ดั่งดาวคอยเดือน (หย่งคัง - เพียงจันทร์)

ตอนที่ 8 : พระจันทร์แสนแสบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,493
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    22 เม.ย. 61

4

พระจันทร์แสนแสบ

หน้าเหียก! สร้างความบันเทิงใจให้เพียงจันทร์เป็นอย่างมาก เธอนั่งหัวเราะอยู่หลังพวงมาลัยสามแฉกของรถยนต์คู่ใจ นึกถึงใบหน้าตี๋ๆ ที่อึ้งจนอ้าปากหวอแล้วก็อดขำไม่ได้ หญิงสาวอมยิ้มแก้มปริไปตลอดทางจนมาลัยซึ่งนั่งคู่คนขับนึกสงสัย กระนั้นคนขับสาวก็ไม่ยอมบอกว่ากำลังขำเรื่องอะไร กระบะโฟล์กจอดที่ลานจอดรถด้านข้างตลาดนัดที่ถูกจัดขึ้นทุกเย็นวันเสาร์ สาวๆ คนงานหลายคนที่นั่งบนกระบะต่างทยอยลงจากรถ นัดแนะเวลากลับกันแล้วก็ต่างแยกย้ายกันไปจับจ่ายซื้อของ เพียงจันทร์แยกไปเดินซื้อของกับมาลัย

ผู้ชายคนนั้นมาอีกแล้วบ้อจันทร์สาวอีสานคนงานของสวนจันทัปปภาหันมาถาม เธอเห็นว่าเพียงจันทร์นั้นนั่งทำหน้ายิ้มๆ มาตลอดทาง

อื้อ รู้ได้ไงอะเพียงจันทร์พยักหน้าแล้วถามต่อ

ก็เวลาเขามาจันทร์ไม่ทำหน้างอก็เอาแต่ยิ้มแบบนี้สิ

มาลัยกระเซ้าหน้าแดงเมื่อนึกถึงใบหน้าของผู้ชายคนนั้นคนที่เป็นหลานชายของพูนหัวหน้าคนงาน คนที่สาวๆ หลายคนในสวนจันทัปปภาต่างรอคอย แม้เขาไม่เคยลงมาคลุกคลีพูดคุย กระนั้นสาวๆ ที่ได้พบเห็นหน้าค่าตาต่างก็แอบเก็บเอาชายหนุ่มไปพร่ำเพ้อในฝัน มีเพียงคนเดียวในสวนจันทัปปาที่ไม่ยินดีแต่ยินร้ายต่อการปรากฏตัวของชายหนุ่มซึ่งก็คือเพียงจันทร์

เหรอ คงงั้นมั้ง แต่ไม่ต้องสนใจหรอกพรุ่งนี้เขาก็กลับแล้วเพียงจันทร์หันไปบอกด้วยสีหน้าเรียบเฉย

จันทร์ก็เป็นซะอย่างนี้ เขาบ่ได้ทำอะไรให้สักหน่อย

เพียงจันทร์ไม่สะดุดหูกับสำนวนไทยตกอีสานของอีกฝ่าย หญิงสาวเบ้หน้า เรื่องที่อาซิงไปอาละวาดที่งานวันเกิดเธอรู้กันไม่กี่คนซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นเพื่อนๆ ของเธอนั่นแหละ นึกถึงตอนที่โดนสาวๆ ในสวนซักไซ้เรื่องเขาแล้วเธออดทำหน้าปูเลี่ยนไม่ได้ หน้าเหียกๆ เหมือนปลาบู่วิ่งชนเขื่อนอย่างนั้นก็มีคนกรี๊ด แหวะ

เอาเถอะ รู้ไว้แค่ว่าฉันไม่ชอบขี้หน้านายนั่นก็แล้วกันเธอบอกปัดๆ อย่างขอไปทีอย่างไม่ต้องการพูดถึงเขา

มาลัยทำตาค้อนบ่นงึมงำสาวๆ ในสวนเขากรี๊ดกันจะตาย จันทร์ไม่ปกติอยู่คนเดียวนี่แหละพูดจบก็เดินนำหน้าไปยังร้านขายข้าวของเครื่องใช้ที่วางเต็มอยู่บนแผง

สเป็กผู้ชายของฉันไม่ได้หน้าเหียกๆ เหมือนนายนั่นนี่นาเธอพูดไล่หลังอย่างไม่ต้องการให้อีกคนหันมาตอบ ถึงอย่างนั้นก็เถอะคนที่ไม่เข้าใจปฏิกิริยาแอนตี้ความหล่อเวอร์ๆ ของหลานชายหัวหน้าคนงานก็หันมาสวนกลับ

ระวังเถอะ! เกลียดอะไรจะได้อย่างนั้น

 

คนงานสาวต่างซื้อข้าวของแล้วกลับมารอที่รถกันจนหมดแล้ว เพียงจันทร์ที่หมดอารมณ์ซื้อของตั้งแต่ได้ยินคำพูดของมาลัยยืนทำตาเขียวมองคนที่เดินมาถึงรถเป็นคนสุดท้าย มาลัยยิ้มหน้าระรื่นให้อย่างไม่สำนึก ยื่นถุงกล้วยแขกให้หญิงสาว

ฉันซื้อมาฝากจันทร์ นั่งรอนานกลัวจะหิว

เฮอะ!” เพียงจันทร์ทำเสียงขึ้นจมูกแต่ก็ยอมรับถุงกล้วยแขก โดยตั้งใจลืมคำว่าขอบคุณ มาลัยไม่ถือสามองคนเดินปั้นปึ่งไปประจำที่คนขับ

เป็นหยังจันทร์ต้องซีเรียสเรื่องอาซิงด้วย ทำแบบนี้รู้หรือเปล่าว่ามันเป็นการบอกว่าจันทร์ให้ความสำคัญกับเขามาลัยที่ขึ้นมานั่งคู่คนขับบอก

ฉันไม่ได้เห็นว่าเขาสำคัญสักหน่อยคนขับปฏิเสธลั่น เป็นปฏิกิริยาที่คนมองได้แต่ยิ้ม

อย่างนั้นรึมาลัยไม่ได้พูดต่อเมื่ออีกคนกระชากรถออกด้วยความแรง หญิงสาวเบือนหน้าไปนอกหน้าต่างเพื่อซ่อนรอยยิ้มขบขัน แหย่เพียงจันทร์เรื่องไหนก็ไม่สนุกเท่าเรื่องนี้

ทำไมเงียบไป กำลังคิดว่าฉันเป็นอย่างมาลัยกับสาวๆ ในสวนรึไงคนที่โมโหจนพาลพูดขึ้นหลังจากความเงียบครอบคลุมไปหนึ่งอึดใจ

แล้วแม่นบ่ล่ะ

ไม่ใช่!”

หือ ตอบแบบบ่หยุดคิดเลยนะคนชอบแหย่เพื่อนถามเสียงกลั้วขำ

ไม่ต้องเสียเวลาคิดหรอกถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับนายนั่น

มาลัยฟังแล้วแอบถอนหายใจ โคลงศีรษะเล็กน้อยก่อนมองไปนอกหน้าต่าง

ฉันไม่ได้คิดอะไรกับนายนั่นคนขับพูดขึ้นอีกครั้งหลังจากเพื่อนสาวเงียบไป นั่นแปลว่ามาลัยไม่เชื่อที่เธอพูด ซึ่งนั่นทำให้เธอโมโหสุดๆ เรื่องอะไรต้องเอาเธอไปเหมารวมกับพวกสาวๆ ที่ออกอาการกรี๊ดแตกยามรู้ว่าเขามาที่จันทัปปภาด้วย เธอไม่เคยมีอาการแบบนั้นสักนิด มีแต่อยากหนีไปให้ไกลๆ คนพรรคนั้นละสิไม่ว่า

ฉันก็ไม่ได้ว่าจันทร์ชอบเขานี่ แค่…”

เพียงจันทร์แตะเบรกจนสาวๆ ที่นั่งด้านหลังต่างกรี๊ดกร๊าดกันด้วยความตกใจ

พี่จันทร์รถเป็นอะไรค้า

เบรกค้างเหรอ

รถเสียหรือเปล่า ตรงนี้เปลี่ยวสุดๆ

อีกหลายประโยคตามมา คนขับสาวที่เผลอแตะเบรกกะทันหันกลอกตา คำว่าชอบที่หลุดออกจากปากมาลัยทำให้เธอเผลอย่ำเท้าแตะเบรก

ฉัน-ไม่-ได้-ชอบ-เขาเธอปฏิเสธเสียงแข็งแล้วออกรถ

มาลัยไม่โต้แย้ง ได้แต่มองวิวข้างทางทำเหมือนไม่ได้ยินคำพูดนั้นของเพื่อน เพียงจันทร์เสียอีกที่หัวเสียไปตลอดทาง เป็นไปไม่ได้หรอกที่เธอจะชอบนายหน้าเหียกนั่น

ให้เป็ดออกลูกเป็นไก่ก่อนเถอะ!

 

ชั่วโมงต่อมาความรู้สึกไม่ชอบของหญิงสาวพุ่งขึ้นจนทำให้เธอโล่งใจที่ว่าแท้จริงแล้วเธอไม่ชอบเขาจริงๆ เพียงจันทร์อยากจะกรีดร้องยามที่พูนขอให้เธอเข้าไปทำความสะอาดห้องนอน ท่าทางเกรงอกเกรงใจทำให้เธอปฏิเสธไม่ออก เพราะคนขอคือผู้มีพระคุณ หญิงสาวหิ้วถังน้ำ ม็อบถูพื้นและอุปกรณ์ทำความสะอาดเข้าไปในห้อง

คนที่นั่งอ่านหนังสือบนเตียงปรายหางตามองเธอนิดหนึ่งก่อนจะก้มหน้าสนใจหนังสือในมือต่อ นั่นทำให้เลือดลมเธอร้อนขึ้นจนถึงจุดเดือด มองอย่างกับเธอเป็นคนใช้! เพียงจันทร์วางถังน้ำลงพื้นอย่างกระแทกกระทั้น หยิบไม้กวาดมากวาดพื้นโดยไม่สนใจว่ามันจะรบกวนคนที่นั่งอยู่ก่อน

เบาๆ หน่อยสิ ไม่เห็นหรือไงว่าฝุ่นมันฟุ้งเสียงทุ้มดังขึ้นหลังจากอดทนมาสักพัก แม่คุณเล่นมากวาดใกล้ๆ ตัวเขาเหมือนจงใจแล้วก็ไปเก็บตรงนั้นก่อนค่อยมากวาดพื้นเขาชี้ไปยังโต๊ะทำงานติดหน้าต่าง หญิงสาวมองตามก็พบกับขยะกองพะเนิน อีกทั้งมีหนังสือที่ถูกรื้อค้นออกจากตู้หนังสือใกล้ๆ กันอีก

เมื่อวานยังไม่มีเลย แบบนี้มันจงใจแกล้งกันชัดๆ!’

คนที่เพิ่งเข้ามาทำความสะอาดหมาดๆ กรีดร้องอยู่ในใจ

ฝีมือนายใช่ไหม!” เธอถามอย่างฉุนเฉียว เมื่อวานเธอเพิ่งเข้ามาเก็บกวาด ไม่มีทางที่จะเป็นฝีมือพูนเพราะฝ่ายนั้นไม่เคยทำห้องรกขนาดนี้

อ้อ พอดีฉันหาหนังสือบางเล่มไม่เจอเขารับด้วยสีหน้าเรียบๆ ที่ดูกวนอวัยวะเบื้องล่างมากถึงมากที่สุดในความคิดของเพียงจันทร์

แล้วมันจำเป็นต้องรื้อออกมาทั้งตู้หรือไง เธอกระฟัดกระเฟียดไม่เลิก แค่คิดว่าต้องเก็บมันเข้าตู้ทั้งหมดก็โกรธจนสุดติ่งแล้ว

ก็บอกแล้วไงว่าหาไม่เจอมุมปากของชายหนุ่มเผยยิ้มเย้ยแม้วาจาจะกล่าวปฏิเสธ

นายจงใจแกล้งฉัน!”

เปล่าหย่งคังยักไหล่ ทำตาใสซื่อให้เธอ

เพียงจันทร์เห็นดังนั้นจึงสูดอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่ พยายามหักห้ามใจอย่างยิ่งยวด ห้ามไม่ให้วิ่งเอาด้ามไม้กวาดไปตีหัวไอ้คนหน้าเหียกตรงหน้า! กว่าหญิงสาวจะทำความสะอาดห้องเสร็จก็ปาไปเกือบชั่วโมง เล่นเอาเธอเกือบหมดแรงเพราะก่อนหน้าจะไปตลาดนัดเธอเพิ่งวิ่งไล่จับกับเขามา

 

อาหารเย็นวันนั้นพูนเป็นคนทำ หญิงสาวนั่งก้มหน้าก้มตากินโดยไม่พูดไม่จา ต่อเมื่อได้ยินหลานชายพูดขึ้น

อยากกินไข่หวานน้ำขิงจัง ผมไม่ได้กินนานแล้วชายหนุ่มหันไปพูดกับพูนที่มีสีหน้าไม่สู้ดีนัก ด้วยรู้ว่าเขาจะแกล้งเด็กในปกครองอีก

เดี๋ยวให้จันทร์ทำให้สักถ้วย ได้ใช่ไหมจันทร์พูนรับถ่ายทอดคำสั่งทางสายตา หันไปถามหญิงสาวด้วยสีหน้าเกรงใจด้วยรู้ดีว่าคนอยากกินนั้นอยากแกล้งมากกว่า

แต่…” หญิงสาวอยากปฏิเสธหากแต่เห็นสีหน้าของผู้มีพระคุณแล้วทำไม่ลง ก็ได้จ้ะ เดี๋ยวจันทร์กินข้าวเสร็จแล้วจะไปทำให้ เธอรับปากอย่างเสียไม่ได้ ก้มหน้าก้มตากินต่อจนอิ่มแล้วจึงขอตัว

มีดอีโต้อันใหญ่สับลงกึ่งกลางเขียงพอดิบพอดี พร้อมกับที่ริมฝีปากอิ่มสีเรื่อขมุบขมิบราวกำลังร่ายคำสาปแช่ง มันเป็นอย่างนี้ทุกที ยามเธอกับเขาฟาดฟันกันเสร็จเธอก็ต้องเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำเพราะคำขอร้องของพูน อาซิงมักพูดเกริ่นมาทำนองนี้เสมอยามอยากแกล้ง เขาอ้างว่าอยากกินโน่นกินนี่ ลุงพูนเคยเสนอตัวทำให้แต่ชายหนุ่มไม่ยอม บอกอยากคุยกับผู้เป็นลุงมากกว่า นั่นเท่ากับว่าเธอที่เขาไม่อยากคุยด้วยต้องเป็นคนทำ

หญิงสาวจัดการต้มน้ำแล้วหันไปหั่นขิงแก่ประมาณหกเจ็ดแว่น พอน้ำเดือดจึงใส่ขิงที่หั่นไว้ รอจนมีกลิ่นหอมและสีเริ่มเข้มจึงปิดแก๊สนำมากรองด้วยผ้าขาวบาง จากนั้นจึงนำไปต้มต่ออีกรอบ เธอใส่น้ำตาลลงไปแล้วชิมจนได้ที่จึงตอกไข่ใส่เป็นอันเสร็จ

ตาใสจ้องถ้วยแก้วที่มีไข่หวานในน้ำขิง ปากอิ่มเล็กพึมพำ

นายมันน่าเกลียดที่สุด ฉันไม่มีวันชอบนายได้หรอก!”

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

117 ความคิดเห็น

  1. #96 noodao (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 15:40
    ระวังจะเป็นเหมือนที่มาลัยพูดนะจันทร์ เกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้น
    เฮียเค้าออกจะหล่อ ไม่ลองพิจารณาหน่อยหรอ
    #96
    0
  2. #49 nui (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2557 / 22:29
    พี่เจี๊ยบค่าาาาาหนูอยากอ่านเล่มเต็มแล้วอะ นับวันรอรับหนังสือพร้อมขี้มือพี่เจี๊ยบอยู่เลยค่าา
    #49
    0