ดั่งดาวคอยเดือน (หย่งคัง - เพียงจันทร์)

ตอนที่ 22 : พี่เหียกน้อย (มี) เรือนงาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 464
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    10 พ.ค. 61

11

พี่เหียกน้อย (มี) เรือนงาม

เพียงจันทร์เพิ่งสัมผัสกับคำว่า ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนก็คราวนี้ หากคนอื่นมาบ่นๆ เรื่องน่าอายให้ฟังแล้วตบด้วยคำว่าไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนละก็ เธอคงสวนกลับไปว่าเอาไว้บนบ่าเหมือนเดิม พอมาเจอกับตัวเองแล้วถึงกับหาบ่าแทบไม่เจอ ร่างเล็กนอนกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียงสลับกับมองนาฬิกาบนหัวเตียง จะหกโมงครึ่งแล้วเธอยังไม่กล้าลุกขึ้นล้างหน้าแปรงฟันเพื่อออกไปทำอาหารเช้า

ไอ้หยา น่าอายชะมัดเลยหญิงสาวนอนคว่ำซบใบหน้ากับหมอนสีชมพูลายดอกไม้กระจุ๋มกระจิ๋มลายเดียวกับผ้าคลุมเตียง

นานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ที่เธอร้องไห้กับอกเขา อาจเป็นหลายวินาที หลายนาทีหรือหนึ่งชั่วโมง! ไม่ก็มากกว่านั้น หวายน่าอายชะมัดยาด ป่านนี้เขาคงนอนหัวเราะขำเธอทั้งคืนแล้วกระมัง ผิดกับเธอที่ข่มตาไม่หลับตลอดทั้งคืนเพราะคิดถึงแต่อ้อมกอดอุ่นๆ ของเขา

แกบ้ามากกกยายจันทร์!” เจ้าของร่างเล็กลุกพรวดขึ้นมานั่งกรีดร้องโวยวาย คิดถึงอ้อมกอดอุ่นๆ แล้วก็ให้ร้อนวูบวาบไปทั้งตัว แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันช่วยขจัดความทุกข์ไปจากเธอแบบได้ผลชะงัดทีเดียว เธอไม่เศร้าเรื่องที่พร้อมจิตทำร้ายจิตใจเธออีกต่อไปแล้ว เพิ่งรู้ว่าเขาเป็นตัวขจัดความเหงาและความทุกข์ของเธอ ตั้งแต่เขามาเธอยอมรับว่าเหงาน้อยลง ยังคงเพิ่มขึ้นแต่ความโกรธที่เขาชอบแหย่

เฮ้ยๆ เลิกคิดได้แล้วยายจันทร์หญิงสาวเรียกสติตัวเองด้วยการสะบัดหน้าไปมา พาร่างตัวเองเข้าไปในห้องน้ำเพื่อโบกปูน เอ๊ย ล้างหน้าล้างตาออกไปทำอาหารเช้า

 

เสียงก๊อกแก๊กดังจากครัวที่ต่อยื่นออกมาทางด้านข้างของตัวบ้าน แผ่นหลังหนาที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อภายใต้เสื้อยืดพอดีตัวสีน้ำเงินเข้มตรึงสายตาหญิงสาวเอาไว้ ปกติผู้หญิงทั่วไปคงชอบมองแผ่นอกไม่ก็หน้าท้องที่มีกล้ามมัดเป็นลอนๆ แต่สำหรับเพียงจันทร์กลับชอบมองแผ่นหลังกว้างของผู้ชายตรงหน้า เขากำลังหยิบจับงานครัวอย่างคล่องแคล่ว กลิ่นเครื่องพะโล้ลอยต้องจมูกหญิงสาว เช้านี้มีเป็ดพะโล้ของโปรดเธอด้วยสิ เพียงจันทร์ไม่รู้ว่าตนยืนมองแผ่นหลังกว้างนั้นนานเท่าไหร่ รู้ตัวอีกทีก็สบเข้ากับดวงตาเรียวคมของเขา

นัยน์ตาแดงบวกกับขอบตาช้ำๆ ไม่ต่างจากเธอเล่นเอาเธอเขินไม่น้อย หวังว่าคงไม่ได้หัวเราะเยาะเธอจนน้ำหูน้ำตาไหลไปทั้งคืนหรอกนะนายหน้าเหียก

เช้านี้จันทร์ไม่ต้องทำกับข้าวนะ เฮียทำเองหมดแล้วชายหนุ่มทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ใครขอให้ทำล่ะเธอตีรวนแก้เก้อเขิน

ดวงตาเรียวทว่าคมเข้มโค้งขึ้นยามเจ้าตัวยิ้ม เสียงหัวเราะแผ่วๆ ในลำคอทำให้เพียงจันทร์ค้อนใส่หลังคนที่หันกลับไปทำกับข้าวต่อ ครัวแห่งนี้ไม่ได้มีเครื่องไม้เครื่องมืออำนวยความสะดวกเหมือนครัวสมัยใหม่ทั่วไป มันเหมือนครัวชาวบ้านทั่วๆ ไปที่ไม่สวยงามมีแต่ของใช้ที่จำเป็นเท่านั้น แถมยังต้องระวังเรื่องฟืนไฟเป็นพิเศษเสียด้วยสิ

มีอะไรให้ช่วยไหมน้ำเสียงหยิ่งๆ ทำให้พ่อครัวหัวป่าเอี้ยวใบหน้ามามองแวบนึงก่อนจะรีบหันกลับเพราะกลั้นยิ้มไว้ไม่ไหว

ล้างผักให้เฮียหน่อยสิ พะโล้เสร็จแล้วเดี๋ยวเฮียจะทำน้ำพริกอ่องต่อ

ใบหน้าของคนเขินจนต้องทำหยิ่งเชิดขึ้น

จะอร่อยเร้อ…” เอ่ยเสียงแผ่วๆ กับตัวเอง กระนั้นคนหูดีก็ได้ยิน

อร่อยไม่อร่อยแกงเทโพก็เคยหมดหม้อมาแล้วละเขาบอกเสียงกลั้วหัวเราะอย่างชอบใจที่เธอกับเขาสามารถคุยกันได้โดยอีกฝ่ายไม่ได้มีอาการอยากคว้ามีดมาฟันหัวเขา ยิ่งอยู่ในที่รโหฐานที่มีอาวุธครบครันแล้วละก็เขายิ่งไม่ไว้ใจ รู้ๆ กันอยู่ว่าแม่พระจันทร์ตัวน้อยนี่แสบสันขนาดไหน

คนเคยสวาปามแกงเทโพจนหมดหม้อภายในเวลาอันรวดเร็วทำเสียงขึ้นจมูก เชอะก็แค่แกงหม้อเล็กๆ ละน่า ไม่ได้หม้อใหญ่หม้อโตอะไรสักหน่อย ทำไมอีตานี่ถึงได้ชอบพูดไม่หยุด หญิงสาวเดินไปหยุดอยู่ข้างโอ่งตักน้ำใส่กะละมังเล็กเพื่อใช้ล้างผักกาด ถั่วฝักยาว มะเขือเปราะ แตงกวา กลิ่นหอมๆ ยามพ่อครัวหัวป่าลงมือทำน้ำพริกอ่องพาให้หญิงสาวลอบกลืนน้ำลายอยู่หลายครั้ง จนในที่สุดเธอพาตัวเองมาหยุดยืนข้างกระทะตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แถมยัง

รสชาติพอดีไหม จันทร์ลองชิมดูสิหย่งคังใช้ช้อนตักน้ำพริกในกระทะยกขึ้นเป่าให้เย็นแล้วยื่นจ่อปลายช้อนไปยังริมฝีปากหญิงสาว

กลิ่นหอมๆ ทำให้หญิงสาวอ้าปากรับแต่โดยดี กว่าจะรู้ตัวก็หลงครางรับอย่างพอใจกับรสชาติน้ำพริกที่ชายหนุ่มทำ

 

พูนคิดว่าอาหารเช้ามื้อนี้แปลกไปกว่าทุกวันตั้งแต่หย่งคังมาพักที่นี่ อย่างแรกที่ทำให้อาหารมื้อนี้แปลกไปเห็นจะเป็นเรื่องไม่มีเสียงทะเลาะเหน็บแนมของสองหนุ่มสาว เจ้านายหนุ่มของเขากำลังยิ้มหน้าบานเป็นจานดาวเทียม ส่วนแม่จันทร์น้อยของเขาก็เอาแต่ก้มหน้างุดกินข้าวอย่างเดียว

อร่อยไหมจันทร์ ลุงเห็นแต่ก้มหน้าก้มตากินเอาๆพูนหันไปเย้าอย่างอดไม่ได้ เงียบเกินไปคนกลางอย่างเขาก็อึดอัดเหมือนกัน

เพียงจันทร์เงยหน้าขึ้นมาหลับตาค้อนน้อยๆ ให้คนที่มองมาอย่างยิ้มๆ ซึ่งก็ไม่ใช่พูน

อร่อยไม่อร่อยประเดี๋ยวก็คงหมดถ้วย คนทำบอกด้วยสุ้มเสียงกรุ้มกริ่ม ตาเรียวๆ วับวับมองไปทางแม่คนตัวเล็กที่มองตาเขียวปั้ด คนกำลังอร่อยกับอาหารรู้สึกโกรธกระนั้นก็วางช้อนไม่ลงเพราะยังไม่อิ่ม ทำไมน้าอีตานี่ถึงได้ขยันกวนอารมณ์เธอให้ขุ่นจัง

รสชาติก็งั้นๆ แหละปากเธอโคตรไม่ตรงกับใจเลย

ท่าทางง้องแง้งทำให้คนมองที่เอ็นดูเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเห็นว่าน่ารัก โดยเฉพาะชายหนุ่มที่อ่อนวัยกว่า

แปลว่าพอกินได้พูนบอกยิ้มๆ กับคนทำอาหาร

คงงั้นเพราะลืมตัวเลยเผลอตอบเรียบๆ สั้นๆ เหมือนตอนอยู่กันสองต่อสอง เพียงจันทร์หรี่ตาลงอย่างมาดหมาย ความสัมพันธ์ของทั้งสองย่อมไม่ธรรมดาหากพูนดูเกรงใจชายหนุ่มมากถึงเพียงนี้ แววตาจับผิดทำให้สองหนุ่มรีบปรับสีหน้าเป็นยิ้มแย้มให้แก่กัน

แหมลุงก็ฝีมือฉันคงพอกินได้จริงๆ นั่นแหละ นี่คงไม่เหลือถึงเที่ยงพยักพเยิดไปยังถ้วยน้ำพริกอ่องที่พร่องไปกว่าครึ่ง

อ่า ใช่ๆ เดี๋ยวเที่ยงๆ ทำยำปลากระป๋องกินก็ได้พูนรีบเออออห่อหมกด้วย

ต่อให้ทั้งสองพยายามพูดคุยกันอย่างสนิทสนมแค่ไหนก็ไม่อาจทำให้หญิงสาวคนเดียวเปลี่ยนความคิดได้ ต่อให้ตีบทแตกกันมากเท่าไหร่ก็ไม่อาจตบตาเธอได้ เธออยู่กับพูนมาตั้งแต่ยังเล็กทำไมจะดูไม่ออกว่าท่าทางยิ้มแย้มนั่นแฝงไปด้วยความเกรงอกเกรงใจ ยิ่งตอนที่เอื้อมมือไปตบบ่าอีกคนด้วยแล้ว หญิงสาวปรายตามองบ่าบึกบึนข้างที่พูนเพิ่งใช้มือตบเบาๆ

ย้ำว่าเบาจนถึงเบามาก!

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

117 ความคิดเห็น

  1. #112 noodao (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 10:07

    จันทร์น่ารักอ่ะลืมตัวตลอด ...แต่ความสัมพันธ์ของลุงพูนกับเฮียก็ยังคงน่าสงสัยใช่ไหมจันทร์

    #112
    0