จอมใจ | kaisoo kaido

ตอนที่ 9 : บทที่๘

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,853
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 295 ครั้ง
    30 พ.ย. 62


เสียงโทรศัพท์มือถือแผดเสียงดังรบกวนร่างที่กำลังนอนหลับสบายอยู่ใต้ผ้านวมผืนหนา กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเครื่องนอนทำให้คนที่กำลังง่วงงุนอยากจะซุกตัวอยู่ในผ้าห่มไปเรื่อย ๆ แต่เพราะเสียงเครื่องมือสื่อสารที่กำลังส่งเสียงกดดัน กลุ่มผมสีดำโผล่พ้นผ้าห่มออกมา ท่อนแขนกวาดไปข้างตัวเพื่อตามหาต้นเสียง

เรียวนิ้วป้อมสัมผัสจอทัชสกรีนโดยไม่ได้ดูชื่อเจ้าของสาย พลางใช้มืออีกข้างยกขึ้นนวดขมับช้า ๆ เพราะอาการมึนงงที่เข้าเล่นงาน ดลวัฒน์กล่าวทักไปก่อนทั้งที่ตายังคงปิดอยู่ “ครับ ดลวัฒน์พูดสายครับ”

“พี่! ไหนบอกจะโทรหาผมไง! ” น้ำเสียงทุ้ม ๆ คุ้นหูตะโกนใส่เสียงดังจนต้องขยับโทรศัพท์ออกห่างโดยอัตโนมัติ ดินเปิดเปลือกตามองหน้าจอเพื่อความแน่ใจอีกครั้งแต่ไม่ต้องตรวจสอบอีกก็จำได้แม่นว่าปลายสายคือไอ้น้องชายตัวแสบที่เขาปล่อยมันเอาไว้ที่คอนโดคนเดียววันนี้เข้าวันที่สาม และความผิดอยู่ที่เขาอย่างแน่นอนที่สุดเพราะมัวแต่คิดเรื่องงานจนลืมโทรจิกเจ้าน้องชายอย่างที่เคยลั่นวาจาเอาไว้ก่อนจะมาที่เกาะไพลิน

“ใจเย็นไอ้ลูกหมา เบาหน่อย นี่ยังเช้าอยู่”

“เช้าบ้าอะไรของพี่ นี่จะสิบโมงอยู่แล้วยังไม่ตื่นรึไง-”

“เดี๋ยวนะ แกบอกว่าสิบโมงเหรอ” ร่างเล็กชาไปทั้งตัวก่อนจะค่อย ๆ มองไปที่หน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองที่ตอนนี้กำลังโชว์เวลาสายโด่งยืนยันว่าเช้าวันที่สองของการทำงานเขาไปทำงานสาย ดลวัฒน์ดีดตัวขึ้นจากเตียงราวกับว่านั่นคือของร้อนทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังอยากจะนอนซุกตัวอยู่ต่อ “ค..แค่นี้ แค่นี้ก่อน! เดี๋ยวโทรกลับ ทำงานสายแล้วๆ ! ”

คนที่เพิ่งจะรู้ตัวลุกขึ้นหน้าตาตื่นก่อนจะมองไปรอบตัวและเพิ่งจะสังเกตได้ว่าสิ่งแวดล้อมรอบกายไม่เหมือนเดิม

ที่นี่ไม่ใช่ห้องของเขา ไม่ใช่บ้านพักท้ายเกาะที่นายหัวคเณศส่งเขาไปอยู่


“เวรแล้ว…” ดินสบถกับตัวเองเบา ๆ ยกมือขยี้ผมจนยุ่ง มือเล็กยกขึ้นกอดร่างกายก่อนจะพบว่าเสื้อผ้าของเขาถูกเปลี่ยน ตอนนี้สิ่งที่อยู่บนร่างกายของเขาคือชุดนอนสีน้ำเงินเข้มที่ทำจากผ้าซาตินเป็นตัวโอบกอดให้เขาหลับสบายมาทั้งคืน คงเป็นเรื่องดีกว่านี้หากดินตื่นมาและพบว่าอยู่ในห้องของตัวเอง คำถามมากมายพุ่งเข้ามาในหัว จำได้ว่าเมื่อคืนเขาลุกมาเข้าห้องน้ำอยู่ ๆ ภาพก็ตัดไม่สามารถจดจำสิ่งที่เกิดขึ้นได้ ร่างกายของเขายังครบสามสิบสองดีสบายใจว่าคงไม่ได้ไปทะเลาะกับใคร แต่ความสงสัยหนึ่งที่ไม่มีคำตอบคือเจ้าของห้อง และเจ้าของเสื้อผ้าที่เขาสวมใส่นั้นเป็นของใคร คนที่ยังคงตกใจวิ่งหน้าตั้งไปที่หน้าต่างก่อนจะเปิดม่านออกและคำตอบก็ฉายชัดอยู่ด้านนอก


นายหัวคเณศยืนอยู่ด้านนอกระเบียงห้อง เจ้าของผิวสีแทนคล้ำแดดสวมแว่นตากรอบทองแบบที่ดินคิดว่าเหมือนคนแก่ พร้อมทั้งในมือมีสมุดบันทึก เจ้าตัวกำลังคุยโทรศัพท์มือถือ ท่าทางดูจริงจังของนายหัวเจ้าของเกาะทำเอาคนแอบมองละสายตาไม่ได้ หากมองจากตรงนี้ความน่าเกรงขามของอีกคนแผ่รังสีชัดเจน ไม่แปลกใจที่ใคร ๆ ต่างก็ดูจะกลัวนายหัวคเณศ แม้กระทั่งคุณตะวันที่ดูท่าทางจะสนิทกับนายหัวก็ยังดูหวาด ๆ คงเพราะบุคลิกของอีกคนที่ดูเป็นคนนิ่ง ๆ แบบนั้นทำให้ใคร ๆ ก็อยากจะเชื่อฟังไม่เว้นแม้แต่ดลวัฒน์

ดวงตาคู่คมละสายตาจากสมุดบันทึกในมือและมองมายังจุดที่คนแอบมองยืนอยู่ ดลวัฒน์สะดุ้งตัวโยนก่อนจะกระชากม่านปิดอย่างรวดเร็ว ดีดตัวออกห่างราวกับประตูระเบียงเป็นของอันตราย มือเล็กยกขึ้นกุมอกข้างซ้ายก่อนเนื้อด้านในเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมาเพราะความตกใจ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้อีกเหตุผลที่ทำให้หัวใจทำงานหนักในเวลาเสี้ยววินาทีนั้นเป็นเพราดวงตาคมคู่นั้นที่มองมา

เสียงฝีเท้าก้าวกระชั้นเข้ามาทำให้ร่างเล็กถอยออกไปทั้งตัวยังสั่น ทั้งที่เจอกันมาหลายครั้งแต่คราวนี้กลับรู้สึกกลัวอีกฝ่ายอย่างไม่ทราบสาเหตุ คงเป็นเพราะความเมามายไม่ได้สติเมื่อคืนที่ทำให้เขากลัวว่าตัวเองจะเผลอทำอะไรแปลก ๆ จนต้องลำบากนายหัวคเณศจนสุดท้ายอีกฝ่ายคงจะไม่พอใจและจะพาลไม่ยอมร่วมงานกันไปด้วย บานกระจกถูกเลื่อนเปิดออกลมจากด้านนอกพัดให้ผ้าม่านสีขาวปลิวไสวเปิดทางให้ผู้เป็นเจ้าของบ้านเดินเข้ามาได้โดยง่าย นายหัวหนุ่มหุบสมุดบันทึกลงพร้อมกับถอดแว่นตาออก ดวงตาสีเข้มปราศจากกรอบแว่นปิดบังมองมายังคนตัวเล็กโดยตรงทำให้คนถูกมองนั้นยืนตัวแข็งทื่อเพราะความกดดัน

“ตื่นสายขนาดนี้จะไม่ทำงานแล้วรึไง” นายหัวหนุ่มว่าด้วยเสียงเย็น ๆ ทำเอาคนฟังหวาดหวั่น ยิ่งเห็นสายตาดุดันแบบนั้นยิ่งทำให้ดินกังวลเรื่องที่คิดเอาไว้ สันนิษฐานได้ว่าเมื่อคืนเขาคงทำเรื่องแปลก ๆ เอาไว้เลยทำให้นายหัวคเณศดูท่าว่าจะไม่พอใจ

“เอ่อ ขอโทษครับนายหัว ผ..ผมจะไม่ดื่มแบบนั้นอีกแล้วค..คือ” คนตัวเล็กพูดตะกุกตะกักทั้งบีบมือตัวเองแน่น หลังจากเคยถูกดุมาบ้างแล้วแต่คราวนี้ดูจะให้ความรู้สึกที่ต่างไป คงเป็นเพราะไม่สามารถจำเหตุการณ์อะไรได้เลยต้องกังวลว่าเขาอาจจะเผลอต่อว่าระบายความไม่พอใจใส่คุณคเณศไปหรือเปล่า

ท่าทางของผู้ร่างเล็กตัวสั่นน้อย ๆ นั้นตกอยู่ในสายตาของนายหัวคเณศทั้งหมด พี่สาวและคุณแม่มักบอกเสมอว่าเขาดูดุทุกทีที่ยืนนิ่ง ๆ ทั้งที่จริง ๆ ในใจของเขาไม่ได้มีเรื่องโกรธเคืองอะไร คงเป็นเพราะสายตาและใบหน้าเรียบนิ่งที่ชอบทำจนติดนิสัยทำให้เขาเป็นคนดุไปโดยปริยาย ดูท่าว่าคนตรงหน้าก็คงคิดว่าเขากำลังโกรธอะไรบางอย่างถึงได้ตัวสั่นแบบนั้น

“เป็นอะไร จะพูดอะไรก็รีบพูด ผมก็มีงานต้องทำ คุณเองก็มี”

“เมื่อคืน…ผมไม่ได้ทำอะไรแปลก ๆ ใช่ไหมครับ ค..คือผมจำอะไรไม่ได้เลย” ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นถามทำเอาคนที่กำลังมองอยู่ก่อนชะงัก ริมฝีปากอิ่มสีสวยที่เอื้อนเอ่ยคำถามแบบนั้นออกมากำลังทำให้คเณศหัวใจกระตุก ถ้าถามว่าดลวัฒน์ได้ทำอะไรแปลก ๆ ไหม ก็คงต้องตอบว่าไม่ แต่หากถามว่าเมื่อคืนเกิดเรื่องแปลก ๆ ขึ้นเปล่าเขาก็คงไม่ปฏิเสธ

“ไม่…คุณไม่ได้ทำอะไรหรอก ก็แค่เมา ไม่มีใครเขาหอบคุณไปส่งไว้ท้ายเกาะได้เลยให้มาที่นี่แทน”


คเณศตอบพลางหลบสายตาแสร้งชมผนังชมเพดานห้องไปเรื่อยเพราะตัวเองเพิ่งจะเอ่ยคำโกหกคำโตออกไป


เรื่องแรกคงเป็นเรื่องที่เขาไม่พาเจ้าตัวไปส่งที่บ้านท้ายเกาะ


ไม่มีแม่บ้านคนไหนพาร่างของดลวัฒน์ขึ้นมาที่ห้องพัก มีเพียงนายหัวเกาะไพลินที่ทำหน้าที่เป็นคนอุ้มร่างของคนเมาขึ้นมายังห้องนอนรับรองแขก เสื้อผ้าทุกอย่างเป็นของคเณศทั้งหมด เขาเป็นคนจัดการด้วยตัวเอง หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น คงต้องโทษสติที่อาจจะพร่าเลือนทำให้ทุกอย่างไม่ได้หยุดแค่ตรงนั้น มีเหตุการณ์ไม่เหมาะสมเกิดขึ้นเพียงเล็กน้อย เขาสาบานด้วยเกียรติของนายหัวเกาะไพลินว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันก็แค่เรื่องเล็กน้อย สุดท้ายเป็นคเณศเองที่ได้สติหยุดยั้งทุกอย่างเอาไว้


“ขอโทษที่รบกวนนายหัวมากขนาดนี้นะครับ แล้วก็..ขอบคุณที่ช่วยครับ” คนอายุน้อยกว่ากระพุ่มมือไหว้ทำเอานายหัวเจ้าของเกาะลอบยิ้มพอใจ อยากจะบอกออกไปเหลือเกินว่าการช่วยของเขานั้นได้ค่าตอบแทนเป็นการได้เชยชมริมฝีปากหวาน ๆ ของอีกคนไปแล้ว แต่ก็นึกได้ว่าควรจะเก็บเรื่องนี้เอาไว้คนเดียวคงจะดีกว่า

“คราวหน้าคงไม่จัดงานเลี้ยงแล้ว ถ้าลูกน้องจะเมาหนักขนาดนี้” คนตัวโตบ่นออกมาด้วยท่าทางจริงจังพร้อมกับลอบมองร่างเล็กตรงหน้า ดลวัฒน์แสดงออกถึงความกระวนกระวายอย่างชัดเจนทำให้นายหัวคเณศนั้นพอใจอย่างมาก

“ไปทำงานได้แล้ว ป่านนี้นายช่างคงรอผู้ช่วยอยู่”

“ครับ ผมจะรีบไปทำงาน ขอบคุณอีกครั้งนะครับ” ดินรับคำอย่างขันแข็งก่อนจะก้าวเท้าออกไปจากห้องแต่ก็ต้องหมุนตัวกลับมาเมื่อนึกขึ้นได้ว่าอาภรณ์ที่ตนสวมใส่อยู่นั้นเป็นของคนอื่น “…นายหัวครับ คือเสื้อผ้าพวกนี้”

“เอาไปซักมาคืน ส่วนเสื้อที่จะใส่ไปทำงานวันนี้ก็ยืมของตะวันไปก่อน อยู่ในถุงสีฟ้าชั้นล่าง” นายหัวหนุ่มก้าวนำออกไปอย่างรวดเร็ว ดินกล่าวคำขอบคุณไล่หลังก่อนจะรีบวิ่งลงไปล้างหน้าล้างตา โชคดีที่ในถุงเสื้อผ้ามีแปรงสีฟันใหม่เอี่ยมอยู่ด้านในทำให้เขาได้จัดการตัวเองอย่างดี

ดลวัฒน์กลับไปถึงอู่เรือในเวลาไม่ถึงสิบนาทีแค่การตื่นตอนสายโด่งจนพระอาทิตย์จะข้ามหัวแบบนี้ก็รู้สึกผิดมากอยู่แล้วเขาไม่อยากจะกินแรงนายช่างไปมากกว่านี้เพราะเพิ่งจะมาทำงานได้เข้าวันที่สองก็เท่านั้นควรสร้างความประทับใจเอาไว้แต่ก็ดันมาพลาดท่าเพราะเหล้าต้มของเกาะไพลิน

“สบายจริงโว้ย ปากบอกไม่ใช่คนใหม่นายหัวแต่เพิ่งจะออกจากบ้านใหญ่ก็สายโด่งแล้ว” คำทักทายแรกที่ดินไม่อยากจะนับว่าเป็นคำทักทายมีต้นเสียงมาจากช่างในอู่อีกคนที่เขาจำได้ว่าน่าจะชื่อ ‘ต้น’ ดินพอจะรู้ได้ตั้งแต่เจออีกฝ่ายครั้งแรก คน ๆ นี้ไม่ใช่คนน่าคบหานักอย่างที่เด็กหนุ่มชื่อหยางได้เตือนเอาไว้ คำพูดส่อแววดูถูกหยามเกียรติทำให้หัวของเขาแทบจะลุกเป็นไฟ มือเล็กกำแน่นเพราะความไม่พอใจได้แต่ท่องเอาไว้ว่าไม่ควรจะมีเรื่องกับคนแบบนี้ เถียงไปก็เปลืองน้ำลายต่อยไปก็คงจะเปรอะมือเอาเปล่าๆ

“เข้าใจผิดแล้วครับ นายหัวแค่ช่วยผม เราไม่ได้-”

“ถุย”

ดลวัฒน์สูดหายใจเข้าลึกเต็มปอดเพราะความหงุดหงิด ปรกติเขาไม่ใช่คนชอบมีเรื่องกับใคร แม้จะมีความรู้สึกไม่พอใจอยู่บ้างแต่เพราะความอดทนี่มีทำให้เขาผ่านมาได้ แต่ดูว่าคราวนี้คำพูด และความน่ารังเกียจของคน ๆ นี้ดูจะมากไปเสียหน่อย กล่าวว่าเขาเพียงคนเดียวคงไม่แย่เท่าเอานายหัวคเณศมาเกี่ยวข้อง ดินและนายหัวไม่ได้มีความสัมพันธ์อย่างที่อีกคนเข้าใจ หากมีคนอื่นเข้าใจผิดไป เกรงว่าเรื่องเข้าใจผิดที่ไม่มีวันเป็นไปได้แบบนี้อาจจะมีผลกับการบริหารของนายหัวคเณศได้

“มึงพูดมาได้ ชัดเจนขนาดนี้มาใหม่ริอ่านใฝ่สูง มีแต่หมาเท่านั้นแหละจะเชื่อคำพูดของมึง”

“มีแต่หมาเหรอครับที่จะเชื่อ….แต่ดูท่าทางแถวนี้มีหมาหนึ่งตัวไม่เชื่อนะครับ”


และดลวัฒน์เผลอทิ้งระเบิดให้ตัวเองอีกแล้ว





“คุณดินล่ะครับนาย”

ทินกรเอ่ยถามผู้เป็นนายพลางวางชุดอาหารลงบนโต๊ะอาหาร นายหัวคเณศทำเพียงปรายตาขึ้นมามองเล็กน้อยก่อนจะก้มหน้าลงอ่านเอกสารดังเดิม

“ไปทำงานที่อู่แล้ว”

“นายน่าจะบอกให้คุณดินเขาทานอะไรก่อนนะครับ ผมอุตส่าห์ไปทำข้าวต้มมาให้” ตะวันว่ากล่าวด้วยความเสียดาย เลขาตัวเล็กส่ายหน้าให้กับนิสัยไม่สนใจคนอื่นของผู้เป็นนาย ความจริงแล้วตะวันรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนไปของเจ้านาย คุณคเณศไม่เคยสนใจใครมาก่อน แม้จะมีหนุ่มน้อยหรือหญิงสาวมากมายที่ได้ร่วมเตียง หรือการออกเดทแบบวันไนท์แต่นายหัวก็ไม่เคยจะสนใจจะสานสัมพันธ์หรือทำความรู้จักกับคนเหล่านั้นต่อ แต่กับคุณดินทุกอย่างต่างออกไป ทั้งผู้เป็นนายสั่งให้เขาไปหาข้อมูลเกี่ยวกับคุณบรรณาธิการมาถึงสองครั้ง ตะวันภาวนาอยู่ทุกวันให้สิ่งที่เขาคิดเป็นจริง

“นายจะทานมื้อเที่ยงเลยไหมครับ ผมจะตามแม่บ้าน”

“ไม่ต้อง วันนี้ผมจะเข้าไปทานที่บ้าน”

“ก็นี่ไงครับบ้าน...เอ๊ะ” ตะวันหันมองคนเป็นเจ้านายเพราะความตกใจ “นายหมายถึงบ้าน บ้านนายแม่เหรอครับ?”

“อื้อ เตรียมเรือด้วย อีกสองชั่วโมงจะออกไปแล้ว อย่าลืมโทรเรียกคนขับรถบนฝั่งด้วย” นายหัวเกาะไพลินว่าก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปร่งเดินผ่านคนที่ยังคงตกใจและหายเข้าไปในห้องทำงานเงียบ ๆ เลขาคนเก่งยืนอ้าปากค้างแต่สมองก็ยังคงจดจำสิ่งที่นายหัวสั่ง เป็นเวลาร่วมหลายเดือนที่นายหัวไม่ได้กลับบ้าน แต่จะเรียกว่าบ้านก็คงไม่ถูกต้องนัก ควรจะเรียกว่าคฤหาสน์วัชรสกุลจึงจะสมฐานะ ตะวันจัดการเป็นเลขาที่ดีโดยการโทรไปนัดแนะคนบนฝั่งแผ่นดินตามที่นายหัวสั่ง ไม่ลืมจะโทรแจ้งข่าวไปที่บ้านใหญ่ให้เตรียมการต้อนรับการกลับไปของนายหัวเจ้าของเกาะไพลิน

ช่วงขายาวก้าวเดินไปตามทางเดินของท่าเรือ นัยน์ตาคมถูกบดบังด้วยแว่นกันแดดราคาแพง นายหัวคเณศในชุดกึ่งทางการ เสื้อเชิ้ตราคาเฉียดแสนที่ผู้เป็นแม่ซื้อให้เมื่อวันเกิดปีล่าสุด กางเกงขายาวตัวโปรดที่ได้รับจากพี่สาวเมื่อหลายเดือนก่อนถูกนำมาสวมใส่อีกครั้งในรอบเดือน นายหัวเกาะไพลินเป็นคนฉลาดรอบรู้ทั้งการงาน และการใช้ชีวิต ตอนเด็ก ๆ คเณศถูกชมว่าเป็นคนช่างเอาอกเอาใจ ทุกวันนี้เขาก็ยังคงเป็นเช่นเดิมแต่ผู้โชคดีที่จะได้รับการเอาอกเอาใจเช่นนี้เห็นจะมีก็แต่คนในครอบครัวก็เท่านั้น

รถคันหรูที่ไม่ได้ถูกนำมาใช้งานบ่อยนักตอนนี้กำลังจอดรอที่ลานจอดรถของท่าเรือใหญ่ รถยนต์พุ่งทะยานมุ่งหน้าไปสู่ท่าอากาศยาน เหลือเวลาอีกสักพักกว่าจะถึงรอบบิน และต้องใช้เวลาเดินทางอีกราว ๆ หนึ่งชั่วโมงในการเดินทาง

ระหว่างนั้นเวลาที่มีไม่ได้มากมายอย่างที่คิดตราบใดที่ในหัวของเขายังคงมีแต่เรื่องวุ่นวาย ซึ่งเป็นสาเหตุที่เขาตัดสินใจกลับบ้านอย่างกะทันหัน เรียวนิ้วสีแทนกดนวดเบา ๆ บริเวณข้างขมับไม่บ่อยนักที่เขาจะรู้สึกจนปัญญาในการหาคำตอบ หากเป็นเรื่องงานคงใช้เวลาไม่มากในการคิดค้นหาคำตอบ แต่เพราะคราวนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนเกินจะแตะต้องเขาจึงต้องใช้เวลามากในการตัดสินใจ แต่เหมือนว่ายิ่งใช้เวลาเขาเองกลับยิ่งทรมาน ความร้อนรนบางอย่างกระตุ้นให้เขาเร่งหาคำตอบจนเป็นเหตุให้เขาต้องเดินทางกลับบ้านวัชรสกุลเพื่อขอคำแนะนำจากครอบครัว



เสียงล้อบดถนนแผ่วเบาสมกับราคาแปดหลัก แม่บ้านในชุดเครื่องแบบสีเทาต่างเดินเรียงหน้าออกมายืนรอต้อนรับผู้เป็นนายอีกคนที่นานทีปีหนจะกลับมาเยือนคฤหาสน์หลังใหญ่แห่งนี้ แม้ว่าทุกแทบทุกคนในบ้านจะตื่นเต้นกับการมาของคุณคเณศ วัชรสกุลแต่บุคคลสำคัญของบ้านหนึ่งคนไม่ยอมแม้แต่จะออกมายืนต้อนรับคนที่หายหน้าไปไม่ยอมกลับบ้านมาร่วมหลายเดือน กระเป๋าเดินทางหนึ่งใบถูกส่งให้พ่อบ้าน คเณศยิ้มทักทายทุกคนก่อนจะสอดส่องสายตาหาคนที่ควรจะยืนต้องรับเขาอยู่ที่หน้าบ้าน

“ป้าอร คุณนายเขาอยู่ที่ไหนล่ะครับ” คเณศถามกับหญิงสูงอายุที่อยู่ในชุดเครื่องแบบหัวหน้าแม่บ้าน

“คุณนวลเธออยู่ในห้องใหญ่ค่ะ เห็นว่าวันนี้ท่านนัดช่างมาตัดชุด” คเณศพยักหน้ารับทั้งยิ้ม นึกเอาไว้อยู่แล้วว่าคุณนายใหญ่ของวัชรสกุลคงโกรธเขาเอามาก ๆ วันนี้เขาจึงเตรียมของมาออดอ้อนคุณนายแม่ท่านเอาไว้แล้ว

โถงใหญ่ฝั่งปีกขวาของบ้านดูเล็กลงไปถนัดตาเพราะจำนวนคนนับสิบที่กำลังยืนรายล้อมร่างของหญิงอายุราวห้าสิบเจ็ดปีแต่ยังคงมีใบหน้าราวกับหญิงวัยสี่สิบต้น กล่องเครื่องประดับและราวเสื้อผ้าถูกจัดเอาไว้มากมาย เสียงฝีเท้าแผ่วเบาของผู้มาใหม่ไม่ได้ทำให้คนเหล่านั้นที่กำลังวุ่นอยู่กับของสินค้าราคาแพงหันมาสนใจจนกระทั่งหญิงสาวหนึ่งในทีมงานของห้องเสื้อหันมาพบเข้า เธอกระซิบเพื่อนสาวของเธอที่ยืนข้างกันให้หันมองผู้มาใหม่ก่อนจะเกิดเสียงพูดคุยแผ่วเบา เกี่ยวกับการมาของทายาทคนรองแห่งวัชรสกุล

“คุณนวลคะ ค..คือว่า” นายหญิงแห่งวัชรสกุลเงยหน้าจากเครื่องประดับในมือขึ้นมามองผู้มาใหม่ที่กำลังรบกวนการช้อปปิ้งของเธออย่างร้ายกาจ ริมฝีปากของหญิงสูงวัยเคลือบด้วยลิปสติกสีโปรดปรานของคุณนายเหยียดยิ้มก่อนจะเบือนหน้าหนีอย่างหมางเมิน

คเณศยิ้มอย่างขบขันเมื่อเห็นท่าทางของผู้เป็นแม่ แม้เรื่องก่อนหน้านี้จะทำให้เขาอึดอัดใจแทบบ้าแต่เมื่อมาถึงบ้านได้เห็นผู้เป็นแม่แบบนี้ทำให้หัวใจของเขามันพองโตอย่างบอกไม่ถูก “นายแม่ครับ ผมมารายงานตัว”

เหล่าช่างจากห้องเสื้อล้วนหันสบตากันด้วยความลังเลทั้งยังตกใจ ไม่รู้ว่าควรจะอยู่ต่อหรือออกจากห้องนี้ไปจนกระทั่งคุณนายใหญ่โบกมือปัดคล้ายกับการไล่กราย ๆ

“รายงานตัวอะไรกัน มาช้าเป็นเดือนยังมีสิทธิ์มายิ้มระรื่นอยู่ได้” คเณศไม่สะทกสะท้านกับคำพูดของผู้เป็นแม่เขาทิ้งตัวลงนั่งบนที่ว่างบนโซฟาตัวยาว “ใครอนุญาตให้นั่ง ตาคนนี้นี่!”

“นายแม่นี่ขี้น้อยใจไม่เปลี่ยน ผมมีของมาง้อนะครับ” คนช่างเอาอกเอาใจวางถุงกระดาษที่บอกแบรนด์เครื่องเพชรชื่อดังลงบนโต๊ะ เพียงเสี้ยววินาทีในดวงตาของคุณนายใหญ่วาววับด้วยความดีใจแต่เพียงเสี้ยววินาทีต่อมาทุกอย่างก็กลับเป็นอย่างเดิม

“คิดว่านี้จะซื้อแม่ได้เหรอ สามีแม่เขาซื้อให้มากกว่านี้อีก”

“สามีแม่นั่นก็พ่อผมนะครับ”

“ช่างสิ แล้วนี่กลับบ้านถูกด้วยหรือไง นึกว่าหลง ๆ ลืม ๆ ไปแล้วว่ายังมีแม่แก่หัวหงอกรออยู่ที่บ้าน”

“ใช่ที่ไหนล่ะครับ ผมคิดถึงแม่จะตายแต่งานที่นั่นยุ่งมาก ๆ “คเณศว่าก่อนจะค่อย ๆ ดันถุงที่บรรจุของมูลค่ามหาศาลเอาไว้ด้านในให้เข้าใกล้ผู้เป็นแม่ “นายแม่ช่วยรับของไถ่โทษของผมทีนะครับ”

คุณนายใหญ่รับเอาของมาทั้งไม่ยอมหันกลับมามองหน้าลูกชาย “คนอื่นไปไหนกันหมดครับเนี่ย”

“ทรายกับภีมพาเด็ก ๆ ไปตรวจสุขภาพ เห็นว่าจะกลับก็ค่ำ ๆ ส่วนพ่อเขาไปออกรอบกับเพื่อน ๆ เขานั่นแหละ” คเณศพยักหน้ารับทั้งนึกเสียดายเล็กน้อยที่พี่สาวออกไปข้างนอกตอนนี้ ตามจริงนอกจากมีเรื่องจะมาปรึกษามารดา เขาก็มีเรื่องต้องคุยพี่สาวอีกเช่นกัน

คเณศเอนกายลงพิงพนักโซฟาอย่างผ่อนคลาย เขาละทิ้งความเป็นนายหัวคเณศเอาไว้ที่เกาะไพลิน เมื่ออยู่กับผู้เป็นแม่เขาก็เหลือเพียงคเณศ วัชรสกุล เด็กชายที่แม้จะเฉลียวฉลาดแต่ก็ยังต้องการปรึกษา และคำแนะนำจากผู้มีประสบการณ์มาก่อน

“แม่ครับ อันที่จริง ผมมีเรื่องจะปรึกษานิดหน่อย”

“...?” คุณนายมองเป็นเชิงตั้งคำถามระหว่างที่มือยังคงไล่สำรวจสร้อยเพชรราคาหลายล้านที่เพิ่งได้รับมาจากลูกชาย คเณศเบนสายตามองพื้นเพราะความลังเลใจ ความเป็นจริงเขายังไม่มั่นใจในเรื่องนี้เท่าไหร่นักแต่เพราะนิสัยที่ไม่ชอบให้อะไรมันค้างคาจึงต้องเร่งมาหาคำตอบถึงที่นี่ นายหัวหนุ่มผ่อนลมหายใจออกมาช้า ๆ

“แม่คิดว่าผมควรจะคบใครหรือยัง” คำพูดของทายาทคนรองทำเอาผู้เป็นแม่ชะงัก ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างก่อนที่เธอจะจัดการใช้มือฟาดลงบนท่อนแขนสีแทนของลูกชายทั้งโวยวายเสียงดัง

“คเณศ อย่าบอกว่าแกถูกใจแม่ดาราคนนั้นเหรอ!”

“ไม่ใช่ครับ แม่ใจเย็นก่อน” เพราะน้ำเสียงราบเรียบไม่ได้มีท่าทีตกใจของคเณศทำให้ผู้เป็นแม่เย็นลงได้ เธอมองหน้าลูกชายทั้งคาดคั้นจะเอาคำตอบ

“ถ้าไม่ใช่เเล้วอะไร แกคงไม่ได้ไปทำใครท้องหรอกใช่ไหม” นายหัวหนุ่มส่ายหัวให้กับความคิดของผู้เป็นแม่ ทั้งระบายยิ้มออกมา

“ไม่ใช่แบบนั้นครับ ไม่ใช่เลย”

“แล้วมันยังไง” เธอหรี่ตามองลูกชายอย่างจับผิดก่อนที่จะตกใจจนตาโตเมื่อได้ฟังคำตอบที่ไม่เคยคิดว่าจะได้ยินคำนี้จากปากของลูกชาย



“ผมคิดว่า...ผมกำลังถูกใจคน ๆ นึงครับ”












2bc.

100% : #จอมใจไคซู

นี่ไม่ใช่การชอบก็ให้แม่มาขอ แต่คือชอบมั้ยไม่รู้ ต้องไปถามแม่ก่อน นี่นายหัวโหมดครอบครัวนะคะ ไม่ดุเลย55555555555555

มีคนใจสั่นกด1 มีคนหวั่นไหวกด2 ค่ะ55555555555555555

Enjoy reading naka ♡


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 295 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

882 ความคิดเห็น

  1. #870 maka_long (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 02:24
    อุตายยยยย กรี๊ดดดดด นายหัวจิตใจจะไม่แผ่วกันเลยหรอคะพ่อคุนนนน จะแลงไปไหนนค๊าาาาา คนทางนี้ใจบ่ดีเลยเด้อ ชอบน้องดินจริงๆใช่มั้ย! ใช่มั้ย! น้องดินมาฟังรูกกกก มาฟังพี่เขาาา เขาถึงกับไปปรึกษาแม่เลยนะคะ ต้องจริงจังเบอร์ไหนอุแงงงงง จริงจังกับน้องดินแน่นะคะ! ห้ามล้อเล่น! ไม่งั้นจะเจอดีแน่ค่ะนายหัว!

    ฮื่ออออน้องดินถูกรังแก เห็นน้องถูกรังแกแล้วเจ็บหัวใจ น้องดินไมไ่ด้หวังสูงงง อย่ามาทำน้องไม่งั้นแกจะเจอดีก่อน! อย่ามานิสัยไม่ดีใส่น้องดิน น้องดินแสนดีที่หนึ่ง! อย่าว่าน้องดินนนนนนนนนนนนนน เกาะไพลินไปทางไหนคะจะไปเอาคืนคนที่มาทำน้องดิน!

    ถูกใจของนายหัวแปลว่า ชอบมาก,ชอบน้องดินมาก!
    #870
    0
  2. #817 Modmenre (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 มีนาคม 2563 / 19:06
    กรี๊ดดดดดด จะตายแล้ว
    #817
    0
  3. #762 mobic (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 17:07
    ฮั่นหน่อ!!!!!!! คนที่นายหัวถูกใจคงเป็นน้องดินใช่มั้ยคะ? คิคิ ทิ้งน้องมาแบบนี้รีบๆกลับไปดูแลนะคะ คนชื่อต้นไม่น่าไว้ใจด้วย
    #762
    0
  4. #741 meawai (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 00:11
    เอ่อ 1212121212121212122221122222111 ประมาณนี้แล้วกันค่ะ ฮืออออออออออออ ยกลกรกากบกบทก็ว่านายกัวกำลังเครียดเรื่องอะไรมากมาย หวังว่าคนที่นายหัว ‘ถูกใจ’ จะเป็นคนที่เพิ่งมาใหม่ ‘คนนั้น’ นะคะ (((วี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด))) จูบทีเดียวต้องเข้าบ้านไปปรึกษาแม่เรย อาการหนักนะคะ ลองปรึกษาคูมหมอดูได้ค่ะ /ขยับแว่น แต่น่ารักจริงๆ เวลาอยู่ในบ้าน ตัวจ้อยเลย เอ็งลูนายหัวจังเลยค่ะ นี่ถ้าเอาน้องมาเปิดตัวในบ้าน น้องต้องได้รู้ถึงความตัวจ้อยนี้ ฮื่ออออออออ
    #741
    0
  5. #614 _tangkwajiya (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 00:26

    กิ้ดดดดดด นายหัวคะ ใจอิชั้นไม่ดีเลยแบบนี้

    #614
    0
  6. #563 KaDi_Yoong (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 15:24
    เอาแล้ว 55555 ถูกใจอิช้อยนัก (ตบเข่าฉาก)
    #563
    0
  7. #500 justaumz (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 21:08
    กี้ดดดดดดดด กด1กด2ซ้ำๆค่ะ
    #500
    0
  8. #451 ppdo-24 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 21:58
    กดทั้ง 1 และ 2 เลยยย แต่.. จะให้แม่มาขอน้องวันไหนคะ จะได้เตรียมตัวกลั้นประตูเงินประตูทอง
    #451
    0
  9. #391 BBBP (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 19:25
    ทำไมรู้สึกว่า นายหัวลึกๆเป็ยคนที่อ้อนเก่ง อ่อนโยน 555 ถูกใจน้องใช่มั้ย ยกให้เลยจ้า!!!
    #391
    0
  10. #372 เด็กไข่ ม๊วงม่วง (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 10:07
    ถูกใจยัยปากสีเชอรี่แล้วววววว
    #372
    0
  11. #338 pikakaka (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 23:43
    ฮั่นแน่ จูบทีเดียวติดใจขนาดนั้นเรยน๊า
    #338
    0
  12. #270 nook_ny (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 07:37
    ใครกันน้าาาาาาาาาาา
    #270
    0
  13. #269 eveahhhhhh (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 02:20
    กด2รัวๆๆๆๆๆ เลยจ้ะแม่นายหัวถึงกับต้องไปปรึษาคุณแม่เลนยทีเดียววววววว
    #269
    0
  14. #268 oohse_karn (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 23:19
    เจอคนหวั่นไหว 1 อัตราจ้องจะกินลูกช้านนน
    #268
    0
  15. #261 คุณโดดีโอ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 22:08
    เนี้ยนายหัวคนดุ คนเข้มแพ้ทางดินจนได้เลยนะ ทำมาเป็นดุน้องกลบเกลื่อนที่จริงก็คือเอ็นดูเขามากๆๆ เปลี่ยนเสื้อให้เองอีกตั้งหาก อือหืออออ ไม่ธรรมดา แต่เอ็นดูการรีบกลับบ้านไปหาแม่เพื่อถามเนี้ยแหละ55555 หรือเป็นการไปบอกให้แม่เตรียมตัวต้อนรับสะใภ้ปะจ๊ะพี่ ความรีบนี้
    #261
    0
  16. #260 madmee d.f. (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 20:22
    2 เลยค่าา
    #260
    0
  17. #259 underwater369 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 20:19

    เจอน้องแค่สามวัน นายหัวไปไม่เป็นเลย 555...แต่ทำเป็นเย็นชาจังเลยน้า

    #259
    0
  18. #258 Omnnnn (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 16:49

    ชอบก็ชอบเลย เออเร็วดี555 สปาร์คไวๆแบบนี้เจ้ชอบบบ อยากรู้ตังตอนที่ดินภาพคัดเกิดไรขึ้นบ้าง ตอนเปลี่ยนขุดงี้-.,-

    #258
    0
  19. #257 CGEE (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 15:14
    นายหัวน่ารักจังอ่ะ พอเจอของจริงถึงกับไปไม่เป็นต้องไปขอคำปรึกษาเลย แงงง นายหัวสนใจน้องดินช่ายมะ
    #257
    0
  20. #256 graphitesky (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 13:22

    ทำไมนายหัวตอนมีเรื่องกลุ้มใจน่าเอ็นดูขนาดนี้อะ อารมณ์แบบคนที่ไม่เคยรักใครแล้วลองได้มีความรู้สึกดีๆเกิดขึ้นแล้วไม่รู้ว่าตัวเองจะแสดงออกยังไง หรือคิดไม่ตกว่าความรู้สึกตอนนี้คืออะไรกันแน่คือโคตรน่ารักเลยอะ T______T รู้สึกว่าถ้าเขาได้รู้ตัวแล้วได้ทุ่มเทกับความรักให้ใครเขาจะต้องเป็นคนอ่อนโยนมากๆแน่เลย อย่างที่เขาให้ความใส่ใจรายละเอียดเล็กๆน้อยๆกับครอบครัวอะ ฮืออออออออ ชอบจังเลยค่ะ แง แพ้ผู้ชายมาดนี้มาก เวลาจริงจังก็จริงจังแต่ก็มีแววอบอุ่นกับคนพิเศษแบบนี้อะ (อยากมีนายหัวเป็นของตัวเองแล้ว ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆๆ)

    #256
    0
  21. #255 Panchanok_pan (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 12:19
    นายหัวน่ารักอ่ะ เก่งไปหมดทุกเรื่องแต่พอเป็นเรื่องหัวใจถึงกับต้องแล่นเรือออกจากเกาะไปถามแม่
    #255
    0
  22. #254 jirapapa333 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 11:10
    นายหัวคะะะ เก่งทุกเรื่องยกเว้นเรื่องความรักกกถึงกับต้องมาปรึกษาแม่เลย555555
    #254
    0
  23. #253 lomamee (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 10:13
    แหมๆ เรื่องอื่นอะเก่งหมด แต่เรื่องคุณดินนี่ต้องปรึกษาแม่โน๊ะ 555
    #253
    0
  24. #252 My_Queen ของท่านโอ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 10:04
    แหมมม ถูกใจใครหรอคะนายหัว
    #252
    0
  25. #251 areeyaa (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 09:52
    ถูกใจจนต้องปรึกษานายแม่ โอ้โห นี่น้องมาแค่สามวันนะคะ ถึงขั้นที่นายหัวต้องกลับบ้านไปปรึกษาครอบครัว ไม่ธรรมดาจริงๆนะคะเนี่ย
    #251
    0