[Fic cross over Touken Ranbu + Love Live! Sun Shine!] Sword captor Hanamaru

ตอนที่ 17 : ดอกไม้กลมดอกที่ 13 : ตามหาคำตอบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 76
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    9 มิ.ย. 63


13

 ตามหาคำตอบ

 

ณ โรงเรียนมัธยมปลายชูสึจินรันบุ เป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงเรื่องการฟันดาบ มีฟันดาบสากล(เฟรชชิ่ง) ฟันดาบญี่ปุ่น และเคนโด้ ที่สำคัญแข่งชนะทั้ง 3 สาย เลยทำให้คนนอกบางคนเข้าใจผิดว่า ใครก็ตามที่เข้าเรียนที่นี้ ทุกคนต้องเรียนดาบทุกสาย ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องจริงเลย ความจริงแล้ว คือมันแล้วแต่ความสมัครใจ ว่าจะเข้าเรียนหรือไม่เรียนก็ได้ นอกจากนี้ ก็ยังมีด้านอื่นอีกน่ะ แต่แค่ว่าด้านดาบจะเด่นกว่า

วันนี้โรงเรียนมีงานเทศกาลโรงเรียน ชมรมทุกชมรม ห้องทุกห้องก็จัดงานนำเสนอตามที่พวกเขาช่วยกันคิดกันไว้ บางห้องจัดคาเฟ่ บางห้องก็จัดเป็นกิจกรรมสนุกผสมแฟนตาซี บางห้องก็จัดงานวัด บางห้องไม่จัดอะไร นั้นก็เพราะว่า จะเล่นละครบนเวทีกัน บางห้องก็จัดนำเสนอข้อมูลที่อยากเสนอ เช่น ปี2 ห้อง A ที่ทำเสนอข้อมูลชินเซ็นกุมิ หน่วย 3 หน่วยที่เหลือรอดมาจนถึงปัจจุบัน แน่นอนว่า... ผู้หญิงในห้องจะต้องสวมชุดชินเซ็นกุมิด้วย ซึ่งชุดจะไม่มีการดัดแปลงอะไรทั้งสิ้น ตอนนี้...

“โห... เร็น เธอดูเท่ห์มากๆเลยน่ะ”สาวน้อยเนตรไพลินที่อยู่ในชุดชินเซ็นกุมิเรียบร้อยแล้วชม

“ไม่ขนาดนั้นหรอก โมโมกะ”เร็น หรือชายหนุ่มหน้าหวาน ผมสีน้ำตาล ตาสีท้องฟ้าหมอง พูดอย่างอายๆหลังถูกเพื่อนชม

“อืม... พอนายสวมชุดนี้แล้ว มันทำให้ฉันมองว่า นายดูสตรองมากขึ้น จากที่ปกตินายจะดูอ่อนแอมาก”สาวน้อยเนตรอำพัน หมัดหางม้าอยู่ในชุดชินเซ็นกุมิเรียบร้อยแล้วพูดเสียงเรียบ

“คงเป็นเพราะ... ชุดชินเซ็นกุมิที่ผมพยายามทำแหละครับเซนซึโกะ”เร็นตอบอย่างสุภาพ

“ว่าแต่คะชูยังแต่งตัวไม่เสร็จอีกเหรอ?”ชายหนุ่มสวมแว่นที่อยู่ในชุดชินเซ็นกุมิเรียบร้อยแล้วถาม เพราะยังไม่เห็นคะชู

“คงใกล้แล้วล่ะโทจิโร่”เร็นตอบ

“ทุกคน รอนานไหม?”ทันทีที่เสียงของคะชูดังขึ้น ทำให้ทุกคนหันไป ก็เห็นว่า ตอนนี้คะชูอยู่ในชุดชินเซ็นกุมิเรียบร้อย



ภาพจาก คุณAkaki (Pixiv)

“โอ้โห้คะชู... นายสวมชุดชินเซ็นกุมิดูเหมาะมากเลยน่ะ คล้ายโอคิตะ โซจิซังเลย”ชายหนุ่มผมสีดำม่วงที่อยู่ในชุดชินเซ็นกุมิเรียบร้อยแล้ว พูดพร้อมเดินวนดูคะชู

“ไม่ขนาดนั้นหรอกโฮรุ ฉันว่ามีคนที่มีความคล้ายมากกว่าน่ะ”คะชูตอบกลับ “สำหรับนายน่ะ ถ้านายทำชินเซ็นกุมิเสื่อมเสีย ระวังจะเจอดีแน่ วันนี้ขอเถอะ อย่าเอานิสัยนั้นของนายออกมาใช้เชียว จนกว่าจะจบงาน”เขาเตือนเพื่อน

“ครับ....”โฮรุรับคำลากเสียงยาว“จะว่าไป ถ้าการเขียนคันจิของนามสกุลของนายเหมือนกับนามสกุลของโอคิตะ โซจิซัง พวกเราคงคิดว่านายอาจจะเป็นลูกหลานของโอคิตะ โซจิซังแน่ๆ*”เขาพูด

“แต่ว่าโอคิตะ โซจิซังไม่มีลูกหลานน่ะ อย่าลืมสิ”โมโมกะเตือน

“อืม ฉันเห็นด้วยกับโมโมกะน่ะ”เซนซึโกะเสริม“ถึงโอคิตะ โซจิซังจะมีพี่สาว แต่พี่สาวของเขาก็ใช้นามสกุลของสามีน่ะ”เธออธิบายให้ฟัง

“เอาเถอะครับ วันนี้เรามาทำให้ห้องเราให้ได้ที่หนึ่งให้ได้เลยนะครับ”โทจิโร่พูดขัด

โอ้!!!”คนในห้องร้องพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย

บรรยากาศในห้องของปี2 ห้อง A นั้น... ใครที่ได้รับบทตามที่ตัวเองได้ ก็ต้องเล่นให้สมบทบาทที่ตัวเองได้รับ เพื่อความสมจริงของการทำงานของสมัยนั้น แต่เมื่อมีแขกจะเข้ามาในห้อง คนที่ไม่ได้รับบทบาทอะไรก็จะออกมาต้อนรับ หลังจากนั้นพวกเขาก็จะพาชมบอร์ดที่เขียนเล่าประวัติเรื่องราวของชินเซ็นกุมิ หน่วย 3  และชุดของชินเซ็นกุมิ จากนั้นก็พาไปนั่งที่นั่งรับรอง แล้วถามว่าเอาน้ำชา กับขนมญี่ปุ่นหรือไม่ และสอบถามว่า มีเรื่องอะไรที่อยากจะให้เล่าสู่กันฟังไหม? สักพักก็จะมีคนที่รับบทเป็นฮิจิกาตะ โทชิโซวิ่งเข้ามาในห้อง และบอกกับคนที่รับบทเป็นสมาชิกชินเซ็นกุมิหน่วย 3

“ข้ามีสาสน์ลับต้องการส่งถึงไซโต้ ฮะจิเมะ”คนที่รับบทเป็นฮิจิกาตะพูดขึ้นพร้อมยื่นสาสน์ที่ยังไม่มีการเปิดผนึกให้ดู

“รอสักครู่น่ะขอรับ” คนที่รับบทเป็นสมาชิกชินเซ็นกุมิหน่วย 3 พูดเสร็จ ก็เดินไปหาโทจิโร่ ซึ่งเขารับบทเป็นไซโต้ ฮะจิเมะ กำลังนั่งอ่านตำราโบราณอยู่ “ท่านไซโตขอรับ ท่านฮิจิกาตะ โทชิโซขอคุยกับท่านเป็นเรื่องส่วนตัวขอรับ”เขาบอก

“อืม พาเขาเข้ามาในห้องทำงานของข้า”โทจิโร่พูดจบ ก็เดินเข้าไปในห้องที่น่าจะเป็นห้องทำงานจำลองของไซโต้ก่อน ตามด้วยคนที่รับบทเป็นฮิจิกาตะ ซึ่งคนที่รับบทเป็นสมาชิกชินเซ็นกุมิหน่วย 3ได้เดินนำ และส่งคนที่รับบทเป็นฮิจิกาตะเข้าห้องลับ

จากนั้นไฟในห้องลับก็เปิดสว่างจ้า ทำให้เห็นเงาโทจิโร่ กำลังคุยสนทนากับคนที่รับบทเป็นฮิจิกาตะ ซึ่งเสียงนั้นแทบจะไม่ได้ยิน เพราะมันเป็นความลับมาก และคนที่รับบทเป็นฮิจิกาตะก็ยื่นกระดาษที่น่าจะเป็นสาสน์ลับให้กับโทจิโร่

“...ชู คะชู!! คะชู!!

!!!”คะชูต้องสะดุ้ง เมื่อเซนซึโกะเรียก และจับไหล่เขา

“เป็นอะไรหรือเปล่า? เรียกแล้วไม่ตอบ แถมยังยืนเหม่อลอยอยู่อีกน่ะ”เซนซึโกะถามเขาเป็นชุด เพราะเห็นเขาจู่ๆก็ยืนเหม่อ

“อืม... ก็แค่รู้สึกว่า เหมือนฉันเคยอยู่ในบรรยากาศคล้ายแบบนี้มาก่อน”คะชูเริ่มเล่าให้ฟัง “จะพูดว่ายังไงดี? คือ... ฉันรู้สึกว่า ฉันเคยอยู่ในเหตุการณ์แบบนี้ ถึงแม้ว่าที่ห้องเราจำลองนั้น จะไม่เหมือนที่ฉันเคยเจอเต็ม 100% ก็ตาม แต่ว่า... มันก็มีความรู้สึกที่คล้ายกับเหตุการณ์ที่ฉันเคยอยู่ อยู่ดี”เขาอธิบายให้ฟังพร้อมมองไปที่ห้องทำงานจำลองของไซโต้ ที่ไฟพึ่งดับไป เพราะการส่งสาสน์ภารกิจลับเสร็จเรียบร้อย

“จะยังไงก็เถอะ เดี๋ยวก็โดนโทจิโร่ดุเอาหรอก ตั้งใจทำตามหน้าที่ ที่ตัวเองได้รับมอบหมายหน่อยสิ”เซนซึโกะเตือน

“รู้แล้ว รู้แล้ว ขอโทษด้วยที่เผลอพูดอะไรไม่รู้ออกมาให้เธอฟังน่ะ”คะชูรีบขอโทษ

“ไม่เป็นไรหรอก แต่ว่าตอนนี้รีบทำเลย”เซนซึโกะเอ็ด คะชูจึงรีบไปทำตามหน้าที่ ที่เขาได้รับมอบหมาย  โดยที่เขาไม่รู้ว่า เร็นแอบดูเขาอยู่ ตั้งแต่คะชูคุยกับเซนซึโกะ

 

 

ตอนนี้เป็นเวลาพลบค่ำ ซึ่งถือว่า หมดเวลาของงานเทศกาลโรงเรียนแล้ว นักเรียนทุกคนก็เตรียมตัวแยกย้ายกลับบ้าน เพื่อไปพักผ่อนให้เต็มที่ พรุ่งนี้ค่อยมาลุยงานเทศกาลโรงเรียนกันอีกวัน

ในระหว่างทางที่คะชู และเพื่อนเดินทางกลับบ้านกันนั้น

“วันนี้เหนื่อยจัง.....”โฮรุบ่น

“แต่ดีแล้ว ที่นายไม่เผยธาตุแท้ออกมา”คะชูชม

“เห็นด้วยกับคะชูอย่างยิ่ง”เซนซึโกะเสริม “ถ้านายออกลายเสือเมื่อไหร่น่ะ รับรองว่าวิญญาณชินเซ็นกุมิต้องมาเล่นงานนายแน่”

“เอาเถอะ พรุ่งนี้อีกวันเราต้องทำให้เต็มที่น่ะ”โทจิโร่พูดพร้อมเดินนำ2-3ก้าว ก่อนจะหันตัวมาหาพวกเขา “ทำให้ห้องของเราให้ได้ที่1 ในระดับชั้นให้ได้เลย”เขาพูดให้กำลังใจ

“แน่นอนอยู่แล้วล่ะ”โมโมกะพูดพร้อมยิ้มร่าเริง “เนอะ เร็นคุง”เธอหันมาหาเร็นคุง

“อ่ะ อืม”เร็นคุงรับคำเอ่ออ้อไป

“เร็นคุง พรุ่งนี้นายยังไหวไหม? วันนี้นายเองก็มีเหนื่อยนิดหน่อยน่ะ”โทจิโร่ถามในฐานะที่เขาเป็นหัวหน้าห้อง

“สบายมากโทจิโร่”เร็นตอบพร้อมยิ้ม

“อย่าฝืนล่ะกัน ถ้ารู้สึกไม่ดียังไงก็ให้รีบบอกน่ะ”

“ครับ”เร็นรับคำพร้อมยิ้ม

“อ่ะ! ถึงทางแยกแล้ว งันเราแยกกันตรงนี้น่ะเร็น คะชู”เซนซึโกะพูด

“พรุ่งนี้เจอกันน่ะ”โทจิโร่บอก

See you again.”โฮรุพูดพร้อมโบกมือ

“เช่นกัน”คะชูบอกลา บ้านเขากับเร็นไปทางขวา ส่วนบ้านของโทจิโร่ เซนซึโกะ โมโมกะ และโฮรุไปทางซ้าย

ระหว่างทางที่คะชูกับเร็นกลับบ้านนั้น

“คะชู”

“หือ? มีอะไรเหรอเร็น?”คะชูหันมาถามตามเสียงเรียกของเร็น

“วันนี้ผมเห็นนายถูกเซ็นซึโกะเอ็ดน่ะ เรื่องอะไรเหรอ?”เร็นถามพร้อมมองจ้องแบบจับผิด

“ก็แค่ว่าฉันยืนเหม่อๆน่ะ ไม่มีอะไรหรอก”คะชูตอบแบบปัดๆ

“ไม่จริง มันต้องมีอะไรมากกว่านี้แน่ คะชู บอกมาเถอะว่าเพราะอะไร”เร็นพูดพร้อมส่งสายตาประมาณว่า ให้คะชูตอบความจริงมา

“หืม... ก็ได้ ก็ได้”คะชูตอบอย่างยอมแพ้ “คือ... มันก็บอกยากน่ะ ขอบอกไว้ก่อน คือว่า ตอนที่โทจิโร่ กับคนรับบทเป็นฮิจิกาตะซังไปเข้าห้องจำลองห้องทำงานของไซโต้ซัง และเปิดไฟ เพื่อให้เห็นเงาการทำงาน จู่ๆ ก็มีภาพบางอย่างมันผุดขึ้นมา แล้วซ้อนทับกับภาพปัจจุบันที่ฉันเห็นอยู่ ราวกับว่าฉันเคยอยู่ที่นั้นได้”เขาอธิบาย

“งันเหรอ”เร็นพูดพร้อมก้มหัว

“เร็น? นายพอจะรู้ไหม ว่ามันคืออะไร?”

“ผม... ผม... ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร จากที่คะชูเล่ามาครับ”

“อืม... สงสัยต้องถามคุณปู่ เพื่ออาจจะได้คำตอบก็ได้”

“นั้นสิน่ะครับ ถามผม ผมก็ตอบไม่ได้เหมือนกันครับ”

“ช่วยไม่ได้ นายอยากรู้เองน่ะ อ่ะ! ถึงทางแยกแล้วล่ะ”คะชูพูด เพราะเห็นว่าทางข้างหน้าเป็นทางแยก

“โอ้! ถ้าอย่างงันพรุ่งนี้เจอกันน่ะครับ”

“อืม พรุ่งนี้เจอกัน บ๊ายบาย”คะชูพูดจบ เขากับเร็นแยกทางกัน คะชูเดินไปเลื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงหน้าบ้านของเขา ซึ่งบ้านของเขาติดกับวัดคิโยมิทสึ เขาจึงเดินเข้าไป “กลับมาแล้วครับ” เขาพูดพร้อมเปิดประตูหน้าบ้าน

“คะชู นายมาก็ดีแล้ว”

“พี่โซ พี่โซระด้วย มีอะไรเหรอครับ?”คะชูถาม เมื่อเห็นฝาแฝดลูกพี่ลูกน้องยืนรอเขาอยู่แถวชั้นวางรองเท้า

“ปู่ซาสึเกะเรียกเราน่ะ ให้เราไปหาปู่ที่ห้องโถงของวัด หลังทำกิจวัตรเรื่องส่วนตัวเสร็จ”โซบอก

“พวกพี่ก็ไม่รู้ว่า ปู่เรียกเธอเรื่องอะไร แต่ดูจากสีหน้าของท่านแล้ว น่าจะเป็นเรื่องสำคัญมากๆ”โซระอธิบายเสริม

“ขอบคุณมากครับ พวกพี่ๆก็ไปทำอะไรของพวกพี่ได้แล้วล่ะ”คะชูบอกเสร็จ โซ กับโซระก็เข้าบ้าน และขึ้นบันได ส่วนคะชูนั่งเปลี่ยนรองเท้า

 

ณ ห้องโถงของวัดคิโยมิทสึ ตอนนี้ไม่มีใครอยู่เลย เพราะมันมืดมากแล้ว ยกเว้นเทศกาลชมดอกซากุระ หรือใบเมเปิล ซึ่งสองเทศกาลนี้ ทุกคนจะอยู่กันนานหน่อย นั้นก็เพราะมาชมดอกซากุระ หรือใบเมเปิลจนค่ำ ปู่ซาสึเกะก็กำลังนั่งรอคะชูอยู่ ในระหว่างรอนั้น เขาก็นั่งชมท้องฟ้ายามราตรีอยู่ วันนี้พระจันทร์เสี้ยว ก็เลยทำให้เหล่าดวงดาราต่างพากันแข่งประชันส่องแสง จนกระทั่งเสียงฝีเท่าเดินดังขึ้น ทำให้เขาหันไป ก็เป็นคะชูที่อยู่ในชุดนอนแบบญี่ปุ่น สีฟ้าอ่อนมาเรียบร้อยแล้ว

“ปู่ครับ ผมมาแล้วครับ”คะชูพูด

“นั่งลงก่อนสิคะชู”ปู่ซาสึเกะพูด คะชูนั่งลง

“ปู่เรียกผมมามีอะไรเหรอครับ?”คะชูถามขึ้นทันที

“มันใกล้ถึงเวลาของเราแล้วล่ะ?”ปู่ซาสึเกะพูดเสียงเรียบ

“เวลาของผม? ปู่คงไม่ใช่ว่า...”

“ไม่ใช่อย่างที่เราคิดหรอก”ปู่ซาสึเกะรีบพูดขัด เพราะกลัวคะชูจะมโนไปไกลมากกว่านี้ “ที่มันใกล้ถึงเวลาของเรานั้น คือ ถึงเวลาที่เราจะต้องไปเป็นผู้พิทักษ์ของซานิวะทิศใต้แล้วล่ะ”

“เอ๋? ผู้พิทักษ์ของซานิวะทิศใต้?”คะชูถามด้วยความงง

“ใช่”ปู่ซาสึเกะพูดพร้อมพยักหน้า

“ทำไมผมต้องไปเป็นผู้พิทักษ์ของซานิวะทิศใต้ด้วยครับ?”คะชูถามด้วยความสงสัย

“นั้นก็เพราะว่า... ตัวหลานเองนะ มีพลังวิเศษอยู่ในร่างกายน่ะ พลังนั้น เป็นพลังที่มีเอาไว้ใช้ปกป้องซานิวะ เหมือนกับพวกศาสตราวุธ ที่นี้ที่ปู่ให้เราไปเป็นผู้พิทักษ์ของซานิวะทิศใต้นั้น ก็เพราะว่า ตอนนี้ซานิวะทิศใต้คนใหม่ ได้ถือกำเนิดขึ้นมาแล้ว และเธอน่าจะยังอ่อนประสบการณ์มาก ที่ปู่พูดแบบนี้เพราะมีข่าวออกมาว่า ครั้งก่อนเธอเกือบเสียท่าในระหว่างการต่อสู้ แต่โชคดีที่ซานิวะทิศเหนือมาช่วยไว้ทัน เธอเลยปลอดภัย”

“แล้วปู่พอจะรู้ไหมครับ? ว่าใครคือซานิวะทิศใต้คนใหม่”

“ก็คนที่เคยหลงทางพร้อมกับหลานตอนเด็กๆไง”

“ฮานามารุเหรอครับ!!”คะชูพูดด้วยความตกใจมาก

“ใช่ ตอนนี้ปู่จะบอกไว้ก่อนว่า พรุ่งนี้หลานต้องไปบอกเพื่อนๆของหลานว่า หลานต้องย้ายบ้าน และโรงเรียน แต่ห้ามพูดเรื่องนี้ให้พวกเขารู้เด็ดขาด หาข้ออ้างเหตุผลให้ได้ล่ะกัน เข้าใจใช่ไหม?”ปู่ซาสึเกะถามพร้อมมองปฏิกิริยาของหลานชาย

“เข้าใจแล้วครับ”คะชูพยักหน้ารับคำ

“อีกเรื่อง ปู่จะให้ของชิ้นหนึ่ง ว่าแต่ว่า หลานได้เจอคำตอบอะไรบางอย่าง?”

“เจอคำตอบ?”คะชูพูดตามด้วยความงง

“คำตอบของตัวตนของตัวเรา หลานได้เจอบางยัง?”ปู่ซาสึเกะทวนถามอีกครั้ง

“อืม... ไม่รู้ว่า อันนี้จะใช่คำตอบที่ปู่ถามเปล่านะครับ”คะชูนึกถึงเรื่องที่เจอในงานโรงเรียนวันนี้ ปู่ก็พยักหน้า เป็นเชิงเล่าให้ฟังได้ “คือว่าตอนที่โทจิโร่ กับคนรับบทเป็นฮิจิกาตะซังไปเข้าห้องจำลองห้องทำงานของไซโต้ซัง และเปิดไฟเพื่อให้เห็นเงาการทำงาน จู่ๆ ก็มีภาพบางอย่างมันผุดขึ้นมา แล้วซ้อนทับกับภาพปัจจุบันที่ผมเห็นอยู่ ราวกับว่าผมเคยอยู่ที่นั้นได้ครับ”เขาเล่าให้ฟังเสร็จ ปู่นั่งคิดพิจารณา

“อืม... ปู่ว่า มันยังไม่ใช่คำตอบที่ถูกหรอกน่ะ แต่ก็ไม่ใช่ว่าผิดหมด คือถูกครึ่งผิดครึ่ง”ปู่ซาสึเกะพูด “เอาเป็นว่า ถ้าหลานตามหาคำตอบเจอ และใช่สำหรับปู่เมื่อไหร่ ปู่จะให้ของชิ้นนั้นกับหลานแน่นอน”

“ครับ”คะชูรับคำ “ปู่ครับ ผมมีคำถามอีก คำถามหนึ่งครับ ทำไมปู่ถึงตั้งชื่อจริงของผมว่า คิโยมิสึ ชื่อเล่น คะชู ล่ะครับ”เขาถามด้วยความอยากรู้ เพราะเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่น่าสงสัยสำหรับเขามานานมากแล้ว ว่าทำไมปู่ถึงตั้งชื่อนี้ ถึงการเขียนชื่อจริง และการอ่านออกเสียงจะคล้ายกัน แต่ว่าความหมายเหมือนกัน คือน้ำใส





ตอนเด็กๆ คะชูคิดว่า ที่ปู่ตั้งชื่อนี้ เพราะอยากให้เขาเป็นเหมือนวัด คือทำให้คนสมหวัง แต่พอเขาเล่าความคิดนี้ให้ปู่ซาสึเกะฟัง ปู่ซาสึเกะต้องอธิบายชุดใหญ่ให้เข้าใจเลย

“ฮึๆ คำถามที่หลานถามปู่มานั้น มันอยู่ในคำตอบ ที่ปู่กำลังให้หลานตามหาคำตอบอยู่น่ะ”ปู่ซาสึเกะพูดจบ เขาก็หันตัวมาทางวิวหน้าต่างบานใหญ่ เพื่อชมดาว และเดือน ในขณะที่คะชูก็กำลังจมอยู่กับการไขความสงสัยของตัวตนของเขา

 

 

 

วันต่อมา เป็นอีกวัน และวันสุดท้ายของงานเทศกาลโรงเรียนชูสึจินรันบุ ตอนนี้ขอบอกเลยว่าเหล่านักเรียนห้องทุกห้องที่ไม่ได้แสดงละครเวที ก็พยายามเต็มที่กันอีกวัน เพื่อให้ห้องของตัวเองถูกเลือกว่าเป็นห้องที่ดีที่สุดในระดับชั้นของปีนี้ จนกระทั่งถึงพลบค่ำ ซึ่งถือว่าหมดเวลาแล้ว

“เอาล่ะ เดี๋ยวเรารีบไปลานกว้าง เพื่อฟังประกาศผลกันเถอะ ตอนนี้คนในห้องของเราก็ไปรอที่นั้นแล้ว เหลือแค่พวกเราแล้วล่ะ”โทจิโร่พูด เขา และเพื่อนอีก5คน กำลังจะออกไป

“เดี๋ยวก่อนทุกคน”คะชูพูดขึ้น

“มีอะไรเหรอคะชู?”โมโมกะถามขึ้น ทำให้กลุ่มเขาหยุดเดิน

“คือ... ฉันมีเรื่องจะบอกพวกเธอน่ะ”คะชูพูด

“เรื่องอะไรเหรอคะชู สำคัญไหม?”เซนซึโกะถาม

“สำคัญมากสิ ถึงอยากบอกกับพวกเธอ”คะชูตอบ “คือว่า ฉันต้องย้ายบ้าน และโรงเรียน”คำพูดของเขาทำเอาคนในกลุ่มอึ้งไปชั่วขณะ

“ล... แล้วนายจะย้ายเมื่อไหร่ ย้ายไปที่ไหน และทำไมต้องย้าย โดยเฉพาะโรงเรียน”โทจิโร่ถามเป็นชุด

“ไม่กี่เดือนนี้แหละที่จะย้าย ย้ายไปอยู่ที่อุชิอุระ ที่ต้องย้าย เพราะว่าฉันอยากจะลองดูว่า ถ้าฉันไม่ได้อยู่โรงเรียนที่เก่งเรื่องการต่อสู้ด้านดาบ ทางมหาวิทยาลัยการกีฬาจะรับหรือเปล่า แต่เรื่องการเรียนไม่ต้องห่วง คะแนนถึงตามที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนดแน่นอนแหละ”คะชูอธิบาย

“งันเหรอ ฉันเคารพการตัดสินของนายน่ะ”โฮรุพูดคนแรกพร้อมยิ้ม

“ฉันก็ด้วย เนอะเร็น”โทจิโร่เสริม

“อะ!! อืม...”เร็นพูดพร้อมพยักหน้า

“ฉันก็เหมือนกัน คะชูจะทำอะไร ก็เป็นการตัดสินใจของคะชูเนอะโมโมกะ”เซนซึโกะพูดพร้อมหันไปหาโมโมกะ

“อะ...อะไรเหรอ?”โมโมกะถามพร้อมเงยหน้าจากหน้าจอมือถือ

“นี่เธอไม่ได้ฟังที่คะชูพูดเหรอ”เซนสึโกะถาม

“ก็ฟังบ้างนิดหน่อยน่ะ รู้ว่า คะชูจะย้ายโรงเรียน ไปอยู่ที่อุชิอุระน่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ขอดูไลฟ์ย้อนหลังต่อน่ะ”โมโมกะพูดจบก็กลับมามองหน้าจอมือถือต่อ

“ดูไลฟ์อะไร?”คะชูถาม

“ไลฟ์ของเลิฟไลฟ์น่ะ ตอนนี้เป็นรอบก่อนไฟนอลด้วย และกำลังดูวงอควาน่ะ”

“วงอควา?”พวกเขา ยกเว้นคะชูถามพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย

“ใช่ วงอควา เป็นวงมาจากโรงเรียนสตรีม.ปลายอุราโนะโอชิน่ะ แต่ว่าเป็นวงที่น่าสงสารอยู่น่ะ”โมโมกะเล่าให้ฟัง

“น่าสงสารยังไง?”เร็นถามด้วยความสงสัย

“ก็วงนี้ ตอนที่ยังไม่มีสามสาวปี 3 มาร่วม พวกเธอถูกเชิญไปอีเว้นท์ในโตเกียว แต่ว่า คะแนนคนให้กำลังใจนั้นเป็น 0 น่ะ”โมโมกะอธิบาย

“ใครบอก?”คะชูถามด้วยความอยากรู้

“ได้ยินว่า พวกเขาเล่ากันมาน่ะ ฉันฟังแล้ว ก็รู้สึกสงสารพวกเขามากเลยในตอนนั้น”โมโมกะเล่าที่เธอดูมาให้ฟัง

“แล้วไง ก็แค่ได้ 0 แสดงว่าคงไม่มีอะไรที่ทำให้คนดูรู้สึกว่า มีของที่น่าสนมาแสดงสิน่ะ”เร็นพูดจาเหน็บแนมใส่

เร็น!! เสียมารยาท”เซนซึโกะเอ็ด

“ไปพูดแบบนั้น ถ้าคนในวงมาได้ยินเข้า นายได้โดนดีจากแฟนคลับแน่”โทจิโร่เสริม

“ใช่ๆ ไปพูดจาใจร้ายแบบนั้น กับสาวๆก็น่าสงสารออก”โฮรุเสริมอีกแรง

“อีกอย่างนายจะชอบ หรือไม่ชอบ ฉันไม่ว่า แต่การที่นายเล่นพูดเหน็บแนมใส่แบบนั้น มันไม่ดีเลยน่ะ ไม่ชอบอะไรก็เก็บไว้ในใจ หรือบันทึกใส่สมุดดีกว่า อย่าเอามาพูด หรือเขียนโพสต์เชียว เพราะถ้ามีคนไม่ชอบนาย แล้วเขามาเห็นนายพูด หรือเขียนเข้า นายจะโดนพวกเขาบูลลี่โดยไม่รู้ตัวน่ะ และการโดนบูลลี่นั้น อาจทำให้โรคที่นายเป็นอยู่ กำเริบ และหนักกว่าที่นายเป็นทุกวันนี้ได้” เซนซึโกะเตือนด้วยความหวังดี

“ครับ.....”เร็นรับคำหลังโดนเทศน์

“เอาเถอะ แต่ตอนนี้วงอควา พอมีสามสาวปี 3 เข้ามาเพิ่ม ทุกอย่างดูเหมือนว่า ดีขึ้นบางแล้วล่ะ ตอนนี้กำลังแสดงไลฟ์ไฟนอลของพวกเขาแล้วน่ะ”โมโมกะพูดพร้อมยิ้ม กลับมามองมือถือ ซึ่งตอนนี้วงอควากำลังแสดงไลฟ์อยู่

“อืม ถ้าอย่างงั้น พวกเรารีบไปฟังผลประกาศกันเถอะน่ะ”โทจิโร่บอกจบ ทุกคนก็รีบไปลานกว้าง

เมื่อพวกเขาไปถึงลานกว้าง

“เอาล่ะครับ ต่อไปจะเป็นการประกาศผลขวัญใจห้องประจำปีของม.ปลายระดับปี2นะครับ”พิธีกรประจำงานพูด “ที่1 คือ ปี 2 ห้อง A มาในเรื่อง การนำเสนอข้อมูลชินเซ็นกุมิ หน่วย 3 ….”สิ้นคำประกาศของพิธีกร ทำให้นักเรียนปี2 ห้องA ต่างพากันร้องเฮดีใจ พิธีกรก็ประกาศรองลงมาอีก 2 ห้อง และประกาศผลขวัญใจห้องประจำปีของม.ปลายระดับปี1 พอประกาศครบแล้ว ก็ถึงเวลากิจกรรมที่ทุกคนรอคอย คือเต้นรำรอบกองไฟ ผู้เปิดงานนั้น คือผอ.โรงเรียน

แน่นอนว่า ห้องทั้งสามของสามสายชั้นที่ชนะเลิศ จะต้องส่งตัวแทนคู่มาเต้น ทางปี 2 ห้อง A ก็ส่งโทจิโร่ กับเซนซึโกะออกไปเต้น นอกจากจะมีตัวแทนห้องทั้งสามของสามสายชั้นที่ชนะเลิศแล้ว ก็จะมีคู่ที่อยากเต้นรำด้วย มาร่วมเต้น ซึ่งร่วมๆแล้วประมาณ 28 คู่ จังหวะที่พวกเขาเต้นนั้น คือ คิตเทนการอป** ซึ่งเต้นกันอย่างสนุกสนาน

พอหัวค่ำแล้ว ทุกคนก็แยกย้ายกันกลับบ้าน ตอนนี้คะชู กับเร็นก็อยู่กันสองคน หลังจากแยกกันกับเพื่อนๆเรียบร้อยแล้ว ในระหว่างทางนั้น

“คะชู”จู่ๆเร็นเรียกขึ้น

“มีอะไรเหรอ?เร็น”คะชูถามพร้อมหันมา “ถ้านายจะแอบนินทาเซนซึโกะ ฉันบอกไว้ก่อนเลยน่ะ ว่าเรื่องนี้นายผิดก่อนน่ะ”

“ไม่ใช่หรอก”เร็นตอบสั้นๆ “นายไม่ย้ายบ้าน ย้ายโรงเรียนได้ไหม?”เขาถามขึ้น

“คงไม่ได้หรอก ฉันต้องย้ายจริงๆน่ะเร็น ทำไมนายถึงไม่ยอม”คะชูถามด้วยความสงสัย เพราะเห็นว่าตอนที่ตัวเองบอกก็ดูยอมๆอยู่ แต่ตอนนี้ทำไมกลับกลายเป็นไม่ยอม

“เพราะว่าผม... ผม.... ผมรักนาย!!!”คำพูดของเร็น “ผมน่ะ หลงรักนายมาตั้งนานแล้ว”

เอ๋!!? เร็นนี่นายแกล้งพูดเล่นหรือเปล่า”คะชูถามด้วยความสงสัย เพราะคิดว่าเร็นอาจจะอยากแกล้ง

“ผมพูดจริงน่ะ!! ผมรักนายน่ะ ผมไม่อยากให้นายย้ายไปที่อื่นเลย”เร็นพูดจริงจัง คะชูฟังแล้วทำเอาเขาถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ

“อ...เอ่อ...ตั้งแต่เมื่อไหร่?”คะชูได้สติจึงรีบถาม เพราะความรู้สึกของเขานั้น ไม่ได้ตรงกันกับความรู้ของเร็นเลยสักนิดเดียว

“ก็ตอนนั้นไง”

“ตอนนั้น?”คะชูถามด้วยความงง

“ก็ตอนที่ผมมาศาลเจ้า เพื่อขอพรให้ผ่าตัดปลอดภัย แล้วนายทักผม”เร็นบอกเหตุการณ์ที่เขาพบคะชูครั้งแรกให้ฟัง

“อ้อ...”คะชูนึกออกทันที

“ในวันนั้น...”เร็นเริ่มเล่าความรู้สึกของตัวเองตั้งแต่ วันนั้น...

 

 


3 ปีก่อน

เร็นมาที่วัดคิโยมิทสึพร้อมกับคุณป้า และคุณแม่ ที่เขามานั้น ก็เพราะว่าอีกไม่กี่วัน เขาจะต้องเข้าโรงพยาบาล และได้รับการผ่าตัดโรคหัวใจขาดเลือด แต่ว่าสีหน้าของเจ้าตัวนั้น...

เร็น อย่าคิดมากเลย ลูกต้องปลอดภัยแน่นอนจ๊ะคุณแม่พูดให้กำลังใจ

ใช่จ๊ะ ป้าเคยผ่านการผ่าตัดจากหมอคนนี้มาแล้ว หลานต้องปลอดภัยกลับมาแน่นอนจ๊ะคุณป้าพูดเสริมอีกแรง เพราะท่านก็เป็นโรคเดียวกันกับเร็น แต่ว่าท่านผ่านการผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว

เราไปดื่มน้ำศักสิทธิ์กันเถอะลูกคุณแม่พูดจบก็พาเร็นเข้าวัด โชคดีที่วันนี้มาวันธรรมดา ไม่ใช่วันเสาร์อาทิตย์ หรือวันหยุดสำคัญ หรือวันหยุดเกี่ยวกับศาสนา เลยทำให้ไม่มีคนเยอะ ทั้งสามคนจึงเดินไปที่ศาลของน้ำตกโอโตวะ ซึ่งน้ำศักสิทธิ์ที่ไหลมาจากยอดเขาจะถูกแบ่งเป็น 3 สาย คืออายุยืนยาว ความสำเร็จด้านการศึกษา และโชคดีในชีวิตรัก เมื่อมาถึงคุณแม่ กับคุณป้าของเร็นหยิบกระบวยที่ทางวัดได้เตรียมไว้ จากนั้นก็รองน้ำ สายอายุยืนยาว แล้วเทใส่แก้วที่เอามาเอง และยกดื่ม ถึงตาลูกแล้วน่ะ และแม่กับป้าจะเข้าตัววัดก่อนนะ ไปเจอกันที่นั้นล่ะ

ครับแม่เร็นรับคำจบ คุณแม่ กับคุณป้าดื่มน้ำเสร็จพอดี จึงเดินไปที่ๆตัวเองอยากไป ทิ้งให้เร็นยืนจับกระบวยอยู่คนเดียว

เร็นมองกระบวยที่จับแล้ว เขาตั้งคำถามกับตัวเองว่า  น้ำศักสิทธิ์ที่ร่ำลือกันมา จะช่วยให้การผ่าตัดของตัวเขาเองปลอดภัยอย่างงันเหรอ? เขาเองก็ตอบยากเหมือนกัน ขณะที่เขากำลังจะยืนกระบวยไปรองรับน้ำสายอายุยืนยาวนั้น

ถ้าทำหน้าแบบนั้น เดี๋ยวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่ช่วยคุณหรอกนะครับเสียงคนทักทำให้เขาชักกระบวยกลับเขาหาตัวก่อน พร้อมกันหันหาเจ้าของเสียงจนเจอว่า เป็นคะชูสวมชุดมิโกะ***กำลังดูเขาอยู่ ฉันพูดจริงๆ ถ้าทำหน้าแบบนั้น เดี๋ยวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่ช่วยคุณนะครับ

แล้วจะให้ทำหน้าแบบไหน ร่าเริงราวกับไม่มีอะไรงันเหรอ หรือทำหน้าเศร้าอยากร้องไห้ให้ท่านเมตตาเร็นถามเสียงเครียด

แบบนั้นก็เกินไปนะครับ คะชูตอบเสียงเรียบพร้อมยิ้ม ฉันว่าคุณทำหน้าตาตามธรรมชาติดีกว่าครับ คือไม่โอเวอร์เกินไป ไม่สงสัยจนทำผิดครู และจงเชื่อกับศรัทธา ฉันรับรองเลยว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์จะยอมช่วยคุณแน่นอนครับ คำอธิบายของเขาทำให้เร็นก็อึ้งไปนิดหนึ่ง แต่มาคิดๆแล้ว ก็จริงอย่างที่คะชูพูด

ขอบคุณ ว่าแต่เราจะได้เจอกันอีกไหมเร็นถาม

ตอบไม่ได้เหมือนกัน ก็แล้วแต่ดวงนะครับคะชูพูดจบ ก็เดินไปที่คุณแม่ กับคุณป้าของเร็นเดินไป เร็นเห็นคะชูแล้ว ก็รู้สึกตกหลุมรักเขาทันที

ดังนั้น เพื่อให้ตัวเองมีชีวิตต่อไป เขาจึงตัดสินใจ ยืนกระบวยไปรองรับน้ำสายอายุยืนยาว และเทใส่แก้วที่เตรียมมาแล้วยกดื่ม

 

2-3 วันต่อมา สภาพร่างกายของเร็นพร้อมได้รับการผ่าตัดแล้ว  เร็นมานอนอยู่โรงพยาบาล 2 วัน ก่อนจะเข้าห้องผ่าตัด เมื่อเขาเข้าห้องผ่าตัดแล้ว ซึ่งกินเวลาไปหลายชั่วโมง แต่ก็ผ่านพ้นไปด้วยดี เร็นต้องพักอยู่โรงพยาบาลเป็นเวลา 3 เดือน และกลับมาอยู่บ้านต่ออีก 3 เดือนจนดูมั่นใจว่าไม่มีปัญหาอะไรแล้ว เร็นกับแม่ และป้าจึงไปวัดคิโยมิทสึอีกครั้ง

ที่นี้ศักสิทธิ์จริง ต้องไปขอบคุณสักหน่อยแล้วล่ะ ที่ทำให้หลานปลอดภัยคุณป้าพูดด้วยความดีใจ

นั้นสิน่ะ วัดแห่งนี้ช่วยให้ลูกปลอดภัยคุณแม่เสริมพร้อมยิ้มอย่างมีความสุข ที่ว่าที่นี้ช่วยลูกได้ เร็นนั้นกำลังมองหาคะชูอยู่ จนเขาหาเจอ เขาเห็นคะชูกำลังช่วยแบกของ กับฝาแฝดโซ และโซระอยู่ แน่นอนว่า ทั้งสามอยู่ในชุดมิโกะ

แม่ครับ ผมขอไปทางนั้นหน่อยได้ไหม?เร็นถามพร้อมชี้ไปจุดที่คะชูเดินผ่าน

ก็ได้จ๊ะ เดินเร็วได้ แต่อย่าวิ่งน่ะคุณแม่บอกจบ เร็นก็เดินเร็ว จนตามทันคะชู

เดี๋ยว! เดี๋ยวหยุดก่อน!!’คำพูดของเร็น ทำให้ คะชู โซ กับโซระหยุดเดิน แล้วหันมาทางเร็น

อ่ะ! คนที่มาเมื่อหลายเดือนก่อนนี่คะชูจำหน้าได้

รู้จักด้วยเหรอ?โซถาม

ครับ เมื่อ 6 เดือนก่อนเขามาที่นี้ มาดื่มน้ำของน้ำตกโอโตวะน่ะครับคะชูบอก

อืม ถ้าอย่างงั้น ฉันกับโซระจะล่วงหน้าไปก่อน เราเองก็รีบมาล่ะ”โซบอก

ครับคะชูรับคำจบ โซกับโซระเดินนำไปก่อน คะว่าแต่คุณมีอะไรกับฉันงั้นเหรอครับเขาหันตัวมาถามเร็น

คุณเคยบอกว่าแล้วแต่ดวงใช่ไหม?เร็นถามเพื่อคะชูยังจำวันนั้นได้

ครับ

นี้ไง ดวงของผมพามาพบคุณแล้วเร็นพูดอย่างดีใจที่ได้เจอคะชูอีกครั้ง อีกอย่าง ผมผ่านการผ่าตัดแล้ว และสุขภาพแข็งแรงแล้ว จึงอยากมาเจอนายอีกครั้ง

ครับ

ว่าแต่คุณชื่ออะไรเหรอ เจอกันครั้งก่อนนี้ผมไม่ได้ถามชื่อเลย รู้สึกแย่มากเลยในครั้งก่อน เร็นพูดด้วยความรู้สึกผิด ที่ครั้งก่อนลืมถาม

เฮ่อ... ฉันต้องขอโทษด้วย ฉันบอกชื่อของฉันตอนนี้ไม่ได้หรอกน่ะ เพราะนี่เป็นเวลาทำงานของฉันคะชูเอ็ด และหันหลัง เตรียมจะเอาของไปตามสมทบกับโซกับโซระ แต่ว่าเขาก็หันกลับมา “อ้อ! และขอแสดงความยินดีด้วย ที่คุณปลอดภัยกลับมา และสุขภาพแข็งแรง แต่ถ้าอยากรู้ว่าผมเป็นใครก็ตามหาคำตอบให้เจอสิเขาพูดจบ พร้อมหันกลับมามองทาง และเดิน เร็นได้ฟังแล้วก็อึ้งไปสักพักใหญ่ ตอนแรกเขาก็รู้สึกเศร้าสิ้นหวัง สักพักเขาก็รู้สึกมีไฟ และไม่ยอมแพ้จะต้องรู้ชื่อของคะชูให้ได้ 

 

วันเปิดเทอมเลื่อนชั้นของโรงเรียนม.ต้นมาถึง ปีนี้เร็นอยู่ปี 3 แล้ว ซึ่งเขาอยู่ห้อง C  ในระหว่างที่เขากำลังจะถึงหน้าห้อง C ก็ได้เห็นคะชู ที่เดินนำหน้าเขาอยู่ เพราะเขาจำสีผม กับหางผมได้ แต่ว่าคะชูเข้าห้อง B ซึ่งกว่าจะได้ไปถามคนห้อง B ได้ ก็ตอนเที่ยง

เอ๋? คนที่ไว้ผมสั้นสีน้ำตาล และมีหางผมเหรอ?โทจิโร่ถาม เขาเคยอยู่ห้องเดียวกับเร็น เมื่อปีที่แล้ว

ใช่ เขาชื่ออะไรเหรอ?เร็นถามด้วยความอยากรู้

เขาชื่อคิโยมิสึซังน่ะ ถามทำไม?โทจิโร่ถามด้วยความสงสัย

ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่อยากจะไปทำความรู้จักถึงเร็นจะตอบแบบนั้น แต่ว่าเขาก็ไม่กล้าเข้าไปคุย หรือทักทายกับคะชูเลย ทำได้แค่แอบถ่ายรูป และเอามาปริ๊นเก็บใส่อัลบั้ม กับแปะฝาผนังห้องนอนของเขาไปเลื่อยๆ จนกระทั่งจบการศึกษา และเข้าสู่โรงเรียนมัธยมปลายชูสึจินรันบุ

ซึ่งเร็นได้อยู่ห้องเดียวกันกับคะชู ร่วมทั้งโทจิโร่

ขอให้นักเรียนทุกคนแนะนำตัว ชื่อ กับนามสกุลด้วยนะคะอาจารย์ประจำชั้นบอก นักเรียนค่อยๆแนะนำที่ล่ะคนไปเลื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงคะชู เขาก็ยืนขึ้น

โอคิตะ คิโยมิสึคะชูแนะนำตัว แต่ทุกคนในห้องก็พากันตกใจกับชื่อนามสกุลของคะชู และพูดคุยกัน คือว่า นามสกุลของฉัน คันจิคนล่ะตัวกับนามสกุลของโอคิตะซังนะครับ ชื่อของผมก็เช่นกัน คันจิคนล่ะตัวกับชื่อวัด และได้มาตั้งแต่เกิดเขาอธิบายให้คนในห้องเข้าใจ หลังจากแนะนำตัวกันหมดห้องแล้ว ก็เริ่มเรียนจนถึงเที่ยง

คิโยมิสึซังเร็นทักขึ้น

มีอะไรเหรอ?คะชูถาม ในขณะที่กำลังหยิบข้าวกล่องจากกระเป๋า

ไปกินข้าวด้วยกันไหม? อีกอย่างนายก็มาจากโรงเรียนเดียวกันกับพวกเรานี่”โทจิโร่พูด

อืม ก็ได้น่ะคะชูตอบพร้อมลุกขึ้น

เอ่อ... มีอีกเรื่องหนึ่งอยากจะบอกเร็นพูดขึ้นไหนๆ เราก็มาจากที่เดียวกันแล้ว เรามาเป็นเพื่อนกันไหม? เขาถามขึ้น

ก็ได้น่ะ ฉันไม่คิดมากอะไร ที่มีเพื่อนมาจากโรงเรียนเดียวกันคะชูพูดพร้อมยิ้ม

อืมๆเร็นเอ่ออ้อพร้อมยิ้ม แต่ในใจของเร็นนั้น เขาอยากจะสารภาพรักคะชูตรงหน้าเลย แต่ติดที่ว่ามีโทจิโร่ยืนอยู่ด้วย และคิดว่ามันคงยังไม่ถึงเวลา เลยยังไม่บอก ได้แต่แอบถ่ายรูป และเอามาปริ๊นเก็บใส่อัลบั้ม กับแปะฝาผนังห้องนอนตของตัวเอง แต่ว่าก็มีมาเพิ่มคือ เวลาคะชูส่งข้อความมาทางมือถือเขาที่ไหร่ เขาก็จะปริ๊นมาเก็บในอัลบั้มเพิ่มอีก

 

 

 

“เร็น... ก็ตอนนั้นนายทำหน้าแบบว่า  สิ่งศักดิ์สิทธิ์เห็นแล้วคงต้องคิดหนักเลยล่ะ ว่าจะช่วยหรือไม่ช่วยดี”คะชูพูดหลังฟังรำลึกความหลัง

“แต่เหตุการณ์ครั้งนั้น และที่ผ่านมา มันทำให้ผมรักนายน่ะ”เร็นพูดตรงๆ “คะชูขอร้องล่ะ อย่าไปเลยได้ไหม? อยู่ที่นี่ต่อเถอะน่ะ”เขาอ้อนวอน

“เร็น...” คะชูเรียก “สิ่งที่นายทำอยู่นี่ นายกำลังเห็นแก่ตัวน่ะ”

“ใช่ ผมมันเห็นแก่ตัว”เร็นตอบตรงๆ “เพราะคะชูคือคนที่ทำให้ผมมีชีวิตต่อไป แต่ตอนนี้คะชูกำลังจะย้ายไปอยู่ที่อื่น ผมรู้สึกเหมือนกำลังเสียคนรักไป ผมยอมไม่ได้...”เขาพูดพร้อมน้ำตาเริ่มไหล

“เร็น!! ฟังฉันน่ะ ฉันไม่ใช่คนที่ทำให้นายมีชีวิตต่อไปหรอก”คะชูพูดเรียกสติ “คนที่ทำให้นายมีชีวิตต่อไปได้ คือหมอ ครอบครัวของนาย และความอยากมีชีวิตต่อไปของนายตั้งหาก เพราะฉะนั้นแล้ว นายอย่าเอาแต่ใจเลย อีกอย่างฉันคิดกับนายแค่เพื่อน ไม่ได้คิดเชิงชู้สาวเลย ขอโทษด้วย”คำอธิบายของเขานั้น...

“ทำไมกัน... ทำไม... ทำไมนายถึงไม่รักผม ในแบบที่ผมรัก...”เร็นถาม พร้อมร้องไห้ออกมา

“เพราะฉันไม่ได้มีความรู้สึกแบบนั้น ฉันรู้สึกกับนายได้แค่เพื่อนสนิทคนหนึ่ง”คะชูตอบ “อีกอย่าง มีคนๆหนึ่ง เขารักนายโดยไม่มีข้อแม้อะไรเลยน่ะ”เขาอธิบาย

“ใครเหรอ?”

“นั้นไง”คะชูพูดพร้อมชี้ไปที่ทางแยก

“แม่”เร็นพูดออกมา นั้นก็เพราะคุณแม่ของเขายืนรอเขาอยู่แถวนั้น

“เร็นลูก แม่เป็นห่วงแทบแย่ เลยมายืนรอน่ะ แล้วนี่เป็นอะไรล่ะ ทำไมถึงร้องไห้”คุณแม่ถามเป็นชุด

“มะ...ไม่มีอะไรหรอกครับ...”เร็นพูดแบบปัดๆไป “แม่ครับ คือว่า...ตลอดทางกลับบ้าน ผมขอร้องไห้ได้ไหมครับ....”

“ได้สิลูก ถ้าลูกรู้สึกอยากจะร้องไห้กับเรื่องอะไร ก็ร้องออกมาได้เลยนะจ๊ะ”คำพูดของคุณแม่ของเร็นทำให้เร็นร้องไห้ไม่หยุด “คิโยมิสึคุง ขอบใจมากน่ะ ที่อยู่เป็นเพื่อน”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ถ้าอย่างงันผมขอกลับบ้านก่อนน่ะครับ แต่ส่วนเร็นนี่...”

“ไม่ต้องห่วงหรอกจ๊ะ ให้เขาร้องระบายเต็มที่เถอะ เดี๋ยว2-3วันก็ดีขึ้นแหละจ๊ะ เชิญกลับไปได้เลยจ๊ะ”คุณแม่ของเร็นพูดจบ

“ครับ แล้วพบกันใหม่นะครับ”คะชูพูดเสร็จก็เดินไปอีกทาง ซึ่งเป็นทางกลับบ้านของเขา พอใกล้ถึงบ้าน เขายังไม่เข้าบ้าน แต่ไปที่วัดคิโยมิทสึสักหน่อย เพราะอยากทำใจให้สงบก่อนเข้าบ้าน

พอเขาเข้ามาในเขตวัด เมื่อเดินมาถึงจุดที่บอกผลจากการเซียมซี เขาได้เห็นสาวน้อยสวมชุดนักเรียนสองคน ที่หันหลังอ่านดวงเซียมซีอยู่ แต่ทว่า... สาวน้อยสองคนนั้น คนหนึ่งมัดผมหางม้าฟู อีกคนไว้ผมยาว ผูกโบว์ คะชูเห็นแล้ว ก็ทำให้จู่ๆ....

คะชู!!!!!!”เสียงโซร้องด้วยความตกใจดังขึ้น

 

ก่อนที่คะชูจะล้มลงสลบไป




*นามสกุลของคะชูมีปรากฏในตอนที่ 3 สามารถย้อนกลับไปดูได้

** Kettengalopp (คิตเทนการอป) เป็นการเต้นเข้าจังหวะของประเทศ สวิตเซอร์แลนด์ อยากรู้ว่าเต้นกันยังไงดูคลิปข้างล่าง


*** ชุดมิโกะ เป็นชุดที่ผู้สวมจะมาช่วยทำงานที่วัด หรือศาลเจ้า ถึงจะเรียกเหมือนกัน แต่คำนี้ เป็นคำชุดมิโกะของผู้ชาย (ด้านขวาของรูป) ส่วนคำนี้ 巫女 เป็นคำมิโกะของผู้หญิง


 



รายชื่อตัวละครที่ปรากฏในตอนนี้

 

  

     



จากใจผู้เขียน
      เอ่อ... ทุกคนอย่าพึ่งเข้าใจผิดน่ะ ว่าแอดลงผิดเรื่องหรือเปล่า ถูกเรื่องค่ะ แต่ตอนที่แล้ว แอดบอกว่าเราจะไปเกียวโตกัน ก็นี้ไง เรามาเกียวโตกันแล้ว ตอนนี้ขอบอกเลยว่า กว่าจะได้ตอนนี้มาได้ ก็ทำไป 4 รอบ คือให้เพื่อนช่วยดู
     รอบแรกนั้น พลาด คือเอาคนในหน่วย2 มาเจอกับไซโต้ซัง เพื่อนก็บอกว่าเปลี่ยนคน ให้เอาคนที่สนิทไซโต้ซังมา
     รอบสอง แก้ตามคำแนะนำ ผ่านพ้นไปด้วยดี แต่ยังเขียนไม่จบ
     รอบสาม จบลงโอเค แต่เพื่อนรู้สึกว่า ความรู้สึกรักชอบของเร็น ยังไม่แบบ...เหมือนที่อ่าน และแนะนำให้แอดไปดูเรื่องหนึ่ง
     รอบสุดท้าย มีผิดนิดหน่อย แต่ทุกอย่างโอเคแล้ว แก้ที่ผิด แล้วเอาลง
     ตอนนี้ขอบอกว่า น่าเสียดายที่ไม่ได้เห็นคะชูกับฮานะจังเต้นคิตเทนการอปกัน แต่เอาเถอะ ไม่เต้นดีแล้ว เดี๋ยวฮานะจังได้ตกอยู่ในอันตราย อีกอย่าง ที่โรงเรียนชูสึจินรันบุก็มีเรื่องลือกันว่า คู่ที่ได้เต้นคิตเทนการอปกันในวันเต้นรอบกองไฟ จะเป็นคู่ที่รักกันตลอดไป
     อืม... ถึง คิตเทนการอป จะเป็นการเต้นของสวิตเซอร์แลนด์ พูดถึงสวิตเซอร์แลนด์ แอดจะนึกถึงเอ็มม่าจากโรงเรียนนิจิกะซากิ (เลิฟไลฟ์รุ่นที่3) เธอเป็นชาวสวิตเซอร์แลนด์ แล้วแอดทำคลิป ฮานะจัง เต้นเพลง Ever green ของเอ็มม่า ไปดูกันได้ คลิ๊ก
   เอ๋??!!! เกิดอะไรขึ้นกับคะชูกัน? ตอนต่อไป เราจะไปรู้ที่มาว่า ทำไมคะชูถึงกลายเป็นแบบนี้ แต่แอดบอกไว้ก่อนเลยว่า คะชูยังเป็นคะชูคนเดิม แต่ที่เปลี่ยนไปนั้น... ตอนต่อไปคือคำตอบ และ...

คะชูในชุดเครื่องแบบนักเรียน โรงเรียนชูสึจินรันบุ ชุดด้านขวา คือชุดที่เขาสวมใส่ในตอนนี้ และตอนต่อไป
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

24 ความคิดเห็น

  1. #15 Wanwan_29 (@Sayakasan) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 16:58
    แว เพิ่งมาตามอ่าน คะชูเป็นไรป๊ายยยยยยยย บทหนูเพิ่งมาหนูอย่าเพิ่งป๊ายยยยยยยยยยยย //ได้หวีดสุดเสียงแล้วจริมๆ ถถถ

    คิดเหมือนกันเลยค่ะว่าทำไมช่างตีดาบเค้าตั้งชื่อว่าคะชูคิโยมิตสึ แต่จริงๆคะชูคิโยมิตสึก็ชื่อช่างนี่หน่า--- 🤔🤔

    ความเหมือนโอคิตะของคู่หูฟ้าแดงมีส่วนที่เหมือนทั้งคู่ แต่ใครเหมือนมากกว่าตอบเลยว่ายาสุซาดะค่ะ ด้วยว่านิสัยน่าจะอิงมาจากโอคิตะซังใน ปวศ จริง(ไบโพล่า--- แค่ก) และดีไซน์โอคิตะซังในอนิเมะฮานามารุก็เหมือนยาสุซาดะแบบถอดพิมพ์กันมา
    (จริงๆสตอรี่น่าจะเป็นยาสุซาดะจงใจแต่งตัวให้เหมือนโอคิตะซัง แต่ สต.คิดว่าเพราะโอคิตะซังถูกดีไซน์มาทีหลังเลยใช้ว่าโอคิตะเหมือนยาสุซาดะ)
    ใน trivia ของวิกิอังกฤษ มีบอกอยู่เหมือนกันว่าคะชูกับยาสุซาดะดูเป็นอะไรที่คนละขั้ว แต่ก็มีส่วนที่คล้ายกันอยู่หลายอย่างค่ะ
    #15
    0