ดั่งดาวคอยเดือน (หย่งคัง - เพียงจันทร์)

ตอนที่ 15 : ขวัญใจคนงาน (สาว)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 432
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    29 เม.ย. 61

ความป๊อปปูล่าของหย่งคังยังไม่หยุดแค่นั้น ตกเย็นมีสาวๆ ไปนั่งรอชายหนุ่มที่บ้านหลังน้อย ชายหนุ่มพูดคุยกับพวกหล่อนอย่างสุภาพ ทั้งที่ในใจกำลังร้อง ‘ห่าเอ๊ย!’ ตอนที่เห็นรถกระบะคันหนึ่งเข้ามาจอดบนลานโล่งหน้าบ้านของพูน ดวงตาเรียวคมวาววับยามเห็นคนขับ

ปวริศเดินยิ้มร่าลงจากรถส่งให้เพียงจันทร์ที่กำลังยืนอยู่บนระเบียงบ้าน มองไปยังทิศทางที่หญิงสาวมองอยู่ก่อนหน้านั้นก็เห็นชายหนุ่มที่เพิ่งไปซื้อข้าวขาหมูจากที่ร้านเขา ปวริศยกมือไหว้ชายหนุ่มจากที่ไกลๆ เพราะเข้าใจว่าชายหนุ่มอาจเป็นญาติผู้ใหญ่ของเพียงจันทร์

ฝ่ายคนที่ถูกมองว่าเป็น ‘ญาติผู้ใหญ่’ ของเพียงจันทร์หน้าตึงขึ้นทันที ร้องด่าชายหนุ่มอยู่ในใจ ‘ไอ้ฟ้ากกก พ่อมึงสิให้ยกมือไหว้’ หย่งคังตวัดสายตามองคนที่ยื่นหน้าออกมาตรงระเบียง เขาเห็นหญิงสาวส่งยิ้มล้อเลียนมาให้ เธอคงเห็นตอนไอ้หน้าอ่อนนั่นไหว้เขาแน่ๆ

ที่บ้านมีแขก พี่ขอตัวก่อนนะ” เขาหันไปบอกแม่สาวๆ ที่ยังนั่งทำหน้าปั้นจิ้มปั้นเจ๋อให้

อุ๊ยแขกเขิกที่ไหนคะ” จินตหราที่เป็นหนึ่งในนั้นบอก

นั่นสิ นั่นคุณปองเป็นลูกชายร้านข้าวขาหมูชื่อดังในตลาดค่ะ” มีสาวอีกนางหนึ่งสำทับ

ใช่ๆ ที่เขาว่ามาชอบพอจันทร์

มาจีบเลยย่ะ คนเขารู้กันทั้งอำเภอ แม่คุณปองเองก็อยากได้จันทร์ไปเป็นลูกสะใภ้

สาวๆ ที่แท็กทีมกันตัดคู่แข่งต่างยิ้มให้กันอย่างมีนัย ถึงคราวต้องสามัคคีก็ต้องทำ แม้จะรู้ว่าเพียงจันทร์นั้นไม่สนใจหนุ่มฮอตตรงหน้านี้ก็ตามเถอะ ตัดไฟเสียแต่ต้นลมดีกว่า เพราะแม้จะไม่สวยผุดผาดหากมองดีๆ ก็จะพบว่าหญิงสาวน่ารักมากทีเดียว

อ้อ พี่รู้จักเขาดี ยังไงก็คงต้องขอตัวไปรับแขกก่อน

เพียงจันทร์เชื้อเชิญให้ปวริศขึ้นมาบนบ้าน แม้จะอึดอัดใจกับการมาเยือนของเขาเธอก็ต้องต้อนรับขับสู้ อย่างน้อยๆ การมาของเขาก็ทำให้ใครบางคนเหวอได้ หญิงสาวยิ้มเมื่อนึกถึงสีหน้าเหวอตอนที่ปวริศยกมือไหว้ มันเป็นสิ่งที่สมควรจะเกิดขึ้นแต่ดูเหมือนคนแก่กว่าจะไม่ต้องการ เพราะนั่นเป็นการตอกย้ำว่าเขานั้นแก่!

แม่ให้เอาแกงเลียงกับน้ำพริกอ่องของโปรดจันทร์มาฝาก” ชายหนุ่มบอกหลังจากขึ้นมานั่งบนเรือน เขารับขันน้ำลอยดอกมะลิจากหญิงสาว ยกขึ้นดื่มอย่างชื่นใจ

ฝากขอบคุณป้าภาด้วยนะ” หญิงสาวรับมาด้วยท่าทางดีใจ เป็นที่รู้กันดีว่าฝีมือในการทำอาหารของประภานั้นดีแค่ไหน ลาภปากมาเยือนเธอถึงเรือนแล้วงานนี้

ไม่เป็นไร ว่าแต่จันทร์ไปสมัครงานที่ไหนหรือยัง” ปวริศที่ตัดสินใจเรียนต่อปริญญาโทถามหญิงสาว ก่อนหน้านี้เขาเคยชวนเธอเรียนต่อด้วยกันแต่ถูกหญิงสาวปฏิเสธโดยอ้างว่าเกรงใจพูน

ยังเลย เราตั้งใจจะไปสมัครงานเดือนหน้าน่ะ พอดีลุงพูนขอไว้ว่าให้เราพักก่อน” เธอเอ่ยถึงพูนด้วยความเคารพ

แต่เรายังอยากให้จันทร์เรียนต่ออยู่ดี” ชายหนุ่มบอกจากใจ ฐานะของเพียงจันทร์ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนสมัครงานสักนิด เธอเป็นถึงหลานสาวเจ้าของสวนจันทัปปภาที่ใครๆ ต่างก็รู้ว่าร่ำรวยขนาดไหน นอกจากมีสวนลำไยแล้วเริงยังมีร้านขายอุปกรณ์การเกษตรอยู่ในตัวอำเภออีกด้วย

เพียงจันทร์เงียบไป ในสายตาคนอื่นมักสรุปว่าเธอได้ร่ำเรียนสูงเพราะลุงกับป้า มีไม่กี่คนที่รู้ว่าแท้จริงแล้วพูนต่างหากล่ะที่เป็นคนส่งเสียและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของเธอทั้งหมด หญิงสาวคิดอย่างเศร้าใจ

จันทร์ทำกับข้าวเสร็จหรือยัง” เสียงทุ้มดังมาก่อนตัวทำให้หญิงสาวต้องกะพริบตาปริบๆ เพื่อขับไล่น้ำตาแห่งความน้อยใจ

ยะยัง” เธอตอบ คนมาใหม่เลิกคิ้วไปทางแขก “อะเอ่อ ปองนั่น…” หญิงสาวอึกอัก “เฮียซิงเป็นหลานของลุงพูนน่ะ นี่ปองค่ะเป็นเพื่อนของฉัน” หญิงสาวจำต้องแนะนำปวริศกับชายหนุ่มเพราะสายตาดุของเขาแท้ๆ เชียว และเธอก็เพิ่งรู้ว่าตนนั้นคิดผิดไปยามเห็นแววตาระยิบระยับตอนเธอเรียกเขาว่าเฮียซิง

อืม เมื่อวานเจอกันแล้ว” หย่งคังพยักหน้า

ใช่ เมื่อวานเจอกันแล้ว แม่ยังฝากขนมมาให้จันทร์เลย

ขนม” เพียงจันทร์ทวนด้วยความสงสัย ในเมื่อเธอไม่ได้รับขนมที่เป็นของฝากสักชิ้น หญิงสาวหันไปยังคนที่ยืนหน้าตึงอยู่กลางบ้าน หย่งคังเลิกคิ้วกวนๆ ใส่อย่างไม่สำนึกที่ตนนั้นได้ให้ของฝากรวมถึงข้าวขาหมูแก่คนจรจัดที่เผอิญขับรถผ่าน

ใช่ แม่ทำขนมเสน่ห์จันทร์เลยแบ่งมาให้จันทร์กินด้วย แม่บอกทำแล้วคิดถึงจันทร์

อ่า ฝากขอบคุณป้าภาด้วยนะ ขนมอร่อยมาก” เธอจำต้องพูดโกหกเพื่อรักษาน้ำใจคนให้ แต่ก็ไม่วายส่งสายตาเขียวปั้ดไปให้อีกคน

กับข้าวเสร็จยัง” คนไม่สำนึกผิดเร่งอีกครั้ง

ยัง กำลังจะทำ” เธอตอบพร้อมกับรู้สึกหมั่นไส้กับท่าทางวางอำนาจบาตรใหญ่ของชายหนุ่ม ไม่รู้ไปกินรังแตนมาจากไหน

งั้นก็รีบไปทำซะสิ ฉันหิวจนไส้กิ่วแล้ว

เอ๊ะ ไม่เห็นหรือไงว่ากำลังมีแขก

แล้วไง มันไม่ได้หมายความว่าเธอจะอู้ไม่ทำกับข้าวได้หรอกนะ

มีน้ำพริกอ่องกับแกงเลียงนี่ไง ไม่ต้องทำก็ได้ ชี้ไปยังถุงที่ปวริศนำมาฝาก

ฉันไม่กินของคนอื่น ลุงพูนเองก็เหมือนกัน ดังนั้นไปเข้าครัวทำกับข้าวซะจันทร์เจ้า” เขาสั่งเสียงเข้ม ปล่อยให้คุยกันสองต่อสองนานแล้วนะเว้ย ถึงเวลาต้องแยกกันสักที!

เอ๊ะ ก็บอกแล้วไงว่ามีแขกอยู่” หญิงสาวขึ้นเสียงโต้ตอบอย่างไม่ลดราวาศอก

เอ่อ งั้นเรากลับก่อนนะจันทร์” ปวริศรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก เพียงจันทร์เรียกเขาว่าแขกทุกคำ ส่วนชายหนุ่มอีกคนก็ทำเหมือนไม่เห็นหัวเขา

ก็ดี ขอบคุณสำหรับของฝาก วันหลังไม่ต้องก็ได้” หย่งคังส่งแขกให้หญิงสาว ไม่สนใจสีหน้าจืดเจื่อนของชายหนุ่มที่อายุน้อยกว่าตนหลายปี

 

หลังจากปวริศกลับไปแล้วเพียงจันทร์ก็เดินปึงปังเข้าครัว เธอได้ตำแหน่งแม่ครัวกลับคืนมาโดยต้องรับปากพูนว่าจะไม่ทำเหมือนวันนั้นอีก หญิงสาวอยากจะจับปลาที่แผ่เอาไว้คลุกเกลือสักกระปุกแล้วค่อยทอดให้มันรู้แล้วรู้รอด พูนสั่งไว้ว่าหลานชายตนนั้นชอบกินปลาเป็นชีวิตจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นเมนูไหนชายหนุ่มโปรดปรานไปเสียหมด หญิงสาวเปิดแก๊สตั้งกระทะรอจนน้ำมันร้อนได้ที่จึงนำปลาช่อนลงไปทอด ระหว่างนั้นจึงหันมาจัดการปลาคังหรือปลากดคังที่จะนำมาต้มใส่หน่อไม้ดอง เธอแบ่งปลาอีกส่วนไว้ลวกจิ้มกับน้ำจิ้มซีฟู้ด แม้จะโกรธจนอยากทำให้มันไม่อร่อยขนาดไหนหญิงสาวก็ไม่อาจทำได้ นั่นเพราะเธอคิดว่าเป็นการตอบแทนเล็กๆ น้อยๆ ที่พูนเลี้ยงดูเธอมาอย่างดี

ออกไป มายืนจ้องอย่างนี้ไม่มีสมาธิ” เธอหันไปแหวให้คนที่เอาแต่มอง เขาเดินตามเธอมาตั้งแต่แรกแล้ว แต่เธอทำเป็นไม่เห็นเขาเอง

หิวข้าว จะรออยู่ในนี้แหละ ไม่พูดเปล่าเขาเดินเข้ามานั่งรอในครัวที่มีโต๊ะกับข้าวขนาดเล็กตั้งอยู่ ปกติเพียงจันทร์จะตั้งสำรับตรงระเบียงกินกับพูน หากแต่วันไหนกินข้าวคนเดียวเธอก็จะกินในครัวเลย

กินแกงเลียงกับน้ำพริกอ่องก่อนไหม” หญิงสาวถาม ดูท่าเขาจะหิวจริงๆ ไม่งั้นคงไม่ทำตัวแย่ๆ กับปวริศไปหรอก ปกติแล้วอาซิงไม่ค่อยมายุ่มย่ามกับเธอมากนัก เขามาแต่ละครั้งก็จะขลุกอยู่กับพูนแล้วก็กลับ มีปีนี้แหละที่มาแปลกๆ นอกจากมาอยู่นานแล้วยังขยันหาเรื่องทะเลาะกับเธออีกด้วย

ไม่ รอกินกับข้าวฝีมือจันทร์ดีกว่า” เขาบอก

งั้นเดี๋ยวทำปลาลวกจิ้มให้กินรองท้องก่อน” เธอหันไปต้มน้ำลวกปลา ดีที่แก๊สเป็นระบบสองหัวจึงทำกับข้าวสองอย่างไปพร้อมๆ กันได้

ไม่นานจานใส่เนื้อขาวๆ ก็ถูกนำมาวางอยู่ตรงหน้าชายหนุ่ม ดีที่หญิงสาวทำน้ำจิ้มไว้แล้วจึงเสร็จเร็ว หย่งคังขอบคุณหญิงสาวก่อนจะจิ้มปลาเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างเอร็ดอร่อย ท่าทางหิวโซของเขาทำให้แม่ครัวแอบอมยิ้ม หญิงสาวหันไปทำกับข้าวต่อ

พูนที่ตรวจดูในสวนต่อกลับมาถึงบ้านตอนที่หญิงสาวทำกับข้าวเสร็จแล้ว หย่งคังช่วยหญิงสาวตั้งสำรับ ทั้งสามคนนั่งล้อมวงกินข้าวกับพื้นบ้าน คนที่เจริญอาหารที่สุดในมื้อนี้เป็นใครไปไม่ได้นอกจากแขกหนุ่ม ขนาดเพียงจันทร์ได้กินของโปรดอย่างแกงเลียงกับน้ำพริกอ่องยังกินได้ไม่เท่าเขา

แกงเลียงกับน้ำพริกนี่จันทร์ทำเองเหรอ” พูนถามหญิงสาว

เปล่าจ้ะ ป้าภาฝากมาให้จันทร์น่ะ

หือ” ได้ยินแล้วพูนสบตากับเจ้านาย แววตาขุ่นๆ ทำให้เขารู้ว่าใครเป็นคนเอามาให้ “ปองมาที่นี่ ทำไมไม่ชวนกินข้าวด้วยกันล่ะ

ใช่จ้ะ เอ่อ ปองเขารีบน่ะลุง เอาของฝากมาให้แล้วก็คุยกันไม่กี่คำหรอก” หญิงสาวอุบอิบไม่อยากพูดถึง

อืม ลาภปากเราเลยสิ ของโปรดทั้งนั้น

ใช่จ้ะ” เพียงจันทร์ยิ้ม ใช้ช้อนตักของโปรดเข้าปาก

เฮอะ ฉันทำอร่อยกว่านี้อีก” จู่ๆ คนที่ก้มหน้าก้มตากินอาหารที่เพียงจันทร์ทำก็พูดแทรกขึ้น

กินได้หรือเปล่าไม่รู้ ทำมาคุย” หญิงสาวโคลงศีรษะให้กับคนพาล เขาไม่แตะต้องอาหารที่ปวริศนำมาฝากสักคำ

เดี๋ยวจะทำให้กิน รับรองจะลืมรสชาติอาหารสองจานนี้ไปเลย

เพียงจันทร์เบะปากใส่ ตักน้ำพริกอ่องขึ้นมากินอย่างไม่ใส่ใจเพราะไม่อยากต่อปากต่อคำกับเขาอีก

พูนที่นั่งฟังหนุ่มสาวลับฝีปากปากกันโคลงศีรษะ ก่อนเหล่ไปมองชายหนุ่มที่นั่งด้านซ้ายของตน

ที่เขาเคยได้ยินมาว่าหย่งคังไปเรียนทำอาหารคงไม่ใช่แค่ข่าวลือแล้ว!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

117 ความคิดเห็น

  1. #104 noodao (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 11:43
    ปองรีบกลับบ้านแทบไม่ทันเฮียหิวข้าวแล้ว รีบทำให้กินเถอะจันทร์
    เดี๋ยวหิวมากๆจะกินหัวคนที่มาเป็นแขกได้
    #104
    0