จอมอสูรทะเลทราย(จบแล้วจ๊ะ)ลบ 4 พ.ย

ตอนที่ 1 : จูบแรก..มีแค้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5155
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    6 ส.ค. 53

 

ตอน 1

ว่ากันว่าเรื่องอกหักใครๆก็เป็นกันได้ แต่ว่าสำหรับชีคบาซิลไม่ยอมให้ตนเองต้องเจ็บช้ำน้ำใจเพราะความรัก 

ครั้งหนึ่งนั้นเขาเคยรักผู้หญิงคนหนึ่ง แล้วเมื่อพลาดรัก เขาก็หันหลังให้กับความรักแล้วก็คิดเสมอว่าความรักบริสุทธิ์แบบนั้นไม่มีอีกแล้ว เขาไม่สนใจความรักก็มุ่งมาที่งาน แล้วคืนนี้เขาก็อยู่ในผับหรูของกรุงเทพ 

หญิงสาวคนหนึ่งเดินเบียดเสียดกับหนุ่มร่างอ้วนพุงพลุ้ย จึงทำให้ร่างสูงโปร่งของเธอล้มไปนั่งบนตักของชีคบาซิลพอดิบพอดี คนสนิทของชีคบาซิลทั้งสองคนลุกขึ้นอย่างระแวดระวัง

ชีคบาซิลขึงตาแล้วหันมา นึกเสียดายที่กลิ่นหอมจากร่างนุ่มลุกจากตัก มองใกล้ๆแม้จะมีความสลัวก็ยังพบกับดวงตาหวานซึ้งสีน้ำตาลสวย

ผู้หญิงคนนี้สวยมาก แต่ความคิดอคติของชีคบาซิลมองว่าผู้หญิงสวยๆส่วนมากมักทำให้ผู้ชายเสียใจมานักต่อนักแล้ว 

หน่วยตาสีเขียวมีประกายกล้ามองหญิงสาวเพียงชั่ววินาที แน่ละเขาไม่เคยมองผู้หญิงคนใดนานๆสักครั้ง  นอกจากผู้หญิงคนนั้นที่หักอกเขาเสียย่อยยับ

ขอโทษนะคะ ไม่ได้ตั้งใจเลยคะ เมื่อกี้มีผู้ชายเดินมาชน ฉันก็เลยล้มใส่คุณ.. ขอโทษอีกครั้งนะคะ

ศศิยิ้มกร่อย แล้วกำลังผละ

เดี๋ยว ชีคบาซิลพูดภาษาไทยแปร่งๆ

นี่ของเธอใช่ไหม ปกติฉันไม่เคยพกของพรรค์นี้

มันเป็นห่อถุงยางอนามัย !

ศศิหน้าซีด พลางเม้มปากรีบหันไปมองกลุ่มของตนเอง เพื่อนๆที่ศศิ ไม่คิดว่าจะเป็นเพื่อนแท้ได้  แต่ที่นั่นไม่เหลือใครเลย

พวกนั้นร้ายกาจนัก ต่างลงพนันขันแข่งว่าในบรรดาผู้ชายที่มองดูปราดเดียวว่าเป็นผู้ชายชาวอาหรับทั้งสามคนซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นชายรูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาดีดูมีอำนาจยอมพูดคุยกับศศิ  เพื่อนๆจะยอมให้ศศิเที่ยวพักและฟรีที่เกาะกลางทะเล เกาะแห่งนั้นเงียบสงบเหมาะกับศิลปินที่อยากได้สถานที่เงียบๆเพื่อรังสรรค์งานวาดภาพให้บรรเจิดเพริศแพร้ว แน่ละข้อเสนอน่าสนใจด้วยว่าเธอขอแลกด้วย 30วัน บนเกาะแห่งนั้นฟรีทุกอย่าง ดังนั้นเธอตั้งใจ ทำให้ผู้ชายคนนี้คุยกับเธอก็เป็นอันว่าสำเร็จและเธอชนะ

ฉันโดนเพื่อนแกล้ง

ฮึ...ให้เชื่อเหรอ เธอเป็นผู้หญิงนะ ทำไมถึงพกมันด้วยล่ะ

ศศิก็นึกหมั่นไส้ชายทั้งสาม นายบ้าหน้าหล่อชูถุงยางตรงหน้าเธอ ซ้ำยังแกร่งไปมา เห็นเธอเป็นอะไร ยิ่งนึกก็ยิ่งฉุน เธอเม้มปากแน่น คอเชิดแล้วคว้าหมับ แต่กลับปาใส่หน้าชีคบาซิลอย่างรวดเร็ว แล้วไม่กี่วินาที ชายร่างใหญ่สองคนกรูมาตรึงไหล่เธอไว้แน่น

ศศิกรีดร้อง

ปล่อยฉันนะ พวกบ้า มาทำอย่างนี้กับฉันได้ไง

ครู่ใหญ่หญิงสาวยืนเดียวดายต่อหน้าชายเรือนร่างสูงใหญ่ แลดูมีอำนาจ ดวงตาของเขาดุกร้าว

 

ไม่เคยมีใครหยามฉันอย่างนี้มาก่อน

ฉันเองก็เหมือนกัน  !

ศศิคิดครวญอยู่ในใจ  ร่ำๆว่าอยากจะระเบิดเสียงกรี๊ดอย่างดังๆในคลับ แต่เห็นท่าว่าจะถูกปาดคอตายเสียก่อน จึงได้สงบปากสงบคำแกล้งถอนใจเฮือกใหญ่แล้วพูดว่า   

เลิกแล้วต่อกันเถอะนะ

ทำไมเธอรีบตัดบทให้เรื่องมันจบลงง่ายๆอย่างนี้ล่ะ อย่าลืมสิเธอปาห่อถุงยางอนามัยใส่หน้าฉันนะ

แล้วชีคบาซิลมองเหยียดไม่ยอมแพ้

ศศิตวัดตา

ฉันเป็นผู้หญิง เพศหญิงบอกชัดอยู่แล้วว่า ผู้ชายควรอ่อนข้อให้ แต่ที่ฉันกรี๊ดทำ เสตาลงมาที่พื้นถนน เพราะฉันตกใจ  บอดี้การ์ดของคุณถลามาจับไหล่ฉันคนละข้าง ฉันก็ต้องตกใจสิ คุณมาเป็นฉันสิ  อยู่ๆมีผู้ชายสองคนตัวใหญ่ยักษ์มาจับฉัน ทำอย่างกับฉันเป็นนักโทษ ฉันก็ต้องกลัว กลัวจนร้องกรี๊ด ไม่ได้ร้องเพราะเจตนาอยากทำให้คุณอาย แต่ฉันร้องกรี๊ดเพราะตกใจจริงๆเธอเชิดหน้ากล่าวต่อว่าอย่างไม่สะทกสะท้าน คุณคิดเอาเองแล้วกัน ถ้าฉันรู้ว่าร้องกรี๊ดๆใส่คุณแล้ว ฉันได้มาอยู่ตรงนี้ ฉันไม่ทำหรอก  เบือนหน้ากราดตาไปรอบ ข้างหลังที่นี่ไม่ต่างกับโรงงานร้างเลย บอดี้การ์ดของคุณลากฉันมาในที่เปลี่ยวๆ ได้อยู่กับคุณตามลำพัง ฉันควรรึเปล่าที่จะแหกปากร้องต่อผู้ชายแปลกหน้าที่ท่าทางอย่างกับผู้ร้ายในคราบ...ของผู้ดีที่มีการศึกษา

สีหน้าชีคบาซิลกระด้างขึ้น  แม้เธอไม่ได้ด่าว่าเป็นวาจาหยาบ แต่ถ้อยคำมีความหมายไปทางเดียวกัน

นั่นสิ ผมเห็นด้วย สถานที่ตรงนี้ไม่ต่างกับโรงงานร้าง  แล้วไม่ใช่ที่ๆชำระความกับผู้หญิง แต่ผมก็ยอมไม่ได้ที่คุณปาไอ้เจ้านั่นใส่หน้าผม  คุณต้องขอโทษ

นั่นไม่ใช่ของฉัน  แล้วฉันไม่ขอโทษศศิกรีดเสียง

ไม่แฟร์เลย เขาเหยียดปาก งั้นคุณจะบอกว่าเจ้านี่เป็นของผม

ศศิหน้าเหรอ ฉันยังไม่ได้ว่าสักคำ

ไม่ว่าก็เหมือนว่า.. เพราะของสิ่งนี้เพศไหนที่ใช้กัน

ศศิแหงนหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืน

เราเลิกเถียงเรื่องนี้กันได้ไหม  เอาเป็นว่าคุณจะให้ฉันขอโทษ

ใช่... เชื่อมั่นเหลือหลายว่าเจ้าหล่อนจะขอโทษ

ไม่.. หญิงสาวส่ายหน้าเดี๊ยะ ฉันถูกคุณหยามหน้า

ศศิไม่มีประวัติเสื่อมเสียในเรื่องของผู้ชาย แต่นี่เพราะเพื่อนๆท้า  ศศิจึงทำ และเธออยากรู้นักใครกันที่แกล้งเธอ ศศิสอดมือลงในกระเป๋ากระโปรงสั้นเหนือเข่าอวดเรียวขาสวยขาว สายตาเย็นชาของชายตรงหน้าลอบมองตามไปด้วย

เฮอะ .. อย่าได้มองเชียว และอย่าได้คิดด้วย ผู้หญิงอย่างเธอ เห็นสวยดูเหมือนจะกร้าน แต่ไม่สนใจผู้ชายหน้าไหนทั้งนั้น

ศศิหัวเราะเหมือนจะอ่อนใจ

เสียเวลามามากแล้ว ฉันจะกลับบ้าน

ชีคบาซิลก้าวมาขวาง  สายตาของเขาราวกับน้ำเย็น

ยังไปไม่ได้จนกว่าเธอจะทำตามคำขอ

เสียงห้วนดังไม่เบาเลย สองหนุ่มคอยคุมเชิงหันมามองเป็นตาเดียวกันแล้วยังพวกที่ติดตามอีก ต่างก็แต่งกายสีดำดูน่าเกรงขาม แล้วแต่งกันมาราวกับหลุดออกมาจากหนังหรือละคร แนวเจ้าพ่อมาเฟีย  ยืนห้อมล้อมผู้ชายคนนี้ ก็ขนาดแค่พาตัวเธอออกมาจากคลับ บอดี้การ์ดชุดดำเป็นโขยงแหวกทางให้โดยมีเธอเป็นสาวหนึ่งเดียวสวมชุดแดงอยู่กลางวง  ป่านนี้คนในนั้นคงคิดว่าเธอถูกพวกนี้เชือดคอตายแล้ว

ศศิ สูดลมหายใจกับตัดสินใจบ้าบิ่น

อยากได้...คำขอโทษเรอะ

เธอถามทั้งที่นัยน์ตาท้าทาย

ใช่... เราไม่เรื่องมากหรอก ขอแค่นี้ เธอต้องทำได้ คำขอโทษง่ายๆ

ศศิหัวเราะ  คำขอโทษ ไม่ง่ายเลย เธอไม่ทำหรอก เธอไม่ได้เป็นผู้ก่อ เพื่อนๆของเธอยัดถุงยางอนามัยใส่กระเป๋าเธอ แล้วเขาพบถุงยางอนามัย

ได้

หญิงสาวลากเสียง ชั่ววินาทีร่างสูงโปร่งเดินมาใกล้เขย่งเท้าแล้วความสูงของเธอไม่ถึงเขา แม้จะทำตัวให้สูงแล้วก็สูงแค่ช่วงอก เธอโอบต้นคอเขาลงมา ดวงตาสวยสีน้ำตาลสวยซึ้งและท้าทายจ้องเขา

เธอเป็นฝ่ายแนบริมฝีปากบนริมฝีปากหยักหนาของเขาอย่างปุบบับ ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกๆคน ชายหนุ่มผลักเธอออก

..

เขาสบถออกมาเป็นภาษาอังกฤษ แล้วศศิก็หน้าแดง  เพราะเธอรู้ภาษาอังกฤษ เขาด่าว่าด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย

เขาหันไปหาตาบิสพูดเป็นภาษาอังกฤษ

ให้เงินเธอไป แล้วบอกเธอด้วย ว่าฉันไม่ใช่ผู้ชายมาซื้อบริการ !”

ร่างสูงใหญ่หายใจอย่างติดๆขัดๆเลือดในกายแล่นพล่าน  เขาหันไปมอง ดวงหน้าสวยๆของหญิงสาว ริมฝีปากสวยๆเหมือนยังประทับหนักๆบนริมฝีปากของเขา เขารู้สึกวูบวาบหวั่นไหว บังเกิดความเครียดวูบเดียวที่รุนแรง นึกอยากทำร้ายผู้หญิงคนนี้เหลือเกิน เขาไม่พอใจและสับสนว่าทำไมถึงชอบในความกล้าบ้าบิ่น

 ชีวิตอีกด้านที่เคร่งเครียดกับงาน มาเจอการกระทำบ้าเกินหญิงเช่นเธอตรงหน้า  พลอยทำให้เขาสติหลุด

เขากล่าวราวสะบัดแส้ลงมากลางใจหญิงสาวอีกครั้ง

ให้เงินเธอ  แล้วปล่อยเธอไป ผู้หญิงอะไรกล้าทำกิริยาเถื่อนๆซะไม่มี!”

ศศิเม้มปาก เธอฟังภาษาอังกฤษได้นะว่าเธอขนาดนี้  อะไรกันผู้ชายถูกผู้หญิงจูบมันร้ายกาจนักหรือ มันเสียหายนักรึไง  ที่..เธอแก้ไขสถานการณ์ ไม่ได้ต้องการให้ผลออกมาป็นเช่นนี้เลย อย่ามองว่าเธอเป็นผู้หญิงขายบริการนะ น้ำตาของหญิงสาวแทบจะเล็ดรอดออกมา  ใครกันที่หยาบคาย นายล่ะมากกว่า กล้าดีอย่างไรมาหันหลังใส่เธอ  เดินหน้าทื่อๆ ไปยังรถ โอ้...เธอเพิ่งเห็นรถลีมูซีนขนาดยาว รถแบบนี้เธอว่าไม่เหมาะกับกรุงเทพ แต่เขามาด้วยรถคันนั้น  เขาคงมีฐานะรวยมาก เธอก้มลงมองเช็ค แล้วตัวชาดิก

ศศิไม่เคยเจอะเคยเจอ  เธอจูบผู้ชายแล้วได้เช็คเงินจำนวนหนึ่งแสน เขาเขียนศูนย์ผิดหลักไปรึเปล่า

เธอปวดหัวขึ้นมาตงิด ๆมันเป็นโชคลาภ หรือเป็นความซวย  ขบวนรถของเขาแล่นตามกันไป   แล้วเธอจะไปถามใครได้ ทำไมจูบแค่นี้มีราคาตั้งหนึ่งแสน

เธอยืนเจ็บใจจนน้ำตาร่วงอาบแก้ม เนื้อตัวสั่นสะท้าน  เธอ... เธอ  ... เธอเป็นผู้หญิงที่ถูกเขามองเป็นผู้หญิงขายบริการ แล้วตีค่าเป็นราคา สายตาของเขาขยะแขยงเธอ เกลียด เหยียดหยาม

เขาให้เงินเธอประเมินจากจูบ  นั่นเธอทำเพื่อเอาตัวรอด ไม่นึกเลยว่าเขาจะแต๋วแตก เขาไม่ได้เป็นชายแท้เลย โดนจูบแค่นี้เคืองให้เงินตั้งหนึ่งแสนบาท โอ...เป็นคนอื่นคงจะดีใจเนื้อเต้น

ทว่ากับผู้หญิงที่ชื่อศศิคนนี้   ต่อให้เขาสั่งจ่ายเช็คแพงขนาดไหน เธอแคร์เรื่องศักดิ์ศรีมาก  ละ...แล้วนี่เธอจะยืนบื้อทำไม เธอไม่แคร์เรื่องเงิน ไม่สนใจอะไรไปมากกว่าการอยากเอาชนะ ตอนนี้เธออยากเอาชนะผู้ชายคนนี้ แต่ทว่าเขาเป็นใคร? แล้วจะเจอเขาอีกไหม

 

บ้าจริงๆ !

ชีคบาซิลรู้สึกหงุดหงิดเบนตาจากถนนเพราะได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆของชายสองคนที่เป็นทั้งเพื่อนและลูกน้องรวมไปถึงบอดี้การ์ดประจำตัวเขา

ตาบิสมีอะไรให้ขำนักหนา

ตาบิสกับอาดัม ต่างก็ยิ้มใส่กัน  จากนั้นหยอกเจ้านายหนุ่ม

ไม่น่าขำรึชีค... เราไม่เคยเห็นหญิงที่กล้าก๋ากั่นเท่าเธอคนนั้น ถือว่ามาเที่ยวในคืนนี้ ได้พบอะไรที่แปลกใหม่ๆก็ดีนะ ชีค

ลองโดนอย่างเราบ้างไหมเล่า  ชีคกล่าวด้วยน้ำเสียงกร้าว

เขาเบือนหน้าคร้ามเคร่งคมไปทางกระจกกันกระสุนติดฟิลม์หนา

 

เมื่อครั้งที่ชีคบาซิลยังเรียนอยู่ในประเทศสหรัฐ  วัยเท่านั้นเที่ยวไปในทุกหนทุกแห่ง  รวมทั้งเที่ยวได้ประกาศความเจ้าชู้ เป็นทั้งนักเที่ยว ดื่ม กิน แต่อย่างหลังเขาทำได้เฉพาะประเทศที่ไม่ใช่ของตน ดังนั้นเบื้องหลังของชีคหนุ่มไม่ใคร่จะมีใครรู้ เว้นไว้แต่คนสนิทจริงๆ

ความร่ำรวยบันดาลทุกสิ่งให้เขาได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระ ในเวลานั้นชีคบาซิลเรียนด้านธุรกิจ เขาสนใจและรักผู้หญิงคนหนึ่งอย่างลึกซึ้ง

ดวงหน้าคร้ามคม เคร่งเครียดขึ้น ยามเมื่อเขาหวนถึงความรักที่แสนหวานละเมียดละไมเช่นนั้น มิอาจเกิดขึ้นกับใครได้แล้ว เว้นไว้แต่ผู้หญิงที่ชื่อซัลมา

ที่สหรัฐชีคบาซิลพร้อมด้วยตาบิสกับอาดัมผู้เป็นดั่งบอดี้การ์ดและเพื่อนสนิทไปหาซัลมาเสมอ  ชีคบาซิลเปิดเผยต่อทุกๆคนไปเลยว่าเขารักและประกาศความเป็นเจ้าของซัลมา

ซัลมาให้ความสนิทสนม  แต่เธอย้ำให้เขาระลึกเสมอว่า

...อย่าได้หวังกับเธอให้เกินเลยความเป็นเพื่อน...

เธอนอบน้อมถ่อมตน ปฏิบัติต่อเขาดั่งเพื่อน เขาไม่สำเหนียกถึงความสุภาพที่เสมอต้นเสมอปลายว่า เธอนั้นมิได้คิดกับเขาในแง่อื่น หากเขาจะคิดกับเธอเป็นอื่น เธอก็ให้เขาได้เพียงแค่เพื่อน

ในความสัมพันธ์ที่เขาเองไม่อยากจะแยกแยะให้ถูกต้อง เขามองว่า ซัลมาไม่ขัดใจเขาเลยไม่ว่าเรื่องใด นั่นแปลว่า เธอยอม..

แต่ลืมไปว่าซัลมา... มีนิสัยไม่ขัดใจใคร จึงทำให้เขาทึกทักได้บ่อยๆว่าซัลมาพอใจและโอนอ่อนผ่อนตามเขา ไม่ว่าเรื่องใด ๆ ไปเที่ยว ไปเรียน ก็ไม่เคยเห็นเธอบ่น หรือ ขัดใจ เว้นไว้อยู่ครั้งหนึ่งที่เขาพยายามจูบเธอ  ซัลมาปฏิเสธอย่างละมุนละม่อม ซึ่งเขาก็โทษที่บรรยากาศในเมืองหนาว  ดอกไม้สดสีสวยหวานราวกับเม็ดลูกกวาดพาให้อารมณ์หวานไหวของเขาตะเลิด

อย่าทำอย่างนี้

ยังจำได้ว่าเธอดันหน้าอกเขาออกแล้วช้อนตาที่มีขนตางอนเป็นแพหนามองอย่างตำหนิปนอ่อนใจ

เรา..ไม่ควร.. เพราะฉันเคยบอกแล้วว่า..

เขาขัดใจจึงได้เอ่ยขวาง

เราเป็นเพื่อนกัน ข้อนั้นฉันรู้แล้วล่ะซัลมา แต่ขอกอดสักครั้งไม่ได้เหรอ

ซัลมาถอนใจเฮือกมีแววเหนื่อยใจ ในหน่วยตาคู่งดงาม  ดั่งมีน้ำผึ้งอาบอยู่ในนั้น หัวใจผู้ชายที่ไม่ค่อยจะรักใครง่ายๆ ผ่อนคลายความตึงครียด จะมีเพียงซัลมาคนเดียวที่ทำให้เขาหมดความควบคุมตัวเองและเยือกเย็นได้ เขารู้เลยว่าซัลมาคนเดียวคือผู้หญิงที่เขาปรารถนา และหวังมาเป็นคู่ชีวิต ทุกอย่างที่เธอพูดทำให้เขาเย็นใจได้เสมอ

ไม่..  จะต้องบอกว่า ไม่ว่าที่ใดที่มีซัลมา  เขาก็สุขใจอย่างประหลาด

นึกอยากรู้ว่าซัลมารู้สึกอย่างเขาบ้างรึไม่

ขอร้องล่ะ  ฉันเคยบอกกับชีคแล้ว อย่าชอบฉัน อย่าให้ฉันต้องเคืองคุณด้วยเรื่องนี้เลย

มือของเขาร่วงผล็อย ถ้อยคำของเธอร้ายนัก

ไม่ได้มองว่านั้นเป็นคำพูดทำร้ายจิตใจเขาเลย เธอยังย้ำว่าเราเป็นกันได้เพียงเพื่อน...  มันน่าเศร้าขนาดไหน ผู้ชายที่หล่อเหลาปานพระเอกหนัง แล้วซ้ำยังเก่งกาจ เป็นบุตรเศรษฐี ไปในที่ใดก็ล้วนมีแต่คนมองอย่างชื่นชม คลั่งไคล้ สายตาของผู้หญิงบางคน  ไม่ต้องทำอะไรเลย หากเขาระบายยิ้ม คร้านเขาจะมีภรรยาเป็นฮาเร็ม!

 

ซัลมา !”

อาดัมผินหน้าจากหน้าต่างมามอง

ชีค...

หือม์..

ตาบิสพูดย้ำอีกคน

ท่านพูดชื่อซัลมา

ในแสงจันทร์ยามค่ำคืนส่องเสี้ยวข้างคมเข้มให้กระด้าง เผลอกำหมัดแน่น  ปล่อยให้ความคิดฟุ้งซ่านในเรื่องอดีต  นี่เป็นเพราะถูกแม่สาวไทยใจกล้าจูบ เขาเผลอละเมอชื่อซัลมา

เขาผ่อนลมหายใจระบายความหลัง ยอมรับตรงๆกับตาบิสและอาดัม

ใช่..เราอดคิดถึงซัลมาไม่ได้  ทั้งๆที่รู้ว่าคิดถึงไปก็เท่านั้น

ชีคควรหาผู้หญิงคนอื่นมาแทนที่ซัลมา

เราไม่เคยอยู่ใกล้ใครแล้วมีความสุขใจเท่าซัลมาแล้ว  ไม่มีใครอื่นมาแทนที่ซัลมาได้หรอก

ไม่มีประโยชน์ทุกๆอย่าง เป็นอดีตไปแล้ว ซัลมาเป็นภรรยาพี่ชายต่างแม่  ตาบิสรู้ และใครๆก็รู้ว่าซัลมาเป็นภรรยาของพี่ชายชีคบาซิล แต่มีน้อยคนอีกเช่นกันที่ไม่เคยรู้ว่าชีคบาซิลรัก  เทิดทูน ซัลมาชนิดที่ข้าวของต่างๆที่นำไปให้แทบจะคับบ้านของซัลมาที่สหรัฐ บัดนี้ข้าวของทุกชิ้นซัลมาเก็บไว้เฉยๆ ไม่ใช้ และไม่คืนประหนึ่งว่ารักษาน้ำใจน้องชายของสามีไม่ให้ชีคบาซิลเสียใจ แต่การกระทำเช่นนี้ล่ะที่ทำให้เขาผละจากแผ่นดินบ้านเกิดมายังประเทศไทย  แล้วชีคบาซิลเองก็เบื่อหน่ายนักที่ถูกมารดาเร่งวันเร่งคืนให้แต่งงานกับหญิงสาวที่นางได้เลือกไว้ให้เขา  โดยไม่สนใจว่าเขาจะรักผู้หญิงคนนั้นหรือไม่

ชีคบาซิลอยู่ที่บ้านนานไม่ได้จริงๆ เขารู้สึกร้อนรนทุรนทุรายมากจนเกินจะอยู่ได้ เพราะเป็นใครก็ต้องเจ็บปวดใจ เมื่อรู้ว่าเรียนจบ เขากับซัลมาเดินทางกลับประเทศพร้อมๆกัน และแยกย้ายกลับบ้านของตนเองซึ่งอยู่คนละเมือง ไม่เกินหนึ่งเดือน ซัลมาโทร.มาบอกว่าเธอจะแต่งงานกับพี่ชายต่างมารดา เพื่อหนีใจตนเอง ก็ต้องเหนื่อยลำบากลำบนเดินทางต่อไป ไม่ได้หนีซัลมา แต่หนีใจตนเองที่หยุดรักซัลมาไม่ได้

ชีคบาซิลรู้ แต่ก็ไม่คิดจะเลิกคิดถึงซัลมา เขารักซัลมามากเกินไป ทั้งที่เจ้าหล่อนกลายเป็นภรรยาของพี่ชายไปแล้ว 

เขาไม่รู้เลยว่าหญิงที่หมายปองเป็นว่าที่คู่หมั้นของพี่ชายมาแต่แบเบาะ เฮอะ... มันเป็นเรื่องสมัยดึกดำบรรพ์ แต่ว่าซัลมารู้มานาน  เจ้าหล่อนปิดเงียบ เก็บงำความรู้สึกไว้ ก่อนแต่งงานกับพี่ชาย ซัลมาสารภาพกับเขาว่า

เธอรู้มานานแล้วว่าเธอเป็นคู่หมั้นของพี่ชาย ดังนั้นเธอจึงพยายามรักษาน้ำใจเขา แต่ทว่าเห็นเขารักเธอมากเพียงใด ความตั้งใจที่จะบอกความจริงว่าเธอไม่ได้รักเขาเพราะว่ามีคู่หมั้นแล้ว และคู่หมั้นนั้นก็คือพี่ชายของเขาเอง  ซ้ำยังเป็นพี่ชายต่างมารดาของเขาชื่อชีคฮารีฟ เธอก็หนักใจเช่นกัน เพราะเธอฟังจากเขาพูดบ่อยๆว่าพี่ชายคนนี้เขาไม่ค่อยรู้สึกว่าเป็นพี่ชาย เขาไม่รัก แต่ก็ไม่ถึงกับเกลียด จึงทำให้เธอหนักใจอีกว่าจะพูดกับเขาอย่างใดดี  ชีคบาซิลมารู้เข้าก็ให้รู้สึกว่าตนเองแบกภูเขาทั้งลูกไว้ จากรักกลายเป็นไม่พอใจเลยที่รู้สึกว่าตนเองเป็นคนโง่เง่า  ทั้งรักทั้งเกลียดซัลมา  หลงให้เขารัก หลงให้เขาไว้วางใจและทุ่มเท

หลังจากเรียนจบซัลมาแต่งงานและเขาก็ไปงานแต่งนั้นพอประเดี๋ยวเดียวแล้วก็ออกจากประเทศทันที เขาเข้าใจดีว่าเป็นทางออกอย่างพาลๆ แต่จะทนดูผู้หญิงที่รักมาอยู่ในตระกูลเดียวกันไม่ได้  หน้าสวย กิริยานุ่มนิ่ม ไม่น่าเชื่อว่าจะเชือดใจคนที่รักเธอได้ลงคอ ต่อให้เขามีผู้หญิงคนใดก็คงไว้ใจได้ยาก ในเมื่อไม่มีผู้หญิงที่ไม่น่าไว้ใจ เรื่องอะไรเขาจะยอมแลกใจให้ผู้หญิงคนใดได้อีก และอีกอย่าง ความรักครั้งแรกจบลงแล้ว เหลือเพียงเถ้าธุลี   เขาชอกช้ำใจ จนเกินทน ความรักนั้นจบลงแล้ว

ผู้หญิงคนนั้นนะใครกัน เจ้าลองไปสืบมา

อาดัมมองหน้าชีคตาบิส

ผู้หญิงคนไหนกันล่ะชีค

คนที่กล้าดีมาทำกับเรานั่นไงเล่าชีคบาซิลเค้นเสียง ทั้งสองสบตากันต่อ มีสักกี่ครั้งที่ชีคของเขาอยากจะรู้จักผู้หญิงคนใดเป็นพิเศษ

 

ในเช้าอันสดใส ศศิบรรจงแต่งกายประณีตพร้อมกับพรมน้ำหอม เธอพอใจในหน้าตาและรูปร่างเรียวปากงามแย้มขึ้นมาแล้วยกมุมลงมายังโถงชั้นล่างของบ้าน มารดาถาม

ศศิจะไปไหนเหรอ

ศศิจะไปหาเพื่อนรักสักหน่อยคะศศิเอ่ยตอบ

ไปถึงที่ตึกสูงระฟ้า เป็นที่ตั้งออฟฟิศที่เพื่อนทำงาน

ถึงหน้าห้องทำงานของเกร็ดตะหวา แม่เพื่อนสาวร่างอวบผิวขาว เป็นถึงลูกสาวของคนมีกะตังค์

เฮอะ... ศศิไม่เคยนึกถึงฐานะของใครจะเด่นเกินใคร แต่เธอรู้ดีล่ะเพื่อนแต่ละคนไว้ใจไม่ได้เลย

เกมบ้าบอพิลึกเมื่อวานคนต้นคิดก็เกร็ดตะหวาและโรส

ศศิไม่กินเส้นกับโรส ต่างก็ประชันขันแข่งกันมานับแต่เด็ก แต่เธอก็ชนะมาตลอด เรียนเก่งกว่า สวยกว่า มีแฟนดี รวย แต่มีแฟนแต่ละคน โรสก็มาแย่งไป

เชอะ... ใช่ว่าเธอจะโกรธกลับพอใจมาก เพราะผู้ชายแต่ละคน  หาใช่เทวดามาเกิด หล่อแต่ไม่มีความเป็นผู้นำ บางคนพ่อรวยอย่างวุฒิ หล่อมาก แต่มีนิสัยไม่เอาถ่านอะไรสักอย่าง

เธอยกนิ้วไว้ที่ริมฝีปากเคลือบสีชมพูให้กับเลขาหน้าห้อง ทำนองบอกว่าให้เงียบๆไว้ ศศิย่องไปเปิดประตูแค่แง้มๆก็ได้ยินเสียงโรส

โรสมาที่ห้องทำงานของเกร็ดตะหวา  เธอว่าจะปิดประตูเบาๆแล้วรอให้โรสออกจากห้อง จึงจะเข้าไปหาเกร็ดตะหวา แต่ว่าเสียงของทั้งคู่หัวเราะปนขบขำ

สะใจจัง ยัยศศิโดนพาไปข้างหลังผับ ป่านนี้มิโดนปู้ยี่ปู้ยำ  ผู้ชายอาหรับแต่ละคนร่างสูงตัวใหญ่ทั้งนั้น โอ้ย...ฉันไม่อยากจะคิด

 ศศิเม้มปาก  เนื้อตัวสั่น หัวสมองถูกบีบ ถ้ามีปรอทคงจะเกินองศาเดือด

แหม..ฉันก็สงสารเขานะ ไม่น่าไปทำกับศศิอย่างนั้นเลย

เสียงเกร็ดตะหวา ศศิแอบมองตามประตูที่อ้าเล็กน้อย หนะ... นั่น หน้าตาของคนที่สงสารเธอเหรอ  เกร็ดตะหวาหน้ายิ้มปนเยาะ

ศศิอยากเดินเข้าไป แต่ว่าเธอไม่ควรทำ แล้วนับหนึ่ง สอง หูก็เงี่ยฟังต่อ

หย่อนถุงยางลงไป กระเป๋าเสื้อแม่นั่นมันตื้นเอง เห็นไหมตอนที่ผู้ชายคนนั้นทำหน้าอย่างช็อคโลก โอ้ย..สะใจ

โรสหัวเราะร่วน

คนฟังที่ยืนอยู่ประตูตัวสั่น  โกรธแล่นลิ่วอยากจะกระชากทั้งสองคนมาทำอะไรสักอย่าง แต่ว่าไม่ล่ะ... เพราะว่าเธอเจอทำนองนี้บ่อย เพื่อนทั้งสองชอบนินทาลับหลัง ชีวิตของเธอน่าจะปลงได้แล้ว มีเพื่อนน้อยคน ซ้ำยังเป็นเพื่อนประเภทต่อหน้าหวานเจี๊ยบ ลับหลังกลายพันธุ์เป็นศัตรู  ไม่รู้ว่าความสวยของเธอไปกระทบโสตส่วนใดทำให้เพื่อนคิดกับเธอเป็นดั่งศัตรู คู่อาฆาต

เธอผ่อนลมหายใจ

ศศิเดินย้อนกลับมาบอกกับเลขาหน้าห้องของเกร็ดตะหวา

ไปบอกนายของเธอสิว่าฉันมา

เลขาหน้าวัยราวๆ 20 ปีเศษ  ศศิไม่ร้เหมือนกันว่ามาหาเกร็ดตะหวาทีไร เลขานุการต้องเปลี่ยนหน้าเสมอๆ รึเพราะว่าทนนิสัยของเกร็ดตะหวาไม่ได้

คะ เด็กสาวรีบรับคำแล้วไปเคาะประตูห้อง

ประตูเปิดอ้า สองสาวในห้องทำหน้าคล้ายกับตะลึง

เอ่อ.. หวัดดีจ้า ศศิ... วันนี้มาถึงที่นี่ได้นะ

เธอมองอาการประดักประเดิดของโรส

ศศิยิ้มอย่างไร้แววโกรธ

ก็มาเพราะเรื่องเมื่อคืนนี้นะสิ... พวกเธอเมามากเลยนะ ทิ้งฉันอยู่กับผู้ชายนั่นคนเดียว

มีแววหยันในดวงตาของโรส เธอเห็นหรอกแต่แกล้งเมิน เฮอะ...ยังไม่ถึงบทเด็ด ไว้รอเธอโชว์เช็ค  เพื่อนๆแต่ละคนจะต้องตาลุกวาว

ยัยโรสเมา

เหรอ..ก็เลยทิ้งฉันไว้กับชีค แต่ก็ดี.. ไม่มีใครมาแย่ง....

เดาะลิ้นไว้นิดนึง แย่ง..คำนี้แสลงใจคนฟัง ก็เพราะว่าโรสชอบแย่งทุกอย่างไปจากเธอ ทั้งที่ฐานะเอย การงานเอย เจ้าหล่อนก็เด่นกว่าศศิทุกประการ 

แย่งอะไร โรสว่าเสียงเขียวอย่างลืมตัว

แย่งเงินนะสิ เธอวาดมือลงไปที่กระเป๋าแสร้งผ่อนลมหายใจทำทีเหนื่อยใจนักหนากับเช็คใบนี้ เธอไม่เห็นตอนที่เขาเซ็นใบนี้ให้เรา  ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรนะ เขาถึงได้พิศวาสฉันนักหนาให้มาตั้งเท่าไหร่นะ ช่วยดูหน่อยสิ

ให้เพื่อนๆดู  จากเมื่อครู่ใหญ่ๆทั้งโรสกับเกร็ดตะหวามีอาการหัวเราะอย่างสาสะใจ เมื่อก้มลงมองเช็คหน้าตาของทั้งคู่เปลี่ยนไป

ศศิขยับขานั่งไขว้ห้าง  สีหน้าตอนที่พูดเสมือนไม่แยแส

ก็มากอยู่นะ ฉันว่าจะเอาไปคืนเขา

หา !”

ทั้งโรสกับเกร็ดตะหวาพูดเกือบพร้อมกัน

เสียดายละสิ เรื่องเงินขี้ประติ๋ว เรื่องจิตใจคนสำคัญกว่านัก เธอให้คุณค่าเรื่องนี้ทั้งชีวิตเลยก็ว่าได้

เลขาหน้าห้องของเกร็ดตะหวานำน้ำมาเสิร์ฟ

ขอบใจนะช่วยเปลี่ยนช่องหน่อยสิ

ศศิขอร้องให้เลขาหน้าห้องของเกร็ดตะหวาเปลี่ยน ซึ่งรีโมทอยู่ไกลจากเธอซ้ำอยู่ที่โต๊ะทำงานของเกร็ดตะหวา เมื่อเจ้านายพยักเพยิดหน้า เลขานุการเปลี่ยนช่อง

เกร็ดตะหวาพูดครั้งแรกด้วยน้ำเสียงใส

เสียดายนะเธอ เงินเยอะจะตายไป  แล้วเธอไปทำอย่างไรเข้า เขาถึงกับชอบใจให้เงินเธอตั้งเยอะ รึว่า... เธอห่อปากทำท่าราวกับเดาไปถึงไหน

ยังหรอก  ฉันแค่... อย่าให้พูด ...เลขายังเด็ก !”

เด็กสาวหน้าใสที่กำลังก้าวออกจากห้อง หน้าแดงแวบนึงให้ศศิเห็น น่านไงเล่า ขนาดเลขาหน้าแดง ไม่ต้องนึกถึงเพื่อน ก็แหมคำพูดของเธอแสนจะตีความไปถึงไหนต่อไหน

แล้วนี่พวกเธอจะไปเป็นเพื่อนฉันไหม ฉันจะเอาเช็คไปคืนเค้า

สายตาของโรสเจิดจ้า ยังจะเอาไปคืนเขาอีกเหรอ เธอเสียอะไรไปให้เขาบ้างล่ะ

ฉันจะไปทำอะไรก็แค่จูบเขาครั้งเดียวเอง ฉันจะเสียหายอะไร

หา!”

เกร็ดตะหวากับโรสหันมาประสานเสียง ว่าไปวันนี้สองสาวทำสุ่มเสียงได้เสมือนนกร้องประสานเสียงก็ไม่ปาน ซึ่งศศิฟังแล้วชอบมาก

ก็เขาคงไม่เคยเจอใครกล้าเท่าฉันละมั้ง พวกเธอก็เห็นนี่ว่าเราแกล้งเซไปนั่งตักเขา ไม่รู้ใครหย่อนถุงยางใส่ในกระเป๋าของฉัน เขาเห็นแล้ว คงจะเดาออกนะ เขารีบดึงเราออกไป เพื่อ... เก็บเว้นวรรคถ้อยคำ มองสองสาวซึ่งฟังอย่างใจจดจ่อ ใช่ละสิ คงนึกถึงเรื่องสกปรก ไม่ล่ะ หน้าสวยๆกับหยิ่งยโสในเรื่องหวงเนื้อหวงตัวไม่มีใครเกินเธอ โรสน่าจะไปถามบรรดาผู้ชายที่เธอแย่งไป  แต่ละรายไม่มีโอกาสได้แตะแม้แต่เรียวแขน

ไงต่อละ

อือม์... ก้อ...ก็ใช้วิธีเดียวกันกับโรสมั่ง

โรสหน้าแดงก่ำ นี่หล่อนพูดดีๆนะ ปลายเสียงหย่อนลงมา อย่างรู้ทันเช่นกันว่าศศิกำลังยั่ว ก็ทุกอย่างอยากจะแย่งมาจากศศิก็ทำแล้วและสำเร็จแต่ก็เสมือนวัวสันหลังหวะ

ศศิบุ้ยปาก ฉันจูบเขา จูบแล้วเขาก็ให้เช็คมานี่ไงล่ะ

ทั้งสองเบิกตากว้าง

และศศิหัวเราะคิกๆอย่างขำจริงๆ  ได้เห็นสองคนทำหน้าเหรอหราใส่กัน

ก็ว่าจะเอาเช็คไปคืนเค้า เพราะเราเพิ่งเห็นว่าเขาให้แพงเกินไป จูบเดียว ตั้งแสนมันจะเกินไปจริงๆนะ

ในโทรทัศน์มีข่าวนักธุรกิจ เกร็ดตะหวาร้องลั่น

นั่นๆ ผู้ชายที่ยัยศศิไปนั่งตักเขาเมื่อวันนั้น เพราะว่าทำไมฉันรู้สึกว่าเขาหน้าคุ้นๆ เขาใหญ่โตไม่ใช่เล่นเลย

 

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

224 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 11 ตุลาคม 2553 / 13:50
    อ่านแล้วเจ็บใจ มีเพื่อนที่คิดว่าจริงใจแต่ที่ไหนได้ ตอแหลสุดๆๆ
    #117
    0
  2. #74 nunpanu (@nuntapun) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 กันยายน 2553 / 18:05

    เพื่อนอย่างนี้ ไม่มียังดีกว่า

    #74
    0
  3. #58 ชิมดุงกิ (@mintun) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 กันยายน 2553 / 23:05

    เพื่อนเลวอ่ะ
    มีเพื่อนแบบบนี้ไม่มีดีกว่า

    #58
    0
  4. #42 แก้ว (@sailomruk) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2553 / 01:01
    แวบมาอ่านค่ะ เฮ้อ เพื่อนนางเอกไม่มีดีเลย
    เป็นเราเลิกคบไปนานแล้ว มีเพื่อนแบบนี้อย่ามีดีกว่า เนอะ
    #42
    0
  5. #22 รัชริล (@racharil) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2553 / 16:58
    จูบละแสน เป็นนู๋ก็ยอมนะนี่

    ส่งมาด่วนเลยค่ะพี่รุ่ง เจ้าชายคนนี้...หุ หุ

    น้องจะหาเงินไว้ตั้งตัว ^^
    #22
    0
  6. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  7. #1 ม่อนขามป้อม (@jazz4946) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2553 / 12:25
    นางเอกต้องไม่หงอ เราชอบมา
    ตาต่อตา ฟันต่อฟัน
    จะมาติดตามต่อค่ะ
    #1
    0