ดั่งดาวคอยเดือน (หย่งคัง - เพียงจันทร์)

ตอนที่ 25 : เมาเหล้าหรือเมาจันทร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 530
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    14 พ.ค. 61

เย็นนี้ที่เรือนพักคนงานในสวนจันทัปปภามีงานเลี้ยงฉลองเล็กๆ เพียงจันทร์กำลังอมยิ้มหน้าแดงก่ำ วันนี้ตาชดชวนเพื่อนบ้านมาร่วมงานสู่ขอยายชม้ายหรือเรียกอีกอย่างว่าง้อเมีย ก๊วนคนงานทั้งหนุ่มทั้งแก่เลยได้เมาฟรีกันเป็นแถว เธอหันไปมองพูนที่ถูกขอให้มาเป็นเถ้าแก่ตาพราว สีหน้าประดักประเดิดนั่นทำให้เธออดขำไม่ได้ ตาชดนุ่งเสื้อผ้าฝ้ายสีขาวกับโสร่งตัวใหญ่ ใบหน้าผัดแป้งขาวนวลผ่องเหมือนไข่เยี่ยวม้าคลุกแป้งฝุ่นไม่มีผิดเพี้ยน ส่วนยายชม้ายที่เป็นเจ้าสาวยังไม่ออกมาให้แขกได้เห็น คาดว่าคงให้ชื่นลูกสาวผัดหน้าทาปากให้อยู่ในบ้าน ตาชดฉีกยิ้มเรื่อให้แขกผู้มีเกิบ เอ๊ย เกียรติทั้งหลายที่มาร่วมงาน

แหมจะว่าไปตาชดแกก็โรแมนติกดีอยู่หรอก เสียอย่างเดียวชอบเมา” มาลัยพูดขึ้น

ใช่ แต่อีกเดี๋ยวเถอะจะได้เห็นยายชม้ายหน้าแตก” สาวๆ คนงานร่วมผสมโรง เมื่อเห็นชายคนหนึ่งยื่นแก้วเหล้าส่งให้เจ้าบ่าว ตาชดที่ขยันยิ้มรับมายกอย่างไม่อิดออด

เฮ้ยๆ จะดีเหรอนั่น

เดี๋ยวก็รู้…” มาลัยชะเง้อคอมองไปที่กลุ่มหนุ่มๆ ที่เข้าไปรุมล้อมเจ้าบ่าว

หย่งคังที่ถูกคนงานหนุ่มๆ ลากตัวไปนั่งร่วมวงทำหน้าเหยเกยามยกแก้วเหล้าขึ้นดวด รสชาติฝาดเฝื่อนที่มีดีกรีแรงไหลบาดลำคอจนชายหนุ่มต้องโก่งตัวไอแค่กๆ

คออ่อนจริงนะไอ้หนุ่ม” มือหนาๆ ตบแผ่นหลังชายหนุ่มดังป้าบ เล่นเอาคนสำลักสะดุ้งเฮือกอย่างไม่ทันตั้งตัว

ฉันเพิ่งเคยกินเหล้าแบบนี้” ลูกชายมาเฟียบอกหน้าดำหน้าแดง

หัดไปแหละดี คนแถวนี้เขากินเหล้าขาวกันทั้งนั้น

คนสำลักเกือบเก็บสีหน้าไม่อยู่ เหล้าดีกรีแรงขนาดนี้กินเข้าไปกันได้ยังไง มองขวดบรรจุน้ำเมาสีใสแล้วก็ให้คิดถึงไม้เบื่อไม้เมา มหาเสน่ห์นั้นขึ้นชื่อว่าโปรดปรานไอ้เหล้าจำพวกนี้มาก เขาไม่รู้ว่าที่มันดื่มเป็นสูตรไหนแต่ก็เคยได้ยินมาผ่านๆ ว่าที่บ้านมันถึงกับมีเก็บไว้

อี๋โลโซสมเป็นไอ้เหน่ชะมัด!

รสชาติสุนัขไม่รับประทานเหมือนตัวมัน แค่ได้กินก็อยากอาเจียนแล้ว ชายหนุ่มเปรียบเปรยเหล้าชนิดนี้กับเพื่อนกึ่งศัตรู กระนั้นแล้วเขาก็จำต้องยกไอ้เหน่ เอ๊ย แก้วเหล้าขาวดวดขึ้นอีกสองสามครั้ง ผู้คนในวงต่างพูดจาหยอกเย้าเจ้าบ่าววัยดึกซึ่งตอนนี้มีดวงตาหยาดเยิ้ม

มาลัยพูดไม่ทันขาดคำดี พานใส่ด้ายสีขาวที่วางอยู่ด้านหน้าเจ้าบ่าววัยดึกก็กระเด็น เดือดร้อนผู้คนต้องวิ่งหลบเป็นแถวๆ

ใครบอกว่ากูจะมาง้อขอคืนดีกับอีชม้าย

นั่นอย่างไรพอได้ที่และมีคนมาแซวเรื่องขอเมียเพื่อง้อเป็นรอบที่หลายสิบตาชดก็ปรี๊ดขึ้นทันที น้ำเมาเปลี่ยนนิสัยคนได้จริงๆ เพียงจันทร์ถูกพูนลากออกมาอยู่ห่างๆ จากนั้นพูนจึงเข้าไปห้ามปราม ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาได้เตือนแล้วว่าอย่าให้มีน้ำเมาเลย แต่ชดก็ยังเถียงว่ามันเป็นของคู่กันกับงานมงคล พูนโคลงศีรษะ เห็นจะต้องเปลี่ยนจากงานมงคลเป็นงานฌาปนกิจแทน

อีชะม้ายยย…” ชดเรียกว่าที่อดีตเมียรัก

มึงเมาอีกแล้วเหรอไอ้ชด” ยายชม้ายที่ผัดแป้งหน้าขาวนวลผ่อง ตีผมโป่งเป็นกระบัง ใบหูทัดดอกลีลาวดีสีขาวทั้งสองข้างยืนจังก้าอยู่ตรงกรอบประตู

กูม่ายมาววว กูอยากหย่ากับมึง กูจะไปมีเมียใหม่ มึงไม่ต้องมารั้งกูไว้น้า

หนังม้วนเดิมเริ่มฉายผู้คนละแวกนั้นต่างเห็นขำ ไม่มีใครใส่ใจจะถือสาเพราะรู้ว่าถ้าตาชดสร่างเมาจะเป็นอย่างไร หลายคนเคยห้ามพร้อมทั้งแนะนำให้ตาชดเลิกเหล้า กระนั้นก็พบว่าสองสามวันที่ตาชดห่างน้ำเปลี่ยนนิสัยภายในสวนแห่งนี้เงียบเหงาลงอย่างน่าประหลาด ราวกับว่ามันขาดสีสันสดๆ ที่ตาชดยายชม้ายเป็นผู้แต้มสี ดังนั้นยามทั้งสองคนทะเลาะกันจึงไม่มีใครนึกรำคาญ พากันเห็นเป็นธรรมดาของผัวเมียที่เปรียบดังลิ้นกับฟัน

 

ดูหนังม้วนเดิมที่มีตาชดกับยายชม้ายเป็นตัวแสดงหลักจบแล้วก็ต้องมาลากคนคออ่อนกลับบ้านอย่างทุลักทุเล เพียงจันทร์กับพูนช่วยกันพยุงแขนทั้งสองข้างของหย่งคัง เป็นเพราะไม่ได้นำรถมาทั้งสองเลยต้องเดินกลับบ้าน หนุ่มหน้าหยกที่ตอนนี้ใบหน้าแดงก่ำพูดอ้อแอ้ไปตลอดทาง

อย่ายุ้งงง” ชายหนุ่มสะบัดแขนด้านที่ถูกพูนจับ ทิ้งน้ำหนักหาคนร่างเล็กที่จวนจะล้มแหล่มิล้มแหล่จนพูนส่ายหน้าอย่างระอา

บอกแล้วว่าอย่ากิน เหล้าตั้งสี่สิบดีกรีไม่รู้กินไปได้ยังไง” คนที่มาอยู่เมืองไทยนานนับยี่สิบปีบ่น ครั้งหนึ่งเขาเคยกินเหมือนกัน สภาพก็ไม่ได้ต่างจากเจ้านายหนุ่มเท่าใดนัก แต่ที่หนักกว่าเห็นจะเป็นนอนอยู่ข้างทางจนถึงเช้ากว่าจะมีคนมาพบเข้า

บอกว่าอย่ามายุ้งงง” คนเมายังคงสะบัดแขน แต่แปลกตรงสะบัดอยู่ข้างเดียว อีกข้างไม่ยักทำบ้าง

ลุ้งงง จันทร์หนักจะแย่อยู่แล้ว อีตานี่ตัวโตยังกับยักษ์” คนที่แบกรับน้ำหนักอยู่ข้างเดียวโอดครวญ

เออๆ ลุงก็พยายามช่วยอยู่นี่ไง” พูนพยายามคว้าแขนชายหนุ่มเอาไว้ แต่ดูเหมือนเจ้าของมันจะไม่ให้ความร่วมมือสักนิด

อย่ายุ้งงง” สะบัดแขนหนีแล้วทิ้งตัวไปหาคนตัวเล็กอีกครั้ง ใบหน้าซบเข้ากับกลุ่มผมกลางกระหม่อมสาวเข้าพอดิบพอดี

ไม่รู้เขาตั้งใจหรือไม่ตั้งใจแต่ตอนนี้หญิงสาวรู้สึกอายชะมัด มือบางจับแขนที่พาดบ่าและอีกข้างโอบเอวเขาไว้ ส่วนสูงที่ต่างกันถึงยี่สิบกว่าเซนติเมตรทำให้ใบหน้าเธออยู่ระดับอกเขาพอดิบพอดี เพียงจันทร์พยายามจะแหงนคอขึ้นมองหน้าเขาหลายครั้ง แต่ดูเหมือนจะไม่สำเร็จ เธอเห็นแต่พูนซึ่งยืนโคลงศีรษะอยู่ในเงามืดบนถนนโดยที่ในมือมีกระบอกไฟฉายอันเล็กไว้ส่องดูทาง

กว่าจะมาถึงบ้านเล่นเอาสาวตัวเล็กหอบแฮก เซซังพยุงร่างคนเมาที่หลังๆ ดูจะไม่ค่อยหนักเท่าไหร่นัก มีเพียงใบหน้าที่คอยป้วนเปี้ยนอยู่บริเวณกลุ่มผม ไอร้อนบนกระหม่อมทำให้เธอหน้าร้อนผ่าวแทบไหม้ พูนจัดการลอกคราบคนเมาที่อาเจียนระหว่างทาง เพียงจันทร์รับหน้าที่ไปเอาผ้าขนหนูผืนเล็กกับกะละมังใบย่อมเพื่อมาเช็ดตัว มันเป็นการเช็ดตัวคนเมาที่ยุ่งยากที่สุดในโลก เขาทั้งปัดทั้งดิ้นจนผ้าห่มที่คลุมท่อนล่างเกือบหลุดอยู่หลายครั้ง ขอบบอกเซอร์ลายสก็อตที่เห็นแพลมๆ พาให้สาวน้อยหน้าร้อนผ่าวขึ้นเป็นระลอก

ต้องยอมรับว่านอกจากหน้าตาดีแล้วเขายังมีหุ่นที่ดีเลิศอีกด้วยสิ ซิกแพ็กเป็นลอนที่เรียงอย่างสวยงามบนหน้าท้องแข็งแกร่งนั้นทำให้เธอต้องเหลียวมองหลายครั้ง เหมือนหลุดจากปกนิตยสารเพลย์เกิร์ลแบบไม่มีผิดเพี้ยน ผิวขาวๆ ตามเชื้อชาติทำให้เพียงจันทร์อดก้มมองผิวพรรณตัวเองไม่ได้ นับว่าสูสีกันทีเดียว ผิดแต่เธอไม่มีกล้ามเนื้อสวยงามแบบเขา

สรุปว่าเขาขาวโอโม่จนผู้หญิงหลายคนอดอิจฉาไม่ได้

ลุงว่าคืนนี้ลุงจะนอนเฝ้าอาซิง” พูนหันมาบอกคนที่ยังยืนอยู่หน้าประตู

งั้นจันทร์ไปนอนก่อนนะจ๊ะ

หญิงสาวรีบเอ่ยขอตัวเมื่อโดนจับได้ว่าเผลอจ้องมองซิกแพ็กน่าเร้าใจจนเพลิน เธอก้าวเท้าผ่านสวนเล็กๆ ที่เพิ่งลงไม้ดอกไม้ประดับได้ไม่นาน กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกราตรีโชยต้องจมูก เหมือนต้องมนตร์เธอเดินไปยังต้นตอของกลิ่นหอม มันถูกปลูกขึ้นเยื้องๆ ตัวบ้าน คาดว่ายามค่ำคืนเจ้าของบ้านหนุ่มต้องได้กลิ่นมันแน่ๆ ดื่มด่ำธรรมชาติยามค่ำคืนพร้อมกับสูดดมความหอมจนชุ่มปอดแล้ว หญิงสาวก็มุ่งหน้าขึ้นบ้าน เธอไม่ลืมแหงนดูท้องฟ้าที่คืนนี้เดือนมีดาวเป็นเพื่อน แม้ดาวจะไม่มากและเปล่งแสงริบหรี่แต่อย่างน้อยๆ เดือนก็ไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยวเหมือนเช่นเคย

เพียงจันทร์ไพล่คิดไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนก่อน เขาพูดกับเธอแค่สองประโยคเท่านั้น

เกิดอะไรขึ้น’ และ ‘จันทร์ไม่ได้อยู่คนเดียวนะ

นั่นเหมือนความห่วงใยและคำมั่นสัญญา เขากอดเธอเอาไว้แนบแน่น หลังจากนั้นก็พาเธอกลับมาส่งบ้านโดยไม่พูดอะไรอีก เช้าขึ้นมาก็ทำทุกอย่างเหมือนปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

หญิงสาวแหงนมองท้องฟ้าอีกครั้ง

หรือดาวจะมาอยู่เป็นเพื่อนเดือนแล้วจริงๆ

 

เสียงนกกระจิบร้องอยู่บนกิ่งไม้นอกบ้านเหมือนมีคนเอาเข็มมาจิ้มหนังศีรษะ จิ๊บๆ เปลี่ยนเป็นจึ๊กๆ เหมือนจะงอยปากแหลมๆ มันทิ่มแทงอยู่บนศีรษะ เจ้าตัวถึงกับปล่อยเสียครางออกมาอย่างเจ็บปวด พอลืมตาก็พบว่าไม่ใช่เพียงแต่หัวที่หนัก หากรวมถึงเปลือกตาด้วยเช่นกัน ชายหนุ่มยกมือขึ้นยีผมเพื่อคลายความเจ็บปวด ตั้งแต่เกิดมากินเหล้าแล้วไม่เคยมีอาการอย่างนี้มาก่อน

เป็นเพราะความเกรงใจบวกอยากริอยากลองแท้ๆ เชียวเขาถึงได้ยอมรับแก้วครั้งแล้วครั้งเล่าโดยไม่มีการปฏิเสธหรือเรียกอีกอย่างว่าไม่เจียมบอดี ผลที่เห็นมันก็อย่างว่าเมาแอ๋ แต่ก็ไม่ถึงกับขาดสติซะทีเดียว คนที่ทำหน้าเหยเกแต่แรกเริ่มมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้า กลิ่นหอมๆ ไออุ่นๆ กำซาบลงในหัวใจ

นับเป็นการเมาที่ได้กำไรอย่างมหาศาล!

กลิ่นกาแฟหอมๆ โชยเข้ามาในห้องยามที่พูนยกมันมาวางตรงระเบียง เช้านี้มีข้าวต้มเสิร์ฟพร้อมกาแฟหอมกรุ่นชงตามสูตรที่คนในห้องชอบ พูนเปิดประตูห้องออกก็พบว่าเจ้านายหนุ่มได้ลุกขึ้นมานั่งเอนศีรษะพิงผนังห้องอยู่ด้วยท่าทางอิดโรยนิดๆ

ไงลุง” คนบนเตียงเอ่ยทักอย่างติดปาก เล่นละครมากๆ เข้าก็ชักจะติดใจบทหลานชายนายพูนคนนี้ ไม่ใช่เพราะหลงใหลในธรรมชาติหรือปรารถนาชีวิตที่ติดดิน หากเป็นเพราะนายพูนมีหลานสาวสวยน่ารักต้องตาต้องใจเขานั่นเอง

ไม่มีใครอยู่ ไม่ต้องเล่นละครก็ได้ครับคุณชาย” พูนอ้อมแอ้มอย่างเกรงใจ ฝ่ายคนนั่งบนเตียงเลิกคิ้วก่อนจะฉีกยิ้มกวนๆ

ไม่ได้หรอก ฉันมีสปิริตนักแสดงต้องเข้าถึงบทบาททุกสถานการณ์ ว่าแต่จันทร์เถอะออกไปไหนแต่เช้า” มองออกไปไม่เห็นรถเวสป้าสีเขียวคันใหม่ของตนจึงเดาว่าเพียงจันทร์เป็นคนนำมันออกไป เอไม่ใช่คันเดียวด้วยสิ

พูนเหมือนจะรู้จึงไขข้อข้องใจให้เจ้านาย

จันทร์เอารถออกไปถ่ายรูปครับ กระบะผมเป็นคนขับไปให้ ส่วนมอเตอร์ไซค์ของคุณชายจันทร์เป็นคนขับมันไปเอง

อ้อ ลืมไปว่าจันทร์ชอบถ่ายรูป แต่เอยังใช้กล้องตัวเดิมอยู่หรือเปล่า

ใช่ครับ

คนฟังนิ่วหน้าไม่พอใจ

แสดงว่าจันทร์ยังไม่แกะของขวัญของฉันสินะ” อย่างไม่ต้องเดามันต้องใช่แน่ๆ ในจำนวนของขวัญสี่กล่องมีอยู่หนึ่งกล่องที่มีขนาดใหญ่กว่ากล่องอื่น ในนั้นมีกล้องถ่ายรูปรุ่นใหม่ล่าสุดอยู่ในนั้น ซึ่งนับเวลาเขาว่าตอนนี้มันคงตกรุ่นพร้อมกับหมดประกันไปเป็นที่เรียบร้อย

พูนก้มหน้าไม่ตอบเรื่องนี้เขาก็รู้เหมือนกันว่าเพียงจันทร์นั้นยังไม่ได้แกะของขวัญที่เจ้านายเป็นคนให้ด้วยตนเองหลังจากที่ให้ในนามเขาอยู่หลายปี การเป็นคนอยู่ตรงกลางบางทีก็ลำบากไม่น้อย จะพูดอะไรก็ต้องระวังไม่ให้ใครรู้ บางทีก็อึดอัดใจเหมือนอย่างตอนนี้ที่เขากำลังเป็น อึดอัดที่ต้องทำตัวธรรมดา พูดจาธรรมดากับลูกชายเจ้านาย

ยายเด็กคนนี้นี่โง่จริงๆ” เจ้าของของขวัญบ่นขึ้น “ถ้าเปิดไปซะตั้งแต่ทีแรกก็มีกล้องตัวใหม่ใช้แล้ว ไม่ต้องมาดักดานใช้เครื่องเก่าจนถึงทุกวันนี้

พูนยิ้มเมื่อเห็นสีหน้าของคนกล่าวหาว่าเพียงจันทร์โง่ แววตาสีหน้าทอดอ่อนลงจนเจ้าตัวดูอ่อนเยาว์กว่าอายุจริง หย่งคังมักจะพูดแบบนี้เสมอยามที่รู้ว่าเพียงจันทร์ไม่เป็นดั่งใจ อย่างตอนแรกที่รู้ว่าหญิงสาวนั้นไม่ยอมเรียนต่อก็พูดแบบนี้ สั่งให้เขาเกลี้ยกล่อมให้เธอเรียนต่อปริญญาโทให้ได้ แต่นั่นแหละไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเกลี้ยกล่อมแม่หลานสาวนอกไส้ไม่สำเร็จ

เพียงจันทร์เป็นคนเจียมเนื้อเจียมตัวตั้งแต่เด็กแล้ว หลังจากเหตุการณ์วันเกิดเด็กหญิงที่ถูกทุบตีและร้องไห้อย่างหนักก็กลายเป็นคนสงบเสงี่ยมเจียมตัว น้อยครั้งที่เด็กสาวจะร้องขอความรักจากเขา นั่นทำให้เขาพยายามทุ่มเทความรักทั้งหมดที่มีให้เด็กสาวตัวน้อยที่น่าสงสาร ทุกอย่างถูกจัดหามาเตรียมให้โดยที่เจ้าตัวไม่ต้องเรียกร้อง

จันทร์เป็นเด็กขี้เกรงใจครับคุณชาย” พูนอดแก้ตัวให้หญิงสาวไม่ได้

คนฟังได้ยินดังนั้นจึงทำเสียงขึ้นจมูก “โง่ละสิไม่ว่า ซื้อของฝากมาให้กี่ครั้งกว่าจะรับกว่าจะใช้ลุ้นจนหืดขึ้นคอ ฉันไม่เข้าใจจันทร์เลยจริงๆ อยู่มาจนป่านนี้มีอะไรจะต้องเกรงใจกันอีก

ของบางอย่างมันเปลี่ยนกันยากครับคุณชาย

หย่งคังแอบเห็นด้วย แม้ไม่ได้อยู่ใกล้ชิดสนิทสนมกับหญิงสาวเท่าพูน แต่เขาก็รู้นิสัยเจ้าตัวดีพอๆ กับพูน ยายเด็กโง่ขี้เกรงใจคนนี้ดึงความสนใจจากเขาได้ทุกเรื่อง ไม่ว่ากำลังมีปัญหาใหญ่หลวงรออยู่ข้างหน้า หากเรื่องแม่จันทร์น้อยที่ลอยมาถึงหูเมื่อไหร่เขาเป็นต้องหยุดฟังก่อนทุกครั้งไป คิดถึงเจ้าตัวแล้วใบหน้าแอร่มก็ลอยมาอยู่ในห้วงคำนึง เธอจะรู้ตัวหรือเปล่านะว่าได้ยึดพื้นที่ทุกอณูในหัวใจเขาไว้แล้ว

กลิ่นหอมอ่อนๆ อบอวลอยู่รอบตัวยามนึกถึงสาวเจ้า ผมก็หอมตัวก็หอมชายหนุ่มทำหน้าครุ่นคิดตกลงว่าเมื่อคืนเขาเมาเหล้าหรือเมาจันทร์?!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

117 ความคิดเห็น

  1. #115 noodao (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 10:18

    นั่นสินะ เฮียเมาเหล้าหรือเมาจันทร์คะ ... แต่น่าจะทั้งสองอย่าง

    #115
    0