ดั่งดาวคอยเดือน (หย่งคัง - เพียงจันทร์)

ตอนที่ 14 : ขวัญใจคนงาน (สาว)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 466
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    28 เม.ย. 61

7

ขวัญใจคนงาน (สาว)

เสียงซุบซิบดังหึ่งๆ ขึ้นพาให้เพียงจันทร์ที่เข้ามาช่วยพูนรดน้ำต้นลำไยหน้างอง้ำ คนงานหลายคนแยกย้ายกันไปทำงานตามจุดต่างๆ ในสวน ยังคงมีแต่พวกคนงานสาวกลุ่มหนึ่งนี่แหละที่ไม่ยอมขยับตัวไปไหน หญิงสาวตวัดสายตาไปยังคนที่ป๊อปปูล่ามากๆ ในหมู่คนงานสาวจนหนุ่มๆ หลายคนเกิดเขม่น วันนี้เขาสวมเสื้อแขนยาวสีน้ำเงินและกางเกงยีนสีเข้มแบบธรรมดากว่าที่เธอเคยเห็น กระนั้นออร่าความดูดีของชายหนุ่มก็หาได้ด้อยลงไปสักนิด เพราะไอ้ชุดสีเข้มๆ นี่แหละที่มันขับให้ผิวพรรณอันขาวผ่องของเขาเตะตาต้องใจสาวๆ นอกจากหน้าตาดีแล้วอาซิงยังมีใบหน้าหล่อเหลาเหมือนซุปเปอร์สตาร์เอเชียอีกด้วย มองไกลๆ นึกว่าท็อปนักร้องวงบิ๊กแบงมาเอง แต่มาในมาดของมือสังหารของ IRIS องค์กรลับของอเมริกาในละครฟอร์มยักษ์ของเกาหลี

เพียงจันทร์ส่งค้อนให้เขาก่อนจะเดินเลี่ยงตามพูนไปขึ้นรถกระบะ พื้นที่กว้างใหญ่จนต้องส่งคนงานลงเป็นจุดๆ อีกไม่กี่อาทิตย์ก็จะได้เวลาเก็บเกี่ยวผลผลิต หย่งคังที่กำลังก้มหน้าดูเอกสารในมือเงยหน้าขึ้นมองกลุ่มสาวๆ ที่ยังไม่ยอมขยับตัว ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงมีขยิบตาใส่บ้างล่ะ แต่เดี๋ยวนี้ชายหนุ่มไม่รู้สึกสนุกยามมีสาวๆ มาคอยยืนมองด้วยแววตาเพ้อฝัน ส่วนหนึ่งคงเกิดจากวัยที่ล่วงพ้นสามสิบมาแล้วหรือไม่ก็ความรู้สึกบางอย่างมันแน่วแน่ขึ้น

แอบจองปองจันทร์

ชายหนุ่มมองตามหลังของคนที่ติดลมอยู่ด้วยกันเมื่อวาน พอลมแรงๆ หยุดพัดเธอก็วิ่งกลับบ้านทันที ทิ้งให้เขาที่ยืนเก๊กท่าทำซึ้งจากการทำตัวเป็นพระเอกไว้คนเดียว คิดถึงบรรยากาศน่าเสียตัวเมื่อวานแล้วเขายังขนลุกไม่หาย ภายใต้อารมณ์ซึ้งๆ ระดับพระเอกรางวัลตุ๊กตาทองยังอายจนแทบคลานเอารางวัลมายกให้ มันมีความรู้สึกหื่นเอ๊ยอื่นปะปนมาด้วย มันชัดแจ้งเสียงจนเขาเกิดกลัวว่าร่างบอบบางราวตุ๊กตากระเบื้องเคลือบนั้นจะบอบช้ำเพราะความคิดเขา

พี่ซิงมาขึ้นรถคันเดียวกับพวกฉันก็ได้นะจ๊ะสาวคนงานใจกล้าตะโกนบอกชายหนุ่ม

ใช่ๆ ยังเหลือที่ว่างตั้งเยอะแน่ะแม่สาวอีกคนสำทับพร้อมขยับตัวให้เหลือที่ว่างพอที่เขาจะได้เข้าไปนั่งเบียดกับเจ้าหล่อนได้

คันนั้นเต็มแล้ว อย่ามัวโอ้เอ้ รีบไปทำงานไป๊!” เพียงจันทร์ที่เก็บงำคำพูดมานานโพล่งขึ้นอย่างรู้สึกหมั่นไส้เสียเต็มประดา

แหมยายจันทร์อะ จะเปิดโอกาสให้หน่อยก็ไม่ได้สาวคนงานรุ่นเดียวกับเพียงจันทร์ออดพร้อมตวัดค้อนให้คนยืนเท้าสะเอว หลายคนเกรงใจเพียงจันทร์เพราะเป็นหลานของเริงแต่มีอีกส่วนที่เกรงใจเพราะพูนเลี้ยงหญิงสาวมาเหมือนลูกหลานแท้ๆ สรุปง่ายๆ ว่าเพียงจันทร์มีความสัมพันธ์อันดีต่อคนที่มีอำนาจในสวนจันทัปปภาก็เลยมีคนเกรงใจ

เฮอะ ก็เปิดโอกาสในตั้งยี่สิบนาทีแล้วยังไม่พอหรือไง รีบๆ ไปทำงานกันเลยไปหญิงสาวบอกด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดอย่างไม่เข้าใจความรู้สึกของตนนัก

พอก็ได้ ไปๆ ไอ้ขมออกรถเลยหญิงคนงานตะโกนบอกคนขับที่ถูกเธอห้ามไม่ให้ออกรถ สายตาสาวๆ หลายนางมองคนหล่ออย่างแสนเสียดาย เป็นที่รู้กันดีว่าชายหนุ่มนั้นมาเยี่ยมผู้เป็นลุงครั้งละไม่กี่วัน ดังนั้นนี่ถือเป็นช่วงเวลาทองที่ต้องตักตวง

คนหล่อที่ยังยืนเต๊ะท่าอยู่เลิกคิ้วเมื่อสาวน้อยที่แอบปองหันมาส่งค้อนน้อยๆ ให้ ชายหนุ่มพอใจปฏิกิริยาของสาวเจ้า ท่าทีเป็นศัตรูลดลงตั้งแต่วันที่เขาขอสงบศึกแล้ว หย่งคังเชื่อว่าเพียงจันทร์เองก็คงรู้สึกเบื่อที่ต้องเป็นไม้เบื่อไม้เมากับเขาเพียงเพราะเรื่องแค่นั้น เอ่อ สำหรับเขามันดูเล็กน้อยแต่สำหรับเธอมันคงเป็นเรื่องใหญ่ เขาเองก็รู้สึกผิดเหมือนกันที่ไปอาละวาดในงานวันเกิดเธอ แต่มันก็ช่วยไม่ได้เขาหึง!

ครั้งนั้นเขาไถ่โทษด้วยการสั่งทำสร้อยข้อมือให้เธอ โดยให้พูนนำไปให้พร้อมกับคำโกหกคำโตว่าเป็นของดูต่างหน้าของแม่เธอที่พูนขอมาจากเริง ทั้งยังให้พูนกำชับไม่ให้เธอไปพูดเรื่องนี้กับเริงอีกเพราะเกรงพร้อมจิตจะรู้แล้วตามมายึดของมีค่าไปจากเธอ ชายหนุ่มไพล่คิดหากเธอรู้ว่าแท้จริงแล้วสร้อยเส้นนั้นไม่ใช่ของดูต่างหน้าครอบครัว แต่เป็นของแทนใจเขาจะเกิดอะไรขึ้นน้า

ใบหน้าหล่อเหลาเหยเกเมื่อคำว่าซี้แหงแก๋ผุดขึ้นมาในหัว!

สลัดความคิดอันน่าหวาดผวาออกจากหัวได้ หย่งคังจึงเดินดูผลผลิตไปเรื่อยๆ คนจีนจะเรียกลำไยว่าหลงเหยียนแปลว่า ตามังกร และมังกรถือเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ในวัฒนธรรมจีน โดยมีความเชื่อว่าใครได้ฆ่ามังกรแล้วขอดเกล็ดมังกรนั้นจะเป็นผู้มีอิทธิฤทธิ์ อีกทั้งการได้รับประทานหัวหางหรือดวงตาของมังกรจะเป็นการเพิ่มพลังชีวิต ดังนั้นเมื่อถึงฤดูกาลลำไยจะต้องบริโภคลำไยสองลูกเพื่อเป็นการเพิ่มพลังชีวิตตลอดทั้งปี เพราะเชื่อว่าเป็นการส่งดวงตาของมังกรขึ้นไปเฝ้ามองระวังเภทภัยที่จะมากล้ำกราย

ครอบครัวเขาเริ่มธุรกิจเกี่ยวกับการแปรรูปสินค้าได้ยี่สิบกว่าปีแล้ว จนกระทั่งมาได้ที่ดินในสวนลำไยแห่งนี้ พูนหรือจิ้นเหอคือคนที่หย่งเล่อส่งมาดูแลผลประโยชน์ แต่เดิมพูนเคยมีภรรยาเป็นคนไทยเลยพูดภาษาไทยได้อย่างคล่องแคล่ว ต่อมาเมื่อภรรยาเสียชีวิตไปก่อนวัยอันควรพูนจึงครองตัวเป็นโสดกระทั่งถูกส่งมาดูแลสวนจันทัปปภาแห่งนี้

น้ำค่ะพี่ซิงเสียงหญิงสาวคนงานดังอยู่ข้างตัว หย่งคังละสายตาจากพวงลำไย ใบหน้าแฉล้มฉายเข้ามาในครรลองสายตายิ้มหรือแยกเขี้ยวล่ะนั่น!’ ประโยคนี้ผุดขึ้นมาในหัวชายหนุ่ม เขาไม่เข้าใจว่าสาวๆ ที่จัดฟันบางคนทำไมต้องแยกเขี้ยว เอ๊ย ยิ้มกว้างขนาดนี้ ลวดเหล็กกับไอ้ตุ่มสีๆ นั่นมันสวยตรงไหนกัน ชายหนุ่มคิดอย่างไม่เข้าใจกับแฟชั่นจัดฟันซึ่งเป็นที่นิยม

ขอบใจเขารับน้ำมาพร้อมขอบคุณ จำได้ว่าแม่สาวนางนี้เป็นลูกสาวของคนงานในสวนที่เคยพยายามจะทักทายเขาเมื่อหลายปีก่อน ซ้ำเจ้าหล่อนยังมีอายุเท่ากันกับเพียงจันทร์ แต่รูปร่างห่างกันไกลเชียว เพียงจันทร์ของเขานั้นเป็นสาวร่างเล็ก สวยพิศไม่ใช่สวยผาดอย่างหญิงสาวตรงหน้า ว่าตรงๆ หญิงสาวตรงหน้าเขานี้สวยกว่าเพียงจันทร์มาก แต่หากวัดที่ความน่ารักแล้ว เพียงจันทร์ของเขากินขาด!

พี่ซิงจะอยู่ที่นี่กี่วันจ๊ะหญิงสาวคนเดิมยังคงยิงคำถามอย่างพกความมั่นใจมาเต็มเปี่ยม หย่งคังไม่เห็นสีหน้ากระดากอายหรือเก้อเขินบนใบหน้าเธอสักนิด

หลายวันเขาตอบอย่างเสียไม่ได้ หันไปมองคนงานคนอื่นๆ ทำงาน

เห็นว่าลุงพูนสร้างบ้านพักให้พี่ วันหลังฉันไปเล่นกับพี่บ้างได้ไหม

เพียงจันทร์ยืนเท้าสะเอวอยู่ด้านหลังแม่สาวใจกล้า

ไปได้ เล่นได้แต่ต้องนอกเหนือจากเวลางานเธอตอบแทนเขา แม่สาวใจกล้าสะดุ้งตกใจ

แหมจันทร์อะ มาไม่ให้สุ้มให้เสียงคนสะดุ้งหันไปต่อว่าเสียงอ่อย รู้สึกหมั่นไส้หลานสาวเจ้าของสวนเต็มประดา หากไม่เกรงใจแม่จะด่าให้เช็ด

ก็ให้เสียงอยู่นี่ไง จะไปทำงานได้หรือยังจินตหรา

อุ๊ย เรียกจินนี่เถอะ ไม่ต้องเรียกชื่อจริงก็ได้ อีกอย่างเดี๋ยวปีหน้าเราตั้งใจจะไปเปลี่ยนเป็นจิดาภาแล้วด้วย

เพียงจันทร์เบะปากเล็กน้อยเมื่อแม่แตงโมจินตหราท้วง ที่เธอเรียกว่าแตงโมนี่ก็เพราะหน้าอกหน้าใจของเจ้าหล่อนนั่นหรอก นี่ขนาดสวมเสื้อแขนยาวก็ยังไม่วายปลดกระดุมออกตั้งหลายเม็ด เผยให้เห็นทรวงอกอวบอิ่มที่ถูกเสื้อชั้นในสีแดงซึ่งเห็นผ่านเสื้อกล้ามสีขาวห่อหุ้มอยู่

อะไรล่ะนั่นนังจิน มายืนเอ้อระเหยอยู่ตรงนี้ทำไมก่อนที่เพียงจันทร์จะตอบโต้เสียงมารดาของจินตหราก็ดังขึ้นเสียก่อน

ไปเดี๋ยวนี้แหละแม่ จินนี่ไปก่อนนะคะพี่ซิง นี่เป็นเบอร์โทรศัพท์ของจินนี่ค่ะ ถ้าไม่อยากซิงอย่าลืมโทร. หาจินนี่นะคะเธอยัดกระดาษแผ่นหนึ่งใส่มือหย่งคังก่อนวิ่งผละออกไป ปล่อยให้หนุ่มสาวที่ได้ยินประโยคเด็ดต่างอึ้งกิมกี่

ถ้าไม่อยากซิงอย่าลืมโทร. หา…’ เพียงจันทร์ทำหน้าปูเลี่ยน ไม่คิดว่าจินตหราจะใจกล้าบวกหน้าด้านถึงเพียงนี้ ใครมาได้ยินก็แปลออกว่าเจ้าหล่อนต้องการสื่อความหมายใดกับชายหนุ่ม หญิงสาวส่งตาเขียวปั้ดให้คนป๊อปปูล่า นี่แค่มาถึงไม่กี่วันก็มีสาวๆ แจกเบอร์พร้อมทั้งทอดสะพานให้ อยู่นานไปขี้คร้านหัวกระไดบ้านหลังน้อยๆ นั่นจะเฉอะแฉะ

เฮียเปล่าอ่อยนะ น้องเขามาเองชายหนุ่มเผลอแก้ตัว ทิ้งกระดาษในมือลงอย่างไม่ไยดี กว่าจะรู้ตัวว่าทำอะไรลงไปเขาก็ได้แต่สบถอย่างหัวเสีย

เชี้---ล่ะ! ปฏิกิริยาแบบธรรมชาติลงโทษนี้เกิดขึ้นกับเขาได้ยังไง

นี่มันท่าทางตอนพี่ๆ เขากลัวเมียไม่ใช่เรอะ!

แล้วใครว่าอะไรล่ะพูดจบเธอก็เดินหนีซ่อนใบหน้าแดงก่ำ ถึงจะไม่เคยมีแฟนมาก่อนก็ดูออกว่าท่าทีร้อนรนนั่นหมายถึงอะไร มันเป็นปฏิกิริยาของหนุ่มสาวที่เป็นแฟนกันไม่ใช่เรอะ แล้วเขาทำบ้าอะไร!

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

117 ความคิดเห็น

  1. #103 noodao (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 17:32
    555 เฮียกลัวจันทร์ตั้งแต่ยังไม่ได้เป็นอะไรกันเลย .... มีแววว่าจะเป็นคนกลัวเมียนะเนี่ย
    #103
    1
    • #103-1 (จากตอนที่ 14)
      29 เมษายน 2561 / 10:12
      ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์เด้อค่า
      #103-1