ดั่งดาวคอยเดือน (หย่งคัง - เพียงจันทร์)

ตอนที่ 6 : หนุ่มหน้าเหียกกับสาวอีเกิ้ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,462
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    20 เม.ย. 61

3

หนุ่มหน้าเหียกกับสาวอีเกิ้ง

เค้กขนาดสองปอนด์ที่แช่อยู่ในตู้เย็นทำให้พูนซึ่งตื่นเช้าเป็นพิเศษอดยิ้มขบขันไม่ได้ มันก็อีหรอบนี้ทุกปีเชียว เจ้าของงานวันเกิดไม่ได้เป่าเค้ก คนหิ้วไม่ได้กิน เมื่อวานเขาถูกเริงไหว้วานให้ไปรับของให้เลยไม่รู้ว่าสองหนุ่มสาวทักทายกันอย่างไรหลังจากที่ต่างคนต่างไม่ได้เจอกันมาขวบปีเต็ม แต่ถึงไม่เห็นก็พอนึกออกอยู่หรอกว่า

ฝ่ายหญิงอาจต้อนรับด้วยความมึนตึง

ส่วนฝ่ายชายก็เอาแต่ยิ้มกรุ้มกริ่มที่ได้พูดแหย่ให้อีกฝ่ายโมโห

เจ้าของบ้านไม้ยกใต้ถุนสูงที่ปลูกสร้างอยู่ภายในสวนจันทัปปภาโคลงศีรษะ เดินออกจากครัวแล้วหยุดมองประตูห้องนอนสองห้องที่อยู่ห่างจากกันอย่างระอา

กี่ปีกันแล้วหนอที่ทั้งสองไม่อาจญาติดีกันได้

พูนยิ้มหากแต่ครั้งนี้รอยยิ้มส่งไปไม่ถึงดวงตาเฉียนหย่งคังหรือคุณชายหย่งคังมาที่สวนแห่งนี้ในนามอาซิงหลานชายของเขา แต่เดิมพูนมีชื่อจีนว่าจิ้นเหอเป็นคนสนิทของเฉียนหย่งเล่อบิดาของหย่งคัง ที่สำคัญคือเฉียนได้เป็นเจ้าของสวนแห่งนี้เมื่อยี่สิบปีที่แล้ว เริงเป็นนักพนันตัวยงข้ามน้ำข้ามทะเลไปเล่นพนันที่กาสิโนของหย่งเล่อและเสียจนหมดตัว เริงขอกู้เงินหย่งเล่อโดยใช้ที่สวนแห่งนี้ค้ำประกันเพื่อหวังจะแก้มือ แต่การพนันไม่ได้ทำให้ใครรวยได้อย่างจีรัง เล่นได้คืนแล้วเริงกลับไม่หยุดเล่น ดึงดันเล่นต่อจนเสียหมดตัวอีกครั้ง ถึงตอนนั้นแม้แต่ที่ซุกหัวนอนก็ไม่มี เริงต่อรองโดยรับข้อเสนอบางอย่างจากหย่งเล่อ เริงกลับมาบ้านด้วยสภาพสิ้นเนื้อประดาตัว กระนั้นก็ยังมีที่ซุกหัวนอนคือบ้านหลังที่ปลูกสร้างอยู่ด้านหน้าสวนจันทัปปภา

จิ้นเหอคนสนิทของหย่งเล่อรับหน้าที่มาดูแลสวนแห่งนี้ให้ตระกูลเฉียน ไม่มีคนงานคนไหนรู้ว่าเจ้าของสวนแห่งนี้ได้เปลี่ยนมือไปแล้ว เริงไม่บอกเรื่องที่ตนสูญเสียที่ดินให้ใครรู้ มีเพียงภรรยาและคนของตระกูลเฉียนเท่านั้นที่ทราบ มันเป็นความลับมากว่ายี่สิบปี! เริงยังทำตัวเจ้ากี้เจ้าการดูแลงานในสวน พอๆ กับที่ขยันโทร. ทางไกลไปรายงานเจ้านายเขาเพื่อประจบประแจง

รูปและข้อความบนเค้กทำให้อดีตคนสนิทของหย่งเล่ออดอมยิ้มไม่ได้

เค้กวันเกิดรูปเดือนที่ใช้ครีมสีเหลืองและรูปดาวสีฟ้าสดใสถูกเขียนว่า

สุขสันต์วันเกิดอีเกิ้งน้อย

 

เจ้าของวันเกิดที่ไม่ได้เป่าเค้กนั่งฮึดฮัดตั้งสติอยู่ในห้องนอนอาซิงคือคนที่มาเซอร์ไพรส์วันเกิดเธอเมื่อคืนนี้ เขาเป็นชายหนุ่มที่ไม่ได้มีรูปร่างใกล้เคียงกับแฮกริดคนเฝ้าประตูฮอกวอตส์ในแฮร์รี่ พอตเตอร์สักนิด หากแต่ชายหนุ่มมีรูปร่างสูง ผิวขาวจัด ดวงตาเรียวชั้นเดียวทว่าคมกริบ ริมฝีปากเขาบางเป็นสีแดงเรื่อจนเธอแอบอาย ขนาดเธอเป็นหญิงแท้ๆ ปากยังไม่แดงเท่าเขา

นานแล้วที่เธอเห็นเขาเป็นคู่ปรับ เจอหน้ากันเป็นอันต้องปะทะคารมฟาดฟันกันด้วยคำพูดเจ็บแสบ อาซิงเป็นญาติห่างๆ กับลุงพูน นัยว่าเป็นหลาน เธอทราบว่าแต่เดิมพูนนั้นเป็นคนเชื้อสายจีนที่มาตั้งรกรากที่เมืองไทย เธอเคยพยายามถามกับลุงหลายครั้งว่าหลานฝั่งไหนทำไมหน้าไม่เหมือนกัน รายนั้นก็ตอบปัดบอกจำไม่ได้ว่าหลานสายไหน รู้อย่างเดียวคือห่างมากๆ อาซิงมักมาที่สวนจันทัปปภาก่อนหน้าเก็บเกี่ยวผลผลิต ซึ่งก็ให้บังเอิญตรงกับงานวันเกิดของเธอ

เมื่อคืนหลังจากที่เขาปรากฏตัวและอวยพรวันเกิดแถมยังมีตบท้ายด้วยการย้ำปมด้อย เรียกชื่อเธออีกภาษาซึ่งแปลว่าดวงจันทร์เหมือนกัน เธอลุกขึ้นสะบัดบ๊อบเดินหนีเขาด้วยการเข้าห้องทันทีอีเกิ้งเป็นภาษาอีสานแปลว่าดวงจันทร์ซึ่งเธอไม่รู้ว่าเขาไปรู้มาแต่ไหน แม้ความหมายจะเหมือนกัน แต่สำหรับเธอนั้นฟังแล้วประดักประเดิดเป็นอย่างมาก จะเรียกเดือนเรียกจันทร์เธอคงไม่ขุ่นเคือง แต่เรียกอีเกิ้งนี่สุดจะทน ใครที่ไหนชื่อนี้กันบ้างเล่า

หัวคิ้วโก่งเรียวสีปีกกาที่ตัดกับผิวขาวผ่องอมชมพูขมวดมุ่น

แล้วทำไมต้องลงท้ายด้วยของฉันด้วยนะ

 

ฟากฝ่ายเจ้าของเค้กที่อุตส่าห์หิ้วมาฝากสาวทุกปีกำลังยืนรีรออยู่ตรงชานบ้าน ชายหนุ่มรอจนกระทั่งหมดเวลาเลี่ยงการเผชิญหน้ากัน พูนร้องเรียกหญิงสาวให้ออกมากินข้าวเช้าพร้อมกัน ร่างเล็กๆ สวมเสื้อสีชมพูสดใสกับกางเกงขาสั้นสีดำตัดกับผิวสีขาวอมชมพูก็ปรากฏตัว หย่งคังในนามอาซิงยิ้มอย่างพอใจ

ใบหน้าน่ารักงอง้ำเมื่อเห็นว่าใครยืนรออยู่ไม่ห่างจากหน้าห้อง รอยยิ้มสดใสกวนตะกอนอารมณ์เธอให้ขุ่นมัวมากขึ้นกว่าเดิม

ไงเสียงนุ่มทุ้มดังออกจากปากสีแดงของคนนัยน์ตากรุ้มกริ่ม

หึ!” เพียงจันทร์ยืนกอดอกเมินหน้าหนีไปทางอื่น ไม่นำพาต่อคำทักทายสั้นๆ

ชายหนุ่มฉีกยิ้มกว้าง ดวงตาเรียวคมโค้งเป็นรูปจันทร์เสี้ยว

ฉันพูดกับเธออยู่นะ อีเกิ้งน้ำเสียงท่อนท้ายแผ่วลงเหมือนจงใจยั่วอารมณ์อีกฝ่าย เจ้าของชื่อแทบจะกรีดร้องกระทืบเท้าเร่าๆ เมื่อเขาบังอาจเรียกเธอแบบนี้อีก

ฉันชื่อจันทร์เจ้า!”

ฉันชอบชื่ออีเกิ้งมากกว่าชายหนุ่มบอก เขาชอบชื่อนี้ ตอนได้ยินพูนพูดขึ้นทีแรกก็นึกขำแต่ต่อมาก็คิดว่ามันน่ารักไม่ซ้ำใครดีด้วย

งั้นก็เอาไปตั้งชื่อตัวเองซะสิเพียงจันทร์แหว อารมณ์ขุ่นมัวสุดๆ ที่ได้เห็นรอยยิ้มกว้างนั่นฉีกขึ้นอีกยามเห็นเธอโมโห มันน่าขำตรงไหน!

ไม่เอาหรอก สำหรับฉันพระจันทร์มีดวงเดียว

ความร้อนลามเลียไต่แก้มสาว หญิงสาวรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวเหมือนจะจับไข้ เมื่อคืนเธอต้องอดนอนจนเกิดไม่สบายขึ้นมาแน่ๆ ถึงได้ร้อนๆ หนาวๆ ยามได้ยินเขาพูดด้วยเสียงนุ่มทุ้มทว่าแฝงด้วยความจริงจังเช่นนี้

หญิงสาวสะบัดหน้าเดินหนี เป็นอันจบการปะทะคารมสั้นๆ ในเช้าวันนี้

 

อาหารเช้าสุดแสนจะฝืดเฝื่อนสำหรับเพียงจันทร์ผ่านพ้นไปด้วยดีโดยไม่มีการโต้วาทีระหว่างรับประทานอาหาร หญิงสาวขอตัวไปดูในสวนทันทีที่กินข้าวเสร็จโดยไม่สนใจคนที่ยังกินข้าวไม่อิ่มอย่างอาซิง พูนหน้าเสียยามมองตามแผ่นหลังบอบบางที่หายลงไปทางบันไดหน้าบ้าน

ขอโทษครับคุณชาย เด็กคนนี้สอนเท่าไหร่ก็ไม่จำภาษาจีนกวางตุ้งดังขึ้น ท่าทางเป็นกันเองในทีแรกหายไปยามอยู่สองคน พูนดูนอบน้อมถนอมคำพูดกว่าตอนที่อยู่ต่อหน้าเพียงจันทร์และคนอื่นๆ

ไม่เป็นไร แก้ไม่หายหรอก ปฏิกิริยาแบบนี้มีไว้สำหรับฉันคนเดียวคนโดนเพิกเฉยจนชินก้มหน้ากินข้าวต่อ

งั้นเที่ยวนี้คุณชายจะอยู่สักกี่วันครับ

ไม่มีกำหนด ฉันหนีมาน่ะคนมาขออาศัยอยู่ด้วยบอกเสียงกลั้วขำ ดวงตาเรียวคมเปล่งประกายระยิบระยับขึ้นยามนึกถึงสาเหตุที่ตนมาเมืองไทย เพราะวันเกิดของเพียงจันทร์ก็หนึ่ง แต่ยังมีอีกสาเหตุหนึ่งที่สำคัญพอกัน

หือพูนชักรู้สึกตงิดๆ กับคำตอบของชายหนุ่ม

อาป๊าจะให้ไปดูตัวน่ะ ฉันเลยหนีออกจากบ้านคนหนีออกจากบ้านแบบที่เด็กวัยรุ่นชอบทำยามผิดใจกับพ่อแม่บอกพร้อมยิ้มตาพราว พูนเห็นดังนั้นจึงส่ายหน้า

คุณชาย…” คนที่รู้ใจคุณชายสามดีกว่าใครเปรย

อั๊วรู้…”

แววตาขี้เล่นหายไป หย่งคังมองออกไปยังสวนกว้างใหญ่เบื้องหน้า

งั้นจะอยู่กี่วันครับพูนถามขึ้นอีกครั้ง

เปลี่ยนจากวันเป็นเดือนไม่ได้เหรอ รับรองไม่หาเรื่องเดือดร้อนมาให้ อีกอย่างฉันได้ยินว่านายเริงนั่นแอบเอาลำไยฉันไปขายด้วย

พูนส่ายหน้า เขาเองก็รู้เรื่องนี้เหมือนกันแต่ถูกเบื้องบนสั่งให้เพิกเฉย ลำไยแค่ไม่กี่ร้อยกิโลกรัม สำหรับคุณชายสามผู้นี้คงเป็นเรื่องใหญ่ แต่สำหรับหย่งเล่อคงเป็นเรื่องเล็กน้อยนักหากมันแลกกับการไม่ต้องให้ลูกชายหรือคนในครอบครัวเข้ามายุ่งกับสวนแห่งนี้

ท่านทราบเรื่องแล้ว แต่ท่านไม่ได้ว่าอะไรครับ

ใบหน้าที่มีรอยยิ้มแต้มอยู่เสมอบัดนี้ถมึงทึงขึ้นจนเกือบจะดุดัน

ก็ไม่เห็นว่าอะไร ตั้งแต่ไอ้นั่นมันแอบอ้างว่าเป็นเจ้าของสวนนั่นแหละ คราวนี้ฉันยอมไม่ได้หรอกนะ ฉันไม่ชอบคนโกหก ขี้โกง มันเหมือนโดนหยามเกียรติ!”

พูนมองตามคนที่ทิ้งช้อนลุกพรวดพราดลงไปจากบ้านด้วยสายตาหนักใจ แน่นอนเขารู้ดีว่านี่เป็นแค่ข้ออ้างเพื่อยืดเวลาให้อยู่ที่นี่ได้นานขึ้น

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

117 ความคิดเห็น

  1. #94 noodao (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 10:56

    อาซิงจะมาป่วนอะไรที่สวนแห่งนี้นะ อีเก้งก็น่ารักซะ

    #94
    1
    • #94-1 (จากตอนที่ 6)
      21 เมษายน 2561 / 09:28
      ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะค้าาาาาา
      #94-1
  2. #44 ViVi (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 กันยายน 2557 / 00:53
    ค่าา รอติดตามเสมอค่ะ
    #44
    0