บุญผลาพาฮัก (อ้อมกอด - ลัดดาวัลย์)

ตอนที่ 21 : มรสุมชีวิต 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,783
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 106 ครั้ง
    7 ก.ย. 61

10

มรสุมชีวิต 2

หมอเจหรือจอมเดช สัตวแพทย์ที่ชาวโคนมต่างเรียกขานถูกตามตัวมาที่พาฮักตั้งแต่เช้าตรู่ แม่โคที่คลอดลูกตอนใกล้รุ่งมีอาการรกค้าง หลังจากหมอฉีดฮอร์โมนช่วยเร่งการขับรกและให้ยาปฏิชีวนะเพื่อควบคุมการติดเชื้อ แม่โคถูกแยกไปพักพื้นต่างหาก จอมเดชอยู่คุยกับเจ้าของพาฮักซึ่งหนีมานอนที่บ้านกอดตั้งเมื่อคืน สภาพชายหนุ่มทำให้คุณหมอที่คบหากันเป็นเพื่อนอดห่วงไม่ได้

“เดาว่าสีหน้าอิดโรยนี้ไม่ได้เกิดจากเด็กๆ ในคอกมึงแน่เลย”

“เรื่องน้องสาว” ชายหนุ่มตอบไปตามตรง ชาวบ้านร้านตลาดรู้มีหรือไอ้หมอจะไม่รู้

“เออ แล้วเป็นไงบ้าง หน้ามึงเหมือนคนไม่ได้นอน”

“ไม่ค่อยดี เช้ามาก็ยังมามีเรื่องที่คอกอีก”

“เรื่องเด็กๆ มึงไม่ได้ห่วงหรอกน่า เดี๋ยวกูดูให้ ว่าแต่ช่วงนี้มึงดูเรื่องอาหารมั่งไหม”

“ดูสิ กูกำชับทุกคนเรื่องอาหารเด็กๆ อยู่แล้ว”

“เหรอวะ แบบนั้นก็ดี ส่วนเรื่องที่บ้าน ค่อยๆ คุยกันนะมึง กูเอาใจช่วย เห็นมิ่งมันบ่นๆ ให้ฟังเหมือนกัน”

“ไอ้มิ่งก็เสือกไม่เข้าเรื่อง เรื่องของกูไม่เห็นต้องเก็บไปใส่ใจ”

“ไม่ใส่ใจได้ไง เพื่อนกันนะเว้ย” จอมเดชท้วง ยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ ทอดสายตามองวิวสระบัวที่ชื่นชอบ มาที่พาฮักเขามักแวะมาที่นี่เสมอ

“เพื่อนกันก็อยู่เฉยๆ ก่อนเถอะ นี่ร้องจะเอาเงินมาให้กูยืม เซ้าซี้กูทุกวัน”

“ก็มันหวังดีกับมึงนี่ เดี๋ยวกูต้องไปฟาร์มป้าจินดาต่อ ไว้จะแวะมาดูเด็กๆ ให้เรื่อยๆ แล้วก็อย่าลืมดูพวกอาหารหน่อยนะมึง”

อ้อมกอดพยักหน้า เรื่องอาหารแม่โคเขาไม่เคยห่วงเพราะจัดอย่างเหมาะสม ทั้งแช่ม ทานต์รวมถึงล้วนธรรมทุกคนต่างตระหนักดีว่าเรื่องอาหารสำคัญมาก

 

เงาะเป็นคนนำอาหารเช้ามาให้ชายหนุ่มที่บ้านกอด อ้อมกอดถามหาลัดดาวัลย์พบว่าล้วนธรรมออกไปส่งหญิงสาวที่ร้านตั้งแต่เช้าแล้ว ชายหนุ่มมองอาหารเช้าที่เพาพะงาจัดให้แล้วคลึงขมับ มันน่ากินเหมือนทุกวัน หากแต่เช้านี้ความอยากอาหารของเขาลดฮวบลงจนไม่มีแก่ใจจะกิน

“ฝืนกินหน่อยเถอะเฮีย เดี๋ยวจะไม่สบาย” เงาะกล่อมพร้อมกับเห็นว่าทานต์กำลังเดินถือปิ่นโตมาทางนี้ อ้อมกอดมองตามแล้วยิ้มเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายถืออะไรมา

“น้ามาขอกินข้าวเช้าด้วยน่ะกอด”

“เชิญเลยครับ เงาะมึงเอาของมึงมาสิ กินด้วยกัน”

“รอแป๊บเด้อนาย” เงาะรีบกุลีกุจอไปทางปิ่นโตที่ตนเองพกมาด้วย เช้านี้เพาพะงาจัดปิ่นโตแยกให้ทุกคน

เมื่อนั่งกันพร้อมหน้า สามหนุ่มกลับนั่งมองกับข้าวตรงหน้า

“นายไม่กินล่ะ”

“แล้วมึงล่ะเงาะ”

“เงาะก็จะกินไง รอให้นายกินก่อน”

“ไม่ต้อง กินก่อนได้เลย”

สองหนุ่มสบตากันก่อนหันไปทางทานต์

“น้าทานต์กินก่อนเลยครับ”

“กินไม่ลง คุยกันก่อนไหม” สรุปว่าคนที่มาขอกินข้าวด้วยก็กินไม่ลงเหมือนกัน

“ดีครับ ถ้าหิวก็กินเลย กินไปคุยไปแล้วกัน”

“หมอเจมาพูดเรื่องอาหารแม่โคกับน้า”

“ครับ มันบอกผมเหมือนกัน แต่ผมว่าไม่น่ามีปัญหา” อ้อมกอดบอกพร้อมกับตักข้าวเข้าปากคำเล็กๆ เป็นการทำตามอย่างที่พูดไว้ ...กินไปคุยไป

“แต่น้าว่ามี”

มือที่ถือช้อนชะงัก คิ้วหนาเลิกขึ้น ส่วนเงาะวางช้อนลงเงียบๆ เมื่อรู้ว่าทานต์กำลังจะพูดเรื่องอะไร

“หมายความว่าไงน้าทานต์ อาหารตกเกรด ไม่ได้คุณภาพหรือว่าอะไร”

“ไม่ หัวอาหารที่มาส่งไม่มีปัญหาอะไรเลย”

“แล้วปัญหามันคืออะไร” เจ้าของพาฮักถามเสียงแข็ง วางช้อนกับส้อมดังเปรื่อง ไอ้โรครกค้างนั้นไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากแต่ที่นี่ป้องกันโรคเกี่ยวกับโคทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเสริมวิตามินอี แร่ธาตุซีลีเนียม รวมถึงให้อาหารเสริมในช่วงพักการรีดนมหนึ่งเดือนก่อนคลอด ทั้งการไม่ทำให้แม่โคเครียด

“ปัญหา... มันอยู่ที่คนให้อาหารโค”

ยิ่งฟังอ้อมกอดยิ่งไม่เข้าใจ เหตุใดทานต์ถึงมาพูดอย่างนี้ เพราะการให้อาหารโคนั้นใครก็ทำได้ เพราะทุกคนรู้สูตรส่วนผสมที่พอดีสำหรับโคแต่ละวัยทั้งนั้น

“น้าทานต์แกหมายถึงคนให้อาหารที่มีปัญหาน่ะเฮีย” เงาะว่าเสียงแผ่ว

“ใคร!

“สองสามเดือนมานี่ลุงแช่มแกอาสาผสมเองตลอด เงาะจะทำแกก็ไม่ยอม บางทีแกชิงผสมไว้ก่อนที่พวกเงาะจะมาถึงคอกอีก”

อ้อมกอดนิ่วหน้า มองเงาะกับทานต์สลับกัน

“น้าเพิ่งสังเกตเห็นช่วงสองสามอาทิตย์นี้แหละ น้ำนมรีดได้น้อยลงกว่าปกติ แล้วก็เห็นว่าชบาศรีอ้วนขึ้นเลยฉุกใจ”

“มีใครไปดูโรงเก็บอาหารแห้งบ้างไหม”

“ก่อนหน้านี้เงาะไป แต่ไม่ได้สังเกต” เงาะอุบอิบ

“มึงทำไมไม่สังเกต! อาหารมันลดมันเพิ่มมึงต้องดูสิ”

เงาะก้มหน้าตัวสั่น น้ำตาลูกผู้ชายไหลลงเป็นทาง

“กูพูดแค่นี้ มึงร้องไห้ทำไมบักเงาะ!

“เงาะย่าน...” คนกลัวบอกไปตามตรง

“ย่านหยัง กูจะฆ่ามึงติ” อ้อมกอดตวาดเป็นภาษาถิ่น ไม่เข้าใจว่าเงาะทำไมต้องกลัวขนาดนั้น

“บ่ย่านเฮียฆ่า แต่ย่านโคตัวอื่นมันจะเป็นอีก”

อ้อมกอดฟังแล้วถึงกับตัวชา สบตาทานต์แล้วใจล่วงไปอยู่ตาตุ่ม ในหัวไพล่คิดไปถึงแช่มกับลูกชายที่อยู่โรงพยาบาล ชายหนุ่มส่ายหน้าอย่างไม่เชื่อว่าแช่มจะหักหลังตน ด้วยว่าแช่มอยู่กับพ่อเขาตั้งแต่ก่อตั้งพาฮัก แม้ไม่ได้ล้มลุกคลุกคลานกอดคอกันมาเหมือนเขากับเงาะแต่ที่นี่ก็ให้ที่พักอาศัย ให้ค่าตอบแทน ให้แช่มมากเท่าที่เจ้านายคนหนึ่งจะให้ลูกน้องได้

 

ลัดดาวัลย์มาที่ร้านแต่เช้าโดยมีล้วนธรรมขับรถมาส่งวุ่นวายกับการขายของในช่วงเช้า ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นข้าราชการ แม่ค้าในตลาด รวมถึงเด็กนักเรียนซึ่งละแวกนี้มีทั้งโรงเรียนประถมและโรงเรียนมัธยม เมนูยอดฮิตนอกจากกาแฟแล้ว ยังมีนมปั่นซึ่งเป็นจุดขายของร้าน แถมราคาแก้วละยี่สิบห้าบาทนับว่าไม่แพงจนเกินไป

“พี่หนูดาขึ้นไปพักก็ได้นะคะ พวกเราดูร้านเอง” พรบอกหลังจากลูกค้าในร้านซาลงแล้ว

“อีกสักแปบเถอะ พี่นัดปองไว้น่ะ”

พูดยังไม่ทันขาดคำหญิงสาวก็เห็นปองรักกำลังเดินข้ามถนนมาที่ร้าน เมื่อคืนปองรักโทรศัพท์มาหาเธอ ถามเรื่องอ้อนรักอยู่หลายคำ เธอตอบไปเท่าที่ตอบได้ก่อนจะบอกปัดว่าคุยกันพรุ่งนี้ทีเดียว รายนั้นจึงยอมวางสาย

สองสาวนั่งคุยกันอยู่บนชั้นสองซึ่งมีมุมหนึ่งจัดไว้สำหรับนั่งทำงาน คงเป็นอ้อมกอดไม่ก็อ้อนรักจัดเตรียมไว้ ปองรักคว้าหมอนอิงมากอดเอาไว้ สีหน้ารอคอยฟังเต็มที่

“ทำหน้าอะไรของแก”

“อ้าวยัยนี่ รู้ว่าเพื่อนอยากเผือกเต็มแก่ยังจะอิดออด”

“ไม่ได้อิดออดย่ะ แต่แกจริงจังจนฉันอดขำไม่ได้”

“เรื่องชาวบ้านเป็นงานของเรา เล่ามา!

สาวดอกไม้เล่าเรื่องอ้อมกอดพาไปตามตัวอ้อนรักกลับพาฮักให้เพื่อนฟัง

“แกไม่ได้ยินที่เขาทะเลาะกันจริงอ่ะ”

“อือ ได้ยินเสียงแต่จับใจความไม่ได้”

“แล้วทำไมไม่ไปฟังใกล้ๆ เล่า”

“จะบ้าเหรอไง มันใช่เรื่องเหรอแก”

“แหม ก็คนอยากรู้ ฉันน่ะสงสั้ยสงสัยว่ายัยอ้อนกำลังทำอะไรอยู่ คนปกติเขาไม่มาทวงเอาค่ามัดจำชุดแต่งงานหรอกนะแก ตอนวางมัดจำก็รู้กันอยู่ว่าถ้ายกเลิกต้องถูกยึดเงิน แต่ที่ฉันเห็นน่ะ มันไม่ได้สำนึกหรืออะไรสักนิด ยืนด่าเจ๊นางฉอดๆ เหมือนแม่ค้าปากตลาด”

ลัดดาวัลย์ยิ้มแห้งให้กับปัญหาของคนรอบตัว หญิงสาวไม่กล้านับ ตั้งแต่กลับมาบ้านเพียงไม่กี่วันเจอเรื่องอะไรบ้างแล้ว ทั้งอ้อมรัก อ้อมกอด อังสนา แช่มต่างเป็นคนที่เธอห่วงใยกันทั้งนั้น

“ว่าแต่แกเถอะ จะเอายังไงเรื่องร้านที่เราจะทำด้วยกัน ฉันบอกม้าไว้แล้วนะ ม้าแล้วแต่ฉัน”

“พักไปก่อนเถอะแก”

“อือๆ ไว้เสร็จเรื่องยายอ้อนค่อยว่ากันก็ได้ แต่แกอย่าไปคิดว่าเราจะขายแข่งเขานะ เราขายแค่ช่วงเช้าสามสี่ชั่วโมงเท่านั้น แล้วก็ไม่ได้ขายพวกน้ำปั่นนมปั่นซะหน่อย” ปองรักรีบออกตัวเพราะเกรงเพื่อนจะคิดมาก

“เข้าใจแล้ว พักเรื่องนี้ไว้ก่อน”

“ว่าแต่เฮียกอดเถอะ เป็นไงบ้างโดนทั้งแม่ทั้งน้อง ไม่เป๋ไปเลยเหรอแก” ปองรักเป็นอีกคนที่รู้ว่าอังสนาชอบสปอยลูกสาว

“ไม่ค่อยโอเคหรอก ฉันอยากช่วย แต่ไม่รู้จะช่วยยังไง” สาวดอกไม้บอกเสียงแผ่ว เมื่อคืนเธอยืนให้เขากอดซบนานเท่าไหร่ก็จำไม่ได้ ไม่มีใครพูดอะไรสักคำ ยกเว้นตอนที่ชายหนุ่มคลายกอดพร้อมทั้งยื่นกุญแจให้ล้วนธรรม ฝากให้อีกฝ่ายมาส่งเธอที่ร้าน จากนั้นเขาจึงลูบศีรษะเธอสองครั้ง ยิ้มบางให้แล้วชวนเงาะไปนอนบ้านกอด

“ถลำรักเขาไปสุดใจแล้วสิแก” ปองรักซึ่งรู้ความในใจของเพื่อนมาหลายปีเอ่ยขึ้น

“ใช่ ตะกายขึ้นจากหลุมไม่ได้เลย”

“ให้ช่วยเอาดินกลบไหม” ปองรักกระเซ้า

“ไม่ทันล่ะ ฉันเขี่ยดินกลบไปเรียบร้อยแล้ว” สาวดอกไม้ว่ากลั้วขำโดยไม่ขยายความว่า ฝังกลบ ในที่นี้คือจะไม่ยอมบอกความในใจกับเขา

“โอ๊ย น่าสงสารจังว่ะแก ยอมรับว่ารักเขาด้วยสีหน้าเศร้าแบบนี้” คนตั้งใจผ่อนคลายบรรยากาศหุบยิ้มเมื่อเจอเข้ากับสีหน้าแววตาเศร้า

“ฉันกับเขา เราต่างกันมาก”

“นางเอกว่ะ รักต่างฐานันดรงั้นสิแก ผู้ชายรวย ผู้หญิงจน รักกันไม่ได้เหมือนนิยายเรื่องไหนวะเนี่ย”

“ชีวิตจริงย่ะ แล้วมันคงไม่จบสวยเหมือนในละครด้วย แกลืมไปแล้วเหรอว่าครอบครัวฉันติดค้างเฮียกอดมากแค่ไหน”

“แกก็เอาตัวเอาใจไปชดใช้เสียสิ”

“ง่ายแบบนั้นก็ดีสิ ถ้าเขาไม่มีแม่มีน้องมีหน้าตาในสังคม ส่วนฉันก็ไม่มีครอบครัวมันคงง่ายกว่านั้น อย่าหาว่าคิดเยอะเลยปอง แต่ฉันไม่คู่ควรกับเฮียกอดจริงๆ เขาควรได้คนที่ดีกว่าฉัน”

ใจดวงน้อยปวดแปลบยามนึกถึงคำพูดของอังสนาจากคำบอกเล่าของน้องชาย นั่นเพียงพอแล้วที่จะทำให้เธอเจียมตัวเจียมใจ

“ตอนนี้ครอบครัวแกก็ไม่ได้ยากจนนี่ แกมีเงินเก็บ” ปองรักท้วง รู้ว่าเพื่อนมีความเป็นอยู่ดีขึ้นแล้ว จะแยกออกมาอยู่เองก็ย่อมได้

“เงินแค่แสนกว่าบาทจะทำอะไรได้” สาวที่เก็บเงินเก่งแย้ง เธอเริ่มเก็บหอมรอมริบตั้งแต่สมัยยังเรียน รวมกับเงินเดือนที่ทำงานแค่หกเดือนก็ร่วมหลักแสนต้นๆ

“อย่างน้อยๆ ก็มีล่ะ ไม่ได้ตัวเปล่าเล่าเปลือยเหมือนเมื่อก่อน”

“มีแล้วยังไง ฉันไม่คู่ควรกับเขาอยู่ดี”

“พูดแล้วปวดหัว รักกันที่ใจ รักกันสองคนไม่ได้หรือไงวะเนี่ย”

“ในนิยายทำได้ว่ะแก รักกันที่ใจ รักกันสองคนอย่างแกว่า แต่นี่ชีวิตจริง... ครอบครัวฉันติดหนี้บุญคุณเขา ลืมเรื่องเอาตัวเอาใจเข้าทดแทนบุญคุณได้เลยปอง”

ปองรักถอนหายใจดังเฮือก เห็นด้วยกับที่เพื่อนพูด ชีวิตจริงไม่ได้ง่ายเหมือนในนิยาย ยิ่งพระเอกมีแม่มีน้องอย่างอังสนากับอ้อนรักนี่ยากเข้าไปใหญ่

 


 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 106 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

614 ความคิดเห็น

  1. #423 moomai06 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 12:40

    ปัญหารอบด้านจริงเฮียกอด

    #423
    0
  2. #420 noodao (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 21:55

    ชีวติจริงไม่เหมือนในนิยายเลย

    #420
    0
  3. #414 ao_majo (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 14:18

    ปัญหาช่างรุมเร้า...ทั้งงานทั้งแม่ทั้งน้อง...สวมรอยตกอัพวัดใจแม่กับน้องเลยดีมะเฮียกอด เฮ้ออออออ

    #414
    0
  4. #413 prisanaphoprasit (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 13:57

    สงสารหนูดาจัง.. เป็นกำลังใจให้เฮียกอดนะ

    #413
    0
  5. #412 Angangkana (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 13:21
    ตอนนี้อยู่ในโหมดเศร้าซินะ....เป็นกำลังใจให้เฮียกอดนะ
    #412
    0
  6. #411 KimNanZa (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 12:18
    เป็นกำลังใจให้เฮียเด้อคร้า
    #411
    0
  7. #410 Pompom06 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 11:39
    สู้ๆๆนะเฮียผ่านมรสุมให้ได้
    #410
    0
  8. #409 uma18 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 10:57
    มรสุมเฮียกอดหลายลูกจัง สู้ๆนะเฮีย ที่สำคัญอย่าพากำลังใจของเฮียหนีหายไปไหนนะ กลัวใจแม่กับอ้อนมาก
    #409
    0
  9. #408 pnui19 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 10:30

    สงสารเฮียกับน้องดาจัง

    #408
    0