ดั่งดาวคอยเดือน (หย่งคัง - เพียงจันทร์)

ตอนที่ 18 : ดาวเพื่อนเดือน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 475
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    2 พ.ค. 61

9

ดาวเพื่อนเดือน

เพราะเรื่องเมื่อเย็นวานเช้านี้เพียงจันทร์จึงรู้สึกประดักประเดิดกับการนั่งกินอาหารเช้า แม้จะมีพูนนั่งคั่นกลางก็ตามเถอะ หญิงสาวตักแกงเทโพที่ชายหนุ่มลุกขึ้นมาทำให้แต่เช้ากินอย่างเอร็ดอร่อย ถึงจะเหนียมอายบ้างแต่เรื่องกินต้องมาก่อน มัวแต่อายก็อดกันพอดี

กินข้าวแล้วก็ไปช่วยลุงดูสวนนะ ลุงไม่อนุญาตให้จันทร์ไปทำงานที่อื่น ถ้ามันยากนักก็มาเป็นชาวสวนลำไยนี่แหละพูนที่ได้รับคำสั่งพูดเสียงแข็ง อย่าให้ต้องถึงมือหย่งคังเลย เขากลัวแทนหญิงสาวจริงๆ

ลุงน่ะ เรื่องนี้ยังไม่จบเหรอจ๊ะหญิงสาวกระงอดกระแงด

จบแค่ที่จันทร์ต้องช่วยลุงทำสวนลำไยพูนย้ำ นี่คือทางออกที่ดีที่สุด ไม่เรียนต่อไม่ทำธุรกิจก็มานั่งอยู่บ้านช่วยเขาดูสวนนิดๆ หน่อยๆ นี่แหละ

โธ่ลุงหญิงสาวโอดครวญ ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังทำให้หัวใจใครบางคนสั่นไหว

ตาอ้อนๆ เสียงหวานๆ นั่นอะไรกัน หย่งคังร้องเอะอะอยู่ในใจ เธอไม่เคยทำแบบนั้นกับเขาเลยนะเว้ย! ความริษยาเกาะกินใจชายหนุ่ม รังสีคุกคามที่แผ่กระจายทำให้พูนแอบส่งยิ้มเจื่อนๆ ให้เจ้านาย

ถ้าจะให้จันทร์ทำงานในสวนแล้วจะส่งจันทร์เรียนสูงๆ ทำไมจ๊ะ

ก็หวังให้สบายน่ะสิ ไม่ได้อยากให้เรียนแล้วเป็นลูกน้องใครคนสูงวัยตะบันเถียง ก็บอกแล้วว่าไม่อยากให้ถึงมือเจ้านาย

ใครๆ ก็เป็นลูกน้องก่อนทั้งนั้น ถ้าไม่หาประสบการณ์ก่อนแล้วเวลาไปทำธุรกิจเราจะรู้ได้ยังไงล่ะจ๊ะเธอยังคงอ้อนต่อ

กุนซือแถวนี้มีถมไป จันทร์จะทำธุรกิจอะไรก็ถามอาซิงเอาสิพูนส่งไม้ให้เจ้านายอย่างรู้ใจ อย่างนี้เข้าทางเจ้านายเขา ลองเพียงจันทร์ได้ชายหนุ่มเป็นที่ปรึกษา ขี้คร้านจะได้กำไรเป็นกอบเป็นกำกลายเป็นเศรษฐีนีภายในเวลาไม่กี่ปี

ฮะ ถามเขาเนี่ยนะ ลุงลืมไปแล้วเหรอว่าหลานชายลุงตกงานอยู่

ตกงานไม่ได้แปลว่าไม่รู้อะไรเสียหน่อย แล้วสาเหตุที่ฉันตกงานน่ะเพราะเงินเดือนฉันแพงมาก เลยไม่มีใครกล้าจ้างคนกระสันอยากเป็นที่ปรึกษาพูดแทรก

แหวะ น่าเชื่อตายละ ใครเขาตกงานด้วยสาเหตุนี้กันบ้าง

ฉันนี่แหละ ตกลงว่าอยากทำธุรกิจอะไรล่ะเราหย่งคังรวบรัดเสร็จสรรพเพราะไม่ต้องการให้หญิงสาวไปสมัครงาน

ไม่ทำหรอกเธอบอกเสียงห้วน ก่อนจะหันไปพูดกับพูนด้วยน้ำเสียงเกือบปกติจันทร์อยู่ช่วยลุงทำสวนก็ได้ แล้วอย่ามาบ่นทีหลังว่าจันทร์เป็นภาระ ขี้เกียจสันหลังยาว ไม่ทำงานเป็นหลักเป็นแหล่ง

พอๆ ลุงจะไม่ว่าอะไรจันทร์ทั้งนั้น จะเลี้ยงไปจนตายกันไปข้างเลย พอใจไหมนังหนู

เพียงจันทร์อมยิ้ม กะพริบตาปริบๆ เพื่อขับไล่น้ำตา แม้ภายนอกจะง้องแง้งแต่ลึกๆ เธอก็อดซาบซึ้งไม่ได้

ได้ยินว่าเมื่อวานคุณนายจิตแกมาที่นี่พูนถามเปลี่ยนเรื่องยามเห็นตาแดงๆ ของหญิงสาว

แค่กๆ หญิงสาวสำลักน้ำแกงหน้าดำหน้าแดง และแน่นอนว่าสมองไม่รักดีมันไพล่คิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น วรดากรีดร้องอย่างไม่พอใจท่าทางปกป้องของอาซิง วรดาว่าร้ายให้เธอเสียหายต่างๆ นานา จนพร้อมจิตต้องดึงตัวลูกสาวที่ด่ากราดอย่างเสียสติไปขึ้นรถ

แกท้องไม่มีพ่อเมื่อไหร่ ฉันเอาแกตายแน่นังจันทร์

ก่อนจะขึ้นรถผู้เป็นป้าของเธอยังฝากฝังวาจาเจ็บแสบให้อีก น้ำตาเจ้ากรรมที่กักเก็บเอาไว้จึงทะลักออกมา

หญิงสาวเงยหน้าสบสายตาล้อเลียนของคนที่มองอยู่ก่อน เธอขึงตาใส่เขา

ป้ามาดูหน้าหลานชายลุง

คุณนายจิต เอ่อ

ท่าทางอ้ำอึ้งยามหันไปพูดกับชายหนุ่มเตะตาหญิงสาวยิ่งนัก เพียงจันทร์ลอบมองชายหนุ่มต่างวัยเงียบๆ

เขามาดูบ้านฉันน่ะลุง ดูท่าทางจะชอบเสียด้วยคนที่ตีบทแตกบอกเสียงเรียบ

ดูบ้านพูนทวน ชักเคืองพร้อมจิตที่กล้าล้ำเส้น

อือ ไม่มีอะไรหรอก แค่มาดูแล้วก็กลับ

เพียงจันทร์แอบเป่าปากอย่างโล่งอก กลัวเขาจะพูดเรื่องที่ถูกพร้อมจิตด่าจะแย่ หญิงสาวดึงความสนใจด้วยการชักชวนสองหนุ่มต่างวัยกินข้าวต่อ ไม่ลืมชวนคุยเรื่องดินฟ้าอากาศไปด้วย กว่าอาหารมื้อนั้นจะจบลงลูกตาของหญิงสาวก็แทบถลนออกจากเบ้า นั่นเพราะมีคนคอยยิ้มกรุ้มกริ่มให้เธอทุกครั้งที่เธอสบตาเขา

 

รถเก๋งสีส้มแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้าน ตรีชฎาเปิดประตูด้านคนขับออกมา ตามด้วยสุมาลีที่นั่งข้างคนขับ สองสาวที่เพิ่งแยกจากเพียงจันทร์เมื่อวานตะโกนเรียกเพื่อน เจ้าของบ้านออกมาชะโงกหน้าก่อนจะฉีกยิ้มกว้างอย่างดีใจ เธอกำลังเซ็งพอดี นั่นเพราะพูนเกิดเปลี่ยนใจบอกให้เธออยู่บ้านเนื่องจากวันนี้แดดแรงเกินไป

ขึ้นมาบนบ้านก่อน ลมอะไรหอบพวกแกมา แล้วยายเยาว์ไปไหนเสียล่ะ

โอ๊ย ทีละคำถามเถอะแม่คุณ เอาน้ำเอาท่ามาต้อนรับเพื่อนก่อนเถอะค่อยถามสุมาลีโบกมือโบกไม้ไล่เพื่อนให้ไปเอาน้ำมาให้กิน เพียงจันทร์ค้อนน้อยๆ ให้ก่อนจะเดินไปตักน้ำในตุ่มสำหรับใส่น้ำฝน ไม่ลืมลงไปเด็ดดอกมะลิต้นที่ปลูกไว้ข้างบันไดทางขึ้น บ้านเธอไม่เสิร์ฟน้ำในตู้เย็น เพราะแค่น้ำในตุ่มนี่ก็เย็นชื่นใจมากแล้ว

เอ้า ทีนี้บอกได้หรือยังว่ามาทำไมกัน แล้วยายเยาว์ไปไหนเธอถามขึ้นอีกครั้งหลังจากยื่นขันน้ำส่งให้เพื่อน

ยายเยาว์ต้องอยู่ช่วยแม่ขายของ แล้วที่พวกฉันมาที่นี่เพราะคิดถึงแกน่ะสุมาลีบอกยิ้มๆ ซึ่งเพียงจันทร์ไม่เชื่อที่เพื่อนพูดสักนิด

แกมีเจตนาอะไรแอบแฝงหญิงสาวถามอย่างไม่ไว้ใจ

แหมจันทร์เพื่อนรัก ทำไมต้องทำเสียงดุขนาดนั้นด้วยเล่าสาวอ้วนปะเหลาะ

อะไรของแก ทำหน้าแบบนี้เห็นแล้วขนลุก

ฮุ้ยยายจันทร์อะ แกนี่มันหัวช้าเรื่องผู้ชายไม่เปลี่ยนเลย

ผู้ชาย?!” หญิงสาวทวนก่อนจะเบิกตากว้าง

เมื่อวานปวริศพูดถึงอาซิง แม่พวกนี้พอได้ยินว่ามีผู้ชายมาใกล้รัศมีตัวเธอก็ออกอาการกรี๊ดกร๊าดมโนจิ้นกันสุดติ่ง ซุบซิบกันว่าไม่แน่เนื้อคู่เธอมาจุติแล้วเพราะปวริศที่เทียวไล้เทียวขื่อมาหลายปีนั้นคงไม่ใช่ เดือดร้อนเธอต้องบอกตัดบทว่าไม่มีอะไรในกอไผ่ เขามาแป๊บๆ ก็จะกลับ เพื่อนๆ พากันเลิกสนใจในบัดดลซึ่งเธอก็แอบโล่งอก ไม่นึกเลยว่าวันต่อมายายพวกนี้จะบุกมาถึงบ้าน

ใช่ผู้ชายตรีชฎาเพยิดหน้าบ้านหลังนั้นของเขาใช่ไหมจันทร์

เอ่อเพียงจันทร์อ้ำอึ้ง

ทำเลตรงกับหน้าต่างห้องแกพอดีเลยอะ แบบนี้ต้องมีอะไรในกระบอกข้าวหลามสุมาลีสวมวิญญาณนักสืบโคนัน ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว

กอไผ่!”

สาวอ้วนทำตาปะหลับปะเหลือกส่งให้เออนั่นแหละ กระบอกข้าวหลามมันก็ทำจากไม้ไผ่

อย่านอกเรื่องยายมาลี ว่าไงจันทร์ แกสารภาพเรื่องผู้ชายคนนั้นมาเดี๋ยวนี้เลย

สารภาพ! ทำไมฉันต้องสารภาพเพียงจันทร์ขึ้นเสียง เพื่อนเธอชักจะคิดเป็นตุเป็นตะใหญ่แล้ว

ต้องสารภาพสิ มีผู้ชายหล่อๆ มาอยู่ใกล้บ้านแต่ไม่ยอมบอกเพื่อน นี่กะมุบมิบไว้กินคนเดียวสิท่าสุมาลีปิดปากหัวเราะตาพราว เป็นเพื่อนกันมาหลายปีดีดัก นี่เป็นครั้งแรกที่เธอคิดว่าอ่านเพียงจันทร์ได้ทะลุปรุโปร่งที่สุด ท่าทางกระฟัดกระเฟียดอีกทั้งใบหน้ายังแดงก่ำเป็นคำตอบที่ดีทีเดียว

เขาเป็นหลานลุงพูน

แล้วไงสองสาวประสานเสียงกัน สีหน้าแววตาบ่งบอกว่าคิดไปไกลกว่าความเป็นจริง

พวกแกนี่น่าจะไปเป็นนักประพันธ์นะ คิดกันได้เป็นตุเป็นตะเพียงจันทร์บ่นอุบ

ไม่ได้คิดเป็นตุเป็นตะ คิดถูกล่ะไม่ว่า ตกลงหลานชายลุงพูนคนนี้ใช่ไหมที่เป็นคนไปอาละวาดที่งานวันเกิดแกเมื่อคราวนั้น

แก้มสาวค่อยๆ แดงเรื่อขึ้น ไม่คิดว่าเพื่อนๆ จะยังจำได้

เออเธอรับเพราะสายตาคาดคั้น

แล้วเพราะเขาใช่ไหมที่ทำให้แกไม่ยอมมีแฟนสุมาลีทำเสียงเหมือนอาจารย์ฝ่ายปกครอง

คนโดนซักทำหน้าตื่นบ้าสิ มันไม่เกี่ยวกับเขานะ ฉันแค่ยังไม่อยากคิดเรื่องอื่นนอกจากเรื่องเรียนต่างหากเล่าปฏิเสธเป็นพัลวัน

หน้าแดงขนาดนี้ น่าเชื่อตายละตรีชฎาไฟว์มือกับสุมาลี ภารกิจวันนี้ลุล่วงไปได้ด้วยดี

กว่าสองสาวจะยอมกลับเพียงจันทร์ก็แทบจะลงไปนอนแดดิ้นบนพื้นเสียหลายครั้ง เธอทำกับข้าวเลี้ยง ยำมะม่วงให้กิน ตบท้ายด้วยกล้วยบวชชีก็แล้วสองสาวก็ยังไม่ยอมกลับ ยืนกรานจะอยู่ดูหน้าอาซิงให้ได้ เดชะบุญที่บิดาของสุมาลีโทร. ตามเสียก่อน ทั้งสองสาวเลยแคล้วคลาดกับหนุ่มข้างบ้านเธอ

จันทร์ๆเสียงเรียกชื่อเธอดังจากหน้าบ้าน หญิงสาวรีบลุกไปดูก็พบว่ามีสาวคนงานสามนางยืนหิ้วตะกร้าสานคนละใบ

มีอะไรเหรอ

พี่ซิงยังไม่กลับเหรอ นี่มันเย็นแล้วนะจินตหราผู้นำกลุ่มถาม

เพียงจันทร์กลอกตา ดูเหมือนเรื่องราวของอาซิงผู้นี้จะวนเวียนผูกติดกับเธอเสียจริง แขกไปใครมาก็ต้องมาถามหาเอากับเธอ

ยัง มีอะไรก็ไปนั่งรอที่บ้านโน้นไป๊เธอบอกแล้วหันหลังเดินปึงๆ เข้าครัวอย่างหัวเสีย วันทั้งวันได้ยินแต่ชื่อผู้ชายคนนั้น นี่เธอเข้าเบญจเพสตอนยี่สิบสองปีหรือไง

นายนี่เป็นตัวซวยของฉันจริงๆ

เธอบ่นขณะโขลกน้ำพริกดังลั่นเรือน ไม่นานก็ได้ยินเสียงรถยนต์แล่นเข้ามาจอดหน้าบ้าน เดาว่าคงเป็นพูนและคนที่เธอไม่อยากแม้แต่เอ่ยชื่อ หญิงสาวได้ยินเสียงจินตหราโอดครวญอย่างเสียดายก่อนจะเงียบเสียงไป

ทำอะไรกินล่ะจันทร์พูนเดินถือตะกร้าขึ้นมาบนบ้าน

ตำน้ำพริกกะปิกับทอดปลาจ้ะพูนยิ้มเมื่อได้ยินคำตอบที่เจือรอยขุ่นเคือง

เย็นนี้กินกันแค่สองคนนะ อาซิงเข้าไปทำธุระในเมือง

หือ เขาไปรถอะไรล่ะลุง ลุงขับรถมาไม่ใช่เหรอไง แล้วหลานชายลุงเนี่ยเขารู้จักคนอื่นนอกจากลุงด้วยเหรอ ฉันเห็นว่ามาทีก็มาแป๊บๆ

ลุงไปส่งน่ะ เอาน่า…” พูนโบกไม้โบกมือว่อนอย่าสนใจเลย เดี๋ยวลุงไปอาบน้ำก่อนนะ หิวข้าวจะแย่แล้วพูดจบก็เดินลิ่วเข้าห้องอย่างรวดเร็ว ทิ้งคนช่างสงสัยให้มองตาม

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

117 ความคิดเห็น

  1. #107 noodao (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 15:17
    เฮียเราฮอตซะสาวจันทร์อารมณ์เสีย ... เฮ๊ยเข้าไปในเมืองทำอะไรนะ
    #107
    0