Os/sf "BAEKDO" , "KRISYEOL"

ตอนที่ 42 : (OS) เรื่องเศร้าๆ ที่ทำให้เรามาเจอกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 263
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    31 มี.ค. 62






ผมอยู่ในสภาพแวดล้อมที่สังคมรียกมันว่า “ครอบครัวราวฉาน” การที่มีพ่อแท้ๆด่าทอตบตีตัวผมและแม่ทุกวัน ผมยอมรับเลยครับว่ามันรู้สึกแย่ ผมจึงตั้งคำถามกับตัวเองทุกวันว่า

“ถ้าเลือกที่จะให้ผมเกิดแล้วคุณมาทำร้ายผมทำไม?”

ในทุกวันหลังจากที่ผมเลิกเรียนสิ่งที่ผมเห็นและได้ยินเป็นประจำคือคำหยาบคายเสียงดังของพ่อและเสียงร้องไห้ของแม่

“มึงกับลูกทำให้กูล่มจม ชีวิตกูไม่เจริญก็เพราะลูกกับมึง”  นั่นแหละครับคำพูดของพ่อแท้ๆของผม ผมพยายามเกลี้ยกล่อมแม่ให้หนีไปจากชายคนนี้ซะ....แต่ว่าทุกอย่างกลับเป็นเรื่องยากเพราะสิ่งที่คนเราเรียกว่า...ความรัก..

 

ในชีวิตผมไม่มีใครนอกจากแม่...แม่เปรียบเสมือนโลกทั้งใบที่ไม่มีใครทดแทนได้หากถามความหมายคำว่ารักจากผม คำตอบสำหรับผมก็งจะเป็นแม่..

“เพี๊ยะ!! พวกมึงมันเป็นเจ้ากรรมนายเวรในชีวิตกู...มันเป็นกรรมเหี้ยอะไรของกูว่ะกูถึงต้องมาเจอพวกมึงเนี่ย!!”  เป็นอีกครั้งที่ผมเห็นภาพพ่อใช้ฝ่ามือใหญ่หวดลงบนแก้มของแม่พร้อมกับน้ำตาของแม่ที่ไหลออกมาเป็นสาย

“พ่อหยุดนะ!!” และเป็นอีกครั้งที่ผมพยายามจะช่วยแม่จากชายใจร้ายคนนั้นและมันก็ลงเอยเหมือนทุกครั้งเช่นกัน

“มึงอย่ามาขึ้นเสียงใส่กูนะ..ไอ้ลูกเหี้-ย พลั่ก!! ตุบ!! ตับ!! ตุบ!! ตับ!!  

ช่างทรมานเสียจริงชีวิตและร่างกายนี้ ไม่มีอีกแล้วคำว่าลูกในสายตาของชายคนนั้น

 

 

 

“เป็นไงบ้างลูก..เจ็บมากมั้ยครับ”  เสียงนางฟ้าประจำชีวิตถามในขณะที่เขากำลังทำแผลให้ผมอยู่ที่เก้าอี้ในสวนสาธารณะไม่ห่างจากบ้าน

“ผม..ไม่เป็นอะไรครับ...แม่..ผมขอโทษ  ขอโทษที่ต่อสู้กับคนๆนั้นเพื่อแม่ไม่ได้ ผมรู้สึกแย่จริงๆครับ”

“ไม่เป็นไรนะครับ....น้องชาน...หนูห้ามโกรธพะ...”

“พอเถอะครับ...ผมรู้ว่าแม่จะพูดอะไร”

“น้องชาน..”

“ผมขอเวลาอีกซักพักนะครับแม่...ผมสัญญาว่าซักวันผมจะให้อภัยเขา”  ผมบอกแม่ก่อนจะลุกเดินออกมาจากแม่แล้วเดินไปตามถนนอย่างไร้แสงสว่าง ไร้ความคิด และไร้จุดหมาย รู้เพียงแค่ว่า ผมอยากหนีไปให้ไกล..ไกลจากความโหดร้ายนี้เหลือเกิน

 

 

สายลมยามค่ำคืนช่างแสนสงบและเยือกเย็นผมยืนหยุดรับลมอยู่ที่สะพานข้ามน้ำซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันไกลจากสวนสาธารณะที่ผมแยกกับแม่เมื่อตอนเย็นแค่ไหนรู้แต่เพียงว่าผมมาไกล ไกลมากๆ มากพอที่จะไม่รับรู้เกี่ยวกับอะไรซักอย่าง ไกลมากพอที่ผู้คนจะไม่มีอยู่ตามบริเวณนี้  ผมมองแสงจันทร์ที่ทอดส่องลงบนผิวน้ำจนเกิดแสงระยิบระยับงามตา ถ้าผมลงไปมองข้างล่าง มันจะสวยกว่านี้อีกกี่เท่ากัน  คิดได้ดังนั้นผมจึงค่อยๆหลับตาลงพร้อมกับกางแขนออกช้าๆเพื่อรับความสงบเข้าสู่จิตใจแต่ทว่า

“หมับ!! นี่พี่ใจเย็นๆนะครับ..ผมมาช่วยแล้ว”  มือปริศนาขว้ากอดเข้าที่เอวผมไว้พร้อมกลับเสียงทุ้มของชายคนนึง ผมตกใจเล็กน้อยที่ดึกขนาดนี้ที่นี่ยังมีคนอยู่ เขากอดผมแน่นก่อนที่ร่างกายของเขาจะเริ่มสั่น

“ฮึก...พี่..อย่าคิดสั้นซิ...ฮึก...มัน..ไม่..ฮึก..ดีหรอกนะครับ..ฮึก”  เขาพูดพร้อมกับร้องไห้ออกมาอยู่บนคอผม อ่า เขาสูงกว่าผมล่ะ ผมจึงได้แต่ยิ้มกับท่าทางของเขา ก่อนที่ผมจะลูบมือของเขาแล้วค่อยๆอธิบาย เพราะจากที่เขาพูดผมคิดว่าเขาคงจะอายุน้อยกว่าผมแน่ๆ

“เอ่อ...ผมไม่ได้มาฆ่าตัวตายครับ..ผมแค่มารับลมเล่นเฉยๆ”   

“.......”  เขานิ่งทันทีที่ผมพูดจบก่อนที่เขาจะผละแขนออกจากเอวของผม นั่นจึงทำให้ผมหันหน้าไปมองเขาอย่างเต็มตา

“ผมขอโทษครับ”  เขาเอ่ยพร้อมกับโค้งขอโทษผมอย่างจริงใจ แต่ทันทีที่เขาเงยหน้าสบตาผม ทำให้ผมใจสั่นอย่างไม่มีสาเหตุ อาจจะเป็นเพราะหน้าตาของเขาอย่างนั้นหรอ ต้องยอมรับครับว่าตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเห็นใครหน้าตาดีเท่าคนตรงหน้ามาก่อน

“ไม่เป็นอะไรครับ ขอบคุณนะครับที่หวังดี”  ผมเอ่ยขอบคุณก่อนจะเดินผ่านเขาออกมาแต่มือเขากลับคว้าแขนผมเอาไว้

“พี่....ไปเดินเล่นกับผมมั้ย?”  ทำไมผมถึงอยากไปกับเขากันนะ?

 

 

 

 

“พี่ชื่ออะไรหรอครับ”  เขาถามผมหลังจากที่ผมตอบตกลงมาเดินเล่นกลับเขา เขาพาผมเดินมาข้างหน้าทำให้ตอนนี้ผมห่างจากบ้านมาเรื่อยๆ

“ชานยอล  ปาร์ค ชานยอล”

“ครับ ผมชื่อคริสนะ อายุ 14 ล่ะ”  ผมหยุดเดินแล้วหันไปมองคนตรงหน้าอย่างละเอียดอีกทีไม่น่าเชื่อว่าเขาจะอายุแค่นี้เพราะจากส่วนสูงและรูปร่างของเขา

555 ตกใจใช้มั้ย?ครับ ผมเป็นลูกครึ่งน่ะครับ ตัวเลยสูง” เขาอธิบายก่อนที่จะเดินนำหน้าไปเรื่อยๆ

“อือ ใช่นายเป็นเด็กสิบสี่ที่สูงกว่าเด็กสิบเก้าอย่างพี่อีก”

555 ครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับพี่ชานยอล”

“อือ เหมือนกัน”  ผมตอบเขาก่อนที่ความเงียบสงบจะกลับมาสู่พวกเราอีกครั้งมันไม่ใช่ความเงียบที่อึดอัดแต่มันเป็นเงียบที่สงบและว่างเปล่า  เราสองคนเดินมาเรื่อยๆก่อนที่จะมาเจอกับแม่น้ำที่อยู่ข้างล่างสะพานนั่น ซึ่งตอนนี้ทั้งผมและเขาเดินช้าๆอยู่บนถนนข้างแม่น้ำ

 “พี่มีเรื่องไม่สบายใจหรอครับ”  คริสถามผมก่อนที่เราสองคนจะหยุดเดินแล้วนั่งมองแม่น้ำอยู่บนเก้าอี้ยาวตรงเสาร์ไฟฟ้าแทน

“เครียดน่ะ...อะ”  ผมสะดุ้งเล็กน้อยเพราะคริสใช้นิ้วมาจิ้มที่แผลตรงหางคิ้วผม

“เจ็บมากมั้ยพี่...บอกผมได้นะ”  คริสถามถึงอะไรกันนะ

“ถ้าร่างกายก็คงชินแล้วล่ะ”

“ผมหมายถึงความรู้สึก”

.................“

“อย่าเก็บเอาไว้เลยพี่...ผมอยู่ตรงนี้นะ”  ทำไมคนที่อยู่ข้างๆผมตอนนี้เป็นคนที่รู้จักกันแค่ชั่วโมงเดียวนะ..ทำไมคนที่เข้าข้างผมไม่ใช่แม่กัน  ผมได้แต่ปล่อยความคิด ความเสียใจ ความเจ็บปวดและความน้อยใจ ให้ออกมาพร้อมกับน้ำตาพรั่งพรูออกมาอยู่ในอ้อมกอดของคนที่รู้จักเพียงชั่วโมงอย่าง เด็กชายอายุ สิบสี่ อย่างคริส

 

 

“พี่ลองฟังเรื่องของผมมั้ย?” คริสถามหลังจากที่ผมร้องไห้และฟังเรื่องของผมมากว่าชั่วโมง

“.....อือ .........เอาสิ”

“พ่อผมเป็นคนแคนนาดาครับส่วนแม่ผมเป็นคนจีน ท่านทั้งสองน่ะเป็นนักธุรกิจที่ร่ำรวยมากๆเลยล่ะ”  นี่เจ้าเด็กนี่มันจะซ้ำเติมผมรึไงกันนะ

“...............”

“จนวันนึงความร่ำรวยของพ่อก็ค่อยๆจมไปกับคาสิโน เหล้า การพนัน และ ยาเสพติด ผมยังจำได้ดีกับความเจ็บปวดที่เขาเอาบุหรี่มาจี้บนตัวผมบ้าง ขังผมไว้ในกล่องไม้บ้าง แต่ที่เจ็บปวดที่สุดคงเป็นการที่เขาขาดสติมากจนข่มขืนลูกสาวแท้ๆของตัวเอง...ที่เป็นพี่สาวของผมจนเธอต้อง....โดดสะพานข้ามน้ำเพื่อฆ่าตัวตาย”

“.....................”

“และความทรมานจิตใจมากที่สุดสำหรับผมในตอนนั้นคงจะเป็นการที่แม่ส่งผมมาที่นี่โดยที่ไม่ได้เคารพศพพี่เลยซักครั้ง น่าตลกนะครับ ที่แม่ผมยังถูกพ่อยิงตายในงานวันฝังศพของพี่ด้วย”

“คริส.....”

“ผมไม่เป็นไรครับพี่ชานยอล มันนานมากแล้วครับผมทำใจได้นานแล้ว”

“คริสเก่งมากเลยนะ...ที่สู้มาขนาดนี้..ไม่เหมือนพี่..”

“พี่อย่าโทษตัวเองสิ..คนบนโลกนี้ไม่มีใครเหมือนกันหรอกนะครับ บางคนมีหนทางให้ก้าวต่อไป ส่วนบางคนก็ดิ้นรนไปจนสุดทางแล้ว ”

“พี่คงเป็นอย่างหลังล่ะ”

“เพราะพี่เป็นห่วงแม่ไงครับเลยอยากให้แม่หนี พี่ลองแก้ปัญหาแบบอื่นดูสิ”

“พี่คิดไม่ออกเลยคริส..”

“ไม่ต้องรีบคิดหรอกครับทุกอย่างมักจะมีเวลาของมันเสมอ”

“...........”

“เหมือนตอนนี้ไง..ที่พี่กับผมมาเจอกันแถมยังคุยกันได้ทุกเรื่องอีกนะ”

“ขอบคุณมากนะคริส...พี่ขอบคุณมากจริงๆ”  

“เราทั้งสองคนก็คงเหมือนกันตรงที่ไม่มีใครอยู่ข้างๆในเวลาที่เจ็บปวด..แต่ไม่เป็นอะไรครับ..ถ้าพี่ไม่มีใครตอนนี้พี่ก็มีผมนะ ผมจะเป็นความสบายใจให้พี่เอง”

คริสบอกกับผมและนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของเราสองคน......

 

 

.......................................................................................................................

 ให้กำลังใจรีดและตัวไรท์เองด้วยค่ะเพิ่งเกิดเหตุการแย่ๆในครอบครัว ใครเจอเหมือนไรท์ก็ฝากความคิดไว้กับเรื่องนี้ค่ะ  "ชีวิตของเราไม่ไม่แย่ที่สุดหรอกนะคะ อย่างน้อยเราก็มีคนรอบตัวที่รักและหวังดีกับเรานะ"


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

203 ความคิดเห็น

  1. #138 RainbowKrisYeol (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 09:06
    อยู่ดูแลกันไปเรื่อยๆ นะลูก
    #138
    0
  2. #91 น้ำ (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 03:26

    สู้ๆจ้ะ

    #91
    0
  3. #90 หนีตามจุนซู (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 07:38
    สงสารน้องคริส ดีแล้วที่ได้มาเจอกันนะ
    #90
    0