merMAID Princess!! เงือก เมด เจ้าหญิง ป่วน!

ตอนที่ 17 : วันเบาๆของเหล่าสาวน้อยในชุดผ้ากันเปื้อน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 991
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    18 เม.ย. 56

 

                อาณาจักรพ่อค้าอันมั่งคั่งถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางทางการค้าที่สำคัญระหว่างสองทวีปใหญ่  นอกเหนือไปจากสินค้าและเงินตราที่มีอัตราการแลกเปลี่ยนมูลค่ามหาศาลแล้ว  อาณาจักรพ่อค้ายังได้รับเอาทั้งวิทยาการ  แนวคิด  และศิลปะวัฒนธรรมหลากแขนงจากทั่วสารทิศ  รวมไปถึงผู้คนหลากหลายชาติพันธุ์ที่เดินทางมาตามเส้นทางการค้าจากแดนไกล  โดยเฉพาะการที่อาณาจักรพ่อค้าอันมั่งคั่งเป็นอาณาจักรที่ก่อตั้งขึ้นจากการอพยพของผู้ลี้ภัยจากการถูกกดขี่บนภาคพื้นทวีปตั้งแต่ครั้งอดีตกาล  ทำให้รูปแบบของประชากรในอาณาจักรนั้นเป็นการผสมผสานของคนจากหลายเผ่าพันธุ์

 

                ความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรม  ชาติพันธุ์  และประวัติศาสตร์ความเป็นมานี้เองที่ทำให้อาณาจักรพ่อค้าอันมั่งคั่งมีเอกลักษณ์โดดเด่นกว่าอาณาจักรอื่นใดในทวีปทางตะวันตก  และทำให้อาณาจักรพ่อค้าเป็นดั่งพื้นที่กลางที่เชื่อมความสัมพันธ์ของสองทวีปที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว  ซึ่งวิทยาลัยโซเฟียทั้งก็เป็นการตกผลึกของแนวคิดที่ต้องการเชื่อมสองโลกเข้าไว้ด้วยกัน

 

                ด้วยจิตวิญญาณที่ผสมผสานความหลากหลายจากสองทวีป  ทำให้อาณาจักรพ่อค้าเป็นสังคมที่ยอมรับความแตกต่างได้มากกว่าอาณาจักรอื่นบนทั้งสองทวีป  ส่งผลให้อัตราของพลเมืองผิวสีในอาณาจักรแห่งนี้สูงกว่าอาณาจักรใด ๆ ในซีกโลกตะวันตก  นโยบายของทางการยังเน้นย้ำถึงการยอมรับของเชื้อชาติที่เป็นชนกลุ่มน้อย  โดยเฉพาะเหล่าประชากรผิวสี

 

                ทว่าในตามความเป็นจริงนั้น —

 

                นี่  ยายลูกเจี๊ยบตรงนั้นนะ  ช่วยไปจัดการกับถังส้วมทีสิ

 

                จู่ ๆ สาวใช้รุ่นพี่ผิวขาวสามคนที่โผล่มาจากไหนก็มิทราบก็สั่งงานแก่รุ่นน้องผิวสีที่กำลังขัดเครื่องเงินอยู่   

 

                ต... แต่ว่า  คุณเมลิซซ่าสั่งให้พวกเราขัดเครื่องเงินอยู่นะคะ  หนึ่งในเด็กสาวผิวสีรวบรวมความกล้าทั้งหมดกล่าวออกมาด้วยสำเนียงกระท่อนกระแท่นตามแบบของเหล่าลูกหลานที่ชาวอาณาจักรพ่อค้าไปไข่ทิ้งไว้กับสาวพื้นเมืองตามอาณานิคมต่างๆ 

 

                แม้ว่าเด็กสาวจะกล่าวด้วยน้ำเสียงอันนอบน้อมเพียงใด  มันก็ไม่เคยทำให้เหล่ารุ่นพี่ผิวขาวแต่ใจดำเหล่านั้นพอใจได้เลย  สำหรับพวกหล่อนแล้วพวกผิวสีก็เหมือนกับลิงกัง  ไม่ต่างอะไรจากสัตว์เสียเท่าไหร่  เงียบปากไว้อย่าได้ยิงฟันขาวตัดกับสีผิวเป็นอันดีที่สุด

 

                พวกหล่อนกล้าเถียงพวกฉันตั้งแต่เมื่อไหร่กัน  หนึ่งในรุ่นพี่เอ่ยออกมาทำเอารุ่นน้องผู้นั้นก้มหัวตัวสั่นงันงกไป  เร็ว... ไปทำได้แล้ว  มีกันตั้งสามคนไปทำสักคนจะเป็นอะไรไป

 

                สาวรับใช้ฝึกหันทั้งสามต่างมองหน้ากันเลิกลั่กราวกับว่าใบหน้าของสหายข้างเคียงจะมีคำตอบเขียนอยู่  การที่ต้องไปทำความสะอาดส้วมที่มีสิ่งขับถ่ายอันไม่น่าอภิรมย์ยิ่งนักมันหมายความว่าต้องผจญกับกลิ่นเหม็นชวนอ้วกระหว่างยกถังที่เต็มไปด้วยอุจจาระออกมาจากบ่อ  แบกมันไปตามทางกว่า 500 เมตร  ก่อนจะเอาไปทิ้งยังที่ทำปุ๋ยคอกอันเหม็นเน่าหลังแปลงเพาะชำ  แถมยังไม่นับถึงกลิ่นอันแสนน่าอาเจียนจะติดตัวอยู่ทั้งวันอีกด้วย  มันจึงไม่แปลกเลยที่รุ่นพี่พวกนี้จะโยนงานให้รุ่นน้องต่ำชั้นกว่าทำ

 

                แต่ก่อนที่จะได้ว่าความอะไรกันต่อ  กลิ่นอาจมชวนคลื่นไส้ทำเอาสาวใช้รุ่นพี่ที่เพิ่งประกาศศักดาความเหนือกว่าต้องเอามืออุดจมูกทำหน้าเหยเกหมดมาดอย่างสิ้นเชิง

 

                ก็นึกว่าหายไปไหน  ที่แท้พวกพี่มาอู้อยู่ที่นี่เองเหรอคะ?  คำพูดภาษากลางสำเนียงชัดเจนราวกับเป็นเจ้าของภาษาเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับการปรากฎตัวของสาวน้อยผิวคล้ำร่างจิ๋ว  เธอชุดสาวใช้สีดำเข้มที่มิได้คาดผ้ากันเปื้อน  เส้นผมดำสนิทหยิกหยอยถูกรวบไว้ก่อนจะถูกปิดมิดชิดด้วยหมวกกลมสีขาว แขนเสื้อยาวถูกพับขึ้นอย่างลวกๆ เผยให้เห็นท่อนแขนอันเรียวบางที่สามารถถือถังไม้ขนาดใหญ่เกินตัว  แม้ว่าฝาจะปิดตัวถึงมิดชิด  มันก็ไม่อาจข่มกลิ่นชวนสลบที่โชยออกมา  ส่วนมืออีกข้างถือไม้พลองยาวที่เอาไว้ดึงเอาถังออกจากหลุม  นัยน์ตาสีฟ้าใสที่ดูไม่เข้ากับหน้าจ้องมองรุ่นพี่ทั้งสองอย่างเหนื่อยหน่ายโดยไม่มีทีท่าสะอิดสะเอียนต่อกลิ่นที่แบกมาแม้แต่น้อย...

 

                สาวใช้ผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากองค์หญิงเตเต้นั่นเอง

 

                อี๋~  ใครใช้ให้เอาเข้ามาในนี้กันเล่า  เอามันออกเดี๋ยวนี้ !”  หนึ่งในรุ่นพี่ตะวาดออกไปทั้งๆ ที่มือยังอุดจมูกอยู่  ทำให้น้ำเสียงอันแสนโอหังเมื่อสักครู่กลายเป็นดูขบขันเสียมิได้

 

                แม้จะมีเสียงคัดค้าน  เตเต้หาได้สนใจแม้แต่น้อย  เธอกลับขยับเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ พร้อมกับถังอาจมในมือ  ให้ตายสิ  อุตส่าห์ทำส่วนของฉันเรียบร้อยแล้วนะ  นึกว่าพวกพี่จะงานยุ่งเลยจัดการเอาส่วนของรุ่นพี่มาด้วย  ถ้ารู้อย่างนี้ไม่ทำให้เหนื่อยดีกว่า    

 

                แต่เหล่ารุ่นพี่ที่เคารพก็มิได้นึกขอบคุณความหวังดีของเตเต้เอาเสียเลย

 

                เอาออกไปให้ห่าง ๆ เลย  เหม็นไปหมดแล้ว !”

 

                โอ้ย  ไม่แบกแล้วล่ะค่ะ  พี่จัดการเองก็แล้วกัน  องค์หญิงทรงชูถังให้กับสาวใช้รุ่นพี่  เพียงเท่านั้นเมดสาวผิวขาวที่อวดอ้างความมีอารยะ  สำรวม  และสง่างาม  พลันต้องมีสีหน้าคลื่นไส้ทำปากคล้ายจะสำรอกออกมาเสียตรงนั้น    

 

                ในเมื่อรุ่นพี่ไม่ยอมรับสิ่งที่เป็นหน้าที่ของตน  เตเต้จึงวางถังไว้ตรงหน้า  แต่ดูเหมือนจะวางกระแทกมากไปหน่อย  เศษขับถ่ายในถังจึงกระฉอกจากฝาเปื้อนชายกระโปรงของรุ่นพี่ผู้โชคร้าย...

 

                พรวด...

 

ขนมปัง กับแฮมที่รุ่นพี่คนนี้แอบชิมในครัวเมื่อสักครู่ก็ล้นทะลักออกมาจากปาก  เปรอะเปื้อนพื้นที่เพิ่งทำความสะอาดไปไม่นาน  ส่วนรุ่นพี่อีกคนได้ถอยไปห่างโดยทิ้งให้สหายอ้วกแตกอ้วกแตนไปอยู่คนเดียว

 

                ก่อนที่จะมีคนอาเจียนไปมากกว่านี้  เสียงย่ำเท้าวิ่งด้วยความเร็วสูงตรงดิ่งมายังห้องเก็บเครื่องเงินที่เป็นทั้งสถานที่เกิดเหตุและต้นตอของกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ 

 

เมลิซซ่า  ครูฝึกสาวผู้เจนจัดสาวเท้าเข้ามาด้วยสีหน้าโมโหและเหม็นสะอิดสะเอียนปะปนกันไป

 

                นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ย !” 

 

ทว่าเมื่อหล่อนเห็นสิ่งที่เตเต้นำมาวางไว้กับพื้น  เมลิซซ่ามีอันต้องผงะถอยหนีไปก้าวหนึ่งพลางยกมือขึ้นมาอุดจมูก 

 

อึ๋ย ~ ใครดันทะลึ่งเอาถังของเสียขึ้นมาบนนี้  เอาออกไปเดี๋ยวนี้เลย  เร็วเข้า !”

 

                เตเต้ยังมีทีท่าเฉยชาในขณะที่รุ่นพี่และเหล่าบรรดาลูกเจี๊ยบต่างมองหน้ากันเลิกลั่ก...

 

แน่นอนว่าไม่มีใครขยับสักคน 

 

                ย... ยายนั่นเป็นคนหิ้วเข้ามาค่ะ  สาวรุ่นพี่ที่เพิ่งอาเจียนชี้ไปยังองค์หญิงเตเต้

 

                ฉันแค่เอางานที่พวกรุ่นพี่ควรจะทำมาให้ถึงที่แค่นั้นเองนะคะ  เตเต้แย้ง

 

                กระนั้นเมลิซซ่าไม่คิดที่จะฟังคำแก้ตัวในตอนนี้

 

                โอ้ย~  จะรอช้าอะไรนักหนาเนี่ย  เมลิซซ่ามองทุกคนที่ดูเหมือนจะยังหยุดนิ่งไม่ไว้ติง  ครูฝึกแม่บ้านผมสีเงินเกาหัวแกรก ๆ อย่างหงุดหงิด  หล่อนเดาเหตุการณ์ทุกอย่างออกอย่างง่ายดาย  ก่อนที่จะเริ่มชี้นิ้วสั่งการเฉียบพลัน

 

ให้ตายสิ  ทริช  เอมี่  จัดการงานของตัวเองซะ

 

                แต่ว่า... 

 

                ไม่มีแต่  ฉันรู้นะว่าพวกเธอกะจะโบ้ยงานให้พวกรุ่นน้องทำนะ  จัดการกับงานที่ตัวเองควรจะทำเสีย...เดี๋ยวนี้!”  ท่าทีอันเด็ดขาดของเมลิซซ่ายังไม่สามารถจะเอาชนะความขยะแขยงที่มีต่อการที่ต้องสัมผัสถังขับถ่ายได้  ดังนั้นเมลิซซ่าจึงรีบคว้าไม้ด้ามยาวจากเตเต้  สอดเข้าระหว่างหูหิ้วของถัง  ก่อนจะตะโกนให้รุ่นพี่สองคนนั่นหามกันไปคนละด้าน  แต่เพราะความสูงที่ไม่เท่ากันทำให้ถังนั้นเลื่อนไปเมื่อไม้ข้างหนึ่งเตี้ยกว่าอีกข้าง  รุ่นพี่ทั้งสองต้องพยายามประคองไม่ให้กองของถ่ายไม่ให้มันหกใส่ตัวเอง  เวลาถังมันเริ่มเลื่อนเข้าใกล้พวกหล่อนก็จะพยายามยกให้ไม้อยู่สูงกว่าอีกปลายปล่อยให้มันไหลย้อนกลับไปอีกทางราวกับมุกตลกตามข้างถนน

 

                คอยดูเถอะ  ถ้าคุณเอนริก้ามาเมื่อไหร่ล่ะก็...

 

                บอกให้รีบไปเร็วสิ  เมลิซซ่าตวาดปานจะเตะเหล่ารุ่นพี่ที่เพิ่งกล่าวพึมพำให้ไปให้พ้น  ก่อนจะหันไปหาเหล่าลูกเจี๊ยบทั้งสาม  มาธ่า  เคกี้  เมอร์ทิล  พวกเธอรีบไปเปิดหน้าต่างทุกบานเลย  แล้วก็ไปขนถ่านมาเยอะ ๆ ด้วย  เข้าใจไหม  ไม่งั้นพวกเราได้นอนทั้งกลิ่นนี้ทั้งคืนแน่  อ้อ... แล้วฝากเช็ดกองอ้วกนั่นด้วย

 

                ทั้งสามต่างพยักหน้าหงึก ๆ  ก่อนจะรีบแยกย้ายกันไปทำงามตามคำสั่ง  ในที่สุดผู้ที่เหลืออยู่ในห้องเหม็นตลบอบอวนเพียงสองคน  ส่วนเธอก็มาทางนี้  เมลิซซ่าไม่พูดพร่ำทำเพลง  ลากเตเต้ออกไปนอกอาคารริมสวนหย่อมที่ซึ่งอากาศระบายถ่ายเทมากกว่านี้  เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่ใครอยู่แถวนั้น  เธอจึงหันหาเตเต้ด้วยใบหน้าราวกับยักษ์มารตามรูปปั้นพื้นเมืองของเกาะหอยกาบไม่ผิดเพี้ยนเลย

 

                ให้ตายสิหล่อนใช้อะไรคิดกันแน่เนี่ย  เล่นเอาถังของเสียขึ้นมาบนอาคารนะ  เมลิซซ่าคาดคั้นความจริงจากเตเต้ ทว่าเจ้าหญิงน้อยเอาแต่หลบสายตา  เอ่ยแค่คำว่า  ขอโทษค่ะ เท่านั้น

 

                ถ้าคำขอโทษมันช่วยดับกลิ่นขี้ได้ก็ดีสิเมลิซซ่ากล่าวต่อพลางแอบเหลือบตามองโดยหวังว่าเด็กสาวหัวฟูจะสำนึกผิด  แต่หล่อนก็ยังทำเหมือนเดิม  คือเบือนหน้าหนี  เมลิซซ่าจึงได้แต่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายก่อนจะกล่าวเสียงที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด  พี่เข้าใจว่าต้องการจะช่วยเจ้าพวกลูกเจี๊ยบนั่น  แต่ขอได้ไหม  ขอแค่อย่าก่อปัญหาให้มากกว่านี้  แค่ตลอดห้าวันที่ผ่านมานี่เธอทำให้ผมหงอกเพิ่มไม่รู้กี่เส้นแล้ว  ถ้าขืนเป็นอย่างนี้ต่อไปพี่คงได้หัวขาวเหมือนมาดามเบียทริชก่อนสามสิบแน่เลย

 

                เป็นเวลาห้าวันแล้วที่เตเต้เข้ามาเป็นเด็กฝึกงานประจำโรงเรียนงานบ้านงานเรือนแห่งนครรัฐ  เป็นเวลาห้าวันที่เตเต้ก่อปัญหาขึ้นมาไม่เว้นแต่ล่ะวัน  นับตั้งแต่วันเข้าวันแรกที่พวกรุ่นพี่ผิวขาวเกิดหมั่นไส้เธอในฐานะรุ่นน้องที่ดันใช้เส้นสายเข้ามา  รุมล้อมเตเต้ในห้องเก็บของลับตาคนหวังจะสั่งสอนพระองค์เล็กน้อย  แต่กลายเป็นว่ากลุ่มรุ่นพี่โดนซัดซะหมอบกระแต  ร้อนไปถึงตัวเมลิซซ่าผู้รับผิดชอบโรงเรียนชั่วคราวในขณะนี้ที่ต้องสั่งลงโทษทั้งตัวรุ่นพี่และรุ่นน้องให้ทำความสะอาดส้วม  และเหตุการณ์กระทบกระทั่งอื่นอีกมากมายจนเมลิซซ่าไม่อยากจะจำ

 

                ก็เจ้าพวกรุ่นพี่จอมขี้เกียจนั่นทำไม่ถูกนี่นา  เอางานของตัวเองโยนให้รุ่นน้องทำอย่างนี้  ในที่สุดเตเต้ก็ยอมเปิดปากคุยกับเมลิซซ่า 

 

                แต่แค่มาบอกพี่ก็ได้

 

                แต่ว่าฉันไม่อยากเป็นจอมขี้ฟ้องนี่ค่ะ

 

                เมลิซซ่าได้แต่ถอนหายใจอีกเป็นรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่ทราบ  สำหรับครูฝึกเมดสาวแล้ว  เตเต้ก็เหมือนกับภาพสะท้อนของตัวเธอเองในวัยเยาว์ที่ตามมาหลอกหลอนในปัจจุบัน  เมลิซซ่าอดคิดไม่ได้ว่ามาดามเบียทริชที่เคยดูแลฝึกสอนหล่อนคงรู้สึกเช่นนี้แน่ ๆ ยามที่เธอก่อปัญหาไม่เว้นแต่ล่ะวัน 

 

                พี่ขอเถอะนะ  ทีหลังมีปัญหาอะไรให้มาบอกพี่ก่อน  เธอเองก็ไม่อยากให้ซีเรียต้องเป็นห่วงด้วยใช่ไหมล่ะ  ดูเหมือนการยกชื่อซีเรียขึ้นมาพูดจะได้ผล  เตเต้หันควับมาทางเมลิซซ่าทันที 

 

ทำหน้าอย่างนี้แสดงว่าเข้าใจแล้วใช่ไหม?

 

                เตเต้พยักหน้าตอบทำให้เมลิซซ่ารู้สึกวางใจไปได้เปลาะหนึ่ง  แต่อีกสิ่งที่เธอกังวลมากที่สุดรออยู่ในอนาคต  เวลาที่เอนริก้าผู้เป็นหัวหน้าครูฝึกแม่บ้านตัวจริงกลับมา  ได้แต่หวังว่าการมาของซีเรียจะพอให้เธอช่วยรับมือกับเจ้าหัวหน้าครูฝึกคนนี้ได้

 

                แต่ถึงอย่างไรพี่ก็ต้องทำโทษเธออยู่ดี  เมลิซซ่าเริ่มกล่าวเสียงกร้าวขึ้น  งดมื้อเย็นวันนี้  และล้างส้วมต่ออีกเดือน!”

 

                เตเต้เพียงแต่พยักหน้าตอบอย่างไม่ยี่หร่ะใด ๆ ทั้งสิ้น

 

                แล้วก็...  เมลิซซ่าเริ่มดมฟุดฟิดตามเนื้อตัวร่างบางก่อนลงท้ายสั่งอย่างเด็ดขาด  ไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้เลย  ให้ตายสิ  เธอทนกลิ่นตัวได้ไงเนี่ย!” 

 

                .....................................

                .........................

                ..............

                ......

 

                หลังจากการสรงน้ำอย่างยาวนาน  เตเต้ก็พบว่าเสื้อผ้าของตนได้หายสาบสูญอย่างไร้ร่องรอย  เหลือแต่เพียงสร้อยคอไข่มุกที่พระองค์ทรงสวมไว้ไม่เคยห่าง 

 

มันไม่ยากนักก่อนที่เตเต้พอจะเดาว่าเกิดอะไรขึ้น  เนื่องจากเมื่อไม่กี่วันก่อนเสื้อตัวก่อนก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยเช่นนี้หลังจากเหตุการณ์เผชิญหน้ากับพวกรุ่นพี่นั้นไม่นาน  ก่อนจะถูกพบวันต่อมาในสภาพรุ่งริ่งจนผ้าขี้ริ้วยังอาย 

 

                ในเมื่อไม่มีเสื้อใส่  องค์หญิงก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากร่างในผ้าเช็ดตัวผืนเล็กเดินโทง ๆ ไปตามทางเดินที่หนาวเย็น   ร่างน้อย ๆ สั่นเทาอย่างน่าสงสารยามเมื่อต้องลมจากหน้าต่างที่เปิดระบายอากาศ  แต่ความเย็นภายนอกนั้นดูเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไฟแค้นที่สุมอยู่ในใจ  เตเต้นั้นไม่รู้สึกอับอายกับสภาพกึ่งเปลือยเช่นนี้หรอก... ก็เล่นแก้ผ้าว่ายน้ำต่อหน้าซีเรียอยู่ทุกวี่ทุกวันอยู่แล้วนี่นา  แต่สิ่งที่ทำให้เตเต้คับแค้นยิ่งกว่ามีท่านทูตโอหังจากต่างแดนมาเหยียบอาหารเย็นคือ...

 

                เสื้อผ้าพวกนั้นมันแพงนะ !”  

 

                ถึงแม้จะเป็นเสื้อผ้าสาวใช้ธรรมดา  แต่เงินแต่ล่ะเหรียญ  ตั๋วพันธบัตรแต่ล่ะใบคือตัวแทนของเลือดเนื้อและหยาดเงื่อของชาวเกาะทั้งสิ้น  หาได้มีไว้สำหรับใช้สอยอย่างสุรุ่ยสุร่าย  การกระทำของเจ้าพวกที่กลั่นแกล้งเตเต้เช่นนี้ถือเป็นการหยามความพยายามของคนทั้งเกาะด้วย

 

                โชคยังดีที่ช่วงเวลานี้บรรดาพ่อบ้านแม่บ้านฝึกหัดต่างถูกเรียกไปที่วิทยาลัยโซเฟียเนื่องมาจากต้องต้อนรับเหล่านักเรียนใหม่ที่เริ่มทยอยกันมาในช่วงนี้  ดังนั้นตัวอาคารจึงแทบจะร้างผู้คน  ถึงกระนั้นก็ตามก็ยังมีแม่บ้านฝึกหัดอย่างองค์หญิงกับเหล่าลูกเจี๊ยบทั้งสามที่ต้องอยู่เฝ้าสถานที่  และก็ช่างเป็นเรื่องบังเอิญเหลือเกินที่หนึ่งในสามลูกเจี๊ยบนั่นเดินผ่านมาพอดี 

 

ถึงจะต้องโดนอะไรมามาก  แต่อย่างน้อยพอได้เห็นบรรดาผองเพื่อนเช่นนี้ก็พลางทำให้รู้สึกว่าสิ่งที่ทำไปก็ไม่เสียเปล่าเลยทีเดียว  อย่างน้อยเตเต้ก็ได้ทำในสิ่งที่เชื่อว่าถูกต้อง

 

                เป็นไงบ้าง

 

                ทว่าสาวใช้ฝึกหัดผิวคล้ำที่ชื่อ เมอร์ทิล  กลับมองเตเต้ด้วยสายตาหวาด ๆ ก่อนเดินจากไปโดยทำเหมือนแสร้งว่าคำพูดของเตเต้เป็นเพียงแค่สายลม  

 

                เจ้าหญิงเตเต้ได้แต่ยืนค้างอยู่ตรงนั้น  นัยน์ตาก้มมองพื้นไม้มันวาวที่เพิ่งขัดไปเมื่อวานราวกับจะเจอแผนที่มหาขุมทรัพย์อย่างนั้นโดยไม่สนลมหนาวที่เริ่มพัดแรงขึ้นอย่างผิดธรรมดาแม้แต่น้อย

 

                เตเต้  ทำไมมายืนตัวเปล่าอยู่ตรงนี้ล่ะคะ

 

                เมื่อเตเต้หันไปทางต้นเสียงก็ต้องพบกับเมดสาวซีเรียกำลังรีบจ้ำเท้าเข้ามาหาด้วยความเป็นห่วง  ถึงแม้ซีเรียจะยังไม่ได้เข้ามาทำงานที่โรงเรียนแห่งนี้  แต่หล่อนก็มักจะหาเวลาว่างเพื่อมาเยี่ยมองค์หญิงอยู่เสมอ

 

 และวันนี้ก็ไม่ต่างจากวันอื่น  คือต้องมีเรื่องอะไรให้ซีเรียต้องกลุ้มใจอยู่เรื่อย

 

                ไม่มีอะไรหรอก  แค่รู้สึกว่าอากาศมันเย็นดีเลยอยากเดินตากลมหน่อยเตเต้ตอบทั้งรอยยิ้มที่อดกลั้น

 

                ตากลมอะไรตัวเปล่าอย่างนี้ล่ะ ซีเรียรีบถอดเสื้อคลุมมาสวมให้องค์หญิงน้อย  แล้วเสื้อผ้าหายไปไหนคะ?

 

                เตเต้มิได้ตอบ  ปล่อยให้ซีเรียต้องสวมบทบาทนักสืบจำเป็นมาวิเคราะห์เหตุการณ์จากสีหน้า  ซึ่งมันก็ไม่นานก่อนที่ซีเรียจะโผลงออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายใจว่า  อีกแล้วหรือเนี่ย 

 

                ช่างมันเถอะ  ตอนนี้ฉันไม่มีอารมณ์จะเล่า  เตเต้ตอบ  ปล่อยให้ซีเรียต้องกลุ้มใจต่อไป

 

                ระหว่างเดินทางนั้นเองเตเต้ก็ต้องผ่านเหล่ารุ่นพี่ทั้งสองที่แอบหัวเราะคิกคักถากถางสภาพดูไม่จืด  แน่นอนว่าถ้าซีเรียไม่อยู่ด้วยป่านนี้พระองค์คงกระโจนเข้าไปตะลุมบอนสองคนนั่นแล้วรู้แล้วรู้รอดไปเลย  ถึงจะไม่มีหลักฐานก็เถิด  แต่ท่าทางราวกับว่ารู้อยู่แล้วอย่างนั้นมันก็ไม่ผิดอะไรกับบอกกลาย ๆ หรอกว่าตูเองล่ะเป็นคนทำ

 

                แน่จริงลองมาเจอกันซึ่ง ๆ หน้าสิ  แม่จะสั่งสอนเสียให้เข็ดหลาบไปเลย  แต่ตอนนี้องค์หญิงน้อยได้แต่เก็บเสียงที่ร่ำร้องนั้นไว้ในอก  ฝากไว้เอาคืนในวันข้างหน้าทีหลัง

 

                ถึงเตเต้จะแก่นแก้วแค่ไหนก็เถิด  แต่ก็น่าจะรู้จักขอบเขตบ้างหน่อยนะคะ  ดิฉันเองก็ช่วยไม่ได้ตลอดด้วย  ซีเรียกล่าวระหว่างสวมเสื้อสาวใช้ให้กับองค์หญิงภายในห้องพักส่วนตัวของเตเต้ที่ได้รับช่วงต่อจากเหล่าลูกเจี๊ยบที่ถูกหัวหน้าสาวใช้คนปัจจุบันไล่ออกไป

 

                ซีเรียเองก็จะเป็นเหมือนคนอื่น ๆ ด้วยงั้นเหรอ  องค์ถามอย่างน้อยใจ  ใช่สิ  ฉันมันก็แค่ตัวก่อปัญหา  จะทำอะไรก็ไม่มีใครเห็นคุณค่า

 

                ซีเรียได้ยินเช่นนั้นจึงยิ้ม ออกมา  ก่อนจะไปควานหาหวีมาสางผมของเตเต้ที่พันเป็นสังกะตัง  ดิฉันได้ฟังเรื่องทั้งหมดจากเมลิซซ่ามาแล้วล่ะค่ะ  ถึงแม้ดิฉันจะเข้าใจความรู้สึกของเตเต้อยู่  แต่การเอาถังของเสียมาเนี่ย...  ดิฉันว่ามันก็เกินไปหน่อยนะคะ

 

                องค์หญิงน้อยหัวยุ่งยังเงียบต่อ

 

                ถึงอย่างไรก็ตาม  ที่ดิฉันเป็นห่วงมากที่สุดคือสวัสดิภาพของเตเต้นั่นล่ะค่ะ  อย่างน้อยก็อย่าทำให้ดิฉันเป็นห่วงไปมากกว่านี้เลยนะคะ

 

                ไม่มีคำตอบจากเตเต้  ซีเรียจึงได้แต่สางผมต่อไปโดยไม่มีการพูดจากันอีก  จนสุดท้ายก่อนซีเรียจะขอตัวกลับ  เตเต้จึงได้เอ่ยปากกล่าวกับซีเรียว่า

 

                นี่ซีเรีย  ฉันขอโทษด้วยที่ทำให้เป็นห่วง....

 

                ไม่เป็นไรหรอกค่ะ  แค่เตเต้รู้ตัวก็ดีแล้ว  ซีเรียยิ้ม  แต่ว่าอย่างไรเสียเตเต้ก็ต้องอดมื้อเย็นเป็นการลงโทษอยู่ดีนะคะ

 

                หลังจากซีเรียปิดประตูเป็นที่เรียบร้อย  เตเต้จึงทำได้เพียงแค่กัดริมฝีปากอย่างเจ็บพระทัย

 

ให้ตายสิ  ดันรู้ทันเสียอีก

 

......................

...............

........

....

 

                มันใช้เวลาไม่นานก่อนที่ ท้องจะส่งเสียงโอดครวญร้องขอ  อาหาร  อาหาร  อย่างไม่รู้จักเบื่อ  แม้เสียง กร๊อก ๆ มันจะน่ารำคาญเสียเพียงใด  มันก็ไม่ทรมานเท่ากับความรู้สึกยามน้ำย่อยเริ่มตั้งหน้าตั้งตาย่อย กระเพาะอาหารแทนที่อาหารหรอก   

 

                ภายหลังจากที่ซีเรียกลับไปแล้วเตเต้ก็ต้องถูกใช้งานเยี่ยงทาสเป็นหนึ่งในการลงโทษ  ซึ่งหลังจากเสร็จงานแล้วเตเต้ก็โซซัดโซเซหมอบกระแตบนเตียงอย่างหมดแรง  เหนื่อยก็เหนื่อย  หิวก็หิว  เตเต้อยากจะถามเหลือเกินว่าจะมีอะไรทรมานไปมากกว่านี้ไหม

 

                ระหว่างนั้นเองก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นมา  ปลุกให้เตเต้ตื่นจากห้วงความคิดฟุ้งซ่านส่วนตัว  เจ้าหญิงรัชทายาทแห่งอาณาจักรหอยกาบในสภาพอิดโรยเดินไปเปิดประตูอย่างเชื่องช้าราวกับซอมบี้  พลางบ่นอุ่บอิบว่าใครดันมารบกวนในตอนนี้  ถ้าเป็นเจ้าพวกรุ่นพี่นั่นมาหาเรื่องอีกล่ะก็เธอคงจับพวกนั้นมาย่างกินแทนอาหารมื้อเย็นซะเลย

 

                ทว่าเตเต้กลับพบผู้ใดที่หน้าประตูเลย  แต่ก่อนที่จะด่วนสรุปเอาว่าเป็นพวกที่คิดจะแกล้งตนอีกแล้ว  นัยน์ตาสีน้ำเงินพลางเหลือบไปเห็นห่อกระดาษอันใหญ่วางอยู่ตรงปลายเท้า  เมื่อเปิดห่อกระดาษก็พบกับแท่งขนมปังอันโตพร้อมแยมสตรอเบอรี่หวานฉ่ำ  เพียงแค่ได้กลิ่นหวานอมเปรี้ยว  น้ำลายก็ไหลเยิ้มออกมาไม่หยุด 

 

ในที่สุดก็รอดตายแล้ว ! 

 

                นอกเจากขนมปังและแยมแล้ว  ข้างในห่อผ้ายังมีเศษกระดาษเล็ก ๆ ที่มีข้อความสั้น ๆ แนบไว้ด้วย  มันเขียนด้วยตัวอักษรภาษากลางขยุกขยุยเหมือนเด็กหัดเขียน  แต่มันแทบจะทำให้น้ำตาไหลซึมพร้อมกับน้ำลายที่ไหลยืดไปตามกลิ่นตรอเบอรี่

 

                มันเขียนว่า.... 

 

                ขอบคุณ           
 


@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

Edit Log: Sept 5th, 2008: จบตอนหลังจากดองมานาน
            Edit Log: Sept 6th, 2008: แก้คำผิดเล็กน้อย
            Edit Log: Sept 7th, 2008: แก้สำนวนหนึ่งจุด + ลองดูว่ารูปดิสเพลย์ใหม่จะขึ้นรึเปล่า
            Edit Log: July 2nd, 2011: มหกรรมรีไรท์


            Edit Log: April 18th, 2013: รีไรท์
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

556 ความคิดเห็น

  1. #529 Pearendless (@pear-narin) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 กันยายน 2556 / 07:04
    :))  เหมือนจะได้เพื่อนนะ ^^
    #529
    0
  2. #278 crazyrabbit- (@crazyrabbit-) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 เมษายน 2552 / 19:17

    >O< สนุก

    แต่โอ๊ยยย ไม่ไหวแล้ว อ่านจนตาแฉะ~O~

    #278
    0