merMAID Princess!! เงือก เมด เจ้าหญิง ป่วน!

ตอนที่ 15 : จะขี่ม้า ขึ้นเรือ นั่งรถไฟ หรือบินไปกับนกแอร์มันก็ถึงที่หมายเหมือนกันล่ะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,020
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    17 เม.ย. 56

                ซีเรียเดินนำเจ้าหญิงน้อยลัดเลาะไปตามริมตลิ่งไปอย่างคุ้นเคยจนมาหยุดอยู่หน้าอาคารที่ดูคล้ายกับคฤหาสน์ของคหบดีหลังหนึ่งที่รายล้อมด้วยรั้วเป็นซี่แซมด้วยพุ่มไม้ดอก  ส่วนหน้าประตูมีทหารยามยืนเฝ้าอย่างเบื่อหน่าย

 

                เตเต้หันมามองหน้าเมดสาวส่วนตัวเป็นการเชิงถามว่าสถานที่นี้คือที่ไหน

 

นี่เป็นโรงเรียนเก่าของดิฉันเองค่ะ

 

โอ้... คฤหาสน์หลังนี้นะเหรอ 

 

เปล่าค่ะ  นั่นเป็นที่พำนักประจำตำแหน่งของเจ้าเมือง  ซีเรียปฏิเสธอย่างนุ่มนวล  พลางผายมือไปยังตัวอาคารอีกหลังที่อยู่ลึกเข้าไป  ส่วนโรงเรียนอยู่ถัดไปอีกหน่อยค่ะ 

 

เตเต้พยายามจะชะเง้อมองตาม  แต่ด้วยขนาดร่างกายอันกระทัดรัดทำให้องค์หญิงน้อยมองอะไรไม่เห็นนอกไปจากกำแพงสูง ๆ  

 

เราไปข้างในกันเถอะค่ะ  ซีเรียกล่าวก่อนเดินนำเข้าไปข้างใน 

 

เอ๋  แล้วยามล่ะ 

 

เตเต้มองยามหนุ่มด้วยความลำบากใจ  ทว่าซีเรียกลับเดินผ่านคุณยามไปอย่างง่ายดาย  โดยที่เมดสาวเพียงส่งยิ้มทักทายที่ทำให้สีหน้าทหารยามดูแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

 

องค์หญิงน้อยเห็นดังนั้นจึงรีบสาวเท้าตามซีเรียเข้าไป  พลางเหลือบมองทหารยามอย่างเกร็ง ๆ แต่ดูเหมือนว่าทหารยามหนุ่มจะยังคงเคลิบเคลิ้มกับรอยยิ้มของซีเรียจนไม่ได้สนใจว่าเธอจะเดินตามเข้าไปด้วย

 

เตเต้รีบย่ำเท้าเข้าไปเดินเทียบกับเมดสาวอย่างประหลาดใจ

 

เห?  ทำไมยามที่นี่ปล่อยเราเข้ามาง่ายจัง 

 

สงสัยเพราะชุดที่ดิฉันสวมอยู่ละมั้งคะ

 

ชุด?” 

 

เตเต้สำรวจซีเรียอย่างถี่ถ้วนอีกครั้ง  แต่นอกจากชุดเมดที่ซีเรียสวมใส่แล้วก็ไม่เห็นมีอย่างอื่นพิเศษเลย

 

ซีเรียยิ้มตอบอย่างเอ็นดู

 

เอาเป็นว่า  เดี๋ยวก็ทราบเองล่ะค่ะ

 

หลังจากเดินผ่านสวนที่อ้อมอาคารหลักไป  ในที่สุดทั้งสองก็มาถึงตัวอาคารที่ซีเรียกล่าวถึงในตอนแรก  

 

ที่นี่เหรอ ?

 

ค่ะ  ที่นี่ล่ะค่ะ

 

ตัวอาคารไม่เชิงว่าจะซอมซ่อมากมายแต่มันดูไร้ราศีไม่รู้สึกเหมือนโรงเรียนตามที่องค์หญิงเคยอ่านในหนังสือเลย  ถึงแม้ตัวอาคารจะถือใหญ่กว่าเมื่อเทียบกับอาคารอื่นในอาณาจักรหอยกาบ  ซึ่งการที่เตเต้ได้เที่ยวตระเวนไปตามวิทยาลัยหลายแห่งก็ทำให้พอจะจินตนาการภาพคร่าวๆ ของสิ่งที่เรียกว่าวิทยาลัยหรือโรงเรียนได้  

 

ทว่าสำหรับสถานที่นี้แล้ว  เตเต้อยากจะเรียกมันว่าห้องเก็บของเสียมากกว่า

 

แล้วโรงเรียนนี้มันสอนเกี่ยวกับอะไรหรือ?  องค์หญิงเงยหน้ามองป้ายที่เขียนด้วยภาษาอาณาจักรพ่อค้าอันมั่งคั่งที่อ่านไม่ออก

 

คิดว่าดิฉันมีอาชีพอะไรล่ะคะ ?”    

 

ถัดลงมาจากตัวอักษรของอาณาจักรพ่อค้าเป็นตัวอักษรของภาษากลาง  มันเป็นตัวอักษรสีทองเล็ก ๆ เขียนกำกับตัวอักษรข้างบนอย่างชัดเจนว่า—

 

โรงเรียนงานบ้านงานเรือนแห่งนครรัฐพ่อค้าอันมั่งคั่ง

 

งั้นวิธีที่ว่าก็คือ

 

 หวังว่าจะยังมีคนที่ดิฉันรู้จักเหลืออยู่นะคะ ซีเรียกล่าวด้วยรอยยิ้ม 

 

..........................................

..............................

..................

.......

 

นี่ฉันไม่ได้เจอซีเรียมานานแค่ไหนแล้วละนี่ 

 

ถ้านับจากวันที่ฉันจบออกไปก็แปดปีแล้วเห็นจะได้ ซีเรียตอบ

 

                คู่สนทนาของซีเรียในตอนนี้คือหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกันชื่อ เมลิซซ่า  เป็นสหายเก่าของซีเรียเมื่อครั้นแม่บ้านสาวยังฝึกฝนตนอยู่ ณ โรงเรียนแห่งนี้  

 

จุดเด่นของสาวใช้ผู้นี้อยู่ที่ไฝเสน่ห์สีดำเด่นริมปากตัดกับผิวขาวซีด  เส้นผมสีเงินสกปรกยาวม้วยเกล้ารวบไว้ด้านหลังอย่างเรียบร้อย  และหน้าอกที่แบนราบ  ไร้ซึ่งส่วนโค้งนูนใด ๆ ทั้งสิ้น  หล่อนสวมเสื้อสาวใช้กระโปรงบานสีดำคาดผ้ากันเปื้อนสีขาวที่ดูเป็นธรรมชาติกว่าเครื่องแบบที่ซีเรียสวมใส่ 

 

ความจริงแล้วเมลิซซ่าผู้นี้จัดว่าเป็นคนที่หน้าตาดูไม่เลวเลยทีเดียว  เพียงแต่พอมายืนอยู่ข้างเคียงผู้ที่งามเลิศอย่างไม่ธรรมดาเช่นซีเรียแล้ว  ความงามของหล่อนก็เหมือนกับแสงหิ่งห้อยที่โดนแสงจันทร์กลับเสียจนสนิด    

 

                นับว่าเป็นโชคดีอยู่บ้างขององค์หญิงที่ซีเรียยังพอจะมีคนรู้จักอยู่ในนี้  ทันทีที่ทั้งสองได้พบหน้า  เมลิซซ่าก็แทบจะรีบวิ่งเข้ามากอดซีเรียอย่างแช่มชื่นราวกับภรรยาได้พบกับสามีที่ออกเรือไปเป็นเวลานาน  และหล่อนก็ไม่รอช้าที่จะเชิญทั้งสองเข้ามาในห้องรับรองแขกข้างในโรงเรียน

 

                เมล  เธอเป็นคนสุดท้ายที่ฉันจะนึกถึงเวลากลับมาที่โรงเรียนเลยนะ  ไม่น่าเชื่อเลยว่าสาวจอมแหกกฎอย่างเธอจะกลายมาเป็นครูฝึกได้  ซีเรียกล่าวหลังจากดื่มน้ำเสร็จแล้ว

 

                อย่าว่าแต่เธอเลย  แม้แต่ฉันเองก็ไม่นึกเหมือนกันว่าสุดท้ายต้องมาติดแหง็กอยู่ที่นี่  เงินเดือนก็น้อยกว่าทำข้างนอก  แถมยังต้องพ่วงการสอนพวกลูกเจี๊ยบใหม่นั่นอีก  แต่ตอนนั้นงานมันยิ่งหายากอยู่  ฉันเลยตัดสินใจตอบรับคำเชิญของที่นี่อย่างไม่รีรอเลย  เฮ้อ...รู้สึกคิดผิดจริง ๆ  เมลิซซ่าบ่น

 

                งั้นดีแล้วที่ฉันไม่ตอบรับคำขอของที่นี่  ไม่งั้นเมลคงโดนฉันแย่งงานแน่เลย  ซีเรียกล่าวติดตลก

 

                หึ ๆ  ถ้าตอบรับแล้วจะเสียใจ  ฉันเองจนป่านนี้ยังโดนมาดามเบียทริชว่าเหมือนตอนฉันยังเป็นลูกเจี๊ยบอยู่เลย 

 

                หือ?  มาดามเบียทริชยังอยู่อีกเหรอ  ฉันนึกว่าป่านนี้เธอจะเกษียรไปแล้วเสียอีก

 

                ยังอยู่   เมลิซซ่ากล่าวอย่างเบื่อหน่าย  แต่ตอนนี้แก่งักเสียยิ่งกว่าสมัยก่อนอีก  งานหัวหน้าครูฝึกแม่บ้านเลยโยนให้ยายเอนริก้าทำนะ

 

                ซีเรียเลิกคิ้วแปลกใจทันทีที่ได้ยินชื่อนั้น

 

                เฮ้อ...ฉันเองก็ไม่เชื่อในตอนแรกที่เขาประกาศหรอก  แต่เธอก็น่าจะรู้นี่ว่ายุคนี้พวกเซซิอารี่กำลังครองเมืองนะ แม้แต่ที่นี่ก็หนีอำนาจพวกนั้นไม่พ้น  มันก็ไม่แปลกหรอกถ้าแม้แต่คนอย่างยายเอนริก้าจะได้ตำแหน่งนะ  ฉันเองก็กลุ้มใจไม่หายเหมือนกัน  อย่างเมื่อเดือนที่แล้วมีพวกลูกเจี๊ยบที่เป็นคนผิวสีในการดูแลของฉันโดนยายนั่นไล่ออกไปตั้งสามคนแนะ  เมลิซซ่ายังบ่นต่อ  แล้วคิดดูต้องให้คนอย่างฉันทำงานร่วมกับยายนั่นเนี่ย  มันแย่ยิ่งกว่าต้องเจอผีเสียอีก  ถ้าไม่ติดว่ายังมีพวกลูกเจี๊ยบต้องคอยปกป้องฉันคงลาออกไปนานแล้วล่ะ                 

 

                กระนั้นซีเรียหาได้มีความกังวลกับสิ่งที่เมลิซซ่าเล่ามาแม้แต่น้อย  เธอกลับยิ้มหวานเมื่อได้ยินสิ่งที่สหายเก่ากล่าวมา

 

เมลิซซ่า... เธอนี่ไม่เปลี่ยนไปเลยนะ

 

                เมื่อได้ยินเช่นนั้นเมลิซซ่าก็มีสีหน้าดูดีใจขึ้นมาอย่างเสียไม่ได้

 

                แหม... ปากหวานอย่างนี้  ถ้าเธอเป็นผู้ชายฉันคงจับทำผัวแล้วล่ะ

 

                เปล่า... หมายถึงหน้าอกเธอนะ

 

                เพียงเท่านั้นใบหน้าของเมลิซซ่าก็แดงก่ำขึ้น  แถมยังทำสีหน้าให้ความรู้สึกว่าจะมีควันลอยออกมาจริง ๆ    

 

ส... เสียมารยาท  หาว่าหน้าอกฉันไม่เปลี่ยนแปลงอย่างนั้นเรอะ   ถ... ถึงเห็นอย่างนี้มันก็โตขึ้นมาเหมือนกันนะ  ใครกันเล่าจะใหญ่เป็นโคนมอย่างเธอล่ะยะ !”

 

ซีเรียได้แต่หัวเราะคิกคักกับท่าทีโวยวายของสหายเก่า  ก่อนจะยื่นหน้าไปกระซิบกระซาบอะไรบางอย่างกับเมลิซซ่าที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

 

ทันใดนั้น  ใบหน้าของเมดสาวผมเงินที่ตอนแรกดูแค่คล้ายมีควันลอยปุด ๆ ออกมา  คราวนี้ระเบิดปุ้งอย่างเขินอายสุดขีด  คล้ายกับสาวน้อยไร้เดียงสาที่สติกระเจิดกระเจิงยามได้ยินหนุ่มรูปงามพรอดรักด้วยคำพูดหน้าอาย

 

ส่วนประโยคที่ซีเรียเอ่ยออกมานั้น  องค์หญิงเตเต้คงไม่มีทางได้รับรู้ไปตลอดกาล

 

                ใจร้าย... ใจร้ายที่สุด  เธอเองก็ใจร้ายไม่เปลี่ยนเลย

 

                ซีเรียใช้เวลาอีกสักครู่ก่อนจะกล่อมให้เมลิซซ่าหายฟุ้งซ่านได้ในที่สุด

 

                ซีเรียนั่งเอนไปกับเบาะนั่ง  พลางจดจ้องไปยังสายตาของสหายเก่าอย่างถูกอกถูกใจ

 

                 แต่ฉันได้ยินอย่างนี้ก็พอหายห่วงหน่อยล่ะนะ ซีเรียยิ้มตอบ  ส่วนเมลิซซ่าเอามือปิดหน้าราวกับปิดบังความเขินอายไว้

 

                ช... เชอะ  ทำอย่างนี้มีเรื่องจะขอร้องฉันละสิ

 

                อื้อ  ฉันมาหาเธอเพราะมีเรื่องจะข้อร้องเธอนั่นล่ะ

 

                คราวนี้สายตาของเมลิซซ่าจ้องซีเรียเขม็ง  ราวกับพยายามจะให้แน่ใจว่านี่ไม่ใช่การแหย่เล่นของซีเรียแล้ว  ส่วนซีเรียยังคงนั่งมองสหายฝั่งตรงข้ามด้วยรอยยิ้มเหมือนเดิม

 

                ไม่ใช่เรื่องอะไรอันตรายนะ

 

                โอ้ย  ไม่เลย  ไม่เลยสักนิดเดียว

 

                แน่ใจนะ

 

                อื้อ  ไม่เหมือนกับคราวนั้นแล้วล่ะ

 

                หลังจากพิจารณาอยู่สักครู่  ในที่สุดเมลิซซ่าก็เช็ดคราบน้ำตาพลางยิ้มจาง ๆ ออกมา 

 

                ฉันจะช่วยเท่าที่ช่วยได้ก็แล้วกัน  ไหนบอกมาสิว่าต้องการอะไร 

 

                เมื่อได้คำตอบที่ต้องการ  เมดสาวผู้เลอโฉมก็ตบบ่าของเตเต้เป็นการปลุกองค์หญิงน้อยจากห้วงนิทรายามเย็น 

 

ฉันอยากฝากคุณหนูข้างๆ นี่เข้าเรียนหน่อยนะ  ถ้าคนเป็นตำแหน่งครูอย่างเธอน่าจะฝากลูกเจี๊ยบเพิ่มได้อีกสักคนหนึ่งนะ

 

                หือ  เด็กคนนี้นะเหรอ 

 

เมลิซซ่ามององค์หญิงอย่างถี่ถ้วนก่อนจะหันควับไปมองซีเรียอีกรอบอย่างตื่นเต้น 

 

อย่าบอกนะว่าเธอแต่งงานมีครอบครัวแล้วนะ

 

                ฉันเบื่อมุกนี้แล้วจ้ะ  ซีเรียเผยรอยยิ้มที่ดูไม่เหมือนกับเป็นรอยยิ้มเลยสักนิด  มันเหมือนกับเป็นราชสีห์กำลังแยกเขี้ยวขู่เสียมากกว่า

 

                ซีเรียถอนหายใจก่อนจะกล่าวออกไป  ทว่าเตเต้กลับดึงแขนเสื้อซีเรียพลางตรัสกระซิบข้างหูว่า

 

 ขอร้องล่ะ  อย่าบอกไปว่าฉันเป็นเจ้าหญิงนะ

 

ซีเรียมองนัยน์ตาสีน้ำทะเลที่ดูหวั่นไหวสักครู่ก่อนจะพยักหน้าเล็ก ๆ เป็นการตกลง

 

                เตเต้เป็นลูกสาวของคนที่เคยช่วยฉันไว้นะ... 

 

และแล้วซีเรียเล่าเรื่องทุกอย่างออกมานอกจากความจริงที่ว่าเตเต้เป็นรัชทายาทแห่งอาณาจักรหอยกาบ —

 

                อ้าว... เห็นว่าเคยมีคนของทางมหาจักรวรรดิอันยิ่งมาทาบทามเธอให้ไปทำงานที่พระมหาราชวังนี่

 

                ฉันลาออกไปนานแล้วจ้ะ 

 

                อะไรนะ!  โธ่...ลาออกไปทำไมน่าเสียดายออก  ปรกติมีแต่คนอยากเข้าหาเจ้านายทางนั้นทั้งนั้นนี่  เมลิซซ่าบ่นอย่างเสียดายแทน  แต่พอเห็นใบหน้าอันเรียบเฉยนั้นแล้วก็เข้าใจดีว่าเธอไม่ควรพูดต่อ  เมลิซซ่าจึงเพียงเอนหลังพิงกับพนักพลางถอนหายใจออกมา  แต่คนอย่างซีเรียออกปากอย่างนี้แสดงว่าที่เธอทำงานอยู่ตอนนี้คงจะดีกว่าจริง ๆ นั่นล่ะ

 

                ซีเรียเพียงแต่ยิ้มหวานก่อนจะกล่าวเข้าเรื่องต่อ 

 

ว่าแต่เธอจะช่วยฉันเรื่องของเตเต้ได้ไหม

 

                เมลิซซ่านั่งพิจารณาเตเต้อยู่สักครู่  ก่อนจะลุกเดินเข้ามาสำรวจเด็กสาวหัวฟูละเอียดละออ   แม่บ้านผมเงินเริ่มบีบเค้นตามร่างกาย  อ้าปากเตเต้ตรวจสอบสุขภาพฟันราวกับองค์หญิงน้อยเป็นเพียงตุ๊กตาให้จับหมุนเล่นไปมา 

 

อืม... ตอนแรกนึกว่าจะผอมกะหร่องไปหน่อยแต่เนื้อแน่นกว่าที่คิด  สภาพฟันก็ใช้ได้  สุขภาพก็ดูแข็งแรงดี  มันก็ได้อยู่หรอก  แต่เธอก็ได้ยินเรื่องยายเอนริก้าแล้วนี่  แล้วยิ่งเด็กของเธอ…”  เมลิซซ่าก้มมองผิวสีคล้ำขององค์หญิงอย่างเป็นห่วง  เธอก็รู้นี่นาว่าฉันหมายความว่าอย่างไร

 

                ไม่ต้องห่วงหรอกจ้ะ  ฉันขอฝากเตเต้ไว้ไม่นานหรอก  แล้วอีกอย่าง...

 

                อีกอย่าง ?

 

                ฉันเชื่อว่าเมลิซซ่าจะปกป้องเตเต้ได้อย่างแน่นอน

 

                เมื่อได้ยินเช่นนั้นเมลิซซ่าก็หน้าแดงแป๊ดอีกรอบ  หล่อนรีบหันหน้าควับหนีด้วยความเขินอายอีกครั้ง

 

เธอนี่ก็ไม่เปลี่ยนเหมือนกันนะ  ยังพูดเรื่องน่าอายออกมาตรง ๆ อย่างนั้นได้นะ

 

                และแล้วทั้งสองก็หัวเราะก็หยอกล้อกันต่อไปราวกับว่าย้อนเวลากลับไปยังช่วงเวลาที่ทั้งสองเป็นเด็ก  ปล่อยให้องค์หญิงเหม่อการระลึกความหลังทั้งสองต่ออย่างเบื่อหน่าย  ราวกับว่ามีกำแพงที่มองไม่เห็นๆ ขวางกั้นพระองค์กับซีเรียไว้...

 

                .............................

                ..................

                .......

 

                สรุปแล้ววิธีการของซีเรียคือ...  ฝากให้ฉันเข้าเรียนที่โรงเรียนฝึกสอนแม่บ้านนั่น  เตเต้เปรยขณะโดยสารบนเรือกอนโดล่ากลับโรงเตี๊ยม

 

                ค่ะ  เด็กฝึกงานของทางโรงเรียนจะมักจะได้มีโอกาสไปทำงานที่ปราสาทโซเฟียเป็นประจำอยู่แล้ว  ถือเป็นนโยบายของทางโรงเรียนงานบ้านเองที่จะให้พวกเด็กฝึกงานมีประสบการณ์  แถมยังเป็นการดีกับทางวิทยาลัยที่ประหยัดงบประมาณเพราะไม่ต้องเสียค่าจ้างให้กับแม่บ้านพ่อบ้านประจำมากนัก  แล้วยิ่งถ้าได้เป็นผู้ติดตามของบรรดาเจ้านายที่เข้าเรียนด้วยแล้วต้องไปประจำอยู่ที่ปราสาทตลอดเลยล่ะค่ะ   แต่ข้อหลังนี่โอกาสได้ค่อนข้างน้อยทีเดียวเพราะส่วนใหญ่แล้วพวกนักเรียนวิทยาลัยโซเฟียมักจะเอาคนของตัวเองมาด้วย  เดี๋ยวนี้เลยไม่ค่อยมีใครได้เป็นผู้ติดตามกันนะค่ะ

 

                ฉันก็เข้าใจดีอยู่หรอก  แต่ว่า... เตเต้ทำหน้ามุ่ยพลางขมวดคิ้วย่น  ทำไมซีเรียต้องตามฉันมาด้วยล่ะ!”

 

                หรือว่าเตเต้อยากจะกลับคนเดียวหรือคะ

 

                ไม่ใช่เรื่องนั้น  เตเต้ส่ายหัว  ฉันหมายถึงเรื่องที่ซีเรียจะสมัครเข้าทำงานที่โรงเรียนนั่นต่างหาก  มันหมายความว่าจะไม่ปล่อยให้ฉันทำอะไรเองเลยใช่ไหม!”

 

                เปล่านะคะ  ความจริงแล้วนั่นเป็นแผนเดิมที่ดิฉันจะใช้เพื่อเข้าไปสืบในปราสาทโซเฟียอยู่แล้ว  แต่เห็นเตเต้อยากทำอะไรบ้างดิฉันเลยเสนอวิธีนั้นไปค่ะ  แต่ช่วงสองสามสัปดาห์แรกดิฉันอาจจะไม่สามารถเข้าไปสมัครงานได้เลยเพราะผู้ดูแลเกี่ยวกับบุคลากรมีธุระที่อื่นอยู่

 

                เยี่ยมเลย  อย่างนี้ฉันก็... 

               

                เตเต้จำที่สัญญาไว้กับดิฉันได้หรือเปล่าคะ ?

 

ซีเรียทวงสัญญาที่เตเต้ให้ไว้ว่าจะไม่เอาตัวเข้าไปเสี่ยงหรือทำอะไรห่าม ๆ ทำเอาองค์หญิงหมดอารมณ์ไปเสียดื้อ ๆ 

 

น่าเบื่อชะมัดเลย

 

เตเต้จัดแจงเอนตัวนอนบนเรือโดยศีรษะหนุนตักซีเรีย  ดวงตาสีน้ำเงินทะเลเหม่อมองฝูงนกบินเป็นขบวนอย่างน่าอัศจรรย์ตัดผ่านท้องฟ้ายามเย็นสีส้ม  ราวกับปล่อยให้เวลาไหลไปกับสายน้ำของอาณาจักรพ่อค้าแห่งนี้ 

 

                ระหว่างที่เตเต้ทรงเพลิดเพลินไปกับการจินตนาการภาพก้อนเมฆนั้น  แม่บ้านสาวแสนงามก็เอ่ยปากถามด้วยความเป็นห่วง

 

                แต่จะดีหรือคะ  เตเต้นะเป็นถึงเจ้าหญิงกลับเข้าเรียนสายวิชาชีพอันต่ำต้อยเช่นนี้นะ 

 

                บุ่ย  ชื่อของเจ้าหญิงเตเต้ที่ว่านะตอนนี้อยู่ในปราสาทนั่นเรียบร้อยแล้ว  ถ้าเกิดตัวฉันไม่ทำอะไรสักอย่างฉันคงเสียชื่อของฉันไปจริง ๆ แน่เลย  เตเต้แหงนมองใบหน้าของสาวใช้ที่ราวหลุดมาจากภาพวาดเทพธิดาในหนังสือที่เคยอ่านบ่อย ๆ  แล้วอีกอย่างหนึ่งนะ  ฉันว่าอาชีพแม่บ้านมันไม่ใช่อาชีพที่ต่ำต้อยเลยนะ  ฉันกลับรู้สึกนับถือด้วยซ้ำไป  ไม่คิดเหรอว่าสิ่งที่ซีเรียทำมาตลอดเนี่ยมันมีความหมายกับทั้งเด็จพ่อและตัวฉันแค่ไหน

 

                เป็นเกียรติอย่างยิ่งเลยเจ้าค่ะ

 

                เตเต้กล่าวจบก็รีบตะแคงนอนโดยไม่ทันสังเกตอาการเขินอายของซีเรีย  เลยพลาดโอกาสทองในการดื่มด่ำกับภาพของสาวงามกำลังขวยเขินไปอย่างน่าเสียดาย 

                               

หลังจากนั้นทั้งสองก็ปล่อยให้เสียงของสองฝั่งคลองคอยขับกล่อมการเดินทางของพวกเธอ  อนาคตขององค์หญิงจะเป็นอย่างไรไม่มีใครอาจทราบได้  ถึงอย่างนั้นถ้ามัวแต่ซึมเศร้าตัดพ้อต่อสวรรค์หรือมัวแต่สวดมนต์อ้อนวอนต่อเทพเจ้าโดยไม่ลงมือทำอะไรสักอย่างแล้วก็ยากจะแก้ไขอะไรได้เลย   ถึงแม้อาจจะต้องเดินอ้อมเล็กน้อยแต่ถ้าไม่เริ่มเดินแล้วจะไปถึงที่หมายได้หรือ

 

แต่ถึงกระนั้นยังมีอนาคตอันเที่ยงแท้ที่รอคอยเตเต้อยู่ ......

 

ซึ่งมันก็คือกำปั้นของร็อคซาน่าที่จะเขกลงกลางหัวอย่างไร้ปราณีโทษฐานออกไปเที่ยวเล่นโดยไม่เฝ้าร้านตามคำสั่งนั่นเอง !

 

                .........................................

                .............................

                ............

                ...

 

เสียงเคาะประตูดังขึ้นปลุกให้เอเดรียนตื่นจากภวังค์

 

 ขออนุญาตเจ้าค่ะ 

 

                เชิญเลย  เอเดรียนกล่าวด้วยน้ำเสียงงัวเงีย  เป็นเสียงลากยาวเล็กน้อยประหนึ่งปล่อยให้ความเกียจคร้านเข้าครอบงำ  ดูแล้วน่ารักสมกับวัยมากกว่าน้ำเสียงที่พยายามปั้นให้ดูจริงจังยามปรกติ

 

เมื่อสิ้นเสียง  แม่บ้านวัยกลางคนผู้มีร่างท้วมแง้มประตูออกอย่างแผ่วเบา  ก่อนจะก้าวเดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทางสำรวม 

 

เบื้องหน้าของแม่บ้านร่างท้วมคือคุณหนูที่นั่งอิงหลังบนเก้าอี้บุนวมที่ประดับลวดลายศิลปะแนวโรโคโค  คุณหนูยังอยู่ในชุดเสื้อนอกสีขาวที่ดูสกปรกมอมแมมราวกับกลับมาจากการกรำศึกอย่างยาวนาน  ในมือของเอเดรียนยังถือดาบเซเบอร์ไว้แน่น  แม้ผมเผ้าจะยุ่งเหยิงหรือใบหน้าอาจดูอิดโรยไปบ้าง  แต่มันก็ไม่อาจทำให้ใบหน้าที่แสนงดงามต้องมัวหมองไปได้ 

 

กระนั้นสาวใช้ก็อดเป็นห่วงคุณหนูที่หล่อนเคยดูแลมาตั้งแต่เด็กเสียมิได้ — 

 

โดยเฉพาะกับสภาพของคุณหนูในตอนนี้ดูต่างจากตัวตนที่แท้จริงอย่างชัดเจน  

 

แต่กระนั้นหล่อนก็ยังแสร้งทำเป็นไม่สนใจ

 

คุณหนู  อ่างอาบน้ำเตรียมเสร็จเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ 

 

                ขอบคุณมาก  ขอเรานั่งอย่างนี้สักพักก่อนนะ  เอเดรียนยิ้มอย่างเหนื่ออ่อนให้กับสาวใช้คนสนิท  แล้วก็บอกพวกคนอื่นด้วยว่าไม่ต้องมาขัดตัวให้เราเหมือนเมื่อวานอีก

 

                เจ้าค่ะ  ดิฉันจะเตือนพวกเขาให้ขึ้นใจเลยจ้าค่ะ  หล่อนก้มศีรษะรับคำสั่ง  คุณหนูต้องการอะไรอย่างอื่นอีกไหมเจ้าคะ ?

 

                ไม่... ขอบคุณมากเลยนะ  เจ้าไปได้แล้วล่ะ

 

                ถ้าอย่างนั้นดิฉันขอตัวก่อนนะเจ้าคะ

 

                ทว่าก่อนที่เมดคนสนิทจะได้ก้าวเท้าออกจากห้อง  เอเดรียนกลับเปลี่ยนใจขึ้นกระทันหัน

 

                เดี๋ยวก่อน

 

                มีอะไรให้ดิฉันรับใช้อีกเจ้าคะ ?

 

                เอเดรียนชายสายตามองแม่บ้านด้วยความสงสัย

 

                ถึงตอนนี้ก็ไม่คิดจะเฉลยเลยหรือว่าหาตัวเราพบได้อย่างไรกัน

 

                กระนั้นแม่บ้านร่างท้วมได้แต่เพียงส่ายศีรษะอย่างหนักใจ

 

                ต้องขอประทานโทษด้วยเจ้าค่ะ  แต่เรื่องนี้ดิฉันคงไม่สามารถตอบได้

 

                นี่ก็เป็นคำสั่งของท่านพี่ด้วยเช่นกันสินะ

 

                แม่บ้านร่างท้วมได้แต่นิ่งเงียบ  ไม่ตอบ  เอเดรียนจึงเพียงถอนหายใจด้วยความผิดหวัง

 

                เอาเถอะ  เราคงทำให้เจ้าลำบากใจสินะ

 

                ขอประทานโทษด้วยเจ้าค่ะ

 

                ช่างมันเถอะ  ไปได้แล้วล่ะ

 

                เอเดรียนยิ้มอย่างอ่อนแรงให้  แต่ก่อนที่เอเดรียนจะได้กลับไปสู่ห้วงความคิดของตนต่อ  แม่บ้านคนสนิทกลับเป็นฝ่ายเอ่ยปากถามอะไรบางอย่างขึ้นมาแทน

 

                คุณหนูเจ้าคะ  ถ้าไม่เป็นการเสียมารยาทดิฉันขอบังอาจถามคำถามคุณหนูสักข้อได้ไหมเจ้าคะ ?

 

                เชิญเลย

 

                เมดร่างท้วมดูลังเลที่จะถามเล็กน้อย  แต่สุดท้ายหล่อนก็กล่าวมันออกไป

 

                คุณหนูจะทำอย่างนี้ไปอีกนานเท่าไหร่เจ้าคะ ?

 

                เอเดรียนเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจเพียงสักครู่  ก่อนที่จะตอบกลับไปอย่างไม่ค่อยใส่ใจนัก

 

                ตราบเท่าที่จำเป็นนั่นล่ะ

 

                ทว่ามันกลับเป็นเมดคนสนิทที่เริ่มใส่อารมณ์กับคำพูดของหล่อนด้วยความเป็นห่วง

 

                แต่คุณหนูก็ชนะเลิศการประลองแล้วไม่ใช่หรือเจ้าคะ  แค่นี้ก็น่าจะพิสูจน์ฝีมือของคุณหนูได้แล้วนี่  น้ำเสียงของสาวใช้ร่างท้วมเริ่มสั่นเทาเล็กน้อย  ดิฉันเป็นห่วงคุณหนูนะเจ้าคะ  แค่การประลองวันนี้ก็ทำดิฉันแทบเป็นลมไปไม่รู้กี่หนแล้ว  หากฝ่าบาททรงทราบแล้วล่ะก็...

 

                พอได้แล้ว !”

 

                เสียงตวาดของคุณหนูผู้สูงศักดิ์หยุดคำพูดของเมดร่างท้วมได้อย่างชะงัก

 

                ขอประทานโทษเจ้าค่ะ

 

                ไม่เป็นไร  เราเข้าใจดีว่าเจ้าเป็นห่วงเรา  เอเดรียนกล่าวตอบด้วยคำพูดที่คลายอารมณ์ขุ่นมัวลง  แต่เราอยากกล่าวให้ชัดเจนตรงนี้เลยว่า  เรายังไม่ประสงค์จะกลับบ้านจนกว่าค้นพบสิ่งที่เราเฝ้าหาคำตอบอยู่

 

                เป็นที่หนึ่งในการประลองยังไม่เพียงพออีกหรือเจ้าคะ ?

 

                เอเดรียนส่ายหัว

 

                ไม่... มันเป็นแค่สิ่งที่จะทำให้เราสมความปรารถนานะ

 

                นั่นรวมไปถึงเจ้าหญิงแห่งอาณาจักรหอยกาบที่คุณหนูพูดถึงด้วยหรือเปล่าเจ้าคะ ?

 

                เพียงได้ยินชื่อขององค์หญิงน้อยแห่งอาณาจักรหอยกาบ  นัยน์ตาของเอเดรียนเบิกกว้างมีประกายของความตื่นเต้น

 

                จริงสิ  แล้วเรื่องที่เราให้เจ้าไปสืบมาล่ะ

 

                สาวใช้แอบถอนหายใจเบา ๆ ด้วยความรู้สึกตะขิดตะขวงใจ

 

                เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ  ช่างน่าเสียดายเหลือเกิน  แต่รายชื่อนักศึกษาใหม่มีชื่อของเจ้าหญิงตาลอสติเตส  เตเต้ แห่งอาณาจักรหอยกาบรวมอยู่ด้วยเจ้าค่ะ

 

                ขอบคุณมากเลยล่ะ  แต่จะดีกว่านี้มากถ้าเจ้าบอกเราตั้งแต่แรกน่ะ

 

                สาวใช้ร่างท้วมได้แต่ยิ้มเจื่อน ๆ ก่อนจะก้มศีรษะเป็นเชิงขอโทษกับคุณหนูของตน

 

                ถ้าคุณหนูไม่ว่าอะไร  ดิฉันขอตัวก่อนนะเจ้าค่ะ

 

                เชิญเลย    เอเดรียนกล่าว

 

                เมื่อเสียงปิดประตูดังแกร็กดังขึ้น  เอเดรียนก็เอนตัวลงไปนั่งกับเก้าอี้อีกครั้งพลางมองไปรอบห้องของตน  เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนห้องนี้ยังโล่งไม่มีอะไรมากมายนอกจากเฟอร์นิเจอร์คร่ำครึสองสามชิ้น  แต่ปัจจุบันนี้กลับเต็มไปด้วยข้าวของสูงค่า  ที่พื้นปูด้วยพรมของอาณาจักรแห่งทะเลทราย  ชุดเก้าอี้รับแขกจากอาณาจักรกระทิงดุ  เครื่องแก้วจากอาณาจักรพ่อค้า  ผ้าม่านจากสิบสองแคว้นเครื่องเทศ  ฉากกั้นกระดาษจากอาณาจักรแห่งตะวัน  และรูปภาพจากศิลปินชั้นเอกจากมหาจักรวรรดิอันยิ่งใหญ่

 

                ดูเหมือนว่าเอเดรียนจะไม่อาจหนีไปจากสายตาของท่านพี่ได้เลย

 

                เอเดรียนเหม่อมองภาพวาดครอบครัวขนาดใหญ่ที่ประดับบนผนัง  ในภาพมีผู้เป็นพ่อ  แม่  ลูกชายลูกสาวอีกครึ่งโหล ทุกคนต่างสวมเสื้อผ้าเครื่องประดับหรูหรา  ยืนเก็กท่าอย่างเย่อหยิ่งราวกับทุกอย่างในโลกเป็นของตน

 

                เอเดรียนถอนหายใจ  ก่อนจะหันไปมองอีกภาพทิ่ยิ่งทำให้ต้องคิ้วขมวดหนักขึ้น

 

                เอาแม้แต่ของพรรค์นี้มาด้วยงั้นหรือ

 

                มันเป็นภาพสีน้ำมันของสาวน้อยแรกรุ่นที่อายุไม่เป็นสิบห้าปี  เธอมีใบหน้างดงามราวกับเทพธิดา  ผิวพรรณเกลี้ยงเกลาราวหิมะแรกที่โปรยปรายบนท้องทุ่ง  เส้นผมสีทองราวกับแพรไหมถูกดขมวดดัดเป็นมวยสูงประดับด้วยเทียร่าสีเงินฝังเพชร  ชุดกาวน์ไหมสีเงินเลื่อมทองแนบไปกับเรือนร่างเพรียวบางของสาววัยแรกแย้ม  กระโปรงสุมยาวถึงข้อเท้าถูกประดับประดาด้วยลวดลายเลี่ยมทองและริบบ้อน  โดยมือขวาประคองพัดขนนกหายากจากทะเลทางใต้

 

                เอเดรียนจ้องนัยน์ตาของหญิงสาวในภาพอย่างรู้สึกอึดอัด  ไม่เฉพาะนัยน์ตาสีน้ำเงินที่ดูคล้ายของตนเท่านั้น  แม้แต่ใบหน้าของหญิงสาวในภาพยังมีเค้าโครงเดียวกับใบหน้าของเอเดรียนราวกับเป็นฝาแฝด

 

                เอเดรียรเริ่มส่ายศีรษะไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกไปจากหัวเสีย        

 

                ใช่แล้ว  ตอนนี้เอเดรียนมีสัญญาอื่นที่สำคัญยิ่งรออยู่  เมื่อนึกถึงคำสัญญาที่ให้ไว้ในวันนั้นแล้วก็อดที่จะตื่นเต้นเสียไม่ได้

 

นับว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่กระหม่อมได้มีโอกาสเข้าเฝ้าองค์หญิงในวันนี้ หวังว่ากระหม่อมจะได้มีโอกาสรับใช้เบื้องยุคลบาทเป็นอัศวินประจำตัวพระองค์ที่วิทยาลัยโซเฟียนะพะยะค่ะ

 

รอก่อนนะ  เจ้าหญิงของเราผู้นี้...

 




@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

Edit Log: May 30th, 2008: จบตอน
Edit Log: May 31th, 2008: แก้สำนวนเล็กน้อย
Edit Log: December 6th, 2008: เพิ่มส่วนตรงเมลิซซ่าตรวจร่างกายเตเต้
Edit Log: June 30th, 2011: มหกรรมรีไรท์
Edit Log: April 17th, 2013: รีไรท์
Edit Log: July 1st, 2011: เสริมเนื้อเรื่องของเอเดรียน

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

556 ความคิดเห็น

  1. #543 nanami mew (@kanoknaphatlovem) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2557 / 18:57
    โอ๊ย!!!!!!! ทำไมมันลำบากแบบนี้กว่าจะได้เข้าโรงเรียนสงสารเตเต้เกลียดยัยผมแดงที่ขโมยจดหมายของเตเต้ไป -*-!!!!!!!!!!!!
    #543
    0
  2. #471 zenrissa (@4th-paradise) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2554 / 21:01
    อร้ายย น่ารักจังเอเดรียน
    แต่เอ...เข้าไปก็ต้องเจอเตเต้ตัวปลอมน่ะสิ!
    #471
    0