ดั่งดาวคอยเดือน (หย่งคัง - เพียงจันทร์)

ตอนที่ 7 : หนุ่มหน้าเหียกกับสาวอีเกิ้ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,432
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    21 เม.ย. 61

เพียงจันทร์ไม่เข้าใจว่าทำไมดวงเธอถึงได้ตกถึงขนาดตั้งใจหลบหน้าอาซิงแต่หลบยังไงก็ดูเหมือนจะไม่พ้น ราวกับเขานั้นเป็นเจ้ากรรมนายเวรของเธอมาแต่ชาติปางก่อน หญิงสาวทำหน้างอง้ำเมินหน้าหนีสายตาคนที่กำลังยืนยิ้มอยู่ตรงหน้า จริงๆ แล้วเธอควรจะญาติดีกับเขา สำนึกถึงบุญคุณที่ลุงพูนเคยเลี้ยงมาด้วยการทำตัวดีกับหลานชายเขาบ้าง แต่เห็นหน้ากวนโอ๊ยนี่ทีไรเธอเป็นต้องโมโหจนอดไม่อยู่ทุกทีสิน่า

หญิงสาวนิ่วหน้าเมื่อนึกถึงสาเหตุที่ไม่อาจญาติดีกับชายหนุ่มผู้นี้ได้

เรื่องมันเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ไม่กี่ปี ตอนนั้นเธออายุสิบแปดปีเพิ่งเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในปีแรก อาซิงมาที่นี่ตรงกับงานวันเกิดเธอพอดิบพอดีและปีนั้นเป็นปีแรกที่เธอขออนุญาตไปกินเลี้ยงวันเกิดข้างนอก หลังจากถ่ายรูปหมู่กับพวกวรดาแล้วเธอก็ปลีกตัวไปด้วยเจ้ากระบะโฟล์กคันเก่งของเธอ เพื่อนเก่าสมัยเรียนมัธยมและเพื่อนใหม่ในมหาวิทยาลัยต่างรอที่ร้านเนื้อย่างในอำเภอ เธอไปถึงราวๆ สามทุ่มกว่า อยู่ฉลองจนเกือบเที่ยงคืนเพื่อนๆ ก็พากันเซอร์ไพรส์ด้วยเค้กและเพลงอวยพรวันเกิด จำได้ว่าคนที่ถือเค้กมาเป็นเพื่อนใหม่ในมหาวิทยาลัย เขาเป็นชายหนุ่มที่หน้าตาดีทีเดียว เพื่อนที่ยืนรอบๆ ต่างส่งเสียงแซวกันใหญ่

นั่นเป็นครั้งแรกที่มีชายหนุ่มมาจีบ

เป็นครั้งแรกที่เธอได้จัดงานวันเกิดนอกบ้าน

และเป็นครั้งแรกที่งานวันเกิดเธอล้มครืนไม่เป็นท่า

จู่ๆ อาซิงก็โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ เขาพุ่งเข้ามาต่อยหน้าเพื่อนเธอแล้วก็ลากตัวเธอกลับบ้าน ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วจนเธอหรือใครๆ ตั้งตัวไม่ติด เธอเห็นลุงพูนที่มากับอาซิงมีสีหน้าซีดเผือด วิ่งตามเธอและเขามาติดๆ พอรู้ว่ามีผู้ปกครองมาตามเพื่อนๆ เธอเลยไม่มีใครทักท้วง

พอถึงบ้านเธอที่เพิ่งโกยสติที่แตกกระเจิงมากองรวมกันได้ก็หันมาเล่นงานเขาทันที ภาพกำปั้นที่ซัดเข้าใบหน้าหล่อเหลาของเพื่อนชายยังติดตาตามด้วยเค้กขนาดสองปอนด์ที่หล่นแผละไปบนพื้น

นายทำบ้าอะไร!’

เธอล่ะทำเรื่องบ้าอะไร ยายเด็กบ้า!’

นั่นเป็นประโยคที่ยาวที่สุดเท่าที่อาซิงเคยพูดกับเธอ ปกติเวลาเขามามักจะมาแค่วันสองวันก็กลับไปและเขาไม่เคยพูดกับเธอเลยนอกจากมองอย่างทักทายและผละไปทำธุระของตน

สีหน้าโกรธจัดสร้างความสงสัยแก่เธอเพราะอะไร?

ฉันจะทำอะไรมันก็เรื่องของฉัน นายมายุ่งอะไรด้วยเล่า!’ ความโกรธที่บดบังความสงสัยทำให้เธอตวาดกลับอย่างไม่ยอม

ยายเด็กบ้า!’ ชายหนุ่มคำรามตามแรงอารมณ์

แต่ก่อนที่จะเกิดศึกเสียงของพูนก็ขัดขึ้นเสียก่อน

พอเถอะ จันทร์ขึ้นบ้านนอนได้แล้ว’ พูนหันมาสั่งให้เธอขึ้นบ้าน ซึ่งนั่นแปลว่าเธอต้องเป็นคนถอย ตอนนั้นเธอน้อยใจจนวิ่งหนีเข้าห้อง เธอไม่รู้ว่าลุงพูดอะไรกับหลานชาย แต่ตื่นเช้าขึ้นมาก็พบว่าเขากลับไปแล้ว

นั่นเป็นสาเหตุของความบาดหมาง

ทว่าปีต่อมาอาซิงก็ยังกลับมาเยี่ยมลุงพูนตรงกับงานวันเกิดเธอเหมือนเคย เขาเริ่มตอแยเธอมากขึ้น ยิ่งเธอปั้นปึ่งเขาก็ยิ่งแหย่จนกลายเป็นไม้เบื่อไม้เมากันจนมาถึงวันนี้

หญิงสาวตวัดสายตาขุ่นๆ มองผู้ชายที่ยืนฉีกยิ้มอยู่ตรงหน้า

เมื่อไหร่นายจะเลิกตอแยฉันเสียที” ถามอย่างเอาเรื่อง

บอกกี่ทีแล้ว ว่าให้เรียกว่าเฮีย” หย่งคังพูดภาษาไทยกับหญิงสาวด้วยสีหน้าที่ยังเปื้อนรอยยิ้มอยู่ ซึ่งเพียงจันทร์คิดว่ามันก่อกวนอารมณ์เธอให้ขุ่นได้ไม่น้อย หญิงสาวเมินหน้าหนี อาซิงอายุมากกว่าเธอหลายปีและรู้ว่าการเรียกเขาว่า ‘นาย’ มันฟังไม่ดี พูนเองก็เคยบอกให้เธอเรียกเขาว่าเฮียซิง แต่เธอกระอักกระอ่วนใจเกินกว่าจะเอ่ย ดังนั้นทางเลี่ยงที่ดีที่สุดก็คือไม่พูดกันเลยจะดีกว่า

จันทร์เจ้า” เสียงทุ้มเรียกเมื่อเห็นว่าหญิงสาวจะเดินหนี ชื่อเล่นที่เรียกอย่างถูกต้องทำให้เพียงจันทร์ชะงัก หากเขาเรียกชื่อเธอถูกต้องนั่นคือเขาไม่กวน แต่คราใดที่เรียก ‘อีเกิ้ง’ ยามนั้นเธอต้องย้ำเตือนให้ตัวเองเดินหนีไปโดยไวก่อนที่จะพลั้งมือฆ่าเขาหมกสวนลำไย

อะ อะไร” เพียงจันทร์ทำเสียงปึ่งชา ไม่กล้าสบสายตาคมที่มองมาด้วยแววตาที่ทำให้ครั่นเนื้อครั่นตัวอย่างบอกไม่ถูก สู้ให้เขามองอย่างกรุ้มกริ่มกวนๆ เสียยังดีกว่ามองแบบนิ่งๆ เหมือนตอนนี้

สงบศึกกันเถอะ เรามาดีกันนะ

นิ้วก้อยเรียวสวยลอยอยู่ตรงหน้าหญิงสาว เธอได้แต่กะพริบตามองปริบๆ อย่างตั้งตัวไม่ถูก เขาจะมาไม้ไหนกัน ปกติก็เอาแต่แหย่ให้อารมณ์เสียแล้วก็เดินจากไปอย่างอารมณ์ดี

ฮะ

ดีกันเถอะ เบื่อจะทะเลาะด้วยแล้ว หย่งคังบอก กระดิกนิ้วก้อยเป็นการเร่งให้อีกคนยกนิ้วขึ้นมาเกี่ยวก้อยกัน

หญิงสาวปัดนิ้วเขา ก้าวถอยห่างออกมาอีกสองก้าว จู่ๆ ก็โดนความร้อนแผดเผาระยะเผาขนจนหน้าร้อนเห่อแทบไหม้ จะให้ยืนใกล้ชิดกันต่อยังไงไหว

ไม่ ฉันไม่ดีกับนายหรอก” เสียงหวานแหว เธอไม่ใช่คนลืมง่ายเสียหน่อย เรื่องอะไรจะญาติดีกับเขา คำขอโทษสักคำยังไม่มี

แล้วต้องทำยังไง จันทร์ถึงจะยอมคุยกับเฮียดีๆ” คนที่มาแปลกในปีนี้ออดเสียงอ่อน เพียงจันทร์เริ่มไม่ไว้ใจเขา แทนตัวว่าเหี้ เอ๊ย เฮียอย่างนี้ต้องการอะไรจากเธอกันแน่

ความบาดหมางที่กินใจกันมานานหลายปี บวกกับวีรกรรมกวนๆ ของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวไม่อาจตัดใจญาติดีกับเขาได้ง่ายๆ ใบหน้าเล็กเชิดขึ้น ก่อนจะสาดคำพูดที่เสมือนน้ำแข็งสาดราดบนใจคนฟังก็ไม่ปาน

ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น เพราะไม่ว่ายังไงฉันก็ไม่อภัยให้นาย ไอ้-หน้า-เหียก!”

คนถูกด่ายืนตัวแข็งค้าง เกิดมาจนอายุสามสิบห้าปีนี่เป็นครั้งแรกที่ถูกด่าตรงๆ ซ้ำยังเป็นคำด่าว่าที่เจ็บแสบไปถึงทรวง

ไอ้หน้าเหียก’ งั้นเหรอ?

ดวงตาคมวาววับมองตามหลังร่างเล็กที่วิ่งหนีไปในสวน ชายหนุ่มไม่รอช้ารีบสาวเท้าตามไปทันที

ไม่แน่จริงนี่หว่า ด่าแล้ววิ่งหนี” เขาตะโกนไล่หลัง

แน่ไม่แน่ฉันไม่สนหรอก ขอแค่ได้ด่า มันสะใจดี!” คนที่ตั้งหน้าตั้งตาโกยอ้าวตะโกนบอกพร้อมส่งยิ้มสะใจให้ด้วย

หน็อยยายเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม” มาเฟียหนุ่มที่ปลอมตัวมาอยู่ในสวนลำไยแห่งนี้คำรามเหมือนสัตว์ร้ายที่กำลังไล่ล่าตะครุบเหยื่อ เกิดมามีใครเคยกล้าด่าว่าเขาแบบนี้ที่ไหน

ก็ยังดีกว่าไอ้ตี๋หน้าเหียกที่คุ้มดีคุ้มร้าย คิดจะพูดดีก็ดีขึ้นมาเฉยๆ อย่างนายนั่นแหละ” เพียงจันทร์เอี้ยวใบหน้ามายิ้มเยาะในขณะที่ยังวิ่งไม่หยุด

จันทร์เจ้า!”

ไม่ต้องเรียก ฉันไม่รอนายหรอก แก่แล้วยังไม่เจียมยังมาวิ่งไล่ตามฉันเหมือนเด็กๆ อยู่ได้” เด็กที่เริ่มเหนื่อยตะโกนบอกเสียงหอบ เขาวิ่งตามเธอไม่หยุด แถมยังทำท่าจะจับตัวเธอได้อยู่รอมร่อ

อารมณ์ของคนที่โดนด่าว่า ‘หน้าเหียก’ พ่วงด้วย ‘แก่’ พรุ่งปรี๊ด ว่าเพ่ยหนิงแสบมากแล้ว ยัยตัวเล็กที่วิ่งหนีเขาอยู่ตอนนี้แสบยิ่งกว่า ขณะที่วิ่งตามชายหนุ่มก็หรี่ตาลงอย่างคนใช้ความคิด เธอด่าเขาอย่างนี้ได้อย่างไร ‘หน้าเหียก’ เป็นฉายาที่วิกตอเรีย เหม่ยเหมย อีวานอฟ คนที่อาม้านับถือเป็นพี่สาวใช้เรียกอาป๊าของเขา

แล้วเพียงจันทร์เล่ารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร?!

 

หย่งคังได้คำตอบในเย็นวันนั้น หลังจากวิ่งล่ากันอ้อมเขาสามลูกเหมือนพระนางในหนังอินเดียจนเหนื่อยหอบ เขาและเธอต่างแยกย้ายกันไปคนละทางเมื่อถึงบ้าน ชายหนุ่มนำเรื่องนี้มาถามกับพูนทันทีที่หญิงสาวขับรถออกไปซื้อของที่ตลาดนัดกับพวกคนงานสาวในไร่โดยใช้กระบะโฟล์กของเธอเป็นยานพาหนะ

วันนี้จันทร์ด่าฉันว่า…” คนพูดอึกอักเหมือนกำลังทำใจเอ่ยมันออกมา

ด่าว่าอะไรครับคุณชาย” พูนมีสีหน้าไม่สู้ดี แค่ด่าก็ว่าแย่แล้ว ไอ้ที่ทำหน้าเหมือนทำใจไม่ได้นี่คงร้ายแรงน่าดู

ไอ้-หน้า-เหียก

หา!” หัวหน้าคนงานของสวนจันทัปปภาร้องเสียงหลง ก่อนจะเบ้หน้าราวกับประโยคก่อนหน้านั้นเป็นการเอ่ยถึงเรื่องคอขาดบาดตาย “เป็นความผิดของผมเองครับคุณชาย ผมผิดเอง…”

หย่งคังหรี่ตามองคนตรงหน้า ยืนนิ่งรอฟังคำสารภาพด้วยสีหน้าราบเรียบ ทว่ารอบตัวชายหนุ่มเหมือนมีรังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมา พูนก้มหน้าอย่างสำนึกผิด ท่าทางเจ้านายตอนนี้เหมือนซาตานตัวร้ายกำลังยืนสยายปีกดำๆ ไม่มีผิด

คุณชายคงจำตอนที่คุณชายไปอาละวาดในงานวันเกิดจันทร์ได้ หลังจากที่คุณชายกลับถึงฮ่องกงแล้วคุณชายก็โทรกลับมา แล้วเราก็พูดเรื่องที่คุณนายเหมยทะเลาะกับนายท่านหย่งเล่อ…”

ดวงตาเรียวคมเบิกกว้างขึ้น นึกย้อนไปตอนที่ตัวเองโทรกลับมาเล่าเรื่องที่เขากลับฮ่องกงไปเจอป้าเหมย เขาที่ตั้งใจโทรมาถามข่าวเพียงจันทร์กับพูนเลยเล่าเรื่องที่ป้าด่าพ่อเขาว่า ‘ไอ้หน้าเหียก’ ให้พูนฟัง ในตอนนั้นพูนทวนคำพูดเขาด้วย

ไอ้หน้าเหียกเหรอครับ ผมก็เคยได้ยินคุณนายเหมยด่าคุณท่านตอนยังทำงานอยู่ฮ่องกงเหมือนกัน

อดีตคนสนิทของหย่งเล่อรู้จักคู่ปรับของเจ้านายตนดี

จันทร์มาได้ยินตอนผมทวนพอดี หลังจากวางสายจากคุณชายก็ซักผมใหญ่ว่าคุยกับใคร ทำไมถึงต้องพูดสุภาพนอบน้อม ทำหน้าจับผิดถามว่าผมพูดกับอาซิงใช่หรือเปล่า แล้วก็สรุปว่าอาซิงไม่ได้เป็นหลานผม” พูนเล่าถึงเรื่องที่เพียงจันทร์สงสัย เดิมทีหญิงสาวสงสัยอยู่ก่อนแล้วว่าอาซิงไม่ได้เกี่ยวดองเป็นญาติกับเขา เพราะเขาไม่ค่อยกล้าขึ้นเสียงหรือพูดโหวกเหวกกับหลานอย่างที่ลุงหรือคนเป็นผู้ใหญ่ทั่วๆ ไปพูดคุยกับคนอายุน้อยกว่า

แล้วทำไมจันทร์เจ้าถึงได้เอาคำนั้นมาด่าฉัน” หย่งคังถามเสียงเรียบ

ผมบอกว่าคุยกับเจ้านายเก่า ไม่ได้คุยกับคุณชายและกุเรื่องบอกจันทร์เจ้าว่าเจ้านายเก่าของผมโดนญาติกันด่าว่าหน้าเหียก เพราะเขาเอ่อ

เพราะอะไร” เสียงอึกอักที่หายไปทำให้ชายหนุ่มเร่งเร้าเอาคำตอบ

เพราะเจ้านายเก่าผม เอ่อ” พูนอ้ำอึ้งไม่กล้าพูดต่อ สายตาชายหนุ่มคมเหมือนมีดรอบั่นคอหอยเขาทำให้เขาพูดไม่ออก

หย่งคังเลิกคิ้วมองคนตรงหน้า มุมปากชายหนุ่มกดลึกเกือบเป็นรอยยิ้ม หากแต่เป็นยิ้มที่ร้ายกาจ

เพราะว่าเจ้านายเก่าหน้าตี๋เหมือนฉันงั้นสิ” เสียงที่เอ่ยราบเรียบก็จริง แต่คนฟังรู้สึกชาไปทั้งตัว

ผมขอโทษครับคุณชาย” พูนก้มหัวลง “ตอนนั้นผมไม่รู้จะเบนความสนใจจันทร์ยังไง” พูดแล้วก็นึกอยากตีหญิงสาวที่เลี้ยงมากับมือสักสองสามที ค่าที่ขยันหาแต่เรื่องปวดหัวเกี่ยวกับหย่งคังมาให้เขาแก้

จันทร์มีท่าทางยังไงตอนที่บอก

คนโดนถามถึงกับกลั้นหายใจ ราวกับว่าคราวนี้ตนคงได้ตายลงจริงๆ

บอกมา!”

หัวเราะจนหงายท้องไปกับพื้นเลยครับ!” คนตอบก้มหน้า นึกถึงตอนที่เพียงจันทร์นอนหงายลงไปหัวเราะกับพื้นบ้านก็ต้องกลั้นยิ้ม เขายอมรับว่าตอนนั้นเขาก็ขบขันท่าทางเธอไม่น้อย

ลูกชายมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ในเกาะฮ่องกงที่ดำเนินรอยตามเท้าผู้เป็นพ่อยืนหน้าชาดิก

หัวเราะจนหงายท้องงั้นเรอะ!

หย่งคังหน้าชาดิกยามนึกถึงภาพเพียงจันทร์นอนหัวเราะงอหายกับพื้นบ้าน ดวงตาเรียวคมของชายหนุ่มหรี่ลงเป็นปฏิกิริยามาดร้ายที่มีแต่คนใกล้ตัวเท่านั้นที่รู้ กรามหนาขบเข้าหากันจนนูนเด่น ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครด่าเขาได้เจ็บแสบถึงเพียงนี้ จากที่ตั้งใจมาสงบศึกกับเธอตอนนี้เขาเปลี่ยนใจแล้ว ด่ากันถึงขนาดนี้ ห้ำหั่นกันต่อไปแล้วกัน

ถ้าจันทร์กลับมาบอกให้ไปทำความสะอาดห้องฉันด้วย” ชายหนุ่มบอกเสียงราบเรียบทว่าแฝงแววคุกคาม

พูนก้มหน้ารับคำสั่ง รู้เลยว่านี่คือบทลงโทษของหญิงสาว มีอย่างที่ไหนไปด่าชายหนุ่มว่าหน้าเหียก แม้ไม่รู้สถานะที่แท้จริงของหย่งคังเธอก็ไม่สมควรด่าอย่างนี้ คนสูงวัยได้แต่โคลงศีรษะอย่างปลงๆ มองตามแผ่นหลังที่หายเข้าไปหลังบานประตู ห้องของเขาก็คือห้องของหย่งคัง บ้านหลังนี้มีสองห้องนอน ยามที่หย่งคังมาจึงต้องพักกับเขา มันไม่แปลกที่ชายหนุ่มเรียกว่าห้องของตนเอง นั่นเพราะสวนแห่งนี้เป็นของชายหนุ่มอยู่แล้ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

117 ความคิดเห็น

  1. #95 noodao (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 11:48

    อีเกิ้งน้อยเอ๋ย ทำไมไปด่าเฮียเค้าแบบนั้นล่ะ เฮียเค้าออกจะหล่อ ขาว ตี๋ ผู้ดีฮ่องกง

    #95
    0