รักจงรัก(ษ์)

ตอนที่ 22 : กำลังใจของทีมชง 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,579
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 187 ครั้ง
    3 ต.ค. 62




11

กำลังใจของทีมชง

ช่อดอกไม้ที่วางบนโต๊ะทำงานแต่เช้าทำให้จงรักษ์คลี่ยิ้มเล็กน้อย ยังคงเป็นทานตะวันที่เด่นหราอยู่ท่ามกลางดอกไม้พันธุ์อื่นอีกเช่นเคย มองเข้าไปในห้องพบว่าคนส่งกำลังนั่งมองเธออยู่เหมือนกัน หญิงสาวเสก้มหน้าก่อนลุกเอาดอกไม้ไปจัดใส่แจกัน เช้านี้เธอมาทำงานพร้อมเขาเพราะเขาไปรับถึงหน้าห้องและขอให้เธอทำอาหารเช้าแบบง่ายๆ ให้อีกด้วย

ตอนอยู่ในลิฟต์หญิงสาวได้รับโทรศัพท์จากพี่มืด การที่เธอหายหน้าไปทำให้เขาเป็นห่วง เธอบอกเขาไปตามตรงว่าตอนนี้เจ้านายรู้แล้วว่าอยู่คอนโดเดียวกันและเขาให้เธอติดรถไปทำงานทุกวัน

หญิงสาวพักเรื่องที่บ้านเอาไว้ก่อน คิดว่าอย่างไรก็คนในครอบครัวเดียวกัน แม่คงจัดการแก้ปัญหาเบื้องต้นได้ ตาเองก็คงไม่ใจร้ายใจดำบังคับฝืนใจเธอเป็นแน่

สายตาแปลกๆ ที่พากันเมียงมองมาไม่ได้ทำให้หญิงสาวสะทกสะท้านกระทั่งมาสะดุดที่รอยยิ้มเขินๆ ของคุณป้าแม่บ้าน จะส่งยิ้มคืนแบบไหนดีน้า ยิ้มน้อย ยิ้มมากหรือไม่ยิ้มเลย จงรักษ์ได้แต่คิดในใจ

“สวัสดีตอนเช้าค่ะคุณเลิฟ”

“สวัสดีค่ะป้า”

“วันนี้มาพร้อมท่านรองอีกแล้วนะคะ”

“เอ่อ ค่ะ”

“แล้วเมื่อวานคุณเลิฟไปไหนมาคะ”

“ลากลับบ้านค่ะ พอดีที่บ้านมีเรื่องนิดหน่อย”

“เหรอคะ มิน่าล่ะ”

“มิน่าอะไรเหรอคะป้า”

“ก็ท่านรองทำหน้าไม่สบายใจทั้งวันเลย เห็นคุณเหว่ยบ่นว่าท่านไม่รับข้าวเช้าข้าวเที่ยงเลยนะคะ คงเครียดที่ไม่ได้เห็นหน้าคุณเลิฟ”

“เดี๋ยวค่ะป้า ที่ท่านรองไม่กินข้าวคงไม่ใช่เพราะเลิฟมั้งคะ”

“อุ๊ย จะไม่ใช่ได้ไงคะ เขาลือกันให้แซ่ดทั้งบริษัท เอ่อ…แล้วเรื่องนั้นจริงไหมคะคุณเลิฟ”

“เรื่องไหนคะป้า”

จงรักษ์นิ่วหน้า นอกจากเรื่องช่อดอกไม้ มาทำงานพร้อมกันแล้วมีเรื่องอะไรอีก

“เรื่องที่หัวหิน เขาว่าคุณเลิฟบอกกับคนที่เข้ามาจีบว่ามีสามีแล้ว เป็นถึงรองประธานบริษัท”

เง้อ เธอนึกออกแล้ว…ข่าวล่ามาแรงมากจริงๆ

“เลิฟแค่เอาไปอ้างค่ะ ไม่ใช่เรื่องจริงหรอกค่ะป้า”

“ไม่จริงใครเขาจะพูดกันคะ จริงก็ยอมรับมาเถอะค่ะ”

“ป้าาา เลิฟกับท่านรองไม่ได้เป็นอะไรกันจริงๆ ค่ะ”

“แต่ท่านรองจีบคุณเลิฟใช่ไหมคะ”

“เอ่อ…”

“นั่นไง ป้าคิดไว้ไม่มีผิด”

“ป้าคะ คือว่า…”

“คุณเลิฟเองก็อย่าใจแข็งนักเลยนะคะ ท่านรองไม่เคยมีข่าวเสียหายเรื่องผู้หญิงเลยกระทั่งคุณเลิฟเข้ามาทำงาน ที่เป็นอย่างนี้เพราะท่านรองจริงใจกับคุณเลิฟนะคะ”

จงรักษ์ไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร เหมือนอีกฝ่ายจะปักใจเชื่อทั้งหมดแล้ว แก้มสาวร้อนผะผ่าวขึ้นเมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อคืนวันเสาร์ เธอลืมไปเสียสนิท คุยกับท่านรอง ไปบ้านเขาเมื่อคืนเธอยังนึกไม่ถึงเลย

“ทำไมหน้าแดงๆ เจ๊ไม่สบายหรือเปล่า” ชัยโยถามอย่างห่วงใย เจอหน้ากันเมื่อเช้าก็ยังไม่มีเวลาถามไถ่เรื่องส่วนตัวเพราะงานที่วางพะเนินอยู่บนโต๊ะ

“เปล่า ไม่ได้เป็นอะไร”

“ไม่หาหมอแน่นะเจ๊”

“ไม่”

“เอ…หรือว่าเริ่มหวั่นไหวกับท่านรองแล้ว”

จงรักษ์หันไปค้อนมือชงอันดับสอง รองจากพี่วิก็นังโยนี่แหละ หญิงสาวส่ายหน้าพร้อมกับหยิบกระเป๋าขึ้นเมื่อถึงเวลาพักกลางวัน วันนี้เธอขี้เกียจออกไปข้างนอกจึงสั่งข้าวขึ้นมากินด้านบนซึ่งมีห้องเล็กๆ ติดกับห้องครัวไว้สำหรับทานอาหาร

ผัดผักรวมมิตรกับน้ำพริกปลาทูเป็นอาหารที่จงรักษ์สั่งขึ้นมากิน ในขณะของชัยโยเป็นข้าวผัดกะเพราทะเลพร้อมไข่ดาว สองสาวกินไปคุยไปกระทั่งประตูห้องถูกเปิด

“ขอกินด้วยคนสิ กินคนเดียวผมเหงา”

เคร้ง! ช้อนในมือชัยโยหล่นกระทบจาน ธนวัตเลือกนั่งข้างจงรักษ์ จานข้าวในมือชายหนุ่มเป็นผัดสปาเก็ตตี้

“เลิฟกินน้ำพริกอีกแล้ว”

จงรักษ์มองอาหารตรงหน้าตัวเอง ยิ้มแหยแล้วหันไปตอบเขา

“ชอบค่ะ”

“รู้แล้วครับ” ชายหนุ่มฉีกยิ้มกว้างราวกับเธอกำลังบอกชอบเขาไม่ได้ชอบกับข้าวตรงหน้า

“อร๊ายยย ขออนุญาตฟินครับ” เสียงร้องอร๊ายอย่างเสียจริตแต่ลงท้ายด้วยครับเสียงหล่อทำให้จงรักษ์อยากปาช้อนใส่ชัยโย

“ขอผมกินน้ำพริกด้วยได้ไหมเลิฟ” ธนวัตชวนพูดคุยเหมือนไม่รับรู้ถึงบรรยากาศประดักประเดิดที่กำลังอบอวลไปทั่วห้อง

“ค่ะ”

จงรักษ์ที่เกิดมาไม่เคยถูกผู้ชายจีบทำนองนี้มาก่อนถึงกับไปไม่เป็น เธอยอมให้เขานำเรื่องคืนวันเสาร์มาล้อเธอเสียยังดีกว่าทำเงียบ พอเธอไม่พูดถึงเขาก็ไม่พูด ที่คิดแบบนี้หญิงสาวไม่ได้คิดอยากให้เขารับผิดชอบ แต่เธอต้องการให้เขาพูดขึ้นแล้วเธอจะได้ปฏิเสธให้เป็นเรื่องเป็นราว

ไอ้ครั้นจะให้เธอเอ่ยขึ้นก่อนก็ไม่น่าใช่เพราะดันใช้มุกเมาแล้วเรื้อน เอ๊ย ลืมจำไม่ได้ไปแล้วน่ะสิ

ชัยโยที่เริ่มกลั้นยิ้มไม่ได้รีบจ้วงข้าวคำใหญ่ รีบกินรีบอิ่มจะได้รีบถลาไปหาวงเมาท์ที่ลือเรื่องเลขาพี่เลิฟไปประกาศว่าได้ท่านประธานเป็นสามีที่หัวหิน เมื่อวานต้องเคลียร์งานคนเดียว วันนี้มีโอกาสขอเธอไปอัพเดตข่าวคาวของทั้งสองบ้าง

“เอ่อ ผมอิ่มแล้ว ขอตัวก่อนนะครับท่านรอง เจอกันตอนบ่ายนะครับพี่เลิฟ” ชัยโยมองรุ่นพี่ในที่ทำงานแวบหนึ่งก่อนผุดลุกจากไปอย่างรวดเร็ว

จงรักษ์มองตามอย่างรู้ทัน ก่อนจะต้องก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อเมื่อสบเข้ากับหน่วยตาคม กลิ่นน้ำหอมจากตัวชายหนุ่มลอยต้องจมูก หญิงสาวสูดเข้าปอดแล้วต้องถอนหายใจ…เธอชอบกลิ่นนี้จัง

“ท่านรองใช้น้ำหอมยี่ห้ออะไรคะ”

“…คุณเหม็นเหรอครับ” ชายหนุ่มตอบแล้วถามคำถามนี้กับหญิงสาว

“เปล่าค่ะ”

“หรือเลิฟไม่ชอบกลิ่นน้ำหอม”

“ชะ ชอบค่ะ ที่ถามเพราะจะบอกว่ากลิ่นนี้หอมดี”

“ครับ”

หญิงสาวเบือนหน้าหนี…เธอชวนเขาคุยเรื่องนี้ทำไมเนี่ย

“เลิฟ”

“คะ” หญิงสาวสะดุ้ง

“เรื่องที่หัวหินดังมาถึงที่นี่แล้วนะครับ”

เลขาคนดังของบริษัทเบะปากเล็กน้อย เธอรู้เรื่องนี้เหมือนกันถึงไม่อยากปล่อยนังโยไปร่วมก๊วนกับคนอื่น

“ท่านรองให้ฉัน เอ่อ เลิฟแก้ข่าวไหมคะ” เห็นเขาขึงตาดุใส่จึงรีบเปลี่ยนสรรพนามแทนตัวอย่างเร็ว

“จะแก้ข่าวทำไมครับ”

“แต่ท่านรองเสียหายนะคะ”

เธอเล่นไปประกาศว่าเขาเป็นผัวนี่ หญิงสาวคิดอย่างรันทด

“เลิฟเสียหายกว่าผม” ชายหนุ่มแย้งอย่างใจเย็น จงรักษ์คิดว่านี่คือจุดแข็งของเขา ทำให้เธอหาช่องโต้แย้งออกไปไม่ได้เลย

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ไม่ใช่เรื่องจริงนี่คะ เดี๋ยวคนก็ลืมๆ ไปเอง”

“หมายความว่าเลิฟไม่ถือแล้วก็ไม่อยากให้ผมรับผิดชอบเหรอครับ”

“ค่ะ” จงรักษ์พยักหน้าหงึกๆ ทางนี้เห็นจะเป็นทางรอดทางเดียวของเธอ

ธนวัตเห็นท่าทางของหญิงสาวแล้วรู้สึกตึงที่ใบหน้าเล็กน้อย หลังจากยื่นข้อเสนอขอสาวแต่งงานด้วยสินสอดห้าสิบล้านพ่วงด้วยทะเบียนสมรส สาวเจ้าก็วิ่งหนีเข้าบ้านพักไปหน้าตาเฉย ชายหนุ่มยอมรับว่านั่นเป็นครั้งแรกที่ถูกผู้หญิงปฏิเสธ แถมพอเช้ามาเธอดันทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น อ้างว่าเมื่อคืนเมาจำอะไรไม่ได้

เมา…จำอะไรไม่ได้ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั่งกินข้าวกับเขาอยู่เนี่ยนะ!

“ก็ได้ เอาแบบที่เลิฟสบายใจ หากต้องการให้ผมรับผิดชอบ เลิฟบอกผมได้ตลอด ผมพร้อมเสมอ”

เนี่ย…ก็เป็นซะอย่างนี้ คนอย่างเธอเลยหาทางโต้กลับไม่ได้ จงรักษ์คิดอย่างรันทด เขาพูดเหมือนเขาทำผิดและพร้อมรับผิดชอบเธอ ในขณะที่ความจริงแล้วเธอเป็นฝ่ายผิดเต็มประตู เธอเป็นคนประกาศว่าเขาเป็นสามีจนคนลือ แล้วเขาก็เป็นฝ่ายเสียหายไม่ใช่เธอ

จงรักษ์กลับมาทำงานช่วงบ่ายด้วยใจที่ปลอดโปร่งขึ้นระดับหนึ่ง นับเป็นครั้งแรกที่เธอเจอปัญหาเรื่องข่าวลือแล้วไม่รู้สึกกดดัน อาจเป็นเพราะคนที่เป็นข่าวด้วยเขาไม่เซ้าซี้แถมยังยอมรับฟังความคิดเห็นและความต้องการของเธอก็เป็นได้

เรื่องความรับผิดชอบเธอว่ามันเยอะไป เขาไม่ได้มีส่วนผิดสักนิด จะผิดก็ผิดที่เธอปากเปราะไปเอง หากจะโทษควรโทษธาวินีที่เป็นต้นเหตุของข่าวลือบ้าๆ ในบริษัท เลยพลอยให้เธอบ้าจี้จิตตกแล้วเผลอกล่าวอ้างไปแบบนั้น

ตกเย็นหญิงสาวออกไปพบพี่ๆ ที่ร้านเหล้าตามนัดที่แจ้งมาในไลน์กลุ่ม นัดเร่งด่วนนี้คงไม่พ้นเรื่องของเธอเป็นแน่ การลางานในวันจันทร์เพื่อกลับบ้านทำให้ทุกคนรู้สึกห่วงใยเธอ

จงรักษ์ยิ้มบางยามนึกถึงข้อดีที่ได้มาอยู่กรุงเทพกับป้า ไม่อย่างนั้นเธอก็ไม่เจอพี่นุ นังโย พี่วิ รวมถึงป้าทิพกับลุงรัชด้วย เธอเชื่อมาตลอดว่าในเรื่องร้ายๆ มักซ่อนเรื่องดีๆ ไว้ปลอบใจเธอเสมอ

“มาครบแล้ว เริ่มคำถามได้” ธาวินีเป็นคนเปิดเมื่อสุวารีตามมาสมทบคนสุดท้าย

“จริงจังมาก”

จงรักษ์ออด ทอดสายตามองพี่วิ เจ๊น้ำ พี่นุ ส้ม โยที่ต่างจ้องมองเธอเป็นตาเดียว

“ไม่จริงจังได้ไง ร้อยวันพันปีแกเคยลางานกลับบ้านเหรอ”

“ร้อยวันพันปีอะไรกัน เลิฟทำงานให้พี่แค่หกเดือนเท่านั้น นี่เพิ่งแค่ห้าเดือน ราวๆ ร้อยห้าสิบวันก็พูดมาเหอะ”

“เอาละ จะกี่วันก็ตามแต่ แกเข้าเรื่องได้แล้วยายเลิฟ ที่บ้านมีเรื่องอะไรถึงได้ลางานปุบปับ ไม่ใช่ว่าต้องการหลบหน้าน้องชายนังวิหรอกนะ” เจ๊น้ำเป็นคนถาม เรื่องวีรกรรมสดๆ ร้อนๆ ด้วยการประกาศตัวมีผัวของจงรักษ์เธอไม่พลาดข่าวอย่างแน่นอน

“อ่า ไม่ได้หลบหน้าค่ะ แต่ที่บ้านมีเรื่องจริงๆ ตั้งแต่คืนวันอาทิตย์ พอดีแม่กับตาเขาทะเลาะกันค่ะ” หญิงสาวเล่าเรื่องที่แม่กับตาทะเลาะกันให้ทุกคนฟังอย่างไม่ปิดบัง

“เลิฟเอ๊ย…พี่ว่าตาแกคงวางแผนเรื่องนี้ไว้นานล่ะ ไม่ใช่ปุบปับคิดได้อย่างแน่นอน”

“เห็นด้วยกับนังน้ำนะ แต่แอบแปลกใจที่คราวนี้แม่แกกล้าคัดค้าน”

ในกลุ่มยกเว้นธาวินีกับเจ๊น้ำที่ไม่เคยไปบ้านจงรักษ์ นอกนั้นไปมาหลายครั้งและมักมีเรื่องกลับมาเล่าสู่กันฟัง ส่วนใหญ่เป็นเรื่องหวงหลานของสันต์ รวมถึงเรื่องที่รังรองเกรงอกเกรงใจผู้เป็นพ่อซึ่งทุกครั้งที่เล่าก็มักมีจงรักษ์อยู่ด้วยเสมอ

“คงเห็นแก่เลิฟค่ะพี่วิ เรื่องอื่นแม่ยอมได้หมด ยกเว้นเรื่องแต่งงานสร้างครอบครัว แม่ย้ำกับเลิฟเสมอว่าอยากให้ตัดสินใจเอง”

“แกเคยบอกพี่ว่าตาไม่เคยห้ามไม่ใช่เหรอ แค่พาไปให้ช่วยดู”

“นั่นแหละพี่วิ พอเลิฟไม่พาหนุ่มไปให้ช่วยดูสักที ตาคงหาให้เองมั้ง”

“แล้วทีนี้เอาไงต่อ ตาสันต์คงไม่ยอมรามือง่ายๆ”

“เลิฟกะว่าจะคุยกับพี่ธันค่ะ รายนั้นต้องเข้าใจเลิฟแน่ๆ”

“อ้อ พี่ชายข้างบ้านที่เคยบอกว่าสนิทกันน่ะเหรอ”

“ค่ะ พอโตก็เริ่มห่างกันบ้าง แต่ยังคุยกันได้สนิทใจเหมือนเดิม”

“หวังว่าเขาจะไม่มีทีท่าว่าชอบเรานะเลิฟ ไม่งั้นยุ่งแน่” ดนุออกความเห็น

“เลิฟกลัวเหมือนกันค่ะ สวยน้อยซะเมื่อไหร่” หญิงสาวว่าพลางอมยิ้ม

“ไม่ถ่อมตัวเล้ย” ชัยโยเบ้หน้าใส่คนสวย

“ถ่อมตัวคืออะไร สวยก็ยอมรับว่าสวยสิ สวยแล้วบอกไม่สวยคือคนไม่ปกติย่ะ”

“จ้า ทำเป็นพูดอารมณ์ดีไปเถอะ กลับบ้านให้มันได้แบบนี้บ้างนะ” เป็นสุวารีที่แทรกขึ้น

จงรักษ์ยิ้มแหย “คงไม่ได้หรอก กลับบ้านก็คงอยากร้องไห้มากกว่ายิ้มแล้วพูดหยอกแบบนี้”

“เฮ้ยไอ้เลิฟ ไม่พูดให้ห่วงดิ” ธาวินีโวยวาย

“เลิฟพูดจริงๆ รอบนี้ทั้งเหนื่อยทั้งหน่วงเลยพี่วิ”

คนที่เหลือต่างมองหน้ากัน นับเป็นครั้งแรกที่ได้ยินจงรักษ์ยอมรับความรู้สึกตัวเอง ปกติมีเรื่องให้ปวดตัวแค่ไหนเจ้าตัวก็เอาแต่ยิ้มแหยๆ บอกเดี๋ยวก็ดีขึ้น เดี๋ยวมันก็ผ่านไป ไม่เคยพูดยอมรับตรงๆ แบบนี้

“แกเปลี่ยนไปนะ”

“นั่นสิ เมื่อก่อนไม่เห็นยอมรับง่ายๆ แบบนี้”

“มีคนบอกมาค่ะ ให้เลิฟยอมรับปัญหา เป็นตัวของตัวเอง ชอบก็บอกว่าชอบ ไม่ชอบก็ให้พูดออกไปตรงๆ”

“คนดีอะ”

“เลิฟเหรอพี่”

“เปล่า คนที่บอกแก เขาทำได้ไงวะเนี่ย”

“ก็ไม่เห็นทำอะไร แค่พูดเท่านั้นเอง”

“เป็นคนอื่นหรือพวกฉันพูดแกจะเชื่อไหม”

“เชื่อสิคะ แต่ไม่เคยมีใครพูด”

คนที่เหลือมองหน้ากันอีกครั้งก่อนจะพยักหน้ายอมรับ ไม่เคยมีใครกล้าพูดจริงๆ

“จริงอย่างไอ้เลิฟมันว่าล่ะ เรามัวแต่ห่วงกลัวมันเสียใจจนไม่กล้าพูดกล้ายุให้มันปฏิเสธพ่อแม่ป้ากับตามันบ้าง”

ทุกคนในกลุ่มต่างได้รู้ เคยได้เห็นกับตาเรื่องความเอาแต่ใจของคนในครอบครัวจงรักษ์ ทุกคนล้วนแต่อยากให้จงรักษ์ทำนั่นทำนี่โดยไม่ถามไถ่หลานสาวคนเดียว แม้ว่าจะทำไปเพราะรักแต่อย่างไรเสียก็ควรสอบถามความเต็มใจเสียก่อน

“เรียกอีกอย่างว่ายุให้มันเป็นกบฏสินะ” เจ๊น้ำว่ากลั้วขำ

“ถ้าเลิฟหัวกบฏตั้งแต่แรก ป่านนี้คงไม่ได้อยู่อย่างสงบสุขบ้างเหมือนทุกวันนี้หรอกค่ะ”

คนอื่นๆ พยักหน้าเห็นด้วย ชอบความคิดบวกทำนองนี้ของจงรักษ์ บางอย่างก็ต้องคล้อยตาม ไปแข็งข้อใส่รังแต่จะมีเรื่องกันเปล่าๆ

“นั่นสิ เอาเป็นว่าต่อจากนี้ไปมีอะไรให้แกพูดกับพวกพี่ตรงๆ นะเลิฟ แล้วก็อย่าปิดเครื่องหายไปเหมือนวันจันทร์อีก รู้ไหมคนทางนี้เขาห่วง”

“เลิฟไม่พร้อมคุยกับใครนี่คะ เก็บพลังไว้สู้กับตา”

“พูดซะเวอร์เชียว เขาไม่ฆ่าแกงแกหรอก คนในบ้านแกน่ะถึงเอาแต่ใจกันไปบ้าง แต่มองในแง่ดีเหมือนที่แกมองเขาก็รักแกนั่นแหละ” ดนุเอื้อมมือไปลูบหัวน้อง

สาวที่ถูกผู้คนรุมรักพยักหน้า เธอคิดแบบนี้มาตลอดชีวิตถึงได้มีความสุขบ้างทุกข์บ้างปะปนกันไป ไม่ได้คิดเอาแต่ใจว่าทุกคนไม่ยอมถามเธอ เพราะหากเป็นแบบนั้นเธอคงทุกข์มากกว่าสุข

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 187 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

267 ความคิดเห็น

  1. #266 noodao (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 21:37
    เลิฟสู้ๆนะ
    #266
    0
  2. #244 vzavii (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 09:17
    แง สงสารน้องเลิฟ
    #244
    0
  3. #240 Jvar J. (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 21:12
    มีแต่คนหวังดีกับเลิฟ 555
    #240
    0
  4. #239 ao_majo (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 19:30

    นู๋เลิฟสู้ๆ

    #239
    0
  5. #238 Bobo_Phitchy (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 16:58
    อยากอ่านเล่มเต็มแล้ววว รออีบุ๊ค
    #238
    0
  6. #237 proud_wt (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 14:42
    น้องเลิฟโชคดีมีคนรักเยอะ แต่บางคนก็อาจจะรักแบบผิดๆไปหน่อย
    #237
    0
  7. #236 pnui19 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 13:31

    เลิฟก็โชคดีเนอะ มีพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ที่รักคอยห่วงใยตลอด


    ขอบคุณค่ะ


    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-big-13.png

    #236
    0