ม่านรักลวงใจ (มหาโชค)

ตอนที่ 11 : เสียงหัวใจวันที่มีเธอ...[3]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,321
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    29 เม.ย. 64








สายลมที่พัดผ่านหอบกลิ่นหอมของหมู่มวลดอกไม้ลอยมาแตะจมูก นลินยกแขนขึ้นกอดอกทำหน้าเหมือนจะร้องไห้เมื่อบรรยากาศรอบๆ ตัวดูวังเวงชอบกล ทั้งที่ไฟในศาลาสว่างโร่ แต่บรรยากาศรอบตัวกลับเย็นจนขนลุก คนกลัวผีห่อไหล่ ตอนนี้เธอหลบมาอยู่ที่สวนหลังบ้าน โดยมีสาวใช้ยกอาหารมาเสิร์ฟให้ แม่จำปาใจดีกับเธอเสมอ ท่านรู้ว่าเธอยังไม่พร้อมเจอเขา

เขาที่เพิ่งได้พบหน้ากันหลังจากผ่านไปเป็นสิบปี เขาที่มีตัวตนอยู่รอบๆ กายเธอแม้จะเคยพบกันแค่สองครั้ง ใบหน้าหวานสลดวูบ คิดถึงครั้งแรกที่พบกันด้วยความขมขื่น กายสาวสั่นระริก น้ำตาเอ่อคลอขึ้นมาอีกครั้ง กระนั้นในอกก็ยังเต้นแรง ภาพชายหนุ่มสวมเสื้อโปโลสีน้ำเงินกับกางเกงยีนสีเข้มฉายในห้วงความทรงจำ เธอจำเขาได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น จำได้ทุกอย่างแม้กระทั่งดวงตาสีฟ้านั่น!

บ้าไปแล้วเรา” บ่นพึมพำกับตัวเอง หญิงสาวไม่เข้าใจความรู้สึกที่กำลังเกิดขึ้น ทั้งกลัว ทั้งผูกพัน และหวาดหวั่น หัวใจเต้นแรงทุกครั้งที่คิดถึงเขา นลินพบว่าเธอคิดถึงเขาบ่อยๆ คิดถึงทุกครั้งที่จับจ่ายซื้อของ ไปเที่ยวหรือแม้กระทั่งตอนเรียนหนังสือ เพราะเงินทั้งหมดที่ใช้จ่ายคือเงินของเขา สิบปีที่ผ่านมานั้นชีวิตเธอมีทุกอย่าง ไม่ว่าอยากได้อะไรซาร่าจะเป็นคนจัดหามาให้

คงมีแต่ช่วงหลังๆ มานี้ที่เธอไม่ได้ทุกอย่าง ตั้งแต่เรียนจบ เธอก็แจ้งความจำนงว่าเธออยากจะทำงาน แต่พี่เลี้ยงสาวปฏิเสธ บอกผู้ปกครองเธอไม่ยินยอม ท่านอยากให้เธอใช้เวลาไปท่องเที่ยวหลายๆ ประเทศก่อนจะมาทำงาน ซึ่งเธอก็ไม่รู้อีกนั่นแหละว่าคุณแม่จำปาจะให้เธอทำงานที่ไหน

แม่จ๋าทำไมไม่กินข้าวจ๊ะ” น้องเฟียซเดินเข้ามาหาผู้เป็นแม่ตามองสำรับอาหารที่ยังไม่พร่อง “ทุกทีไม่หิว แต่เฟียซก็ยังเห็นแม่ฝืนกินนี่จ๊ะ” เด็กน้อยทำหน้าสงสัย “แม่บัวจ๋า กินข้าวหน่อยนะ” วิญญาณน้อยยังคงจ้อต่อทั้งๆ ที่ผู้เป็นแม่ไม่ได้ยิน มีเพียงสายใยน้อยๆ ที่รัดรึงความรู้สึกของทั้งสองไว้ นลินหันไปมองจานข้าวก่อนจะหยิบช้อนขึ้นมาตักอาหารใส่ปาก

เย้ๆ แม่ใครน้าเก่งจังเลย” ร่างโปร่งแสงตบมือแปะๆ

 

เสียงพูดคุยในห้องอาหารดังขรม เพราะได้ตัวฮาอย่างมหาเสน่ห์ยิงมุกกระจาย มหาโชคมองน้องชายที่เป็นตัวชูโรงทุกครั้งเมื่ออยู่พร้อมหน้ากัน เขาขอตัวไปเข้าห้องน้ำหลังจากรู้สึกว่าอาหารไม่อร่อย รสชาติอาหารวันนี้มันขมปร่าอย่างไรไม่รู้

ร่างสูงเดินลัดเลาะมายังสวนหลังบ้าน สายลมแผ่วๆ ที่พัดผ่านคลายความร้อนรุ่มในใจให้ลดลง ถึงอย่างนั้นก้อนเนื้อในอกก็ยังเต้นรุนแรงจนกลัวว่ามันจะกระเด็นออกมาด้านนอก

เป็นบ้าอะไรวะ!” ถอนหายใจอย่างอึดอัด เขาไม่เคยรู้สึกอย่างนี้ไม่เคยสักนิด ภาพใบหน้าสวยหวานปรากฏขึ้นในหัว คิ้วเรียวโก่งรับกับดวงตาหวานซึ้ง จมูกนิดปากหน่อยสีกุหลาบ

บ้าจริง!” ร่างสูงปัดมือฟาดใบไม้ที่อยู่ด้านข้างระบายความอึดอัด

ใครบ้าเหรอจ๊ะ

เสียงเล็กๆ ดังมาจากด้านหลัง ทำให้ชายหนุ่มหันไปหาต้นเสียงหนูน้อยร่างกลมป้อมกำลังส่งยิ้มแฉ่งให้ อะไรบางอย่างทำให้เขายอบตัวลง

ไม่มีหรอก ว่าแต่เราลูกใครเหรอเจ้าหนู

โหพ่อหนูเสียงโคตรหล่อเลยอะ

ร่างน้อยบิดตัวไปมา ไม่เสียแรงจริงๆ ที่ปรากฏตัวให้เห็น ถ้าแม่ไม่สวดมนต์ ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เยอะๆ เขาคงกลายเป็นพี่ขี้เหงาแน่ๆ

มหาโชคมองดวงตากลมที่มีตาสีเดียวกับตัวเอง ริมฝีปากหยักคลี่ยิ้มน้อยๆ อย่างอ่อนโยน

ว่าไง เราน่ะลูกใคร” หนูน้อยไม่ตอบแต่กลับเดินเข้ามาหา วาดแขนรัดรอบลำคอแกร่ง

อุ้มหนูหน่อยสิจ๊ะ” กระแสเสียงเล็กๆ ยังให้หัวใจแข็งแกร่งโยกคลอน มือหนาโอบอุ้มหนูน้อย ปรายตามองใบหน้ากลมที่ซุกลงบนบ่ากว้าง ไม่มีบทสนทนาใดๆ ต่างคนต่างหลับตาลง เหมือนกำลังซึมซับความรู้สึกที่เกิดขึ้น

ความอุ่นวาบที่หลั่งไหลประเดประดังเข้ามาทำให้มหาโชคโอบรัดร่างเล็กจ้อยแน่นขึ้น เกิดคำถามมากมายในหัวสมองว่าทำไมเขารู้สึกหวงแหนเจ้าคนตัวจ้อยนี้ ทำไมจู่ๆ เขาถึงอยากจะร้องไห้ และทำไมเขาถึงได้คิดถึงผู้หญิงอีกคน ทั้งๆ ที่กอดเจ้าหนูน้อยนี่อยู่

คิดว่าหนูเป็นลูกใครล่ะจ๊ะ” ร่างเล็กในอ้อมอกเองก็ไม่รู้จะพูดอะไร ถ้าเกิดบอกว่าเป็นลูกก็กลัวคนเป็นพ่อจะจับไข้หัวโกร๋น

คนที่กำลังโอบอุ้มอยู่หัวเราะนิดๆ ก้มหน้ามองคนแก้มยุ้ย เจ้าของดวงตาสีเดียวกับเขา

คุ้นๆ แต่นึกไม่ออก” ตอบสั้นๆ โยกตัวเอนไปมาอย่างไม่รู้ตัว

ถ้านึกไม่ออกจะบอกใบ้ให้” หัวเราะคิกๆ ทำตาเจ้าเล่ห์ “ไปส่องกระจกดูสิจ๊ะ

หืม ไปส่องกระจกงั้นเหรอ” ถามยิ้มๆ ไม่สนใจคำพูดของหนูน้อย เพราะความน่ารักของเด็กตรงหน้าทำให้เขาละสายตาไม่ได้ อะไรกันหนอที่ทำให้คนที่มีหัวใจแข็งแกร่งอย่างเขาเกิดความรู้สึกอ่อนไหวขนาดนี้ เมื่อก่อนไม่ว่าจะเห็นเด็กน้อยน่ารักขนาดไหนก็ไม่นึกเอ็นดูเท่าเจ้าหนูตัวกลมที่กำลังอุ้มอยู่ แม้แต่หลานแท้ๆ ลูกของพี่สาวก็ยังไม่ทำให้คนอย่างเขานึกอยากใกล้ชิดเหมือนอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้

จ้ะ

เป็นผู้ชายทำไมลงท้ายด้วยจ้ะจ๊ะ เหมือนผู้หญิงเลยเรา” เย้าหยอกเสียงนุ่ม นุ่มจนนึกแปลกใจตัวเอง เขาสามารถทำเสียงอบอุ่นได้ขนาดนี้เชียวหรือ แล้วคนอย่างเขาทำเสียงอ่อนโยนก็เป็นด้วย

แล้วต้องพูดว่าอะไรล่ะจ๊ะ” เอียงหน้าสงสัยได้อย่างน่ารัก จนอีกคนอดใจไม่ไหว

ฟอด… ‘อ๊าพ่อหอมแก้มหนูอะ

ฟอด ‘อั้ยอั้ยอั้ย หอมแรงอีกทีแล้ว คิกๆ

ร่างน้อยเอียงแก้มเข้าหาไหล่ป้อมของตนเอง

เป็นผู้ชายต้องพูดครับ พูดผมสิ” คนหอมยิ้มกว้างๆ ให้ความน่ารักของเจ้าหนู ไม่รู้เป็นอย่างไร ยิ่งมองยิ่งรู้สึกผูกพันเหลือเกินสายใยน้อยๆ ค่อยๆ ถักทอหัวใจสองดวงเข้าด้วยกัน

เหรอจ๊ะ ต้องพูดครับ พูดผมเหรอจ๊ะ

ใช่” มหาโชคพยักหน้า

งืมก็หนูไม่มี ‘พ่อ’ คอยบอกนี่ งั้นต่อไปนี้คุณช่วยบอกหนูหน่อยนะจ๊ะ เอ๊ยครับ” คำว่า ‘พ่อ’ ทำให้อากาศในสวนอุ่นขึ้นทันใด

ฉันไม่ค่อยได้มาบ้านนี้บ่อยนักหรอก ฉันต้องทำงาน” กระแสเสียงอ่อนโยนทำให้หนูน้อยโอบแขนกอดรัดลำคอแกร่งแน่นขึ้น

หนูจะไปหาคุณเองจ้ะ อนุญาตให้หนูตามไปทุกที่นะจ๊ะ” ร่างในอ้อมแขนออดอ้อนได้อย่างน่าเอ็นดู

ได้สิ อนุญาตให้ตามไปทุกที่

ไม่รู้เป็นเพราะอะไรเขาถึงพูดตาม รอยยิ้มกว้างจากปากสีแดงจิ้มลิ้มกลบความสงสัยจนมิด ดวงตาสีฟ้าใสเอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำใสๆ

หนูรักคุณนะ รักแม่ด้วย

โชคไอ้โชค!” เสียงที่ดังมาจากด้านหลังปลุกให้เขาตื่นจากภวังค์มหาโชคหันไปมองน้องชายทั้งสองคนที่กำลังทำหน้าเครียด

อะไร!” เขาตวาดกลับ

เรียกตั้งนาน ทำไมนายไม่ขานรับ” มหาเสน่ห์ที่ตอนนี้เกาะแขนมหาลาภไว้แน่นต่อว่าพี่ชาย

เวรเอ๊ยอากาศเย็นๆ ที่ตามติดตัวเขาตั้งแต่ลงจากรถนี่พาให้หลอนชะมัด

แล้วเจ้าหนูนั่นไปไหน” มหาโชคก้มมองแขนที่ยังโอบตัวเองอย่างงงๆ หันมาถามน้องชาย ยังผลให้สองหนุ่มทำหน้าตื่นๆ

ใคร

ก็เด็กตัวอ้วนๆ น่ารักๆ ไง

เฮ้ยไม่มี หลานๆ เล่นอยู่ในบ้านกันครบทุกคน” มหาเสน่ห์หมายถึงลูกพี่สาวพี่ชาย

ไม่ใช่ ลูกใครก็ไม่รู้ มาคุยเล่นกับฉันตั้งนาน” คำตอบของชายหนุ่มทำให้อีกสองคนมองหน้ากันเลิ่กลั่กสลับกับบรรยากาศรอบกาย ฟ้ามืด ไร้ดาว ไร้เดือน มีเพียงแสงไฟสลัวจากตัวบ้าน สองหนุ่มก้าวถอยหลังเบียดตัวเข้าหากันแน่นเมื่อจู่ๆ ลมเย็นๆ ก็พัดเข้ามาหาอีกครั้ง คราวนี้ดูเหมือนลมจะพัดแรงขึ้น แต่ต้นไม้รอบๆ ไม่ยักขยับตามแรงลม

หันไปมองพี่ชายที่เดินส่ายหัวเข้าบ้าน ทิ้งน้องชายให้ยืนตัวแข็งอยู่ที่เดิม เสียงหัวเราะคิกๆ ดังแว่วอยู่รอบตัว ดังอยู่ใกล้ๆ เหมือนเจ้าของเสียงกำลังวิ่งรอบตัวพวกเขาอยู่

ไฮ้คุณอาสุดหล่อ

มหาเสน่ห์ถึงกับกรีดร้องลั่นวิ่งหนีไปก่อน ทิ้งให้มหาลาภที่เห็นเจ้าของเสียงปรากฏตัวให้เห็นแบบไม่ชัด ยืนตัวแข็งอยู่กับที่ เพียงแวบเดียวร่างนั้นก็จางหายไป ใจหนุ่มเต้นตึกตักๆ แรงจนเขาเกือบช็อก

ร่างสูงใหญ่ของมหาลาภถูกกระชากด้วยมือน้องชายที่วิ่งกลับมาลากคอคนเป็นพี่ให้วิ่งตามไปด้วย

เฮ้ จะรีบไปไหนกัน ทำหน้าอย่างกับเห็นผี มานี่ก่อนหนูอยากขอเคลียร์

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,014 ความคิดเห็น

  1. #2950 noodao (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 16:11
    น้องเฟียซลูก...ไปทักทายคุณอาแบบนั้น อาก็วิ่งสิคะ....5555
    #2,950
    0
  2. #2949 -:aannanann:- (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 15:14
    น้องเฟียต ตอนนี้หนูเป็นผีอยู่นะลูกกกกก ท่องไว้ ไอแฮฟสติ!
    #2,949
    0
  3. #2945 แว่นใส (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 12:34
    แล้วหนูไม่ใช่ผีเหรอลูก น้องเฟียซ
    #2,945
    0