merMAID Princess!! เงือก เมด เจ้าหญิง ป่วน!

ตอนที่ 2 : เมด เจ้าหญิง หัวมัน และท่าทุ่มซัมเมอร์ซอล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,186
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    13 มิ.ย. 55

หลายปีต่อมา

 

ในโลกที่ราวกับย้อนไปอยู่ในช่วงปลายศตวรรษที่ 17 สมัยที่เรือยังคงแล่นด้วยแรงลม  การเดินทางยังคงต้องอาศัยแรงม้าหรือการเดินเท้า  มหานครในโลกจมอยู่ภายใต้กลิ่นเหม็นมูลอุจจาระของม้าที่ครอบครองพื้นถนนของตัวเมือง  ปืนยังคงต้องบรรจุทีละนัดและทหารต้องยิงกันเรียงเป็นตับเหมือนทหารเด็กเล่น  ดาบและหอกยังคงใช้อยู่ในสนามรบ  การติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอกยังทำได้ยาก  วิทยาศาสตร์  แนวคิด  และการค้นพบใหม่กำลังอยู่ในช่วงเฟื่องฟู  ผู้คนบางส่วนของโลกยังใส่ชุดฟูฟ่องเหมือนตุ๊กตาหรือใส่ชุดแฟนซีประจำพื้นที่ที่ดูแปลกตา

                และที่ซึ่งผู้คนบางส่วนยังเชื่อว่าโลกแบนอยู่...

 

ในโลกแห่งนี้  เหล่าประชาชนตาดำๆ ยังยอมก้มหัวให้เหล่าบรรดากษัตริย์  ราชวงศ์ ขุนนาง และผู้มีอิทธิพลส่วนน้อยกดขี่ข่มเหงรังแก  ยึดเอาอำนาจการปกครองไปอยู่ในมือของพวกตน  เป็นโลกที่แทบทุกอาณาจักรอยู่ภายใต้การปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช หรือระบอบเจ้าขุนมูลนาย  ซึ่งอย่างไรประชาชนก็ยังต้องรับเคราะห์อยู่ดี  มันยังอีกยาวไกลกว่าที่การปกครองระบอบประชาธิปไตยที่ประชาชนมีสิทธิมีเสียงมีเสรีภาพจอมปลอม  ซึ่งจะนำไปสู่ระบอบนายทุนที่กดขี่แรงงาน และท้ายสุดไปสู่ลงเอยกับการปฏิวัติของเหล่ากรรมาชีพจะมาถึง

 

ท่ามกลางเหล่าอาณาจักรน้อยใหญ่ที่บ้างก็วุ่นวาย  บ้างก็สงบสุข  บ้างก็ผิดเพี้ยน  ยังมีอาณาจักรที่เป็นเกาะเล็ก ๆ   ที่มีเพื่อนบ้านคือผืนทะเลทั้งสี่ทิศ และแนวปะการังอันกว้างใหญ่ที่มีประชากรคือหมู่ปลาน้อยใหญ่อาศัยอยู่   แผ่นดินใหญ่ที่อยู่ใกล้กับเกาะมากที่สุดยังต้องใช้เวลาเกือบเดือนในการเดินทางด้วยเรือที่เร็วที่สุด 

 

ประชากรของอาณาจักรมีอยู่ราวครึ่งพัน  ไม่มาก ไม่น้อยไปกว่านี้  ศูนย์กลางของเกาะคือท่าเรือที่ไม่ค่อยจะมีเรือมาเทียบซักเท่าไหร่  กับปราสาทพระราชวังขนาดเล็กที่สร้างจากหินชายหาดและไม้ปนกันเหมือนกับปราสาทที่เด็กก่อเล่นตามชายหาดเสียมากกว่า  แต่มันก็ถือว่าเป็นอาคารที่ใหญ่ที่สุดของอาณาจักรแล้ว 

 

สินค้าทางเศรษฐกิจที่สำคัญของอาณาจักรนี้คือหอยกาบ  หอยกาบของที่นี่ถือได้ว่าเป็นอันดับหนึ่งของโลก  ดังนั้นผลิตภัณฑ์ส่งออกหลักจึงมีตั้งแต่หอยกาบสด หอยกาบตากแห้ง  หอยกาบอบเกลือ  เปลือกหอยกาบ  งานประดิษฐ์จากเปลือกหอยกาบ สร้อยหอยกาบ กระดิ่งหอยกาบ ตุ้มหูเปลือกหอยกาบ  ม่านเปลือกหอยกาบ  ประติมากรรมทำจากหอยกาบ  และผลิตภัณฑ์จากหอยกาบอีกนานาชนิดเท่าที่จะคิดได้  และเนื่องจากชื่ออาณาจักรตามภาษาท้องถิ่นนั้นออกเสียงได้ยากเหลือเกิน  ผู้คนภายนอกหรือแม้แต่คนพื้นเมืองจึงต่างขนานนามอาณาจักรนี้ว่า...

 

อาณาจักรหอยกาบ

 

.............................

..................

........

 

ดวงอาทิตย์กลมโตส่องสว่างอยู่กลางท้องฟ้าสีครามโดยไม่ยี่หระเลยว่าคนบนพื้นจะร้อนตับแล่บแค่ไหน เกลียวคลื่นเป็นฟองขาวกระทบกับหาดทรายขาวนวลที่ดูราวกับท้องทะเลถูกโปรยด้วยกากเพชร  ฝูงนกนางนวลบินส่งเสียงหนวกหูไปทั่วท้องฟ้า  เสียงของกิ่งต้นมะพร้าวดังแซก ๆ สลับกับเสียงหวีดหวิวของสายลมและเสียงคลื่นกระหน่ำซัดเข้าฝั่งช่างเป็นบรรยากาศในอุดมคติของเกาะทะเลใต้บริเวณเส้นศูนย์สูตร

 

แม้ว่าเกาะหอยกาบจะอยู่ปลายสุดแห่งความเจริญที่อารยธรรมจะมาถึง  แต่เกาะแห่งนี้ก็มีอาคันตุกะมาเยี่ยมเยียนบ้างเป็นครั้งคราว  นานครั้งเหล่าพ่อค้านักเดินเรือนำสินค้าและข่าวสารจากแดนไกลมาแลกเปลี่ยนกับสินค้าประจำถิ่นซึ่งก็หนีไม่พ้นหอยกาบนั่นเอง  ซึ่งในวันนี้ก็มีเรือสลูปเก่า ๆ ลำหนึ่งทอดสมออยู่กลางทะเล  บรรดาลูกเรือและคนงานต่างขนสินค้าลงเรือบดที่พายไปมาระหว่างชายหาดกับเรืออย่างแข็งขัน  บรรดาชาวบ้านต่างแห่กันมาตั้งร้านค้าขายของให้กับบรรดาเหล่ากะลาสีอย่างครึกครื้น  เป็นรายได้เสริมที่ไว้ดูดเงินจากแขกต่างบ้านต่างเมืองเป็นครั้งคราว

 

กระนั้นแล้วก็ยังมีอยู่คนหนึ่งที่ดูจะผิดแผกไปจากคนอื่น

 

คนที่จะมารับหายหัวไปไหน! ชายวัยกลางคนในชุดหรูหราของราชสำนักที่ดูไม่เข้ากับอากาศร้อนชื้นของเกาะทะเลใต้เดินบ่นอิบอิ่บกับบุคคลอีกสามคนที่อยู่ข้างเคียง  แล้วทำไมผมต้องมาใส่ชุดบ้า ๆ นี่ในเกาะที่ร้อนนรกขนาดนี้ด้วย!” 

 

เอาน่าท่านทูต  เดี๋ยวท่านต้องไปพบกับพระราชาอย่างเป็นทางการไม่ใช่หรือครับ    ชายวัยกลางคนหัวล้านเลี่ยนสวมแว่น กล่าวกับท่านทูตที่กำลังหงุดหงิดสุดขีด  กินพายหอยกาบหน่อยไหม  ของขึ้นชื่อของที่นี่เลยนะครับ

 

ไม่กงไม่กินมันหรอก  ให้ตายสิ  ทำไมคนอย่างผมต้องมาตกอับอยู่ในที่ที่พระเจ้าก็ไม่เหลียวแลด้วย  ที่ที่ผมควรจะอยู่มันต้องเป็นพระราชวังหลวงของจักรวรรดิเฟ้ย  ไม่ใช่ท้องพระโรงของปราสาททรายเด็กเล่นนั่น!”  ท่านทูตซับเหงื่อที่เปียกโชกพลางหันไปบ่นยังพระราชวังบนหน้าผาที่มองเห็นยอดเสาติดธงรูปหอยกาบอยู่เนืองๆ

 

ท่านระวังคำพูดท่านไว้ดีกว่านะครับ  ชายหนวดเฟิ้มผมรุงรังท่าทางดุดันสวมเสื้อคลุมของกัปตันเรือทับร่างท่อนบนอันกำยำกล่าวเตือนท่านทูตโดยปากคาบไปป์ไม้ท่าทางซอมซ่อไว้  ในฐานะที่กระผมเคยประจำการในกองทัพเรือ  ท่านเป็นถึงท่านทูตตัวแทนของมหาจักวรรดิ....

 

ประจำอยู่ในกองทัพเรือหรือ...หึ  คุณกัปตัน  คุณน่ะก็เป็นแค่พวกโจรสลัดที่อยู่ฝ่ายเราแล้วได้รับอภัยโทษเท่านั้นล่ะ 

 

กระผมจะถือว่าไม่ได้ยินคำพูดท่านเมื่อสักครู่ก็แล้วกัน  กัปตันยังคงกล่าวอย่างใจเย็น

 

ในตอนนั้นเองที่การสนทนาของทั้งสามก็สะดุดลงกับการมาของหญิงสาวหนึ่ง 

 

ขออภัยที่ทำให้ทุกท่านรอนานเจ้าค่ะ

 

                หญิงสาวอายุราวยี่สิบตอนกลางก้มศีรษะคารวะแขกผู้มาเยือนอย่างนอบน้อม  หากบอกว่าท่านทูตดูไม่เข้ากับบรรยากาศของเกาะใต้แล้ว  หญิงสาวผู้นี้ต้องเรียกว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมในระดับที่ทั้งสี่ไม่คาดคิดว่าจะได้พบในสถานที่แห่งนี้เลย  เธอสวมชุดแม่บ้านผ้ากันเปื้อนสีขาว ผมสั้นสีน้ำตาลยาวประบ่าของเธอปลิวลู่คลอเคลียไปตามสายลมที่พัดผ่านจากด้านหลัง  นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนกลมโตและริมฝีปากเรียวบางอมยิ้มเล็กน้อยบนใบหน้าขาวเนียนอมชมพูเรื่อดูผิดแผกจากบรรดาชาวเกาะทั่วไปที่ผิวมักจะเป็นสีแทนแลผมดำหยักศก  ลักษณะท่าทางการยืนอันนอบน้อมแต่แฝงไปด้วยความสง่างามของเธอบ่งบอกถึงการถูกฝึกฝนมาเป็นอย่างดี 

 

                ดิฉันเป็นข้ารับใช้ในพระราชาชื่อซีเรียเจ้าค่ะ

 

                บุรุษทั้งสี่ได้แต่ตาค้างยืนมองโฉมงามเพชรน้ำเอกที่ปกติจะพบได้เพียงในมหาราชวังของราชวงศ์ที่ทรงอำนาจเท่านั้น  แม้แต่ท่านทูตที่บ่นอุบอิบอยู่เมื่อสักครู่ยังเผลอลืมความหงุดหงิดไปพักใหญ่เลยทีเดียว

 

                อะแฮ่ม... ถ้ารู้ว่าช้าแล้วก็จงรีบพาพวกเราไปพบนายเหนือหัวของเจ้าสิ  ท่านทูตกล่าว

 

                รับทราบเจ้าค่ะ   เมดสาวซีเรียก้มศีรษะรับคำสั่งก่อนจะหันไปหาเด็กหนุ่มผมทองที่ดูราวกับไม่มีตัวตนอยู่ในกลุ่มเลย  เขาแบกกระเป๋าใบโตที่บรรจุสินค้าเตรียมมาเสนอขายพระราชายืนอยู่หลังชายหัวล้านเลี่ยนผู้เป็นบิดา  ส่วนกระเป๋านั่นให้ดิฉันช่วยถือนะเจ้าคะ

 

                เด็กหนุ่มได้แต่หน้าแดงเขินอายกับสาวสวยตรงหน้าจนพ่อเข้ามากอดคอเจ้าลูกชายแล้วพูดแทน

 

ไม่เป็นไรหรอกครับคุณผู้หญิง  งานหนัก ๆ แบบนี้ปล่อยให้เจ้าลูกชายผมจัดการน่ะดีแล้ว  ให้มันทำอะไรเป็นในชีวิตบ้าง  ไม่งั้นผมไม่เอามันมาด้วยหรอกครับ  ชายหัวล้านผู้เป็นบิดากล่าวพลางขยี้หัวเจ้าลูกชายที่บ่นอุบอิบกับตัวเองสองสามทีอย่างมันมือ

 

เจ้าค่ะ  ซีเรียพยักหน้าตอบรับก่อนจะหันไปกล่าวกับทุกคนด้วยรอยยิ้ม  ถ้าอย่างนั้นทุกท่านเชิญเดินตามดิฉันมาเลยเจ้าค่ะ

 

...........................

.............

.......

 

ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงยังพระราชวังที่ตั้งอยู่ริมหน้าผาสูง  ความชันของทางเดินทำเอาท่านทูตที่ใส่ชุดเต็มยศเหนื่อยหอบจนแทบจะล้มตกเนินไปเลย  กัปตันเห็นดังนั้นได้แต่แอบหัวเราะหึหึกับท่าทีที่ดูไม่จืดของท่านทูต

 

ส่วนเด็กหนุ่มผมทองนั้นแอบลอบชำเลืองแม่บ้านสาวจากเบื้องหลังมาตลอดเส้นทางก็เอ่ยปากกระซิบถามผู้เป็นบิดา

 

นี่พ่อ  เธอมาจากที่ไหนกันแน่ฮะ  ดูเหมือนเธอจะไม่ใช่คนธรรมดาเลยนะ 

 

ชู่... อย่าเสียมารยาทกับคุณผู้หญิงสิ คุณพ่อศีรษะโล้นกระซิบพร้อมตบกะโหลกเบาๆ ตอบ  แต่ว่าคุณเมดซีเรียก็ได้หันมาทางพวกเขาเรียบร้อยแล้ว

 

ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ  มันไม่ใช่เรื่องที่เป็นความลับอะไรหรอกเจ้าค่ะ  เมดสาวซีเรียกล่าว   ในอดีตดิฉันได้รับการช่วยเหลือจากชาวเกาะแห่งนี้ตอนเรือที่ดิฉันโดยสารแตกเมื่อห้าปีที่แล้ว  ซึ่งดิฉันเองก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากฝ่าบาทอย่างล้นพ้น  ดังนั้นดิฉันจึงตัดสินใจที่จะทำงานรับใช้เบื้องยุคลบาทตั้งแต่นั้นมาเจ้าค่ะ 

 

เอ๋  นึกว่าพี่สาวเป็นเจ้าหญิงของเกาะนี้ซะอีก เด็กหนุ่มโผลงพูดขึ้นมาด้วยความตกใจซึ่งก็ตามด้วยฝ่ามือพิฆาตของผู้บิดาตรงกลางศีรษะโทษฐานพูดจาไม่รู้จักกาลเทศะ

 

ไม่หรอกเจ้าค่ะ  ดิฉันไม่อาจเทียบได้กับพระศิริโฉมอันงดงามขององค์หญิงเตเต้ได้หรอก  อีกสักประเดี๋ยวพวกท่านคงจะได้พบเจ้าค่ะ 

 

เมดสาวซีเรียผู้ที่มีใบหน้างดงามราวกับนางฟ้าในภาพวาดยังมิอาจเทียบได้กับเจ้าหญิงของอาณาจักรนี้อีกหรือ  เจ้าหนุ่มน้อยคิดพลางจินตนาการว่าใครกันหนอจะสวยได้มากกว่าสาวใช้นางนี้  ถ้าจะมีใครงามกว่าเธอก็คงเป็นเทพธิดาตัวจริงเท่านั้น  ในจิตใจของหนุ่มผมทองเริ่มเพ้อฝันวาดภาพถึงเจ้าหญิงผู้มีศิริโฉมอันงดงามแห่งหมู่เกาะทะเลใต้ผู้เป็นเทพีของเหล่าท้องทะเลอันสง่างาม  ถ้าเป็นเช่นนั้นเขาคงไม่รีรอที่จะก้มลงบูชาองค์หญิงอย่างแน่นอน 

 

ถ้าไม่รังเกียจก็เชิญทุกท่านเลยเจ้าค่ะ เมดสาวกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มปลุกเจ้าหนุ่มตื่นจากความฝันพร้อมกับอ้าแขนเชิญแขกทั้งสี่เข้าสู่พระราชวัง 

 

เมื่อแขกบ้านแขกเมืองได้ยลโฉมภายในราชวังหลวงเบื้องหลังกำแพงดินเตี้ย ๆ ยิ่งทำให้พวกเขาต้องอ้าปากค้าง  ผู้คนส่วนใหญ่ย่อมคาดหวังว่า  ถึงแม้จะเป็นอาณาจักรบ้านนอกสักแค่ไหน  แต่สวนภายในราชวังอย่างน้อยย่อมจัดแต่งอย่างงดงามสมแก่เป็นหน้าตาของราชสำนัก 

 

ทว่าภาพตรงหน้าของทั้งสี่กลับกลับเป็นแปลงผักสวนครัวที่เรียงรายไปตามทางเดินหินสีน้ำตาล  อาคันตุกะทั้งสี่พร้อมด้วยผู้ดูแลสาวเดินผ่านร่องดินขุดเป็นแนวยาว  มีทั้งผักกาด กะหล่ำปลี หัวมัน และหัวไชเท้าอยู่เต็มไปหมด  ภายในสวนของพระราชวังนอกจากพวกเขาทั้งห้าคนแล้วดูเหมือนจะไร้ซึ่งผู้คน  ไร้วี่แววแม้แต่ทหารยามหรือบรรดาคนรับใช้ที่คอยเฝ้าดูแลเหมือนกับพระราชวังอื่น  

 

ท่ามกลางความเงียบเหงา  ในที่สุดพวกพวกเขาก็หยุดอยู่ตรงหน้าบานประตูไม้ประดับประดาด้วยเปลือกหอยและปลาดาวขนาดสองคนเดินผ่านเข้าไปได้  ระหว่างที่เมดสาวกำลังจะเอื้อมไปผลักประตู  ท่านทูตแห่งมหาจักรวรรดิก็เอ่ยปากห้ามไว้ก่อน

  

นี่แม่นาง  ผมคงจะไปเข้าเฝ้าองค์ราชาในสารรูปอย่างนี้ไม่ได้แน่  ท่านทูตจับชุดพิธีการอันเริดหรูของท่านที่บัดนี้เปียกโชกอย่างอนาถจิต  เจ้าช่วยจัดการทำอย่างไรก็ได้ให้เนื้อตัวแห้งเสียก่อนได้ไหม

 

งั้นเดี๋ยวดิฉันจะไปหาผ้ามาให้  โปรดรอสักครู่เจ้าค่ะ

 

เมดสาวก้มหัวให้กับท่านทูตอย่างนอบน้อมก่อนจะเดินถอยหลังหายไปจากสายตา  ปล่อยให้แขกทั้งสี่ยืนรออยู่ด้านนอกที่ร้างผู้คน

 

เมื่อซีเรียไม่อยู่  ท่านทูตมองไปรอบๆ พื้นที่อย่างหยามเหยียดพร้อมกับกล่าววิจารณ์ออกมาอย่างไม่เกรงใจ  ชิ... เนี่ยนะหรือเรียกว่าวังหลวง  คอกม้าที่คฤหาสน์ข้ายังจะดูดีกว่าเสียอีก!”

  

ท่านทูต  ระวังคำพูดท่านไว้ดีกว่าครับ  กัปตันเรือกล่าวเตือน  ถึงแม้ว่าคนส่วนใหญ่ของเกาะนี้จะฟังภาษาเราไม่รู้เรื่องก็เถอะ

 

ช่างมันปะไร  ถึงจะพูดไปก็ไม่มีใครได้ยินอยู่ดี...

 

ฮัดชิ้ว !

 

แต่ก่อนที่ท่านทูตจะได้กล่าวจบ  เสียงจามฮัดชิ้วก็ดังมาจากด้านหลัง   ท่านทูตหันควับไปมองด้วยความแปลกใจเพราะตอนแรกไม่คิดว่ามีใครอยู่แถวนี้ตั้งแต่แรก

 

ปรากฏว่านอกจากพวกเขาทั้งสี่แล้ว  ยังมีเด็กสาวผิวแทนอีกคนหนึ่งกำลังนั่งก้มหน้าก้มตาขุดหัวมันอยู่ตรงบริเวณไม่ห่างจากบริเวณที่พวกเขายืนอยู่สักเท่าไหร่   เส้นผมสีดำหยิกของเธอถูกรวบไว้ยาวลงไปถึงกลางหลังเปรอะเปื้อนเต็มไปด้วยฝุ่น  เสื้อผ้าและเนื้อตัวของเธอมอมแมมไปด้วยฝุ่นและขี้ดิน  ข้างตัวเธอนั้นมีหัวมันสามถึงสี่หัววางอยู่  ดูท่าทางสาวน้อยนางนี้จะเป็นคนสวนของที่กระมัง  ท่านทูตคิด

 

หึ  ก็แค่คนทำสวนคนหนึ่ง  ถึงยังไงพวกบ้านนอกพวกนี้คงจะไม่เข้าใจภาษาอันสูงส่งของเราหรอก ท่านทูตละสายตาจากแม่นางคนสวนผู้นั้นราวกับเป็นก้อนดินอันไร้ค่า  แต่กัปตันนั้นกลับมองดูสาวน้อยผู้นั้นอย่างแปลกใจพลางหัวเราะหึหึเหมือนกับเขารู้อะไรบางอย่าง

 

เวลาผ่านไปสักพัก  แม่บ้านซีเรียก็ยังไม่ปรากฏตัว  ท่านทูตเริ่มเดินไปมาด้วยความหงุดหงิด  ผสมกับความร้อนระอุของยามสายยิ่งทำให้อารมณ์ร้อนรนขึ้นไปอีก

 

ยายเมดนั่นหายไปไหนเนี่ย  หายไปตั้งนานแล้วยังไม่โผล่มาสักที  นอกจากยายนั่นแล้วที่นี่ไม่มีปัญญาจ้างคนอื่นหรือไงกัน

 

ท่านทูตเดินวนไปมาจนกระทั่งไปหยุดตรงบริเวณที่สาวน้อยกำลังขุดหัวมันอย่างสบายอารมณ์ 

 

นี่ยายหนู  ท่านทูตยืนคร่อมศีรษะเด็กสาวพลางกล่าวทักออกไปด้วยวาจาโอหัง  ช่วยไปตามยายคนรับใช้คนนั้นมาให้ทีสิ

 

เด็กสาวขุดมันเงยศีรษะขึ้นมามองกับผู้มาเยือน  นัยน์ตาสีฟ้าอันคมคายที่ใสราวกับท้องทะเลบนใบหน้าที่เปรอะเปื้อนขี้ดินผู้ที่มารบกวนการขุดมันด้วยความรำคาญ  ดูจากลักษณะร่างกายที่ยังขาดส่วนโค้งเว้าอันเป็นสัญลักษณ์ของอิสตรีบ่งบอกถึงความเยาว์วัยของหล่อน 

 

เด็กสาวจ้องดูท่านทูตสักครู่ก่อนจะถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย  กลับไปก้มขุดหัวมันต่อโดยไม่สนใจท่านทูตแม้แต่น้อย

 

ท่านทูตผู้ยิ่งใหญ่โดนเด็กสาวทำสวนดูแคลน!  นั่นเป็นสิ่งที่ท่านทูตผู้เป็นตัวแทนของมหาจักรวรรดิอันยิ่งใหญ่รับไม่ได้เป็นอย่างยิ่ง 

 

ท่านทูต  ท่านเป็นคนกล่าวมาเองไม่ใช่หรือว่าเธอคงไม่เข้าใจภาษาที่พวกเราพูดน่ะ  กัปตันเรือกล่าวออกรับหน้าแทนเด็กสาว  ส่วนบุรุษหัวล้านและบุตรชายต่างยืนมองสถานการณ์ตรึงเครียดอยู่ห่างๆ

 

นี่มันอาณาจักรบ้าอะไรกันเนี่ย!  นี่องค์จักรพรรดิทรงอุตส่าห์ส่งคนระดับฉันมาเจริญสัมพันธไมตรีด้วย  แล้วนี่เป็นวิธีการต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองของพวกบ้านนอกอย่างนั้นหรือ?”

 

ระหว่างที่ท่านพูดนั้นไม่ได้สังเกตเลยว่าสาวน้อยขุดมันกำพลั่วแน่นพลางกัดฟันกรอด ๆ ด้วยความไม่สบอารมณ์เป็นอย่างยิ่ง    

 

หึ... องค์ราชาของอาณาจักรนี้เองคงจะชั้นต่ำไม่ต่างจากพวกบ้านนอกพวกนี้หรอก!”

 

ระหว่างที่ท่านทูตกำลังสบประมาทพระราชาของเกาะอยู่นั้น  เท้าของเขากลับไปเหยียบหัวมันที่สาวน้อยเพิ่งขุดออกมา 

 

และแล้ว  สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น...

 

ทุกอย่างมันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนแม้แต่ตัวท่านทูตกว่าจะรู้ตัวว่าถูกจับทุ่มซัมเมอร์ซอลหนึ่งตลบก็คือตอนที่ลงไปนอนกองอยู่กับพื้นเสียแล้ว  สาวน้อยขุดมันยืนคร่อมหัวท่านทูตอย่างเหนื่อยหอบ  ใบหน้าอันเกรี้ยวกราดของหล่อนก้มมองยังท่านทูตที่นอนแผ่อยู่บนพื้นพลางยกนิ้วอันสั่นระริกชี้หน้า

 

แกจะใหญ่มาจากไหนชั้นไม่สน  แกจะสบประมาทใครฉันไม่ว่า  แต่อย่ามาแหยมกับอาหารเย็นของฉันโว้ย!”

 

น้ำเสียงใสแจ๋วของสาวน้อยพูดออกมาด้วยภาษากลางสำเนียงราชสำนักชัดเจน  ทั้งบุรุษหัวล้านและบุตรชายต่างยืนมองอย่างไม่เชื่อสายตา  ในขณะที่กัปตันยืนถอนหายใจประมาณว่าข้าได้เตือนท่านแล้ว แต่ท่านไม่ฟังเอง

 

น... นังนี่!”  ท่านทูตที่หมดสภาพไปแล้วแต่ปากท่านยังคงอวดเบ่งได้อย่างเป็นปกติ

 

ขอโทษที่ดิฉันมาช้าค่ะคือ.... 

 

ในจังหวะเดียวกัน  เมดสาวซีเรียก็กลับมาพร้อมผ้าผืนใหญ่สำหรับท่านทูต  แต่พอได้เห็นภาพตรงหน้าเธอก็หยุดชะงัก  จ้องมองสภาพสาวขุดมันที่ยืนหอบคร่อมเหนือศีรษะท่านทูตก่อนจะสรุปความได้อย่างรวดเร็ว  เธอถอนหายใจก่อนจะปั้นหน้ายิ้มแย้มเหมือนเดิม 

 

ซีเรียก้าวเท้าไปยืนข้างเด็กสาวราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น  ก่อนจะกล่าวคำพูดที่ทำให้ความฝันที่เจ้าหนุ่มวาดฝันเอาไว้แตกสลายอย่างไม่เป็นชิ้นดี  แม้แต่ตัวท่านทูตยังอ้าปากหวออย่างไม่เชื่อสายตา  ส่วนกัปตันเรือได้แต่หัวเราะเบาๆ ราวกับรู้ทุกอย่างตั้งแต่แรกแล้ว

 

ดิฉันขอแนะนำทุกท่านให้รู้จักเจ้าหญิงรัชทายาทอันดับหนึ่งแห่งราชวงศ์ตาลอสติเตสแห่งอาณาจักรหอยกาบ...

 

ซีเรียผายมือไปยังเด็กสาวขุดมันที่บัดนี้ยืนเกาหัวอย่างเซ็งอารมณ์

 

องค์หญิงเตเต้เจ้าค่ะ




@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

Edit Log: April 10th, 2008: แก้ "ยัย" เป็น "ยาย"
Edit Log: April 11th, 2008: แก้จากศตวรรษที่ 18 เป็น 17
Edit Log: April 12th, 2008: แก้คำผิด + แก้ไขรายละเอียดเล็กน้อย
Edit Log: May 4th, 2008: แก้จากเรือ caravel เป็น Sloop
Edit Log: May 6th, 2008: แก้คำผิดกับปรับแต่งคำเล็กน้อย
Edit Log: Sept 1st, 2008: แก้คำผิดเล็กน้อย
Edit Log: Sept 26th, 2008: แก้สำนวนเล็กน้อย + รายละเอียดทางเทคนิก
Edit Log: Nov 22th, 2008: แก้สำนวนเล็กน้อยรอบที่ล้าน
Edit Log: June 25th, 2011: มหกรรมรีไรท์บวกแก้สำนวน
Edit Log: June 13th, 2012: รีไรท์

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

556 ความคิดเห็น

  1. #522 Pearendless (@pear-narin) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 กันยายน 2556 / 05:03
    เจ้าหญิงหัวมัน -0-''
    #522
    0
  2. #456 rainy0_0 (@rainyyy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2554 / 12:07
    สนุกค่ะๆ เจ้าหญิงหัวมัน ว่าแต่ตอนนี้เจ้าหญิงอายุประมาณเท่าไหร่อ่าค่ะไรเตอร์
    #456
    0
  3. #452 นายศรา (@fledgeling) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2554 / 19:09
    ช่างเป็นเจ้าหญิงที่แนวได้ใจดีจริงๆแฮะ เหอๆ
    #452
    0
  4. #437 knock-up (@knock-up) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2554 / 03:32
     เอ้า... ยังดีกว่าหอยหลอด  หรือ เห็ดสด ล่ะน่า 555++

    ที่ว่าเจ้าหญิงงดงามมากนี่  หมายถึงงามตอนแต่งตัวแล้วใช่ไหมเอ่ย... ?

    แต่ก็สมเป็นผู้นำ  เพราะผู้นำที่ไม่รู้จักขุดมัน  จะเป็นผู้นำได้ยังไง ( งงมั้ย ? )

    มันฝรั่งน่ะ...  ได้ชื่อว่าเป็น " พระผู้ช่วยให้รอดชีวิต " เชียวนะ!!

    #437
    0
  5. #418 `sαι (@pretty-abcd) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2554 / 20:01
    เห ชอบจังแฮะ !
    #418
    0
  6. #404 +Jk' GUMIGU+ (@zennou-no-noa) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2554 / 13:48
     องค์หญิงแห่งอณาจักรหอยกาบ ฮ่าๆ
    ไรเตอร์หาข้อมูลมาดีจัง ประโยคบรรยายช่วงเวลากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในยุคสมัยนั้น
    #404
    0
  7. #214 Shmino (@Shmi) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มกราคม 2552 / 22:53
    ยอดมากขอรับ เข้ามาอ่านตอนแรก ก็รู้สึกถึงความสนุกที่จะตามมาตอนต่อไปแล้วขอรับ   น่ารักได้ใจจริงๆ เจ้าหญิงหัวมัน
    #214
    0