋ยวก็รู้ค่ะ” หญิงสาวตอบแค่นั้นก็ยกอาหารขึ้นไปบนชั้นสอง

 

ประตูห้องไม่ได้ปิดงับเหมือนเดิม หญิงสาวใช้ไหล่ดันมันออก โผล่หน้าเข้าไปก็เห็นร่างสูงนั่งพิงหัวเตียงท่ามกลางกองเอกสาร เขาเงยหน้าขึ้นมองเธอก่อนจะก้มหน้าก้มตาดูเอกสารในมือต่อโดยไม่สนใจ สาวดอกไม้ย่นจมูกใส่ แล้วสาวเท้าเข้าไปด้านใน เธอวางถาดอาหารบนโต๊ะข้างหัวเตียง

“ป้าสมบอกว่าคุณไม่ยอมกินข้าวกลางวัน” หญิงสาวถามกึ่งๆ ตำหนิ

“ผมไม่หิว” คนป่วยบนเตียงตอบเสียงสะบัด

“แต่คุณมียาต้องกิน” สาวดอกไม้โต้กลับเสียงเบา ตั้งใจว่าครั้งนี้จะไม่ทะเลาะกับเขา

“งั้นก็เอายาวางไว้ แล้วยกข้าวออกไป” คนที่ยังก้มหน้าบอก

“ยาหลังอาหารมันกัดกระเพาะนะคะ” พยาบาลจำเป็นท้วงอย่างเริ่มฉุนนิดๆ

“ไหนบอกไม่ใช่พยาบาล ทำไมถึงรู้” คราวนี้เขาเงยหน้า จ้องเธอตาเขม็งทีเดียว

สาวดอกไม้ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันดังกรอดๆ ตั้งใจไม่ทะเลาะด้วยแต่เขาก็ยังจงใจกวนเธอสิน่า หญิงสาวข่มกลั้นอารมณ์อยากคว้าจานข้าวโปะหัวเขา ถือวิสาสะนั่งตรงขอบเตียง ยกถาดอาหารมาวางไว้ที่ตักและป้อนเขา

“คุณจะทำงานก็ทำไป แต่ปากต้องเคี้ยวข้าว”

คาวีมองช้อนที่มีไข่เจียวชิ้นพอคำอยู่บนข้าว ปากแดงอ้างับ ก้มหน้าเคี้ยวข้าวตุ้ยๆ ทำเป็นไม่เห็นค้อนน้อยๆ ที่ส่งมาให้ หญิงสาวป้อนข้าวชายหนุ่มจนหมดจาน แล้วยื่นแก้วน้ำพร้อมกับยาให้ ซึ่งชายหนุ่มก็รับไปกินแต่โดยดี

“ก็แค่นี้” คนป่วยเปรยขึ้นมาทั้งๆ ที่ยังก้มหน้าอ่านเอกสารในมือ

บุษบาแทบจะกรีดร้องให้กับท่าทางกวนๆ ของเขา ช่างเป็นคนป่วยที่มีระดับความกวนเข้มข้นเหลือเกิน เธออุตส่าห์ป้อนข้าวจนเขาอิ่ม นอกจากจะไม่ขอบคุณแล้ว ยังพูดลอยๆเหมือนเป็นหน้าที่เธอเสียอย่างนั้น

คาวีเงยหน้าขึ้นเมื่อเห็นว่าหญิงสาวนั่งจ้องหน้าเขาอยู่นานแล้ว

“รอคำขอบคุณอยู่หรือไง”

หญิงสาวอ้าปากค้างให้คำถามพาซื่อ แต่สีหน้าคนถามไม่ซื่อสักนิด

“ใช่” เธอตอบไปอย่างกระแทกกระทั้น

“ไม่มีให้หรอก” คาวีบอกพร้อมทำหน้ายียวน “นี่เป็นหน้าที่ของคุณ”

“แต่ฉันเคยบอกคุณแล้วว่าฉันไม่ใช่พยาบาล”

‘วกเข้าเรื่องนี้จนได้สิน่า ต่อให้เถียงอย่างไร เธอก็ต้องอยู่ดูแลเขาอยู่ดี’ หญิงสาวคิด

“คุณต้องทำกายภาพบำบัดนะคะ” บอกด้วยโทนเสียงที่ต่ำลงคล้ายจะอ้อนวอน หากเขาไม่หายป่วยและเดินเหินได้เป็นปกติ ชั่วชีวิตนี้เธอคงรู้สึกผิด

“ผมจะทำกายภาพบำบัด” คาวีเลิกกวน บุษบามีสีหน้าดีขึ้น แต่คำพูดต่อมาทำให้เธอต้องหน้าซีดกว่าเดิม “แต่คุณต้องอยู่ดูแลผม”

“แต่ฉันอยู่ไม่ได้” หญิงสาวเถียงเสียงอ่อย

“ทำไม ไหนบอกไม่มีผัวไง” วาจาหยาบเถื่อนหลุดออกจากปากคนโผงผาง บุษบาค้อนควัก คงต้องใช้เวลาสักพัก เธอถึงจะชินกับความเถื่อนของนายคนนี้

“ไม่มีค่ะ แต่มีพ่อมีแม่” หญิงสาวกระแทกเสียงตอบ

“ก็โทร. ไปขออนุญาตสิ บอกไปเลยว่าต้อง ‘รับผิดชอบ’ ผม”

ใบหน้าของหญิงสาวแดงก่ำ ยามได้ยินคำว่า ‘รับผิดชอบ’ มันเหมือนว่าเธอทำอะไรมิดีมิร้ายเขา

“ไม่ได้หรอกค่ะ ถ้าคุณป๋ารู้ว่าฉันเดินทางมาคนเดียวจนเกิดอุบัติเหตุละก็…ชีวิตนี้ฉันคงไม่มีโอกาสไปไหนมาไหนคนเดียวอีกแล้ว”

บุษบาเล่าเรื่องตัวเองให้ชายหนุ่มฟัง ไล่ไปตั้งแต่เรื่องพ่อหวง พ่อห่วง หวังให้เขาเห็นใจยอมให้เธอจ้างพยาบาลและนักกายภาพบำบัดมาช่วยรักษาเขา

คาวีนั่งฟังประวัติคร่าวๆ ของแม่สาวดอกไม้ด้วยหัวใจพองโต สรุปหลักๆ เลยคือยังไม่มีแฟน! เพราะพ่อและพี่น้องหวงมาก ตาคมตวัดมองใบหน้าหวานจิ้มลิ้มที่มีเชื้อสายผสมใบหน้าเรียว คิ้วโก่งเรียวพาดรับกับดวงตาสีฟ้าสดใส ปากนิดจมูกหน่อย ผมยาวสลวยสีน้ำตาลปลายผมม้วนเป็นลอน รูปร่างอ้อนแอ้นบอบบาง

“งั้นคุณก็อยู่ดูแลผมแค่สองเดือน” คนป่วยบอกเหมือนใจดี ให้เธออยู่ดูแลแค่สองเดือนกระนั้นบุษบาก็ยังไม่สบายใจ

“เกิดพ้นสองเดือนไปแล้ว คุณไม่หายล่ะคะ” หญิงสาวก้มหน้างุด เธอไม่กล้าใช้คำว่าเดินไม่ได้

“ก็ทางใครทางมัน ผมดูแลตัวเองได้” คาวีบอก ซึ่งทำให้คนฟังรู้สึกหดหู่ยิ่งนัก

“แต่ฉันอยากให้คุณหายนะคะ” ตาคนพูดแดงก่ำ เดินไม่ได้แบบนี้ จะดูแลตัวเองได้อย่างไร เป็นเพราะเธอแท้ๆ ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมาในหัวใจ หากเธอไม่เหม่อลอยจนข้ามถนนไม่ดูทาง เขาก็คงไม่เป็นแบบนี้

“ผมจะหายและกลับมาเดินได้” เพราะตาแดงๆ แท้ๆ เชียวที่ทำให้คาวีหลุดพูดออกไปคำพูดจริงจังของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวสบายใจขึ้น มีแรงฮึดจากข้างใน ดวงตาสีฟ้าใสทอประกาย

“งั้นสองเดือนต่อไปนี้ฉันจะดูแลคุณเองนะคะ!”

“อื้อ” คาวีก้มหน้าซ่อนยิ้ม เมื่อเห็นสีหน้ามุ่งมั่น

คำตอบรับสั้นๆ ทำให้บุษบารู้สึกดีกับชายหนุ่มมากกว่าเดิม ความจริงแล้วถ้าตัดเรื่องอารมณ์ร้อนๆ ออก ก็นับว่าเขาเป็นคนดีทีเดียว เป็นเพราะมะยมแท้ๆ เชียวที่ทำให้เธอคิดแบบนี้มะยมชอบพูดกรอกหูเธอว่าเขาช่วยเหลือและดูแลคนงานในฟาร์มเป็นอย่างดี ไม่เอารัดเอาเปรียบคนงานแต่อย่างใด


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,631 ความคิดเห็น