ดั่งดาวคอยเดือน (หย่งคัง - เพียงจันทร์)

ตอนที่ 12 : แอบจองปองจันทร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,670
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    26 เม.ย. 61

6

แอบจองปองจันทร์

ทางฝั่งคนถูกสงสัยตอนนี้กำลังจัดการธุระบางอย่างให้กับน้องสาวสุดที่รัก หย่งคังคิดว่าตนนั้นเกิดมาอาภัพอย่างแท้จริง เป็นน้องชายของหย่งฉีและหย่งหมินน่ะไม่เท่าไหร่ แต่เป็นพี่ชายของเพ่ยหนิงสิหนักเลย แถมยังเป็นพี่ที่น้องสาวชอบเรียกใช้อยู่คนเดียวเสียด้วยสิ สามวันก่อนเพ่ยหนิงโทร. มาบอกว่าเคียงพสุธานั้นพลัดตกเวทีตอนทำการแสดงจบ จนกระดูกแขนแตกทำให้ต้องเข้าเฝือก น้องสาวที่แต่งงานมีเหย้ามีเรือนแล้วรู้สึกเป็นห่วงพระเอกลิเกขวัญใจเป็นอย่างมาก เพ่ยหนิงโทร. มาร้องไห้ฟูมฟายไหว้วานให้เขามาดูชายหนุ่มให้ ทั้งยังย้ำอีกว่าต้องไปให้ได้ น้ำเสียงที่เหมือนชะนีถูกสามีทิ้งทำให้พี่ชายที่ใจอ่อนกับทุกเรื่องของน้องสาวต้องระเห็จมาที่นี่ มานั่งอยู่ในห้องพักแบบวีไอพีที่ตนเป็นธุระจองให้ตามคำขอร้องแกมสั่งของน้องสาว

เคียงพสุธาส่งสายตาขอลุแก่โทษให้กับชายหนุ่ม เขาเองก็รู้สึกอึดอัดใจเช่นกัน เป็นเพราะคำสั่งของคุณหนูเฉียนแท้ๆ เชียวที่ทำให้หลายคนต้องมาเดือดร้อนต่อการบาดเจ็บของเขา คนแรกเห็นจะเป็นชายหนุ่มที่นั่งหน้าเครียดอยู่บนโซฟา หย่งคังเป็นธุระจัดการย้ายเขาเข้ามาพักในห้องพิเศษ ชายหนุ่มจองโรงแรมพักใกล้ๆ โรงพยาบาล สามวันที่ผ่านมาหย่งคังคุยโทรศัพท์ง้องแง้งกับน้องสาวไม่ต่ำกว่าวันละสี่ห้ารอบ เนื่องจากว่าชายหนุ่มจะกลับแต่เพ่ยหนิงไม่ยอมให้พี่ชายกลับ

มันค่อยยังชั่วแล้ว ยังไม่ตายง่ายๆ หรอกน่าเสียงทุ้มที่เจือรอยโมโหดังขึ้นเป็นรอบที่สองของวัน

อาเฮียละก็…” เสียงหวานดังออดๆ จากปลายสาย

ไปเรียกอาเจิ้นมาคุยกับอั๊ว

บ้าเหรอ จะคุยกันเรื่องอะไร อั๊วไม่ให้คุยหญิงสาวบอกอย่างร้อนรน

งั้นลื้อก็ปล่อยให้อั๊วกลับซะที ไม่ก็ส่งคนมาดูแลมันต่อ อั๊วเป็นพี่ชายลื้อนะ ไม่ใช่เบ๊!” คนที่ทำตัวเป็นเบ๊น้องสาวมาตลอดชีวิตบอกอย่างเหลืออด จะโทษใครไม่ได้เห็นต้องโทษตัวเอง เขาผิดเองที่ตามใจเพ่ยหนิงมาตั้งแต่เด็ก โดยไม่ฟังคำเตือนของหย่งฉีและหย่งหมิน

ก็อั๊วยังห่วงพี่ดินนี่นา อีกอย่างเฮียก็อยู่เมืองไทยด้วย อั๊ววานนิดวานหน่อยทำบ่น

นิดหน่อยอะไร นี่มันสามวันแล้วนะ แล้วอีกอย่างถ้าลื้อห่วงมันมากก็ไปหย่ากับอาเจิ้นแล้วรีบบินมาดูแลมัน เห็นลื้อว่ามันไม่ได้เจ็บแต่กายนี่ จะได้ถือโอกาสนี้ดามใจมันซะคนพูดปรายหางตาไปยังคนป่วยที่นั่งฟังด้วยสีหน้าประดักประเดิด

เฮียคังบ้า! เฮียพูดแบบนี้ได้ยังไง อั๊วเพิ่งแต่งงานได้เดือนเดียวยังมาแนะนำให้อั๊วไปหย่าได้

ก็ลื้ออยากห่วงมันมากกว่าผัวลื้อทำไมได้ยินเสียงกรีดร้องของน้องสาวแล้วชายหนุ่มค่อยอารมณ์ดีขึ้นนิด

อั๊วไม่มีวันหย่ากับเฮียเจิ้นเด็ดขาด! เฮียนะไม่รู้อะไรกว่าอั๊วจะได้สามีเป็นตัวเป็นตนมันสาหัสขนาดไหน

หย่งคังหลุดหัวเราะพรืด

ก็รู้ว่ามันลำบากแล้วลื้อจะสร้างความร้าวฉานในครอบครัวด้วยการส่งอั๊วมาดูแลไอ้พระเอกลิเกนี่ทำไม เอาเวลาไปใส่ใจผัวลื้อไม่ดีกว่าเหรอ อั๊วได้ข่าวว่าอาป๊าส่งมันไปทำงานแทนอั๊วน้ำเสียงขุ่นๆ ในทีแรกหายไปยามนึกถึงน้องเขยที่ถูกส่งไปทำงานแทนตนเพ่ยหนิง…” น้ำเสียงชวนผวาในความรู้สึกเพ่ยหนิงดังขึ้นลื้อไม่รู้หรือไงว่าเลขาอั๊วน่ะทั้งสวยทั้งเก่ง ไม่งี่เง่า ง้องแง้ง เอาแต่ใจเหมือนลื้อ

เสียงกรีดร้องก่อนตัดสายทำให้หย่งคังระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างขบขัน ชายหนุ่มโคลงศีรษะอย่างนึกเอ็นดูน้องสาว แม้จะมีนิสัยงี่เง่าเอาแต่ใจเหมือนคนที่โดนพะเน้าพะนอมาตั้งแต่เด็ก แต่นั่นก็ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใครนอกจากเขาและพี่ชายอีกสองคน ทุกวันนี้นิสัยนั้นคงเผื่อแผ่ไปหาเจิ้นเทียนบอดีการ์ดหนุ่มที่หลงเดินตกหลุมที่คุณหนูเพ่ยหนิงดักรอไว้ ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวอย่างนึกสงสารน้องเขย นอกจากจะเอาแต่ใจแล้วก็ยังมีอีกนิสัยหนึ่งนั่นคือรั่ว!

เรียกได้ว่าสปีชีย์เดียวกับวิกตอเรีย เหม่ยเหมย อีวานอฟ ผู้เป็นคู่ปรับของหย่งเล่อผู้เป็นบิดาเขา เอิ่มอีกคนก็คือคู่ปรับตลอดกาลของเขา ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่มีใครรั่วทัดเทียมมหาเสน่ห์ หย่งคังมั่นใจว่ามันเป็นเช่นที่เขาคิด มหาเสน่ห์ที่ตอนนี้แต่งงานมีครอบครัวแล้วยังคงหาเรื่องมาให้เขาอยู่ทุกครั้งที่มันมีโอกาส ทั้งที่เขาเองก็เคยช่วยเหลือมันมาไม่น้อย แม้จะหลังจากที่โชคชะตานำพาให้ประสบพบพานกับความซวยก่อนก็ตามเถอะ ชายหนุ่มนึกดีใจและโล่งใจเป็นอย่างมากที่เพ่ยหนิงและมหาเสน่ห์ไม่ได้ตกล่องปล่องชิ้นกัน มันคงจะสมกันเหมือนใบตำแยกับหมามุ่ยอย่างไรอย่างนั้น

ฉันคงต้องกลับแล้วหย่งคังหันมาบอกเคียงพสุธาที่นั่งหน้าซีดอยู่บนเตียง ไม่รู้ว่าพระเอกลิเกหนุ่มหน้าซีดเพราะเจ็บป่วยหรือได้ยินที่เขาบอกให้น้องสาวไปหย่าสามีแล้วรีบมาที่นี่กันแน่

ขอบคุณครับพระเอกลิเกหนุ่มขอบคุณด้วยเสียงขื่นๆ ใจร่วงไปอยู่ตาตุ่มแอนด์ขวัญบินหนีไปตั้งแต่ได้ยินคนตรงหน้าคุยโทรศัพท์

หย่งคังหัวเราะในลำคออย่ากลัวไปเลย ต่อให้เพ่ยหนิงชอบนายมากแค่ไหน น้องสาวฉันก็ไม่มีวันทิ้งอาเจิ้นมาหานายหรอกบอกให้อีกคนคลายความกังวลใจ

ใบหน้าซีดเผือดในทีแรกค่อยๆ มีเลือดฝาด กอปรกับที่มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น เคียงฟ้าและเคียงธาราเปิดประตูเข้ามา ในมือทั้งสองมีกระเช้าช่อดอกไม้และถุงอีกหลายอย่าง หย่งคังเบ้หน้าสามวันนี้มีแม่ยกนำของมาเยี่ยมไข้พ่อพระเอกลิเกตกเวทีกันจนของเยี่ยมจะล้นห้อง

คุณชายจะกลับแล้วเคียงพสุธาบอกบิดาและพี่ชาย

ขอบคุณที่เป็นธุระเรื่องห้องพักให้นะครับคุณชายเคียงฟ้าหันไปขอบคุณชายหนุ่ม เขาแปลกใจตั้งแต่ทีแรกว่าทำไมชายหนุ่มต้องมาด้วยตัวเอง พอชายหนุ่มบอกว่ามาเมืองไทยคนเดียว ไม่มีบอดีการ์ดติดตามมาด้วยเลยต้องมาจัดการเองก็ถึงบางอ้อ

หย่งคังพยักหน้าก่อนขอตัวกลับ บอกตรงๆ ว่าไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับคนพวกนี้มากนัก นั่นเพราะคนเหล่านี้ล้วนแต่เกี่ยวข้องกับมหาเสน่ห์ ภรรยาของมหาเสน่ห์เคยเป็นนางเอกลิเกของคณะเคียงฟ้า ดังนั้นคนเหล่านี้ก็เปรียบเสมือนญาติของมหาเสน่ห์ไปด้วย

อะไรที่เกี่ยวกับไอ้เหน่เขาไม่อยากเข้าใกล้ กลัวซวย!’

 

หย่งคังแวะห้างสรรพสินค้าในตัวจังหวัดเพื่อหาซื้อเสื้อผ้าใหม่เนื่องจากพูนได้ขอร้องเขาไว้ หากอยากอยู่ที่นี่ต่อก็ขอให้เขาละทิ้งเสื้อผ้าชุดเก่าๆ ที่เคยทิ้งไว้ที่บ้านพูนเป็นการชั่วคราว แน่นอนว่าเสื้อยี่ห้ออาร์มานีนั้นคงไม่สมบทบาทหลานชายหัวหน้าคนงานในสวนลำไย แต่ครั้นจะให้เดินดุ่มๆ ไปหาซื้อในตลาดก็ใช่เรื่อง ดังนั้นเสื้อผ้าในห้างน่าจะเป็นทางออกที่ดี ชายหนุ่มเดินเข้าไปในร้านขายเสื้อผ้าสุภาพบุรุษ เดินเลือกมาเจ็ดแปดชุดแล้วเขาก็บอกให้พนักงานนำไปคิดเงิน

ออกจากร้านเสื้อผ้าสายตาเรียวคมก็สะดุดกับร้านขายเสื้อผ้าสุภาพสตรี หุ่นโชว์หน้าร้านสวมเสื้อยืดสีเปลือกมะนาวและกางเกงขาสั้นสีขาว เห็นแล้วก็ให้นึกถึงใครบางคน หย่งคังไม่รอช้าเดินเข้าไปด้านในอย่างไม่เก้อเขิน ชายหนุ่มถามเรื่องไซส์ก่อนจะบอกให้พนักงานนำไปคิดเงิน ชุดนี้เหมาะกับเพียงจันทร์ หากหญิงสาวได้ใส่คงจะน่ารักไม่น้อยทีเดียว คิดถึงหญิงสาวขึ้นมาชายหนุ่มก็นึกอยากไปถึงที่สวนจันทัปปภาไวๆ เขารีบเดินซื้อของใช้ต่ออีกนิดแล้วรีบกลับไปที่รถของพูนซึ่งเขายืมมาใช้

ก่อนถึงสวนจันทัปปภาหย่งคังแวะซื้อข้าวขาหมูชื่อดัง ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายสองลูกค้าในร้านยังมีอยู่มาก ชายหนุ่มสั่งข้าวขาหมู

ข้าวขาหมูสามห่อครับ

พิเศษไหมคะเจ้าของร้านถามพร้อมยิ้มให้อย่างมีไมตรี

เขาหยุดคิดหนึ่งอึดใจจึงตอบครับ พิเศษทั้งสามห่อ

รอสักครู่นะคะหญิงสูงวัยกว่าหันไปตักข้าวใส่กล่อง ลูกค้าหนุ่มจึงหันออกไปมองนอกร้าน อากาศร้อนอบอ้าวทำให้เขาต้องปลดกระดุมเสื้อออกอีกเม็ด ใบหน้าหล่อเหลามีเหงื่อผุดขึ้นเต็มหน้า

เข้ามานั่งรอข้างในก่อนสิคุณ ข้างนอกร้อน ข้างในมีพัดลมแม่ค้าบอกด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม หย่งคังไม่รอให้อีกฝ่ายเอ่ยปากรอบสองก็ตรงดิ่งไปนั่งรอที่โต๊ะตัวแรกซึ่งไม่มีใครนั่ง แต่จู่ๆ ก็มีชายหนุ่มนำน้ำเก๊กฮวยเย็นๆ มาเสิร์ฟ

น้ำเย็นๆ ครับชายหนุ่มที่เข้ามาเสิร์ฟยิ้ม ใบหน้าละม้ายคล้ายเจ้าของร้าน

หย่งคังพยักหน้าขอบคุณ คิดไปว่าคงบวกค่าน้ำไปตอนจ่ายเงิน

คุณไปทำอะไรที่สวนจันทัปปภาครับ

คำถามแปลกๆ ดังขึ้นจากชายหนุ่มที่ยังไม่เดินหนีไปไหน ที่เขาคิดว่าแปลกนั่นเพราะสงสัยว่าทำไมผู้ชายคนนี้ถึงรู้ว่าเขาอยู่ที่สวนจันทัปปภา

รู้ได้ยังไงว่าผมจะไปที่นั่น

ลูกชายเจ้าของร้านยกมือเกาท้ายทอยพร้อมยิ้มเก้อเขินผมจำรถของลุงพูนได้ครับ จันทร์เคยขับมาบ่อยๆ ตอนเจ้าแก่ของเธอเสีย

ชื่อของเพียงจันทร์ทำให้หย่งคังเลิกคิ้ว จ้องมองชายหนุ่มตรงหน้านิ่ง จากนั้นจึงเม้มริมฝีปากอย่างอดกลั้น แน่นอนว่าผู้ชายด้วยกันมองกันออก ดูจากการถามหาและอากัปกิริยาตอนพูดถึงเพียงจันทร์สิ

ไอ้หมอนี่น่าเกลียดชะมัด อายได้น่าถีบมาก!

อะไรที่เกี่ยวกับหนูจันทร์ เจ้าลูกคนนี้ช่างจดช่างจำได้หมดแหละค่ะประภาผู้เป็นมารดาของปวริศเดินถือถุงใส่กล่องข้าวขาหมูมายื่นให้ลูกค้าหนุ่ม

หย่งคังรับมาด้วยสีหน้าตึงๆ

เท่าไหร่ครับ

ไม่คิดเงินค่ะ คุณคงรู้จักคุณพูนกับหนูจันทร์ถือว่าฉันเลี้ยงแล้วกันนะ

นั่นไม่สมเหตุสมผลสักนิด เพียงแค่รู้จักพูนกับเพียงจันทร์ถึงกับเลี้ยงข้าวขาหมูพิเศษเขาถึงสามห่อเชียวหรือ ชายหนุ่มขบกรามเมื่อคิดว่าสองแม่ลูกนี่กำลังหวังอะไร

อย่าดีกว่าครับ ช่วยคิดเงินผมเถอะ

แหมคนกันเองประภาทำเสียงอ่อน

ผมเกรงใจครับ ของซื้อของขาย ช่วยคิดเงินเถอะนะครับ อ้อ อย่าลืมคิดค่าน้ำด้วย

ก็ได้ค่ะ แต่เดี๋ยวรอสักครู่นะคะ ฉันขอเอาขนมฝากไปให้หนูจันทร์หน่อย ไม่ได้เห็นหน้าหลายวันแล้วเจ้าของร้านกระวีกระวาดไปด้านในร้านสร้างความไม่พอใจแก่คนนั่งรอ

แม่ก็อย่างนี้แหละครับปวริศพูดขึ้นฝากบอกจันทร์ด้วยนะครับว่าพรุ่งนี้ผมจะแวะเข้าไปหาสายตาคมดุทำให้ปวริศรีบเดินหนีหลังจากฝากข้อความไปให้เพียงจันทร์ เขาไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร แต่ก็มั่นใจว่าเป็นคนที่สนิทกับพูนมากทีเดียว ไม่งั้นคงไม่ได้นำรถออกมาขับ

คำฝากฝังประหนึ่งเติมเชื้อฟืนลงบนกองไฟ หย่งคังรู้ว่าตอนนี้อารมณ์เขาพุ่งทะลุเพดานไปแล้วจึงรีบเดินออกมารอหน้าร้าน จ่ายเงินรับของฝากเสร็จก็รีบขึ้นรถเพื่อไปให้พ้นจากที่นี่ ความไม่ชอบใจปนหึงหวงค่อยๆ ก่อตัวขึ้น ดวงตาเรียวคมหรี่ลง ยิ่งนึกถึงใบหน้าอ่อนวัยกว่าของลูกชายเจ้าของร้านข้าวขาหมูก็ยิ่งโมโห อยากจะซัดกำปั้นใส่หน้ามันจริงๆ ช่างไม่รู้อะไรเสียเลยว่าพระจันทร์ดวงน้อยนั่นมีคน (แอบ) จับจองแล้วโว้ย!

แอบจองชายหนุ่มจมกับภวังค์ในอดีต เขาเฝ้าดูเพียงจันทร์มาตั้งแต่เธอยังเด็ก ตั้งแต่หย่งเล่อได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินผืนนั้น เขาก็มาเมืองไทยทุกปีโดยทำให้คนอื่นเข้าใจว่าเขานั้นเป็นหลานชายของพูนและจะอยู่เพียงวันสองวันก็กลับ เพียงจันทร์มาอยู่กับพูนตอนเจ็ดขวบ พบเขาปีละครั้งและไม่เคยได้พูดจากันนอกไปจากการไหว้ทักทาย สำหรับเธอเขาคงเหมือนคนแปลกหน้า แต่สำหรับเขาแล้วไม่เคยมีสักครั้งที่จะละสายตาไปจากเธอ ไม่เคยลืม ไม่เคยไม่คิดถึง

ความสัมพันธ์เหมือนคนแปลกหน้าสิ้นสุดลงในปีที่หญิงสาวอายุครบสิบแปดปี เพียงจันทร์คงเกลียดขี้หน้าเขาตั้งแต่ที่เขาบุกไปทำลายงานวันเกิดของเธอ เขาทนไม่ได้ที่เห็นว่าเธอมีชายหนุ่มมาจีบ เหตุการณ์ครั้งนั้นตอกย้ำให้เขารู้ว่าเขาได้ฝากหัวใจไว้ที่ไหน มันแอบไปอยู่ในอุ้งมือน้อยๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่เขาก็คร้านจะหาคำตอบ ลงว่าได้รักแล้วก็คือจะรักตลอดไป

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

117 ความคิดเห็น

  1. #101 noodao (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 16:49
    เพ่ยหนิงห่วงพระเอกในดวงใจไม่เกรงใจสามีเลยนะ เฮียก็ยุให้หย่าน่าสงสารพี่ดินนะ
    อ่าวเอสแล้วไงเฮียมีคู่แข่งแล้ว
    #101
    0
  2. #70 l2yona (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2557 / 22:01
    แอบน้ำตาไหล เฮ้อออ ...แอบคิดถึงชีวิตตัวเอง
    #70
    0