ม่านรักลวงใจ (มหาโชค)

ตอนที่ 9 : เสียงหัวใจวันที่มีเธอ ...[1]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,510
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    29 เม.ย. 64




4

เสียงหัวใจวันที่มีเธอ

ชวดฉลูขาลเถาะเฮ้ออุตส่าห์ได้เจอพ่อทั้งทีก็ดันชวดอีกจนได้ แล้วเมื่อไหร่น้องเฟียซจะได้ไปเกิดเป็นผู้เป็นคนกับเขาบ้างวิญญาณน้อยบ่นพึมพำอยู่คนเดียว หนูน้อยเหล่ตามองบุญเยี่ยมกับซาร่าที่นั่งอยู่ตรงข้ามนลิน ก่อนที่จะแหงนหน้ามองคนที่ก้มหน้าร้องไห้เงียบๆ อยู่ด้านข้าง

โอ๋โอ๋อย่าร้องเลยนะจ๊ะแม่จ๋าพร่ำปลอบแล้วทิ้งตัวนอนตักนุ่ม มือกลมป้อมโปร่งแสงลูบต้นแขนเนียนเบาๆ

น้องบัวเป็นอะไรไปคะ ไปเจอใคร เอ่อมีอะไรหรือเปล่าบุญเยี่ยมถามด้วยความอยากรู้ แผนเลือกเพชรเป็นอันต้องพับไป เพราะพ่อตัวดีของเธอขับรถออกจากห้างไปแล้ว ส่วนนลินก็ก้มหน้าก้มตาร้องไห้ถามอะไรก็ไม่ยอมตอบ

สาธุขออย่าให้เป็นอย่างที่เธอคิดเลย

คนที่กำลังร้องไห้ส่ายหน้าไม่ตอบอีกเช่นเคย ตาโศกเหม่อมองออกไปด้านนอกหน้าต่าง นานแค่ไหนแล้วที่เธอไม่ได้พบหน้าเขา เปลือกตาบางปิดลงเพื่อซ่อนความขมขื่นที่แสนปวดร้าว มือบางบีบเข้าหากันแน่น แม้ว่าสิบปีที่ผ่านมาเขาจะไม่เคยมาวอแวหรือข้องเกี่ยวด้วยกระนั้นหัวใจที่มีบาดแผลดวงนี้ก็ยังวนเวียนคิดถึงเขา

ทำไมเธอจะไม่คิดถึงเขาล่ะ ก็ไม่ใช่เพราะเขาหรือที่ทำให้เธอสุขสบายมาจนทุกวันนี้ เงินที่เธอใช้จ่ายอยู่คือเงินที่หักจากบัญชีเขาครึ่งหนึ่ง สิบปีมานี้เงินก็ยิ่งเข้าธนาคารเธอมากขึ้นทุกปี

ก้อนเนื้อในอกไหววูบอีกครั้ง ห้าปีที่แล้วมีเงินเป็นพันล้านโอนเข้าบัญชีเธอ ทำให้ซาร่าต้องรีบไปหาต้นตอของเงิน และทำให้รู้ว่าเขาคนนั้นเรียกร้องขอส่วนแบ่งมรดกเพื่อจะเอาไปก่อตั้งธุรกิจ ครึ่งหนึ่งของเงินที่เขาได้มาเป็นของเธอ

เขาเป็นทั้งพ่อพระที่ดึงเธอขึ้นจากขุมนรก และก็ยังเป็นคนบาปที่สร้างรอยมลทินให้แก่เธอ

 

รถยนต์คันหรูแล่นเข้าไปในอาณาเขตของคฤหาสน์ฟาเบรกลาส ร่างอ้วนกลมรีบลุกขึ้นยกมือไหว้ปลกๆธุจ้าครับ คุณตาตาใสมองท้ายรถที่แล่นเข้าไปด้านใน ชายแก่ดูมีอำนาจกวักมือเรียกให้หนูน้อยเดินเข้าไปหา

ว่าไงแม่เค้าร้องไห้อีกแล้วเหรอ

น่านทำเป็นรู้ทุกอย่าง ทีหนูถามวิธีไปเกิดนี่บอกไม่ได้เจ้าของดวงตาใสค้อนน้อยๆ ให้อย่างน่ารัก ก่อนจะเดินทำหน้าเซ็งๆ ตรงไปยังศาลพระภูมิไม้สักเมดอินไทยแลนด์ที่คุณย่าอัญเชิญมาตั้งไว้ที่สเปน

เหมือนเดิมจ้าคุณตาบอกชายแก่ผมสีดอกเลาที่นั่งรออยู่หน้าศาล หนูน้อยมองศาลพระภูมิที่ออกแบบเหมือนเรือนไทยสมัยก่อน หลังคาหน้าจั่วประดับไม้สลักอย่างงดงามเวลาคุณตาจะเข้าไปก็ต้องหายตัว ทำตัวเล็กๆ เหมือนอย่างอืมโสนน้อยเรือนงามหายเข้าไปในบ้านนั่นแหละ เห็นเล็กๆ แบบนี้ ด้านในกว๊างกว้าง แถมมีโซฟาสีแดงตัวใหญ่ๆ ตั้งอยู่ในบ้านอีกด้วย

มือหนาของผู้ทรงบารมียื่นออกมาตบหัวทุยเบาๆอย่าคิดมากเลย เรื่องของมนุษย์

หนูน้อยสะบัดหัวฮ่วย! แล้วมนุษย์นั่นไม่ใช่คนที่หนูจะไปอยู่ด้วยเหรอคุณตาทำหน้ามู่ทู่ เซ็งคุณตาเจ้าที่ เจอทีไรก็พูดแต่ประโยคนี้จะช่วยอะไรบ้างก็ไม่ได้

ก็ใช่พระภูมิที่ปกปักรักษาคฤหาสน์หรูยิ้มเอ็นดู นั่งลงข้างๆ หนูน้อย

เมื่อไหร่ล่ะร่างเล็กแย็บถาม ก้มหน้าซ่อนแววตาเจ้าเล่ห์

อืม…” พระภูมิเจ้าที่ทำหน้าครุ่นคิด

หวึยๆ ยอมบอกแล้วเหรอเนี่ย!’ หนูน้อยเงยหน้าส่งยิ้มแฉ่งเมื่อไหร่จ๊ะตาจ๋ามือเขย่าขาผู้ทรงบารมี

เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหละลูกเอ๊ย เอ็งอย่าเร่งกรรมให้แม่นักสิวะ

ดวงตาที่มีประกายเมื่อสักครู่หม่นหมองลงถ้าการที่หนูจะไปเกิดถือเป็นกรรมของแม่ หนูอยู่แบบนี้ก็ได้นะตาเสียงใสสั่นเครือ กระนั้นดวงตาก็ยังหลุกหลิกเมื่อเห็นสีหน้าเห็นใจของท่านพระภูมิ

ไม่ใช่แบบนั้น

น่านๆ หลุดแล้ว ฮิๆ

แล้วแบบไหนล่ะจ๊ะตาจ๋า หนูเป็นกรรมของแม่ใช่ไหมจ๊ะ ถ้าเป็นแบบนั้นหนูขออยู่เป็นวิญญาณเร่ร่อน ไร้ญาติขาดมิตรแบบนี้ดีกว่าทำเสียงสะอึกสะอื้นตบท้าย แล้วยกหลังมือปาดหน้าพอให้สมกับบทบาท

ไฮ้! ใครว่าเอ็งเป็นกรรมของแม่กันไอ้หนู ข้าหมายถึงกรรมเก่าที่ไม่เกี่ยวกับเอ็งต่างหากเล่า

กรรมอะไรหรือจ๊ะน้ำเสียงอยากรู้แบบหลุดซีนดราม่าทำให้ท่านพระภูมิกลอกตาไปมา

เสียรู้ไอ้หนูนี่อีกแล้ว

แหะๆ แหมตาก็หนูน้อยช้อนสายตาออดอ้อนเมื่อเห็นสายตาตำหนิที่บังอาจไปโกหกผู้ทรงบารมี

อย่ามาใช้ความฉลาดในทางที่ผิดไอ้หนู

หูยทำเสียงโหดอะใบหน้ากลมมู่ทู่อีกครั้ง เซ็งผีรู้ทัน

ก็ท่านตาไม่ยอมบอกนี่ คาใจมากๆ เลยทำท่าเซ็งยังไม่พอ แถมทำหน้าหัวเสียไปให้ด้วย ยังผลให้ท่านพระภูมิต้องหัวเราะ

ฉลาดขึ้นทุกปีเลยไอ้หนู ปีที่แล้วเอ็งทำอะไรบ้างเพราะเจอกันแค่ปีละครั้ง จึงต้องถามไถ่ ผู้ทรงบารมียิ้มเมื่อคิดถึงครั้งแรกที่เจ้าหนูมายืนอยู่หน้าบ้าน ใบหน้าอ้วนกลมนี้มีน้ำตาเจิ่งนอง แผดเสียงร้องไห้โยเยดังลั่นหน้าคฤหาสน์เมื่อตามผู้เป็นแม่เข้ามาไม่ได้ ทำให้ท่านนึกสงสารจับจิต

ผีก็มีหัวใจ!

ก็เหมือนเดิมจ้า พาแม่ไปเรียนทำอาหาร อ่านหนังสือ ดูการ์ตูน ดูหนังฟังเพลงไปเรื่อยๆ ตามประสาผีไม่มีพ่อแหละจ้าคำพูดคำจาของผีน้อยทำให้ท่านพระภูมิตบเข่าดังฉาด

เอ็งนี่มันฉลาด ทำไมไม่ปล่อยให้ร่างอ้วนๆ โตตามขึ้นทุกปีเล่า

น้องเฟียซกลอกตาไปมาอย่างใช้ความคิดแบบนั้นจะเรียกว่าผีเหรอจ๊ะ ผีมีอายุที่ไหนกัน ตายแค่ไหนก็อยู่แค่นั้น หนูตายตั้งแต่ยังเป็นวุ้น แต่วิญญาณหนูมันเป็นแบบนี้เองอะทำตาวิบวับแหม แค่หนูฉลาดมากไปหน่อย ก็มาทำเป็นพูดประชดประชันให้หนูกลายร่างเป็นหนุ่มๆ ขืนทำแบบนั้นหนูก็ไม่น่ารักอะดิบอกด้วยน้ำเสียงกรุ้มกริ่มทำให้ท่านพระภูมิยิ้ม

พ่อแม่เอ็งหน้าตาดี เอ็งจะกลัวอะไรไอ้หนู

ไอ้หนูยิ้มแป้นแล้นมองรถสปอร์ตสองคันที่แล่นเข้ามาในบริเวณคฤหาสน์

กลัวสิจ๊ะตา หนูกลัวจะหล่อเหมือนพ่อไงว่าแล้วร่างเล็กก็ลุกขึ้นวิ่งตามรถยนต์คันหรูไปรถใครจ๊ะคุณตา ไม่เคยเห็นเลยน้องเฟียซหันมาถาม

รถอาของเอ็งนั่นแหละท่านพระภูมิตอบเสียงเอื่อยคล้ายกำลังเซ็งที่ผีร่างอ้วนกลมน่าฟัดไม่ยอมอยู่คุยด้วยทำไมเอ็งไม่ยอมหายตัวไป จะวิ่งทำไมแม้รู้ว่าจะไม่เหนื่อยแต่ผีเทพารักษ์ก็ยังแอบเคืองตา ไม่รู้จักใช้ความเป็นผีให้มีประโยชน์

มันเท่จ้าฝึกไว้ๆ ตอนไปเกิดจะได้วิ่งเก่งๆ ไงจ๊ะ

เออเอากับความคิดมันสิ ไอ้ผีน่ารักท่านเจ้าที่ยิ้มมองตามร่างที่วิ่งอุ้ยอ้ายไปยังตัวบ้านถ้าแม่เอ็งดวงแข็ง ก็อีกไม่นานหรอกหนาลูกเอ๊ยที่เอ็งจะได้ไปเกิด

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,014 ความคิดเห็น

  1. #2939 แว่นใส (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 กันยายน 2560 / 15:46
    น่ารักที่สุดเลย
    #2,939
    0
  2. #2938 noodao (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 10:23
    น้องเฟียซนี่น่ารักและฉลาดตั้งแต่ยังเป็นวิญฯ...เกิดเป็นคนจะน่ารักและฉลาดขนาดไหนนะ
    #2,938
    0