ดั่งดาวคอยเดือน (หย่งคัง - เพียงจันทร์)

ตอนที่ 2 : ...พระจันทร์หรือดาวพระศุกร์ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,592
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 52 ครั้ง
    9 เม.ย. 61

1

พระจันทร์หรือดาวพระศุกร์?

สวัสดีอีกครั้งครับ มาฟังเพลงต่อในช่วงครึ่งหลังเสียงนุ่มทุ้มดังจากวิทยุทรานซิสเตอร์เครื่องเก่าคร่ำบ่งบอกอายุการใช้งาน เสาอากาศที่ครั้งหนึ่งเคยปรับชี้ได้ถูกแทนที่ด้วยลวดตรงปลายมีเชือกดึงโดยปลายเชือกด้านหนึ่งมัดร่องแร่งติดกับกิ่งไม้มีผู้ฟังทางบ้านขอเพลงมาทางหลังไมค์ แต่ฮ่วย…” เสียงอุทานด้วยภาษาบ้านเกิดดังขึ้นอย่างคนคุ้นชินกับภาษาถิ่นเกิด

ฟังทีแรกนึกว่าโทร. ผิดครับคุณผู้ฟังดีเจประจำคลื่นวิทยุสำหรับคอเพลงลูกทุ่งบอกด้วยเสียงร่าเริง

คุณป้ากิมเล้งโทร. เข้ามาขอเพลงเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้เพื่อระลึกถึงสามีผู้จากไปครบสิบปี ขอมาอย่างนี้มีหรือดีเจอ้ายเจิดจ้าสุดหล่อขวัญใจผู้สาวซ่ำน้อยจะจัดให้ไม่ได้ คุณป้าบอกเป็นแฟนคลื่นวิทยุของเราและรู้ด้วยว่าเราเปิดแต่เพลงลูกทุ่ง คุณป้าว่าที่กล้าขอเข้ามาเพราะ…” เสียงดนตรีแผ่วๆ คุ้นหูดังขึ้นยามดีเจเว้นช่องไฟให้เสียงดนตรีดังคุณป้ากิมเล้งเปลี่ยนคลื่นไม่เป็น แต่ไม่เป็นไรครับ ดีเจอ้ายเจิดจ้าจัดให้ ไปฟังกันครับเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้แด่สามีผู้จากไปของคุณป้ากิมเล้ง

ลองปันหลองเลาหมานเลยโถวโถ้ว ก๊วยสุย หวินปั๊ก เยา

เพาโจนหลีวไซก๋าน ซีวันโจว โฮว โท้วยับพินเซียวฮู้ เลา

ฮ่วยๆ วันนี้บักเจิดคือเปิดเพลงจังซี่ผู้ฟังที่ตั้งใจรอฟังเพลงลูกทุ่งที่ตนส่งข้อความไปขอเพลงไว้ร้องโวยวาย

อ้าว ไสบอกว่าขอเพลงไว้ให้ป้าชม้ายสาวรุ่นนางหนึ่งซึ่งนั่งอยู่ติดกับนางชม้ายเอ่ยแซวเสียงกลั้วขำ

กูขอแล้ว มื่อนี่บักเจิดมันต้องกินยาผิดแท่ๆ สถานีเพลงลูกทุ่งคือเปิดเพลงจีนกะบ่ฮู้ตาชดผู้ลงทุนวานให้คนงานหนุ่มส่งข้อความไปขอเพลงบ่นอุบ

เอาน่า ถือซะว่าเปลี่ยนบรรยากาศ แค่นี้ป้าม้ายแกก็เขินจิแย่แล้ว

ชม้ายหันไปค้อนให้เด็กสาวคราวลูก ตาชดยิ้มโชว์ฟันสามซี่แก่นางชม้ายเมียรัก

เขินบ้านแกสินังมาลัย ไปไป๊ไปทำงานของแกคนแก่คราวแม่ไล่ ก่อนหันไปค้อนน้อยๆ ส่งให้สามีที่ยิ้มแฉ่งให้ไม่เลิก เขินจนต้องเสยกผ้าเช็ดหน้าสีแดงซับน้ำหมากบนปากอีกกะเดี๋ยวดีเจเขาก็เปิดให้หรอกนางเคี้ยวหมากยับๆ ก่อนจะทำปากบุ้ยๆ ถ่มน้ำหมาก

ตาชดเห็นเมียรักขวยเขินก็นึกชอบใจเลยรีบหรี่เสียงวิทยุแล้วร้องสดให้ฟังเสียเลย

พี่เอารักมาฝากเป็นความรักจากชายคนหนึ่งส่งถึงทรามวัย ขอฝากหัวใจเอาไว้ในห้องหอหัวใจของเจ้าที่เขาบูชา พี่เอารักมาส่งจากชายซื่อตรงคงคำมั่นไม่ผันวาจา รักกว่าน้ำดินและฟ้า หญิงทั่วทั้งโลกา ไม่ปรารถนาใครเกินเพลงบอกรักฝากใจ ของสดใส รุ่งโพธิ์ทอง ถูกตาชดร้องสดให้ยายชม้ายฟังบัดนั้น

หญิงสาวชื่อมาลัยได้ยินดังนั้นจึงโคลงศีรษะอย่างนึกระอา เดินมุ่งหน้าไปทางด้านหน้าบ้าน ทิ้งให้คู่รักรุ่นเดอะจีบกันตามสบาย

 

คนงานชายหลายคนกำลังช่วยกันยกโต๊ะเก้าอี้อย่างขมีขมันอยู่บริเวณสนามหน้าบ้านปูนสองชั้นหลังใหญ่ที่ถูกปลูกสร้างอยู่ด้านหน้าสวนลำไย พื้นที่ด้านหน้าติดกับถนนหลวงที่ใช้สัญจร อีกสามด้านล้อมรอบไปด้วยต้นลำไยนับพันๆ ต้น วันนี้สนามหญ้าด้านหน้าบ้านถูกเนรมิตขึ้นอย่างสวยงามด้วยพละกำลังของคนงาน เก้าอี้พลาสติกมีผ้าสีชมพูผูกเป็นโบอันใหญ่สวมทับ ต้นไม้ดอกไม้ประดับต่างถูกนำมาจัดวางอย่างสวยงาม อีกทั้งยังมีลูกโป่งสีชมพูเช่นเดียวกับสีผ้าคลุมโต๊ะและเก้าอี้ มองเผินๆ คนสัญจรผ่านไปมาบนถนนสายหลักที่ตรงเข้าหมู่บ้านอาจเข้าใจว่าบ้านหลังใหญ่ที่ปลูกสร้างหน้าสวนลำไยกำลังจะมีงานมงคลอย่างแน่นอน

ตรงซุ้มทางเข้าด้านหน้าถูกตกแต่งด้วยทางมะพร้าวสดที่ก้านถูกรวบมาถักเป็นเปียสวยงามมีร่างเล็กกำลังกระยื้อกระแหย่งเอื้อมมือคว้าเชือกไนลอนสีขาว ลูกโป่งสีชมพูลอยติดอยู่เหนือซุ้มทางเข้าที่จัดแต่งให้เหมือนงานฉลองสมรสก็ไม่ปาน หญิงสาวพยายามกระโดดครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ก็ไม่อาจเอื้อมมือคว้าได้ อุปสรรคใหญ่หลักเห็นจะเป็นส่วนสูงเพียงร้อยห้าสิบเก้าเซนติเมตร

ไหวบ่ จันทร์หญิงสาววัยไล่ๆ กันเดินเข้ามาถาม ใบหน้าคมสวยมีแววขบขัน เพียงจันทร์เห็นเข้าจึงอดค้อนไม่ได้ พานโทษไอ้เจ้าลูกโป่งที่เธอดันเผลอทำหลุดมือ

บ่ต้องห่วงสาวร่างเล็กตอบกลับด้วยภาษาบ้านเกิดของคนถาม เธอสนิทกับมาลัยมากจนสามารถพูดและฟังภาษาบ้านเกิดของอีกฝ่ายได้คล่องปรื๋อ

บ่ห่วงจังได๋ กระยื้อกระแหย่งคือเด็กน้อยโพด เห็นแล้วทนบ่ได้ มาๆ เฮาสิเก็บให้ว่าแล้วคนพูดก็เขย่งปลายเท้าคว้าปลายเชือกไนลอนสีขาวได้อย่างไม่ต้องใช้ความพยายาม สร้างความขุ่นเคืองใจให้แก่คนที่มีส่วนสูงน้อยกว่าเป็นอย่างมาก

ขอบใจรับลูกโป่งมาด้วยสีหน้ามุ่ย ก่อนขอตัวและก้าวฉับๆ เดินจากไป

ฮ่วย งอนตุ๊บป่องไปแล้วคนอยากช่วยกึ่งอยากแซวเกาหัวแกรก กระนั้นสีหน้าก็ยังเปื้อนด้วยรอยยิ้ม ใครๆ ในสวนลำไยแห่งนี้ต่างรู้จักสาวร่างเล็กนามเพียงจันทร์เป็นอย่างดี หญิงสาวเป็นหลานของนายเริงเจ้าของสวนแห่งนี้ วันนี้เป็นวันเกิดลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของเริงกับพร้อมจิตซึ่งก็คือลูกพี่ลูกน้องวัยเดียวกับเพียงจันทร์ แม่สาวอีสานนามว่ามาลัยโคลงศีรษะอย่างเห็นใจในโชคชะตาของคนที่ตนนับเป็นเพื่อน

เอาๆ เร่งมือกันหน่อยสิ นี่มันบ่ายคล้อยแล้วแม่งานอย่างพร้อมจิตออกโรงสั่งเอง แต่ไม่วายปรายหางตาไปทางหลานสาวลูกโป่งอันเดียวถึงกับต้องใช้เวลาเก็บ นี่ไม่ได้แอบอู้ใช่ไหมจันทร์ความเคี่ยวและความช่างเหน็บแนมทำให้เพียงจันทร์แอบระบายลมหายใจอย่างอึดอัด

ไม่ได้อู้จ้ะป้าจิต จันทร์ผูกอันนี้อีกอันก็เสร็จแล้ว

พร้อมจิตพยักหน้า ยังคงมองหญิงสาวด้วยหางตา

ก็ดี ก่อนไปก็เดินตรวจตราอีกรอบล่ะ เผื่อขาดเหลืออะไรจะได้แก้ทัน

 

สาวร่างเล็กมองตามแผ่นหลังของผู้เป็นป้าด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก คนงานหลายคนต่างลอบมองหลานสาวที่ถูกผู้เป็นป้าหาเรื่องรวน ชะตาชีวิตที่ดุจดั่งนางเอกในนิยายทำให้เพียงจันทร์เหนื่อยหน่าย ราวกับว่าเธอนั้นเป็นซินเดอเรลลาก็ไม่ปาน แผกแต่ว่าเปลี่ยนจากแม่เลี้ยงเป็นป้าสะใภ้ ลูกของแม่เลี้ยงก็เปลี่ยนเป็นลูกพี่ลูกน้อง กระนั้นแล้วความร้ายกาจของทั้งสองคนก็ทำให้ตัวละครในนิทานกลายเป็นตัวร้ายหน่อมแน้มไปเลยทีเดียว

เรียบร้อยหรือยังแม่ เพื่อนดาด้ากำลังจะมาแล้วนะร่างสูงโปร่งของเจ้าของงานวันเกิดเดินนวยนาดออกมาจากบ้าน เสื้อกล้ามสีขาวกับกางเกงขาสั้นสีเขียวสดเรียกเลือดกำเดาของคนงานชายละแวกนั้นได้เป็นอย่างดี

ใกล้เสร็จแล้วน่า ว่าแต่แกเถอะทำผมทรงอะไรพร้อมจิตมองผมเผ้าที่ถูกกัดจนไม่เห็นสีเดิมของลูกสาวอย่างประหลาดใจ

ก็ทรงโมฮอกไง แม่ไม่รู้จักเหรอ เชยจริงๆหญิงสาวตอบอย่างมั่นใจ ไม่วายหันไปเชิดหน้าให้ลูกพี่ลูกน้องที่มองมาด้วยแววตาไม่ต่างจากมารดาตนนัก

แล้วมันสวยเรอะคนเป็นแม่ถามอย่างไม่แน่ใจกับทรงผมอันประหลาดไม่คุ้นตาของลูกสาว

สวยสิแม่ เพื่อนดาด้ากำลังฮิตกันวรดา หรือ ดาด้าตอบอย่างมั่นใจ

เพียงจันทร์ลอบยิ้มแหยๆเพื่อนดาด้านี่ใครมั่งวะ? ใบหน้าหญิงสาวสามสี่คนผุดขึ้นมาในหัว แต่ละคนนั้นมีแฟชั่นการแต่งหน้าแต่งตัวที่จัดจ้านไม่แพ้วรดา เรียกว่าเดินไปด้วยกันก็กลืนกันไปหมด เดินหลงกันยังไงก็หากันเจอก็ว่าได้

ดาด้า พอลลี่ เคที่ จีจี้

สี่สาวล้วนเป็นสาวไทยแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์แต่กลับมีชื่อเล่นฝรั่งจ๋า ทั้งสี่เป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่เรียนปีหนึ่งในมหาวิทยาลัยเอกชนในตัวจังหวัด สนิทกันจนถึงขนาดติดเอฟในรายวิชาเดียวกัน ซ่อมด้วยกัน ตกด้วยกัน ลงเรียนใหม่ด้วยกัน เรียกว่าค่อนข้างสามัคคีกลมเกลียวกันมากทีเดียว

แม้แต่การเกลียดใครสักคนสี่สาวยังเกลียดเหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น เกลียดขี้หน้าเพียงจันทร์ วรดาไม่ชอบเพียงจันทร์อย่างไร เพื่อนสนิทของเจ้าหล่อนก็ไม่ชอบด้วยอย่างนั้น ไม่ชอบโดยไม่ต้องหาเหตุผลใดๆ เจอหน้ากันทีไรก็คิดกลั่นแกล้งกันอยู่เรื่อยและแพ้ภัยตัวเองอยู่ร่ำไปด้วย เพราะแม้จะตัวเล็กแต่เพียงจันทร์ก็ขึ้นชื่อว่าเล็กพริกขี้หนู

วรดาเชิดหน้ามองลูกพี่ลูกน้องด้วยสายตาเหยียดๆ วันนี้หญิงสาวสวมเสื้อสีเหลืองสดพอดีตัว ดูเรียบๆ หากแต่แฝงด้วยความหรูหรา คนอื่นๆ ในสวนอาจไม่รู้แต่เธอมองปราดเดียวก็รู้ว่าเสื้อผ้าของเพียงจันทร์ล้วนแล้วแต่มียี่ห้อ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็หาได้มาจากน้ำเงินของบิดามารดาเธอไม่ แต่เป็นทุนทรัพย์ส่วนตัวของหัวหน้าคนงานในสวนที่ขอรับหญิงสาวไปเลี้ยงดูตั้งแต่เจ็ดขวบต่างหาก

ฉันหวังว่าเย็นนี้แกจะแต่งตัวให้ดูดีกว่านี้นะคนที่รับถ่ายทอดความเกลียดมาจากผู้เป็นแม่ตั้งแต่จำความได้บอกลูกพี่ลูกน้อง ยากจะหาสาเหตุ ยากจะหาเหตุผล แต่จำความได้ก็รับรู้ว่าแม่ตนนั้นเกลียดหญิงสาวตรงหน้านี้เข้าไส้ทีเดียว เกลียดมากจนยอมยกเพียงจันทร์ให้หัวหน้าคนงานในสวนดูแล

ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ผมเตรียมชุดไว้ให้จันทร์แล้วชายร่างสันทัดผิวขาวเดินเข้ามาพูนก้มหัวทักทายพร้อมจิตนิดนึงก่อนจะหันไปทางหญิงสาวที่อยู่ในอุปการะของตน

ลุง!” เสียงหวานเรียกคนสูงวัยด้วยความตื่นเต้น รอยยิ้มสว่างไสวปรากฏขึ้น พูนมองเห็นแววตาที่มีน้ำขังคลอจึงนึกเวทนาในโชคชะตาของหญิงสาว

เพียงจันทร์คือเด็กที่เขารับมาดูแลตอนอายุได้เพียงเจ็ดขวบ เริงกับพร้อมจิตเลี้ยงหญิงสาวมาอย่างปล่อยปละละเลยไม่ใส่ใจและอยู่ท่ามกลางความเกลียดชังของผู้เป็นป้าที่บ่มเพาะเชื้อร้ายส่งต่อให้ลูกสาวคนเดียว

จันทร์นึกว่าลุงจะกลับมาพรุ่งนี้หญิงสาวคว้าต้นแขนคนสูงวัยแล้วเอียงหน้าซบอย่างเคยชิน พูนขยี้ผมสลวยอย่างเอ็นดูกับความขี้อ้อนที่นานๆ จะเห็นที

ไม่มาได้ไง วันนี้วันสำคัญของจันทร์นี่สองลุงหลานที่ไม่ได้มีสายเลือดเดียวกันคุยกันเหมือนว่าพร้อมจิตกับวรดาไม่ได้ยืนอยู่ด้วย สร้างความไม่พอใจให้สองแม่ลูก

วันนี้เป็นวันเกิดของลูกดา พวกแกอย่าได้เผยอคิดจะเทียบ ถ้าแกยังจำอดีตได้ละก็…” พร้อมจิตหันไปทางหลานสาว ตอกย้ำปมอดีตที่ทำให้เพียงจันทร์ต้องระเห็จไปอยู่กับพูนแกต้องระวังตัวให้ดีนังจันทร์ จำเอาไว้วันนี้วันเกิดลูกสาวฉันคนเดียว

พูนนิ่วหน้ากระชับร่างเล็กเข้าหาตัวอย่างปกป้อง หวนนึกถึงอดีตของพระจันทร์ดวงน้อยที่เขารับมาดูแล แววตาเหี้ยมเกรียมทำให้พร้อมจิตนึกกลัวจึงหันไปชักชวนลูกสาวให้เข้าบ้าน โดยไม่ลืมสั่งหลานสาวให้ตรวจตราข้าวของในงานอีกครั้ง

ไปๆ ลูกดาเข้าบ้าน ส่วนแกอย่าลืมทำตามที่ฉันสั่งล่ะ

พูนโคลงศีรษะอย่างอ่อนใจ ส่วนเพียงจันทร์ได้แต่มองตามด้วยสายตาที่อ่านไม่ออกอีกเช่นเคย

กลับบ้านเราเถอะคนสูงวัยชักชวนหญิงสาวที่รักและเอ็นดูเหมือนหลานแท้ๆ

ลุงกลับไปก่อนเถอะจ้ะ เดี๋ยวจันทร์ดูทางนี้แล้วจะรีบตามไปนะจ๊ะ

เอางั้นก็ได้ เดี๋ยวลุงไปรอที่บ้านนะ ลุงซื้อเป็ดพะโล้เจ้าอร่อยมาฝากเราด้วยคนที่ไปทำธุระที่ต่างจังหวัดนานถึงสามวันบอก ทิ้งให้เพียงจันทร์กลับไปตรวจตราความพร้อมในงานต่อโดยไม่ทักท้วง ทั้งๆ ที่ใจนั้นอยากบอกให้หญิงสาวหยุด หยุดทำเพื่อคนเหล่านั้นเสียที!

พูนนึกถึงเหตุการณ์ที่ทำให้เขาต้องขอรับเลี้ยงหญิงสาวแล้วให้เจ็บใจ แต่แล้วความคิดก็ไพล่หาบุคคลอีกหนึ่งที่ใส่ใจเพียงจันทร์ไม่น้อยไปกว่าเขา

วันนี้คงได้เจอกันแล้ว

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 52 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

117 ความคิดเห็น

  1. #90 noodao (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 09:01
    ชีวิตคนเราก็นำไปเขียนเป็นนิยายมาก็เยอะ...
    #90
    0
  2. #27 แว่นใส (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 กันยายน 2557 / 14:27
    ชีวิตยิ่งกว่านิยายอีกนะ
    #27
    0
  3. #14 ตุ๊ก (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 กันยายน 2557 / 10:31
    ใจจิขาดขาดแล้วสวย
    #14
    0
  4. #13 กีนยัง (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กันยายน 2557 / 23:11
    แค่อ่านตอนแรกก็ใจจะขาดแล้ว เมื่อไหร่หนังสือจะออกคะ แต่มีบางเรืองที่สงสัยในตออนแรกนี้ค่ะไรท์เตอร์คะ มาหยารัศมีไม่ได้เป็นแม่เลี้ยงของดาวพระศุกร์นะคะ
    #13
    0
  5. #12 Jaruwan (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กันยายน 2557 / 22:30
    รอ ร๊อ รอ ชะเง้อชะแง้ มองหา เฮียคังงงงงงงงงงงงงงงงง อ้ากกกกก ค้างค่ะค้างงงง รีบมาต่อเร็วๆนะคะ เค้าจิจองเฮียรอบแรกแต่ไม่ทันอ่ะ กระซิก กระซิก TT รอรอบต่อไป สแตนด์บายโหมดไว้รอเลย สู้ๆค้าาาาาาาาาาาาา
    #12
    0