รักจงรัก(ษ์)

ตอนที่ 21 : เหนื่อยจนหน่วง 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,296
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 150 ครั้ง
    2 ต.ค. 62

จงรักษ์ขับรถมาถึงบ้านไล่หลังสันต์เพราะหญิงสาวขับช้าๆ ตามหลังผู้เป็นตาที่ยังแข็งแรงเดินถึงบ้านยังไม่มีท่าทางเหนื่อยหอบแต่อย่างใดรังรองเห็นผู้เป็นพ่อเดินหน้าบึ้งเข้ามาแล้วจึงถอนใจอย่างโล่งอกหากลูกสาวไม่มาแล้วหล่อนเป็นคนไปตามเองไม่แคล้วจะเป็นเรื่องราวใหญ่โตกว่าเดิม

“พ่อกินข้าวมาหรือยัง” 

“ไม่หิว” 

“พ่อ…” 

“เรื่องแค่นี้ทำไมต้องฟ้อง” สันต์ทำตาดุใส่ลูกสาว

“แม่ไม่ได้ฟ้องหรอกค่ะตาแล้วก็ไม่ใช่เรื่องแค่นี้แต่เป็นเรื่องใหญ่” จงรักษ์เข้ามาไกล่เกลี่ย

“ไม่ฟ้องเราจะรู้เหรอทำให้ลูกต้องขาดงานแกนี่มันตัวปัญหาจริงๆ” 

จงรักษ์สบตาแม่แล้วส่ายหน้าเพื่อปรามไม่ให้แม่โต้ตอบ

“ตาคะเรื่องแต่งงานเลิฟยังไม่คิด” 

“ตาก็ไม่ได้ว่าอะไรแค่อยากให้หมั้นหมายกันไว้ก่อนพร้อมเมื่อไหร่ค่อยแต่ง” คนที่แอบไปหารือกับเพื่อนเรียบร้อยเมินหน้าไปทางอื่นรู้ว่าผิดเหมือนกันที่ไม่ปรึกษาใครก่อนแต่เขาอยากให้หลานลงเอยกับธันวาจริงๆ 

“เลิฟไม่ได้รักพี่ธัน” 

“ลองคบหาดูใจสักพักอีกหน่อยก็รักกันเองธันไม่มีอะไรเสียหาย” แม้จะเคยมีแฟนที่คบหากันช่วงหนึ่งจนถึงขั้นเกือบแต่งงานแต่ต้องเลิกรากันไปสันต์ก็ไม่ถือ

“พี่ธันไม่มีอะไรเสียหายก็จริงค่ะแต่เลิฟก็ไม่คิดจะรักพี่เขาแบบแฟนได้ค่ะตา” 

“ยายเลิฟแกยังไม่ลองคบจะรู้ได้ไง” 

“ตาคะเลิฟอยากกลับมาทำร้านทำรีสอร์ตอย่างสบายใจเลิฟไม่อยากหาห่วงมาผูกคอ” หญิงสาวอ้อนวอนทางด้านพ่อกับป้าไม่อยากให้เธอทำงานทางนี้ยอมให้ทำแต่อยากให้แต่งงานแต่งการไปด้วยเธอไม่อยากเลือกเลยสักทาง

“พ่อปล่อยให้หลานตัดสินใจเถอะ” รังรองช่วยลูกพูดอีกแรง

“เหอะมันจะเหมือนที่ฉันเคยปล่อยให้แกเลือกคู่ชีวิตแกเองไง” 

“ตาคะเลิฟกับแม่คนละคนกันนะคะอีกอย่างเรื่องของแม่กับพ่อมันจบนานแล้วนะคะ” จงรักษ์แทรกขึ้นอย่างเหลืออดตาชอบยกความผิดพลาดของแม่มาตัดสินเธอเสมอ

“แม่ลูกมันจะต่างกันตรงไหนเชียวไม่รู้ล่ะ…ถ้าเรากลับมาบ้านเมื่อไหร่ตาจะให้หมั้นหมายกับธันไว้ก่อน” 

“แล้วถ้าเลิฟไม่กลับก็ไม่ต้องหมั้นใช่ไหมคะ” 

“ยายเลิฟ!” 

สันต์ชี้หน้าหลานสาวน้อยครั้งที่จงรักษ์จะดื้อใส่

“เรื่องนี้เรื่องใหญ่เลิฟยอมไม่ได้จริงๆ ค่ะถ้าตายังยืนกรานว่าหากเลิฟกลับบ้านมาทำร้านทำรีสอร์ตแล้วต้องหมั้นกับพี่ธันเลิฟจะยกเลิกทั้งหมดเลิฟจะไปอยู่ที่อื่น” 

“ยายเลิฟ!” 

จงรักษ์…ถ้าคุณทำใจให้ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ปัญหาก็ไม่ใช่ปัญหาในโลกใบนี้ไม่มีใครเป็นแบบที่คุณต้องการได้ทั้งหมดและคุณ…ก็ไม่สามารถเป็นในแบบที่แต่ละคนต้องการให้คุณเป็นเช่นกัน

เป็นตัวของตัวเองเถอะถ้าคุณชอบก็บอกชอบไม่ชอบก็ให้ท้วงติงอย่าได้แบกรับความคาดหวังของคนอื่นอีกเลยนะครับ

คำพูดเหล่านี้เองที่ปลุกความกล้าในตัวหญิงสาวตระหนักได้แล้วว่าการแบกรับความคาดหวังของรอบข้างเอาไว้มันเหนื่อยสาหัสขนาดไหนหากวันนี้เธอรับปากจะหมั้นหมายกับธันวาเธอเชื่อว่าป้ากับพ่อที่ทราบเรื่องจะพากันสรรหาผู้ชายรวยๆ ที่เหมาะสมกับเธอเช่นกันแล้วทั้งสองฝ่ายก็จะเริ่มเล่มสงครามประสาทใส่กันโดยมีเธอเป็นคนกลางที่ต้องแบกรับทุกอย่างที่พวกเขาทุ่มเข้าใส่โดยไม่ถามไถ่ความต้องการของเธอสักนิด

“เลิฟพูดจริงๆ นะคะถ้าตายังอยากให้เลิฟฝืนทำตามที่ตาต้องการเลิฟจะไม่กลับมาอยู่ที่นี่” 

“แกจะเนรคุณเหรอ” 

“พ่ออย่าใช้คำนั้น” รังรองท้วงเมื่อเหตุการณ์ชักจะบานปลายกลายเป็นหลานเนรคุณตาโดยที่จงรักษ์ยังไม่ได้ทำอะไรเลย

“ทำไมจะใช้ไม่ได้ถ้ามันไม่กลับมาอยู่บ้านก็เท่ากับเนรคุณนี่คงคิดวางแผนจะอยู่เป็นหงส์ชูคอกับพ่อกับป้ามันแต่แรกแล้วสิ” 

ถึงตรงนี้จงรักษ์หักห้ามทัพน้ำตาเอาไว้ไม่ไหวหญิงสาวปล่อยให้มันไหลรินออกมาให้สมกับความน้อยใจและความเจ็บปวดที่รุมเร้าภายในใจ

“ตา…เลิฟไม่เคยคิดไปอยู่ที่อื่นกระทั่งตาจะให้เลิฟหมั้นกับพี่ธันนี่แหละค่ะ” 

“…” 

“เลิฟไม่ได้รักเขาต่อให้ลองคบหากันเลิฟก็คิดว่าคงไม่มีวันที่เลิฟจะรักเขาได้ถ้ารักได้เลิฟรักไปนานแล้วค่ะไม่ต้องรอให้ตามาบอกให้คบกันหรอก” 

หญิงสาวขบริมฝีปากที่สั่นระริกในชีวิตไม่เคยมั่นใจเท่านี้มาก่อนความรู้สึกที่เธอมีต่อธันวามีแค่ความเป็นพี่น้องกันเท่านั้น

“เลิฟอยากกลับมาอยู่กับตากับแม่อยากดูแลทั้งสองคนเพื่อชดเชยช่วงเวลาที่เลิฟไปอยู่กับป้าแล้วเลิฟก็อยากมาสานต่อความฝันของเลิฟให้เป็นจริงร้านอาหารของแม่รีสอร์ตของตาที่เลิฟเคยบอกตอนเด็กไงคะ” 

“…” 

“เลิฟเดี๋ยวแม่คุยกับตาเองเลิฟกลับกรุงเทพไปก่อนก็ได้ลูก” 

จงรักษ์มองแม่กับตาสลับกันถ้าแม่คุยกับตาได้ก็คงไม่ตามเธอกลับบ้านหญิงสาวได้แค่คิดในใจโดยไม่พูดออกไปบางที…เธอก็แอบคิดจะมีที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ไหมที่เธอสามารถอยู่ได้อย่างสงบสุข


จงรักษ์กลับกรุงเทพด้วยใจบอบช้ำแม้จะไม่ใช่เรื่องเจ็บปวดที่สุดของชีวิตแต่ถ้ามันมีเข้ามาเป็นระลอกหญิงสาวก็คิดว่าเธอรับไม่ไหวบ้านป้าต้องการอย่างนั้นบ้านตาต้องการอย่างนี้ต่อให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำล้วนเกิดจากความรักที่มีต่อเธอเธอก็ยังคิดอยู่ดีว่าเริ่มรับไม่ไหวแล้ว

“เลิฟ” หญิงสาวเงยหน้ามองคนเรียกชื่อเธอในลิฟต์

“ท่านรอง” เขามาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้อาจเป็นเพราะเธอมัวแต่เหม่อก็ว่าได้

“มีเรื่องไม่สบายใจเหรอครับ” คนที่เห็นหญิงสาวตั้งแต่เธอลงจากรถและเดินตามมาเรื่อยๆ กระทั่งเข้าลิฟต์ถามท่าทางเหม่อลอยทำให้ชายหนุ่มรู้สึกห่วงใยไม่น้อย

“นิดหน่อยค่ะพอดีที่บ้านมีปัญหา” 

“ต้องการที่ปรึกษาไหมครับ” 

จงรักษ์เงยหน้ามองเขาอีกครั้งหลังจากก้มหน้าตอบเธอรู้ว่าตาเธอแดงจึงไม่ค่อยอยากสบตากับเขามากนัก

“เอ่อ…” 

“ไม่ต้องเกรงใจไปห้องผมไหมจิบเบียร์เย็นๆ แล้วระบายออกมา” 

หญิงสาวส่ายหน้าเขาคงไม่ได้ล่อลวงเธอใช่ไหม

“แล้วที่ห้องเลิฟมีเบียร์ไหมไปที่นั่นก็ได้” 

“ไม่มีค่ะ” 

“งั้นไปห้องผมรับรองด้วยเกียรติของลูกผู้ชายว่าจะไม่ทำอะไร” 

“ถ้าเลิฟไม่เต็มใจมีต่อแบบนี้ด้วยไหมคะ” 

ธนวัตคลี่ยิ้มให้เลขาจอมกวนเขาว่าเธอนิสัยกวนๆ มากกว่าดุเสียอีก

“ต่อให้เลิฟลุกขึ้นมาปลุกปล้ำผมด้วยตัวเองคืนนี้ผมก็ไม่ยอมสัญญาว่าจะห้ามอย่างสุดกำลังเลยครับ” 

จงรักษ์ทำหน้าแหย…ก่อนจะสบตาเขาจริงๆ เธอไม่เชื่อเขาหรอกว่าจะไม่ทำอะไรขึ้นชื่อว่าผู้ชายไว้ใจได้ที่ไหน

“ตกลงค่ะอย่าลืมที่พูดนะคะต่อให้เลิฟบ้าดีเดือดลุกขึ้นมาปลุกปล้ำท่านรองก็ต้องห้ามเลิฟนะโยนลงจากตึกได้ยิ่งดี” 

ที่ยอมไปเพราะเธอไม่อยากอยู่คนเดียวคืนนี้มันโคตร…หน่วงเลยอยู่คนเดียวเธอต้องร้องไห้แน่ๆ อีกอย่างที่ยอมเชื่อเขาเพราะเธอเชื่อสัญชาตญาณของตัวเอง…มันบอกว่าเขาไว้ใจได้


ความกว้างขวางของห้องทำให้จงรักษ์ที่อารมณ์ไม่สู้ดีนักอดห่อปากไม่ได้เทียบกับห้องเธอแล้วที่นี่หรูหรากว่าหลายขุมสมกับเป็นห้องพักของทายาทตระกูลใหญ่หญิงสาวเดินตามเข้าไปในห้องโดยนั่งรอตรงโซฟาธนวัตเดินไปยังห้องครัวเล็กๆ ซึ่งอยู่อีกมุมในตู้เย็นของชายหนุ่มไม่เคยมีเบียร์และเขาไม่ได้ชอบกินกระทั่งกลับจากหัวหินนั่นแหละถึงสั่งให้คนหาซื้อมาไว้

ปกติชายหนุ่มเป็นคอไวน์เพิ่งจะมีวันสองวันนี้แหละที่หันมาลองจิบเบียร์เย็นๆ ดูบ้างจิบไปคิดถึงคนที่ทำให้เขาเสียศูนย์ไปด้วยพอเธอส่งข้อความมาลางานเขาเกือบจะลงไปเคาะประตูห้องสอบถามดีที่ยังพอมีสติโทรศัพท์ไปแทนพอได้ทราบเรื่องจึงอดห่วงใยเธอไม่ได้

“ไปนั่งรับลมตรงโน้นกันครับ” 

จงรักษ์ลุกเดินตามเขาไปที่ระเบียงซึ่งกว้างขวางสมกับความหรูหราของห้องหญิงสาวรับแก้วพร้อมกล่าวขอบคุณธนวัตปล่อยให้หญิงสาวจิบเบียร์เย็นๆ ให้สบายใจไม่เร่งรัดให้เธอรีบระบายปัญหา

“ขอบคุณท่านรองนะคะเลิฟสบายใจขึ้นเยอะเลย” ดื่มหมดแก้วที่สองจิตใจหญิงสาวจึงผ่อนคลายลงบ้างเธอว่าเบียร์นี่ไม่ได้ช่วยอะไรมากหรอกความเงียบต่างหากล่ะที่ทำให้เธอดีขึ้นหากเขาเกิดซักถามเร่งเอาคำตอบเธอว่าเธอคงไม่สบายใจขึ้น

“ถ้าเลิฟไม่อยากพูดก็ไม่ต้องพูดแค่จำเอาไว้ว่าหากมันเกินมือเลิฟก็ปล่อยปัญหามันไปซะอย่าไปแบกรับมัน” 

“บางอย่างผลักไสไม่ได้หรอกค่ะ” 

“ถ้าบางอย่างที่เลิฟพูดถึงคือความต้องการของญาติผู้ใหญ่ในบ้านคุณผมว่าเลิฟควรพูดให้เขาเข้าใจ” 

หญิงสาวฟังแล้วน้ำตาคลอวันนี้เธอได้ทำแบบนั้นไปแล้วแต่ผู้เป็นตากลับโมโหจนหาว่าเธอเนรคุณ

“เลิฟเหนื่อย…” 

นับว่าชายหนุ่มเป็นคนแรกที่ได้ยินประโยคนี้จากปากหญิงสาวจงรักษ์คิดว่ามันถึงที่สุดแล้วเรื่องแต่งงานสร้างครอบครัวไม่ใช่เรื่องเล็กเธอไม่สามารถสนองความต้องการของตาได้จริงๆ 

“งั้นเราไปที่แห่งหนึ่งดีไหมที่ที่มีคนเข้าใจเลิฟ” 

หญิงสาวนิ่วหน้าตอนแรกเขาชวนไปที่แห่งหนึ่งก็แอบคิดว่าเป็นสวนสาธารณะในโครงการหมู่บ้านที่เขาซื้อไว้แน่แต่พอบอกว่าที่ที่มีคนเข้าใจเธอเนี่ยคิดไม่ออกเลย

“ไม่ใช่ที่นี่เหรอคะ” 

ธนวัตยิ้มเอื้อมมือไปยีหัวหญิงสาว

“ที่นี่ก็ใช่ครับมีคนเข้าใจเลิฟอยู่หนึ่งคนแต่ถ้าไปอีกที่จะมีเพิ่มขึ้นอีกเป็นสาม” 


สถานที่ที่ชายหนุ่มบอกคือบ้านหลังใหญ่ซึ่งใช้เวลาขับรถไม่ถึงชั่วโมงจงรักษ์ไม่รู้ชายหนุ่มทำอย่างไรประมุขของบ้านทั้งสองจึงออกมายืนรออยู่หน้าบ้านหญิงสาวลงจากรถแล้วยกมือไหว้ป้าทิพกับลุงรัชเคยไปมาหาสู่บ้านป้าตั้งแต่เธอยังเล็กกระทั่งเธอย้ายมาอยู่กับป้าท่านทั้งสองก็หมั่นไปเยี่ยมเยือนเธอกับป้าเสมอ

พอเข้ามหาวิทยาลัยแล้วเธอได้เป็นน้องรหัสดนุซึ่งบังเอิญเป็นหลานรหัสพี่วิซึ่งพอได้เจอหน้าค่าตากันอยู่ก่อนแล้วแต่ไม่ได้สนิทมากนักเพิ่งมาสนิทกันจริงจังหลังจากที่เข้าเรียนมหาวิทยาลัยนี่แหละ

สิ่งที่น่าแปลกคือตลอดระยะเวลาที่ไปมาหาสู่กันเธอไม่เคยเจอกับท่านรองเลยเขาไปเรียนต่อต่างประเทศตั้งแต่จบมัธยมต้นหนึ่งปีกลับบ้านสองสามครั้งตามคำบอกเล่าของพี่วิ

“มาให้ป้ากอดหน่อย” ธัญทิพกางแขนกว้างจงรักษ์จึงเดินเข้าหาอีกฝ่ายน้ำในตาค่อยๆ ไหลทะลักออกมา “ไม่ร้องนะลูกนะมีปัญหาอะไรก็ค่อยๆ คิดค่อยๆ แก้กันไป” 

ธัญทิพพาจงรักษ์มาที่ห้องนั่งเล่นเช็ดน้ำตาให้หญิงสาวแล้วจึงค่อยๆ สอบถาม

“ตากับแม่เขามีปัญหาอะไรเหรอลูก” คนที่ทราบจากปากลูกชายตั้งแต่เมื่อกลางวันรู้สึกห่วงใยจงรักษ์จนสั่งให้ลูกคอยตามดูแลหากน้องกลับคอนโดและเป็นโชคดีที่ธนวัตบังเอิญเจอจงรักษ์ที่ลานจอดรถพอดีก่อนชายหนุ่มจะพาจงรักษ์มาที่บ้านได้ส่งข้อความมาบอกท่านล่วงหน้าทั้งสองจึงพากันออกไปรอหน้าบ้าน

“ตาอยากให้เลิฟหมั้นกับคนที่ตาคิดว่าเหมาะสมค่ะ” 

“หมั้น” 

ธัญทิพทวนแล้วอดหันไปทางลูกชายไม่ได้ฝ่ายนั้นกำลังนั่งฟังด้วยสีหน้าเรียบขรึม

“ค่ะ” 

“แล้วแม่กับเลิฟว่ายังไง” 

“แม่คัดค้านบอกอยากให้เลิฟตัดสินใจเองแต่ตาไม่ยอมเลยทะเลาะกันค่ะ” 

“แล้วที่เลิฟกลับไปบ้านล่ะลูกเลิฟ…เอ่อตกลงเต็มใจจะทำตามที่ตาเขาต้องการไหม” 

จงรักษ์มองมือบนตักตัวเองที่ถูกธัญทิพกุมไว้จนทำให้รู้สึกอบอุ่น

“ไม่ค่ะเลิฟบอกตาไปแล้วว่าไม่อยากแต่งงาน” 

ธัญทิพถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอกก่อนจะเอื้อมมือไปลูบศีรษะอีกฝ่ายอย่างปลอบโยน

“ป้าไม่รู้ว่าคุยกันยังไงแต่อยากให้คำแนะนำหนูนะลูกถ้าตาเขายังไม่รับฟังตอนนี้หรือยืนกรานจะเอาตามที่ต้องการให้ได้เลิฟรอให้เขาใจเย็นก่อนค่อยพูดกันอีกทีนะลูก” 

“ค่ะแต่เสาร์นี้เลิฟต้องกลับบ้านไปเซ็นสัญญากับผู้รับเหมายังไงก็ต้องคุยกันวันนั้นแหละค่ะ” 

แผนการในอนาคตทั้งหมดจงรักษ์ไม่คิดล้มเลิกรวมถึงเรื่องกลับไปดูแลตากับแม่ด้วย

“งั้นก็ต้องค่อยๆ คุยอย่างใจเย็นนะลูก” 

“ขอบคุณค่ะ” 

หญิงสาวส่งยิ้มให้ป้าทิพเลยไปถึงลุงชัชก่อนจะหยุดที่…พี่วินซึ่งป้าทิพเคยพูดถึงบ่อยๆ น่าแปลกจริงๆ ที่คนเหล่านี้ไม่ได้ซักถามอะไรมากมายเธอเองก็ไม่ได้เล่ารายละเอียดเยอะเกินไปแต่พวกเขากลับมองเธอด้วยสายตาเข้าอกเข้าใจ

จงรักษ์เพิ่งตระหนักได้ในตอนนี้เองว่าคนที่นี่ต่างเว้นระยะให้กับเธอยอมอยู่ห่างเท่าที่เธอสบายใจไม่ได้สร้างความรู้สึกอึดอัดใดๆ ให้กับเธอเลย

ณ ตอนนี้เธอไม่ได้รู้สึกเหนื่อยจนหน่วงเหมือนต้องเผชิญหน้ากับคนในครอบครัวเลยที่แห่งนี้คงมีคนเข้าใจความรู้สึกเธอจริงๆ สินะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 150 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

267 ความคิดเห็น

  1. #265 noodao (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 21:32
    พี่วินน่ารักที่สุด
    #265
    0
  2. #243 vzavii (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 09:09
    ท่านประทานน่ารักที่ 1 เลยอะ
    #243
    0
  3. #235 fsn (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 11:21

    ทำไมผู้ใหญ่พออายุเยอะก็เริ่มเอาแต่ความคิดตัวเองเหมือนตากันไปหมด แล้วก็มีแต่คำอ้างที่แสนดี กับคำต่อว่าที่โหดร้าย เป็นวัฎจักรอายุเหรอคะ

    #235
    0
  4. #234 Jvar J. (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 21:50
    ท่านรองคนดีย์
    #234
    0
  5. #233 ao_majo (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 16:17

    ท่านรองฯ.....ที่พักใจของนู๋เลิฟ

    #233
    0
  6. #232 proud_wt (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 14:04
    อย่างน้อยก็มีคนเข้าใจเลิฟนะ
    #232
    0
  7. #231 pnui19 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 11:52

    สงสารน้องเลิฟจังเลย


    ขอบคุณค่ะ


    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-big-11.png

    #231
    0
  8. #230 drn_ptk (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 11:18
    น้ำตาไหลเลย. ที่เขาบอกว่าถึงจะมีเงินมากองตรงหน้าถ้ามีครอบครัวที่รู้อยู่ว่ารักและหวังดี แต่ไม่เข้าใจตัวตนของเราก็คงรู้สึกเหนื่อยเหมือนเลิฟ.
    #230
    0