ดั่งดาวคอยเดือน (หย่งคัง - เพียงจันทร์)

ตอนที่ 11 : เดือนคอยดาว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,456
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    25 เม.ย. 61

ฟากฝ่ายคนที่วิ่งหนีเข้าห้องกำลังนอนซบหน้ากับหมอนเพื่อเก็บกลั้นเสียงสะอื้นไห้ หลายปีแล้วที่ไม่ได้ร้องไห้แบบนี้ เพียงจันทร์ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงเป็นอย่างนี้ ทั้งที่เมื่อก่อนเธออดกลั้นมันได้เป็นอย่างดี ร่างเล็กที่นอนคว่ำบนเตียงสั่นเทา ดวงตาที่มีน้ำตารื้นออกมาเป็นทางมองไปยังหัวเตียง หญิงสาวปิดลิ้นชักหยิบกล่องไม้ฉลุลวดลายดอกไม้สวยงามออกมา หยิบรูปถ่ายสีจางๆ ขนาด 4 x 6 นิ้วและสร้อยข้อมือทำจากทองคำขาวมีจี้รูปดาวและเดือนเสี้ยวห้อยออกจากกล่อง

นี่คือของดูต่างหน้าที่พูนนำมาให้ในวันเกิดครบรอบอายุสิบแปดปี

ในรูปภาพมีหญิงสาวร่างเล็กนั่งบนเก้าอี้อุ้มเด็กอายุราวหนึ่งขวบซึ่งสวมชุดกี่เพ้าเหมือนผู้เป็นมารดา ด้านหลังเป็นชายรูปร่างสูงใหญ่ยืนคู่กับเด็กชายที่ใบหน้าถอดเค้าผู้เป็นบิดา เสียงสะอื้นดังขึ้นอีกครั้งเมื่อคิดถึงครอบครัวที่จากไป เพียงจันทร์เติบโตมาท่ามกลางความเอาใจใส่ลูกสาวแท้ๆ มากกว่าหลานในไส้ เริงและพร้อมจิตไม่เคยเผื่อแผ่ความรักมาให้หญิงสาวสักครั้ง เด็กผู้หญิงที่คอยวิ่งออดอ้อนขอความรักกลายเป็นตัวปัญหาของครอบครัว พร้อมจิตชังน้ำหน้าหลานฝั่งสามี พอๆ กับที่วรดาเกลียดชังคนที่คอยวิ่งขอความรักจากผู้ให้กำเนิดของตน

เพียงจันทร์ในวัยเด็กกลายเป็นตัวปัญหา วรดาไม่เคยหยุดกลั่นแกล้งเด็กน้อยที่มองว่าเป็นกาฝากของบ้าน เริงและพร้อมจิตเองก็ไม่เคยหยุดเพิกเฉยต่อพฤติกรรมของลูกสาวเช่นกัน ราวกับทั้งสองคนเห็นดีเห็นงาม เด็กสองคนเกิดวันเดือนปีเดียวกัน หากแต่คนที่ได้รับคำอวยพรวันเกิดมีแต่วรดาซึ่งเป็นลูกสาวแท้ๆ

ทุกการปฏิบัติสั่งสมทำให้เด็กหญิงวัยเจ็ดขวบที่น้อยเนื้อต่ำใจวิ่งเข้าไปเป่าเทียนท่ามกลางผู้คนนับสิบ วรดาที่กำลังหลับตาอธิษฐานตามที่พร้อมจิตผู้เป็นแม่บอกกรีดร้องก่อนจะถลาเข้าไปตบตีเพียงจันทร์โดยที่ผู้เป็นแม่เข้ามาช่วย มีเพียงคนงานบางคนที่ได้ไปร่วมงานวันเกิดเข้าไปห้าม หนึ่งในนั้นคือพูน

พูนพาเด็กหญิงตัวน้อยที่ร่ำไห้สะอึกสะอื้นไปพักที่บ้านตน เด็กหญิงทั้งร่ำไห้ ทั้งคร่ำครวญหาครอบครัวที่จากไปจนเป็นที่น่าเวทนาแก่คนมอง หลังจากวันนั้นเขาก็ออกปากขอดวงจันทร์ดวงน้อยๆ มาดูแลเอง

เพียงจันทร์นอนสะอื้นกอดรูปถ่ายกับสร้อยข้อมือ ดวงตาฉ่ำชื้นมองออกไปนอกหน้าต่างบนหัวนอนก็เห็นแต่ดวงจันทร์กลมโต

สวยแต่โดดเดี่ยว

หยาดน้ำตาไหลรื้นลง ความรู้สึกหลากหลายแล่นโจมตีราวสึนามิที่กำลังซัดพาทุกความทรงจำดีๆ และความสุขในชีวิตไปจากเธอ หญิงสาวเฝ้าภาวนาขอให้พระจันทร์เปล่งแสงน้อยลงกว่านี้ สวยน้อยลงกว่านี้สักหน่อย ดาวจะได้มาอยู่เป็นเพื่อน ดาวดวงน้อยที่เปล่งแสงริบหรี่

ขอดาวแค่ดวงเดียวเป็นเพื่อนจันทร์

 

กระบะโฟล์กแล่นไปตามถนนเข้าสวน สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นลำไยที่ใกล้ได้เวลาเก็บเกี่ยวผลผลิต ตลอดทางหญิงสาวคิดถึงคนที่ทำให้เธอระเห็จออกไปหาข้าวกินข้างนอกตั้งแต่เช้าตรู่ ป่านนี้เขาคงกลับไปแล้ว คำขอที่พูนขอไว้เธอคงไม่ต้องฝืนใจให้ เพียงจันทร์หวังว่าเวลาอีกหนึ่งขวบปีต่อจากนี้คงทำให้เธอทำใจญาติดีกับเขาได้ กระนั้นพอหญิงสาวนึกถึงเค้กวันเกิดที่แช่อยู่ในตู้เย็นก็รู้สึกขุ่นเคืองขึ้นมา

อีเกิ้ง’ เนี่ยนะ?!

แม้ในใจจะต่อว่าเจ้าของเค้กหากแต่มุมปากหญิงสาวก็ยกขึ้นอย่างเห็นขันขึ้นมานิดๆ ยามนึกถึงตอนที่เขาไปซื้อเค้ก สีหน้าคนขายคงกระอักกระอ่วนไม่ก็ประหลาดใจน่าดูเชียว คนบ้าอะไรชื่ออีเกิ้ง!

ไอ้มอมกับนังแมมวิ่งรี่เข้ามาหาเจ้านายทันทีที่รถจอดนิ่ง สาวร่างเล็กลงจากรถแวะหยอกล้อกับเจ้าสุนัขสองตัวครู่หนึ่งจึงเดินขึ้นบ้าน

หญิงสาวได้พบกับความผิดหวัง เมื่อยังเห็นคนที่เธอคิดว่ากลับไปแล้วนั่งส่งยิ้มกรุ้มกริ่มมาให้ เห็นแล้วโมโหชะมัด!

เจ้าของรอยยิ้มก็เหมือนจะรู้จึงส่งยิ้มให้เธอไม่เลิก แววตาระยิบระยับแฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ แอบขำนิดๆ ยามได้เห็นสีหน้าประหลาดใจของสาวเจ้า นี่คงนึกละสิว่าเขากลับฮ่องกงไปแล้ว

ไปไหนมาแต่เช้าล่ะเรา” พูนถามขึ้น เห็นสีหน้าประหลาดใจก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นผิดหวังเหมือนกัน

ไปตลาดมาจ้ะ ว่าแต่วันนี้ลุงไม่ไปไหนเหรอจ๊ะ” เธอถามอย่างอ้อมค้อม ใจก็อยากถามไปตรงๆ เลยว่า ‘สายป่านนี้ทำไมยังไม่ไปส่งหลานชาย

ไม่ไปหรอก นี่ลุงเพิ่งกลับมาจากดูคนงาน

ฮะ เอ่อ จันทร์หมายถึงไปข้างนอก” เธอแย้ง ทำเป็นไม่เห็นรอยยิ้มขบขันบนใบหน้าหล่อเหลา

อ๋อ ไม่ไปหรอก วันนี้ลุงจะพาอาซิงดูงานในสวน

?!” เพียงจันทร์รู้สึกเหมือนได้พบกับสิ่งมหัศจรรย์ลำดับที่แปดของโลกก็ไม่ปาน เคยหรือที่หลานชายพูนจะอยู่นานกว่านี้

อ้อ แต่พรุ่งนี้ลุงจะออกไปข้างนอกใช่เปล่าจ๊ะ พอดีจันทร์จะฝากซื้อของ” เธอยังข้องใจจึงต้องอ้างว่าอยากซื้อของ

หือ ยังไม่แน่ใจเหมือนกัน ว่าแต่จันทร์จะซื้ออะไรล่ะ” พูนถามด้วยเสียงกลั้วขำ พอรู้เลาๆ ว่าแม่จันทร์น้อยต้องการอะไร

อ่า จันทร์อยากกินเป็ดพะโล้เจ้าที่ลุงชอบซื้อมาฝากจ้ะ” เสียงหวานอ้ำอึ้ง ชักรู้สึกไม่ดีขึ้นมาตงิดๆ

ที่กรุงเทพน่ะเหรอ คงอีกหลายวันเลยล่ะ” คราวนี้คนสูงวัยยิ้มกว้างออกมาทีเดียว ใบหน้าซีดๆ ทำให้เขาอดยิ้มขำไม่ได้ เลี้ยงมากับมือมีหรือจะไม่รู้ใจอีกฝ่าย

ลุง!” เธอเรียกเสียงสูงปรี๊ด ที่พูดมาตะกี้หมายความว่าไง?

เป็นเด็กเป็นเล็กทำขึ้นเสียงใส่ผู้ใหญ่” หย่งคังที่เงียบอยู่นานแทรกขึ้น ไม่ได้อยากชวนเธอทะเลาะเล้ยสาบานสิ แต่เห็นอย่างนี้แล้วเขายั้งใจไม่อยู่จริงๆ

ตาใสๆ เอาเรื่องตวัดไปทางผู้ใหญ่ที่ชอบแหย่เด็ก

ยุ่ง!”

จันทร์” พูนรีบปรามหญิงสาว

ก็เขาหาเรื่องทะเลาะกับจันทร์ก่อนนี่” หญิงสาวเสเดินไปนั่งแปะกับพื้น แขนทั้งสองกอดอกแสดงความไม่พอใจ

พี่เขาเตือนเราดีๆ” คนบอกอยากจะลงไปนอนตีอกชกหัว หญิงสาวไม่เคยสร้างความลำบากใจให้แก่เขาเลย ยกเว้นเรื่องนี้

คนโดนตักเตือนทำเสียงขึ้นจมูก เมินหน้าหนีไปทางอื่นอย่างพยศ แค่คิดว่าต้องอยู่ร่วมบ้านกับเขาอีกหลายวันใจเธอมันก็จะระเบิดออกมาด้วยความอึดอัดแล้ว

ยังอีก ลุงเคยขอเราแล้วไง” ใบหน้าที่เชิดหนีทำให้พูนต้องกล่าวเตือนอีกครั้ง แต่นั่นแหละมันได้ผลทีเดียวเมื่อหน้าเชิดๆ ค่อยๆ ลดระดับลงจนมองแทบไม่เห็นคอ ดูแล้วน่าขำมากทีเดียว

เขาจะอยู่กี่วัน อีกสองสามวันใช่ไหมจ๊ะ” ถามเหมือนเจ้าตัวไม่ได้นั่งอยู่ด้วย เรียกง่ายๆ ว่าไม่เห็นเขาอยู่ในสายตา

ฉันตกงาน คงอยู่ที่นี่สักพัก” หย่งคังตอบแทน พูนแทบสำลักน้ำลายมองลูกชายมาเฟียที่เพิ่งมอบสถานะตกงานให้ตัวเองได้อย่างหน้าตาเฉย

สักพัก!” หญิงสาวทวนด้วยสีหน้าตกใจ สักพักมันนานขนาดไหนกัน กี่วันหรือกี่เดือน!

ใช่สักพัก จากนี้ขอรบกวนเธอและลุงด้วยนะ” คนหล่อหน้าทะเล้นบอกด้วยน้ำเสียงสดใส ประหนึ่งว่าตนนั้นไม่ได้มีความบาดหมางใดๆ กับคนตรงหน้า

แต่จันทร์เป็นผู้หญิงนะลุง จะให้พักร่วมบ้านเขาผู้ชายแปลกหน้าได้ยังไง” เค้าลางแห่งหายนะที่ลอยมาทำให้หญิงสาวรีบหาข้ออ้าง พูนเองก็นึกถึงข้อนั้นไว้เหมือนกันเลยมีสีหน้าอึดอัดไม่น้อย

อือลุงรู้แล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้ลุงจะให้คนมาทำกระท่อมด้านข้างตัวบ้าน” พูนชี้ไปทิศทางที่กระท่อมหลังน้อยจะตั้งอยู่ เขากลัวคนมองไม่ดีจึงต้องเอ่ยปากขอให้หย่งคังแยกไปพักที่อื่น แต่ครั้นจะให้ไปพักที่บริเวณบ้านพักคนงานก็ดูจะน่าเกลียดเขาเลยคิดจะปลูกกระท่อมหลังเล็กๆ ให้อยู่เสียข้างๆ ตัวบ้าน

หญิงสาวมองไปยังทิศทางที่นิ้วกร้านแกร่งชี้ ความไม่พอใจพุ่งปรี๊ดขึ้นแตะเพดาน

แล้วทำไมต้องเป็นทางห้องจันทร์ด้วย จันทร์มองออกไปก็เห็นเขาพอดีสิ!” เธอขึ้นเสียงอย่างไม่ยอม ปกติแล้วเธอมักจะชอบมองท้องฟ้ายามค่ำคืนตรงหน้าต่างห้องนอนเสมอ

พูนมีสีหน้าอิหลักอิเหลื่อจะให้เขาบอกไปได้ไงว่าเจ้านายเป็นคนเลือกทำเลนั้นเอง แถมยังวางตำแหน่งไว้อย่างเหมาะเจาะเสียด้วยสิ

ฉันชอบมุมนั้น วิวมันดี” หย่งคังที่ตามขึ้นมาบนบ้านบอก ไม่สนใจสีหน้าหนักใจของพูน

จันทร์ไม่ยอมนะลุง” เธอฮึดฮัดบ่งบอกว่าไม่ยอมท่าเดียว

ฉันไม่สน” แขกหนุ่มยืนยันเจตนาเสียงแข็งพอกัน ที่ตรงนั้นตรงกับหน้าต่างห้องเธอพอดี ไม่ได้มุมนั้นเขาไม่นอน!

ลุ้งลุงเป็นเจ้าของบ้าน ลุงออกปากห้ามสิ

พูนมองหนุ่มสาวด้วยสีหน้าหนักใจ หลายปีมานี้เพียงจันทร์ทำเหมือนโกรธชายหนุ่มมาแต่ชาติปางก่อน ทั้งที่เรื่องที่หย่งคังเผลอทำไปเพราะขาดสตินั้นเป็นเรื่องเล็กน้อยซึ่งเขาก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย ตั้งแต่วันนั้นเขาก็ขอเจ้านายหนุ่มว่าอย่ากลับมาที่นี่อีก กระนั้นชายหนุ่มก็หาได้ฟังคำขอร้องของเขา ยังคงมาทุกปี แต่ดีตรงที่ว่ามาครั้งละวันสองวันก็กลับเหมือนทุกครั้ง ทำให้เรื่องนี้ไม่แพร่งพรายไปถึงหูหย่งเล่อผู้เป็นบิดาของชายหนุ่ม นั่นเพราะหากเรื่องนี้ถึงหูหย่งเล่อเรื่องวุ่นๆ คงต้องเกิดขึ้นแน่นอน

คุณชายสามของบ้านเฉียนเป็นคนเดียวที่ครองตัวเป็นโสด พี่ชายสองคนและน้องสาวแต่งงานมีเหย้ามีเรือนกันหมดแล้ว ล่าสุดหย่งเล่อได้ทาบทามสู่ขอลูกสาวของเพื่อนมาเป็นคู่หมั้นคู่หมาย หวังจะให้ลูกชายได้มีเหย้ามีเรือนตามพี่น้อง แต่นั่นแหละเขาว่าลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น ครั้งหนึ่งหย่งเล่อเองก็เคยถูกบิดาจับหมั้นหมายกับคุณหนูเหมยแห่งตระกูลเฉิงซึ่งเป็นเพื่อนรักกัน ครานั้นหย่งเล่อขัดคำสั่งบิดาด้วยการไปคว้าหญิงสาวที่ตระกูลเฉิงรับเลี้ยงดูมาเป็นคู่ครองและครองรักกันจนถึงทุกวันนี้

พูนมองทั้งสอง เขาก็ได้แต่หวังว่าประวัติศาสตร์จะไม่ซ้ำรอย!

ลุง” เสียงหวานดังแทรกภวังค์ความคิดของพูน

เอ่อ” พูนได้แต่อ้ำอึ้ง สบตาเจ้านายหนุ่มแล้วต้องเสหลบ ดวงตานี้ได้รับตกทอดมาจากหย่งเล่อผู้เป็นบิดาโดยแท้ ไม่ว่าใครได้สบตาด้วยก็มักจะมีความรู้สึกเกรง

จันทร์ไม่ยอม!” เมื่อเห็นพูนเงียบหญิงสาวจึงตะเบ็งเสียงสู้ เงียบๆ อย่างนี้ลางแพ้เธอลอยมาเห็นๆ เพียงจันทร์คิดไม่ถึงว่าพูนจะเกรงใจหลานชายถึงขนาดนี้

เอาน่าจันทร์ อาซิงอยู่ไม่นานหรอก” คนกลางได้แต่บอกปัดอย่างให้กำลังใจ แอบหวังว่าประโยคที่ตนพูดออกไปมันจะเป็นจริงไวๆ นี้

ท่าทางนั้นไม่ได้เล็ดลอดสายตาของเพียงจันทร์ หญิงสาวแอบหรี่ตาสังเกตท่าทางของคนทั้งสองที่ไม่ว่าจะพูดจากันเป็นปกติขนาดไหน แต่ท่วงท่า แววตาและรัศมีบางอย่างยังข่มกันอยู่กลายๆ ความสงสัยท่วมท้นอยู่ในอก เหตุใดหนอพูนถึงไม่กล้าปฏิเสธชายหนุ่มที่ได้ชื่อว่าเป็นหลานชาย

หรือว่าเขาไม่ใช่หลาน’ ความคิดนี้พุ่งเข้ามาในหัว

เพียงจันทร์สะบัดหน้าหนียามเมื่อเขาหันมาฉีกยิ้มให้ ดวงตาเรียวคมโค้งขึ้นจนเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวทำให้ใบหน้าหล่อเหลานั้นดูอ่อนวัยลงมากโข แรกๆ เธอก็ไม่อยากจะเชื่อว่าเขามีอายุมากกว่าตั้งเป็นสิบปี อาซิงผู้นี้เป็นหนุ่มอารมณ์ดีที่ออกแนวกวนๆ ถ้าดูจากอุปนิสัยหรือคำพูดที่ใช้ตอแยเธอก็นับว่าเขาคงราวๆ ยี่สิบปลายๆ ไม่เพียงแค่นั้นการแต่งตัวของเขาก็ยังทันสมัย หลายครั้งที่เธอเกิดความสงสัยเกี่ยวกับเสื้อผ้าเขา ครั้งหนึ่งเขาเคยสวมเสื้อเชิ้ตตัวหนึ่งแล้วมันดันเหมือนกับเสื้อที่วรดาซื้อเป็นของขวัญให้แฟนหนุ่มซึ่งสนนราคาก็ร่วมหมื่น

หลานชายลุงพูนเนี่ยนะใส่เสื้อตัวเป็นหมื่น!

 

บ้านเรือนไทยสำเร็จรูปถูกนำมาตั้งในทำเลที่มีวิวดีที่สุดในความรู้สึกของคนพำนักในอีกสามวันต่อมา ระหว่างนั้นหย่งคังไม่ได้อยู่ที่สวน ชายหนุ่มอ้างว่าต้องไปทำธุระ เพียงจันทร์ยืนมองสิ่งปลูกสร้างหลังใหม่ด้วยความขัดใจ ใช่ว่าเธอจะอยู่เฉย เวลาสามวันเธอขัดขวางแต่ก็ไม่สำเร็จ ตอนนี้มีคนงานหญิงวัยกลางคนกำลังปัดถูตามคำสั่งของพูน เตียงขนาดสามฟุตครึ่งเพิ่งถูกนำไปวางด้านใน ตัวบ้านมีห้องเดียวโดยมีบันไดทางขึ้นสู่ระเบียงเล็กๆ ที่มีม้านั่งยาวติดกับระเบียงทั้งสองด้าน ส่วนห้องนอนมีพื้นที่ใช้สอยประมาณสามคูณสามจุดห้าตารางเมตร ส่วนห้องน้ำถูกสร้างไว้ด้านหลังบ้าน บ้านหลังน้อยนี้สะดวกสบายพอสำหรับอยู่คนเดียว

สิ่งที่ทำให้เธอสงสัยปนข้องใจมากไปกว่ากระท่อมที่เปลี่ยนเป็นบ้านสำเร็จรูปก็คือตัวบ้านที่ทำจากไม้สักทองทั้งหลังต่างหาก!

นอกจากตัวบ้านทำจากไม้สักทองแล้ว วัสดุที่ใช้ตกแต่งก็ล้วนแต่เป็นของดีมีราคาแพงทั้งนั้น อย่างเช่นที่นอนยี่ห้อสลัมเบอร์แลนด์นั้นก็แพงเอาการขนาดลดจากโรงงานยังสนนราคาอยู่ที่หลักหมื่น แค่หลานชายจะมาอาศัยอยู่ด้วย ‘สักพัก’ ถึงกับต้องลงทุนขนาดนี้เลยหรือ เพียงจันทร์เชื่อว่าพูนนั้นมีเงินเก็บเยอะ คนที่ทำงานมาตลอดยี่สิบปีย่อมมีเงินเก็บไม่น้อย ทว่ามันจำเป็นด้วยหรือกับการไปซื้อบ้านราคาหลายแสนนี้

จวบจนคนทำความสะอาดกลับไปแล้ว เพียงจันทร์ที่อยู่บ้านคนเดียวจึงเดินไปสำรวจบ้านหลังที่จะอยู่ในครรลองสายตาหลังจากนี้ หากอยากนั่งมองเดือนมองดาวตรงหน้าต่างห้องนอนเมื่อไหร่ก็จะต้องก้มลงมาเห็นบ้านหลังนี้ก่อนแน่ๆ หญิงสาวทำปากขมุบขมิบงึมงำตอนก้าวขึ้นบันไดบ้าน ก่อนจะต้องเบิกตากว้าง

ให้ตายเถอะมันสวยน่ารักจนเธอตะลึง!

หญิงสาวหมุนตัวไปทางด้านหน้าของตัวบ้านก็พบว่ายืนจากระเบียงมุมนี้จะเห็นหน้าต่างห้องเธออย่างชัดเจน

เฮ้ย อะไรจะตรงกันขนาดนี้!” บ่นอย่างหัวเสีย เดินสำรวจในห้องนอนต่อ ผ้าปูที่นอนสีน้ำเงินเข้มลายเรียบเตะตาเธออีกหนึ่งอย่าง เชื่อเถอะว่ามันเป็นของดีมียี่ห้อและพ่วงมาด้วยราคาที่แพง ผนังด้านหน้าบ้านมีหน้าต่างบานคู่สองบานเปิดรับลมเย็น หญิงสาวเดินเข้าไปใกล้หน้าต่าง มองออกไปก็พบว่ามุมนี้เห็นหน้าต่างห้องเธอชัดเจนเช่นกัน ด้านข้างของตัวบ้านมีต้นลำไยขนาดใหญ่ขึ้นอยู่ มีต้นไม้เล็กๆ วางเรียงไว้บริเวณโคนต้นเพื่อรอตกแต่งสวนด้านหน้า

เฮอะ ทำเหมือนกับมีราชามาพักไม่มีผิด” อดค่อนอย่างหมั่นไส้ไม่ได้ หญิงสาวกวาดสายตามองรอบๆ ห้องอีกครั้งก็ให้นึกถึงอนาคตอันใกล้นี้ หากอาซิงกลับไปแล้ว บางทีเธออาจขอพูนมาอยู่ที่นี่ จัดสวนหน้าบ้านเสร็จแล้วก็คงน่ารักไม่หยอกทีเดียว

รีบๆ กลับไปเร็วๆ เลยนะนายหน้าเหียก ชิ่วๆๆ” ออกปากไล่แล้วก็ได้แต่ปิดปากหัวเราะ ใบหน้าอึ้งตะลึงผุดขึ้นมาในความทรงจำ ดูเขาตกใจมากทีเดียวที่เธอด่าว่าเขาหน้าเหียก เพียงจันทร์เลี่ยงไปนั่งบนเตียง ดวงตาเหลือบไปเห็นหนังสือภาษาอังกฤษที่วางเรียงอยู่ตั้งหนึ่ง ล้วนเป็นหนังสือเกี่ยวกับธุรกิจเสียทั้งสิ้น หญิงสาวจับมาพลิกๆ พร้อมกับความสงสัยพุ่งทะยาน

แท้จริงแล้วอาซิงผู้นี้เป็นใครหนอ?

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

117 ความคิดเห็น

  1. #100 noodao (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 08:53
    เฮียซื้อบ้านมาเป็นหลังพร้อมอยู่ขนาดนี้อยู่นานจนกว่าจะได้เมียแน่นอน
    #100
    0
  2. #65 ป้าภา (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2557 / 12:20
    การรอคอย
    #65
    0