(gyulin) there are people born in 2001?

ตอนที่ 1 : ISAC2018; ทีมโบว์ลิ่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 34
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    7 ม.ค. 61

“ผมได้ซ้อมโบว์ลิ่งกับพี่จินยองมาครับ”


ไล่กวนหลิน หรือ ไลควานลินไม่ใช่คนของประเทศนี้ ดังนั้นเขาจึงยังดูเก้ๆกังๆ ขณะที่พยายามเรียบเรียงคำพูดทักทายรุ่นพี่ที่อายุมากกว่าหลายปี อีกทั้งใบหน้าที่นิ่งเรียบของเขาก็ทำให้ใจน้อยๆ ของไล่กวนหลินฟีบลงไปยิ่งกว่าเดิมเสียอีก


“ผมแพจินยองครับ รุ่นพี่” แพจินยองที่มาด้วยกันก็ถือว่าลงเรือลำเดียวกัน ไม่ช่วยเพื่อนตอนนี้ จะให้มาแก้ต่างทีหลังก็คงไม่น่าดูแล้ว “ควานลินเป็นคนไต้หวันน่ะครับ ยังพูดไม่คล่องเท่าไหร่ ตอนนี้พี่ๆก็ช่วยกันฝึกภาษาอยู่เรื่อยๆครับ”


“คนไต้หวันหรอ? เยี่ยม ฉันเคยเรียนภาษาจีนด้วยนะ เรียนมาตั้งห้าปีแน่ะ แต่นั่นมันก็ตั้งแต่ก่อนเดบิวต์โน้น”

เพียงได้ยินคำว่าภาษาจีน แววตาของไลควานลินก็เปล่งประกายขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ ถ้าไม่ติดว่าเป็นรุ่นพี่ที่ยังไม่สนิท ก็อยากจะเข้าไปกระโดดกอดสักที


“อา ตอนนี้ที่จำได้ก็ หนี่เมินห่าว หว่อซื่อจินเซิ่งกุย” รุ่นพี่เกาหัวเบาๆ นวดขมับเล็กๆ พร้อมกับคิ้วที่ขมวดเพราะถ้อยคำที่ยังคงติดอยู่บนริมฝีปาก “ละก็..อา..อะไรน้า ที่บอกว่ายินดีที่ได้รู้จักน่ะ?”


“เริ่นซื่อหนี่ หวอเหิ่นเกาซิ่ง หรือเปล่าครับ?”


“อา ใช่เลย” คิมซองกยูยิ้มกว้าง แก้มยกขึ้นสูงกว่าปกติเพราะรู้สึกขัดเขินปนอึดอัดนิดหน่อย เขาอาจจะดูเป็นคนที่เก่งกาจทางด้านวาไรตี้ แต่ในชีวิตจริงแล้วการทำความรู้จักคนแปลกหน้าไม่เคยเป็นเรื่องง่ายสักที “เร็วๆนี้ฉันเพิ่งไปไต้หวันมาด้วยนะ มีแฟนมีทที่ไทเปล่ะ”


“ได้ไปตลาดกลางคืนหรือเปล่าครับ ของกินเยอะแยะเลยนะครับ” ควานลินเองเมื่อได้ยินแต่หัวข้อที่ตัวเองชอบก็ได้แต่ยิ้มจนเห็นเหงือก แพจินยองที่ยืนอย่างสงบเสงี่ยมอยู่ข้างๆ อดเหลือบมองใบหน้าด้านข้างของลูกเจี๊ยบที่ไม่ใช่เจี๊ยบอีกต่อไปด้วยความเอ็นดูไม่ได้


ไลควานลินน่าเอ็นดูจริงๆ นั่นแหละ หวังว่ารุ่นพี่จะเอ็นดูเจ้านี่บ้างนะ


“ตลาดกลางคืนหรอ? ไม่ได้ไปแหะ จำได้ว่าเลิกงานก็รีบๆเลยไม่ได้เที่ยวที่ไหนเลยอะ”


“งั้นถ้ามีโอกาส ผมจะนำเที่ยวนะครับ”


เสียงหัวเราะของรุ่นพี่ซองกยูทั้งแหลมทั้งดัง แต่ก็เป็นเสียงหัวเราะที่สดใสมากจนรุ่นน้องอดหัวเราะตามไม่ได้ “ดีเลย จะรอวันนั้นนะ”


“ไหนว่าอยากให้พี่ดงโฮไปด้วยไงควานลินอา” เป็นแพจินยองที่ขัดคอขึ้นมานิ่งๆ


“ก็ถ้าใครอยากไป ฉันก็อยากพาไปด้วยทั้งนั้นล่ะหน่า ถึงจะเป็นพี่จินยองเองก็เหอะ”


“ที่บอกว่าถึงจะเป็นฉันเองนี่มันหมายความว่าไง”


“ก็..ก็..ไม่ใช่งั้นสิ อย่าเข้าใจผิด หมายถึงแบบ be all to all อะ”


“แปลว่าไรวะ” แพจินยองเกาหัวแกรก ถ้าอีแดฮวีอยู่ด้วยคงให้มาช่วยแปลภาษาแล้ว


“ก็แปลแบบ งื้อ ยังไงดีอ่า ผมก็นึกคำแปลไม่ออก”


“พวกนายอายุเท่าไหร่น่ะ ทะเลาะกันเหมือนเด็กจริงๆ” ตอนนี้เองทั้งสองจึงรู้สึกตัวได้ว่าที่ตรงนี้ไม่ได้มีแค่พวกเขา แต่ยังมีรุ่นพี่อย่างคิมซองกยูอยู่ด้วย


แพจินยองกลืนน้ำลายอึก ไลควานลินโบกไม้โบกมือปฏิเสธ “ไม่ใช่นะครับ ขอโทษนะครับ เสียมารยาทแล้วครับ”

เห็นทั้งสองทำสีหน้าเหมือนจะร้องไห้ทั้งที่ตัวเขายังไม่ทันได้ดุอะไร ซองกยูก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองน่าจะแก่ลงมากจริงๆ ทว่าเขายังคงรอยยิ้มบางๆบนริมฝีปากอยู่ตอนที่ย้ำกับทั้งคู่ว่า “ไม่เป็นไร” พร้อมคำถามที่เหมือนกับตอกตะปูร้อนใส่ตัวเอง “เกิดปีไหนกันล่ะ?”


“ผม 2001 ครับ ส่วนพี่จินยอง 2000”


“อ้อ โอเค” ซองกยูเม้มปาก ก้มหน้าอย่างที่ชอบทำตอนรู้สึกไม่มั่นใจ แม้ว่าตอนนี้จะยิ้มมุมปากและแววตาก็ดูปลงกว่าปกติ แต่พอมาได้ยินเด็กผู้ชายที่ตัวสูงกว่าบอกปีเกิดอย่างมั่นใจแบบนี้ก็พูดไม่ออกอยู่เหมือนกัน “นายห่างกับฉันรอบนึงพอดีเลย ควานลินอ่า”


จินยองเบิกตากว้าง ส่วนควานลินกำลังประมวลผลจากคำพูดนั้นอยู่


“รุ่นพี่ครับ รอบนึง หมายถึง12ปีใช่มั้ยครับ?”


ซองกยูตอบรุ่นน้องแม้ว่าจะยังปวดใจ “อืม”


ควานลิน “สุดยอด! รุ่นพี่ยังดูเด็กอยู่เลย”


ซองกยูยกมือขึ้นปิดปากโดยอัตโนมัติ นี่มันความรู้สึกประเภทไหนกันนะ? “เรียกพี่เฉยๆก็ได้นะ ทั้งสองคนเลย อันที่จริงหลายปีที่แล้วตอนถ่ายรายการก็เคยเจอเด็กที่เกิดปี 03 ด้วยนะ แต่น้องยังตัวเล็กอยู่เลย เหมือนว่าตอนนั้นจะถามออกไปด้วยว่าปี 03 ยังมีคนเกิดอยู่อีกเหรอหรืออะไรสักอย่างนี่แหละ”


แพจินยองเมื่อได้ยินแบบนั้นก็ปล่อยก๊าก ส่วนควานลิน เพราะซองกยูพูดเร็วสมองของเขาจึงจับใจความได้ไม่มากนัก ต้องให้จินยองอธิบายให้ฟังซ้ำอีกครั้ง พอเข้าใจแล้วถึงจะหัวเราะตามออกมา ซองกยูที่เห็นเด็กรุ่นน้องทั้งสองปรับตัวกับสถานที่และลดความอึดอัดลงได้แล้วก็เบาใจ ความจริงเขาไม่จำเป็นต้องออกมาพูดคุยกับเด็กๆ แบบนี้ แต่เพราะคำขอร้องของสตาฟฟ์ที่รู้จักกันจึงทำให้เขาสละเวลางีบในห้องแต่งตัวมาจนได้


“ดีใจที่ได้คุยด้วยนะเด็กๆ เดี๋ยวจะลงแข่งแล้วก็สู้ๆล่ะ”

ประโยคสั้นง่ายแบบนี่ควานลินไม่ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจ ยิ้มรับอย่างสดใสจนเห็นทั้งเหงือกและเขี้ยวเล็กๆ ของเจ้าตัว ส่วนจินยองก็ยิ้มจนตาหยี ใบหน้าที่เล็กอยู่แล้วยิ่งดูเล็กลงไปใหญ่ รุ่นพี่ซองกยูเดินแยกไปแล้ว แต่ควานลินคงจะจดจำเสียงทุ้มแหลมเป็นเอกลักษณ์ของเขาได้อย่างขึ้นใจตลอดงานกีฬาสีในวันนี้











-

หว่าย ไม่มีโมเม้นอะไรสักอย่างแต่มีฟิค หน้าไม่อาย หน้าไม่อาย 5555555555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น

  1. #1 janelle (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 11:06
    หลงมาอ่านกยูหลินแล้วเอ็นดูตาม ฮือ น่ารักกกก ไม่มีโมเม้นก็จะช่วยพายค่ะ
    ขี้ชิปอย่างน่าไม่อายเป็นเพื่อน5555555555
    #1
    0