จอมอสูรทะเลทราย(จบแล้วจ๊ะ)ลบ 4 พ.ย

ตอนที่ 2 : จุมพิต...ซาดิสม์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4177
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    7 ส.ค. 53

จุมพิต...ซาดิสม์


            เสียงจากอินเทอร์คอมดังขึ้น

คุณวุฒิมาคะ

โรสเหลือบตามองศศิอย่างชั่งใจ  แล้วถือวิสาสะว่าเป็นเพื่อนของเกร็ดตะหวาพูดว่า 

ให้เขาเข้ามา

วุฒิเป็นชายหนุ่มอีกคนหนึ่ง ซึ่งครั้งหนึ่งนั้นเคยคบหาดูใจกับศศิมาสักระยะหนึ่ง แต่สุดท้ายก็เป็นแฟนของโรส

หวัดดีจ้าวุฒิ

ศศิชิงทักทายก่อนด้วยหน้ายิ้มแย้มประหนึ่งว่าลืมเลือนเรื่องเมื่อวันวาน

คะ..ครับ ..สวัสดีครับวุฒิทักตอบทั้งยิ้มจืดๆ

สงสัยว่าเธอจะไปเป็นเพื่อนเราไม่ได้ซะแล้ว เราไปเองก็ได้ศศิกล่าว

เราไปได้ วุฒิแค่แวะมาหาเรา โรสบอกแล้วเบือนหน้าไปหาวุฒิพูดเสียงหวาน กุญแจนี้นะวุฒิ ช่วยเค้าขายห้องให้ด้วยนะจ๊ะ

ศศิอ่อนใจ นึกสงสารวุฒิ ช่างอยู่ในโอวาทของโรสดีเสียจริง !

วุฒิได้กุญแจก็หันมายิ้มเจื่อนๆให้เธอแล้วเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ เสียดายความหล่อมาดดูดี แต่ความเป็นผู้นำไม่มี ดีเท่าไหร่แล้วที่เธอไม่ได้สนใจเขาเกินไปกว่าเพื่อนคนหนึ่ง

วุฒิแอบมองเธอ  ศศิแสร้งเมิน เธอไม่อยากเป็นตัวปัญหาให้กับคู่รักคู่ไหน ต้องทะเลาะกัน เธอจะไม่มองวุฒิในแบบเดิมอีกต่อไป แม้ว่าครั้งหนึ่งผู้ชายคนนี้เคยชอบเธอ เคยมอบดอกกุหลาบช่อโต บอกรักวันละครั้งเช่นวุฒิ  อย่างไรซะอดีตก็คืออดีต เธอไม่ยอมเอาตัวลงไปแย่งของๆใครแน่นอน

พ้นร่างสูงโปร่งของวุฒิ เกร็ดตะหวาชื่นชมโรส

ดูวุฒิกลัวเธอน่าดูเลยนะ แหม  เธอนี่ช่างมีแฟนน่ารัก แล้วยังอยู่ในโอวาทดีอีกด้วย

โรสยิ้มอย่างลำพองใจแวบหนึ่งนะที่ศศิมองเห็นแววตาหยันของโรส

เหอะ... ให้ภูมิใจไปในทางผิดๆเข้าไว้ ผู้ชายก็เหมือนเสือ ยังไงก็มีสัญญาณชาติเสือ เธอขนานผู้ชายไว้เช่นนั้น ยอมอ่อนข้อให้ผู้หญิงไม่นานหรอก  แล้วเขี้ยวเล็บของเขาก็จะงอก 

แม่โรสเอ๋ย.... เตรียมตัวไว้เลย เธอรู้จักวุฒิดี เห็นมาดนุ่มอย่างคุณชาย ใจดียอมทำตัวเหมือนลูกชายคนเล็ก สักวันวุฒิจะไปจากเธอ โรสคร้านจะร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวร

เฮอะมันเรื่องของเขา... ศศิถอนใจเฮือก

มื้อนี้ฉันเลี้ยง... แล้วจะพาไปหาเขาคนนั้น จะไปปาเช็คใส่หน้าเขา

ให้พวกเธอได้ดู ว่าศศิคนนี้ไม่ยี่หระต่อเงินจำนวนมหาศาล  สักพักทั้งสามสาวออกจากห้องทำงาน

โดนยั่วอย่างนี้ทำไมยัยศศิถึงได้เฉยนะ

เกร็ดตะหวาแอบกระซิบกับโรสขณะเดินตามศศิไปยังลิฟต์

ปล่อยเค้าสิ

โรสเอ่ยอย่างเคือง

และเธอไม่อยากจะบอกว่าอึดอัดใจที่สุด ไม่ว่าจะทำอย่างไร ศศิก็ทำเฉยต่อทุกๆสถานการณ์

เห็นๆอยู่ว่าทุกสิ่งอย่างเธอแย่งมาจากศศิได้หมด ไม่เว้นแม้แต่ตำแหน่งเลขานุการผู้อำนวยการบริษัทยักษ์ใหญ่มีชื่อท่านหนึ่ง ซึ่งศศิได้ตำแหน่งนั้นแน่นอน แต่ด้วยอำนาจเงิน โรสได้ทำงานที่นั่น

จำได้ว่า ศศิปรี่มาแสดงความยินดีด้วยหน้าชื่นตาใส แบบนั้นล่ะที่เธอเกลี๊ยด เกลียด เพราะมันหมายความว่า  เธอลงทุนแล้วแพ้ ไม่เห็นว่าศศิจะเสียใจ มาแสดงความยินดีแล้วพร่ำบอกว่าเธอไม่อยากทำงานตรงนั้น ด้วยชื่อเสียงกับหน้าตาของผู้อำนวยการ ทำให้เธอวางตัวลำบาก โอ..แม่เจ้าประคุณ เธอวางแผนไว้ดีบดีก็ผิดแผน ซ้ำผู้อำนวยการท่านนั้นยังเจ้าชู้  มีบ้านเล็กบ้านน้อย ให้เกลื่อน กิ๊กอีกมากมาย แต่แหม...เธอก็มีหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่มาชอบ ตัวเลือกมีมาก ดังนั้นกลายเป็นสังเวียนของเกมรักลวงๆไป เห็นจะมีแต่วุฒิที่ว่าง่าย พูดเอย สั่งเอย เขาทำได้หมด ไม่เห็นเขาเบื่อหน่ายเธอสักอย่าง ดังนั้นคนอื่นก็แค่ตัวเลือก แต่วุฒิจดไว้เป็นตัวสำรองเบอร์หนึ่ง ยังไม่มีใครเป็นตัวจริง เพราะตำแหน่งนี้ต้องเหมาะสมกับเธอ ชื่อเสียง ฐานะ รูปร่างหน้าตา โอ...เธอรวยล้นฟ้า ต้องได้ผู้ชายที่มีความทัดเทียมกัน

เธอวกสายตากลับมายังศศิ  สวย  รูปร่างก็ดี การศึกษาก็ดี ฐานะด้อยกว่าเธอ  แต่ว่ามีอะไรอยู่ในท่าทีอันยโสของศศิ  นับแต่เกิดมา เธอก็เพิ่งเคยเจอเพื่อนที่ไม่ยอมลงให้เธอมากมายขนาดนี้  เธอจึงแค้นเคืองจากเรื่องเล็กๆกลายเป็นเรื่องใหญ่แล้วเฝ้าครุ่นคิดว่าเธอมีอะไรที่ด้อยกว่าศศิ

 

พ้นจากอาหารมื้อเที่ยงซึ่งศศิจ่ายไปอย่างไม่เสียดายราคาที่แพงเกินพอดี

ศศิมองพนักงานนำการ์ดมาส่งแล้วตวัดตามองราคาอาหารมื้อนี้ราวๆ  เงินเดือนของคนฐานะปานกลางได้  เธอทำใจได้แล้ว จะะพาโรสกับเกร็ดตะหวามาทาน ต้องเตรียมเงินหนา ๆ

อีกเดี๋ยวเหอะเธอจะทวงสัญญา เธอชนะแล้ว เธอต้องได้ไปเที่ยวเกาะนั้นฟรี ค่าใช้จ่ายทุกอย่างโรสกับเกร็ดตะหวาช่วยกันออกให้เธออย่างละครึ่ง นับแต่ไปจนกระทั่งกลับ คอยดู เถอะ เธอจะเรียกเก็บคืนอย่างสาสะใจ รอยยิ้มของศศิกระหยิ่มยิ้มย่องผุดขึ้นมุมปากอวบอิ่ม

โรสมองอย่างเจ็บลึกน้ำเสียงจึงกระชากกระชั้น

เธอบอกว่าที่ทำงานของนายแขกอาหรับอยู่แถวนี้ แล้วอยู่ไหนล่ะ

ศศิยิ้มพราย  ใจร้อนไปได้ เนี่ยนะตัวเองเงยหน้าขึ้น นั่นไงตึกสูงระฟ้า มีกระจกรอบด้าน เขาทำงานที่นั่น แต่ไม่รู้หรอกว่าเขาอยู่ที่ห้องไหน ชั้นอะไร

งั้นก็เสียเวลาแย่นะสิ  แล้วนัดล่วงหน้าไว้รึเปล่า เผลอๆเขาจะไม่ให้เข้าไปพบก็ได้นะ เกร็ดตะหวาบ่นอย่างไม่เกรงใจ

ศศิยิ้มอ่อน เถอะน่า เสียเวลาสักกี่นาทีเชียว เดินชอบปิ้งยังนานกว่านี้เลย แล้วเนี่ยก็เงินนะ เงินใครๆก็อยากได้ทั้งนั้นแหละ บอกกับเขาว่าเราเอาเงินมาคืน คร้านจะเปิดประตูห้องแทบจะไม่ทัน ไปกันเถอะ

เกร็ดตะหวาทำหน้าเจื่อน ใจกลับกรุ่นโมโหหงุดหงิด  แต่เธอยังมีแก่ใจถามศศิก่อนจะไปยังชั้นบนสุดตามที่พนักงานหน้าเคาน์เตอร์บอกสถานที่ทำงานของนายอาหรับหน้าหล่อ

จะคืนเขาจริงๆเหรอ เราว่าตัวเองเปลี่ยนใจก็ยังทันนะ เสียดายเงินตั้งมาก

ศศิตอบอย่างเชื่อมั่นในตนเองต้องคืนเค้า จูบเดียวแสนนึง มันเกินพอดีไป !”

 

แต่ทั้งหมดหยุดลงตรงห้องพักรับรองแขกของชีคบาซิล ซึ่งใช้เป็นห้องทำงานและห้องนอน  มีอาดัมหนุ่มอาหรับผิวคล้ำยืนหน้าห้องวาดสายตามาเรียวขางามยามที่โรสเดินผ่าชายกระโปรงเหนือโคนเข่า ชุดทำงานของโรสเป็นชุดผ้าลื่น นี่ถ้าท่อนบนที่พาดด้วยผ้าพันคอเท่ๆที่ทิ้งชายใหญ่ลงมาถึงเอวไม่ปกปิดเอาไว้ น่ากลัวว่าชุดนี้คงจะเน้นโค้งเว้าอันงดงาม สวยแต่เกินงามไปหน่อย

สายตาตำหนิของอาดัมทำให้ดวงตาตกแต่งมาสวยดิบดีของโรสตะหวัดฉับ  ข้างฝ่ายเกร็ดตะหวาแต่งกายมาพองาม เป็นชุดทำงานเนื้อดี แต่งหน้าพองาม แจ้งจุดประสงค์กับอาดัม อาดัมเข้าห้องทำงานของชีคครู่เดียว เขาออกมาแล้วพูดว่า

ท่านชีคให้เข้าไปพบได้แค่คนเดียว

อาดัมทิ้งสายตาไปยังศศิ

ทำไมทุกคนเข้าไปด้วยไม่ได้ละคะ

ศศิถามเพราะเธอเองก็กลัว เธอไม่ใช่ผู้หญิงกล้าก๋ากั่นมาจากไหน เข้าไปจะเจออะไรแล้วขืนปล่อยให้เพื่อนทั้งสองอยู่รอเธอ เธอเชื่อว่าเพื่อนทั้งสองทิ้งเธอกลับไปทำงานแน่นอน

อาดัมก้มศีรษะ

คงไม่ได้จริงๆครับ เป็นคำสั่งของชีค เมื่อคืนนี้หากคุณไม่ทำเช่นนี้ก็ไม่แน่ว่าคุณจะมีชีวิตรอดมาถึงวันนี้ได้

อาดัมกล่าวเสียงราบเรียบพอๆกับสีหน้า  เขาแค่อยากจะหยอกทั้งสามสาว แล้วเลื่อนสายตาไปยังศศิ ผู้หญิงที่เขายังไม่ได้รู้จักชื่อแซ่ แล้วยังไม่ทันได้สืบประวัติของเธอ เธอก็โผล่มาซะแล้ว แล้วทันทีที่กล่าวจบ เพื่อนอ้าปากหวอมองหน้ากันอย่างหวาดหวั่น  คงเข้าใจว่าชีคบาซิลสั่งฆ่าคนได้ง่ายๆ ไม่ใช่เลย  ชีคบาซิลโดนศศิหยามหน้า ก็เลยแค้นใจ เมื่อครู่ที่อาดัมเข้าไปบอกชีคบาซิล

ชีคบาซิลกำลังงัวเงียแต่พอรู้ว่าเป็นศศิ ชีคบาซิลหายง่วงเป็นปลิดทิ้ง

งั้นพวกเราไม่รอล่ะ ขอกลับไปก่อนนะกันศศิโรสเอ่ย

เมื่อไม่มีใครอยู่ตรงนั้น ศศิใจฝ่อ  แต่อีกใจก็ยังอยากจะคืนเช็คให้ชีคบ้าบอนั่น

 

เป็นห้องใหญ่ระดับห้องนอนของเธอสักราวสามห้องต่อกัน ดูๆทุกอย่างถูกประดับประดาด้วยข้าวของจากอาหรับ  ทำให้มีกลิ่นอายของความเป็นอาหรับ

อาดัมพาเธอมุ่งไปยังเตียงใหญ่ดูอลังการ ที่แท้ห้องทำงานของชีคอยู่ในบริเวณเดียวกันกับห้องนอน เจ้าของเตียงยังแช่ตัวอยู่บนนั้น นอนตะแคงข้างมือก่ายผู้หญิง

ผ้าห่มร่นลงมา เห็นผมของผู้หญิงเป็นลอนสีน้ำตาลแกมแดงยาวเต็มหมอน ไหล่เปลือย แผ่นหลังที่เปลือยขาวนวลเนียน

คนที่อยู่บนเตียงไม่รับรู้การมาของเธอกับอาดัม

หญิงสาวเกร็งขึ้นมา ใบหน้าสวยๆเครียดขึ้นมากระทันหันพร้อมกับไม่รู้ว่าดวงตาเย็นชาได้ประทะกับดวงตาเย้ยหยันของชีคบาซิลเข้าอย่างจัง เพียงเขาผละจากผู้หญิงคนนั้น แผงอกกว้างแข็งแกร่งโชว์ความมีเสน่ห์อย่างชายชาตรี อกกว้างจนศศิไม่รู้ตัวว่าคิดแบบเผลอเลอไปว่า ผู้ชายคนนี้มีหน้าอกกว้างขวางมีช่วงไหล่บึกบึน ใบหน้าเฉียบคม ไล่ไปอีกดวงตาเย็นๆราวกับน้ำแข็ง ไม่แคร์ไม่อายสายตาเธอ  เขาน่าจะจัดเป็นชายไร้ความรู้สึกแต่แฝงไว้ด้วยความเข้มแข็งที่ผู้หญิงส่วนใหญ่นึกถึงความเป็นผู้นำ

อะแฮ่ม.. อาดัมขัดขึ้นเบาๆ

สติของศศิตะเลิดไปก็แล่นกลับมาอย่างเร็วพร้อมกับดวงหน้าแดงฉับ

ร่างปลือยใต้ผ้าห่มขยับตัวแล้วชายหนุ่มก้มลงไปกระซิบกระซาบ หญิงสาวคนดังกล่าวรีบพยักหน้าแย้มยิ้มแล้วจุมพิตที่แก้มของเขา

เขาจะทำอะไรก็เชิญเถอะ แต่ศศิเมินหน้าไปทางอื่น เผื่อๆว่าพวกเขาจะได้สะดวกใจกัน หันมาอีกครั้งก็พบว่าแม่สาวคนนั้นมีผ้าห่มคลุมกายเดินไปพร้อมกับเสื้อผ้า อ้อ....ลืมไปว่าเธอเห็นเสื้อผ้ากระจัดกระจาย หน๊อยแน่...  มันทำให้เธอไม่อยากนึกสภาพเมื่อคืนนี้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่ และอาดัมก็เดินตามผู้หญิงคนนั้นไปแล้วประตูปิดลง เหลือแค่เธอกับเขา

คุณมาหาผม ไม่ทราบว่ามีธุระอะไร

ฉันเอาเช็คมาคืน

มันน้อยไปงั้นรึ!”

จะบ้ารึไงคุณ  ฉันไม่อยากได้เงินจากคุณเลยนะ แล้วทราบว่าคุณให้เช็คฉันมาด้วยมีเจตนาผิด ฟังฉันพูดดีๆนะ ฉันไม่ผู้หญิงขายบริการ !”

โต๊ะแก้วมีแจกันทรงสูงและดอกกุหลาบช่อโตๆจัดสวยงามราวสิบดอกโต เธอไม่รู้จะไปวางเช็คที่ไหน หากไปยืนให้เขาก็ไม่ได้อีก เพราะเธออายเขาเปลือยท่อนบนอยู่  เธอไม่กล้ามองเลยจึงวางเช็คด้วยอาการกระแทกกระทั้น

เดี๋ยว..คิดว่าเรื่องจะง่ายงั้นเชียว

อ้าว...ฉันมาเพราะมีธุระแค่นี้จริงๆ ดวงตาโตคู่สวยมีขนตาเป็นแพระยับกะพริบถี่  ซึ่งพูดต่อว่าไม่ใช่เรื่องดีรึไง  คุณได้เช็คคืน และอย่าได้เที่ยวแจกเงินใครก้อนโต ๆ อย่างนี้อีกนี่เราไม่รู้จักกัน คุณยังสั่งจ่ายเช็คแพงขนาดนี้  ไม่ต้องนึกถึงผู้หญิงคนเมื่อกี้เลยว่าคุณให้เธอเท่าไหร่

เค้ามาขอเป็นค่าซื้อบ้าน

บ้าน !” ศศิตาโตห่อปากอย่างอัศจรรย์ใจ

อยากได้บ้างไหมเล่า

ชีคบาซิลเอ่ยอย่างไม่สนใจ  เขาว่าเป็นเรื่องแปลกนัก ผู้หญิงคนนี้ทำให้เขานึกซัลมาจนจิตใจฟุ้งซ่าน การกระทำบ้าบิ่นของเธอขัดกับการกระทำตอนนี้ ไม่อยากได้เงินแต่ลงทุนมาคืนถึงที่   

ศศิมองร่างเปลือยเฉพาะช่วงบนอย่างระแวดระวังปนกับกระดากอาย พ่อของศศิก็หย่าร้างจากแม่ไปแล้ว

ดังนั้นทั้งบ้านมีเธอกับแม่ เรื่องเห็นผู้ชายเปลือย  เป็นเรื่องที่เห็นได้ยาก ดีเท่าไหร่แล้วที่เขาไม่เปลือยท่อนล่างด้วย

ศศิตอบทำไมมาถามพิลึกอย่างนี้ด้วย

ผมเข้าใจว่าเมื่อคืนคุณไม่อิ่มหนำ อยากได้เพิ่ม แล้วมาเพื่อเรียกร้องว่าตนเองมีค่าเกินกว่าเงินแสนที่ผมจ่าย คุณคงอยากได้มากกว่านั้นใช่ไหมล่ะ เขาถอนใจอย่างเบื่อหน่าย  ผมไม่ค่อยสนใจในพฤติกรรมของคนที่เรียกร้องเอาเงินจากผม อย่างที่มาขอเงินแบบแปลกๆผมก็เจอมาเยอะ ประเภทร้องห่มร้องไห้ โศกเศร้าปานว่าเสียใจกับการตายของใครสักคนแล้วมาทำท่าจะเป็นลมหน้าปากทางเข้าโรงแรมนี้ ผมก็เคยเจอ เค้ากอดผมแทบว่าจะเป็นร่างเดียวกัน แล้วมาจบลงที่นี่

หญิงสาวตัวสั่น ผู้ชายประมาณว่าเหยียดแคลนศักดิ์ศรีผู้หญิงทั้งโลกให้ด้อยค่านั้น เธอทนไม่ได้จริงๆโกรธจนตัวสั่น มือไม้เกินห้ามได้ทัน เดินพรวดๆไม่ทันได้รู้ว่าตบฉาดเข้าที่ใบหน้าหล่อเหลาปานรูปสลักอันวิจิตร ไม่ได้ตบอีกครั้งซ้ำกัน เธอคงมีหวังเส้นเลือดในสมองแตก

ในครั้งที่สองผิดหวังและตกใจจนแทบช็อคที่อยู่ๆเขาดันรู้ทัน จับข้อมือเธอแล้วกระชากเอาร่างของเธอเข้าไปในวงแขนแข็งแรง น่ากลัวว่าความโกรธจัดของเขาจะกลายเป็นระเบิดเพลิง  ศศิสะดุ้งสุดตัวในคราวแรกแต่แข็งขืนไม่ยอม

หากแต่ว่าเธอเพิ่งเคยเจอการหักหาญน้ำใจอย่างเถื่อนๆเป็นครั้งแรก อาการต่อต้านจึงไม่ทันเล่ห์กลของชายที่ผ่านประสบการณ์นี้มาก่อน มือใหญ่รวบผมยาวดึงแล้วตรึงหน้างามมนขึ้นไม่แม้แต่ให้เธอได้เสียเวลาส่ายหน้าหนี  ริมฝีปากที่เพิ่งละจากผู้หญิงอีกคนมาแนบชิดกับริมฝีปากของหญิงที่อวดดี  ศศิต้านเอามือดันหน้าอก แตะตรงไหนก็ให้รู้สึกสะอิดสะเอียนปนครั่นคร้าม  ท่อนแขนอีกข้างก็ช่างแข็งแรงตะหวัดเอวคอดกิ่วติดอกแกร่ง คราวนี้เธอดันไม่ได้ซ้ำรู้สึกอึดอัด  ทว่าศศิยังมีสติ แกล้งปล่อยให้เขารุกราน  มันยังดีกว่าต่อต้านจนเหมือนกำลังจะถูกขืนใจ แล้วที่สุดเธอก็คงไม่พ้นจะต้องถูกปล้ำจนนายอาหรับเถื่อนคนนี้ตราหน้าว่าเธอเป็นผู้หญิงง่ายๆ

โอ้ย... เขารีบผละมือกุมปาก

ศศิกัดลิ้นเขาแล้วรีบผละมา ส่งเสียงด่าลั่นห้องพร้อมกับเนื้อตัวก็สั่น อย่างกลัวกึ่งกล้า

สมน้ำหน้า เป็นไงเล่าเห็นผู้หญิงเป็นของเล่น  เนี่ย...เห็นรึยังว่า นี่ไม่ใช่พฤติกรรมแปลกๆที่ชอบเรียกร้องเงินออกจากกระเป๋าคุณ คุณรู้เจตนาฉันรึยัง ฉันมาเพื่อ...เอาเช็คมาคืน...จริงๆ หอบจนตัวโยนไม่วายมองเขาอย่างหวาดๆ เห็นร่างสูงใหญ่เปลือยแต่อก ฮึ... เธอมองอย่างขยะแขยงแล้ว อย่าเดินเข้ามาอีกนะ ไม่งั้นฉันร้องให้ดังกว่านี้  รึไม่ก็นี่เลย...

มีมีดจิ๋วๆวางอยู่บนจานแก้วมีผลไม้หลายชิ้น

ศศิกระชับแล้วจ่อที่ลำคอขาว ฉันจะฆ่าตัวตายให้ดู นัยน์ตาสวยๆขึงขัง พร้อมใบหน้าขาวซีดประกอบกันเช่นนี้ทำให้ชีคบาซิลกระตุกความคิด  มองเห็นว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้น แล้วก็ออกจะนับถือในการกระทำกล้าบ้าบิ่นของผู้หญิงตรงหน้าขึ้นมา

คุณเอามีดลงซะก่อน แล้วค่อยมาคุยกันดีๆ เขาปราม

ไม่หรอก ... ฉันไม่วางใจคุณเลย คุณ... ศศิเม้มริมฝีปากแน่น ใครเจออย่างนี้เป็นต้องอยากด่าให้สะใจ ศศิคิดเข้าข้างตัวเอง เอ่ยเสียงสั่น  คุณรู้ด้วยเรอะว่าที่ทำเมื่อกี้มันผิด คุณคงพูดได้ แต่จริงๆคุณไม่มีสำนึกหรอก ลงว่าจ่ายเงินแพงๆๆได้ ก็ไม่เห็นหัวคน ไม่เห็นค่าของคน มาพูดกันแบบแฟร์ๆเลยดีกว่า ฉันไม่เสียดายจูบหรอก ทีนี้รู้รึยังว่าเจตนาของฉันบริสุทธ์ ฉันเอาเช็คมาคืน และคุณมาหยามฉันอย่างนี้อีก ฉัน...เม้มปาก ก่อนเอ่ยเสียงแหลมๆ  ฉันเกลียดผู้ชายประมาณคุณนี่แหละ ไม่รู้จะใช้คำไหนที่บอกว่าเป็นคุณ แต่อะไรที่เป็นคุณนะแหละฉันเกลี๊ยด เกลียด ฉันจะไปแล้ว ไม่ถือโทษไม่เอาอะไรเลย.ฉัน...ย้ำ คุณ..เป็นผู้ชายที่น่าเกลียด ชอบใช้เงินหว่าน รวยนักทำไมไม่เอาเงินไปทำประโยชน์ต่อสังคม บ้าบออะไรกับเรื่องพรรค์นี้

กรีดร้องเสียงพร่า  แต่ศศิยังไหวตัวทันว่าด่าอีกนิดมีหวังไม่ได้ออกจากห้องนี้แน่

เพราะเจ้าของห้องกอดอกพิงตัวกับผนังสีนวล แสงไฟสีเหลือง ทอเสี้ยวข้างใบหน้าหล่อดั่งพระเอกหนัง จากดุเถื่อน จะว่าเข้าข้างตนเองหรือก็ไม่รู้ เพราะแสงไฟรึเปล่าที่ทำให้เขาดูอ่อนโยน เธอเดินไปคว้ากระเป๋าซึ่งตอนที่ถูกเขากอดกระเป๋าร่วงจากมือ

ขอโทษที่หยามคุณ และขอบคุณที่เอาเช็ค คุณกลับไปเถอะ

ร่างสูงใหญ่ผินกายแล้วตวัดเอาผ้าขนหนูในตู้ ตลอดเวลาที่เดินทำธุระส่วนตัว ศศิมองแล้วห่อปากอย่างอึ้งไม่คาดคิดว่าเขาไม่แคร์เธอสักนิด คำพูดอย่างโกรธจัดไม่ได้ไปสั่นความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของเขาเลย เธออยากจะร้องไห้

ศศิปิดประตูดังปังใหญ่ หน้าตาอย่างกับคนถูกผีหลอกของศศิปรากฏแก่อาดัม เธอเดินออกพบกับผู้หญิงคนนั้นที่นอนทอดกายให้ชีคบาซิลซึ่งศศิมองหญิงสาวตรงหน้าก็รู้ว่า เจ้าหล่อนคนนี้เรือนกายงามได้สัดส่วน เห็นหน้าจริงๆก็พอดูได้ เธอมาพร้อมกับชายอีกคนซึ่งเธอเห็นเขาพร้อมกับอาดัมเมื่อคืนนี้

รับเช็คไปแล้ว และไม่มีครั้งหน้านะครับ ชีคไม่เรียกใครซ้ำอีก

ผู้หญิงคนนั้นทำหน้าประหนึ่งผิดหวัง แต่ศศิฟังถึงกับอยากจะเป็นลม

ตาบิสเหลือบมาเห็นศศิทักอย่างยินดีกึ่งขำ คุณคือผู้หญิงคนเมื่อวานนี้

ขำอะไรไม่ทราบ

ศศิถามทันควัน ดูเหมือนว่าเธอจะควบคุมอารมณ์และความรู้สึกไม่ได้เลยเมื่อได้เจอกับชีคบ้านั่น !

ตาบิสมองปราดเดียวก็รู้ว่าศศิโกรธ แล้วน้อยคนหรือแทบจะไม่มีที่เจอกับชีคจะโกรธอย่างคนใกล้คลั่งอย่างศศิ  อาดัมให้พนักงานของเขาเชิญหญิงคนนั้นลงลิฟต์ไปแล้ว เหลือก็แต่ศศิ ที่มีท่าทีอัดอั้นตันใจมาก

ขำของผม  คุณรู้ไปก็ไม่ขำไปกับผมหรอก ไม่จำเป็นต้องรู้ก็ได้ครับ  ตาบิสกล่าวเสียงเรียบด้วยใบหน้าที่ยิ้มๆ  ดวงตาของตาบิสมีสีฟ้าและสวยมีแววอบอุ่น ถึงเขาจะพูดอย่างนั้นแต่เวลายิ้มก็ละเมียดละไมเป็นกันเองกว่าอีตาชีคบ้า  ศศิค่อยเย็นลงมาได้

อาดัมตำหนิตาบิส  

นายไปยั่วเธอทำไมกัน

ศศิมองดูท่าทางของทั้งสองพอจะเป็นมิตรได้

ฉันมาหาชีคของคุณ แต่ไม่ได้มาด้วยจุดประสงค์เดียวกับเธอคนนั้นนะ

ทั้งสองโค้งศีรษะ

ครับ

ศศิเดินเข้าลิฟต์ รอยยิ้มแม้ว่าจะหล่อบาดใจสาวๆ จากทั้งสองคนจะกวนใจเพียงใด ศศิก็อดค่อนแคะไม่ได้

 ตาบิสยิ้มบาดจิต บาดตาแบบนี้ทำไมต้องไปอยู่กับเจ้านายที่ใช้เงินไม่เป็นด้วย คนที่ใช้เงินไม่เป็น ใช้จ่ายเงินฟุ่มเฟือยแค่นี้ก็มองว่าชีวิตของคนๆนี้ไม่มีแก่นสาร เงินที่มีมาก็คงจะได้จากพ่อแม่ที่มีเงินมากมาย พอจะให้ถลุงจนเกลี้ยง จากนั้นเขาก็กลายเป็นผู้ชายสิ้นไร้ไม้ตอก อนาคตมืดมน

เธอลูบผมเผ้าตนเองในลิฟต์นั้นส่องให้เห็นหญิงสาวผมฟูๆคนหนึ่ง หน้าตาประหนึ่งว่าพบสงครามโลกครั้งที่สาม ศศิรีบควักลิปสติกมาทา ไม่ทันถึงหนึ่งวินาทีถูริมฝีปากแรงๆ 

เขาจูบเธอ !

ทำไมรู้สึกตะครั่นตะครอ อยากจะอาเจียน  โอ...เขาจะรู้ไหม  ความหล่อ รวย  ฐานะทางสังคมดีไม่ได้ทำให้เธอคลั่งเขา ซ้ำยังมีอาการจวนเจียนใกล้ตาย ใกล้คลั่งด้วยฤทธิ์อยากจะลงมือลงไม้กับเขานัก !

อย่าให้เจออีกเชียว ครั้งนี้ครั้งเดียว...พอ !

 

ในเย็นวันหนึ่งศศิมีเหตุจำเป็นต้องมาทำธุระที่ตึกซึ่งชีคบาซิลใช้พำนักและทำงาน เมื่อทำธุระเสร็จ เธอเดินเรื่อยๆ เพราะเห็นว่าเป็นเวลาเลิกงาน

ดูดวงไหมคะ น้องขา!”

เสียงหวานๆของหญิงสาวคนหนึ่งผ่านเข้าหูศศิ  หญิงสาวแวะเข้าไป เห็นราคาที่ตั้งไว้ถูกจนไม่น่าเชื่อ

พี่เพิ่งดูครั้งแรก ว้า...อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิคะ

อายุอานามของสาวนักพูดไพ่ยิบซี อายุน่าจะ 27-28 ปี

ทำตามที่พี่บอกนะคะสับไพ่กี่ครั้งก็ได้ ใช้มือซ้ายคะ นั่นแหละคะ  แล้วก็.... สาวยิปซีหน้าใสบอก

นำไพ่ออกมาวาง จากที่ศศิเลือกไว้ สาวนักดูไพ่ยิปซีกล่าวอย่างมั่นใจ

กำลังจะได้แต่งงานแบบสายฟ้าแลบ !”

คำทักแรกเล่นเอาศศิตะลึง

อะ..อะไรนะคะ

จริงนะน้อง คนที่เป็นคู่ น้องไม่พอใจเขา ตั้งแต่แรกพบเลยคะ  แล้วเขาก็ไม่พอใจน้องมากๆด้วย

อ้าว...แล้วมันจะเป็นการแต่งงานกันได้ยังไงกันคะ

สาวนักดูไพ่ยิปซีกำลังฝึกดูดวงเจอลูกค้าโต้กลับถึงกับเสียงอ่อนลง

เอ่อ...พี่เห็น..อย่างนั้น เอ่อ..น้องมีคนรักรึยังคะ

ศศิอารมณ์เสีย ไม่นึกอยากดูดวงเพื่อให้ใจผ่อนคลายแต่ดูไปกลับจะตึงๆยิ่งกว่าเดิม อดค่อนคิดไม่ได้ว่าไพ่ไม่ได้บอกเหรอว่า เธอไม่มีคนรัก

ขอโทษจริงๆนะคะน้อง พี่ชื่อประภัสสร เพิ่งจะดูไพ่เป็นครั้งแรกและวันแรกด้วยคะ  น้องอย่าเพิ่งว่าพี่เลย ราคาค่าครูตรงนั้น พี่ก็ไม่เรียกเก็บนะ ถือว่าจะได้ทดสอบความแม่นยำของพี่นะคะ อย่าทำหน้าโกรธพี่เลย

คนฟังโกรธแค่ไหนก็ต้องยอม

คะ... พี่เห็นอะไรในไพ่อีกคะ

ประภัสสรมองไพ่อย่างตรึกตรองพูดช้าๆ

เอ่อ...พี่เห็น... เพื่อน..พาผู้ชายคนนี้มาให้น้องรู้จักคะ  เอ๊ะ...แต่เพื่อนไม่ดีกับน้อง   เป็นคนอื่นพี่ก็จะบอกว่า..คบไว้ไม่เสียหลายเลย แต่นี่ขึ้นเดอะเดท เพื่อนของน้องหาข้อดีไม่ได้เลยจริงๆ โอ๊ะ...ขอโทษนะคะพี่ก็พล่ามเรื่องของเพื่อนน้อง ไม่รู้ว่าจะใช่ตามที่พี่พูดรึเปล่านะคะ

ศศิถอนใจยาวก่อนเอ่ย สีหน้าปลงขึ้นมา จริงคะ  เพื่อนที่ดีๆก็อยู่กันไกลๆไปอยู่ต่างจังหวัด ต่างประเทศ ไปเรียนต่อ  ไปทำงาน เหลือไว้ก็สองคนทำตัวเป็นเพื่อนดีบ้าง ไม่ดีบ้างเท่านั้นว่าถึงเกร็ดตะหวากับโรสอย่างเอือมๆ

เอ๊ะ..พูดถึงการเดินทางไกล น้องมีเกณฑ์เดินทางไปต่างประเทศไปเปิดโลกทัศน์ และได้ไปกับเพื่อนด้วย

เหรอคะ

เพื่อนใหม่ เพื่อนเกลอ ต่อไปก็เป็นเพื่อนรัก ดวงน้องจะลุ่มๆดอนๆในต่างประเทศแต่ต่อไปจะรุ่งโรจน์ถาวรอยู่ที่นั่นนานเลยละคะ

แล้วสาวนักดูไพ่ยิปซีชื่อว่าประภัสสรยิ้มอย่างไร้เดียงสา

ต่อไปพี่จะให้น้องถามในเรื่องที่น้องอยากรู้

น้องชื่อศศิคะ พี่ประภัสสร บอกชื่อแล้วสาวนักดูไพ่ยิ้มกว้างนัยน์ตาสดใส

จำชื่อพี่ได้แม่นเชียว

ศศิมองหน้าตาเกลี้ยงเกลา ดูเด่นและละออตากับดวงตาสดใส  ราวเด็กที่ประทับไว้แต่เรื่องสนุก ไม่พานพบเรื่องเครียดใด ๆ มองแวบแรกไม่เท่าใดเลยแต่หากมองนานน่ามองอย่างชวนพิศ  ยิ้มแต่ละทีสดใสสว่างตา สบายใจอย่างประหลาด

น้ำเสียงของศศิอ่อนลงแล้วพูดอย่างเป็นกันเอง

ศศิไม่อยากถาม  เพราะว่าพี่จะไม่เรียกค่าครูก็เอาแค่ทักทายมานั้นก็พอแล้วคะ

เรื่องเดินทางไกลนี้เป็นเรื่องจริงแน่ๆคะ ศศิชนะเพื่อน เพื่อนต้องจ่ายค่าใช้จ่ายที่ศศิไปวาดภาพที่รีสอร์ตติดทะเล

ประภัสสรย่นคิ้วส่ายหน้า    ไม่ใช่นะคะ เดินทางไกลกว่านั้นอีกไกลระดับไปถึงต่างประเทศ

ไม่จริงหรอก เถียงเสียงหนัก ๆศศิมีแม่คนเดียว แล้วฐานะของเราไม่ได้ดีมากพอจะหอบเงินตั้งมากไปต่างประเทศ

เหรอคะ คราวนี้แม่สาวนักดูไพ่ย่นคิ้วบอกอย่างไม่แน่ใจ แต่ก็เงยหน้าละตาจากไพ่ พี่ว่าน้องได้ไปคะ แบบไม่ได้ตั้งใจด้วย

ศศิไม่อยากจะทำลายความมั่นใจของสาวนักดูดวงไพ่ยิปซี เธออยากให้ประภัสสรมีลูกค้ารายต่อๆไปแล้วทำนายอย่างมั่นใจ

ไว้ให้เหตุการณ์เกิดขึ้นก่อนนะคะ เพราะเรากำลังพูดถึงเรื่องในอนาคตกัน พี่คะ..ศศิพอใจแล้วล่ะ และพี่คะ  ศศิขอเบอร์พี่ไว้หน่อยได้ไหมคะ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงรู้สึกว่าถูกใจอัธยาศัยของพี่ แล้วอดทนนะคะ ดูดวงให้ทุกๆคนอย่างที่ไพ่ออกมาแบบไหนที่ทำนายไปอย่างนั้น อย่าเสียขวัญ ตอนที่เห็นหน้าลูกค้าบึ้งๆใส่แม่หมอนะคะ

ประภัสสรให้นามบัตรทั้งยิ้มอย่างแจ่มใส

ขอบคุณสำหรับคำให้กำลังใจ พี่เองก็ถูกใจศศิเหมือนกันคะ

 

ชีคบาซิลสวมชุดเสื้อเชิ้ตขาว มีตาบิสรอสวมเสื้อสูทให้

ประเทศที่ชีคบาซิลเกิด เป็นประเทศเล็ก พลเมืองไม่ได้โหยหาสงคราม  ถึงอย่างนั้นก็ยังมีพลเมืองจำนวนหนึ่งที่รวยล้นฟ้า อีกส่วนหนึ่งก็เป็นประชากรฐานะปานกลาง ส่วนใหญ่ยังยากจน  แล้วยังมีโจรปล้นเหล่านักเดินทางในทะเลทรายอันห่างไกลจากตัวเมือง แต่ก็ยังจัดเป็นประเทศที่สงบเงียบประเทศหนึ่ง  การศึกษาไม่ได้ล้าหลัง แล้วไม่ขัดแย้งในเรื่องการเรียนภาษาอังกฤษ ดังนั้นชีคบาซิลจึงมีความสามารถทางด้านภาษา7ภาษา เหมาะกันกับการทำงาน ที่เขาต้องเดินทางไปยังประเทศต่างๆ

ชีคยิ้มอะไรรึครับ

ขำผู้หญิงคนนั้น

คนไหนครับ

ก็ผู้หญิงที่เอาเช็คมาคืน

ตาบิสเลิกคิ้วเข้มๆ

ชีคอารมณ์ดีแต่ผู้หญิงคนนั้นหน้าบึ้งนะครับ  รึว่าชีคกำลังสนใจผู้หญิงคนนี้

ชีคบาซิลหรี่ตาอย่างใคร่ครวญ

ผู้หญิง !”

แต่ว่าชื่อของซัลมาอยู่ในส่วนลึกของจิตใจ แต่ผู้หญิงคนนั้น เธอพูดชัดเจน ชัดทุกคำ ไม่เคยได้ยินใครว่าเขาอย่างตรงไปตรงมา 

เขาชอบใช้เงินกว้านซื้อโน่นนี่นั่นเพื่อบำรุงความสุข ไม่เคยคิดว่าเปลือง ก็เพราะเขารวยล้นฟ้า

เขารู้ว่ามีเงินก็ซื้อคนได้ แต่ซื้อผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ ชายหนุ่มขำ

ผู้หญิงคนนี้ทำให้ชีคหัวเราะได้ แปลว่าเธอต้องมีอะไรดีตาบิสยังกล่าวถึงศศิอีก

มีดีแน่นอน เขาทำให้ฉันมีชีวิตชีวา มันน่าจะเอาชนะนักเชียว ก็อยากรู้ว่าใครจะแพ้ชนะ .....ตาบิส  นายว่าเรื่องเงินสำคัญมากไหม

ตาบิสตอบอย่างระมัดระวัง

สำคัญมากกับคนจน คนฐานะปานกลาง คนมีหนี้ คนทุกๆคนในโลกนี้จะต้องใช้เงิน แม้แต่คนรวย ถ้าไม่รู้จักคำว่าพอก็ยังต้องหาเงินมาถมความอยากสะสมเงินเอาไว้ แต่ว่าชีคถามทำไมครับ

เพราะเงินเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกคนต้องใช้ แล้วมันน่าแปลกไหมเล่าที่ผู้หญิงคนนั้นเอาเช็คมาคืนฉัน

เป็นคนอื่น ชีคให้แล้วไม่หายไปเลย ก็จะย้อนกลับมาขอใหม่  ผู้หญิงคนนี้ทำไม...

เขาบอกว่า ฉันชอบใช้เงินซื้อคน ไม่เห็นคุณค่าของคนอื่น จริงๆฉันเห็นหมดแหละ   แล้วรู้ว่าแต่ละคนจะต้องจ่ายกันอย่างใด  คำพูดของผู้หญิงกวนใจฉัน ผู้หญิงคนนี้ว่าฉันมองเธอผิด รู้ไหมตาบิส เขาถอนใจแล้วบอกว่า ไม่ว่าอะไรทั้งหมดที่เป็นเธอคนนี้ กวนใจฉันจริงๆ

คงเพราะว่าไม่เคยเจอผู้หญิงที่ไม่เห็นเงินเป็นเรื่องสำคัญ เธอก็อาจจะรวยด้วย ก็เลยไม่สนใจเงิน

ใช่และฉันเห็นว่าเธอท้าทายเราด้วย เธอมองฉันอย่างชิงชัง มันน่าปราบไหมล่ะตาบิส เธอพยศน่าดู ดวงตามองในกระจกที่สะท้อนให้เห็นชายผู้สง่างามในชุดสูท  เขาก็พอใจตนเองประมาณหนึ่งเชียว เดินไปทางใดมีแต่คนชื่นชม ต่อให้ไม่ต้องมีบอดี้การ์ดแต่งกายปกติธรรมดาเสื้อยืดกางเกงยีนส์ ก็ยังมีคนมองแทบเหลียวหลัง ผู้หญิงคนนั้นไยมองเขาอย่างขยะแขยง  อวดดีใส่เขา ช่างน่าสนใจไม่ใช่น้อย เธอน่าจะมาสัมผัสรู้จักเขาทุกมุมของชีวิต  เขาเหมือนถูกท้าและหยามเหยียดไปในตัว ผู้หญิงคนนั้นลงทุนดึงมีดมาจ่อ หากว่าเขาจะทำมิดีมิร้ายเธออีก ท่าทางของเธอบอกว่าเธอยอมตายดีกว่าให้เขาจูบ ท้าทายนัก น่านำตัวมาจูบทั้งวันและทั้งคืน ดูสิว่าจะกล้าฆ่าตัวตายเพื่อพิสูจน์ว่า ยอมตายดีกว่าโดนเขาประหัตประหารจิตใจเธอหรือไม่

ตาบิสเร่งตรวจหาประวัติของผู้หญิงคนนั้นมาให้ฉันนะ  หาให้ได้ก่อนที่จะไปทำงานประเทศอื่นต่อ

 

บริษัทฟู้ดแอนด์ดริ่งวอลเตอร์อินดัสทรีจำกัด ถูกเทคโอเวอร์จากบริษัทยักษ์ใหญ่ โดยพนักงานได้ทำงานตามเดิม  บริษัทแห่งนี้วิจัยทางวิทยาศาสตร์การอาหารให้ความสนใจในงานวิจัยผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม  ศศิเป็นเลขานุการของหัวหน้าแผนกการตลาด ภายในบริษัทมีเสียงเล่าลือว่าบริษัทที่เข้ามาเทคโอเวอร์เป็นชาวอาหรับ จะมีการขยายงานให้มีการทำอาหารฮาลาล

ในสายของวันหนึ่งศศิได้รับแจ้งด่วนจี๋ ย้ายจากเลขานุการหัวหน้าแผนกการตลาด  เธอหอบข้าวของมายังที่ห้องทำงานใหม่  เลขานุการหน้าห้องกล่าวเหน็บ

ไม่รู้ว่าเธอมีอะไรดี เธอถูกระบุชื่อก่อนที่เขาจะเข้ามาซื้อหุ้นไป  นายใหม่คนนี้ขอให้เธอเป็นผู้ช่วย ผู้ช่วยที่ได้นั่งข้างในห้องเดียวกับนายเสียด้วยสิ  เธอมีความสามารถอะไรกัน ไม่เห็นดีเด่น แค่พูดภาษาเท่านั้นเอง

สิ้นคำเสียดสียาว ๆ ศศิอึ้ง  แต่อารามรีบร้อนกับการมารับตำแหน่งใหม่จึงฟังพอผ่านๆไป

เข้าไปเร็วสิๆ เขาเรียกเธอมาตั้งนานแล้ว มัวทำอะไรอยู่ก็ไม่รู้

หญิงสาวหน้าซีดเผือด  ข้าวของที่เตรียมมาเพื่อทำงานแทบร่วงหล่นจากมือ เมื่อเขาไปพบกับชายถึงสามคน  คนหนึ่งสง่างามนักแม้จะหล่อทั้งสามคน ทว่าเขาก็ยังดูเด่นกว่าใคร  และเป็นคนที่เธอไม่อยากพบเจอมากที่สุด แล้วนึกถึงคำบอกเล่าของแม่เลขาหน้าห้อง

นายใหม่คนนี้แจ้งมาล่วงหน้าว่าอยากให้เธอเป็นผู้ช่วยเขา

รึว่าเขาตามตื้อเธอ !

ศศิหน้าเชิดขึ้นอย่างปุ๊บปั๊บ  เขาผายมือไปทางโต๊ะทำงานของเธอ ห่างจากเขาเลยสักห้าก้าวก็ถึงแล้ว  แล้วผู้ชายสองคนที่เธอเห็นเงียบๆเดินออกจากห้องเหลือแต่เธอกับเขา

สวัสดีอีกครั้งครับ ไม่ต้องแนะนำชื่อก็ได้ ก่อนอื่น... ผมชักจะไม่ค่อยเชื่อแล้วว่าเงินซื้ออะไรไม่ค่อยได้ เงินซื้อคุณค่าของคนไม่ได้ แต่ทำไมผม...ซื้อคุณมาจากตำแหน่งกลางๆมาเป็นผู้ช่วยจำเป็นของผมได้ ข้อนี้ควรคิดนะครับ ทำไมคุณถึงมายืนอยู่ตรงหน้าผมได้  นี่ไงล่ะ... น้ำเงิน  เงินซื้อได้แม้กระทั่ง คนทำงานที่ไม่ควรค่ากับตำแหน่งของงาน  งานเลขาก็ต้องมีความรู้เลขา ดูจากประวัติของคุณ หยิบแฟ้มมาแล้วเปิด กราดตาลวก ไม่ได้เกียรตินิยม การเรียนปานกลาง

สีหน้าของเขาหมิ่นแคลนจนเห็นชัด ศศิแขวะ

ก็ต้องโทษคนที่ซื้อตัวดิฉันมาคะ ด้วยอำนาจเงินละคะ ที่นึกอยากซื้อก็ซื้อ ไม่มีวิสัยทัศน์พอจะมองออกเลยว่า คนที่จะทำงานให้คุณเก่งพอไหม สมค่าสมราคากับตำแหน่งตรงนั้นไหม

กล้าดีอย่างไงมาเถียงเจ้านาย..

ศศิเชิดหน้า

ไม่ทราบนี่คะ ก็เห็นมันเป็นประโยคคำถาม  ถ้าไม่บอกให้ตอบกรุณาระบุให้รู้ด้วยคะ

ปัง !

เขากระแทกแฟ้ม ศศิสะดุ้ง

ยืนอยู่ตรงนั้นล่ะ

หากว่ามีกระจกสะท้อนหน้าของศศิ จะพบว่าคนปากดีกล้าเถียงอย่างเธอกำลังหน้าซีดจัด

สายตาของเขาสร้างความอึดอัดกับศศิ เขาจ้องนานจนน่ากลัวว่าจะเห็นถึงตับไตไส้พุงม้ามปอด แล้วจะให้ยืนนานสักกี่นาที เธอเมื่อยแล้วอุ้มกล่องหนักซ้ำยังยืนบนรองเท้าส้นสูงเกินสามนิ้วด้วย ในขณะที่เขาจ้องเธอจากเก้าอี้  ผ่านไปราวห้านาที

จู่ๆเขาก็พูดขึ้นมาว่า ผมเป็นเจ้านาย ผมมาที่นี่ด้วยอยากพิสูจน์ให้คุณรู้ว่า เงินตัวเดียวสามารถซื้อได้ทุกอย่าง ซื้อและปั่นหัวคนได้ คุณก็เป็นหนึ่งในนั้นที่อยู่ภายใต้อำนาจของเงิน ผมซื้อด้วยรู้คุณค่าของเงิน เงินซื้อหุ้นนี้ คุณก็รู้ใช่ไหมว่ามันเป็นธุรกิจ ผมไม่ได้ซื้อหาสิ่งที่ไร้สาระ เว้นไว้แต่ซื้อคุณอย่างลับๆจากนายใหญ่ของที่นี่ ขอซื้อคุณมาทำงานในตำแหน่งผู้ช่วย... ผมว่าเงินของผมไม่เน่าหมดบูด หอมหวนเสียจนนายใหญ่ของที่นี่ไม่สนใจด้วยว่าผมซื้อคุณมาทำไม เอาล่ะไปนั่งแล้วทำงาน ผมให้ตาบิสกับอาดัมวางตัวอย่างงานที่ต้องทำให้คุณไว้แล้ว

ศศิอยากจะร้องไห้ นอกจากเขาไม่ได้ตามตื้อเธออย่างที่เข้าใจ เขายังตามมาเพื่อพิสูจน์เรื่องบ้าๆบอๆกับเธออีก ทำราวกับเธอไปท้าทายอะไรนักหนา เขาถึงกับคั่งแค้นจนทุ่มเงินมาเทคโอเวอร์บริษัทนี้

 

เธออยากจะบ้าตาย เป็นอีกวันที่โดนเขากลั่นแกล้ง  งานบ้าบออะไรนักหนาถึงกับจะต้องลากผู้ช่วยมาไซด์ไลน์ เขาจะสร้างอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เทียบเท่ากับอมตะนครรึเปล่านั้น เธอไม่อยากถามแต่ทำไมต้องลากเธอมาด้วย แดดก็ร้อนแรง แสบหน้าแสบตา รองเท้าส้นสูงก็ต้องเปลี่ยนเป็นบูท  มาทำงานแบบปุ๊บปั๊บด้วย ไม่มีเวลาให้เธอได้ซื้อรองเท้าบูทจึงได้สวมของผู้ชาย เดินรั้งท้ายบรรดาบอดี้การ์ดกว่ายี่สิบชีวิต

ศศิฮึดฮัด บอดี้การ์ดหน้าขรึม วันๆก็เห็นทำงานเคร่งเครียด ราวกับกำลังอารักขาเจ้าผู้ครองประเทศก็ไม่ปาน  เธอย่นจมูก พูดกันแต่ละครั้งให้เธอรู้เรื่องด้วยก็ไม่ได้ ภาษาเป็นภาษาทางประเทศทางโน่นหมด

พักเที่ยงแล้ว สถานที่ก่อสร้างยังไม่เอื้ออำนวยให้สะดวกสบาย มีแคมป์งานที่ต้องนั่งกับพื้น ดีหน่อยที่คนงานลากเก้าอี้ที่ปราศโต๊ะกลางตัวยาว ตรงกลางจึงปล่อยให้โล่งเตียน พวกเขานั่งล้อมวงปรึกษาเรื่องงาน ศศินั่งไขว้ห้าง กระโปรงร่นมาเห็นโคนขาอ่อน เธอตั้งใจเชียวแหละ เพื่อให้ดวงตาคมกริบคู่ที่มุ่งไปในเรื่องของงานนั้น  หันมามองเธอ

คุณ

ศศิแอบยิ้มอย่างลำพองในใจ

คุณศศิ

คะ ทำเป็นเพิ่งจะได้ยินหันไปทำตาใส

คุณนั่งสุภาพกว่านี้หน่อย

ชีคบาซิลเหล่ตาไปหาผู้ชายที่เป็นลูกน้อง ปรามแต่ละคน เขาดูเหยื่ออาหารตาก็รู้ว่ามีเจตนาอยากจะอวดเพื่อยั่วให้เขาเอ่ยปากต่อว่าแล้วไล่ ทำงานด้วยกันเกือบสัปดาห์ทำไมเขาจะดูผู้หญิงคนนี้ไม่ออก เขามองเกมธุรกิจออกพอๆกับตีอารมณ์และความรู้สึกของผู้หญิงได้

ทำไมไม่สวมกางเกงมาทำงาน รู้ตัวด้วยสิว่าตัวเองต้องเตรียมตัวกับงานอย่างไร มันน่าไล่ออกนักเชียว

เอาอีกแล้ว คำก็ไล่ออก สองคำก็ไล่ออก หนึ่งสัปดาห์ไล่ออกเป็นพันครั้งแล้วมั่ง เธอฟังแล้วพ่นลมหายใจเอ่ยต่อปากต่อคำกับเขาอย่างไม่สนใจว่ามีผู้ชายอีกหลายนั่งทำงานอยู่ด้วย

คุณไม่ได้บอกสักคำว่าจะทำงานนอกสถานที่ จะมาไกลถึงต่างจังหวัด ไม่ให้ฉันได้เตรียมตัวเลย ย้ำสีหน้าจริงจัง ไม่หวั่นดวงตาสีเขียวอย่างมรกต ขืนไม่เถียงแม่จะอกแตกตาย

คุณอย่าลืมสิคะ พูดหรือบอกสักคำ ดิฉันก็จะทราบว่าเตรียมตัวอย่างไร ดิฉันไม่ใช่คนมีพลังพิเศษ รู้กระทั่งเจ้านายจะไปไหน ต้องสวมชุดอะไร  นี่เจ้านายไม่พูด ลูกน้องรึจะทำอะไรได้ถูกใจ

มีเสียงหัวเราะ  แต่ชะงักด้วยดวงตามีอำนาจของใครบางคน และใครบางคนก็เอ่ย

คราวหน้าอย่าเถียงผม นี่คงเคยชินที่เถียงกับผมในห้องทำงาน แต่นอกสถานที่อย่างนี้ ห้ามเถียง แต่นี่ดีเท่าไหร่แล้ว ล้วนแต่เป็นคนของผม ผมขอเตือนไว้ก่อนแล้ว หากว่าคุณเถียงลอยหน้าอย่างไม่รู้มารยาทของลูกน้องที่ดี  ผมเหวี่ยงคุณออกนอกเต้นท์ได้  เพราะคุณไม่ไว้หน้าผม ผมรึจะเกรงคุณ  เตือนแล้วนะ

จากนั้นพวกเขาทำงานต่อไปราวกับเหตุการณ์เมื่อครู่เป็นเรื่องปกติธรรมดา ส่วนศศินั่งหน้าซีด อย่างกับโดนตบด้วยมือของเขาเอง  

ขอโทษนะคะ ขอตัวไปห้องน้ำ

  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

224 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 11 ตุลาคม 2553 / 14:21
    จะทนอย่ทำไม ทำไมไม่ไปหางานทำไหม่เลย
    #118
    0
  2. #75 nunpanu (@nuntapun) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 กันยายน 2553 / 19:16
    จะเอาชนะกันนะนี่ เห็นแล้วกลัวใจ
    #75
    0
  3. #43 แก้ว (@sailomruk) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2553 / 01:47
    นางเอกช่างเถียงจริงๆ ^_^
    #43
    0
  4. #19 weelyone (@weewan) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2553 / 13:21
    เข้ามาอ่านสนุกดีนะค่ะพระ-นางแรงดีทั้งคู่ จะเป็นกำลังใจให้นะค่ะไรเตอร์
    #19
    0
  5. #5 Potae Jung (@sirichada) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2553 / 16:13
    สนุกมากค่ะ มาเป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #5
    0
  6. #4 ม่อนขามป้อม (@jazz4946) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2553 / 13:14
    เอาใจช่วยนะค่ะ
    #4
    0
  7. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(