Os/sf "BAEKDO" , "KRISYEOL"

ตอนที่ 59 : (SF) ดารารายณ์ 1/? ครบ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 393
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    26 ก.ย. 62




*บุศยนาค  สิริรัตนาธร = แบคฮยอน











 






















ดารารายณ์

















งู เป็นสัตว์เลื้อยคลานที่มีอยู่ทั่วทุกที่มันเป็นดำรงชีวิตได้ในขณะที่อยู่ทั้งในน้ำและบนบกเนื้อของสิ่งมีชีวตอื่นๆคืออาหารที่หล่อเลี้ยงชีวิตของมัน งู จึงเป็นสิ่งมีชีวิตที่อันตรายต่อสัตว์ทั้งหลายรวมถึงอันตรายต่อมนุษย์ด้วย

และในทางศาสนาพุทธที่เรานับถือนั้นงูเองยังเป็นสัญลักษณ์แห่งการหวงแหน ความอาฆาตแค้น กามมารมณ์และราคะ






ร่างบางในชุดขาวสะอาดพร้อมเครื่องประดับอันสวยงามที่ผาดผ่านลำตัวยืนมองตัวเองกระจกไม้บานใหญ่ ดวงตามีเขียวมรกตจ้องมองลำคอตัวเองด้วยแววตาสั่นระริก สร้อยที่ทำจากทองคำบริสุทธิ์เส้นเล็กพร้อมกับจี้รูบหยดน้ำที่สร้างสรรค์จากอัญมณีแสนพิเศษที่มีสีขาวเลื่อมชมพู นิ้วขาวยกขึ้นมาลูบอย่างหวงแหนที่เสียงสั่นๆจะดังขึ้น


"จะอีกนานสักเท่าใดกันกว่าเราจะได้พบกัน"

น้ำสีใสเริ่มไหลออกมาจากดวงตากลมโตอย่างช้าๆ


"ช่างทรมานเหลือเกิน" เสียงหวานพูดออกมาราวคนใกล้ขาดใจพร้อมกับยกแขนเล็กทั้งสองข้างขึ้นกอดตัวเองไว้แล้วทรุดนั่งลงบนพื้นพรม


"ฮึก" แม้จะสะอื้นไห้ไม่ได้ดังมากมายคล้ายคนเสียสติ แต่การที่คนตัวเล็กร่ำไห้ออกมานี้ก็ทำให้อีกสองคนที่มองอยู่นั้นรู้อยู่เต็มอกว่านายของเขาเจ็บปวดเพียงใด


"โถ่เหนือหัวแห่งข้า" เสียงของคนที่มีศักดิ์ต่ำกว่าเอ่ยขึ้นเมื่อมองเห็นนายตน ทั้งสองจึงเข้าไปกอดร่างเล็กกว่าของผู้เป็นนายไว้


"ขอเหนือหัวของข้าอย่าเสียน้ำตาเลย ข้าจะรีบตามหาคนผู้นั้นให้เร็วที่สุด เพื่อการรอคอยของท่านจักได้สิ้นสุดลงเสียที" หนึ่งในสองคนให้คำมั่นก่อนที่จะกอดปลอบประโลมคนเป็นนายเอาไว้ตลอดทั้งคืน

















.............................















14 ปีต่อมา



กลิ่นบุหรี่แอลกอฮอลคละคลุ้งไปทั่วบริเวณพร้อมกับเสียงเพลงที่ดังก้องอยู่ในหูซึ่งก็เป็นปกติสำหรับสถานที่อโคจรเช่นนี้อยู่แล้ว แต่ยังไงซะมันก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเที่ยวของพวกที่เข้ามาบ่อยๆนักเขาก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน




นาย บุศยนาค สิริรัตนาธร หรือ บุศย์ นั่งอยู่ในโซนวีไอพีเช่นเคย บ่อยครั้งที่เขาจะเข้ามานั่งดื่มเงียบๆ เพื่อระบายความเครียดจากเอกสารที่เขาต้องเซ็น หรืออะไรก็แล้วแต่ที่เกิดขึ้นภายในบริษัทของเขา ความเครียดของเขาระบายลงขวดอย่างเดียวเท่านั้นตลอดการใช้ชีวิตตลอด29ปีที่ผ่านมา แน่นอนว่าผู้หญิงที่เข้าหาเขาในสถานที่แบบนี้ ไม่ได้ทำให้เขาสนใจได้เลยซักนิด



"มาคนเดียวหรอคะ" สาวนุ่งน้อยห่มน้อยในชุดเดรสสีน้ำเงินเข้มที่รัดจนหน้าอกล้นออกมา เขาแทบจะไม่ต้องเดาอะไรด้วยซ้ำว่าข้างในจะเป็นยังไง ก็ออกมาให้เห็นเกือบไม่หมดแล้วนี่ หึ


"เช็คบิลเลยชั้นจะกลับแล้ว" เขาเอ่ยบอกเลย์ คนที่เป็นทั้งมือขวาและเลขาของเขา เจ้าหล่อนที่เขามาใกล้หน้าเจื่อนเล็กน้อย แต่ก็ไม่ล่ะความพยายาม


"เอ๋..จะกลับแล้วหรอค่ะ ว่าแต่คุณ...สนใจอยากไปต่อกับซูซี่รึเปล่า?" ไม่ว่าเปล่าแต่เจ้าหล่อนยังตรงเข้ามาคล้องแขนเขาก่อนจะใช้หน้าอกเสียดสีแขนเขาไปมา เหอะ ช่างน่ารังเกียจเสียจริง นั่นคือเสียงในความคิดของบุศย์ ไวเท่าความคิดเขาดึงแขนตัวเองออกจากหล่อนก่อนจะควักกระเป๋าตังมาแล้วควักแบงค์สีเทาออกจากกระเป๋ายัดใส่มือให้แม่นั่นอย่างเหลืออด


"หวังว่ามันจะทำให้เธอมีมารยาทมากขึ้น" นั่นคือสิ่งที่บุศย์พูดก่อนเดินออกมา
















ในชีวิตที่ผ่านมาบุศย์มีแค่แม่และป้าที่สั่งสอนอบรมมาแม้จะโตในต่างประเทศแต่แม่และป้าของเขาวางตัวสมเป็นกุลสตรีเสมอ จึงไม่แปลกที่เขาจะปล่อยตัวไปกับการใช้ผู้หญิงเป็นที่ระบายอารมณ์ความ อยาก ใช่ว่าเขาตายด้านแต่เขาเพียงเสพอารมณ์พวกนี้กับผู้หญิงเป็นคนๆไปเท่านั้น พอใจก็ไปต่อดีไม่พอก็เลิกเท่านั้นเอง ยิ่งกับผู้หญิงที่เสนอตัวแบบไม่เห็นค่าตัวเองแบบนี้เขายิ่งไม่คิดจะมอง



"นายกลับได้แล้วเลย ส่วนพรุ่งนี้ชั้นไม่เข้าบริษัท ไม่มีธุระด่วนจริงไม่ต้องตาม" บุศย์สั่งเลขาคนสนิท คนเป็นลูกน้องมีสิทธิ์เพียงค้อมหัวให้เท่านั้น ก่อนจะกลับไปพักผ่อน ส่วนเขาเอง ก็แค่เพียงขับรถไปเรื่อยๆ ไปตามถนนเท่านั้น ตึกอาคารยามค่ำคืนที่มีแสงสว่างของดวงไฟประดับอยู่ทำให้สมองของชายหนุ่มปลอดโปร่งขึ้นมาไม่น้อย ก่อนในที่สุดรถสปอร์ตคันหรูจะจอดลงอยู่ สวนสาธารณะแห่งหนึ่งร่างโปร่งลงจากรถเพื่อเดินไปนั่งลงยังบนเก้าอี้ตัวยาวอย่างเหนื่อยล้าแล้วเอนหลังพิงเก้าอี้แหงนหน้ามองท้องฟ้าช่างโชคดีที่ตอนนี้ลมยังพัดเอื่อยๆอยู่ตลอด ทำให้เขาไม่ต้องนั่งรบตบตีกับยุ่ง เขาปล่อยให้สายตาสำรวจความมืดมิดบนท้องฟ้า ก่อนที่เปลือกตาจะค่อยๆปิดลง

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.


เสียงอื้ออึงคล้ายภาษาบาลีก้องอยูในหู บุศย์พยายามจะลืมตาเพื่อมองต้นเสียงแต่ทว่าตากลับลืมไม่ขึ้น


"ช่วยด้วย" เสียงหวานดังลอยแทรกเข้ามาให้บดสวดนั้น บุศย์พยายามที่จะลืมตาแต่ไม่สำเร็จ


"ช่วย..ช่วยเราด้วย ระ..เรากลัว ช่วย ช่วยเราที" เสียงหวานคุ้นหูที่ดังขึ้นทำเอาใจเขาตกแต่เขากลับทำอะไรไม่ได้ คล้ายคนพิการ


"ฮึก..ช่วย..ช่วยเราที ระ...เราขอร้อง" เสียงปริศนาที่น้องขอความช่วยเหลืออยู่อย่างหวาดกลัว บุศย์เริ่มทำอะไรไม่ถูกสิ่งเดียวที่พอจะมำได้คือพยายามดิ้น เขารู้สึกว่าเขาดิ้น ดิ้นจนสุดแรงแต่ร่างกายกลับไม่ขยับเลยซักนิด


"ฮึก..ฮือ..บุศย์...ฮึก...บุศย์" เสียงที่ร้องเรียกเขาทำเอาใจบุศยนาคคนนี้แทบขาด น้ำตาของเขาพรั่งพรูออกมาอย่างบ้าครั่ง ในขณะที่ดิ้นรนขยับกายสุดแรงเกิด


"ฮึก...บุศย์...แค่กๆๆๆ..ฮึก...บุศย์ ชะ...ช่วย..ฮึก..เราที..ฮือออ...บุศย์..ฮึก"











ตุบ!!!











เฮือก!!











เหงื่อผุดขึ้นตามไรผมด้านหน้า บุศย์หายใจหอบคล้ายไปวิ่งมาซัก10กิโล เขาพยายามตั้งสติหายใจเขาออกช้าๆก่อนจะลุกขึ้นไปนั่งที่เตียง

.

.

.

.

.

.

เดี๋ยวก่อนนะ

.

.

.

.

.

.

.

.

เตียง

.

.

.

.

.

.

.

เตียงงั้นหรอ!!!










แกร๊ก!




เสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับคนอีกคนนึงที่เดินเข้ามา


"ตื่นแล้วหรอ อาบน้ำเถอะเราเตรียมข้าวเช้าให้แล้ว"








"คุณเป็นใคร?!"

















.........................................




รอยยิ้มสวยส่งมาให้บุศย์ทันทีที่เขาถามแต่นั้่นไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ


"ผมถามว่าคุณเป็นใคร" เสียงเรียบที่เอ่ยถามนั้นอาจทำให้ใครหลายๆคนขนลุกแต่คงไม่ใช่สำหรับคนตรงหน้าบุศย์คนนี้


"เราชื่อดารา เป็นเจ้าของบ้านนี้" เสียงทุ้มนุ่มตอบบุศย์อย่างใจเย็นก่อนจะเดินเข้ามาแล้ววางเสื้อผ้ากับผ้าขนหนูที่พับอย่างเรียบร้อยให้ บุศย์ไม่รีรอที่จะยิ่งคำถามต่อไป


"แล้วผมมาที่นี่ได้ยังไง?" ดารายกยิ้มให้กับคำถามของบุศย์


"อาบน้ำเถอะเราจะตอบคำถามที่โต๊ะอาหารนะ" ดาราบอกแล้วเดินออกไปทันทีปล่อยให้บุศย์ยื่นนิ่งอยู่ตรงนี้คนเดียว เป็นอีกครั้งที่บุศย์พยายามสงบสติอารมณ์ของตัวเอง เขาเข้าห้องน้ำที่เดาไม่ยากว่าอยู่ตรงไหนเพื่ออาบน้ำชำระร่างกายและจิตใจให้เย็นลง บุศย์ยืนมองตัวเองในกระจกก่อนที่รอยยิ้มของเจ้าของบ้านจะลอยเข้าหัวมาอีกครั้ง รอยยิ้มที่เป็นรูปหัวใจแบบนั้น เขาไม่ค่อยได้เห็นที่ไหนมากนัก เขานึกถึงได้ไม่นานก็กลับมามองตัวเองในกระจกอีกครั้ง



เขายิ้มตั้งแต่เมื่อไหร่ว่ะ?



ด้านเจ้าของบ้างหลังจากที่เดินออกจากห้องมาเขาก็ยิ้มไม่หยุด ดารารายณ์ นั่งลงบนโซฟาเพื่อรอคนในห้องออกมาทานข้าวเช้าพร้อมกัน นิ้วขาวยกขึ้นมาลูบจี้ที่ห้อยอยู่บนคอแล้วยกยิ้มขึ้นอีกครั้ง



"เจอกันเสียที บุศยนาค"







..................











"คุณดาราช่วยเล่าหน่อยว่าผมมาอยู่บ้านคุณได้ยังไง" บุศย์เปิดประเด็นทันทีที่นั่งลงบนโต๊ะอาหาร เขาคาใจมากๆกับสาเหตุที่เขามานั่งอยู่ตรงนี้


"เอาข้าวเช้าเข้ามาเถอะ ชลัมพุ" ดาราเอ่ยบอกคนดูแลก่อนที่ยกยิ้มหันกับอีกคนที่กำลังขมวดคิ้วใส่


"เราเจอคุณบุศย์หลับอยู่ที่เก้าอี้ที่สวนสาธารณหน้าบ้านเรา เราเลยให้โอฆชลกับชลัมพุคนดูแลพาคุณมาพักในบ้าน" คำตอบของดาราทำเอาบุศย์ขมวดคิ้วขึ้นไปอีกเพราะการที่มีคนมาหลบกวนเวลาหลับคนเราจะไม่รู้สึกตัวเชียวหรือ หรือเพราะว่าเขาหลับสนิทมากเกินไป


"ขอบคุณที่ช่วย ว่าแต่เรารู้จักกันด้วยหรือ"


"รู้จักกันสิ เมื่อตอนคุณตื่นนั่นไง" คำตอบของดาราทำเอาบุศย์ตีหน้านิ่ง


"คุณนี่มัน" น่าหมั่นเขี้ยวนัก บุศย์คิดในใจ


"คิก เรารู้จักคุณสิคุณออกจะดังนะ ถ้าไม่รู้จักเราไม่พาเข้าบ้านหรอก คงจะมีแต่คุณที่ยังไม่รู้จักเรา" บุศย์ตาพล่าไปกัยคำบอกเล่าพร้อมเสียงหัวเราะหวานของดารา เขาสะบัดหัวไล่ความคิดก่อนจะตักข้าวต้มกุ้งเข้าปากอย่างเงียบๆ


"คุณดารา คุณจินณภัทรมาขอพบครับ" เสียงบอกของชลัมพุคนดูแลของดาราดังขึ้นหลังจากที่บุศย์และดาราทานอาหารเช้าเสร็จ


"อื้อ ไปต้อนรับเขาก่อนเถอะชลัมพุแล้ววานเรียกโอฆชลให้ที" บุศย์ขมวดคิ้วให้กับชื่อของจินณภพถ้าจำไม่ผิดผู้ชายคนนั้นเป็นนักธุรกิจที่ไม่ค่อยจะดีนักนี่ รู้จักดาราได้ยังไงกัน


"คุณบุศย์พาเราออกไปข้างนอกหน่อยสิ นะ"


"อะไรคุณ เพิ่งจะมีแขกมาขอพบไม่ใช่รึไงขอเขาสิ" บุศย์บอกด้วยความหงุดหงิด แล้วเขาจะหงุดหงิดทำไมว่ะ เห้ออ..


"ถือว่าหายกันกับที่เราพามานอนเมื่อคืน พาเราออกไปหน่อยนะ นะ คุณบุศย์ เราขอร้อง"

เสียงหงอยๆกับตาใสๆนั่น ทำให้บุศย์ถอนหายใจออกมา ผิดที่เขาไปหลับผิดที่ผิดทาง?เองสินะ


"โอเคผมต้องรอคุณใช่มั้ย?"


"ไม่ๆไปเลย โอฆชลฝากทีนะ" ดารารีบตกลงก่อนจะบอกกับคนดูแลอีกคนที่มายืนอยู่ข้างหลังบุศย์ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้


"ครับ" เสียงตอบรับแบบเย็นนั่นทำเอาบุศย์ขนลุก คนที่นี่มันแปลกจริงเว้ย!









..............












หลังจากที่ชลัมพุมาส่งบุศย์กับดาราที่รถของเขาแล้วทั้งสองคนก็ตกลงกันว่าจะไปที่ ร้านของดารา





DARA.B Jewelry




"สวัสดีค่ะคุณดารารายณ์ เอ่อ คุณบุศยนาค" พนักงานต้อนรับพวกเขาแอบตกใจเล็กน้อยทีาเห็นเขาทั้งสองมาด้วยกัน เพราะอีกคนนึงเป็นเจ้าของร้านส่วนอีกคนเป็นลูกค้าประจำ


"ไปทำงานเถอะคุณนรี เราแค่แวะมาดูเฉยๆ" ดาราบอกกับผู้จัดการร้านก่อนจะพาบุศย์ไปนั่งเล่นที่ห้องรับแขกด้านใน


"ปกติมีแต่คนอื่นมาเฝ้าผมทำงานนะ คุณดารา " เขาบ่นเจ้าของร้านที่กำลังลื้อแฟ้มอะไรซักอย่างอยู่


"เราไม่ได้มาทำงานนะแต่เช้าๆแบบนี้เราไม่รู้จะไปไหน โอ๊ะ! เจอแล้ว" ดาราชูสมุดสเก็ตภาพขึ้นก่อนจะเดินมานั่งข้างบุศย์


"เฮ้อออ ช่างเถอะว่าแต่คุณอายุเท่าไหร่ผมเบื่อคุณๆผมๆเต็มที"


"33"


"ห้ะ!?"


"อือ เราอายุ33ปีแล้ว" ดารามองหน้าบุศย์ที่กำลังตกใจก่อนจะยกยิ้ม


"ให้ตายเถอะ ผมนึกว่าคุณ15 นิสัยเด็กไม่พอหน้าเด็กอีกนะคุณ" บุศย์บ่นก่อนจะนั่งมองสมุดที่อีกฝ่ายยื่นให้


"เราสเก็ตไว้เมื่อนานมาแล้วแต่ยังไม่ได้ตัดสินใจทำ เลยจะให้คุณบุศย์ช่วยตัดสินใจ"


"เลิกเรียกเถอะคุณบุศย์น่ะเรียกผมว่าบุศย์ก็พอ ดารา" บุศย์พูดพร้อมกับมองภาพสเก็ตช์ของสร้อยคอที่มีจี้เป็นรูปหยดน้ำทั้งจี้และลายสร้อยมันช่างคุ้นตาเขาอย่างแปลกประหลาด จู่ๆภาพบางอย่างก็ปรากฏขึ้นในหัวเขา


"รักษาไว้นะ"


"โอ้ย!!?" ภาพและเสียงในหัวมาพร้อมกับอาการปวดหัวอย่างรุนแรง สมุดสเก็ตภาพตกลงไปบนพื้นก่อนที่สองมือจะกอบกุมศีรษะไว้


"ข้ารักเจ้านะ ด.." ชายหน้าตาที่เหมือนบุศย์ราวกับแกะพูดก่อนจะส่งยิ้มให้ใครบางคนบุศย์พยายามเพ่งเพื่อฟังเสียงในภาพนั้น



"โอ้ยยย!!" อาการปวดหัวรุมเร้าขึ้นทุกทีมือเรียวจิกเข้าที่เส้นผมเพื่อหวังบรรเทาความเจ็บปวด




"ดา" เสียงชายคนนั้นดังขึ้นอีกครั้ง





"อึก..โอ้ยย!?..ดา"





"ดารารายณ์!!!" บุศย์พูดออกมาเสียงดังพร้อมกับเห็นหน้าใครอีกคนที่อยู่ในภาพนั้นอย่างชัดเจน สัมผัสอุ่นที่โอบอุ้มตัวเขาทำให้อาการปวดศีรษะทุเลาลง ก่อนที่สติเขาจะหายไป





"บุศย์" เสียงหวานดังขึ้นทำให้เขาหันมองไปตามเสียง ร่างขาวบางในชุดขาวสะอาดมีรัดเกล้าคล้ายงูรัดอยู่บนศีรษะวิ่งโผลเข้ามากอดเขาไว้


"ดารารายณ์" บุศย์เรียกอีกคนอย่างที่ไม่เข้าใจตัวเอง เขาจำไม่ได้ว่าเป็นชื่อหรือเปล่าแต่หัวใจเขากลับเรียกร้องให้พูดชื่อนี้


คนตัวเล็กกว่าเงยหน้าขึ้นมองหน้าเขาก่อนที่เห็นใบหน้าอีกคนชัดๆ คนตรงหน้าตือดาราไม่ผิดแน่ แต่ก็มีสิ่งที่แตกต่างดวงตาของคนนี้เป็นสีเขียวเข้ม บุศย์ยกมือเรียวขึ้นลูบใบหน้าเนียนพร้อมกับจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาเขาเอนหน้าเข้าไปใกล้จนหน้าผากของเราแตะกัน



"เจอกันแล้ว ดารา

.

.

.

.

.

.

.

.

.

ดารารายณ์"









...............







บุศย์ตื่นขึ้นมาบนเตียงอีกครั้งในรอบวันเขาลืมตาแล้วลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงก่อนจะนึกถึงดาราคนนั้นคนที่ฝันเห็น เขาไม่เข้าใจเลยซักนิดว่าทำไมเขาถึงฝันเห็นดาราทั้งที่เจอกันยังไม่ครบวัน ตาสีเขียวนั่นถึงแม้ว่าจะสีไม่เหมือนกันแต่เขามั่นใจว่าดวงตาคู่นั้นเป็นคู่เดียวกันแน่ๆ


บุศย์ส่ายหัวไล่ความคิดก่อนจะสังเกตุรอบห้องอีกครั้งเพราะมั่นใจว่าไม่ใช่ห้องตัวเองแน่


"ตื่นแล้วหรอ" เป็นอีกครั้งที่เจอคนคนนี้ในตอนตื่นนอน ดาราเขามาในห้องพร้อมกับถาดข้าวและยาของบุศย์ ดาราวางของลงบนโต๊ะทำงานในห้องก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ๆแล้วยกมือมาแตะที่หน้าผากของบุศย์เผื่อวัดไข้ มือเรียวของบุศย์กับยกขึ้นมาจับมือขอดาราก่อนจะออกแรงดึงมือดาราให้ล้มลง


"อ๊ะ"


เนื่องไม่ทันตั้งตัวทำให้ดาราล้มลงนั่งบนตักของบุศย์พอดีแต่ยังไม่ทันที่ดาราจะลุกขึ้น แขนหนาก็เกี่ยวเข้าที่เอวบางแล้วออกแรงดึงเข้าหาตัวทำให้หน้าของดาราและบุศย์ใกล้กันจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน


ใจของดารากระตุกทันทีที่ดวงตาของบุศย์จ้องลึกเข้ามาในดวงตาเขา


"บอกมา ในฝันเมื่อกี้ใช่คุณหรือเปล่า?"


"..." ดาราไม่ตอบแต่กลับโน้มตัวลงมาโอบกอดบุศย์แทน ความอบอุ่นทีาได้รับไม่ต่างจากฝันทำให้บุศย์ใจสั่นระรัว แต่เพื่อมั่นใจเขาจึงเรียกร้องคำตอบจากดาราอีกครั้ง


"ดารา...รายณ์" และตำตอบครั้งนี้ก็ชัดเจนเมื่อคนที่เงยหน้าขึ้นมาใช้ดวงตาที่บุศย์จดจำได้ตั้งแรกที่เห็นมองเขาอีกครั้ง ดวงตาสีเขียวมรกตที่น่าหลงใหลไม่ว่าคนอื่นจะมองเห็นเป็นอย่างไรแต่สำหรับบุศย์มันกลับงดงามที่สุด ก่อนที่เสียงหวานนั่นจะเอ่ยบางคำที่ทำให้ทุกความทรงจำปลดปล่อยออกมา



"ทูลหัวของดารา เรารอท่านมานานเหลือเกิน"




















100%

.............................

ครบแล้วคร้าบบบ

เพราะมันเป็นSFไรท์เลยเดินเรื่องค่อนข้างเร็วนะคะอย่างงน้าาา 





*ดารารายณ์ = ดีโอ


*ชลัมพุ = ชานยอล


*โอฆชล = เซฮุน



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

203 ความคิดเห็น

  1. #179 หนีตามจุนซู (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 01:02
    สุดยอดมากเลยค่ะ ลุ้นมาก อยากรู้แล้วว่าพวกเค้าคือใคร มีเรียกนายๆเจ้าๆ แล้วเกี่ยวกับงู บวกกับชื่อบุศย์ เดาว่าเป็นพญานาค 55555555555 แบบว่าเป็นงูไง แล้วเป็นเจ้าแห่งงู ก็ต้องเป็นพญานาค 5555555 เราเดาหนุกๆนะคะไรท์เตอร์ 555554
    #179
    0
  2. #178 j-jamie (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 22:55
    กริ๊ดดดดดด ลุ้นมากจะเป็นยังไงต่อ ฮือออ ดารารายณ์คงรอบุศย์มานานมากๆได้เจอกันแล้วนะ บุศย์ก็จำได้แล้ววว
    #178
    0
  3. #177 paywnpoon19 (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 21:13
    เราชอบมากกมันดู​ mysterious สุดๆ​ เราชอบพวกแนวนี้อยู่แล้วพอมาอ่านเรื่องนี้ก็ตกหลุมรักเลย​ สู้ๆนะคะ
    #177
    0
  4. #176 j-jamie (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 07:15
    แงงงงง เอาตรงๆก็กลัวงูแอบขนลุกเบาๆ แต่พล็อตน่าอ่านมากเลยค่ะ ยิ่งเป็นแบคโด้ ไม่กลัวแล้วงู น่าติดตามมากเลย ไรท์สู้ๆนะคะ
    #176
    0
  5. #175 imjoke_panda (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 00:13

    รอติดตามค่า
    #175
    0
  6. #174 paywnpoon19 (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 21:34
    เทวีคนนี้คือใครกันนะ? รอติดตามนะคะ
    #174
    0
  7. #173 หนีตามจุนซู (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 12:08
    พล็อตดูอลังมาก รอนะคะ
    #173
    0
  8. #170 p.perri (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 20:47
    น่าติดตามมากกกกกก มาต่อไวๆนะค้ะะ
    #170
    0