อสูรเสี่ยงรัก (มหาลาภ)

ตอนที่ 32 : ++ตอนพิเศษ ๑++

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,247
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    17 ต.ค. 55






ขอบคุณเจ้าของรูปภาพ ตกหลุมรักลูกชาวบ้าน อิอิ



 

บทที่ ๓๖

Puppy love ซุปไก่สกัด...รัก

          กรี๊ดดด...เสียงกรีดร้องดังระงมไปทั่วบ้าน ลีลาวดีและฟาบิโอ้ที่กำลังยืนดูต้นไม้อยู่ที่สวนหย่อมหลังบ้านต่างพากันวิ่งเข้าไปในตัวบ้าน ภาพที่เห็นทำให้คนสูงวัยทั้งสองลมแทบจับ มองคุถัง กะละมัง หม้อที่วางอยู่บนพื้นกระเบื้องเนื้อดี มันตั้งอยู่ระหว่างโซฟาหนังตัวใหญ่และชั้นวางทีวีบิลต์อิน หลานชายและหลานสาวกำลัง...

          “น้องซันทำไมพาน้องเล่นซนแบบนี้” ลีลาวดีถามเสียงอ่อนแรง เพราะจะเป็นลมอยู่รอมร่อ

          มือน้อยที่กำลังจับขวดเครื่องดื่มบำรุงสุขภาพเททิ้งชะงักเพียงนิด ก่อนเจ้าตัวจะเทมันทิ้งในกะละมังที่จัดเตรียมไว้

          “ซันไม่ได้พาน้องเล่นซะหน่อย แบบนี้เรียกทำลายครับ” เด็กชายวัยสิบขวบหันมาตอบ เมื่อจัดการเทซุปขวดนั้นหมดแล้ว

          “ทำลาย!” ผู้ใหญ่ทั้งสองประสานเสียงกัน

          “พี่ซันบอกว่าดาร่าแพ้มันจนต้องเข้าโรงพยาบาล พี่ซันเลยทำลายค้า...” สี่ขวบที่แสบไม่แพ้กันส่งเสียงแจ้วๆ แว่วหวาน รอยยิ้มบริสุทธิ์ใสซื่อ น่ารักละลายใจ ทำให้คนสูงวัยต่างไม่สามารถทำใจให้โกรธได้ ลีลาวดีสบตาสามีก่อนจะหันไปยิ้ม มองหลานๆ เทซุปไก่ทิ้งด้วยความแสนเสียดาย ไม่แปลกที่หลานเข้าใจว่าแพ้ซุปไก่ เป็นเพราะมหาลาภแนะให้บอกเช่นนี้ ทุกคนกลัวว่าเหตุการณ์ครั้งนั้นจะเพิ่มรอยแผลเป็นในใจของดาราพรรณราย จึงต้องโกหกบอกไปว่าที่หนูน้อยเจ็บปวดรุนแรงจนถึงขั้นต้องเข้าโรงพยาบาลนั่นเพราะแพ้ ซุปไก่ ที่หญิงคนนั้นนำมาให้โบตั๋นดื่ม

ที่สุดก็เป็นฟาบิโอ้ที่ทนไม่ได้ เข้าไปห้ามปราม ยุติการ ทำลาย ล้างซึ่งเป็นที่มาของความเสียดายนักหนา

          “พอเถอะลูก เดี๋ยวปู่จะเอาไปทิ้งให้นะ” เรียกคนรับใช้มาขนขวดที่เหลือไปเก็บให้มิดชิด

          สีหน้าดื้อดึงของหลานชายทำให้คนสูงวัยค้านจะอธิบายว่าเพราะอะไร เปลวสุริยันกอดอกทำหน้าบึ้ง ดวงตาสีน้ำเงินเข้มมองไปยังขวดซุปไก่ที่กำลังถูกเคลื่อนย้ายไปอย่างมาดหมาย หนุ่มน้อยที่มีหน้าตาออกเอเชียจ๋า ทว่ากลับมีดวงตาสีน้ำเงินเข้มแลดูลึกลับ ลุกขึ้นจูงมือน้องสาวให้เดินออกไปเล่นยังสวนหย่อมหลังบ้าน

          ปลาคราฟตัวโตทำให้ดาราพรรณรายหลงลืมเรื่องซุปไก่ไปสิ้น ปลาตัวโตสีส้ม สีขาวสลับแดง ทำให้หนูน้อยลืมคนที่มาด้วย สร้างความไม่พอใจให้เจ้าตัวยิ่งนัก ตาสีน้ำเงินขุ่นเขียวทันทีที่รู้ว่าตนถูกลืม การที่ขออนุญาตปาป้าอยู่ที่นี่ต่อ ไม่ใช่เพราะเขาอยากได้การต้อนรับแบบนี้หรอกนะ

          “ปลานั่นดีกว่าพี่หรือไง” กระแสเสียงเจือแววไม่พอใจทำให้หนูน้อยที่กำลังดูปลาหันมาทำหน้าฉงน เหตุใดหนอ...พี่ซันถึงได้ทำหน้าบึ้ง

          “พี่ซันทำหน้าบูดเป็น ตูดลิง ไปได้” หนูน้อยบอกเสียงใส

          ดวงตาที่ใครๆ ก็ว่างามลุกวาว...

          “ใครสอนให้พูดแบบนี้” คำว่า ตูดลิง ทำให้เจ้าหนูนามดอกไม้หน้าแดงก่ำ เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ก็พึ่งจะเคยได้ยิน

          “คุณป๋าเหน่สอนค้า” ทั้งๆ ที่คุณป๋าไม่ได้สอนแต่พูดให้ได้ยินเฉยๆ แม่หนูน้อยเจ้าของพวงแก้มยุ้ยก็โมเมทึกทักไปว่าคุณป๋าเป็นคนสอน

          “บ้าจริง อาเหน่ต้องไม่เต็มบาทเหมือนที่ปาป้าเคยบอกแน่”

          “ใครว่าคุณป๋าเหน่ไม่เต็มบาทค้า ลุงรักเหรอ” ตาใสซื่อแวววาวเปล่งประกาย “เหมือนกับที่เสี่ยขาบอกเลย คุณป๋าขาดไปหนึ่งสลึง”

          คิ้วน้อยๆ ที่มีแววว่าจะหนาเข้มเมื่อเติบใหญ่ขมวดมุ่น

          “ใครคือ เสี่ยขา ” ถามเสียงเข้มออกแนวไม่พอใจอีกแล้ว

          “ก้อ...ลุงลาภไงค้า ลุงลาภเป็นเสี่ยขา ลุงโชคเป็นมาเฟีย”

          สีหน้าบึ้งค่อยคลายลง เมื่อรู้ว่า เสี่ยขา คือใคร...

          “งั้นต่อไปนี้เราก็เรียกพี่ว่า พี่จ๋า นะ” ริมฝีปากสีราส์ปเบอร์รีคลี่ยิ้มจนใบหน้าขาวมีเลือดฝาดอิ่มเอิบ เชื่อมั่นว่า พี่จ๋านั้นฟังดูหวานกว่า เสี่ยขา อีกร้อยเท่าพันเท่า

          “พี่จ๋าเหรอ...” หน้าอิ่มเล็กนิ่วลังเลเพียงนิดก็ยิ้ม

          “อื้ม พี่จ๋า หรือ พี่ซันจ๋าก็ได้” คนบอกกอดอกเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี เป็นบุคลิกที่เจ้าตัวมีมาตั้งแต่เกิด ความมั่นใจนี้ถูกถ่ายทอดกันสู่รุ่นต่อรุ่น มันซึมเข้าสู่สายเลือดทายาทของ วงศ์บุษบา ซึ่งมีเลือดสีน้ำเงินเข้มข้นของ ลาซาน มาปะปน

          “แต่มีข้อแม้นะ ถ้าเรียกแล้วก็ต้องเรียกพี่แค่คนเดียว คำนี้สำหรับพี่คนเดียว!

          เจ้าของหน้าใส ตาซื่อ พยักหน้ารับแบบไม่คิด รอยยิ้มสดใสทำให้คนที่เผลอแสดงอาการข่มขู่ต้องรีบยื่นมือไปหยิกพวงแก้มสีชมพูเบาๆ อย่างเอ็นดู

          “งั้นพี่จ๋าต้องเรียกดาร่าว่า น้องจ๋า ด้วยน้า” เสียงใสออดอ้อน

          ใบหน้าที่ส่อแววว่าอีกสี่ห้าปีจะกลายเป็นหนุ่ม (น้อย) หล่อเจื่อนลง

          “ไม่! มันหวานเลื่อน พี่ไม่เรียกหรอก” กอดอกเชิดหน้าไปทิศทางอื่น พยายามไม่สบดวงตาหวานใสที่มีพลังบางอย่างทำให้เขาทำตามที่เธอขอ

          “อ้าว...” เสียงอ่อยๆ แต่แค่นั้นก็เพียงพอสำหรับใครบางคนแล้ว เปลวสุริยันค่อยๆ เบือนหน้ากลับมา ทำหน้าขึงขมุบขมิบปากอยากต่อว่าหรืออะไรก็สุดที่หนูน้อยวัยสี่ขวบจะหยั่งรู้...

          “ดาร่าจ๋า... ไปเล่นขายของกันเถอะ” ฉุดข้อมือน้อยให้เดินตามแรงรั้ง ไม่ยอมหันมาให้หนูน้อยได้เห็นสีหน้าแดงเถือกที่ลามเลียไปถึงลำคอ ดาราพรรณรายยิ้มร่า พี่ซันเรียกหนูเหมือนที่คุณป๋าเหน่เรียกบ่อยๆ

ดาร่าจ๋า เวลาอยู่สองคนป๋าจะเรียกหนูแบบนี้ อย่าให้ใครเรียกเหมือนป๋านะลูก เพราะป๋าเป็นผู้ชายที่รักหนูที่สุด

 แบบนี้...แสดงว่าพี่ซันก็เป็นคนที่รักหนูที่สุดเหมือนคุณป๋า สี่ขวบที่ยังไร้เดียงสาวคิดอย่างสุขใจ หนูน้อยคว้าต้นแขนอีกคนด้วยมืออีกข้าง ซบแก้มแนบกับต้นแขนอีกฝ่าย เดินตาม พี่จ๋า ไปด้วยใบหน้าที่ประดับรอยยิ้มหวาน...

 

          “ไม่ได้เรื่องเลย! เป็นภรรยาประสาอะไร” ความสุขมักจะอยู่กับเราน้อย ดาราพรรณรายได้เรียนรู้สัจจะธรรมในข้อนี้ เมื่อโดนคุณสามีกำมะลอตวาดเข้าให้ ฐานที่เธอเผลอบอกว่าวันนี้เตรียมซุปข้าวโพดไว้ให้สามี เอ...หรือว่าที่ทำงานของเขาจะมีปัญหานะ

          “พ่อจ๋าอย่าโกรธแม่จ๋านะจ๊ะ แม่ขอโทด...” ใบหน้าของคนที่ตวาดแดงเถือกทุกครั้งที่เสียงหวานใสเรียกตนว่า พ่อจ๋า และแทนตัวเองว่า แม่จ๋า นี่ก็เป็นอีกข้อที่เขาใจอ่อนเลยเถิดจนต้องมาเล่น ตาพ่อตาแม่ กับดาราพรรณราย เปลวสุริยันเบือนหน้าหนีสายตาออดอ้อน

          “จำเอาไว้นะ ว่าบ้านเราจะต้องไม่มีซุปอีก ไม่ว่าซุปอะไรก็ห้าม!” น้ำเสียงขึงขังทำให้คนที่เล่นเป็น แม่จ๋ายิ้มได้

          “พ่อจ๋าไม่ชอบซุป แม่จ๋าจะจำเอาไว้นะ”

          “บ้าสิ! เด็กโง่...ไม่ใช่ไม่ชอบ แต่มันเป็นเพราะเธอแพ้มันไง จำไม่ได้หรือไง” ตวาดใส่อย่างหัวเสีย

          “จำได้จ้ะ งั้นเดี๋ยวแม่จ๋าจะย่างปลาให้พ่อทานน้า...” หนูน้อยหันไปหยิบใบมะม่วงขึ้นเตาย่าง ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ได้รับบรรณาการมาจากคุณปู่ สิ่งเหล่านี้คุณปู่ฟาบี้จัดหามาให้เธอ จำลองชีวิตจริงๆ ได้ดีทีเดียว เสียแต่ว่ามันไม่ได้จุดไฟปิ้งก็เท่านั้น นั่นเพราะคุณปู่สั่งห้ามเด็ดขาด!

          พ่อจ๋าที่เพิ่งกลับมาจากทำงานนั่งเบาะบนเสื่อที่ปูบนพื้นหญ้าในสวนหย่อมหลังบ้าน ตามองมือน้อยที่จับปลา (ใบไม้) พลิกไปมา ก่อนจะหยิบจานพลาสติกสีชมพูซึ่งดูท่าจะเป็นแบรนด์ของบริษัทผลิตของเล่นเด็กชื่อดัง ปลาพร้อมสุกอยู่ในจานที่มีช้อนและช้อนซ่อมถูกนำมาวางบนโต๊ะญี่ปุ่นซึ่งปูด้วยผ้าฝ้ายเนื้อดี มีผ้ารองจานครบครัน ตรงกลางโต๊ะมีแจกันดอกไม้พุ่มเล็กๆ ประดับ

          “กินคุกกี้เหอะ” เปลวสุริยันบอก คว้าจานที่อยู่ปลายเสื่อด้านที่แต่งเป็นห้องครัวของ เมียจ๋าเอ๊ย แม่จ๋า ขึ้นมาสองใบ หยิบคุกกี้และเค้กในกล่องที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้มาใส่จาน

          “พ่อจ๋าใจดีจังเลย แบบนี้แม่จ๋ารักตายเลย คิกคิก” มือที่กำลังยื่นจานใส่คุกกี้และเค้กหยุดชะงัก ใบหน้าแดงอยู่แล้วร้อนผ่าวเมื่อเลือดในกายสูบฉีดมันขึ้นมาบริเวณนี้

          “พูดมาก! กินๆ ไปเถอะน่า” บอกปัดด้วยใบหน้าแดง ก้มหน้าก้มตากินคุกกี้ เคี้ยวกร้วมๆ โดยไม่มองหน้าใสๆ ที่กำลังส่งยิ้มน่ารักมาให้

          มือน้อยหยิบผ้าเช็ดหน้ายื่นไปเช็ดมุมปากที่เลอะคุกกี้ “ไม่ต้องรีบกินก็ได้ค่ะ เรายังมีเวลาอีกเยอะ” พูดออกไปเพราะความไร้เดียวสา จดจำมาจากนลินซึ่งครั้งหนึ่งเคยบอกเพราะว่าเธอมัวแต่อร่อยกับข้าวต้ม ป้าบัวสอนว่า

ไม่ต้องรีบนะคะน้องดาร่า เรายังมีเวลาเหลืออีกเยอะ วันนี้วันเสาร์หนูจำได้มั้ยเอ่ย ไม่ต้องไปโรงเรียนไงจ๊ะ”

เอ...แล้ววันนี้วันอะไรน้า วันเสาร์-อาทิตย์หรือเปล่าหนอ หนูน้อยวัยสี่ขวบคิดในใจ

          คำว่า เวลา ที่ถูกขับออกจากปากจิ้มลิ้มทำให้คนที่มีวัยมากกว่าถึงหกปีครุ่นคิด แม้ความคิดจะยังไม่แตกฉานเหมือนผู้ใหญ่ที่ผ่านน้ำร้อนมานาน กระนั้นความฉลาดก็ดันให้เปลวสุริยันยิ้มได้

          “สัญญามาซิว่าเราจะมี เวลา ให้กันเยอะๆ”

          “หือ...” ดาราพรรณรายทำเสียงเหมือนไม่เข้าใจที่พี่ชายพูด

          “ก็ต่อแต่นี้ไป เราจะโทรหากันเยอะขึ้น พี่ยอมเปลืองเงิน เสียเวลาโทรหาเธอก่อนก็ได้” บอกด้วยน้ำเสียงคล้ายไม่เต็มใจนัก กระนั้นดวงตาก็มีแววขึงขังคอยลุ้นกับคำตอบ

          ดาราพรรณรายทำหน้าครุ่นคิดนานจนคนรออารมณ์เสีย

          “ถ้าไม่เต็มใจก็ถือซะว่าไม่ได้พูด แล้วก็เลิกเล่นแล้วไอ้ ตาพ่อตาแม่ นี่ ปัญญาอ่อนจริงๆ” คนตัวโตกว่าว่า พร้อมกับทิ้งคุกกี้ไว้ในจาน เป็นเหตุให้ผู้สวมบท แม่จ๋า น้ำตาคลอ เมื่อไปคิดว่าพี่ชายจะไม่เล่นกับตนอีกแล้ว

          “ฮึก...น้องทำอะไรให้พี่จ๋าโกรธอีกเหรอ” น้ำตาใสหยดแหมะ “จะไม่เล่นกันน้องอีกจริงเหรอ” ก้มหน้าใช้มือเช็ดน้ำตา สะอื้นลมอย่างน่าสงสาร

          “เออ! จะไม่เล่นอีกแล้ว” คนพยายามใจแข็งตอบเสียงกร้าว โกรธที่อีกคนไม่ยอมรับคำตน ทั้งที่เขาบอกแล้วแท้ๆ ว่าจะยอมเสียเวลาและเปลืองค่าโทรหาเธอเอง

          “ถ้าดาร่าทำให้พี่จ๋าไม่พอใจ น้องก็จะไปเล่นกับพอลเหมือนเดิม” ชื่อ พอล ทำให้ดวงตาสีน้ำเงินวาวโรจน์

          ดาราพรรณรายเก็บคุกกี้ใส่โหลตามเดิม คิดถึง พอลล่า เพื่อวัยเดียวกันที่มีบ้านติดกับคฤหาสน์ของคุณปู่ฟาบี้ พอลล่าเป็นเด็กสาวหน้าตาน่ารัก ซอยผมสั้นรับกับใบหน้า พอลล่ามักตามใจเธอ และยอมเล่นเป็น พ่อจ๋า แต่โดยดี โดยไม่มีท่าทางอิดออดเหมือนพี่ชายที่มีนามเป็นดอกไม้หอม หนูน้อยหันไปค้อนให้ เมื่อคิดไปว่ากลิ่นดอกไม้สีแดงดอกนี้ไม่ได้หอมหวนอย่างที่คุณย่าจำปาเคยพูดและชี้ให้ดูสักนิด เปลวสุริยันดอกนี้ส่งกลิ่นแรงเสมอ...

          “ไม่ได้!” จู่ๆ พี่ชายก็หันมาตวาดเสียงดัง หน้าแดงก่ำ ทำให้แม่หนูน้อยสะดุ้งตกใจ ดวงตากลมใสเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาใส ไม่ชอบเลย ไม่ชอบคนพูดเสียงดัง ไม่ชอบคนพูดไม่เพราะ...

          อาการของแม่หนูน้อยทำให้คนเผลอตวาดรู้ตัว

          “ห้ามเล่นกับผู้ชายอื่นนอกจากพี่” กระแสเสียงอ่อนลงจนเกือบเป็นปกติ ทว่ายังปนความไม่พอใจอยู่ไม่น้อย

          “งั้นก็เล่นกับพอลได้สิค้า เพราะพอลเป็นผู้หญิง”

          “หา...?!

          มือน้อยๆ เช็ดน้ำตาเงอะงะ เป็นเหตุให้พี่ชายที่กำลังงุนงงขยับเข้ามาใกล้ ใช้ผ้าเช็ดหน้าค่อยๆ ซับให้

          “ก็พอลล่าเป็นผู้หญิงนี่นา” แหงนหน้าให้อีกคนเช็ดคราบน้ำตาให้ ปากอิ่มแดงทำให้คนตัวโตกว่าหน้าร้อน ขมวดหัวคิ้วเข้าหากัน ปากแบบนี้หรือเปล่าหว่า...ที่ปาป้ามักชมหม่ามี้เสมอ เอิบอิ่ม...แดงน่ากิน...แล้วก็หวานน่าชิม ดวงตาสีน้ำเงินมองริมฝีปากลิ้มสีลิ้นจี่

          มือป้อมๆ เช็ดปากตัวเอง เมื่อเห็นพี่ชายจ้องมันเขม็ง

          “คุกกี้ติดปากเหรอค้า?” เจื้อยแจ้วถามเสียงใส

          “เปล่า...ว่าแต่พอลล่าเป็นผู้หญิงแล้วทำไมเรียกว่า พอล ” เฉไฉวกเข้าเรื่องเดิม ปรายหางตามองความน่าชิมตรงหน้า รอให้โตกว่านี้คงจะดี ก็เขาเคยถามปาป้านี่นา ว่าทำไมถึงชิมหม่ามี้เหมือนปาป้าไม่ได้ จำได้ว่าตอนนั้นปาป้าโดนหม่ามี้ทุบซะน่วมประหนึ่งทุบลูกกระท้อน ซ้ำยังโดนต่อว่าอีกหลายคำ แล้วใช้ให้ปาป้ามาอธิบาย

ไว้ซันโตกว่านี้ก่อน อีกสักห้าหกปีหรือมากกว่านั้น ซันค่อยไปชิมของแฟนซันนะ ส่วนหม่ามี้นี่ของพ่อคนเดียว ผู้หญิงข้านายอย่าแตะ! ไว้สักวันซันจะเข้าใจและได้เจอผู้หญิงที่เป็นของเราแค่คนเดียว มีแค่เราเท่านั้นที่จะแตะต้องเธอได้ เข้าใจหรือเปล่า

วันนี้เขาเข้าใจแล้ว... ดวงตาสีน้ำเงินเข้มมองหนูน้อยเจ้าของดวงหน้าหวานสีชมพูอย่างมาดหมาย

“ก้อ...เวลาเล่น ตาพ่อตาแม่ ขืนดาร่าเรียกคนเล่นเป็นพ่อจ๋าว่า พอลล่า มันก็ดูเหมือนเราตีฉิ่งกันสิ”

แนะ...มีคำว่า ตีฉิ่ง แปลกๆ มาอีกแล้ว

“แปลว่าไร ใครสอน?”

หนูน้อยยิ้มอย่างภาคภูมิใจก่อนตอบ

“คุณป๋าเหน่ค้า ก็ตอนที่เล่นกันแล้วคุณป๋าตามมาดู คุณป๋าบอกว่ามันไม่สมจริง เลยให้เรียกพอลล่าว่าพอล”

เปลวสุริยันกอดอก ยกมุมปากขึ้นเพียงนิด ไพล่คิดไปหาคุณอาอีกคน สอนลูกแบบนี้ก็คง ไม่เต็มบาท อย่างที่ปาป้าว่าจริงๆ

เด็กน้อยทั้งสองต่างหันไปเล่น ตาพ่อตาแม่ กันอีกครั้ง คราวนี้ภรรยาจัดการหาข้าวหาน้ำมาเสิร์ฟ เนื่องจากเด็กรับใช้ในบ้านยกถาดกับข้าวมาให้พอดี คุกกี้และเค้กจำต้องเก็บเข้าที่เดิม ทั้งสองคุยกันเจื้อยแจ้วอยู่นาน เด็กรับใช้ที่เป็นพี่เลี้ยงเห็นว่าคุยกันดี จึงปล่อยให้ทั้งสองอยู่กันตามลำพัง หลังกินข้าวภรรยาจึงจัดการปูที่หลับที่นอนให้สามี ซึ่งก็เป็นของที่พี่เลี้ยงตระเตรียมไว้ให้บนเสื่ออีกผืน

ห้องนอนที่อยู่ใต้ร่มไม้พร้อม พ่อจ๋าแม่จ๋าก็พร้อม เอ๊ย ก็รับประทานอาหารเย็นเสร็จเรียบร้อย หนังสือนิทานหลายเล่มถูกวางเรียงราย หนึ่งในเรื่องโปรดปรานเห็นจะเป็นเล่มที่อยู่ในมือหนูน้อย สังข์ทอง ฉบับการ์ตูนถูกถือเอาไว้ ปากเล็กเจื้อยแจ้วร้องขอให้พ่อจ๋าหรือพี่ชายอ่านเรื่องนี้ให้ฟัง

“ทำไมถึงชอบเรื่องนี้” เปลวสุริยันพลิกหน้ากระดาษดูไปเรื่อยๆ ก่อนจะเริ่มอ่าน

“คุณป๋าเหน่ชอบอ่านให้ฟังค้า ดาร่าชอบมาก”

“ไม่เห็นจะดีเลย พี่ชอบเรื่องหนูน้อยหมวกแดงมากว่า” เด็กชายบอกพร้อมยิ้ม ความจริงแล้วเขาไม่ชอบนิทานเลยสักเรื่อง แต่ที่กล่าวอ้างเรื่องนี้ไปก็เพราะน้องสาวสุดที่รักอย่างแม่มะลิชอบนักชอบหนา และคุณเธอก็ชอบอิ๊บให้เขาเป็นหมาป่าเสียด้วย เขาก็เลยแกล้งทำท่าจับเธอกินทุกครั้งที่ปาป้าเล่าเรื่องนี้

หมาป่ามองหนูน้อยหมวกแดงคนใหม่อย่างมาดหมาย...

“หนูน้อยหมวกแดงดาร่าก็เคยฟัง แต่ชอบสังข์ทองมากกว่า เวลาคุณป๋าเล่าตอนที่พระสังข์ออกจาก หอย จะ...จะ... ดาร่าชอบมาก”

มีเครื่องหมายเควสชั่นมาร์คขึ้นเต็มบนใบหน้าของเปลวสุริยัน อะไรคือจะ...จะ...

“เห็นหอย (สังข์) จะ...จะ...เหรอ แล้วมันเป็นยังไง ไอ้จะ...จะ...นี่”

“จะ...จะ...ก็แปลว่าชัดๆ ไงคะ คุณป๋าเล่าตอนพระสังข์ออกจากหอยชัดม้าก หอย (สังข์) เบ้อเร่อเบ่อร่า” อ้าแขนออกกว้าง เปล่งเสียงสูงน่ารัก ดวงตาสดใส

“อืม...” คนรับคำทำหน้าเหมือนปลาสำลักน้ำ แค่ออกจาก หอย อันเบ้อเร่อเบ่อร่าทำไมถึงต้องเน้นด้วย ไม่เข้าใจ!

แม้ไม่เข้าใจสักเท่าไหร่ เปลวสุริยันก็ยังเล่านิทานเรื่องสังข์ทองให้ดาราพรรณรายฟัง หนูน้อยแอบบ่นว่าพี่ชายเล่าไม่สนุกเหมือนคุณป๋าที่ชอบมีท่าทางประกอบ เปล่งเสียงสูงต่ำให้ได้ลุ้นตลอด แต่ก็พอฟังได้ ฟังเพลินจนผล็อยหลับโดยใช้แขนพี่ชายหนุนต่างหมอน...

กว่าหนึ่งอาทิตย์ที่เปลวสุริยันใช้ชีวิตอยู่ในคฤหาสน์ฟาเบรกลาส กลางวันขลุกเล่นขายของ กลางคืนก็นอนด้วยกันโดยมีคุณปู่คุณย่าร่วมห้อง ก่อนจะกลับหนึ่งวันหนูน้อยต่างมานั่งเล่นในสวนตามเดิม สีหน้าหงอยเหงาของพี่ชายทำให้ดาราพรรณรายที่ยังไร้เดียงสาเกิดนึกเป็นห่วง

“เป็นอะไรค้า ทำหน้าแบบนี้ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว” พี่ชายทำหน้าหงอยตั้งแต่รับโทรศัพท์จากคุณลุงรัก

“พรุ่งนี้ปาป้าจะมารับพี่แล้ว เราจะไม่ได้เจอกันอีกนานเลยนะ” เสียงเศร้าๆ ทำให้หนูน้อยทำหน้าม่อย

“ก็โทรหากันได้นี่ค้า คิดถึงก็โทรหา” ตอบเสียงใส

“โทรหาแต่ไม่เห็นหน้า” น้ำเสียงที่ตอบกลับปนความฉุนเฉียว ทำให้คนฟังตามอารมณ์ไม่ทัน ได้แต่มองคนที่นั่งกอดอกตาปริบๆ

“ไปเรียนที่อังกฤษมั้ย พี่จะให้ปาป้าขอคุณปู่ให้” เริ่มหันมาหว่านล้อม

“ไปได้เหรอคะ?” เสียงเล็กๆ ถามอย่างลังเล คิดถึงคุณป๋า มาเฟียแล้วก็เสี่ย น้องเฟียซ ไหนจะคุณป้าทั้งสองอีก

“ได้สิ ไปแล้วพี่จะดูแลเราเอง จะคอยสอนทุกอย่าง ไปนะ...น้า... ดาร่าจ๋า” ปากเล็กสีลิ้นจี่คลี่ยิ้มหวาน น้อยนักที่พี่ชายจะยอมเรียกแบบนี้

“ไม่รู้สิคะ แต่ว่าจะสอนทุกอย่างจริงเหรอ” เด็กรักการเรียนรู้ถาม

“ใช่” คนตอบยืดอกท่วงท่ามั่นใจ

“งั้นดาร่าถามอะไรหน่อยได้มั้ยคะ?”

“เอาสิ ถามมาเลย พี่จะบอกทุกเรื่อง”

ปิกกาจู คืออะไรค้า?”

ใบหน้าของคนที่กอดอกไว้แดงก่ำ ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่นักสำหรับเด็กสิบขวบอย่างเขา คำถามนี้เขาเองก็เคยถามปาป้ามาเหมือนกัน ซ้ำยังได้คำตอบที่ชัดแจ้งมาเรียบร้อยแล้ว

“เอ่อ...สิ่งที่ผู้ชายมี” ตอบห้วนๆ แอบใช้มือปิดเป้ากางเกงตนเอาไว้

“ปิกกาจูมีงวงเหมือนช้างแล้วก็มีหูยาวๆ บางทีหูก็ไม่ยาว” หนูน้อยคิดถึงตอนที่ หู หดตัวเป็นก้อนกลม โดยไม่เห็นว่าหน้าคนมีปิกกาจูกำลังขึ้นสีระเรื่อ แถมทำตาขวางให้เธอแวบนึง

“ดาร่าไม่เห็นมีเลยจ้ะพี่จ๋า”

นั่นไง...เอาแล้วไง...เปลวสุริยันคิด ดาราพรรณรายกำลังคิดสงสัยอย่างที่เขาเคยเป็นเมื่อครั้งยังเด็ก เขาเองก็เคยสงสัยว่าทำไม ของ น้องมะลิไม่มีงวงเหมือนเขา

สิบขวบที่เรียกว่าอาบน้ำร้อนมาก่อนสี่ขวบหน้าร้อนผ่าว...

จามิ จะมีงวงได้ไงเล่า!!” บอกเสียงขุ่น

“หือ...ของหนูเรียกจามิเหรอค้า” ถามเสียงตื่นเต้น ในหัวจดจำว่า จามิ ไม่มีงวง

สีหน้าดีใจแถมยังสดใสทำให้อีกคนโกรธไม่ลง

“อื้ม แล้วห้ามใครจับด้วยนะ ห้ามเลย!” บอกเสียงขึงขังทั้งที่หน้าแดง เห็นของน้องมะลิมาก็หลายครา แม้หลังๆ ปาป้าและหม่ามี้จะสั่งห้ามให้เขาอาบน้ำกับน้องอีก เพราะปาป้าบอกว่าเขาเริ่มโตเป็นหนุ่มแล้ว เขาก็ไม่เคยรู้สึกตื่นเต้นแบบนี้มาก่อน

“เลิกพูดเถอะ คุยกันเรื่องอื่น” ก่อนจะยุติเรื่อง ปิกกาจูกับจามิ นิ้วเรียวเล็กก็ชี้ไปที่ใบหน้าสีชมพู “แล้วก็จำไว้นะว่าห้ามใครแตะต้องเด็ดขาด!

หนูน้อยพยักหน้ารับคำแต่โดยดี หันไปเล่นขายของกับพี่ชายต่อ

มาถึงวันที่เปลวสุริยันต้องเดินทางกลับประเทศอังกฤษบังเกิดเสียงกรีดร้องในห้องนอนของหนูน้อย ทุกคนต่างวิ่งไปดูที่เกิดเหตุก็พบว่าข้าวของในห้องถูกเขวี้ยงออกมาจนกระจายไปทั่ว บนพื้นมีพี่เลี้ยงวัยรุ่นนั่งกุมใบแก้มอยู่ รายนั้นกำลังส่งเสียงร้องห้ามหนูน้อยที่กำลังอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำซึ่งทำมือเงื้อง่าหวังจะปาขวดแชมพูในมือใส่หล่อน

“ดาร่า! หยุดนะ” ฟาบิโอ้วิ่งเข้าไปหาหลานสาว คว้าขวดแชมพูในมือไว้ทันท่วงที

“ไปทำพี่เขาทำไมลูก” ตาแดงๆ ทำให้คนสูงวัยนึกสงสัยว่าเหตุใดหลานสาวถึงได้เป็นแบบนี้

“ก็พี่เซวี่จะจับ จามิ หนูนี่ค้า” หนูน้อยหันมาฟ้อง

“หา...! จามิ...” คุณปู่ทวนคำ ทำท่าแคะขี้หูเมื่อคิดว่าตนเองแก่จนหูฝาด หลานเขาตัวเท่านี้ไปรู้จัก จามิมาแต่ไหน

“ใช่ค้า เซวี่จะจับจามิดาร่า”

“พี่ก็ทำความสะอาดให้เหมือนทุกที” พี่เลี้ยงวัยรุ่นเถียงกลับ ค้อนควับให้อย่างไม่จริงจังนัก เห็นมือเล็กๆ แบบนั้นเถอะ ตบเสียหล่อนหน้าชาเชียว

“ไม่ได้ค้า ดาร่าจะทำเอง”

“มันไม่สะอาด”

“สะอาดซีคะ ดาร่าจะทำเอง”

ฟาบิโอ้ที่รับฟังการโต้เถียงใช้มือกุมขมับ แล้วก็ต้องปวดตรงนั้นมากขึ้น เมื่อถึงเวลาที่พุทธลักษณ์แวะมารับตัวลูกชายกลับอังกฤษเพราะโรงเรียนของเปลวสุริยันกำลังจะเปิดภาคเรียนในอีกสองวันนี้ เสียงร้องโวยวายไม่ยอมกลับพาให้ผู้ใหญ่ทั้งหลายต่างพากันยิ้ม ดาราพรรณรายเองก็กำลังร้องไห้อยู่กับบ่าของคุณปู่ เมื่อเห็นว่าเพื่อนเล่นกำลังจะจากไป ต่อไปนี้เธอต้องเล่นกับพอลล่าที่เป็นผู้หญิง พอลล่าต้องเป็น พอล หนูน้อยมองตามคนเป็นพี่ที่ถูกบิดายกพาดบ่า ก่อนจะจับยัดเข้าไปในรถคันงาม

จัดการลูกชายแล้วพุทธลักษณ์จึงเดินมาอุ้มหนูน้อย เช็ดน้ำตาออกจากดวงหน้าอ่อนใสให้อย่างเอ็นดู

“อย่าร้องนะครับแม่หนูน้อย ลุงรักซื้อของเล่นมาฝากด้วย” มองไปที่กล่องของเล่น แล้วกระซิบกระซาบบางอย่างกับแม่หนู ทำให้คนที่กำลังร้องไห้ยิ้มแป้น เลิกร้องไห้...มองตามท้ายรถที่แล่นจากไปจนสุดสายตา







พบกับพวกเขาเต็มๆ ใน "อุบัติสิเน่หา" นะคะ ^^


ตอนนี้เป็นตอนที่ ๓๖ ในเล่มนะคะ ซึ่ง "มหาศาล" ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะอุแว้ๆ

ในเว็บลงให้อ่านกัน ๒๙ อ่า เพิ่มขึ้นมาตั้งเจ็ดตอนนี้แล้วอ่าสาวๆ ฮา...ปั่นไปเรื่อยแล้วกันเนอะ

เหลือตอนพิเศษอีกหนึ่งตอนที่จะเอามาลงให้อ่านนะคะ อย่าเพิ่งหนีหายไปไหนเน้อ...

ช้าแต่ชัวร์น้า...น่าจะลงให้อ่านก่อนเจอป๋าอีกสักอาทิตย์นะคะ รอเกาให้เรียบร้อยก่อน (อันนี้ก็ยังมิเกลา ตอนนี้ปั่นๆ ไปเรื่อย...)



ปล.ขอเสียงคนที่อยู่รออ่านบ้างงงงง จะได้รู้ว่าไม่ได้อยู่คนเดียว 555++

 


 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,048 ความคิดเห็น

  1. #2037 khuai (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 18 มกราคม 2556 / 11:49
    คุณป๋าจะได้เจอคู่แข่งที่น่ากลัวล่ะงานนี้....
    #2,037
    0
  2. #2035 Love (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 6 มกราคม 2556 / 16:05
    น่ารักจังเลยน้องดาร่า นัองซัน ุ
    #2,035
    0
  3. #2034 poonsuk (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2555 / 11:51
    อยากให้เป็นเล่มเร็วๆ จังเลยค่ะ
    รออ่านแบบเต็มๆ อยู่นะค่ัะ
    #2,034
    0
  4. #1997 mapangz (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2555 / 14:31
    ชอบพ่อจ๋า กับเเม่จ๋าจังเลย 
    #1,997
    0
  5. #1996 SHERRY (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2555 / 19:06
    ทำไมน้องดารากับน้องซันน่ารักอย่างนี่คร้า
    #1,996
    0
  6. #1995 dada (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2555 / 20:21
    ดาร่าน่ารักมากกกก เลยค่ะ สู้ๆๆ น่ะค่ะไรเตอร์

    จะติดตามต่อไปค่ะ
    #1,995
    0
  7. #1994 Punya (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2555 / 11:01
    รอสอยๆ ค่ะ ตอนนี้ (คิดว่า)สะสมครบทุกเล่มแล้วนะ ให้กำลังใจคนเขียนจะได้มีแรงแต่งต่อไป เค้าอ่านในเวปแล้วก็ตามเก็บทุกเล่มเลยนะ อิอิ ชอบหนูดาร่ามากๆ ค่ะ กะพี่ซัน อยากอ่านไวๆ
    #1,994
    0
  8. #1993 loliz (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2555 / 09:52
    #1,993
    0
  9. #1992 ใจหนึ่งใจ (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2555 / 14:50
    ดารร่า + เปลงสุริยัน น่ารักกกกกกกกกก

    #1,992
    0
  10. #1991 pimpim (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2555 / 17:48
    ดาร่า่ารักจังเลยค่ะ รอติดตามต่อนะคะ
    #1,991
    0
  11. #1990 princess (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2555 / 15:36
    อ๊าย!!! พี่ซันจ๋ากับหนูดาร่าจ๋าน่ารักมากค่ะ เขินแทน รอติดตามในรูปเล่มค่ะ ^^
    #1,990
    0
  12. #1989 Oukung (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2555 / 23:20
    ฮาตลอดเลยเรื่องนี้
    #1,989
    0
  13. #1987 Kamecat (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2555 / 00:22
    ดาร่าโดนอะไรอ่าาาา อยากรู้ๆๆๆๆ
    ซื้อแน่ๆ 7 ตอน 7 ตอน 7 ตอนนนนนนน

    #1,987
    0
  14. #1986 Nokk (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2555 / 23:32
    อ๊ายยยย.....หลงรักพี่ซันจ๋ากับน้องดาร่าจ๋าเข้าอย่างจังชอบมากเลยคร้า



    ขอบคุณสำหรับนิยายสนุกๆคร้า



    ตอนนี้มีสะสม3เล่มแล้ว ร(ป๋าฟ้าบี้,อ้ายดอกคูน,แอนดริว)รอเก็บเงินสอยเพิ่มยุคร้า



    เห็นของมาเฟียเล่มใหญ่มากก แต่ยังอยากได้เก็บเงินๆๆๆ



    รออ่านเรื่องต่อไปอยู่นะคร้าาาา



    #1,986
    0
  15. #1985 nong (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2555 / 22:16
    จะรอทุกเรื่องเลยคร้า
    #1,985
    0
  16. #1984 kenjoy (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2555 / 19:37
    จามิ ไม่ใช่ จิมิ เหรอ. คิกคิก
    #1,984
    0
  17. #1983 Mystery man (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2555 / 19:06
    อยากเจอมหาศาลเเล้สอ่า
    #1,983
    0
  18. #1982 aor819 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2555 / 15:48
    ใบแก้มคืออะไรค้า
    #1,982
    0
  19. #1981 ตะบองเพชรจิ๋ว (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2555 / 12:52
    น้องดาร่ากับน้องซันน่ารักเว่อร์
    #1,981
    0
  20. #1980 rosa (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2555 / 12:31
    ยกมือขึ้นมารอแล้วค่า (บอกไว้ จะได้รู้ว่าไม่ได้อยู่คนเดียวเน้อ)
    #1,980
    0
  21. #1979 สมพิศ (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2555 / 11:52
    น้องดาร่าน้องซันซ้อมเรียกพ่อจ๋าแม่จ๋าไว้ในอนาคตเหรอลูก5555
    เด็กสองคนนี้น่ารักจริงๆๆเลย 555
    #1,979
    0
  22. #1978 SoM^0^ (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2555 / 11:31
    ท่าทางป๋าจะค้องเครียดกับว่าที่ลูกเขยในอนาคตไปอีกหลายปี
    #1,978
    0
  23. #1977 rmuay151 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2555 / 11:12
    เการออยู่จ้า
    #1,977
    0
  24. #1976 mezamee (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2555 / 09:58
    อยากให้ป๋าเหน่หวงดาร่าสุดๆไปเลย อิอิ
    #1,976
    0
  25. #1974 Rawhoynoy Lycan (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2555 / 09:07
    Thanks for up na
    #1,974
    0