ดั่งดาวคอยเดือน (หย่งคัง - เพียงจันทร์)

ตอนที่ 10 : เดือนคอยดาว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,540
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    24 เม.ย. 61

5

เดือนคอยดาว

เป็นเพราะวีรกรรมครั้งล่าสุด เพียงจันทร์จึงถูกสั่งห้ามให้ทำอาหารเป็นการชั่วคราว พูนที่บริโภคมูลสัตว์เข้าไปอย่างไม่ได้ตั้งใจถึงกับจับไข้ แต่ก็ไม่ได้ถามเอาความกับหญิงสาวให้ปวดหัวเพิ่มขึ้น กระนั้นคนผิดอย่างเพียงจันทร์ก็อดไม่ไหวต้องเข้าไปกราบขอโทษพร้อมทั้งสารภาพเสียงอ่อย

ไม่เยอะหรอกลุง แค่ปาดๆ หน้าเค้กหญิงสาวอุบอิบ สงสารคนป่วยที่ทำหน้าพะอืดพะอมยามเธอพูดถึงเค้กก้อนโตที่เอายอดผักบุ้งไปปาดเข้า

สัญญามาพูนพูดเสียงแข็ง นอกจากอยากจะอาเจียนแล้วยังโกรธ หากหย่งคังต้องกินเข้าไปเขาคงต้องรู้สึกผิดไปตลอดชีวิตที่เลี้ยงเพียงจันทร์มาแบบนี้

ฮะสะสัญญาอะไรจ๊ะ

สัญญาว่าจะไม่ทำแบบนี้อีก

แค่นี้ก็ต้องให้สัญญาด้วยหญิงสาวบ่นอุบ แต่สบสายตาจริงจังนั้นแล้วก็ต้องก้มหน้ารับคำเสียงอ่อยจันทร์สัญญาก็ได้

ลุงบอกจันทร์กี่ครั้งแล้ว ขอจันทร์กี่หนว่าอย่าไปต่อล้อต่อเถียงกับพี่เขาพูนถามอย่างอ่อนใจ ไม่เข้าใจว่าทำไมสองคนนี้ถึงญาติดีกันไม่ได้สักที ทั้งๆ ที่ฝ่ายชายทำท่าจะลงให้หลายครั้ง

บอกหลายครั้งแล้วก็ขอหลายหนแล้วจ้ะในขณะที่ยอมรับหญิงสาวก็กำลังแช่งชักหักกระดูกคนที่ทำให้เธอโดนต่อว่าอยู่ในใจ

ลุงถามจริงๆ เถอะจันทร์ พี่เขาไปทำอะไรให้จันทร์นักหนา หรือจันทร์ยังโกรธที่พี่เขาไปดึงตัวมาครั้งนั้น

คำถามจี้ใจดำทำให้เพียงจันทร์ทำหน้ายู่ จะให้เธอยอมรับได้ยังไง ในเมื่อเคยรับปากจะไม่โกรธเขากับพูนแล้ว

เปล่าจ้ะ แค่ไม่ถูกชะตาเธอโกหก

ลุงขอเถอะ…” พูนพูดประโยคเดิมๆ ซ้ำๆ ทุกปีและหวังว่าปีนี้จะเป็นปีสุดท้ายที่เขาจะพูดมัน

ลุงน่ะ…” คนให้ไม่ได้ออด

จันทร์พูนเรียกหญิงสาวด้วยน้ำเสียงจริงจังอาซิงเป็นหลานชายลุง เขาเหมือนเป็นพี่ชายของจันทร์ ทำไมจันทร์ถึงยอมรับเขาไม่ได้

โธ่…” เสียงหวานโอดครวญก็เขาชอบกวนอารมณ์จันทร์นี่

แล้วจันทร์ก็เลยรวนใส่เขางั้นรึ กระเง้ากระงอดใส่กันไปมาอย่างนี้เมื่อไหร่จะดีกัน

กระเง้ากระงอดที่ไหนกันลุง ทะเลาะกันต่างหากเล่าหญิงสาวแก้หน้าแดงก่ำ

ก็นั่นแหละ ลุงขอเถอะ เฮียเขาไม่ได้เลวร้ายอะไรพูนที่มักแทนตัวชายหนุ่มกับเพียงจันทร์ว่าพี่สลับกับเฮียบอกเสียงขรึมเขาอายุห่างจากจันทร์ตั้งเป็นสิบๆ ปี จันทร์ไม่ควรพูดกับพี่เขาอย่างนั้น

ก็เพราะอายุห่างกันเป็นสิบปีนี่แหละ เขาถึงไม่สมควรมาแหย่จันทร์เธอเถียง

เฮียเขาเอ็นดู

แต่จันทร์ไม่ชอบ จันทร์มีลุงเอ็นดูคนเดียวก็พอแล้ว คนอื่นจันทร์ไม่เอา

ได้ยินดังนั้นพูนจึงส่ายหน้ามองสาวร่างเล็กแต่หัวรั้น ต่อให้พูดจนน้ำลายแห้งหมดปากก็คงไม่สามารถทำให้สองคนนี้เลิกทะเลาะกันได้ คนสูงวัยคิดอย่างปลงตก

 

บ้านพักคนงานที่มีอยู่ไม่กี่หลังคาเรือนตั้งอยู่ด้านในสวนลำไย ทุกชีวิตตื่นกันตามปกติเฉกเช่นทุกวัน จันทัปปภามีคนงานประจำที่พักอยู่กินในสวนจำนวนหนึ่งไว้คอยตัดแต่งกิ่งรดน้ำต้นลำไย นอกเหนือจากนั้นจะเป็นแรงงานชั่วคราวที่จะจ้างเยอะในช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิต ส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่ บ้างก็มีมาจากที่อื่น หลังๆ มีนายหน้ามาขอติดต่อให้จ้างแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้ามาเนื่องจากในสวนเหมาะแก่การหลบซ่อนเป็นอย่างดี พูนไม่รับปฏิเสธไปท่าเดียวแม้ค่าแรงที่นายหน้าขอมาจะน้อยกว่าค่าแรงปกติก็ตาม

เพียงจันทร์ที่โดนสั่งห้ามเข้าครัวทำอาหารออกจากบ้านแต่เช้าตรู่ โดยมุ่งหน้ามาที่บ้านพักของมาลัยซึ่งพักกับหญิงสาวอีกสองคน บ้านพักที่นี่ปลูกสร้างด้วยไม้หลังไม่ใหญ่มาก หากครอบครัวไหนคนเยอะก็จะต่อเติมกันเองอย่างเช่นครอบครัวของตาชดยายชม้ายที่มีทั้งลูกสาวลูกเขยและหลานชายเป็นต้น

มาแต่เช้าเชียวนะจันทร์มาลัยที่กำลังง่วนอยู่หน้าเตาในครัวข้างบ้านที่ใช้ไม้ไผ่ผ่าซีกทำผนัง

มาขอกินข้าวด้วยน่ะ

คนอยู่หน้าเตาวางทัพพีหลังจากพลิกปลาในกระทะเสร็จ

อาซิงยังบ่กลับบ้านบ้อทำหน้ายิ้มๆ ยามเห็นเพื่อนทำหน้างอง้ำ

ยัง

แปลกเนาะ คราวนี้อยู่นาน นี่แม่พวกสาวๆ เขาก็เว้าถึงหลานลุงพูนกันให้อึงเพียงจันทร์ตวัดค้อนให้อย่างรู้ทัน คงไม่ใช่แค่พวกสาวๆ หรอกมั้งเออๆ ฉันก็เว้าด้วยคนอ่านสายตาเพื่อนออกยอมรับว่าแต่คราวนี้จะอยู่สักกี่วันล่ะ

ไม่รู้

อ้าว งั้นถ้าอยู่นาน จันทร์ก็ต้องหนีมากินข้าวที่นี่สิ

อื้อ เดี๋ยวฉันเอาข้าวสารมาให้สักถังแล้วกัน กินที่นี่ดีกว่ากินที่บ้าน

แล้วใครเฮ็ดกับข้าวให้ลุงพูนแกล่ะ

แกก็หากินเองสิ ยิ่งหลานชายมายิ่งกระดี๊กระด๊าอยากเข้าครัวเต็มแก่เพียงจันทร์บอกอย่างหมั่นไส้ที่พูนดูเอาอกเอาใจหลานชายเป็นพิเศษ

แหมก็เขาลุงหลานกัน นานๆ มาทีด้วยสิ

มาทุกปีหญิงสาวแก้อย่างหมั่นไส้

แค่ปีละวันสองวัน แต่มีปีนี้พิเศษกว่าทุกปีนะ

จะกี่วันก็ช่างเถอะ เลิกพูดถึงเขาได้แล้ว เดี๋ยวฉันกินข้าวไม่ลง

มาลัยได้ยินดังนั้นจึงหันไปพลิกปลาในกระทะ ทิ้งให้คนหน้างอบ่นงึมงำอยู่อีกหลายคำ กระนั้นพักต่อมาคนบ่นเป็นหมีกินผึ้งก็หน้าตาสดใสขึ้น น้ำพริกขี้กากับปลาทอดทำให้หญิงสาวลืมเรื่องขุ่นใจไปชั่วขณะ

 

เสียงโป้งเป้งดังจากบ้านของตาชดตอนที่หญิงสาวกินข้าวอิ่มพอดี คราวนี้ตาชดไม่ได้ท้ายายชม้ายไปหย่าแต่อย่างใด หากแต่กำลังยืนจับปมผ้าขาวม้าตะโกนง้อเมียอยู่หน้าบ้าน

เอาอีกแหละ หนังม้วนเดิมเลย เมาเหล้าแล้วด่าเมีย พอสร่างเมาก็ถึงคราวยายชม้ายเอาคืนบ้างมาลัยพูดติดตลกอย่างคนที่เห็นเป็นเรื่องขำๆ

เพียงจันทร์มองภาพนั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย เธอมองเลยไปที่ชื่นซึ่งยืนอยู่หลังผู้เป็นแม่ สีหน้าของชื่นไม่ได้มีแววเหนื่อยล้าระอาใจสักนิด กลับเห็นขำไปยามเห็นตาชดง้อยายชม้ายด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน ซ้ำยังมีแอบสัญญานิดๆ ว่าจะไม่กินเยอะเท่าเมื่อวาน

ถ้ากินเหล้าอีกเก็บเสื้อผ้าไปอยู่ที่อื่นเลยตาชด ฉันกับลูกเบื่อแกเต็มทีแล้วยายชม้ายเอ็ดตะโรลั่น

โธ่แม่ชม้าย ไล่กันแบบนี้ฉันจะไปอยู่ไหน แล้วถ้าไปใครจะนอนกอดแม่ชม้ายเล่าตาชดที่สร่างเมาแล้วออดเสียงอ่อนจนไทยมุงละแวกนั้นต่างอมยิ้มกันเป็นแถว ฟันที่เหลือสามซี่ของแกน่าหัวร่อไม่น้อยยามฉีกยิ้มง้องอนเมียรัก

โอ๊ย แกก็ไปอยู่กับแม่พวกสาวๆ ทั้งตำบลของแกไงเล่า ได้ข่าวว่าเนื้อหอมนักนี่ ไอ้ฟันสามซี่ยายชม้ายอดแดกดันไม่ได้ยามเห็นสามียิ้มกว้าง

แหมเหลือสามซี่ก็ดีเท่าไหร่ แม่ชม้ายอย่าลืมนา ที่มันหายไปแม่ชม้ายก็มีส่วนตาชดทำหน้ากรุ้มกริ่มใส่ เพราะเมาแล้วเมียตีปากไม่ใช่หรอกหรือมันถึงเหลือแค่สามซี่!

ฉันจะเลาะมันออกให้หมดวันนี้แหละ ถ้าแกยังไม่เลิกฉีกยิ้มยายชม้ายบอก ยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับน้ำหมาก ชื่นเห็นเข้าจึงส่ายหน้า

แม่จะยิ้มก็ยิ้มเถอะ เรียกพ่อมากินข้าวได้แล้ว อีกเดี๋ยวก็ได้เวลาลงงาน ลูกสาวคนเดียวเดินหนีเข้าบ้าน ทิ้งให้สองตายายสบตากันก่อนที่ยายชม้ายจะเดินทิ้งสะโพกเข้าไปด้านในโดยมีตาชดวิ่งกระย่องกระแย่งตามไปติดๆ

ปิดฉากหนังม้วนเดิม!

ไม่มีใครรู้ว่าหนังม้วนเดิมที่มาลัยบอกเป็นหนังม้วนที่เพียงจันทร์ชอบดูที่สุด แม้จะกระทบกระทั่งกันบ้างก็เป็นธรรมดาผัวเมีย หญิงสาวปรารถนาครอบครัวแบบนั้น อย่างน้อยๆ ก็ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูก ไม่ได้โดดเดี่ยวไม่มีใครเหมือนเช่นเธอ

 

ตกบ่ายเท้าเล็กๆ ก็ก้าวเข้ามาในบ้านสองชั้นหลังใหญ่ที่ปลูกอยู่ด้านหน้าสวน ช่วงกลางวันเจ้าของบ้านมักไปขลุกอยู่ที่ร้านขายเครื่องมือการเกษตรในตลาด หากแต่วันนี้พร้อมจิตอยู่บ้านและเรียกให้เพียงจันทร์มาพบ สาวร่างเล็กหยุดยืนอยู่ในห้องรับแขกที่ตกแต่งอย่างหรูหรา ในตู้โชว์มีเครื่องชามลายครามหลายชุดบ่งบอกฐานะของเจ้าของบ้านเป็นอย่างดี ผนังสีขาวประดับด้วยรูปถ่ายครอบครัวอันใหญ่ แน่นอนว่าไม่มีเธอรวมอยู่ด้วย

มาแล้วเหรอ ฉันโทร. เรียกตั้งแต่เที่ยงเสียงพร้อมจิตดังขึ้นจากด้านหลัง

จันทร์กินข้าวอยู่จ้ะหญิงสาวหันไปบอก หลุบเปลือกตาหลบซ่อนความน้อยอกน้อยใจป้ามีอะไรหรือเปล่าปกติแล้วพร้อมจิตไม่ค่อยอยากเสวนากับหลานสาวฝั่งสามีมากนักหากไม่จำเป็น

ทำไม ฉันจะเรียกแกมาต้องมีธุระหรือไงน้ำเสียงรวนๆ ทำให้เพียงจันทร์เริ่มจับเค้าอารมณ์กรุ่นๆ ของอีกฝ่ายได้

“…” เธอใช้ความเงียบสยบความเคลื่อนไหว หากต่อปากต่อคำแล้วไซร้รับรองเลยว่าอีกฝ่ายจะต้องเต้นแร้งเต้นกาด่าเธอปาวๆ ว่าเนรคุณ

พร้อมจิตมองหญิงสาวตาขวาง ก่อนจะสูดลมหายใจเพื่อระงับอารมณ์ขุ่นมัว

ฉันเรียกแกมาถาม ค่าหน่วยกิจที่มหาวิทยาลัยทำไมมันถึงแพงนัก หน่วยกิจหนึ่งตั้งหมื่น วิชานึงก็ปาเข้าไปตั้งสามหมื่น ยายดาต้องเรียนซ่อมหลายวิชา ฉันละอยากจะเป็นบ้า

เป็นหมื่น! ค่าหน่วยกิจทำให้เพียงจันทร์อดห่อปากไม่ได้ เก่งๆ วิชาหนึ่งเสียค่าหน่วยกิจหลักร้อย ในมหาวิทยาลัยเอกชนก็หลักพันแต่ไม่ถึงหมื่นอย่างแน่นอน

จันทร์ไม่รู้จ้ะ ไม่เคยลงซ่อมเธออุบอิบบอก

แหมจะบอกว่าแกเรียนเก่งงั้นสิพร้อมจิตว่าเสียงสูงอย่างหมั่นไส้ เพียงจันทร์เรียนจบด้วยเกียรตินิยมเหรียญทองอันดับหนึ่ง ในขณะที่ลูกสาวแท้ๆ ของหล่อนตกแล้วตกอีก

จันทร์เปล่า

ไม่ต้องมาปฏิเสธ แกมันเป็นพวกชอบโอ้อวด รู้เอาไว้อย่างนะ ฉันกับพี่เริงไม่เคยภูมิใจในตัวแกสักนิด ต่อให้แกไปคว้าดาวคว้าเดือนมาได้พวกฉันก็ไม่ภูมิใจไปกับแกหรอก

จันทร์ทราบดี ป้ามีอะไรอีกหรือเปล่าหญิงสาวกลั้นเสียงสะอื้น

มี! ฉันเรียกแกมาเพราะต้องการบอกว่าฉันจะให้เงินยายดาไปลงเรียนซ่อม แต่แกต้องช่วยยายดาด้วย รายงานมีเท่าไหร่แกต้องทำให้ยายดา ส่วนตอนสอบแกต้องเก็งข้อสอบให้ยายดาอ่าน มันจะได้ไม่ต้องลงเรียนซ่อมให้เสียเงินฉันอีก เข้าใจหรือเปล่า?!”

จันทร์…”

อย่าปฏิเสธนะนังจันทร์ แกต้องตอบแทนบุญคุณฉันที่ยอมให้ที่ซุกหัวนอน ทำให้ฉันแค่นี้ไม่ได้หรือไง แล้วไม่ต้องสะเออะเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้ไอ้พูนมันฟังล่ะ ไม่งั้นแกกับฉันเห็นดีกันแน่

พร้อมจิตกล่าวแค่นั้นก็เดินหนีขึ้นห้อง ทิ้งให้เพียงจันทร์ยืนนิ่งอยู่กลางห้องรับแขกด้วยความรู้สึกเคว้งคว้างอย่างที่สุด

 

เสียงกุกกักดังขึ้นจากห้องครัวที่อยู่ด้านข้างของตัวบ้าน ร่างเล็กถือจานที่มีถ้วยใส่มาม่าย่องออกมาด้านนอก วางถ้วยกับพื้นไม้บริเวณนอกชานบ้าน จับจานที่รองขึ้นมาคว่ำปิดถ้วยเอาไว้เพื่อรอให้เส้นอ่อนตัว เมื่อตอนเย็นเธอไม่กินข้าวด้วยการบอกพูนว่ากินมาจากบ้านมาลัยแล้ว ทั้งๆ ที่ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยด้วยซ้ำ เป็นเพราะคำพูดของพร้อมจิตแท้ๆ ที่ทำให้เธอจดจ่ออยู่กับบุญคุณที่ไม่มีวันหมด ซ้ำเจ้าตัวยังขยันทวงเป็นพักๆ เสียด้วยสิ ไหนจะต้องคิดเรื่องที่พูนขอเลยทำให้ลืมอยากอาหารไปชั่วขณะ

ขณะที่ปิดฝารอให้เส้นมาม่านิ่มหญิงสาวคิดไปสารพัดทุกอย่างดาหน้าเข้ามาเหมือนคลื่นสึนามิที่ราวจะกวาดล้างทุกความสุขในชีวิตเธอ

แกต้องตอบแทนบุญคุณฉันที่ยอมให้ที่ซุกหัวนอน

ไม่ใช่ครั้งแรกที่พร้อมจิตพูดกับเธอ หากแต่เป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็คร้านจะนับ เมื่อตะกอนขุ่นๆ นอนนิ่งเพียงจันทร์ก็คร้านจะคิดใส่ใจ เธอไม่โกรธไม่เกลียดหากแต่ไม่ชอบใจที่ต้องทำทุกอย่างแทนวรดาที่เอาแต่เที่ยวเตร่

ปลงตกกับเรื่องป้าก็มาหนักใจเรื่องของพูนต่อ คำขอที่ให้ยากพอกัน สองคนช่างขอในสิ่งที่เธอลำบากใจ กระนั้นแล้วเรื่องอาซิงก็กลายเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อยเมื่อเทียบกับเรื่องของวรดา หญิงสาวแหงนใบหน้าขึ้นมองท้องฟ้า จู่ๆ คำพูดของมาลัยก็ผุดขึ้นมาในหัว

ระวังเถอะ! เกลียดอะไรจะได้อย่างนั้น

เธอชักเริ่มกลัวแล้วนะ เป็นจริงหรือเปล่าไม่รู้ รู้แต่ว่าเธอเริ่มกลัวๆ จะได้อย่างนั้น

อย่างเหียกๆ เหมือนปลาบู่วิ่งชนเขื่อน!

ปากอิ่มเล็กขมุบขมิบก่อนจะหยิบจานที่ปิดถ้วยออก ก้มลงซดน้ำกลั้วคอก่อนตั้งหน้าตั้งตาสูดเส้นเพื่อยับยั้งอาการหิวโหยของร่างกาย กว่าจะกล้าออกมาก็ต้องรอให้เวลาดึกดื่นเพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนในบ้านต่างหลับกันหมดแล้ว เธอมั่นใจว่าการย่องออกจากห้องเพื่อมาเสียบกระติกน้ำร้อนจะไม่ทำให้ชายต่างวัยที่นอนอยู่ในห้องติดกันกับเธอตื่น

นั่นเป็นความคิดที่ผิดไปมหันต์ของคนที่ก้มหน้าก้มตากินอยู่ในขณะนี้

ท่าจะอร่อยนะนั่นเสียงทุ้มดังจากด้านหลัง

แค่กๆ

ความร้อนบวกกับความเผ็ดบาดลำคอหญิงสาวจนแสบร้อนไปหมด เพียงจันทร์นั่งไอจนหน้าแดงก่ำโดยมีคนที่พูดให้เธอตกใจคอยลูบหลังยกขันน้ำให้ดื่ม

ขอโทษ ไม่คิดว่าจันทร์จะตกใจมากขนาดนี้

ดวงตาที่มีน้ำคลังคลอเขียวปั้ดขึ้นทันที ไม่ได้ซึมซับคำขอโทษอย่างจริงใจจากเขา

ฉันจะทำอะไรทำไมนายชอบมายุ่งเธอแหวเสียงแหบแห้ง มองคนขัดความอร่อยด้วยสีหน้าหงิกงอ

หย่งคังวางขันน้ำลงโดยที่มืออีกข้างยังไม่หยุดลูบแผ่นหลังบอบบาง กระทั่งเจ้าของแผ่นหลังรู้สึกตัวจึงสะบัดหนี ชายหนุ่มค่อยๆ ชักมือกลับอย่างเสียดาย มองเธอเขยิบตัวหนีจนแผ่นหลังชนเข้ากับราวระเบียง

เฮียได้ยินเสียงกุกกักเลยออกมาดู ตอนแรกนึกว่าขโมยขึ้นบ้าน

คนทำตัวเหมือนขโมยหน้าแดงก่ำ นึกดีใจที่ไม่ได้เปิดไฟเพราะคืนนี้ข้างขึ้นไม่งั้นเขาคงต้องเห็นแน่ๆ

ไม่มีขโมยสักหน่อย ฉันแค่ออกมากินมาม่าเธอโต้เสียงอุบอิบ ข้องใจตัวเองว่าตกลงอายเรื่องโดนหาว่าเป็นขโมยหรือเรื่องอื่น หญิงสาวเบียดแผ่นหลังกับราวระเบียงมากขึ้นยามที่ความร้อนลามเลียขึ้นสู่พวงแก้ม

ดวงตาเรียวคมโค้งขึ้นจนเหมือนพระจันทร์เสี้ยวของคนออกมาจับขโมยยิ้มกว้าง ลูกชายมาเฟียที่เดินตามรอยเท้าของผู้เป็นบิดาไม่เข้าใจตัวเอง เรื่องอื่นเขาจัดการได้หมด แต่ทำไมเรื่องของผู้หญิงตัวเล็กๆ ตรงหน้านี้ถึงจัดการไม่ได้สักที จะต้องอ่อนใจหรือไม่ก็ใจอ่อนอยู่ร่ำไป

รู้แล้ว รู้ว่าไม่มีขโมยก็ตอนที่เห็นจันทร์ก้มหน้าก้มตากินเนี่ยล่ะ แล้วทำไมไม่เปิดไฟล่ะ

ไม่อยากให้ลุงตื่นหญิงสาวตอบอย่างเสียไม่ได้

รอยยิ้มอบอุ่นต้องแสงจันทร์ทำให้คนหน้าร้อนผ่าวนั่งไม่ติดอะไรล่ะนั่น! มายิ้มให้เธอทำไมหญิงสาวเบนสายตามองไปทางอื่น และก็อดมองไปบนท้องฟ้าที่มีดวงจันทร์เปล่งแสงสุกสว่างไม่ได้

คืนนี้ไม่มีดาวจอมอวดเปล่งแสงสู้จันทร์

แววตาของหญิงสาวสลดลง ใจดวงน้อยเจ็บแปลบปลาบ หลายคนอาจชอบยามจันทร์ดวงใหญ่อวดแสงบนท้องฟ้า แต่เธอกลับไม่ชอบเพราะมันทำให้รู้ว่าจันทร์นั้นโดดเดี่ยวเหมือนอย่างที่เธอเป็นอยู่ เธอก็เหมือนดวงจันทร์ที่อยู่อย่างโดดเดี่ยวไม่ต่างจากจันทร์บนฟ้าตอนนี้ แม้จะมีพูนแต่ก็หาได้เป็นญาติกันทางสายเลือด ครอบครัวของเริงต่างหากที่เป็นญาติแต่ทุกคนต่างพากันเพิกเฉยต่อเธอ ทำเหมือนว่าเธอนั้นไม่ใช่ลูกหลาน ยอมให้เธอมาอยู่ในความดูแลของพูนจนถึงตอนนี้

หญิงสาวหันกลับมามองคนที่เป็นญาติเพียงคนเดียวของพูน

ขนาดเขาเป็นญาติห่างๆ ยังแวะเวียนมาเยี่ยมทุกปีเลย

ความน้อยเนื้อต่ำใจที่สะสมมาตั้งแต่งานวันเกิดปีที่ยี่สิบสองปะทุขึ้น เพียงจันทร์พยายามบอกตัวเองอยู่ตลอดเวลา แค่เริงรับเธอมาเลี้ยงก็ดีแล้ว แค่นั้นก็ดีแล้วแต่ทุกครั้งที่เห็นลุงกับป้าเอาใจใส่วรดาลูกพี่ลูกน้องเธอก็อดคิดถึงผู้ให้กำเนิดไม่ได้ จนบางครั้งเผลอตัวไปออดอ้อนขอความรักจากทั้งสองและเป็นเหตุให้วรดาอาละวาดใส่ทุกครั้ง

จันทร์…”

ฉันไปนอนก่อนนะหญิงสาวบอกเสียงแหบแห้งกว่าเดิม

หย่งคังได้แต่มองตามคนตัวเล็กที่ผลุนผลันวิ่งเข้าห้อง ชายหนุ่มเงยหน้ามองดวงจันทร์ที่ทอแสงบนท้องฟ้า ดวงตาเศร้าสร้อยไม่ต่างจากหญิงสาว ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ เขารู้สึกสงสารดวงจันทร์ที่โดดเดี่ยว แต่มันก็เกินมือเขาที่จะเอื้อมคว้าเธอมาแนบหัวใจ มากอดให้เธอคลายความเหงาโดดเดี่ยวแล้วพร่ำบอกว่าเธอยังมีเขา

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

117 ความคิดเห็น

  1. #99 noodao (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 08:15
    เฮียจะช่วยจันทร์ให้หายเศร้าได้ไหมนะ ... ขยันทวงจริงๆเลยนะป้าบุญคุณเนี่ยทวงเป็นทวงหนี้เลย
    #99
    0
  2. #57 pimpim (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2557 / 22:13
    อ๊ายยยยยย......รอเฮียฟักไข่......
    #57
    0