ดั่งดาวคอยเดือน (หย่งคัง - เพียงจันทร์)

ตอนที่ 5 : คุณชายผู้อาภัพ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,751
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    19 เม.ย. 61

หนึ่งชั่วโมงต่อมา

ครืดๆๆ เสียงสตาร์ตเครื่องยนต์ดังขึ้นก่อนทุกอย่างจะแน่นิ่ง เจ้าของร่างสูงผิวขาวจัดที่นั่งหลังพวงมาลัยสบถรัวแล้วเปิดประตูลงมาด้วยท่าทางหัวเสีย ดวงตาชั้นเดียวทว่าเรียวคมมองถนนสองเลนที่ตอนนี้โล่งไร้คนสัญจร หย่งคังเดินไปเปิดกระโปรงรถก่อนจะก้มๆ เงยๆ อยู่ตรงนั้นสักพักแล้วกลับมาลองสตาร์ตเครื่องดูอีกครั้ง เสียงเครื่องยนต์สำลักแล้วก็แน่นิ่งเหมือนเก่า เขาใช้แขนเสื้อเช็ดเหงื่อที่พราวขึ้นเต็มใบหน้าจากอากาศร้อนอบอ้าวที่ไม่คุ้นชิน

ยิ่งแสงสีส้มคล้อยต่ำไปมากเท่าไหร่ใจชายหนุ่มก็ร้อนขึ้นมากเท่านั้น เขายกแขนดูนาฬิกาข้อมือครั้งแล้วครั้งเล่าหลังจากโทรศัพท์เรียกช่างมาลากรถเข้าอู่ ระยะทางอีกร่วมห้าสิบกิโลเมตรกว่าจะถึงที่หมายทำให้เขากลัวไปไม่ทันเหลือเกิน ทุกๆ ปีเขาไม่เคยพลาด เป็นเพราะเขาต้องแวะทำธุระให้เพ่ยหนิงก่อนแท้ๆ เชียวถึงต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ ชายหนุ่มมองไปยังรถสัปปะรังเคซึ่งนอนตายอยู่ข้างถนน

ว่าแล้วเชียวแค่ได้ยินชื่อไอ้เหน่ความซวยก็มาเยือนเขาและยิ่งซวยหนักขึ้นเมื่อเขารับน้ำใจจากมัน!

ลูกชายมาเฟียถอนหายใจดังพรืดยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห ทำไมวันดีๆ แบบนี้ถึงได้มีชื่อและน้ำใจของไอ้ตัวอัปมงคลที่ชื่อแปลว่า เสน่ห์ มาเกี่ยวข้องให้เป็น ‘เสนียด’ ด้วยนะ

กว่าช่างจะนำรถลากมาก็ปาไปร่วมชั่วโมง เจ้าของร่างสูงทำหน้าครุ่นคิดเหมือนกำลังตัดสินใจ

แถวนี้มีรถรับจ้างไหมพี่

มีครับ แต่ต้องเข้าไปในตัวตลาด

แล้วพี่ผ่านหรือเปล่า ผมขอติดรถไปลงที่นั่นด้วย

หลังจากที่ชายคนนั้นพยักหน้ารับปากจะไปส่งที่ตลาดซึ่งอยู่ห่างจากอู่ซ่อมรถ ชายหนุ่มก็ได้ขึ้นมานั่งบนรถ เขามองไปยังข้างทางที่มีทุ่งนาสีเหลืองทองจากรวงข้าวที่ได้เวลาเก็บเกี่ยวผลผลิต

พี่จะไปไหนเหรอ” คนขับรถชวนคุย

ไปสวนจันทัปปภา

อ๋อ” เสียงอ๋อทำให้คนนั่งข้างกันชักสงสัย

อ๋อนี่รู้จักหรือไง” ชายหนุ่มถาม สวนจันทัปปภาที่เขาพูดถึงห่างจากที่นี่ไปหลายสิบกิโลเมตร

รู้จักสิ สวนลำไยจันทัปปภาคนจังหวัดนี้เขารู้จักกันทั้งนั้นแหละ

อืม ดังเหมือนกันนะ” คนฟังรับด้วยสีหน้าสดใสขึ้น

ดังสิ เป็นสวนตัวอย่าง ลำไยเขาทำให้ออกผลนอกฤดูได้ แถมเนื้อยังว้านหวานกรอบอร่อยอีกด้วย เสียดายเจ้าของสวนส่งออกนอกเกือบหมด

เจ้าของร่างสูงที่นั่งตอนหน้าข้างคนขับยิ้มกริ่ม

ที่บอกว่าเนื้อหวานกรอบอร่อยน่ะ เคยชิมแล้วเหรอ

เคยสิถึงจะส่งออกนอกแต่เจ้าของสวนเขาก็ยังแบ่งขายให้พวกแม่ค้าที่ไปติดต่อ ลำไยตั้งไม่รู้กี่พันต้นแบ่งๆ ขายมั่งก็ไม่เสียหายอะไร ได้ข่าวว่าไอ้บริษัทที่รับซื้ออยู่มันเอาไปแปรรูป นี่ชาวบ้านเขาก็กำลังพูดกันว่ามันจะมาสร้างโรงงานแปรรูปที่นี่ นั่นไงเขามาปักเขตแล้วอีกหน่อยคงถมดิน” คนขับชี้ไปยังผืนดินกว้างใหญ่

หย่งคังตวัดสายตาคมมองที่ดินขนาดใหญ่ข้างทางด้วยสีหน้าราบเรียบ จริงตามที่คนขับบอกอีกไม่นานจะมีโรงงานแปรรูปปลูกสร้างขึ้นบนที่ดินผืนนั้น และที่สำคัญมันเป็นอีกหนึ่งกิจการของตระกูลเฉียน เฉียนมีที่ดินผืนใหญ่ในจังหวัดแห่งนี้ เขาเคยเสนอให้อาป๊าสร้างโรงงานที่นี่เมื่อหลายปีก่อนแต่ก็โดนปฏิเสธไปหลายครั้ง กระนั้นในที่สุดอาป๊าก็ยอมให้ลงทุนในประเทศไทย นั่นเพราะวัตถุดิบส่วนใหญ่ได้จากที่นี่ หากไปสร้างในประเทศอื่นก็จะต้องแบกต้นทุนค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายอีกจิปาถะ

เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เบอร์ปลายทางที่โชว์ทำให้ชายหนุ่มลอบถอนหายใจ

ลื้อจะโทรมาทำไมบ่อยๆ อาเพ่ยหนิง” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงเบื่อๆ หลังจากกดรับ

แหมอาเฮียน่ะ ก็อั๊วห่วงเฮียนี่นา แล้วก็อยากรู้ด้วยว่าเฮียไปธุระที่ไหนต่อ” คนที่พร่ำถามพี่ชายบ่อยๆ เกริ่นขึ้นอีกครั้ง

ไม่บอกแล้วถ้าลื้อห่วงเฮียก็อย่าริโทรมาบ่อยๆ อีกอย่างอั๊วทำธุระให้ลื้อเสร็จแล้ว

อั๊วรู้แล้ว อั๊วเพิ่งโทรคุยกับพี่ดิน

หย่งคังเลิกคิ้วขึ้นสูง ริมฝีปากโค้ง

อั๊วถามจริงๆ เถอะ ลื้อไม่กลัวอาเจิ้นหึงหรือไง

จะหึงเรื่องอะไรล่ะ อั๊วแค่ฝากของให้คนรู้จัก” เสียงหวานแว้ดๆ สวนกลับอย่างร้อนตัว ได้ฟังแล้วชายหนุ่มรู้สึกอารมณ์ดีขึ้น

ลื้อกำลังนอกใจสามี ลื้อรักอาเจิ้นแต่ลื้อเสียดายไอ้พระเอกนั่นใช่ไหม พอรู้ว่ามันอกหักลื้อก็รีบเสนอหน้าดามอกให้มัน” เขาหัวเราะเมื่อได้ยินเสียงร้องกรี๊ดๆ ของน้องสาว

บ้าสิเฮียอั๊วไม่ได้คิดอะไร อั๊วแค่อยากให้กำลังใจ

คนฟังได้แต่โคลงศีรษะ

งั้นอั๊วโทรไปเล่าเรื่องนี้ให้อาเจิ้นฟังดีไหม คงไม่เป็นไรสินะในเมื่อลื้อบริสุทธิ์ใจ

อ๊ายอย่านะเฮีย อั๊วเพิ่งแต่งงานได้เดือนเดียว เฮียอย่าเพิ่งมาเลื่อยขาเตียงอั๊วให้หักนะ” หญิงสาวที่เพิ่งตกล่องปล่องชิ้นกับชายคนรักกรีดร้องเสียงหลง การที่เธอฝากของไปให้เคียงพสุธานั่นเพราะจิตพิศวาส เอ๊ย ความบริสุทธิ์ใจ เขาทุกข์เธอก็แค่อยากเป็นกำลังใจให้ก็เท่านั้นจริงจริ๊งไม่ได้มีนัยแอบแฝงอย่างที่พี่ชายเธอกำลังกล่าวหาสักนิด

เสียงกรีดร้องโวยวายทำให้หย่งคังขบขัน เพ่ยหนิงเพิ่งแต่งงานไปเมื่อหนึ่งเดือนที่แล้ว งานแต่งงานถูกจัดอย่างยิ่งใหญ่สมกับเป็นลูกสาวคนเล็กของตระกูลโดยเจ้าบ่าวเป็นอดีตบอดีการ์ดของหญิงสาว

เจิ้นเทียนสามีของเพ่ยหนิงเป็นเด็กที่ตระกูลเฉียนเก็บมาเลี้ยง ส่งเสียให้เรียนหนังสือจนกระทั่งมาเป็นบอดีการ์ดกว่าจะได้ร่วมหอลงโลง เย้ย ลงโรงกันได้ก็เล่นเอาฝ่ายชายเลือดตาแทบกระเด็น (วิ่งหนีจนเลือดตาแทบกระเด็นแต่หนีไม่พ้นนอกจากฐานะที่เป็นอุปสรรคก็ยังมีเหตุผลอื่นอีกด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นน้องสาวเขาล็อกคอชายหนุ่ม เอ๊ย ทั้งสองคนก็จับมือกันฟันฝ่าอุปสรรคนั้นไปได้

อั๊วรักเฮียเจิ้นคนเดียว ส่วนพี่ดินน่ะอั๊วปลื้มเหมือนดารา” เพ่ยหนิงแก้ตัวเสียงอึกอัก

มันเป็นพระเอกลิเก!”

ก็นั่นแหละ อั๊วชอบลิเกนี่นา

เฮอะ ลื้อไม่ได้ชอบจริงๆ ซะหน่อย ลื้อชอบตามไอ้เหน่มากกว่า” ชื่อเพื่อนกึ่งศัตรูหลุดออกจากปากสร้างความอัปมงคล หย่งคังเบ้หน้ายามนึกถึงใบหน้าของไม้เบื่อไม้เมาของตัวเอง เพ่ยหนิงเคยหลงใหลได้ปลื้มกับเสน่ห์จอมปลอมของไอ้หล่อกะละมังรั่วหนึ่งในสามแฝดนรกลูกชายคนรู้จักของอาป๊าและอาม้าของเขา คิ้วที่พาดรับกับดวงตาขมวดมุ่น ทำไมวันนี้ถึงได้มีแต่เรื่องไอ้เหน่วนเวียนอยู่ไม่ขาด

อั๊วไม่ได้ชอบตามเฮียเหน่ซะหน่อย อั๊วหลงรักศิลปะแขนงนี้จริงๆ

น่าเชื่อตายละ ลื้อเลิกแก้ตัวและพูดถึงไอ้เหน่ได้แล้ว อั๊วได้ยินแล้วคันเนื้อคันตัวเหมือนโดนหมามุ่ย” บ่นเสียงขรมก่อนยกมืออีกข้างลูบแขนอย่างรู้สึกคันคะเยอยามต้องเอ่ยชื่อมหาเสน่ห์ แม้หลังๆ จะกลายมาเป็นมิตรมากกว่าศัตรู อาจด้วยวัยที่มากขึ้นหรือว่าอะไรก็ตามแต่ กระนั้นเขาก็ยังตะขิดตะขวงใจทุกครั้งที่จะเอ่ยถึงอีกฝ่ายในแง่ดี นั่นเพราะตั้งแต่เด็กจนโตมักเห็นและสัมผัสกับด้านเลวๆ ของอีกฝ่ายมากพอๆ กับที่ฝ่ายนั้นก็มักพบเห็นและสัมผัสด้านแย่ๆ ของเขาเหมือนกัน

เฮียก็เป็นซะอย่างนี้แหละ ไม่เคยญาติดีกับเฮียเหน่ได้สักที ไม่เบื่อบ้างหรือไงทะเลาะกันมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย

คนฟังหัวเราะพรืด

ตีนเท่าฝาหอยอั๊วยังร้องอุแว้ๆ อยู่เลยนะ

นั่นแหละ อายุก็ไม่น้อยแล้ว เฮียน่าจะปลงๆ กันได้แล้ว ไม่รู้จะจองเวรกันไปถึงไหน

หย่งคังเบ้หน้าเมื่อน้องสาวว่าไปโน่น เขาเคยจองเวรไอ้เหน่มันที่ไหนกัน มีแต่มันนั่นแหละที่หาแต่เรื่องมาให้ ชายหนุ่มขอตัดสายอย่างคร้านจะพูดถึงบุคคลที่สามต่อ พร้อมทั้งกำชับไม่ให้น้องสาวโทรศัพท์หาตนอีกหากไม่จำเป็น

 

กว่าชายหนุ่มจะมาถึงสวนจันทัปปภาก็ปาเข้าไปห้าทุ่ม นั่นเพราะเขาหารถมาที่นี่ไม่ได้ ไม่รู้วันนี้เป็นวันซวยของเขาหรืออย่างไร เพราะกว่าจะได้รถก็ปาเข้าไปสามทุ่มกว่า ร่างสูงเดินลัดเลาะไปตามทางเดินเข้าสวนซึ่งผ่านด้านข้างของบ้านหลังใหญ่ที่วันนี้มีงานเลี้ยงฉลองสมรส เอ่อ ใช่หรือเปล่าไม่รู้ เพราะไม่เห็นป้าย ‘สมรส สมรัก’ เสียงผู้คนหัวเราะสรวลเสเฮฮาทำให้ชายหนุ่มหยุดดูนิดนึงก่อนจะเดินหลบตามเงาต้นไม้ด้วยไม่ต้องการให้ใครสังเกตเห็นตน

ระยะทางราวๆ หนึ่งกิโลเมตรที่เดินด้วยเท้ากินเวลาไปหลายนาที ชายหนุ่มสาวเท้าอย่างรีบเร่งเมื่อเห็นแสงไฟจากหน้าบ้าน เขามองเห็นระเบียงบ้านและเห็นด้วยว่ามีใครบางคนนั่งอยู่ตรงนั้น อยู่ที่เดิมเหมือนเช่นทุกๆ ปี ก้อนเนื้อในอกเต้นตึกตักรัวเร็ว เขายกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูก่อนแหงนมองท้องฟ้า

ท้องฟ้าที่มีพระจันทร์และดาวดวงเล็กๆ เปล่งแสงริบหรี่สู้แสงจันทร์

ชายหนุ่มหยุดยืนอยู่ใต้ร่มไม้หน้าลานโล่งหน้าตัวบ้าน ดวงตาเรียวคู่คมมองไปที่หญิงสาวร่างเล็กที่นั่งแหงนหน้ามองท้องฟ้าอีกครั้ง เธอกำลังวาดนิ้วบนอากาศราวกับกำลังขีดเขียนข้อความบนแผ่นฟ้า หลังจากนั้นก็ก้มมองนาฬิกาบนข้อมือของตัวเองแล้วหลับตาอธิษฐาน

เสียงเห่าโฮ่งๆ ดังขึ้นเมื่อชายหนุ่มก้าวออกจากเงามืดใต้ร่มไม้ สุนัขสองตัววิ่งมาทางแขกหนุ่มที่มาเยือนยามวิกาล พวกมันเห่าประสานเสียงก่อนจะส่งเสียงร้องงี้ดๆ เมื่อเห็นว่าใครมา

ไฮ้ ขอโทษที่มาสาย พอดีรถเสียกลางทาง

เขาร้องทักหญิงสาวที่กำลังมองลงมา จากตรงนี้เขารู้สึกเหมือนทหารองครักษ์ที่ต่ำต้อยมาแอบยืนมององค์หญิงที่อยู่บนหอคอยอย่างไรอย่างนั้น ไม่ก็รู้สึกว่าตนนั้นเป็นเพียงเศษดาวเล็กๆ ที่แอบหมายปองพระจันทร์ดวงสวย

ใบหน้ารูปไข่ที่มีเครื่องหน้ากระจุ๋มกระจิ๋มน่ารักฉายแววฉงนก่อนจะเบิกตากว้าง

สุขสันต์วันเกิด มีความสุขมากๆ นะยายตัวเล็ก ‘อีเกิ้ง’ ของฉัน

เขาบอกกลั้วขำยามใบหน้าเล็กๆ นั้นเริ่มงอง้ำ

ฉันมาทันใช่ไหมจันทร์เจ้าพิมพ์เนื้อหาตรงนี้
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

117 ความคิดเห็น

  1. #93 noodao (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 10:48

    สงสารคุณชายตกยากจริงๆ กว่าจะมาถึงได้ ... แต่อย่างน้อยก็มาแล้วเนอะ

    #93
    0
  2. #42 ไอติม (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 กันยายน 2557 / 21:52
    รอหนังสืออย่างใจจดใจจ่อ
    #42
    0