ดั่งดาวคอยเดือน (หย่งคัง - เพียงจันทร์)

ตอนที่ 13 : แอบจองปองจันทร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 435
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    27 เม.ย. 61

รถกระบะแล่นเข้ามาจอดตรงลานหน้าบ้าน สิ่งปลูกสร้างหลังใหม่ทำให้คนขับยิ้มน้อยๆ พูนโทรไปบอกเขาแล้วว่าไม่สามารถสร้างกระท่อมให้เขาอยู่ได้ ฝ่ายนั้นเอาแต่พูดพร่ำว่าไม่อาจทำใจให้ลูกชายเจ้านายนอนกระท่อม น้ำเสียงอึดอัดของอดีตคนสนิทของบิดาทำให้เขายอมแพ้ ชายหนุ่มลงจากรถหยิบข้าวของแล้วตรงไปยังบ้านหลังน้อยที่เขาจะใช้ซุกหัวนอน

เมื่อขึ้นมาบนบ้านร่างทั้งร่างของชายหนุ่มแข็งทื่อเหมือนถูกสาป ดวงตาเรียวคมทอประกายอ่อนทอดมองร่างบางที่นอนคู้ตัวบนเตียง เธอสวมเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงสีเหลืองร่างขาวอมชมพูตัดกับสีผ้าปูที่นอน ใบหน้าที่ซุกกับหมอนนั้นแลดูอ่อนเยาว์เหลือเกิน หย่งคังวางถุงข้าวของไว้ตรงระเบียงอย่างเบามือ ชายหนุ่มค่อยๆ ก้าวเข้าไปด้านในห้องและหยุดยืนที่ปลายเตียง

ร่างน้อยขยับตัวยามลมเย็นๆ โชยมาทางหน้าต่าง หย่งคังหยิบผ้าห่มผืนบางคลี่คุมให้อย่างแผ่วเบา ชายหนุ่มก้มตัวค้างไว้เมื่อหญิงสาวพลิกตัวนอนหงาย ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างจากดวงหน้าน่ารักไม่กี่คืบ กลิ่นกายสาวผสมกลิ่นแป้งเด็กลอยต้องจมูกยังให้ชายหนุ่มต้องรีบสูดความหอมนั้นเข้าปอด

หย่งคังผละออกมานั่งบนเก้าอี้ตรงมุมห้อง ชายหนุ่มไม่ละสายตาจากคนกำลังหลับสบาย ความทรงจำหลากหลายเกี่ยวกับหญิงสาวผุดขึ้นมา หนึ่งในนั้นก็คือเหตุการณ์ในวัยเยาว์ของเธอ วันที่เขาไม่เคยลืมและคงเป็นวันที่หญิงสาวไม่เคยลืมเช่นกัน วันที่ชีวิตเธอพลิกผันอีกครั้งหลังจากต้องสูญเสียครอบครัวไป

ภาพเด็กผู้หญิงวัยเจ็ดขวบที่ตัวเล็กกว่าเพื่อนวัยเดียวกันผุดขึ้นมาในครรลองความคิด เด็กหญิงสวมชุดสีขาวฟูฟ่องเหมือนนางฟ้าตัวน้อย เริงกับพร้อมจิตจัดงานวันเกิดให้ลูกสาว ขณะที่แขกพากันร้องเพลงอวยพรวันเกิดจบและเจ้าของงานกำลังหลับตาอธิษฐานขอพรตามที่ผู้เป็นแม่บอก นางฟ้าตัวน้อยๆ ที่เกิดวันเดียวกันก็ปรี่เข้าไปเป่าเทียนท่ามกลางความตื่นตะลึงของผู้คนไม่เว้นแม้แต่เขาที่ยืนหลบอยู่หลังต้นไม้

เด็กเอ๋ยเด็กน้อยเห็นเขาเป่าเค้กก็อยากเป่าด้วย

ดวงตาคมวาววับขึ้นยามนึกถึงปฏิกิริยาของผู้ใหญ่ที่รู้ประสาแล้ว พร้อมจิตปรี่เข้าไปทุบตีหลานสาวทันที ส่วนวรดาที่อยู่ในวัยเดียวกับเพียงจันทร์แทนที่จะร้องไห้ฟูมฟายแต่ไม่เลย กลับปรี่เข้าไปช่วยผู้เป็นแม่ทุบตีญาติผู้น้อง เด็กหญิงเพียงจันทร์ในวันนั้นบอบช้ำทั้งร่างกายและจิตใจ เขาที่ยืนมองเหตุการณ์มาตั้งแต่ต้นยืนมองอยู่อย่างอดกลั้น ดีที่พูนและคนงานอื่นๆ ช่วยกันห้าม ไม่งั้นครอบครัวของเริงจะต้องได้รู้จักเขาในฐานะลูกชายของเจ้าของที่ดินในวันนั้นอย่างแน่นอน!

ใบหน้าหล่อเหลามีรอยยิ้มอ่อนโยนแต้ม เหตุการณ์ในวันนั้นอาจเป็นจุดเริ่มต้นก็ได้ จากที่แค่คอยเฝ้ามองเพราะเห็นว่าตัวเล็กๆ น่ารักก็เลยพลอยละสายตาจากเธอไปไม่ได้ ต้องโทรมาถามข่าวกับพูนอยู่ตลอด แม้ตัวจะมาได้ปีละครั้งแต่เขาโทรถามเรื่องเธอกับพูนทุกสัปดาห์ จนพูนเอ่ยปากทักท้วง แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขาโทรมาน้อยลง เขายังโทรถามถึงเธออย่างสม่ำเสมอ

เปลือกตาบางค่อยๆ ลืมขึ้น ลมพัดแรงจนบานหน้าต่างกระทบผนังบ้านจนเกิดเสียงทำให้เธอรู้สึกตัวตื่น เพียงจันทร์ยกมือขึ้นบังตายามลมแรงโชยพัดเหมือนฝนกำลังมา ลมแรงไม่ได้ทำให้หญิงสาวตกใจเท่ากับร่างสูงใหญ่ที่เดินไปปิดหน้าต่าง

ประตูหน้าต่างถูกปิดสนิทหลังจากที่หย่งคังเดินไปหยิบถุงข้าวของเข้ามาไว้ด้านใน ชายหนุ่มเลือกนั่งบนเก้าอี้มุมห้องตัวเดิม ในขณะที่คนเพิ่งตื่นยังนั่งทำตาโตบนเตียงเขา สถานการณ์ชวนอึดอัดดำเนินต่อไปอีกหลายนาที กว่าคนบนเตียงจะพูดขึ้น

นายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง!”

เสียงแหวแว้ดกลบเกลื่อนความอายทำให้ชายหนุ่มคลี่ยิ้ม เป็นคำถามที่แปลกเอาการ เขาต่างหากล่ะที่ต้องถามว่าเธอมานอนหลับบนเตียงของเขาได้อย่างไร

สายตาล้อเลียนของชายหนุ่มทำให้เพียงจันทร์เขินอายไม่น้อย เธอถามคำถามผิดสินะ ใช่สิเธอเข้ามาอยู่ในห้องของเขา หญิงสาวต่อว่าตัวเองในใจ หลังจากที่ขบคิดอย่างสงสัยเรื่องตัวตนที่แท้จริงของเขา เธอก็หยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาอ่านจนผล็อยหลับ

ขอโทษที่ถือวิสาสะเข้ามา ฉันจะออกไปเดี๋ยวนี้” เสียงหวานกระแทกกระทั้นทั้งที่เอ่ยคำขอโทษ

ที่นี่ไม่มีร่ม ฝนกำลังจะตกออกไปตอนนี้ก็เปียกสิจันทร์” หย่งคังเอ่ยห้าม หัวใจกำลังละลายกับท่าทางน่ารักมุ้งมิ้งของสาวเจ้า นี่ขนาดเธอโกรธเธองอน ไม่อยากจะคิดถึงตอนเธออ้อนเลยจริงๆ

ไม่เป็นไรใกล้ๆ” หญิงสาวบอกพร้อมก้าวลงจากเตียง

กึก!

แผ่นหลังของคนที่ยืนขวางกระทบเข้ากับประตูจนเกิดเสียง ร่างเล็กที่ตั้งหน้าตั้งตาวิ่งชนเข้ากับอกกว้าง ชายหนุ่มจับไหล่บอบบางไว้ไม่ให้เธอเสียหลัก

ไวเหมือนลิงไม่เคยเปลี่ยนนะเรา ฉันบอกว่าไม่ต้องไปก็คือไม่ต้องไปสิ” เขาบอกอย่างคนที่ต้องการสิ่งไหนแล้วต้องได้

ลมหายใจของหญิงสาวสะดุดยามเมื่อความใกล้ชิดกล้ำกราย กลิ่นน้ำหอมผู้ชายอวลอยู่ตรงปลายจมูก ในอกสั่นไหววูบวาบอย่างบอกไม่ถูก ความร้อนลามเลียขึ้นสู่ผิวแก้ม เธอหลุบสายตาต่ำเพื่อหลบเลี่ยงประกายตาคมกล้าที่ยามนี้กำลังสื่อความหมายบางอย่าง

บางอย่างที่เธออ่านไม่ออก

จะไป” ความดื้อรั้นผลักดันให้หญิงสาวตอบโต้เขา มือที่แข็งเหมือนปลอกเหล็กยังคงพันธนาการเธอเอาไว้

รอให้ลมหยุดพัดก่อน” ลมหอบใหญ่กำลังพัดพาฝุ่นละอองใบไม้แห้งคละคลุ้งอยู่ในอากาศ “ถ้าจันทร์อึดอัดฉันจะออกไปนั่งข้างนอกเอง

เพียงจันทร์ได้แต่ยืนมองเขาที่ออกไปยืนตรงระเบียงนอกห้อง ลมด้านนอกแรงขึ้นทุกขณะ หญิงสาวรู้สึกห่วงสวนลำไยพอๆ กับห่วงคนด้านนอก

กึกมือหนาดันบานประตูที่กำลังเปิดเพราะคนด้านในใจอ่อน

ฉันจะรออยู่ตรงนี้ จันทร์อยู่ข้างในคนเดียวดีแล้ว” เสียงนุ่มทุ้มดังจากปากชายหนุ่ม

หย่งคังสบตาคนที่ยืนหน้าแดงอยู่ด้านใน อิงตัวกับบานประตู มองเธอผ่านกระจกอย่างไม่คาดคิดว่าจะต้องมาอยู่ในสถานการณ์ชวนอึดอัดปนหวั่นไหวเช่นนี้

ดีกันเถอะนะจันทร์ สงบศึกกันชั่วคราวก็ได้” เขาบอกผ่านกระจกประตู

“…” คนด้านในไม่ตอบหากแต่ยังสบตาเขาไม่หลบ ราวกำลังค้นคว้าหาคำตอบในแววตาคม

เฮียเฝ้ารอเวลานี้มาเป็นปี หากจันทร์จะโกรธจะเกลียดอะไรเฮียก็ขอให้หลังจากที่เฮียกลับไปแล้วเถอะนะ

ทำไม” ปากอิ่มขยับยามเอื้อนเอ่ย

ทำไมต้องรอ?’ คำถามนี้ดังในใจหญิงสาว

เหตุผลอยู่ในคำตอบ แต่บางสิ่งไม่รู้จะดีกว่า” เขาตอบแค่นั้น

ชายหนุ่มยกนิ้วแตะกระจกบริเวณที่ตรงกับริมฝีปากอิ่มสีเรื่อ

ดวงตาคมกริบสบเข้ากับดวงตางดงามเหมือนพระจันทร์เดือนแรมที่ฉายแววสับสน

ดวงตาของผู้หญิงที่เป็น ‘ความลับ’ ของเขา!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

117 ความคิดเห็น

  1. #102 noodao (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 17:24
    เฮียเค้าพูดขนาดนี้แล้วนะจันทร์ ... สงบศึกหน่อยก็ดี
    #102
    0