จอมใจ | kaisoo kaido

ตอนที่ 4 : บทที่ ๓

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,463
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 212 ครั้ง
    30 พ.ย. 62

โทรศัพท์ราคาแพงแผดเสียงร้องรบกวนคนที่กำลังวุ่นอยู่กับกองเอกสารตั้งแต่เช้าลากยาวมาจนถึงเย็น คเณศถอนหายใจออกมาหนัก ๆ อย่างหัวเสีย เขาไม่ชอบเสียงดังและไม่ชอบให้มีเสียงรบกวนในเวลางานโดยเฉพาะตอนที่เขากำลังวุ่นวายกับพวกเอกสารและงานเกี่ยวกับบัญชีและตัวเลข นายหัวหนุ่มจำต้องวางงานในมือลงและเดินออกไปด้านนอกเพื่อจัดการกับต้นตอของเสียงรบกวน ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้คิ้วได้รูปขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย นายช่างประจำเกาะที่ร้อยวันพันปีไม่เคยจะยอมเสียเงินค่าโทรศัพท์กลับโทร.มาหาเขา ยิ่งในเวลาจวนจะเลิกงานของเย็นวันศุกร์แบบนี้เจ้าของสายควรจะซ่อมเครื่องยนต์เรือจนใกล้เสร็จ หรือไม่ก็ขับเรือออกจากเกาะต่อรถเข้าเมืองไปแล้ว

“มีอะไร”

‘นายครับ แขกมาแล้วครับ ให้ผมพาไปไหนก่อนดี’ ฟังคำรายงานจากนายช่างประจำเกาะด้วยสีหน้าที่คลายความหงุดหงิดลงมากแล้ว คเณศยังคงไม่ตอบคำถาม เขาเลือกที่จะเดินออกไปที่หน้าระเบียงไม้ก่อนจะสอดส่องสายตาหาแขกพิเศษด้วยคาดว่าจากมุมตรงนี้และท่าเรือนั้นไม่ได้ไกลกันเท่าใดนักในฐานะเจ้าของเกาะเขาอยากจะพบแขกคนนั้นก่อนที่อีกฝ่ายจะทันได้รู้ตัว

“ไปที่พักเลย ตอนนี้ยังไม่อยากเจอใคร มื้อค่ำค่อยให้เขาขึ้นมาแล้วกัน”

นิ้วเรียวกดตัดสายทันทีที่เห็นว่านายช่างประจำเกาะกำลังทำหน้าที่อย่างที่เขาสั่ง กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ของคุณคนนั้นถูกคนตัวโตกว่าจัดการหิ้วเดินลิ่ว ๆ มาตามสะพาน อาจเป็นเพราะเขากำลังมองอีกคนในมุมก้มทำให้คเณศรู้สึกว่าคุณบรรณาธิการคนนั้นตัวเล็กกว่าที่คาดไว้มาก จากประวัติส่วนตัวบอกเอาไว้ว่าอีกฝ่ายสูงร้อยเจ็ดสิบสามเซนติเมตรแต่ถ้าให้เขาคาดเดาเอาจากตรงนี้ก็คงต้องบอกว่าฝ่ายนั้นคงสูงเพียงแค่ร้อยหกสิบแปดเท่านั้น แขกผู้มาเยือนคล้ายกับว่ากำลังตื่นตาตื่นใจกับความยิ่งใหญ่ของเกาะไพลินมากเสียจนคนมองอดยิ้มตามไม่ได้ ท่าทางตื่นเต้น ใบหน้าที่ไม่อยู่นิ่งเอาแต่หันซ้ายหันขวามองเรือหลายสิบลำที่จอดเทียบท่า เมื่อรองเท้าราคาแพงของคนกรุงคนนั้นแตะลงกับพื้นซ้ายริมฝีปากที่เขามองเห็นไกล ๆ นั้นเผยยิ้มกว้างก่อนที่เจ้าตัวจะยกกล้องในมือขึ้นเก็บรูปภาพ

“คนกรุงอย่างคุณน่ะเหรอจะทนกับที่นี่ได้…”

คเณศพูดเสียงเบาพิจารณาจากการแต่งกาย ท่าทาง ของคุณบรรณาธิการตรงนั้นไม่ต้องบอกก็รู้ว่าอีกฝ่ายเคยชินกับการใช้ชีวิตในเมืองหลวงมากเพียงใด ตั้งแต่ก้าวแรกที่อีกฝ่ายเหยียบลงมาบนเกาะไพลิน ท่าทางทุกอย่างที่แสดงออกมาราวกับคนที่กำลังจะมาพักผ่อนไม่ได้ดูเหมือนคนที่เข้ามาเกลี่ยกล่อมเขายอมร่วมงานด้วยสักนิด นายหัวหนุ่มยิ้มเยาะก่อนจะหันหลังกลับเข้าไปในห้องทำงานของตนดังเดิมโดยไม่ลืมที่จะปิดเสียงโทรศัพท์ที่อาจจะแผดเสียงรบกวนได้อีกครั้ง




“ทางนี้ครับคุณ”

หลังจากดื่มด่ำกับธรรมชาติที่สวยงามอยู่ร่วมหลายนาทีจนลืมไปว่าตอนนี้สิ่งที่ต้องทำคือการเข้าที่พัก ดลวัฒน์หันกลับไปโค้งหัวให้กับคนที่อาสาพาไปยังที่พักเป็นการขอโทษที่เขามัวแต่มองวิวทิวทัศน์ตรงหน้าเพลินจนเสียเวลา เขาหันหลังให้กับท้องทะเลด้วยความเสียดายก่อนจะเดินตามนายช่างที่อาสาถือนำทางและถือกระเป๋าให้

“รอตรงนี้เดี๋ยวนะครับ ผมจะไปดูรถ” นายช่างในชุดเลอะเหงื่อเดินหาไปในโกดังขนาดใหญ่ก่อนจะชะโงกหน้าออกมาพร้อมกับกวักมือเรียกให้เขาเข้าไป “ขึ้นเลยครับ”

รถกระบะสีดำเคลื่อนตัวออกจากบริเวณโกดังและวิ่งไปบนถนนที่ถูกสร้างมาพอที่จะให้รถขับผ่านได้สบาย ๆ ระหว่างการเดินทางระยะสั้นแขกผู้มาเยือนก็ได้โอกาสมองสำรวจพื้นที่เกาะที่เขาได้ผ่านหูผ่านตา รอบข้างทางยังคงมีต้นไม้อยู่บางส่วนตามแบบของเกาะที่ยังถูกรักษาความเป็นธรรมชาติเอาไว้ อีกฝั่งของถนนที่คาดว่าห่างจากโกดังราว ๆ แปดร้อยเมตร มีบ้านหลายหลังถูกสร้างติด ๆ กันเป็นแนวยาว มีรั้วกั้น และมีร้านค้าราวกับว่าจุดนี้เป็นหมู่บ้านหมู่บ้านหนึ่งบนเกาะ


“ตรงนั้นที่พักคนงานครับ” ราวกับคนที่กำลังขับรถอยู่มีกระแสจิตสามารถยั้งรู้ความคิดได้ ดลวัฒน์ตาโตเมื่อรู้ว่าหมู่บ้านตรงนั้นคือที่พักคนงาน

“มีคนเยอะขนาดนี้เลยเหรอครับ”

“งานใหญ่ และยากน่ะครับ ทุกอย่างต้องใช้ความละเอียดและต้องใช้คนจำนวนมาก อีกฝั่งตรงนั้นเป็นที่พักพวกหัวหน้างานครับ” ดินมองตามที่คุณนายช่างบอก บ้านขนาดกลางอีกหลายหลังถูกสร้างเอาไว้ก่อนที่ทุกอย่างจะลับสายตาเมื่ออยู่ ๆ ผู้อยู่ประจำฝั่งคนขับหักพวงมาลัยเลี้ยวและภาพทุกอย่างเปลี่ยนไป จากมีแต่ต้นไม้ตามรายทางตอนนี้ฝั่งขวามือของเขามองเห็นทะเล และฝั่งซ้ายมือมีกำแพงสูงตระง่าน


“ตรงนี้คืออะไรเหรอครับ” ดินเอ่ยถามด้วยความสงสัย เชี่ยวชาญเผยยิ้มกว้างเมื่อในที่สุดแขกพิเศษก็ถามถึงจุดสำคัญของเกาะ แขนยาวเอื้อมขึ้นไปจัดการกับซันรูฟบนเพดานของรถ

“เงยหน้าสิครับ”


ดลวัฒน์ทำตามที่นายช่างบอกด้วยความตื่นเต้น ภาพที่เขาเห็นมันเกินกว่าที่จินตนาการไว้มาก ก่อนหน้านี้เขาทำการบ้านก่อนที่จะมาถึงเกาะไพลินโดยการค้นหาทุกอย่างผ่านอินเทอร์เน็ตแต่เพราะเป็นเกาะส่วนตัวจึงทำให้ไม่มีรูปภาพ หรือรายละเอียดอื่น ๆ หลุดออกไปมากนัก รู้เพียงแต่ว่าธุรกิจหลักของที่นี่คือการเลี้ยงนกนางแอ่นเพื่อเอารังแต่เขาไม่เคยคิดว่าธุรกิจหลักของวัชรสกุลจะยิ่งใหญ่ขนาดนี้

ภาพของท้องฟ้ายามเย็น ฝั่งท้ายเกาะที่เป็นทิศตะวันตกภาพตอนนี้ช่างสวยเกินจะบรรยายยอดของถ้ำสูงตระง่านตัดกับท้องฟ้าที่เริ่มเป็นสีชมพูเพราะพระอาทิตย์ที่กำลังจะตกดิน ทุกอย่างรวมกันเป็นองค์ประกอบภาพที่สวยเสียจนเขาอดไม่ได้ที่จะเปิดกล้องขึ้นมาถ่ายเก็บไว้ผ่านซันรูฟของรถ “สวยจังเลยครับ”

“อยากดูใกล้ ๆ ต้องไปขอนายหัวเองนะครับ ผมเองก็ไม่เคยเข้าไปหรอก มันเป็นพื้นที่สำหรับผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นแหละครับ”

ดวงตากลมโตแวววาวมองตามภาพสวยงามจนกระทั่งทุกอย่างลับสายตาไปและรถยนต์จอดลงบนลานเล็ก ๆ ที่มีบ้านหนึ่งหลังตั้งอยู่โดด ๆ “ถึงแล้วล่ะครับ ลงกันเถอะ”

ดลวัฒน์นิ่งหันมองบ้านหนึ่งหลังที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว ไม่อยากจะเชื่อเท่าไหร่นักแต่เมื่อมาถึงจุดนี้เขาคงจะเดาให้เป็นอื่นไม่ได้นอกเสียจากว่า…

“ผมต้องอยู่ที่นี่เหรอครับ”

“ครับ” นายช่างตอบด้วยท่าทางนิ่ง ๆ ราวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องปรกติธรรมดา บ้านขนาดกลางตั้งอยู่อาจจะใช่สำหรับคนที่นี่แต่กับดิน ทุกอย่างช่างดูยากเย็นไปหมดเพียงแค่คิดว่าต้องอยู่ที่นี่ นายช่างตัวสูงเดินนำไปเปิดประตูบ้านทิ้งให้แขกยืนงงอยู่บริเวณลานด้านนอก

“ตามมาสิครับ จำได้เอาของไปเก็บ”

ดลวัฒน์พยักหน้ารับก่อนจะเงยหน้าขึ้นสำรวจตัวบ้านตรงหน้าอีกครั้ง บ้านทั้งหลังถูกสร้างด้วยไม้ที่ดูจากสภาพภายนอกคงพอจะดูออกว่ามันไม่ได้แข็งแรงอะไรมากนัก ขาป้อมเดินตรงเข้าไปในตัวบ้านดวงตากลมโตกวาดมองภายในบ้านโซฟารับแขกเล็ก ๆ หนึ่งชุดอยู่ฝั่งขวามือ ส่วนซ้ายมีตู้รองเท้าและพื้นที่ว่างโล่งเล็ก ๆ เดินตรงเข้าไปอีกนิดจะเป็นบริเวณของห้องครัวที่มีโต๊ะอาหารสำหรับสองที่ตั้งเอาไว้ ข้าวของเครื่องใช้ในบ้านยังดูใหม่ และสะอาดสะอ้านกว่าที่คิดเอาไว้ ก็จากที่เขามองจากภายนอกแทบไม่เชื่อว่าบ้านหลังนี้จะยังสามารถอยู่ได้ แต่พอได้เข้ามาสัมผัสเข้าจริง ๆ จึงพบว่ามันไม่ได้แย่เท่าไหร่นัก แต่ก็ไม่ได้จัดว่าดี


“ห้องนอนอยู่ชั้นสองนะครับ ผมจะส่งคุณแค่นี้แล้วกัน พอดีต้องกลับไปเปลี่ยนเครื่องยนต์เรือแล้วครับ เดี๋ยวแสงจะหมดเสียก่อน” เชี่ยวชาญว่าพลางวางกระเป๋าใบโตลงบนบริเวณที่ว่างเล็ก ๆ หน้าบันไดก่อนจะวางกุญแจบ้านลงบนโต๊ะอาหารขนาดเล็ก “นี่กุญแจบ้านนะครับ อยากจะพักผ่อนหรือสำรวจอะไรก็ตามสบาย มื้อค่ำเริ่มหนึ่งทุ่มตรงที่เรือนหลังใหญ่นะครับ”

ว่าจบก็เดินออกจากบ้านทันทีดินที่เห็นว่าอีกฝายกำลังก้าวขึ้นรถกระบะคันโตก็ต้องตาโตตกใจด้วยตัวเองที่ยังไม่ชินทาง เรียกได้ว่ายังจำอะไรไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่อีกฝ่ายกลับจะทิ้งให้เขาไปที่เรือนหลังใหญ่อะไรนั่นด้วยตัวเอง

“เอ่อ เดี๋ยวก่อนครับ ค..คือ” ดลวัฒน์ที่ยังไม่เข้าใจทุกอย่างที่เกิดขึ้นเท่าไหร่นักเอ่ยรั้งคนที่กำลังจะไปอย่างเร่งรีบ “เรือนหลังใหญ่ที่ว่านั่น อยู่ตรงไหนล่ะครับ”

“ถัดจากโรงนาไปประมาณเจ็ดร้อยเมตรนะครับ ก่อนมาที่นี่คุณน่าจะเห็น”

ดลวัฒน์พอจะนึกออก บ้านหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่โดด ๆ ไม่ใกล้ไม่ไกลจากท่าเรือเท่าใดนัก เขาเห็นแต่ไม่ได้ใส่ใจนักเพราะมัวแต่ตะลึงกับทัศนียภาพสวยงามของเกาะไพลิน

“ล..แล้วถ้าคุณไปแล้วผมจะกลับไปตรงนั้นยังไงล่ะครับ”

“จักรยานครับ จักรยานคันนั้นของคุณตะวันเลขานายหัวเขา ผมซ่อมโซ่ให้แล้วขับได้สบายครับ”


จักรยาน?


ไกลขนาดนั้นจะให้เขาขับจักรยานกลับไปได้อย่างไร ทั้งที่ทางที่ยังไม่คุ้นชินจนเรียกว่าจำอะไรไม่ได้ด้วยซ้ำ ไหนจะบ้านหลังเล็กที่ตั้งอยู่โดด ๆ เป็นที่ ๆ เขาต้องอาศัยหลับนอนในคืนนี้ก็ช่างดูโดดเดี่ยว กล้าพนันได้เลยว่าหากเขาเป็นอะไรไปผ่านไปร่วมสัปดาห์ก็คงไม่มีคนมาพบ

“ผมไปแล้วนะครับ มื้อค่ำห้ามสายนะครับ นายหัวเขาไม่ชอบคนไม่รักษาเวลา"

“คุณครับ! ”

ตะโกนเรียกเสียงดังสุดเสียงไปก็เท่านั้นเมื่อรถยนต์คันโตค่อย ๆ ขับห่างออกไปทิ้งให้คนใหม่ของพื้นที่ยืนเคว้งอยู่กับที่ ดลวัฒน์หันมองจักรยานที่จอดพิงรั้วสีขาวอยู่ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบา ๆ เขาตัดสินใจหันหลังเดินกลับปิดประตูไม้นั้นเบา ๆ มือเอื้อมไปเปิดไฟให้สว่างไปทั่วชั้นหนึ่งรวมถึงบริเวณหน้าบ้านและสุดท้ายจึงทิ้งกายลงบนโซฟาตัวยาวศีรษะหนักอึ้งถูกวางลงบนหมอนใบนิ่มด้วยความเหนื่อยล้าสายตาเหม่อมองเพดานว่างเปล่าสวนทางกับในหัวของเขาที่มีเรื่องมากมายวิ่งวุ่นเต็มไปหมด แต่สิ่งที่เป็นกังวลและทำให้คิดหนักมากที่สุดคงหนีไม่พ้นเรื่องของคุณคเณศผู้เป็นเป้าหมายหลักในการมาครั้งนี้ของเขา ตั้งแต่เท้าของเขาเหยียบลงบนเกาะดินยังไม่ได้เห็นแม้แต่เงาของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าของเกาะแห่งนี้ คราแรกเขานึกกังวลเล็กน้อยว่าฝั่งนั้นอยากจะหลบเลี่ยงไม่เจอกับเขาเพราะไม่ต้องการจะร่วมงานแต่คำพูดของคนที่เพิ่งจะขับรถออกไปทำให้เขาฉุกคิด หากคุณคเณศไม่ต้องการจะร่วมงานกับเขา คงไล่ตะเพิดเขาไปให้พ้นจากที่นี่แต่กลับกัน คุณคเณศกลับเชื้อเชิญให้เขาไปรับประทานมื้อค่ำถึงเรือนหลังใหญ่


หากเป็นอย่างนี้ต่อไปเขาขอให้มันเป็นสัญญาณที่ดี ได้แต่หวังว่าอีกฝ่ายจะใจอ่อนยอมตกลงทำงานร่วมกับทางนิตยสาร…


คงจะต้องเป็นเช่นนั้น คุณคเณศจะต้องตกลง


เพราะหากไม่ใช่คน ๆ นี้ เขาก็หมดหนทางจะไปต่อ…



ไม่รู้ว่าเวลาล่วงเลยมานานเท่าไหร่รู้ตัวอีกทีเปลือกตาของเขาเปิดขึ้นก็พบว่าท้องฟ้าด้านนอกนั้นมมืดสนิทเสียแล้ว


คุณบรรณาธิการตัวเล็กดีดตัวขึ้นจากโซฟาทันทีเมื่อความคิดแรกที่พุ่งเข้าในหัวคือเขามีนัดกับนายหัวของเกาะไพลินในเวลาหนึ่งทุ่มตรงทว่าตอนนี้เวลากลับสายกว่าเวลานัดมาแล้วร่วมสิบนาที และที่เขารู้คือนายหัวคเณศไม่ชอบคนไม่ตรงต่อเวลา


คล้ายว่างานแรกตั้งแต่มาถึงเกาะเขาจะทำพลาดใหญ่หลวง ดลวัฒน์คว้าเอาโทรศัพท์และกุญแจบ้านและพุ่งตัวออกจากบ้านไปไม่ลืมที่จะคว้าจักรยานคันเล็กมาขับ สองขาออกแรงปั่นจนสุดแรงโชคยังดีที่ระหว่างทางมีเสาไฟฟ้าให้ความสว่างเป็นระยะ ขับไปได้สักระยะจึงผ่านที่พักคนงานที่เมื่อช่วงเย็นที่เขาผ่านมายังเงียบสนิทแต่คราวนี้กลับเต็มไปด้วยผู้คนที่เดินไปมาพูดคุย และทานมื้อค่ำร่วมกัน ไม่ใช่แค่ดลวัฒน์ที่มองภาพเหล่านั้นแต่ทุกสายตาบริเวณนั้นก็จับจ้องมาที่คนแปลกหน้าเช่นกัน

ทว่าตอนนี้เขาไม่มีเวลาที่จะทำความรู้จักหรือแนะนำตัวอะไรจึงทำได้เพียงส่งยิ้มบาง ๆ ให้และสองขาออกแรงปั่นจักรยานไปตามเส้นทางถนนที่ถูกสร้างเอาไว้ ไม่ทราบได้ว่าใช้เวลาเท่าไหร่กว่าจะมาถึงบริเวณโรงนาที่ไม่ค่อยมีดวงไฟส่องสว่างด้วยแรงช่วงขาที่ใช้หมดไปกับการปั่นจักรยานทำให้จังหวะที่จะหยุดรถนั้นไม่เป็นไปอย่างต้องการ จักรยานสีขาวเสียหลักพาให้ผู้ขับขี่นั้นล้มลงบนพื้นทราย เรียวแขนเนียนข้างซ้ายขูดกับทรายหยาบจนเกิดรอยแดง และบางจุดมีเลือดซึมเล็กน้อย ดลวัฒน์ลูบแขนของตัวเองเบา ๆ ริมฝีปากอิ่มเม้มจนเป็นเส้นตรงเขาก่อนจะตัดใจพยุงร่างกายของตัวเองเดินต่อไปยังเรือนหลังใหญ่ที่อยู่ไม่ไกล


“คุณ ทำไมเพิ่งจะมาเอาป่านนี้ล่ะครับ” น้ำเสียงคุ้นหูเรียกให้ดินเงยหน้าขึ้นมอง ร่างสูงโปร่งของนายช่างอยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงผ้าร่มดูสบาย ๆ กว่าตอนที่เจอกันคราวแรกมาก

“พอดีผมเผลอหลับน่ะครับ ขอโทษด้วยจริง ๆ นะครับ”

“คนที่คุณควรขอโทษคือคนที่รออยู่ด้านในนะครับ ขอให้โชคดีแล้วกัน” เขาว่าพลางวางมือลงบนไหล่แคบพลางตบเบา ๆ สองสามทีเป็นเชิงให้กำลังใจก่อนจะออกเดินต่อ

“ล..แล้วนี่ คุณจะไปไหนเหรอครับ”

“กลับที่พักสิครับ ผมทานข้าวเสร็จแล้วนี่ ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะครับ” เชี่ยวชาญโบกมือให้กับสมาชิกใหม่ของเกาะ ดลวัฒน์ยิ้มรับก่อนจะละสายตาจากร่างนั้นและกลับมายืนจ้องตากับประตูบานใหญ่อย่างช่างใจแต่เมื่อนึกได้ว่าตอนนี้เขาไม่มีเวลาอีกแล้ว จึงตัดใจผลักประตูเข้าไปพร้อมกับเอ่ยขออนุญาต


ว่างเปล่า…


มีเพียงแสงไฟที่ถูกเปิดให้ความสว่างไปทั่วบ้านทว่าไร้เงาของผู้เป็นเจ้าของบ้าน ไม่มีแม้กระทั่งเสียงทีวี ทุกอย่างเงียบสนิท เงียบเสียจนเขานึกกลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่รอเขาแล้ว


“ขอโทษนะครับ ที่นี่มีใครอยู่หรือเปล่าครับ” เอ่ยถามเสียงดังในระดับที่พอจะได้ยินไปทั้งตัวบ้าน ขาเล็กออกก้าวเดินอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เขากำลังชั่งใจอยู่ว่าการที่อยู่ ๆ เขาเข้ามาในบ้านของคนอื่นและกำลังเดินเข้าไปส่วนในโดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตแบบนี้จะดูเสียมารยาทมากไปหรือเปล่า


“มีใครอยู่หรือเปล่าครับ-”

“มี”


เสียงเรียบนิ่งทุ้มเย็นดังขึ้นด้านหลังท่ามกลางความเงียบทำเอาคนขี้ตกใจกลัวสติเตลิด ดลวัฒน์หมุนตัวหาต้นเสียงเปลือกตาปิดสนิทด้วยความตกใจก่อนจะใช้แขนออกแรงผลักคนด้านหลังให้ออกห่างด้วยความตกใจแต่ทว่าแรงทั้งหมดที่ส่งออกไปกลับไม่สะทกสะท้านแผ่นอกแกร่งนั่นแม้แต่น้อย

กลับกันผู้เป็นเจ้าบ้านรวบเอาท่อนแขนเล็กที่กำลังทุบตีเขาให้หยุดนิ่งก่อนจะเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงติดจะฉุนเฉียวเล็กน้อยทำเอาคนฟังต้องชะงัก

“ตั้งสติหน่อยได้ไหม เข้ามาในบ้านคนอื่นเขาแบบนี้ ยังจะตกใจเจ้าของบ้านอีก”

ดินผ่อนลมหายใจก่อนจะค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้นช้า ๆ เพราะเสียงทุ้มเย็นของอีกคนทำให้เขากลัวจนขนหัวลุกภาพที่เขาจินตนาการไว้คือชายวัยสามสิบกว่าปีที่มีหนวดเคราเต็มหน้าผมยาวจนบดบังใบหน้าและแต่งกายด้วยเสื้อผ้าอย่างชาวเล นั่นคือนายหัวคเณศที่เขาคิดเอาไว้ แต่นั่นเป็นเพียงความคิดแรกเมื่อได้ยินเสียงทว่าเมื่อเปิดเปลือกตาทุกอย่างกลับต่างจากสิ่งที่คิดเอาไว้ก่อนหน้านี้ราวฟ้ากับเหว


ดลวัฒน์นิ่งค้าง


ดวงตากลมจ้องมองสำรวจคนตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา ผมสีดำขลับที่คล้ายกับเพิ่งถูกเช็ดให้หมาด เคยมีคนบอกเอาไว้ว่าดวงตาของนายหัวแห่งเกาะไพลินสวยงามและแน่วแน่ราวกับเจ้าเวหา คำพูดนั้นไม่ได้เกินจริงแม้แต่น้อย ใบหน้าคร้ามคมที่ดูสมกับเป็นชายชาตรี เหนือริมฝีปากมีหนวดขึ้นจาง ๆ ไม่ได้เป็นเคราหนาอย่างที่เขาคิด

“ไง ได้สติหรือยัง” ว่าพลางเขย่าตัวของคนที่ยืนตัวแข็งทื่อเบา ๆ จนอีกคนได้สติและดีดตัวออกจากการเกาะกุม

“ขอโทษด้วยครับ เอ่อ ผม ดลวัฒน์จากนิตยสาร chuu ครับ มาที่นี่เพื่อ-” ยังพูดไม่ทันได้จบประโยคคนที่ยังคงหลงเหลือความตระหนกอยู่เล็กน้อยจึงถูกห้าม

“ฉันรู้แล้ว ไม่ต้องพูด”

“เอ่อ ค..คือ”

“คุณสาย ผมนัดคุณทุ่มตรง เชี่ยวชาญบอกคุณแล้ว”

“ครับ ผมผิดเองที่เผลอหลับ คงเพราะเหนื่อยเดินทาง”

“ไหนบอกจะคุยงานไม่ใช่หรือไง เจอกันครั้งแรกก็ใช้ข้ออ้างเลยเหรอ”

“...”

“ไร้ความรับผิดชอบขนาดนี้ เป็นบอกอได้ยังไงกัน พี่เขยผมเลือกคนแบบคุณน่ะเหรอมาทำงานสำคัญที่นี่ หึ”

คนฟังชะงักหลังจากฟังสิ่งที่อีกฝ่ายกล่าวจบ คุณคเณศกล่าวคำพูดทำร้ายจิตใจด้วยหน้าตาเรียบนิ่งราวกับว่านั่นคือคำพูดธรรมดาที่ใคร ๆ ก็พูดกัน

ดลวัฒน์คือผู้ชายคนหนึ่งที่ถูกเลี้ยงดูมาให้เข้มแข็ง แต่ในความเป็นจริงที่ต้องเจอ เขาก็เป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่ง เขายังคงมีความรู้สึก


วันนี้ทั้งวันเขายุ่งกับการเดินทางมาที่เกาะไพลิน ยังไม่ทันได้จัดการธุระเรื่องการเรียนของน้องชายจนเรียบร้อยดีด้วยซ้ำแต่ก็ต้องปลีกตัวมาทำงานสำคัญ ยอมรับว่าเป็นความผิดของเขาเองที่เผลอหลับจนทำให้มาสายในนัดที่ถือว่าเป็นการนัดสำคัญ แต่เขาอยากให้อีกฝ่ายเข้าใจเช่นกันว่าเขาก็พยายามจะมาให้ทันอย่างสุดความสามารถแล้ว ทั้งที่ยังไม่ชินทางแท้ ๆ แต่เขาก็มาทั้งที่อาจจะหลงเข้าไปในทางที่ไม่รู้จัก แต่เขาก็ยังตั้งหน้าตั้งตามาให้ถึงที่นี่ แต่สุดท้ายผลของความพยายามของเขาถูกตอบแทนด้วยคำพูดเสียดแทงหัวใจ


มือเล็กขยับจับแผลถลอกบนแขนของตัวเองเบา ๆ ต้องยอมรับจริง ๆ ว่าในตอนนี้ความเจ็บปวดจากแผลพวกนั้นเทียบไม่ได้ซักนิดกับรอยแผลที่เกิดขึ้นกับความรู้สึกของเขาในตอนนี้


2bc

#จอมใจไคซู

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 212 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

882 ความคิดเห็น

  1. #815 Modmenre (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มีนาคม 2563 / 17:14
    น้องงงงงง
    #815
    0
  2. #806 super__p (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 18:32
    เข้มแข็งไว้นะน้อง
    #806
    0
  3. #757 mobic (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 15:59
    ง่าาาาาา น้องไปทำอีท่าไหนถึงได้แผล นายหัวปากร้าย รู้แหละว่าต้องการไล่น้องกลับขึ้นฝั่ง
    #757
    0
  4. #736 meawai (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 02:34
    น้องเป็นแผลอ่ะ แงงง แล้วคุณช่างคือแบบงานเร่งตลอดเวลา โอ้ยยยยยยย
    #736
    0
  5. #602 _tangkwajiya (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 23:29

    แงง น้องโดนดุ

    #602
    0
  6. #559 KaDi_Yoong (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 12:39
    เจอกันครั้งแรกก็แยกเขี้ยวใส่น้องแล้ว คนใจร้าย
    #559
    0
  7. #446 ppdo-24 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 19:58
    น่าจะทิ้งให้รอจริงๆ ทำไมใจร้ายแบบนี้ โมโหแทนน้องงงง !!!
    #446
    0
  8. #386 BBBP (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 12:36
    เจอกันครั้งแรกก็พูดไม่ดีกับน้องเลย เห็นมั้ยว่าน้องล้มอะ สงสารน้อง
    #386
    0
  9. #384 Hanamijelly (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 00:18
    ปากร้ายไปเถอะพ่อคูณ!!!! รอวันหลงน้องดินก็แล้วกัน 5555
    #384
    0
  10. #334 pikakaka (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 21:38
    น้องเป็นแผล! น้อง เป็น แผล!
    #334
    0
  11. #264 oohse_karn (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 22:52
    แง ทำไมใจร้ายกับน้องได้ลง
    #264
    0
  12. #135 howlong2 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 12:47
    นอกจากจะดูเจ้าแผนการแล้วยังปากร้ายอีกนะ หึ่มมม!
    #135
    0
  13. #131 gfernzz (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 02:28
    อย่าว่าน้องงงง ตีตี!!!นายหัว
    #131
    0
  14. #128 jkyx (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2562 / 11:28
    หน่ายฮั่วววววว ไซใจร้ายพันนั้นนน
    โอย คุณดินต้องสู้นะคะ ต้องอย่ายอม คุณเขานี่คือเตรียมแกล้งเต็มที่ละอะ
    #128
    0
  15. #125 graphitesky (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2562 / 10:17
    นายหัวดุจนใจหวิวตามไปด้วยเลย แง ตอนเห็นว่าดินเผลอหลับคือใจร่วงไปหมด ฮือ แต่นายหัวมีเสน่ห์จัง กร๊าวใจมาก55555 เป็นกำลังใจให้ดินยืนหยัดให้ได้จริงๆ ;—; ฮึบๆนะคับคนเก่ง!
    #125
    0
  16. #92 Panchanok_pan (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 21:11
    ปากร้ายมาก อย่ามาว่าคุณดินของเรานะนายหัว!
    #92
    0
  17. #90 kksssp (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 07:58
    นายหัวปากร้ายมาก ดินสู้ๆ
    #90
    0
  18. #87 Czz (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 07:45

    ฮือ อ่อนโยนกับน้องหน่อย ; ;

    #87
    0
  19. #86 sirdo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 01:34
    รอค่ะๆๆๆ ติดตามอยู่นะคะ อย่าหายไปไหนนะคะ เป็นกำลังใจให้นะคะ^3^
    #86
    0
  20. #85 จงอินคนงิน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 23:02
    ใจร้ายๆๆๆๆ นายหัวใจร้ายมากๆ คอยดูนะ จะยุให้น้องเกลียดให้เข็ด หึ
    #85
    0
  21. #84 My_Queen ของท่านโอ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 22:24
    เตรียมนิ้วรอพิมพ์ด่าพระเอกแล้วค่ะ แต่เชื่อว่านายหัวจะต้องอ่อนโยนกับดินบ้างแหละ ใช่ไหมล่ะ
    #84
    0
  22. #83 underwater369 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 21:37

    นายหัวใจร้าย ปากร้าย...อย่างนี้ต้องเอาคืนให้สาสม//น้องดินไม่ได้กล่าวไว้

    #83
    0
  23. #82 Salmimi (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 20:37
    นายหัวดูสิ๊ มีแผลถลอกด้วยต้องรีบมาจนล้มจักรยานแน่ๆ อย่าโกรธน้องเลยนะ แค่เผลอหลับไปเองงงง แงงงง //สู้ๆ รอตอนต่อไปค้าบบบบ
    #82
    0
  24. #81 เจ้าคยองซูของมี้ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 19:26
    ใจร้าย!
    #81
    0
  25. #80 Fafy club (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 14:05
    รอใจจดจ่อเลยนะคะะะ
    #80
    0