รักจงรัก(ษ์)

ตอนที่ 13 : ใจบาง 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,360
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 156 ครั้ง
    24 ก.ย. 62

ได้ไปนั่งจิบเหล้าพูดคุยกับพวกพี่ๆ เช้าวันพุธหญิงสาวจึงตื่นขึ้นมาอย่างปลอดโปร่งความรู้สึกนี้อบอวลอยู่ภายในห้องกระทั่งหญิงสาวเปิดประตูก้าวออกมาธนวัตที่ยืนก้มหน้าในมือถือแท็บเล็ตเงยหน้ายิ้มให้หญิงสาว

“อรุณสวัสดิ์ครับ” 

สาวที่เจอหนุ่มมาทักทายถึงหน้าห้องแต่เช้าเกิดทำตัวไม่ถูกเธอยังไม่ได้ให้เบอร์ห้องบอกชั้นกับเขาเลยทำไมเขาถึงมาถูก

“เลิฟ” 

“ขาคือ…ท่านรองกินข้าวเช้ามาหรือยังคะ” 

แง…ผีเสาคอนโดตัวไหนดลใจให้เธอพูดแบบนี้เธอต้องตอบกลับว่าอรุณสวัสดิ์ค่ะท่านรองทำไมมาถึงหน้าห้องเลิฟได้สิ! 

“ยังเลยเช้านี้เลิฟลงรูปอาหารผมเห็นแล้วหิวเหมือนกัน” 

“หาเอ่อ…” 

นี่ไม่ใช่คำตอบที่จงรักษ์อยากได้ยินสักนิดเขาตอบมาแบบนี้เธอจะไปต่อยังไงดี

“จงรักษ์…คุณทำอาหารเช้าให้ผมกินได้ไหมครับ” 

หลังจากประโยคเรียกชื่อเต็มและขอให้ทำอาหารจงรักษ์ก็มายืนอยู่ภายในห้องข้าวผัดไข่อาหารเช้าแบบง่ายๆ ของเธอถูกทำอีกครั้งโดยมีท่านรองยืนกอดอกมองอยู่ไม่ห่างจงรักษ์ไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมองหน้าเขาด้วยซ้ำ

ยอมรับว่ากลัวเห็นสีหน้าท่านรองตอนนี้มากไม่ว่าเขาจะทำหน้ายิ้มหน้าเคร่งขรึมหรือแสดงความรู้สึกอะไรก็ตามแต่เธอไม่อยากเห็น! 

“ได้แล้วค่ะ” 

“ขอบคุณครับ” 

ข้าวผัดร้อนๆ ถูกเสิร์ฟพร้อมกับน้ำเย็นธนวัตรับมาพร้อมกับเดินไปนั่งที่โต๊ะกินข้าวใกล้ๆ 

“รับกาแฟด้วยไหมคะเอ่อ…แต่มีแค่กาแฟแคปซูลนะคะ” 

“ไม่เป็นไรเดี๋ยวไปถึงที่ทำงานเลิฟค่อยทำให้ผมก็ได้” 

“ค่ะท่านรองตามสบายนะคะ” จงรักษ์เลี่ยงไปนั่งที่โซฟาเธอไม่นั่งที่โต๊ะกินข้าวกับเขาเพราะต้องการให้ความเป็นส่วนตัวหรืออีกอย่างคือกลัวเธอเขินเอ๊ยเขาเขินกินข้าวอยู่ใครจะชอบให้คนมาจ้องกันเล่า

“อร่อยมากครับ” 

แก้มหญิงสาวร้อนผ่าวจงรักษ์คิดว่าเธอต้องเสียสติไปแล้วแน่ๆ หรือไม่ก็ถูกน้ำเสียงนุ่มทุ้มล่อลวง

ฮื้อออ…ใครก็ได้พาเธอออกไปจากสถานการณ์เลิ่กลั่กแบบนี้ที

เธอไม่อยากสนิทกับท่านรอง! 


ภาพท่านรองกับเลขาสาวมาทำงานพร้อมกันสองวันติดทำให้พนักงานในบริษัทต่างแอบจับตามองชัยโยที่เพิ่งทราบเรื่องจงรักษ์มาทำงานพร้อมกับเจ้านายถึงกับต้องกลั้นเสียงกรี๊ดเขาว่าจะเลิกชงแล้วทำไมพี่เลิฟถึงทำแบบนี้จงรักษ์เห็นท่าทางอีกฝ่ายแล้วจึงปางานใส่รัวๆ จะได้ไม่มีเวลาคิดเรื่องไร้สาระ

ช่วงนี้งานค่อนข้างยุ่งเพราะรีสอร์ตที่หัวหินซึ่งเพิ่งขยายเพิ่มเติมกำลังมีปัญหาหญิงสาวเพิ่งรู้ว่าสองสัปดาห์ที่ผ่านมาธนวัตต้องเดินทางไปหน้างานในช่วงเสาร์อาทิตย์

“ตอนเที่ยงท่านรองมีนัดทานข้าวกับคุณวิรุธนะคะ” สาวที่เข้ามาเตือนท่านรองเอ่ยสถานที่นัดช่วงบ่ายคือร้านอาหารญี่ปุ่นในห้างสรรพสินค้าไม่ไกลจากที่ทำงาน

“เลิฟไปกับผมช่วยตรวจเช็กเอกสารที่จะให้คุณวิรุธดูอีกครั้งด้วยนะครับ” 

“เอ่อค่ะงั้นเลิฟขอตัวก่อนนะคะ” 

หญิงสาวออกจากห้องไปอย่างงงๆ แต่ไหนแต่ไรก็มีบ้างแหละที่เธอต้องออกไปบ้างแต่แค่ไปกินข้าวแล้วคุยเรื่องสัญญากับลูกค้านี่ไม่จำเป็นต้องถึงมือเธอไหมแถมคุณวิรุธนั่นก็เพื่อนสนิทเจ้านายเลยแค่พาหวังเหว่ยไม่ก็สาทิสไปก็ได้

“เจ๊ เที่ยงนี้ไปร้านเจ๊น้ำป่ะนึกอยากกินส้มตำแซ่บๆ น่ะ” ชัยโยเห็นจงรักษ์เดินออกจากห้องท่านรองเลยเอ่ยถาม

“ไปไม่ได้ต้องไปข้างนอกกับท่านรอง” 

“ไปคุยเรื่องสัญญากับคุณวิรุธน่ะเหรอ” 

“อืม” 

“ไม่น่าถึงมือเจ๊นะ” 

“คงแล้วแต่อารมณ์ท่านรองมั้งอีกอย่างเผื่อได้แก้ไขสัญญาคงอยากให้พี่ไปนั่งฟังน่ะ” 

“น่าจะจริงแหละอดไปกินข้าวด้วยกันเลย” 

“เฮอะปากพูดแบบนี้แต่ในใจกำลังโห่ร้องสินะไม่มีพี่แกจะได้ไปเมาท์ให้แซ่บกว่าส้มตำ” 

เรื่องเธอมาทำงานพร้อมท่านรองอย่างไรก็หนีไม่พ้นปากผู้คนโดยเฉพาะพวกปากหอยปากปูอย่างนังโย

“หูยเลี้ยงกุมารทองไว้ปะเนี่ย” 

“ตาแกมันฟ้องต่างหากเป็นประกายเสียขนาดนั้น” 

“แต่โยสัญญานะว่าจะเมาท์แต่พอเพียงเอ๊ยพอดีไม่ตีไข่ใส่สีเยอะหรอกใครพูดมากก็จะเบรก” 

“ให้มันจริงเถอะแค่ฉันมาทำงานพร้อมท่านรองทำท่าจะลือกันเหมือนจะตบจะแต่งวันนี้พรุ่งนี้” 

ชัยโยหัวเราะคิกกับความมีอารมณ์ขันของอีกฝ่ายมันก็จริงแหละ…แต่จงรักษ์คงไม่รู้ว่าเวลายืนข้างท่านรองนั้นดูเหมาะสมกันมากแค่ไหนขนาดเธอเห็นทั้งสองยืนไกลกันทุกวันยังอดกรี๊ดในใจด้วยความฟินไม่ได้เลย


ร้านอาหารญี่ปุ่นภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดังถูกใช้เป็นสถานที่นัดพบอาหารที่วิรุธสั่งไว้รอทำให้จงรักษ์อดลอบกลืนน้ำลายไม่ได้…ทำไมมีแต่ของโปรดเธอทั้งนั้น! หญิงสาวเป็นคนชอบทานอาหารหลากหลายหนึ่งในนั้นเป็นอาหารญี่ปุ่น

“เลิฟทานตามสบายเลยนะเดี๋ยวเรื่องงานผมจัดการเองกินไปคุยไปเหมือนทุกทีนะรุธ” 

“อืมตามสบายนะครับคุณเลิฟ” วิรุธหันมาบอกหญิงสาว

ปกติถ้ามาคุยกันเลขาหรือคนที่ติดตามจะแยกนั่งต่างหากแต่วันนี้เพื่อนเขามาแปลกนอกจากระบุให้เลขาสาวนั่งด้วยแล้วยังโทรศัพท์แจ้งเมนูอาหารมาอีกด้วย

“ค่ะ” 

ท่านรองที่แสนดีกับเพื่อนท่านรองบอกไหงเธอจะปฏิเสธได้หญิงสาวกินโน่นชิมนี่อย่างเพลินตาใครบางคนวิรุธเองก็คอยหมั่นสังเกตท่าทีเพื่อนแต่ไม่ได้เอ่ยแซวชายหนุ่มคุยเรื่องงานที่ไม่ถึงกับต้องมานัดทานข้าวเลยด้วยซ้ำเขาตกลงเซ็นสัญญากับธนวัตรอแค่อีกฝ่ายนัดวันทำสัญญาเท่านั้น

“เทมปุระนี่เลิฟชอบไหม” ธนวัตคีบอาหารใส่จานหญิงสาว

“ชอบค่ะ” จงรักษ์ยิ้มขอบคุณอีกฝ่าย

“ชอบก็กินเยอะๆ ไม่พอผมจะสั่งเพิ่มให้” 

จงรักษ์มองอาหารบนโต๊ะแล้วยิ้มแหยทำตัวไม่ค่อยถูกกับโหมดสนิทสนมกับท่านรองปกติจะอยู่ในโซนท่านรองเลขาที่มีเส้นกั้นชัดเจน

“ขืนเลิฟกินหมดนี่ได้กลายเป็นชูชกแน่เลยค่ะ” 

“กินเถอะคุณอยากกินเท่าไหร่ก็กินผมเลี้ยงไหว” 

อ่า…ทำไมเธอฟังแล้วเขินจังแค่เจ้านายอยากเลี้ยงข้าวเท่านั้นเอง

ฟากฝ่ายวิรุธที่นั่งมองเงียบๆ ถึงกับกลั้นยิ้มบรรยากาศไม่เหมือนคนมาคุยงานมันเหมือนเพื่อนพาสาวมากินข้าวมากกว่า

“คุณเลิฟกินเยอะก็เลี้ยงไหวจริงๆ เหรอวะวิน” 

“อืม” 

“แล้วคุณเลิฟมีคนเลี้ยงหรือยังครับ” 

“คะเอ่อหมายถึงอะไรคะ” สาวที่ไม่ทันมุกของอีกฝ่ายทำหน้างง

“ผมหมายถึงคุณเลิฟมีแฟนหรือยัง” 

“ยังค่ะ” 

“งั้นก็ดีสิครับ” 

ดียังไงเนี่ยจงรักษ์นิ่วหน้าอย่างไม่เข้าใจถามหาคนเลี้ยงแล้วยังถามว่ามีแฟนไหมหญิงสาวหันไปทางคนนั่งติดกันก็เห็นว่าเขากำลังยิ้มกว้าง

รอยยิ้มของท่านรองทำให้ระบบประมวลผลในหัวหญิงสาวชะงักไปรอบที่เท่าไหร่คร้านจะนับรู้แต่เพียงว่าเธอแพ้ท่านรองในลุคนี้…อ่อนโยนเกินไปแล้ววว

“เอ้อวินพอดีฉันมีธุระด่วนยังไงเรื่องสัญญาค่อยคุยอีกทีนะ” วิรุธทำตัวให้สมกับเป็นเพื่อนที่ดีเปิดโอกาสให้เพื่อนอยู่สองต่อสองกับสาว

“อืมไว้นัดกันอีกที” 

“แล้วเจอกันใหม่นะครับคุณเลิฟผมดีใจและยินดีมากๆ ที่เจอคุณวันนี้” 

“ค่ะสวัสดีค่ะคุณวิรุธ” หญิงสาวรับพร้อมยกมือไหว้แบบงงๆ นัดหมายกันดิบดีจู่ๆ มีธุระซะงั้น

“เรียกพี่รุธก็ได้ครับน้องเลิฟ” 

“เรียกคุณรุธน่ะดีแล้ว” ธนวัตแทรกขึ้น

“อ่าคุณรุธเหมือนนายวินว่าก็ได้ครับคุณเลิฟ” 

จงรักษ์มองส่งคนที่ให้ความสนิทสนมกับเธอแต่เจ้านายกลับเบรกเขาเสียได้หญิงสาวไม่ได้รังเกียจไมตรีของอีกฝ่ายแต่งงมากกว่างงว่าทำไมท่านรองต้องรีบแก้เธอไม่ติดขัดอะไรถ้าเขาจะให้เรียกว่าพี่รุธดีเสียอีก…เพราะอีกฝ่ายทำกิจการเกี่ยวกับเฟอร์นิเจอร์ถ้ารีสอร์ตเธอเริ่มก่อสร้างเมื่อไหร่อาจได้ใช้บริการกันก็ได้

“ให้เลิฟย้ายไปนั่งตรงข้ามไหมคะ” หญิงสาวเอ่ยขึ้นพร้อมขยับลุกหากแต่อีกคนรั้งต้นแขนเธอไว้เสียก่อนสัมผัสที่มาพร้อมความแปลบปลาบเหมือนกระแสไฟเล็กๆ แล่นเข้าใส่ทำให้จงรักษ์ต้องรีบนั่งลงตามเดิมไม่ใช่เพราะแรงรั้งหรอกแต่เธอเข่าอ่อน

ฮื้อออ…นี่เป็นปฏิกิริยาแรกของคนที่อยู่ในโหมดคนสนิทใช่ป่ะไม่ใช่โหมดอื่นเนาะ

“นั่งตรงนี้ดีแล้วนั่งไกลผมคีบอาหารให้เลิฟไม่ถนัด” 

“เอ่อไม่ต้องคีบให้ก็ได้ค่ะท่านรองก็ทานมั่งสิคะ” 

“ผมอยากให้เลิฟคีบให้ผมบ้าง” 

“คะ” 

“เลิฟคีบอาหารให้ผมบ้าง” 

“เอ่องั้นลองอันนี้ดูนะคะเลิฟชอบมาก” 

ธนวัตคีบอาหารเข้าปากแล้วพยักหน้าชายหนุ่มหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปจงรักษ์กลั้นยิ้มจนปวดแก้มเพิ่งรู้ว่าท่านรองก็ชอบถ่ายรูปอาหารเหมือนกัน

“ผมก็ชอบครับ” 

เฮ้ยยย…ความรู้สึกแปลกๆ นี่คืออะไรเขาบอกชอบอาหารทำไมเธอต้องแก้มร้อนด้วย

“อะอันนี้ก็อร่อยนะคะ” 

“ขอบคุณครับ” 

มื้อนั้นหนุ่มสาวต่างคีบอาหารให้กันจนอิ่มคนหนึ่งอิ่มใจอิ่มท้องอีกคนอิ่มท้องไม่พอยังมีอาการร้อนผะผ่าวเหมือนคนจะเป็นไข้

“กินไอติมต่อไหมร้านตรงข้ามผมเคยได้ยินพี่วิบอกว่าอร่อยมาก” 

หนุ่มสาวที่ยืนอยู่หน้าร้านมองไปยังทิศเดียวกันจงรักษ์ถึงกับหักห้ามเสียงกรีดร้องอย่างยิ่งยวดนั่นร้านโปรดของเธอเลยหากมีโอกาสได้ออกมาทานอาหารที่ห้างเธอมักจะไปกินไอศกรีมตบท้ายเสมอ

“เดี๋ยวเข้างานไม่ทันเวลานะคะ” 

“มากับผมเลิฟกลัวอะไรป่ะ…เดี๋ยวผมเลี้ยงเอง” 

ฮื้อออ…ท่านรองที่แสนดีอย่าได้ดีขึ้นไปกว่านี้อีกนะตอนนี้เธอใจบางเท่าหมูสไลด์ไปหมดแล้ววว


Thanawat:มื้อเที่ยงกับคุณเลขา#เลิฟที่แปลว่ารัก

…กรี๊ดดดเขาไปกินข้าวด้วยกันแล้ว

…แฮชแท็กออกตัวแรงมากค่ะ

…เขามีซัมติงรองกันใช่ม้ายยย

…ทำไมเรารู้สึกเขินแทนคุณเลขา

Thavinee:เฮ้ยยย…ไม่เห็นชวนกันบ้างเลย

Danu:ของชอบไอ้เลิฟทั้งนั้นเลยเห็นภาพแล้วใจไม่ดีT__T

Thavinee:Danuอะไรของแก

Danu:Thavineeไหนไอ้เลิฟบอกน้องพี่ไม่คิดอะไร

Thavinee:Danuฉันเชียร์ให้คิดอยู่นี่ไง

Danu:Thavineeไอ้เลิฟมันน้องรักผม

Thavinee:Danuไอ้เลิฟก็น้องรักฉันเหมือนกันเว้ย

…ท่านประธานมาเองพวกเราเตรียมลงเรือเลย

…แสดงว่าข่าวลือเป็นจริงแน่ๆ 


วรัชประมุขของบ้านวณิชยาถึงกับชะงักเมื่อเดินเข้ามาเห็นผู้เป็นภรรยานั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ในห้องนั่งเล่นทีวีจอใหญ่ฉายสารคดีเกี่ยวกับอาหารแต่คนนั่งบนโซฟากลับก้มหน้าฉีกยิ้มให้จอโทรศัพท์มือถือไปเสียได้

“ยิ้มไม่หุบเลยมีอะไรดีๆ เหรอคุณ” 

ธัญทิพที่ติดตามลูกๆ ในโลกโซเชียลหันมายิ้มให้สามีตอนนี้หล่อนกับวรัชวางมือจากธุรกิจของครอบครัวมาอยู่บ้านออกท่องเที่ยวในต่างประเทศบ้างเป็นบางครั้งบางครานานวันเข้าเที่ยวบ่อยๆ มันก็เบื่อตามประสาคนอายุมากขึ้นสิ่งเดียวที่ต้องการในตอนนี้คืออยากเห็นลูกๆ เป็นฝั่งเป็นฝาไม่ใช่แต่งกับงานเหมือนเช่นทุกวันนี้

“ดูนี่สิคะคุณ” 

วรัชนั่งลงข้างภรรยามองภาพในจอแล้วจึงยิ้มกว้างไม่ต่างกันนานๆ ลูกชายจะโพสต์ทำนองนี้สักทีส่วนใหญ่ลูกจะลงรูปรีสอร์ตหรือวิวทิวทัศน์เท่านั้น

“ร้ายจริงลูกชายคุณ” 

“ลูกคุณด้วยนั่นแหละ” ธัญทิพค้อน

“ลูกผมแต่ร้ายกว่าผมเยอะเลยนี่ยายวิว่าไงบ้าง” 

“กรี๊ดกร๊าดน่าดูแต่ไม่รู้ป่านนี้หนูเลิฟจะคิดยังไง” 

ธัญทิพรู้จักจงรักษ์ผ่านธาวินีลูกสาวรู้จักมาหลายปีและถึงไม่ได้พบเจอกันบ่อยก็ติดตามข่าวอีกฝ่ายเสมอนั่นเพราะจงรักษ์เป็นลูกของรังรองเพื่อนเก่าของธัญทิพนั่นเอง

วรัชกับชยุตอดีตสามีของรังรองเป็นเพื่อนสนิทกันเพื่อนที่มีนิสัยใจคอต่างกันแบบสุดขั้ววรัชเป็นคนเคร่งขรึมจริงจังไม่เจ้าชู้ในขณะที่ชยุตยิ้มเก่งคุยสนุกและเป็นเสือผู้หญิงมาตั้งแต่สมัยหนุ่มๆ พอชยุตแต่งงานกับรังรองธัญทิพจึงได้รู้จักอีกฝ่ายและคบหากันเป็นเพื่อนในเวลาต่อมาถึงแม้ทั้งสองคนจะเลิกรากันรังรองกลับไปอยู่บ้านแต่ธัญทิพก็ติดต่อถามข่าวอยู่เสมอผิดกับวรัชที่ไม่ค่อยได้ติดต่อหาชยุตอีกมีแต่ฝ่ายนั้นติดต่อมาเท่านั้นถึงจะได้คุยกัน

“ถ้าได้คุยกับรองคุณถามดูนะถ้าเขาไม่พอใจก็บอกว่าทางเรายินดีรับผิดชอบ” วรัชว่าไปตามที่ใจคิดซึ่งดูเหมือนจะคิดเช่นเดียวกันภรรยา

“แค่รูปกาแฟกับดอกไม้แล้วก็รูปอาหารคุณก็คิดไปไกลเชียวอีกอย่างเขาคงไม่อยากเกี่ยวดองกับเราหรอกค่ะ” 

“อย่าเพิ่งคิดไปก่อนถามเขาให้รู้เรื่องแล้วค่อยมาหารือกัน” 

“แหมคุณพูดเหมือนอยากได้หนูเลิฟมาเป็นสะใภ้” 

“ก็เหมือนคุณนั่นแหละ” วรัชล้อภรรยา

“อยากได้สิคะโบราณว่าดูช้างให้ดูหางดูนางให้ดูแม่” 

“สมัยนี้ยังใช้คำนี้ได้เหรอคุณ” วรัชบอกกลั้วหัวเราะ

“กับสองแม่ลูกคู่นี้ใช้ได้ค่ะจะว่าไปแล้วก็คิดถึงยายรองเหมือนกันนะคะถ้าเราไม่ติดต่อไปหาก็ไม่รู้ข่าวคราวเลยใจร้ายจริงๆ” 

“เอาน่าเขาเจ็บมาเยอะผมเคยบอกคุณแล้วไงที่รองไม่อยากติดต่อเราไม่ใช่เพราะเกลียดหรืออะไรเขาแค่ไม่อยากนึกถึงเรื่องเก่าๆ” 

วรัชอดนึกถึงเรื่องในอดีตไม่ได้ก่อนรังรองจะหย่าขาดกับชยุตทั้งสองยื้อกันนานทีเดียวก่อนจะตัดสัมพันธ์ไม่พบหน้ากันถึงสิบกว่าปีในตอนนั้นเขากับภรรยาได้แต่ให้กำลังใจฝ่ายหญิงตอนรังรองชนะฟ้องหย่าธัญทิพถึงกับกรีดร้องด้วยความสะใจนั่นเป็นครั้งแรกที่วรัชเห็นภรรยาดีใจจนเสียกิริยาพร้อมกับเตือนตัวเองว่าอย่าได้หักหาญน้ำใจภรรยาเหมือนที่ชยุตเคยทำไม่อย่างนั้นเขาอาจเหลือแต่ตัวก็ได้

“ฉันก็ไม่อยากนึกถึงค่ะแต่ก็อยากเป็นเพื่อนกับรองต่อนี่คะ” 

“ทำใจเถอะคุณเขาให้ใกล้แค่ไหนก็เอาแค่นั้น” วรัชยกแขนโอบไหล่ภรรยา

“พี่บัวก็บ่นกับฉันเหมือนกันนะคะเรื่องที่รองไม่ค่อยมาเยี่ยมจะไปหาก็บ่ายเบี่ยงบอกพ่อไม่ชอบ” 

“เขาไม่ได้บ่ายเบี่ยงหรอกตาสันต์คงไม่อยากเจอหน้าอดีตลูกเขยกับพี่บัวแกจริงๆ บ้านนี้ทำลูกสาวเขาเจ็บไว้นี่นา” 

“เฮ้อผ่านมาสิบกว่าปีเอ…ฉันว่าจะยี่สิบปีแล้วไหมคุณ” 

“อืมยี่สิบปีนี้แหละหย่ากันตอนเลิฟเจ็ดขวบ” วรัชจำได้ดีเพราะเขาเองก็อยู่ในเหตุการณ์หลายๆ อย่างในช่วงนั้นทั้งเห็นใจรังรองและสงสารจงรักษ์อย่างสุดหัวใจ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 156 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

267 ความคิดเห็น

  1. #257 noodao (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 11:51
    พ่อแม่พี่วินเห็นชอบว่าที่ลูกสะใภ้
    #257
    0
  2. #172 ManGvi (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 22:02
    สายขายอ้อย มาทั้งสวนเชียวววว
    #172
    0
  3. #171 Jaysing (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 20:21
    อยากอ่านอีบุ้คละ
    #171
    0
  4. #170 ao_majo (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 19:50

    นี่สินะที่มาความไม่ปลื้มบ้านพี่วิของคุณตา

    #170
    0
  5. #169 proud_wt (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 15:15
    แคปชั่นท่านรองมาให้หวีดได้ทุกวันเลย ฮิ้ววว
    #169
    0
  6. #168 vzavii (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 11:38
    อ้ายๆๆๆๆ เขินๆแทนหนูเลิฟ
    #168
    0
  7. #167 drn_ptk (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 11:18
    อ้ายๆๆๆๆๆๆๆ

    สนพ.เปิดรอบพรีแล้วนะคะ
    #167
    0
  8. #166 pnui19 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 11:14

    ท่านรองงงงงงงง แบบนี้หาได้ที่ไหนบ้างคะไรท์


    ขอบคุณค่ะ

    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-big-09.png

    #166
    0