คัดลอกลิงก์เเล้ว

ตัวประกอบ Ragnarok Fiction - TLoD - (ปิดรับสมัครชั่วคราว)

โดย K.W.E.

ความยาวชื่อเกินแฮะ... TLoDก็คือ The legend of descendant น่ะครับ

ยอดวิวรวม

6,053

ยอดวิวเดือนนี้

3

ยอดวิวรวม


6,053

ความคิดเห็น


131

คนติดตาม


2
เรทติ้ง : 100 % จำนวนโหวต : 1
จำนวนตอน : 25 ตอน
อัปเดตล่าสุด :  1 ส.ค. 52 / 07:50 น.
นิยาย ǻСͺ Ragnarok Fiction - TLoD - (ԴѺѤêǤ) ตัวประกอบ Ragnarok Fiction - TLoD - (ปิดรับสมัครชั่วคราว) | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
รบกวนติดตามรายละเอียดเงื่อนไขกันก่อนนะครับผม

หากท่านผู้ใดที่ตามอ่านมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นนักอ่านเงาหรือแฟนพันธุ์แท้แสดงตัวล่ะก็
สมัครแล้วก็แวะมาทักทายกันสักนิดก็ดีนะครับ ว่าชอบอะไรยังไง ติดใจตรงไหน ต้องการอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า เผื่อบางทีมีคะแนนความสนิทถูกใจเป็นพิเศษครับ

อ้อ... แล้วรบกวนผู้ฝากบทที่เป็นนักอ่านเงาทิ้งชื่อที่ผมเรียกได้หน่อยนะครับ เวลาทักท้วงหรือเสนอแนะจะได้ไม่ดูแปลกๆเกินไป

Hearts (Saori Nishihata) My Music - by K.W.E.

สารบัญ 25 ตอน อัปเดตล่าสุด 1 ส.ค. 52 / 07:5025 ตอน

ตอน
ชื่อตอน
สถานะ
อัปเดตล่าสุด

ผลงานอื่นๆ ของ K.W.E.

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

131 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 5 ตุลาคม 2552 / 17:32
    หลังจากสะกดดาร์คลอร์ดได้ก็ถือเป็นช่วงที่คาร์ลกำลังเติบโตและเข้าสังกัดเยาวชนนักบวช

    ยุคนี้จะถูกเรียกว่ายุคสงบก็ว่าได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้สงบทันทีครับ ช่วงแรกๆก็ยังมีสงครามศึกย่อยเป็นระยะๆ เพราะต้องไม่ลืมว่าระบบปีศาจคือปลาใหญ่กินปลาเล็ก ฝีมือดีแค่ไหนคิดการณ์ไกลแค่ไหน แต่ถ้าเป็นรองดาร์คลอร์ดล่ะก็ต้องยอมจำนนและทำตามคำสั่งอย่างไม่มีเงื่อนไข

    ทีนี้พอแม่ทัพใหญ่ถูกผนึกและหมดบทบาท พวกลูกน้องบางตัวก็อยากเป็นอิสระเลยแยกไปตั้งตัวและตีเมืองเองทำนองนั้น
    ศึกกับปีศาจจึงยังมีอยู่บ้างเป็นระยะๆ แต่จำนวนจะไม่มากและหนักเท่าสมัยก่อนหน้านี้อีกแล้วครับ มันออกไปในทางกลุ่มย่อยแต่หลากหลายเสียมากกว่า

    ตามหัวระแหงชานเมือง รวมถึงบางจุดในป่าลึกช่วงเมืองชั้นใน ก็ยังคงมีพวกมอสเตอร์ สัตว์อสูรและปีศาจซ่อนอยู่เป็นระยะๆครับ
    ความร้ายแรงกับการต่อสู้จะไม่ค่อยมีแบบแผนและร้ายกาจเหมือนช่วงที่ดาร์ คลอร์ดบงการอยู่ แต่เวลามันก่อเรื่องที่ก็มักไม่เลือกหน้า ประมาณคลั่งไม่สนใจอะไรแล้ว ราวๆนั้นครับ

    แล้วเวลาผ่านมาความสงบก็มากขึ้นเรื่อยๆ แทบไม่มีเหตุการณ์ภารกิจอะไรเท่าไหร่ นานๆครั้งหรือแถวหัวเมืองชั้นนอกโน่นล่ะครับถึงจะมีภารกิจให้ทำ

    สำหรับคาร์ลแล้วก็ถือว่าทันรู้ความในยุคร้ายและก็ได้สัมผัสผลพวงนั้นมาด้วย แล้วก็เติบโตมาในยุคที่นักบวชแทบทุกคนต้องเคยผ่านสนามรบ อย่างน้อยก็แนวหลังที่คอยรักษาคนเจ็บที่ถูกหามมาส่ง หรืออย่างมากก็ออกแนวหน้าร่วมอัศวินและนักดาบ ช่วงที่คาร์ลยกระดับเป็นนักบวชใหม่ๆก็ถูกผลักดันไปสนามรบแนวหลังช่วยรักษา คนเจ็บเป็นระยะๆครับ บางครั้งแนวหน้าขาดแกก็จะถูกขอให้ช่วย เพราะควบคุมเวทแสงเก่ง แล้วก็เอาตัวรอดได้ดี ทำให้ไปได้ทั้งแนวรุก รับ และสนับสนุน

    ต่อมาพอโตขึ้นประเทศสงบลง จากเน้นการรบก็เปลี่ยนมาเป็นวิชาการแทน ซึ่งนักบวชส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยมีปัญหาเพราะเป็นอาชีพที่ต้องใช้สมองนำอยู่แล้ว หลายๆคนเลยเปลี่ยนหน้างานไปเยอะครับจากที่เป็นหนึ่งในกำลังรบก็ผันมาเป็น ครูบ้าง เป็นนักบวชประจำโบสถ์หรือหมอประจำค่ายทหารบ้าง

    คาร์ลเองก็เป็นครูคนหนึ่งเหมือนกัน รูปรอยไม่ต่างกับมิลล่าเท่าไหร่นัก จะอิงมิลล่ามาเลยก็ได้ครับ
    คือยามสงบ(ซึ่งส่วนใหญ่แทบทั้งปีก็จะเป็นเช่นนี้) ก็มานั่งสอนนักเรียนเยาวชนนักบวช ไม่ก็นั่งวิจัยอยู่คนเดียวในห้องทำงาน
    แต่ ถ้ามีเหตุศัตรูปีศาจบุกที่หัวเมืองและต้องการกำลังสนับสนุน หรือมีภารกิจที่ต้องการความสำเร็จแต่ใช้จำนวนผู้ปฎิบัติงานน้อย คาร์ลก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่กองทัพมันจะร้องขอให้ไปช่วย

    ทำนองนี้ล่ะครับ
    #131
    0
  2. วันที่ 5 ตุลาคม 2552 / 17:32
    มาพูดถึงเรื่อง คาร์ลออส กันบ้างนะครับคุณพ่อบ้านหนี้ท่วม

    ตามประวัติที่ผมปรับแล้ว คาร์ลจะอายุที่ 27 ปี
    ซึ่งถ้าย้อนไป 20 ปีก่อนหน้านี้สมัยยุคภาคการลงทัณฑ์กลาสต์เฮลม์แล้ว ก็เท่ากับว่าตอนนั้นคาร์ลจะอายุได้ 7 ขวบครับ ก็ถือว่าอยู่ในวัยเด็กที่กำลังรู้ความและจดจำเลยทีเดียว

    ก็ถือว่าเป็นตัวละครที่ลงตัวกับจังหวะนิยายมากครับ ถ้าจะอ้างอิงว่าเกิดอะไรขึ้นล่ะก็อ้างอิงได้ตั้งแต่ภาคลงทัณฑ์กลาส์เฮลม์ไปจนถึงภาคตำนานผู้สืบทอด (the legend of descenant) ได้เลย

    ถ้าตามที่กำหนดมาคาร์ลอยู่ในตระกูลนักบวชล่ะก็...
    ในยุคลงทัณฑ์จะถือว่าเป็นอาชีพที่เสี่ยงไม่แพ้กับอาชีพทหารนักดาบเลย
    โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักบวชที่ชำนาญระดับพรีสต์ซึ่งแทบทุกคนต้องได้เข้าสนามรบกันหมดครับ ซึ่งตระกูลอิกนาซีของคาร์ลก็ไม่น่าพลาดงานพวกนี้เช่นกัน พ่อ แม ่ลุง ป้า น้า อา ปู่ ย่า ถ้ามีครบล่ะก็เกือบทั้งหมดได้ไปสนามรบกันแน่ครับ

    นักบวชในยุคนั้นจะถูกใช้งานภาคสนามบ่อยโดยเฉพาะเรื่องการเป็นหน่วยรักษาและหน่วยสนับสนุน
    ซึ่งเหตุการณ์ที่นักบวชไปภารกิจกันมากที่สุดก็ตอนที่บุกกลาสต์เฮลม์ครับ นักบวช 3/4 ของทั้งหมดถูกเกณฑ์ไปหมดครับ เหลือบ้างพอสมควรประจำพรอนเทร่า

    ตามโปรไฟล์ที่ส่งมานั้นคุณพ่อบ้านหนี้ท่วมกำหนดว่าครอบครัวเสียไปเพราะภารกิจปราบปีศาจ ถ้าสมมติให้เสียไปตอนที่คาร์ลอายุไม่เกิน 7 ขวบก็สามารถอ้างอิงได้ทุกรูปแบบครับ ตั้งศึกเล็กที่อาจกำหนดขึ้นมาไปจนถึงศึกใหญ่ตามเนื้อเรื่องหลักก็ได้ทั้งนั้น
    #130
    0
  3. วันที่ 19 สิงหาคม 2552 / 02:47
    โอเค... ปกติล่ะ ต่อๆ

    แต่ก็อย่างที่บอกน่ะครับโคโมโดน่ะเก่งการฑูต หน้าฉากนี่เหมือนไม่มีอะไร แต่ลึกๆแล้วแอบสนับสนุนพรอนเทร่าอยู่ (ซึ่งก็สนิทชิดเชื้อแล้วก็ช่วยเหลือกันมาตั้งแต่สมัยอิมิคแล้ว แต่ไม่เปิดเผยเท่านั้นเอง)
    แผนการปฎิวัติรัฐประหารล้มล้างรัฐบาลกาซิมนี่โคโมโดก็มีส่วนอยู่ไม่น้อย ทั้งเรื่องการแอบสนับสนุนกองกำลังลับของมอร็อค รวมถึงการสืบข่าวแล้วส่งข้อมูลไปยังชไนเดอร์และอเลนในฝ่ายการวางแผน


    ต่อกันที่ประเด็นของลูเซียกัน
    อย่างที่รู้กันนี่ลูเซียเคยไปเรียนวิชาเวทที่เกฟเฟน ซึ่งก็ทำให้สนิทกับหลายๆคนที่นั่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเซรอสแล้วก็อเลน ในฐานะที่เป็นลูกของเจ้าเมือง และคนที่ถูกเจ้าเมืองสนับสนุนอย่างเต็มที่เหมือนกัน
    และการที่สนิทกับเซรอสก็เลยทำให้คุ้นเคยกับมิลาโน่ไปอีกคน แต่กับลีฟนั่นก็เป็นเพื่อนธรรมดาไม่ได้สนิทมากครับ ส่วนหนึ่งก็ต้องบอกว่าลีฟเองก็วางตัวห่างๆด้วย เพราะที่จริงแล้วลีฟสำเนียกตัวเองดีว่าเป็นคนธรรมดาไม่ได้มีชาติตระกูลที่สูงศักดิ์เลยพยายามไม่ตีซี้ให้เป็นคำครหาจากคนอื่น

    โดยรวมแล้วก็สนิทกับฉันท์เพื่อนครับ พอเรียนจบก็กลับประเทศไป มีบ้างที่แวะเวียนมาเยี่ยมเยียน แต่ก็เป็นในฐานะเจ้าหญิงของโคโมโดไป

    จนเมื่อคู่หมั้นกลายเป็นเจ้าชายนิทราไปนี่ล่ะครับที่เธอได้สนิทกับอเลนแล้วก็ไปมาที่เมืองจูโน่บ่อยมากขึ้น
    ทั้งไปด้วยงาน ไปด้วยการประชุมวิชาการ รวมถึงไปเพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับตัวยาใหม่ๆที่จะทำให้ไคโตะฟื้นกลับมาอีกครั้ง

    ส่วนที่สงสัยว่าบทบาทของเธอในช่วง Part2 เป็นยังไงบ้างนี่
    ส่วนใหญ่จะอยู่เบื้องหลังเสียมากกว่าครับ บางส่วนก็ไม่เกี่ยวเลย อย่างตอนที่สงครามกิลด์วอร์ในมอร็อคนี่ก็เป็นเรื่องของพ่อเธอที่เป็นคนสนับสนุน โดยเธอไม่รู้อะไรมากนัก
    แต่เธอก็จะมีบทบาทมากในตอนที่ไปหาสมุนไพรที่ดินแดนอิกดราซิลครับ ส่วนในเรื่องศึกกับโอซิริสนี่ยังไม่แน่ไม่นอนครับ อาจมีการปรับเปลี่ยนได้ในภายหลัง ไม่แน่ว่าเธออาจยกกำลังสนับสนุนมาช่วยอีกแรงหนึ่งก็ได้

    สำหรับแฟนฟิคนี่ลุยได้ตามอิสระเลยครับ โยงเรื่องได้ตามต้องการเลยครับ เพราะถือเป็นส่วนแยกที่ไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องหลักอยู่แล้ว
    เพียงแต่ว่าบางช่วงใดที่เห็นว่าน่าสนใจล่ะก็ ผมอาจหยิบไปลงใช้ในเนื้อเรื่องหลักน่ะครับ
    #129
    0
  4. วันที่ 19 สิงหาคม 2552 / 02:46
    อ่า... เกิดอะไรขึ้น... โพสได้ติดกันเป็นพรืด...
    ไหนเอาใหม่

    หวัดดีบอล ไม่ได้เจอกันพักใหญ่ ยังสบายดีอยู่น่อ

    เนื้อเรื่องของอิมิคก็อยู่ในช่วงรื้อฟื้นความหลังครับ ในจุดนี้อาจลากยาวสักนิด แต่ก็เป็นการเผยปมที่เคยผูกไว้ใน Side Story หลายๆตอนที่กล่าวไว้แล้วครับ
    อาทิเช่นการตายของมิโด้ กับสกาเล็ต เพื่อนในวัยเด็กที่อิมิครัก ในศึกที่กองพันเยาวชนถูกลอบโจมตี จนมีคนตายจำนวนมาก อันเป็นหนึ่งในประวัติศาสตร์อันอดสูของกองทัพ
    ที่มาของคำคมจงอย่ากลัวตายและอย่ายอมตาย ต้นเหตุที่อิมิคไม่คิดมีครอบครัวตราบที่ยังเป็นทหาร การพบกับเฟรย่า(ตัวละครที่โผล่มาใน Side โดโนแวนกับชไนเดอร์)

    ก็จะลากยาวนิดหน่อย แต่จะเร่งรวบรัดครับ
    ซึ่งพออิมิคฟื้นมาปุ๊บ จากนี้ก็ลุยยาวบู๊ทีเดียวจบภาคได้เลย


    เอาล่ะมาพูดถึงประเด็นของโคโมโดกันบ้าง

    โคโมโดนี่ถือเป็นประเทศท่องเที่ยวประเทศหนึ่งครับ ซึ่งก็เริ่มมีสัมพันธไมตรีกับพรอนเทร่าสมัยอิมิค หลังจากที่ปราบดาร์คลอร์ดเสร็จหมาดๆครับ
    ตอนนั้นคิงเด็นส่งอิมิคกับกองเรือไปผูกมิตรซึ่งก็ถือโอกาสให้ไปพักผ่อนไปในตัวเลย โดยการไปของกองเรืองพรอนเทร่านอกจากผูกมิตรแล้วก็มีการแลกเปลี่ยนนักเรียน เผยแพร่ศาสนา แล้วก็ส่งเสริมเรื่องการฝึกวิชานักดาบด้วย
    เพราะความเป็นประเทศเล็กๆ กำลังทหารส่วนใหญ่จึงเป็นทหารรับจ้างครับ จะมีของตัวเองก็แนวสนับสนุนเสียมากกว่า(บาร์ดกับแดนเซอร์) จนเมื่อผูกมิตรกับพรอนเทร่าจึงมีการฝึกยกระดับทหารราบให้ดีขึ้น กลายเป็นกองกำลังปกป้องประเทศได้ในที่สุด

    การที่โคโมโดไม่เน้นกำลังทหารก็เพราะส่วนหนึ่งเป็นประเทศเล็กครับ ประชากรไม่มากเท่าไหร่ กำลังทหารเลยมีขีดจำกัด ก็เลยเน้นไปที่การพัฒนาตัวบุคคลกับการจ้างคนเก่งมาทำงานแทน
    นอกจากนี้ภูมิทำเลของประเทศก็เอื้อด้วยล่ะครับซีกหนึ่งเป็นภูเขาใหญ่ ซีกหนึ่งก็ทะเลทราย ด้านหน้าก็ผืนทะเล ด้านหลังก็ป่าทึบและเทือกเขา
    ถึงจะเป็นทางผ่านไปนิปเบิ้ลเฮลม์ได้ แต่ก็เป็นซอกเขาแคบๆที่เดินทัพไม่ได้ อีกทั้งพรอนเทร่าก็ส่งนักบวชไปกางเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ดักไว้ด้วย เลยทำให้แนวหลังก็เป็นพื้นที่ปลอดภัยไปด้วย
    ด้วยเหตุนี้กำลังทหารจึงมีไว้เพียงแค่ป้องกันภายในก็พอครับ

    พอเวลาผ่านมาจนถึงยุคของมิยูกิ โคโมโดที่เริ่มอยู่ตัวในการสร้างกองกำลังปกป้องประเทศได้แล้วก็หันมาสนใจเรื่องการพัฒนากองเรือแทน และก็ทำได้ดีเสียด้วย
    แม้ว่ากำลังรบทางทะเลจะมีไม่มากเท่าอัลเบอร์ต้าหรือกองเรืออิซรูด แต่ทัพเรือของโคโมโดก็ถือว่าชำนาญในเรื่องยุทธการ และมีเทคโนโลยีการผลิตเรือที่แข็งแรง คล่องตัว มีปืนใหญ่โจมตีที่รุนแรงไม่แพ้ใครครับ และในช่วง Part3 สงครามสุดท้าย กองเรือโคโมโดก็เป็นหนึ่งในกำลังรบทางทะเลที่สำคัญที่ไปสนับสนุนการศึกที่กลาสต์เฮลม์ด้วย

    ในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนั้นต้องบอกว่าโคโมโดเก่งเรื่องการฑูตมากครับ โดยใช้ประโยชน์เรื่องเมืองท่องเที่ยวและเมืองพักผ่อนทำให้สามารถเป็นมิตรได้กับทุกประเทศ
    และการที่เป็นเมืองท่าสำคัญเมืองหนึ่งที่ชนชั้นสูงชอบแวะมาเที่ยว รวมถึงราชนิกูลของมอร็อค ก็ทำให้เมืองนี้ถูกยกเป็นเมืองกลางๆเมืองหนึ่ง ไม่ถูกโยงเกี่ยวกับเมืองกับประเทศใดๆ

    ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะโคโมโดไม่มีกำลังทหารที่หนักแน่นแบบพรอนเทร่าด้วยล่ะครับ เลยทำให้ถูกมองว่าไม่มีอันตรายและไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับใคร
    โดยเผินๆแล้วมอร็อคซึ่งเป็นประเทศที่ใกล้ที่สุดเหมือนจะเป็นมิตร แต่กระนั้นก็บีบกันในเรื่องธุรกิจหลายๆเรื่องน่ะครับอย่างพวกภาษี การนำเข้าส่งออก ที่ค่อนข้างเอาเปรียบโคโมโดอยู่มาก

    ความที่เป็นประเทศสันติและไม่มีกำลังรบพอจึงทำให้โคโมโดไม่ออกอาการร้อนหนาวใดๆ แต่ลึกๆแล้วไม่พอใจอยู่เหมือนกัน
    #128
    0
  5. วันที่ 19 สิงหาคม 2552 / 02:44
    หวัดดีบอล ไม่ได้เจอกันพักใหญ่ ยังสบายดีอยู่น่อ

    เนื้อเรื่องของอิมิคก็อยู่ในช่วงรื้อฟื้นความหลังครับ ในจุดนี้อาจลากยาวสักนิด แต่ก็เป็นการเผยปมที่เคยผูกไว้ใน Side Story หลายๆตอนที่กล่าวไว้แล้วครับ
    อาทิเช่นการตายของมิโด้ กับสกาเล็ต เพื่อนในวัยเด็กที่อิมิครัก ในศึกที่กองพันเยาวชนถูกลอบโจมตี จนมีคนตายจำนวนมาก อันเป็นหนึ่งในประวัติศาสตร์อันอดสูของกองทัพ
    ที่มาของคำคมจงอย่ากลัวตายและอย่ายอมตาย ต้นเหตุที่อิมิคไม่คิดมีครอบครัวตราบที่ยังเป็นทหาร การพบกับเฟรย่า(ตัวละครที่โผล่มาใน Side โดโนแวนกับชไนเดอร์)

    ก็จะลากยาวนิดหน่อย แต่จะเร่งรวบรัดครับ
    ซึ่งพออิมิคฟื้นมาปุ๊บ จากนี้ก็ลุยยาวบู๊ทีเดียวจบภาคได้เลย


    เอาล่ะมาพูดถึงประเด็นของโคโมโดกันบ้าง

    โคโมโดนี่ถือเป็นประเทศท่องเที่ยวประเทศหนึ่งครับ ซึ่งก็เริ่มมีสัมพันธไมตรีกับพรอนเทร่าสมัยอิมิค หลังจากที่ปราบดาร์คลอร์ดเสร็จหมาดๆครับ
    ตอนนั้นคิงเด็นส่งอิมิคกับกองเรือไปผูกมิตรซึ่งก็ถือโอกาสให้ไปพักผ่อนไปในตัวเลย โดยการไปของกองเรืองพรอนเทร่านอกจากผูกมิตรแล้วก็มีการแลกเปลี่ยนนักเรียน เผยแพร่ศาสนา แล้วก็ส่งเสริมเรื่องการฝึกวิชานักดาบด้วย
    เพราะความเป็นประเทศเล็กๆ กำลังทหารส่วนใหญ่จึงเป็นทหารรับจ้างครับ จะมีของตัวเองก็แนวสนับสนุนเสียมากกว่า(บาร์ดกับแดนเซอร์) จนเมื่อผูกมิตรกับพรอนเทร่าจึงมีการฝึกยกระดับทหารราบให้ดีขึ้น กลายเป็นกองกำลังปกป้องประเทศได้ในที่สุด

    การที่โคโมโดไม่เน้นกำลังทหารก็เพราะส่วนหนึ่งเป็นประเทศเล็กครับ ประชากรไม่มากเท่าไหร่ กำลังทหารเลยมีขีดจำกัด ก็เลยเน้นไปที่การพัฒนาตัวบุคคลกับการจ้างคนเก่งมาทำงานแทน
    นอกจากนี้ภูมิทำเลของประเทศก็เอื้อด้วยล่ะครับซีกหนึ่งเป็นภูเขาใหญ่ ซีกหนึ่งก็ทะเลทราย ด้านหน้าก็ผืนทะเล ด้านหลังก็ป่าทึบและเทือกเขา
    ถึงจะเป็นทางผ่านไปนิปเบิ้ลเฮลม์ได้ แต่ก็เป็นซอกเขาแคบๆที่เดินทัพไม่ได้ อีกทั้งพรอนเทร่าก็ส่งนักบวชไปกางเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ดักไว้ด้วย เลยทำให้แนวหลังก็เป็นพื้นที่ปลอดภัยไปด้วย
    ด้วยเหตุนี้กำลังทหารจึงมีไว้เพียงแค่ป้องกันภายในก็พอครับ

    พอเวลาผ่านมาจนถึงยุคของมิยูกิ โคโมโดที่เริ่มอยู่ตัวในการสร้างกองกำลังปกป้องประเทศได้แล้วก็หันมาสนใจเรื่องการพัฒนากองเรือแทน และก็ทำได้ดีเสียด้วย
    แม้ว่ากำลังรบทางทะเลจะมีไม่มากเท่าอัลเบอร์ต้าหรือกองเรืออิซรูด แต่ทัพเรือของโคโมโดก็ถือว่าชำนาญในเรื่องยุทธการ และมีเทคโนโลยีการผลิตเรือที่แข็งแรง คล่องตัว มีปืนใหญ่โจมตีที่รุนแรงไม่แพ้ใครครับ และในช่วง Part3 สงครามสุดท้าย กองเรือโคโมโดก็เป็นหนึ่งในกำลังรบทางทะเลที่สำคัญที่ไปสนับสนุนการศึกที่กลาสต์เฮลม์ด้วย

    ในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนั้นต้องบอกว่าโคโมโดเก่งเรื่องการฑูตมากครับ โดยใช้ประโยชน์เรื่องเมืองท่องเที่ยวและเมืองพักผ่อนทำให้สามารถเป็นมิตรได้กับทุกประเทศ
    และการที่เป็นเมืองท่าสำคัญเมืองหนึ่งที่ชนชั้นสูงชอบแวะมาเที่ยว รวมถึงราชนิกูลของมอร็อค ก็ทำให้เมืองนี้ถูกยกเป็นเมืองกลางๆเมืองหนึ่ง ไม่ถูกโยงเกี่ยวกับเมืองกับประเทศใดๆ

    ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะโคโมโดไม่มีกำลังทหารที่หนักแน่นแบบพรอนเทร่าด้วยล่ะครับ เลยทำให้ถูกมองว่าไม่มีอันตรายและไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับใคร
    โดยเผินๆแล้วมอร็อคซึ่งเป็นประเทศที่ใกล้ที่สุดเหมือนจะเป็นมิตร แต่กระนั้นก็บีบกันในเรื่องธุรกิจหลายๆเรื่องน่ะครับอย่างพวกภาษี การนำเข้าส่งออก ที่ค่อนข้างเอาเปรียบโคโมโดอยู่มาก

    ก็อย่างว่าน่ะครับ ความที่เป็นประเทศสันติและไม่มีกำลังรบพอจึงทำให้โคโมโดไม่ออกอาการร้อนหนาวใดๆ แต่ลึกๆแล้วไม่พอใจอยู่เหมือนกัน
    #127
    0
  6. วันที่ 18 สิงหาคม 2552 / 22:11
    ไม่ได้พบกันนานเลยนะครับพี่กวี ช่วงนี้ลินเอจลดเวลาเล่นบ้างแล้วครับเพราะรู้แล้วว่าเวลาไหนมีคนรู้จักเล่นบ้าง
    พอดีเล่นพระต้องแชร์สถานเดียว ทำให้มีเวลาแต่งนิยายบ้างล่ะครับ

    เนื้อเรื่องในมอรอค น่าสนใจมากเลยครับพี่กวี ไม่ได้เข้ามาอ่านซะตั้งนานเลยครับ

    เนื้อเรื่องส่วนของอิมิคอยากให้เริ่มศึกตัดสินกับกลาสเฮมไวๆจัง

    อยากรู้เรื่องความสัมพันธ์ของโคโมโดกับพรอนเทร่าบ้างครับ แล้วอยากรู้ว่ามีความตึงเครียดกับมอรอคขนาดไหนด้วยครับ รวมถึงรูปแบบของทหารในประเทศนี้ด้วยครับ

    อยากทราบบทบาทของลูเซียตั้งแต่โคโมโดไปจนถึงศึกกับโอซีริสด้วยนะครับ แล้วก็ความสัมพันธ์กับตัวละครหลักๆอย่างมิยูกิด้วยครับ

    พอดีว่าผมคิดเนื้อเรื่องในแฟนฟิคไว้ว่าจะให้เธอเคยพบกับมิยูกิมาก่อน เพราะเคยเดินทางไปอามัตสึครั้งนึงเนื่องจากไคโตะคู่หมั้นของเธอตัดสินใจว่าจะพาไปรู้จักกับผู้ใหญ่ทางบ้าน แล้วคุยเรื่องการหมั้นหมายและการแต่งงานในอนาคตด้วยครับ

    ส่วนเรื่องที่เคยไปกิฟเฟ่นในอดีต อยากรู้ว่าเธอจะรู้จักกับอเลน ลีฟ เซรอสและมิลาโน่แค่ไหนครับ
    #126
    0
  7. วันที่ 8 สิงหาคม 2552 / 11:55
    ต่อๆ

    จนถึงช่วงหลังๆมาซึ่งมีการนองเลือดมากขึ้น ทั้งทหารและประชาชน เขาก็เริ่มเหลืออด แล้วคิดแผนการรัฐประหารขึ้น
    ซึ่งก็จะกลายเป็นสงครามกิลด์วอร์ใน part2 ครับ โดยได้รับความร่วมมือลับๆจากทางพรอนเท่รา

    ซึ่ง ในส่วนนี้ต้องบอกว่าประชาชนก็เหลืออดแล้วครับ แต่ไม่กล้าลุกฮือ โคชินรู้ดีเลยเป็นฝ่ายลุกเองในรูปแบบปฎิบัติการลอบสังหารผู้นำในคืนเดียวจบ (แต่นิยายคงลากเป็นสิบตอนได้ล่ะมั้งฉากแบบนี้)

    แล้วหลังจากทำสำเร็จ ก็ได้ขึ้นปกครองแทน เปลี่ยนคณะสภา ประชาชนก็กลับมาสบายใจอีกครั้ง สังคมกลับมาครึกครื้นตามเดิม แล้วลดความตึงเครียดลง กลับมาสานสัมพันธ์กับมิตรประเทศตามเดิม (ซึ่งก็ทำให้ดาร์คลอร์ดเสียแผนไปไม่น้อย เพราะได้วางแผนหมายจะให้พรอนเทร่าตีศึกกับมอร็อคตายไปข้าง)


    ในช่วงศึกมอร็อคนั้น
    ตัว ละครจะแบ่งเป็น2แบบนะครับที่ผมวางไว้ แบบแรกคือพวกที่อยู่ในกองทัพ อันนี้จะค่อนข้างผูกมัด หรือพูดอีกอย่างว่าเป็นพวกอยู่เบื้องหน้า บทที่จะได้รับส่วนใหญ่เป็นการต่อสู้ไม่แบบสงครามก็แบบตัวต่อตัวตอนคืนรัฐ ประหาร

    อีกส่วนคือพวกอยู่เบื้องหลังไม่ผูกติดกับกองทัพ แต่ก็มีส่วนนะครับ คือได้รับภารกิจเบื้องหลัง ซึ่งตอนนั้นทั้งเฮอเมสกับอลิเซียที่มาอยู่ร่วมสมาคมเดียวกันแล้ว ก็ได้ภารกิจไปสังหารนักบวชที่โบสถ์ในมอร็อค ซึ่งก็ได้ต่อสู้กับพวกซิดัสกับโครโน่... แล้วก็แพ้ในที่สุดครับ ซึ่งก็ตรงกับจังหวะที่กาซิมถูกฆ่าด้วย ซิดัสเลยบอกให้ปลดแอกซะ แล้วไม่ต้องทำงานแบบนี้อีก

    ก็อะไรประมาณนี้ล่ะครับ
    #125
    0
  8. วันที่ 8 สิงหาคม 2552 / 11:54
    มาต่อในยุค 2 ครับ

    อันนี้คือยุคใกล้การเปลี่ยนถ่ายล่ะ ก็ยุคย้อนกลับไปจากภาคหลัก 5 ปี
    อลิเซียก็ราวๆ 12-13

    ตอนนี้อัสลัม(55)ป่วยหนักใกล้ตาย กาซิม(33)ใกล้ขึ้นครองราชย์แทน โคชินก็ยังไม่มีความเห็นใดๆ (36)
    ถึงตอนนั้นเฮอเมส(25)ก็ก้าวขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของวงการไปแล้ว อลิเซียก็ได้ยินข่าวลือ แล้วสนใจมาก

    นิสัยของเฮอเมสก็เป็นคนค่อนข้างเงียบ แต่ลึกๆแล้วเป็นคนใจดีมากคนหนึ่งเลย โดยเฉพาะกับเด็กที่เคว้งคว้าง เพราะครั้งหนึ่งเธอเคยอยู่ในสภาพนั้นเลยไม่อยากให้มีใครเป็นแบบเธอ เบื้องหน้าเธอเปิดร้านเพชรบังไว้ แต่จริงๆไว้เป็นที่รับงานนักฆ่า เธอมีบ้านขนาดย่อมอยู่หลังหนึ่ง ซึ่งก็รับเลี้ยงเด็กที่ไม่มีพ่อแม่ไว้ บางคนก็โตมาทำงานค้าขายไป บางคนก็อยากเป็นแบบเธอ เธอก็ไม่ว่าอะไร เพราะค่อนข้างแยกเรื่องส่วนตัวกับงานออก บางครัง้ก็ไปฆ่าคนได้แบบไม่คิดอะไรด้วยซ้ำ (ซึ่งจุดนี้จะได้มากลับตัวเลิกรับงานฆ่าคนถาวร ตอนได้สู้กับซิดัสนใน part2 ช่วงเวลาก่อนการปฎิวัติมอร็อค) (หลังจากเลิกงานนักฆ่าแล้วอลิเซียก็ตัดสินใจเดินตามรอบเท้าอยู่ดี แล้วก็จะมาช่วยสู้ปกป้องพรอนเทร่าด้วยกันใน part3)


    เวลาก็ผ่านไปมาถึงยุคปัจจุบันกาซิมขึ้นปกครองแทน (33) การปกครองเดิมๆก็ยังคงเดิมคือมีระบบสภาที่กษัติรย์มีอำนาจเด็ดขาด ซึ่งก็กลายเป็นเผด็จการเต็มขั้นมากขึ้นไปอีกหลังกาซิมขึ้นปกครอง ภาษีก็ขูดรีดมากขึ้น แก๊งค์นักฆ่าส่วนใหญ่ก็ถูกผนวกรวบกับกองทัพ จำกัดสิทธิ์ ทำให้กองทัพมอร็อคใหญ่โตขึ้นมาก ทรงอำนาจขึนมาก แล้วก็มีคนเกรงกลัวขึ้นมาก ในทางกลับกันศํตรูก็มากขึ้นด้วย

    แต่ก็อย่างว่าอำนาจเบ็ดเสร็จอยู่ในมือเขา รวมถึงอำนาจการสั่งฆ่าด้วยไม่ว่าฆ่าประจาน หรือส่งนักฆ่าไปสังหาร ประชาชนค่อนข้างกลัวมาก แต่ถ้าอยากอยู่ต่อก็ต้องจำยอมไป

    กาซิมเป็นคนที่ทะเยอะทะยานมาก พอได้รับตำแหน่งก็ทำให้กองทัพขยายตัวขึ้นเยอะ แล้วก็ทำให้ทหารกลัวแล้วยอมทำงานด้วยสิ จังหวะนั้นดาร์คลอร์ดก็ได้แอบส่งตัวแทนมายุให้เปิดศึกกับพรอนเทร่า ซึ่งก็ด้วยเลือดทะเยอทะยานอีกนั่นล่ะ ที่ทำให้เขาสนใจมากแล้วอยากยึดครอบมิดการ์ดตอนบนด้วย

    แต่แรกสุดต้องลองวิธีละมุนละม่อมก่อน โดยการร่วมมือกับวิเอรี่ ในการลอบส่งนักฆ่าไปสังหารคิงเด็นนั่นเอง

    โคชินที่เป็นทหารรับใช้คนสนิทของราชาคนเดิมก็ไม่พอใจกับเรื่องอำนาจในทางที่ผิด แล้วก็รวมไปถึงเรื่องอิทธิพลเถื่อนด้วย แต่ก็รู้สถานะวิจารณ์แต่พอควร ไม่กล้าเสนอมาก ไม่อย่างนั้นแม้แต่ตำแหน่งที่ปรึกษาก็อาจเสียมันไปได้ง่ายๆ ซึ่งทำให้จบเลย
    #124
    0
  9. วันที่ 8 สิงหาคม 2552 / 11:28
    เอาล่ะครับ มาว่ากันเลย

    พูดถึงมอร็อคนี่ สำหรับ part2 ถือว่าเป็นอีกฉากที่สำคัญแล้วมีการวางโครงที่ต้องแน่นระดับหนึ่งเลยทีเดียว
    ถ้าพูดถึงตัวละครหลักๆในมอร็อคล่ะก็ ยุคแรกที่ว่าจะกล่าวถึงใน Side ก็จะมีอยู่ 3-4 ตัว

    ตั้งใจว่าย้อนยุคสุดที่กล่าวถึงคือราวๆ 15 ปีก่อนหน้านี้ ซึ่งก็คือหลังจากจบศึกที่กลาสต์เฮลม์มา 5 ปี
    ตอนนั้นซิดัส อเล็กซ์ และเรย์ ได้ไปที่มอร็อคซึ่งยังคงเป็นมิตรกันอยู่ ซฺดัสไปเดินงานเรื่องการสร้างโบสถ์ ส่วนอเล็กซ์ไปศึกษางานเตรียมกลับมาคุมสายอาชีพครูเซด โดยตอนนั้นราชาของมอร็อคยังเป็น ฮัสลัม (พ่อของกาซิม) ซึ่งก็เป็นคนดีคนหนึ่ง มีทหารคนสนิทที่ไว้ใจได้ชื่อ โคชินอยู่

    จุดนี้เพิ่มเติมพิเศษที่จะลงใน Side คือซิดัสไปเห็นผู้หญิงหัวขโมยคนหนึ่ง (อายุราวๆ15) ก็ไปช่วยและสั่งสอน แล้วเธอก็ยอมบอกว่าชื่อ เฮอเมส ซึ่งต่อมากลายเป็นนักฆ่าหญิงที่เก่งที่สุดในมอร็อค เธอดิ้นรนเพื่ออยู่รอด จนในที่สุดเลยใช้ความสามารถและพรสวรรค์ที่ตนมีก้าวไปสู่วงการนักฆ่า


    ตรงจุดนี้ผมเลยร่างเกี่ยวกับอาชีพนักฆ่าใหม่
    ที่จริงแล้วอาชีพนี้ก็คือพวกนักคุ้มกัน นักทำภารกิจพิเศษเช่นตามหาคน หาสิ่งของ สะกดรอย และอื่นๆครับ เพียงแต่ว่าส่วนใหญ่ลักษระงานที่ได้รับค่อนข้างเสี่ยง แล้วบ่อยครั้งต้องปะทะกันแล้วฆ่ากันเกิดขึ้น อาชีพนี้ก็เลยถูกเรียกว่านักฆ่าไป
    ซึ่งก็ค่อนข้างเป็นลักษณะงานรับจ้าง เลยทำให้มีเป็นกลุ่มแก๊งค์นักฆ่าเป็นเหมือนบริษัทต่างๆขึ้นมามาก แต่ทั้งหมดนี้ก็ขึ้นตรงกับรัฐบาลมอร็อคน่ะครับ ถ้าถึงเวลารบจริงก็จะถูกเรียกมาทำงานให้กองทัพกันหมด บางส่วนก็อาจได้รับเกียรติถูกจ้างแบบทหารรับจ้าง

    สำหรับมอร็อคแล้วนักฆ่ากับเหมือนนักดาบที่พรอนเทร่าครับ คือเป็นสายอาชีพเฉพาะของประเทศนั้นไปเลย ซึี่งก็ถูกฝึกมาให้ชำนาญการศึก โดยเฉพาะกลางทะเลทราย
    แต่ถ้าถามว่าที่มอร็อคมีอาชีพนักดาบไหม คำตอบก็คือมีครับ เพียงแต่ไม่ได้รับความนิยมเท่าไหร หรือไม่ใช่อาชีพที่ก้าวหน้านัก เปรียบได้ก็เหมือนกับที่เกฟเฟนมีนักดาบไม่มาก แถมยังถูกเอาไปใช้แบบกันชนอีกต่างหาก
    อีกกรณีก็คือแบบที่พรอนเทร่ามีนักธนู พอยิงกันเป็นแต่ไม่เก่งมากครับ เจอพวกพาย่อนก็แพ้ขาดได้เหมือนกัน

    กำลังหลักของมอร็อคจึงเป็นทางนักฆ่าจริงๆล่ะครับ แต่ก็จะมีนักดาบ จอมเวท แล้วก็โร้กยิงธนูประปรายผสมกันไปครับ
    #123
    0
  10. วันที่ 6 สิงหาคม 2552 / 13:45
    คุณพี่ กวี ครับ

    คือผมเกิดอยากจะแต่ง Side Story ของอลิเซีย(ลูกผม)ขึ้นมา แต่พอดีติดอะไรนิดหน่อย

    คือเรื่องของมอร็อค ผมอยากทราบสภาพโดยรวมๆของมอร็อคในช่วงเวลาตอนที่อลิเซียอายุประมาณ 13-14 ปีครับ (ก่อนหน้าเนื้อเรื่องของ TLoD ประมาณ 6-7 ปี) โดยโฟกัสในมุมของประชาชนเป็นหลัก อาจจะมีในส่วนของการปกครองหรือราชสำนักนิดหน่อยก็ดี แล้วก็รายละเอียดโดยรวมของการทหารของมอร็อคด้วยครับ แบบว่ามีกำลังหลักเป็นพวกไหน อาวุธเป็นยังไง เพราะผมคิดว่ามอร็อคคงไม่ได้ใช้ นักฆ่า เป็นกำลังหลักหรอก(ใช่ไหม ก็เกฟเฟน ยังมีทหารแนวหน้าเป็นนักดาบเลย)

    ขอบคุณขอรับ
    #122
    0
  11. วันที่ 1 สิงหาคม 2552 / 07:53
    ได้ๆ หยิบไปใช้ได้เลยครับ

    ทางนี้ก็พึ่งเคลียร์ Side ตอนจบมาหมาดๆล่ะครับ เหนื่อยเอาเรื่องเลย
    เดี๋ยวคืนนี้ถ้าไม่อู้จะเริ่มตรวจแก้แฟนฟิคตอนล่าสุดให้ล่ะครับ
    #121
    0
  12. วันที่ 31 กรกฎาคม 2552 / 22:18
    Hello!! หวัดดีคร้าบ รุ่นพี่กวี ^_^

    อีกสามวัน!! เฝ้ารอมานานที่จะได้กลับ ไทยแลนด์ ตอนนี้ก็รีบเก็บงานเก่า เข้าห้องปืน ทำทุกอย่างให้เรียนร้อยก่อนกลับแหละครับ -_O

    ส่วนทางด้าน ดาบEdge กับ หอกLonginus's spear นั่นถามก่อนครับ จะได้ยึดมาใส่ใน Fanfic ซะเลย '_'

    เหตุผลน่ะ...ก็คือ ดาบสตาร์ ดัสท์ ตอนสุดท้ายที่สู้จะหักครับ จนแม็ทธิวปลดปล่อยพลังของ ดาร์ควาลคีรี่ ออกมาซึ่งอาวุธประจำตัวก็คือ Longinus's spear ซึ่งสร้างมาจากมาน่าเฉพาะของ ดาร์ควาลคีรี่ ซึ่งส่งต่อมาทางสายเลือด แต่หลังจากที่แม็ทธิวยอมเข้าร่วมเพื่อช่วยริกะไว้ ดาร์คลอร์ด ก็เลยให้ ดาบEdge มาเป็นรางวัลเพื่อใช้แทนดาบสตาร์ ดัสท์ O_O

    นี้แหละคร้าบ เหตุผลที่ถามไว้ก่อน เดี๋ยวซ้ำกันกับตัวละครอื่น ^_-

    เดี๋ยวจะเข้ามาดูใหม่นะครับ Bye ^_^
    #120
    0
  13. วันที่ 31 กรกฎาคม 2552 / 09:38
    คร่าวๆโดยรวมไม่มีปัญหานะครับคุณ กาโอ
    แต่ก็มีบางจุดที่อาจต้องปรับแก้สักหน่อย เอ็ดก้าร์นี่เป็นลูกน้องของบาโฟเม็ต ซึ่งก็มีสักฉากที่ตัวละครหลักต้องได้สู้กันอยู่

    ความหลังตัวละครผมอาจเปลี่ยนนะครับ แต่จะคงจุดเด่นเรื่องความสามารถการต่อสู้กับสายอาชีพไว้ให้
    ก็คงไม่มีอะไรเปลี่ยนไปมากเท่าไหร่ยกเว้นจุดที่ว่ามา กับลักษณะงานปัจจุบันนะครับ

    พอดีทางปาย่อนเป็นอะไรที่ผมค่อนข้างให้พิเศษจากเกมพอควร ตัวละครที่เกี่ยวกับเมืองนี้อาจมีปรับกันสักนิดให้เข้ากัน

    ตอนนี้ก็ขอรับโปรไฟล์มาไว้ก่อนละกันนะครับ เดี๋ยวดึกๆจะกลับมาปรับแก้แล้วเอาลงให้


    ปล. ครบ 20 ตัวละครรับสมัครล่ะครับ ผมจะขอปิดรับสมัครชั่วคราวก่อนนะครับ
    ถือว่าเป็นการประเดิมที่ใช้ได้เลยทีเดียว ขอพักสักช่วงไปแต่งภาคหลักเสียหน่อย
    ส่วนหน้านี้ก็จะเปิดไว้เรื่อยๆ ท่านที่มาไม่ทันก็กั๊กตัวละครไว้ก่อนนะครับ แล้วถ้าสงสัยอะไร ก็ถามได้เรื่อยๆครับ แวะเวียนมาตอบเรื่อยๆ
    #119
    0
  14. #118 กาโอ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2552 / 08:51
    1. ชื่อ สกุล - หู่ลี่เหมย



    2. อายุ - 22



    3. เพศและลักษณะหน้าตา - เพศหญิง รูปร่างสูงเพรียว ผิวสีคล้ำ ผมสีแดงรัดยาวถึงเอวมีปอยแผมแหลมออกมาสองเส้น ใบหน้าดูนิ่งสงบ แววตาดุดัน มักชอบห่มหนังเสือเวลาปรากฏตัวให้ใครเห็น



    4. นิสัย - เป็นคนเงียบเวลาสนทนาจะชอบพูดแบบถามคำตอบคำ ไม่ใช่เพราะหยิ่งหรืออะไรเพียงแต่เธอเป็นพวกเข้าสังคมยากเพราะอ่อนประสบการณ์ ยกเว้นเวลาทานข้าวถ้าเป็นของอร่อยปอยผมทั้งสองเส้นจะกระดิกซึ่งบ่งบอกถึงอาการดีใจ เป็นประเภทเชื่อคนง่าย และเป็นคนรักสัตว์ เวลาที่เห็นพวกลูกสัตว์บาดเจ็บเธอก็จะเข้าไปช่วยและปฐมพยาบาลโดยไม่ลังเล





    5. อาชีพ - นักดาบ





    6. ความสามารถเฉพาะตัว - พละกำลังมหาศาลเหนือคนทั่วไป ขนาดสามารถยกหินที่หนักกว่าตัว 5 เท่า แถมประสาทการรับรู้ยังว่องไวโดยเฉพาะเวลาต่อสู้



    เชี่ยวชาญเรื่องการต่อสู้ไม่แพ้มังกรสาวเรย์ โดยเฉพาะหอกเธอยิ่งถนัดมากเป็นพิเศษ ยิ่งถ้าได้สู้บนหลังของเปโก้ฝีมือก็ยิ่งร้ายกาจ





    7. เมืองที่อยู่ - ป่าปายอน



    8. ประวัติและความเป็นมา - เป็นทารกที่ถูกทิ้งบริเวณชายป่าเมืองปายอน และถูกเลี้ยงดูแลฝึกฝนอย่างหนักตั้งแต่เด็กโดยปีศาจเสือสมิงเอ็ดก้า ทำให้ฝีมือร้ายกาจจนถูกขนานนามว่า พยัคฆ์สาวแดนใต้ ด้านฝีมือและประสบการณ์เธออาจด้อยกว่าเรย์ แต่ด้านพละกำลังเธอกินขาด



    ปัจจุบันเธออาศัยอยู่ในป่ากับบรรดาสัตว์ทั้งหลาย โดยเฉพาะหมาป่าแดงที่เธอสนิทมากเป็นพิเศษ มักคอยดักปล้นอาหารกับพวกนักเดินทางและชาวบ้านที่เดินทางผ่านมา
    #118
    0
  15. วันที่ 31 กรกฎาคม 2552 / 01:12
    ฮ่ะๆ จะว่าเหนื่อยก็เหนื่อยเหมือนกัน แต่เหนื่อยแบบนี้ผมชอบแฮะครับ
    ดาบ Edge กับ Longinus ยังไม่มีใช้ในเรื่องครับ
    ส่วนใหญ่อาวุธเทพผมไม่ค่อยได้แตะเท่าไหร่

    แต่ถ้าจะมีใช้จริงๆ ที่วางไว้คร่าวๆก็มีอยู่อันหนึ่งครับ กุงนีร์
    ตั้งใจว่าจะให้เป็นอาวุธชิ้นสุดท้ายที่ฟีโอเร่ในร่างเทพอสูรมิยูกิได้ใช้
    #117
    0
  16. วันที่ 30 กรกฎาคม 2552 / 22:01
    Hello!! หวัดดีคร้าบ รุ่นพี่กวี ^_^

    ดูท่า...งานนี้ รุ่นพี่กวี งานเห็นจะมาหนักเลยนะครับ Fanfic กำเนิดใหม่หลายเรื่องเลย O_O

    แต่ถึงอย่างนั้น...ผมก็ยังอยากอ่านอยู่ดีแหละคร้าบ ^_-

    จะว่าไป ในเรื่องมีตัวละครตัวไหนใช้ดาบ Edge กับหอก Longinus's Spear ไปรึยังครับ จะได้ไม่ไปขัดกับตัวละครตัวอืน...เดี๋ยวปัญหาใหญ่ครับ -_-

    เดี๋ยวจะเข้ามาดูอีกนะคร้าบ Bye -_O
    #116
    0
  17. วันที่ 30 กรกฎาคม 2552 / 10:35
    สวัสดีครับผม

    ถ้าคิดเรื่องได้แล้วลองแต่งแบบคร่าวๆลงมาให้ผมดูก่อนก็ได้นะครับ คุณ lightdarkwolf
    ถ้าไม่แน่ใจว่าจะเริ่มยังไงก็แนะนำว่าลองวางโครงง่ายๆแล้วแต่งดู เอาสักตอนสั้นๆจบในตอนหรือสองตอนก็ได้ครับ กระชับดี
    หรือถ้าเป็นพล็อตเรื่องอยากปรึกษาก็ถามได้นะครับ

    ถ้าเสร็จแล้วยังไงก็ส่งมาที่เมลล์ผมเลยครับ ถ้าปรับแก้แล้วเดี๋ยวผมเอาลง Fanfiction ไว้ให้เลย
    ถ้าเนื้อเรื่องน่าสนใจจริงๆล่ะก็ ไม่แน่ว่าผมอาจใช้ส่วนนั้นแทนโปรไฟล์เลยก็ได้ครับ เหมือนที่ผมหยิบจุดเด่นบางส่วนอย่างเรื่องการใช้ปืนจากตัวละครแม็ทธิวไปใช้

    ถึงจะไม่ได้ใช้ทั้งหมด แต่ก็มีส่วนดีอย่างมากเวลาแต่ง ทำให้จินตนาการง่ายเข้าไปใหญ่เลย

    ก็เรื่อยๆไม่ต้องรีบร้อนก็ได้ แต่งวันละนิดเก็บวันละหน่อย เสร็จแล้วค่อยส่งมา
    ยังไงภาคลงทัณฑ์ก็ยังพึ่งมาได้ 2/5 ของเรื่องอยุ่เลยครับ คงอีกพักใหญ่กว่าจะได้ไปเดินภาคหลักต่อ


    ฮ่าๆภาพแย่งเกรกเหรอครับคุณ พ่อบ้านหนี้ท่วม นึกแล้วท่าทางจะน่ารักดีเหมือนกัน
    บทของคาลออสก็จะประมาณเดียวกับตัวละครอื่นๆที่รับสมัครน่ะครับ จะมีบทหลักอย่างน้อยหนึ่งถึงสองช่วง แล้วก็เป็นบทเสริมอาจใช้เป็นบทเปิดตัว บทส่งท้าย

    แต่สำหรับพวกพรีสต์ของพรอนเทร่านั้นจะมีช่วงหนักๆร่วมกันอยู่สองช่วงครับ
    คือช่วงต้น Part3 ที่ไปช่วยเกฟเฟน ซึ่งบทนี้ตั้งใจว่าจะส่งคาลออสไปเป็นคนนำนักบวชชุดแรกไปกับกองทหารของปาร์ตี้เกรเกอรี่

    แล้วก็ที่หนักที่สุดคือช่วงกลาง Part3 ซึ่งต้องเปิดศึกทั้งกับกลาสต์เฮลม์ และศึกป้องกันพรอนเทร่า ในช่วงนี้จะเป็นช่วงที่นักบวชรวมถึงมองค์จะต้องรับบทหนักด้วยกันทั้งคู่ ไม่ว่าฝ่ายที่ไปบุก หรือฝ่ายที่ป้องกัน

    ในส่วนนี้ก็เซ็ทไว้คร่าวๆเหมือนกันว่าคาลออสต้องไปรับบทนำทัพพรีสต์ที่ใช้เวทแม็กนัสฯเป็น เข้ารุกตรงกับกลุ่มปาร์ตี้หลัก ในการฉะดาร์คลอร์ดครับ

    ถ้าถามว่าออกเยอะไหม โดยรวมก็ถือว่าพอควรล่ะครับ

    ว่าไงบอลท่าทางจะเรียนนักเลยนะช่วงนี้
    ฮ่ะๆ ไอเดียมาพร้อมกันผมก็เคยเป็นครับ ตอนหนึ่งนี่ทั้งนิยาย RO ทั้งเรื่องแวมไพร์มาพร้อมกันเลย จะทิ้งสักเรื่องก็เสียดาย ก็แบบเดียวกันนี่ล่ะครับ เปิด notepad สองเรื่องนี้เลย เรื่องไหนของขึ้นก่อนก็ไปเรื่องนั้น พอเริ่มจืดแล้วไอเดียอีกเรื่องขึ้นก็สลับหน้าไปแต่งอีกเรื่องแทน
    จับปลาสองมือแต่งานเดินไวกว่าที่คิดเยอะเลย ถึงแม้ว่าตอนหลังต้องมาปรับแก้ก็เถอะนะ เพราะอารมณ์ที่บิวด์นั้นเปลี่ยนฉับพลันเกินไปจะส่งผลกับเรื่องพอควร  แต่ช่วงนั้นงานเดินไวจริงๆผับผ่า
    #115
    0
  18. วันที่ 29 กรกฎาคม 2552 / 23:37
    ไม่ได้เข้ามาอ่านซะนาน นอกจากเรียนหนักแล้วยังติดเกมจัดครับช่วงนี้ แต่ก็มาอ่านเป็นระยะๆครับ

    เห็นทีแบบนี้ต้องหาเวลาว่างๆมาเขียนบ้างแล้ว ทั้งfanficเรื่องของลูเซีย นิยายของตัวเอง ดันมีไอเดียขึ้นมาสามเรื่องงานเข้าสิครับ รักพี่เสียดายน้องอยากแต่งของตัวเองมันทั้งสามเรื่องเลยครับ เฮ้อ หนักใจ
    #114
    0
  19. วันที่ 29 กรกฎาคม 2552 / 18:37

    สวัสดีครับคุณ K.W.E. กลับมาอีกครั้งหลังจากลงรูปดั๊กกับยุกกี้จังไป

    ตอนนี้ผมกำลังวาดลีฟกับเกรกอยู่ครับเสร็จไปแล้วประมาณ 40% ความจริงมีภาพหนึ่งอยากเอามาให้ดูนะครับมันเป็นภาพที่เพื่อนผมวาดนะครับ พอดีเล่าเรื่องที่ผมวาดแฟนอาร์ตให้เพื่อนฟังแล้วมันก็เลยถามลักษณะตัวละครแล้วก็วาดออกมาเป็นรูปมิยูกิกำลังดึงแขนซ้ายของเกรกกับลีฟดึงแขนขวาของเกรกโดยเกรกทำหน้าปั้นยากอยู่นะครับ น่าเสียดายเพื่อนมันไม่ให้ไม่งั้นกะจะเอามาลงเน็ตให้ดูซักหน่อย

    อ้อแล้วก็ขอถามอะไรหน่อยนะครับ ผมอยากรู้ว่าบทของคาลออสนี้เป็นยังไงครับแล้วออกมาเยอะไหม?

    #113
    0
  20. วันที่ 29 กรกฎาคม 2552 / 15:51
    สวัสดีครับพี่กวี ไม่ได้เข้ามาดูนานพอควร พอดีเกมที่เล่นมีกิจกรรมเลยห่างจากพวกนิยายสารพัดเรื่องไปเป็นอาทิตย์เลย
    นี่ผมกะว่าจะลองเรื่องเขียน side story เป็นเรื่องเจ้าโครโน่ ส่งไปให้พี่ดูหน่อย จะได้รึป่าวครับ กะจะให้ออกแนวคล้ายๆ side story ของพี่นะครับ แต่บอกตามตรง เขียนเองรู้สึกว่ายังอ่านได้ไม่ค่อยรู้เรื่องเลย ออกจะรวบรัดเกินไปด้วย แต่อยากให้พี่กวีดูจะได้ติจุดที่ไม่ได้เรื่องออกมาให้หน่อยอะ แต่อาจจะส่งไปช้านิด เพราะตอนนี้ติดเกมอยู่ อาทิตย์พอกิจกรรมหมดก็ค่อยเลิกเล่น
    #112
    0
  21. วันที่ 29 กรกฎาคม 2552 / 06:22
    ครับตอนหน้าจะเป็นตอนจบ Side คู่่ล่ะ จะเอาให้กระชากอารมณ์ที่สุดเท่าที่เคยแต่งมาเลยล่ะครับ
    แล้วจากนั้นจะได้กลับที่ภาคลงทัณฑ์ต่อ ซึ่งก็จะเป็นช่วงเวลาต่อนี้ทันทีครับ อารมณ์จะได้ไม่ขาดช่วง แต่อาจมีย้อนหลังสักนิดนึง

    R-Story ของอิมิคกับมิยาบินี่คงไม่ไปถึงล่ะครับ เพราะในตอนภาคแรกก็ค่อนข้างมีบทรักชัดเจนอยู่แล้ว เลยไม่ได้มีการขยายน่ะครับ
    แต่ในอนาคตเคสของเกรกกับมิยูกินี่สิไม่แน่ อาจมีส่วนบทสรุป... เหอๆ ก็ยังอีกนานมากครับ ถึงตอนนั้นค่อยคิดดูอีกที

    อบิสไนท์นี้แน่นอนครับอิมิคสอย ก็จะมีศึกได้ดวลกันอีกรอบที่กลาสต์เฮลม์รออยู่

    อื้ม... อ่านผ่านๆมารอบหนึ่งล่ะครับแฟนฟิคของทาวน์
    ตอนนี้อลังการดีจริงๆ มิน่าถึงได้ยาวได้ใจ
    ไว้จะทะยอยแก้วันละนิดละหน่อยละกันครับ ถ้าเอาแบบเรื่อยๆสักช่วงต้นเดือนหน้าคงได้เอาลง พอดีกลับไทยล่ะมั้งน่ะ (จะพยายามลงให้เสร็จก่อนกลับไปเรียนอีกทีละกันเนาะ  )
    #111
    0
  22. วันที่ 28 กรกฎาคม 2552 / 20:27
    Hello!! หวัดดีคร้าบ รุ่นพี่กวี ^_^

    พอพูดถึง Side Story ตอนใหม่...คราวนี้ก็ "ตอนจบ" แล้วเหรอครับ รู้สึกมันเร็วๆเน้อ สงสาร ฟีโอเร่ เหมือนกัน T_T

    หลังจากตอนนี้ก็คงกลับไปภาค ลงทัณฑ์กลาสต์เฮลม์ แล้วสินะครับ -_^

    จะว่าไปเรื่องของ อิมิค เนี่ย...รุ่นพี่ไม่ได้แต่งเป็น R-Story กับ มิยาบิ เหรอครับ(เพราะคู่นี้น่าจะออกเป็นต้นๆเลยนะครับ) -_-

    ถามหน่อยคร้าบ ว่า อบิสไนท์เนี่ย...ใครเก็บคร้าบ O_O

    พูดถึงเดือนหน้า ผมก็จะกลับเมืองไทยแล้วล่ะครับ วันที่ 3 นี่แหละครับ -_O

    เดี๋ยวจะเข้ามาดูใหม่นะครับ Bye ^_^
    #110
    0
  23. วันที่ 28 กรกฎาคม 2552 / 18:50
    นานๆทีก็มีเดินทางนิดหน่อยครับ แต่เดินทางทีนี่เล่นซะคุ้มระยะเลย

    เดี๋ยวคืนนี้จะอ่านแฟนฟิคอย่างละเอียดสักรอบดูครับ
    แล้วถ้าแต่งฟิคสักชั่วโมงเสร็จจะทะยอยกลับมาแก้เช่นเดิมน่อ เดือนนี้ไม่เร่งอะไรล่ะ ไว้ปลายเดือนชนต้นเดือนค่อยลงตอนใหม่ของผมก็แล้ว

    แต่ว่าไปแล้วปลายเดือนมันก็อีกแค่ 3 วันเองนี่นะ
    #109
    0
  24. วันที่ 27 กรกฎาคม 2552 / 21:44
    Hello!! หวัดดีคร้าบ รุ่นพี่กวี ^_^

    เมื่อวานไม่เห็นเข้ามา ไปต่างจังหวัดมาเหรอครับ -_-

    สำหรับ Fanfic ตอนนี้อาจจะเวอร์เกินไปนิด(รึเปล่า?)ครับ พยายามใช้แนวคิดจาก สงครามโลกครั้งที่2ช่วงสมรภูมิแปซิฟิก(อเมริกา-ญี่ปุ่น) แหละครับ -_O

    ตอนแรกก็ดูธรรมดา ไปๆมาๆ...มันหนักเลยนะครับเนี่ย(หลุดโลกไปเลย) T_T

    ไงฝากตรวจดูให้ทีนะครับ ดั่งเช่นเคยแหละ O_O

    เดี๋ยวเขามาดูใหม่นะครับ ครูเข้ามาสอนแล้วครับ Bye ^_^
    #108
    0
  25. วันที่ 27 กรกฎาคม 2552 / 21:03
    เหอะๆ ทางนี้เองก็พึ่งกลับมาจากงานแต่งที่สุพรรณบุรีเมื่อวานตอนดึกเอง กลับมาหลับยาวเลยดีจริงๆ

    ก็ได้รับบทแล้วนะครับทาวน์ เดี๋ยวจะทะยอยอ่านแล้วแก้ให้น่อ ไว้เสร็จเมื่อไหร่จะอัพขึ้นแล้วแจ้งให้ทราบถึงกันครับ
    #107
    0