Os/sf "BAEKDO" , "KRISYEOL"

ตอนที่ 61 : (SF) ดารารายณ์ 3 100% ครบแล้ว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 214
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    25 ต.ค. 62




ในอดีตกาล บรรพบุรุษได้มีเรื่องที่เล่าต่อกันมาให้ลูกหลานฟัง กล่าวกันเมือง สัปปะคีรี เมืองแห่งอัญมณีล้ำค่าที่ปกครองโดย พระภรรณกฤษมหาราช ราชาผู้ที่เชื่อในไสยศาสตร์

ล่ำลือกันว่า องค์กษัตริย์ทรงกังวลพระทัยว่าจะมีโจรร้ายมาปล้นอัญมณีในเมือง พระองค์จึงทำพิธีกรรมบวงสรวงพญาตรีฆสินทร์นาคา โดยการยกพระราชนัดดาที่มีพระชนมายุเพียง 16 ชันษา ให้แก่พญานาคา และการทำพิธีบวงสรวงทางไสยเวทย์แน่นอนว่ามันเป็นพิธีกรรมที่โหดร้าย พระราชนัดดาจึงถูกแคว้นคอก่อนจะถูกหมอพราหมณ์ตรึงร่างอันไร้ซึ่งวิญญานไว้ในสระบัวหลวงศักดิ์สิทธิ์ เพื่อให้จิตและวิญญาณตกอยู่ในการคุ้มครองของพญานาคาที่กษัตริย์บูชา และนั่นคือที่มาของ ดารารายณ์

จากร้อยกลายเป็นพันปี ดารารายณ์เฝ้าคุ้มครองเมืองและสระอุบล บำเพ็ญตนจากพญางูขาวจนเป็นพญานาคา จนวันนึงดารารายณ์ได้พบกับสิ่งที่เรียกว่าความรัก


บุศญา พญานาคราชผู้คุ้มครองสายนทีใหญ่ที่ล้อมรอบอดีตเมือง สัปปะคีรี ที่ตอนนี้กลายเป็นเพียงเมืองโบราณที่หายไปอย่างลึกลับ


"มีผู้กล่าวว่า ผู้ที่ดูแลวารีนี้รูปกายหยาบช่างงดงามเหนือผู้ใดนัก เจ้าเคยพบเจอหรือไม่"


บุศญาเอ่ยขึ้นโดยที่ไม่ได้มองอีกฝ่ายที่กำลังตาโตแต่อย่างใด


"มะ..ไม่รู้ เราไม่เคยเห็น"


"เช่นนั้นหรือ....เจ้ามิรู้หรือว่าเจ้างดงามเพียงใด ดารารายณ์นาคินทร์"


นั่นเป็นครั้งแรกที่พวกเขาเจอกันและเรื่องราวความรักของพวกเขาเริ่มต้นจากนั้น
















บุศญานาคาตกหลุมรักดารารายณ์ตั้งแต่แรกเห็น จึงมาเกี้ยวพาราสีอยู่นานพักใหญ่ จริงอยู่ที่ดารารายณ์มิใช่นาคี แต่ธรรมชาติมิได้จำกัดความว่านาคาจะต้องมีความรักให้แก่นาคี้พียงเท่านั้น จึงมิใช่อุปสรรคที่บุศญาจะหลงใหลนาคาเช่นดารารายณ์ กว่าสามสิบปีกว่าบุศญาจะตามเกี้ยวอีกคนสำเร็จ สองนาคาครองรักกันอย่างเงียบเชียบมาเนิ่นนานกว่าพันปี ดารารายณ์จึงถูกบริวารอสรพิษน้อยใหญ่ยกให้เป็นเทวีแห่งอุบลสาคร เทวีเจ้าแห่งพญาบุศญานาคราช


แต่ทว่าความรักที่มีความสุขมาเนิ่นนานกลับมีมารมาผจญ เมื่อทุริจะพราหมณ์เกิดความโลภอยากจะครอบครองอัญมณีที่นอนแน่นิ่งอยู่ในสระปทุม สมบัติล้ำค่าในสมัยเมืองสัปปะคีรีที่ตอนนี้ไม่มีผู้ใดรู้จัก ด้วยเหตุนั้นทุจะพราหมณ์จึงทำพิธีกรรมหนึ่งขึ้นมา เพื่อกำจัดพญานาคาที่คุ้มครองสมบัติอยู่

เสียงสวดของทั้งเก้าพราหมณ์ดังอื้ออึงไปทั่วบริเวณสระ เหล่าอสรพิษน้อยใหญ่ต่างพากันเลื้อยหนีความตายไปอย่างไม่คิดชีวิต แต่แล้วก็ต้องแดดิ้นทุรนทุรายก่อนจะสิ้นใจตายด้วยม่านแห่งมนต์คาถาอันศักดิ์สิทธิ์ อย่างมนต์อาลัมพายน์


"หากมิต้องการเสียบริวารไปมากกว่านี้ จงออกมาดารารายณ์นาคินทร์" ทุริจะพราหมณ์ส่งเสียงเรียกนาคาผู้คุ้มครองพื้นที่อย่างไม่เกรงกลัว ทว่าพญานาคราชที่ปรากฏกายกลับมิใช่ ดารารายณ์นาคินทร์


"พญาบุศญานาคราช"


"จงกลับไปเสียเจ้าพวกพราหมณ์จิตต่ำช้า วันนี้เจ้าจะมิได้สิ่งใดนอกจากชีวิตกลับไป" พญางูที่มีเกล็ดสีทองคำสะท้อนแสงจันทร์เป็นสีรุ้งชูคอคำรามใส่แต่ผู้ลองดีหาได้เกรงกลัวไม่


" เจ้าเป็นเพียงสัตว์เดรัจฉาน ใยข้าต้องใส่ใจ"

ทุริจะพราหมณ์ว่าก่อนจะเริ่มสวดคาถาอาลัมพายน์ต่อไป เสียงสวดนั่นทำให้พญางูร้อนรุ่ม

จนต้องเลื้อยลงกลับสระน้ำไป


"เทวีข้าเจ้าจงฟัง" บุศญากลายร่างกลับมาเป็นร่างมนุษย์ ก่อนจะเดินมาหาเทวีของตนที่นั่งรอเขาอยู่บนแท่นศิลาประจำกาย


"มีอันใดหรือพี่ท่าน" ดารารายณ์ถามอย่างร้อนรน ขนาดตัวเขาซ่อนกายอยู่ในสระแห่งนี้ มนต์อาลัมพายน์ยังแผ่อิทธิฤทธิ์มาถึง


"มนต์อาลัมพายน์มีฤทธิ์มากเกินไปพี่มิอาจรู้ได้ว่าจะรอดกลับมาหรือไม่"


"พี่ท่าน..." ดารารายณ์มองบุษญาด้วยแววตาอ้อนวอน ขอร้องอย่ากล่าวสิ่งนั้นออกมา ทว่าบางทีบุญที่เขาบำเพ็ญมาอาจกำลังจะสิ้น


"พี่จะขึ้นไปแล้วทำลายเจ้าพวกคนชั่วช้าซะ ส่วนเจ้าจงอยู่ที่นี่และเก็บสิ่งนี้ไว้หากพี่มิมีวาสนากลับมาหาเจ้า" บุศญาถอดเพชรประจำกายให้ดารารายณ์ถือครอง เพชรสีขาวบริสุทธิ์แต่หากที่ส่องสะท้อนกับแสงแล้วจะมีสีชมพูแทรกเข้ามา


"ไม่นะ...เราไม่ยอม..ฮึก.."


"ดารารายณ์ ฟังพี่....."


"ฮึก...ฮือออ"


"จากนี้สายนทีและสระแห่งนี้จะเป็นของเจ้า เจ้าสัญญากับพี่ได้หรือไม่ว่าจนกว่าเราจะพยกันเจ้าจะปกป้องมันไว้อย่างดีที่สุด"


"มะ..ไม่..ฮึก"


"พี่เชื่อว่าเทวีแห่งพี่จะไม่ทำให้พี่ผิดหวัง"


"ฮึก...ฮือ..."


"จงจำไว้แม้ไร้ซึ่งกายแต่จิตและวิญญาณของพี่จะมอบความรักให้เพียงแต่เจ้า ดารารายณ์เทวี "


"บุศญา..ฮึก..ไม่.."


"ความรักที่พี่มีมันเป็นของเจ้านิรันดร์"



"ม่ายยยยยยยย....ฮือออออ...กลับมา...ฮือออ...พี่ท่าน...ฮือออๆๆๆ...."













..........ต่อค่ะ..............















เหตุการณ์ครั้งนั้นแน่นอนว่าเกิดการณ์สูญเสีย มนต์อาลัมพายน์ได้คร่าเอาชีวิตดวงใจของดารารายณ์ไปอย่างเยือกเย็น ภาพของบุศญาคู่ของตนนอนแน่นิ่งอยู่ในสระดอกปทุมที่น้ำในสระถูกย้อมไปด้วยโลหิตสีเข้ม พร้อมกับพลังในจิตสุดท้ายกลายเป็นปทุมเจ็ดสีเกิดอยู่ข้างๆร่างกายเจ้าของๆมัน เพื่อรอจนกว่าจะมีวันที่เจ้าของมันจะกลับมา







เป็นอีกครั้งที่ร่างขาวมาแช่อยู่ในสระน้ำขนาดย่อมแห่งนี้ เกล็ดมณีเจ็ดสีส่องสว่างระยิบระยับราวกับกำลังจะบอกข่าวดี ศีรษะของดาราค่อยๆจมลงไปในน้ำตามแขนและขาปรากฏเป็นเกล็ดสีขาวนัยน์ตาสีเขียววาวโรจน์ขึ้นมาแสงสีขาวจากลำตัวสะท้อนกับเกล็ดมณีในน้ำแสงสว่างจึงสาดส่องไปทั่วทั้งห้อง สองผู้ดูแลอย่างโอฆชลและชลัมพุเข้ามายืนรออยู่ที่ขอบสระ ในมือของแต่ละคนถือสิ่งของคนล่ะอย่าง โอฆชลถือผ้าคลุมผืนบางไว้ส่วนชลัมพุถือพานที่มีรัดเกล้าอันเดิมวางอยู่บนนั้น ร่างขาวสะอาดค่อยๆโผล่ขึ้นมาจากน้ำ ย่างกรายขึ้นมาจากสระสวมใส่ผ้าคลุมผืนบางจากโอฆชลก่อนชลัมพุจะสวมรัดเกล้าลงบนศีรษะของนายเหนือหัว นัยน์ตาเขียวมรกตส่องประกายความดุร้ายตามสัญชาตญาณ 


ทั้งสามทะลุเข้าไปในห้องที่มีบุศย์ถูกจับนอนหงายไว้กลางเตียงสีสว่าง ร่างเปลือยเปล่าที่มีผ้าผืนบางปกปิดไว้เฉพาะช่วงล่างนอนอย่างคนหมดสติ ดาราเดินขึ้นเตียงไปคร่อมตัวก่อนจะนั่งลงบนตัวบุศย์มือทั้งสองข้างลูบไล้ตั้งแต่หน้าอกขึ้นไปบนใบหน้าพร้อมกับโน้มตัวลงเพื่อจุมพิตที่ริมฝีปากบางอย่างแผ่วเบา ชลัมพุและโอฆชลนำเอาพานทับทิมที่มีดอกปทุมเจ็ดสียื่นให้ดาราที่กำลังมองหน้าบุศย์ อย่างหลงใหลเช่นทุกครั้งที่ได้มองดาราลุกขึ้นมารับพานทับทิมมาถือไว้ ก่อนปาฏิหาริย์จะเกิดเมื่อดอกบัวที่ว่า ค่อยๆบานออกกลีบของมันหลุดออกจากดอกกลายเป็นมณีแต่ละสีจนครบ จนกระทั่งแก่นข้างในเป็นแสงหลายสีปนกันคลายสีรุ้งลอยออกมาเหนือพานก่อนจะลอยเข้าหาเจ้าของมันอย่างใจเย็นจนในที่สุดแสงสีรุ้งนั้นก็ทะลุเข้าไปในหน้าผากของบุศย์ ร่างกายของบุศย์เริ่มมีแสงสะท้อนออกมาจากผิวหนัง ตัวเริ่มเย็นลงเรื่อยๆ ดารามอบจุมพิตให้อีกครั้งแต่ทว่าตาบุศย์เบิกขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุนัยน์ตาสีดำปกติอย่างที่เคยมีกลายเป็นสีเทาหม่น บุศย์เบิกตาขึ้นมาเพียงไม่กี่วินาทีก่อนจะหมดสติไป

สองร่างนอนกอดก่ายกันอย่างเป็นสุข
















"หาพวกมันเจอหรือยัง" เสียงเรียบของเจ้าของเรือนผมดำสนิทใบหน้าคมคายผิวกายสีแทน ถามลูกน้องที่ยืนสั่นกลัวอยู่ตรงหน้า


"ยะ...ยังครับท่าน" ปัง!!! เสียงมือทุบโต๊ะดังขึ้นเมื่อไม่ได้รับคำตอบที่หน้าพอใจ ตาคมตวัดมองหน้าลูกน้องห่วยแตก ที่หน้าเริ่มซีดลง


"มึงรู้มั้ย? คนเราควรจะพูดในสิ่งที่คนอื่นพอใจ"


"......"


"เพราะถ้าไม่ลิ้นก็จะหายไปแบบมึง"


"!!!"


"เฮ้อออ...กูสงสารเมียมึงจริงจะกลัวแค่ไหนว่ะถ้ารู้ว่ามึงสั่งตัดลิ้นคน" เสียงทุ้มหวานของเจ้าของลักยิ้มดีกรีดาราหน้าใหม่ที่กำลังดังเป็นพลุแตกอย่าง ลีน อชิระ พ่วงตำแหน่งเพื่อนสนิทของไอ้มาเฟียหน้าโหดคนที่สั่งจัดลิ้นคนเป็นว่าเล่น


"นั่นสินะ ถ้ารู้เขาคงทิ้งกูไปอีกคน" เสียงเรียบของมาเฟียหนุ่มเอ่ยอย่างกังวล เพราะ สิ่งเดียวที่ทำให้มาเฟียคนโหดที่แสนจะเย็นชาอย่าง ทีรวิทย์ ทุริจวรรธนา กังวลได้คือ คนที่รักสุดหัวใจอย่างจันทร์เจ้า


"มึงอย่าดึงดราม่าไอที น้องเขายังไม่รู้ซักหน่อย ว่าแต่มึงสั่งลูกน้องตามหาใครว่ะ ทำไมมึงดูโมโหจริงจัง" เลย์ถาม


"บุศย์นาค สิริรัตนาธร"


"คนนี้ไม่ใช่เล่นๆนะมึง เขาเป็นเจ้าบริษัทค้าอัญมณีระดับประเทศเลยนะเว้ย" ลีนทำสรหน้าตกใจในการกระทำของเพื่อนสนิท


"ใช่ พอดีกูสนใจอยากขายเพชรขึ้นมา เลยนัดเจรจาแต่แมร่งเล่นตัว กูรำคาญ" ทีพูดอย่างสบายๆเหมือนเรื่องที่กำลังทำเป็นเรื่องปกติผิดกับเพื่อนสนิทที่อ้าปากค้างไปแล้ว


เรื่องมันเริ่มจากงานสังสรรค์งานหนึ่งที่ทีรวิทย์ถูกเชิญไปเป็นแขก เขาได้พบกับ บุศย์นาค ที่กำลังพูดคุยกับคนอื่นไปใบหน้าหล่อเหลาแต่เรียบนิ่งทำให้ทันวิทย์เกิดไม่ถูกชะตาประกอบกับที่หมอนั่นปฏิเสธอาของเขาที่เชิญมันมาร่วมทำธุรกิจอย่างไม่ไว้หน้า อาเลยให้เขาช่วยจัดการให้ ทีรวิทย์ตอบรับทันทีอย่างไม่อิดออดกะอีแค่นักธุรกิจธรรมดายังไงก็ไม่เกินเดือนมันต้องมีข่าวโด่งดังของการตายของไอ้หมอนี้แล้วแต่ว่าเขาคิดผิด นอกจากจะทำอะไรมันไม่ได้ ข่าวในวงธุรกิจยังหลุดออกมาอีกว่าธุรกิจของมันขยายไปเกือบทั่วแถบเอเชียแล้ว เขาจึงส่งหนอนเข้าไปทำลายบริษัทมัน แต่ก็ยังทำอะไรไม่ได้ซ้ำแล้วพวกนั้นกลับกลายเป็นพวกบ้าเพ้อเจ้ออะไรซักอย่างเกี่ยวกับงูไปกันหมด ยิ่งสองเดือนหลังนี้เขาส่งนักสืบติดตามมันทุกฝีก้าวแต่มันกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย มันยิ่งทำให้เขาโมโหมากขึ้น เหอะ ไม่มีอะไรที่ทีรวิทย์อยากได้แล้วไม่ได้


บุศย์นาค สิริรัตนาธร งั้นหรอ รอก่อนเถอะแล้วชื่อนี้จะเป็นเพียงชื่อที่เขียนอยู่บนหลุมศพเท่านั้น











ดารารายณ์นั่งมองบุศย์ที่หลับใหลอยู่บนเตียงหลังเดิมมาสามวันแล้ว มันเป็นปกติที่ร่างกายต้องปรับสภาพเพื่อรองรับทั้งความทรงจำกับพลังพิเศษแต่ดาราก็ยังห่วงอยู่ดี เขาไม่ได้ชอบใจเท่าไหร่หรอกที่ต้องมานั่งมองคนรักนอนแน่นิ่งเช่นนี้เพียงแต่สิ่งที่เขาจะได้รับหลังจากนี้ต่างหากที่ทำให้ดาราต้องอดทนรอ


"เทวีเจ้า..." ชลัมพุเอ่ยเรียกนายเหนือหัวแต่ได้ความเงียบเป็นเสียงตอบกลับ เขาไม่ได้อยากรบกวนเทวีเจ้าในเวลานี้เลยซักนิดแต่เรื่องนี้สุดวิสัยจริงๆ


" บอกให้เขารอ อีกเดี๋ยวเราจะตามไป" ดาราบอก เขารู้อยู่แล้วว่าเขาจะมาเพราะแบบนั้นเขาจึงเปิดทางให้คนๆนั้นเข้ามาที่นี่


"สวัสดีครับคุณเลย์ " ดาราเอ่ยทักเลขาคนสนิทของคนรัก ที่นั่งรอเขาอยู่


"สวัสดีดีครับคุณคงจะเป็นคุณดารา" เลย์ลุกขึ้นก่อนจะเอ่ยตอบอย่างสุภาพ


"ใช่ครับ คุณมาหาบุศย์ใช่หรือเปล่า"


"ครับ ผมเห็นว่าบอสไม่เข้าบริษัทหลายวัน ผมติดต่อบอสไม่ได้ เลยต้องมารบกวนเวลาส่วนตัวของคุณต้องขอโทษด้วยครับ " เลย์บอกธุระของตนอย่างชัดเจนเพื่อแสดงความจริงใจและจริงจังเพราะบอสสั่งเขาไว้เด็ดขาดว่าห้ามมาตามหาทั้งที่ร้านหรือที่บ้านของคุณดารา


"ไม่เป็นอะไร พอดีบุศย์เขาไม่สบายมากเลยน่ะครับ ผมเองก็มัวแต่ดูแล จนลืมนึกถึงเรื่องนี้ไป ว่าแต่คุณมีเรื่องสำคัญอะไรหรือครับ"


ดาราพูดอย่างใจเย็น เลย์สังเกตคนตรงหน้าอย่างเงียบๆในฐานะคนห่วงเจ้านาย บอสของเขาไม่เคยมีเรื่องติดสาวหรือหนุ่มน้อยที่ไหนคนหล่ออย่างบอสที่กลับหัวโบราณไม่ชอบคนที่มาทิดสะพานให้ง่ายกลับกัน บอสชอบกุลสตรีศรีบ้านเรือน กริยามารยาทปานนางในวรรณคดี ซึ่งดูจากคนตรงหน้าแล้ว คุณดาราถือว่าเข่าข่ายที่สุด


"จริงๆตอนนี้มีปัญหาเกิดขึ้นในบริษัทน่ะครับแต่ในเมื่อบอสไม่สบายหนักผมคงต้องรับหน้าไปก่อน " เลย์ว่าอย่างปลงๆพร้อมเตรียมตัวเหนื่อยใจไว้แต่เนิ่นๆเพราะตั้งแต่ทำงานด้วยกันมาไม่เคยเห็นบอสเป็นหนักถึงกับไม่เข้าบริษัทเขาจึงกังวลอยู่หน่อยๆ


" ไม่เป็นอะไรครับเดี๋ยวผมจะเข้าไปกับคุณเอง คุณช่วยรอผมด้วยได้มั้ย?" ดาราเสนอทำให้เลย์แสดงความดีใจผ่านดวงตาแต่เพียงวูบเดียวเท่านั้นเมื่อนึกขึ้นได้ว่าบอสสั่งหนักหนาว่าห้ามรบกวนคุณดาราเด็ดขาด และแน่นอนว่าใครขัดคำสั่งคงได้หัวขาดแน่ๆ แม้แต่เลขาอย่างเขาก็เถอะ


"ไม่เป็นไรครับผมไม่.."


"รอผมซักครู่นะ น้ำพุไปเตรียมตัวเถอะไปกับเรา ชลวานดูแลคุณบุศย์ทีนะเราจะรีบกลับมา" ดาราสั่งคนของตนโดยใช้ชื่อที่บุศย์ตั้งให้กับคนดูแลทั้งสองของเขาแทนชื่อจริงเพื่อไม่ให้ดูแปลกต่อหน้าคนอื่นมากเกินไป ซึ่งคนแรกอย่างเลย์ได้นั้งค้างไปแล้ว

















................100%.................




มาแล้วค่ะมาช้าดีกว่าไม่มาน้าาาาา 


*งงกันมั้ย?เอ่ยเพราะมันเป็น short ficไรท์จึงเดินเรื่องเร็วนะคะกันมันออกทะเลไปมากกว่านี้ด้วยค่ะ 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

203 ความคิดเห็น

  1. #186 หนีตามจุนซู (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 12:41
    มาเฟียคนนั้นคือใครอ่า ลุ้นมากเลยค่า
    #186
    0
  2. #185 j-jamie (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 07:18
    อดีตของดาราต้องทนมาเยอะสินะ แงงง กอดนะะะ
    #185
    0
  3. #184 หนีตามจุนซู (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 09:51
    เป็นอย่างนี้นี่เอง ฮือออ สงสารดารามากเลย ชอบพื้นเรื่อง ยิ่งใหญ่อลังการไปหมด
    #184
    0
  4. #182 j-jamie (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 21:47
    รอค้าบบบ
    #182
    0