Secret love ♠ เลิกเกลียด แล้วกลับมารักกันเถอะ!

ตอนที่ 9 : Secrete Love ♠ I said you are my girl, but...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,826
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    28 พ.ค. 62



 



CH 8

I said you’re my girl but it doesn’t mean I’m your boy.

ฉันพูดว่าเธอเป็นคนของฉัน แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันเป็นคนของเธอ

 

ฉันรู้ว่าตนเองไม่เคยเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้า ถ้ามีการคัดเลือกมนุษย์ให้ไปอยู่บนทรวงสวรรค์หรือนรก เดาได้เลยว่าตนเองจะจบลงที่ไหน... แต่ถึงชีวิตจะทำบาปมากสักแค่ไหน มันก็ไม่ได้หมายความว่าชีวิตนี้จะหาดีไม่ได้...

ตรงกันข้าม ฉันมั่นใจว่าตนเองเป็นคนที่มีกิเลศตัณหาเหมือนกับทุกคน  ดังนั้นตอนนี้ถึงได้สงสัยว่า ตัวเองทำบาปหนาอะไร ชีวิตถึงได้พบเจอแต่เรื่องไม่เป็นใจอย่างนี้!

 “เธอมาที่นี่ได้ไง

คริสซัสชายตามองหญิงสาวหน้าใสที่เดินเข้ามายืนอยู่ข้างโต๊ะเรา... ใช่ ผมยาวหยักศกสีน้ำตาล ใบหน้าหวานใสซื่อแสนสะอาดเหมือนคุณหนู

นั่นแหละ เอวา หรือแฟนคนล่าสุดของเขา...

ฉันไม่แปลกใจเลยถ้าจะเห็นแววตาของคนตรงข้ามดูตกใจอย่างที่ควรจะเป็น เปล่าหรอกนัยน์ตาสีเทาของเขากลับเรียบเฉย นิ่งสงบจนไม่อาจรู้ว่าเขากำลังรู้สึกอะไรอยู่

...หรือแท้จริงเขาไม่เคยรู้สึกอะไรเลย

พอดีพ่อกับแม่ของเอวามาหาที่กินข้าว และบังเอิญเอวาหันมาเจอพี่พอดีรอยยิ้มหวานถูกส่งมาให้คนข้างกาย แต่คู่กรณีกลับไม่ได้ยินดีด้วย

แปลกดีที่ฉันกลับอยากรู้ว่าเขาจะทำยังไงกับสถานการณ์ของเราสามคนตอนนี้ ถึงจะไม่ชอบใจที่เขาลากให้มาข้องเกี่ยวเกมจอมปลอมตรงหน้า แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้หรอก แท้จริงฉันก็ชอบความรู้สึกตอนเขาบอกเป็นแฟนเขาด้วยเช่นกัน

วันครอบครัวสินะ... เออ นี่วานิลลา คนที่พี่เล่าให้ฟัง ฉันเลิกคิ้วสูงตอนคริสซัสเอ่ยอย่างนั้น ฉับพลันกลับนึกไม่ออกว่าที่เขาทำอยู่เพราะความจำเป็น หรืออะไรแน่...

พี่วานิลลาใช่ไหมคะ เราเคยเจอกันแล้วที่สตูดิโอ แต่ยังไม่เคยมีโอกาสแนะนำตัวเป็นทางการเลย ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ เอวายื่นมือมาพร้อมรอยยิ้มหวาน

ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน เราชื่อเอวาสินะ

ใช่ค่ะ จะว่าไป เอวาก็เคยคิดอยากเห็นพี่ตัวจริงมานานแล้วนะ พี่คริสซัสเล่าเรื่องพี่ให้ฟังเยอะแยะเลย ดูท่าคงเป็น เพื่อน ที่สนิทกันมากสินะคะประโยคดังกล่าว ทำให้ต้องเลิกคิ้วมองคนร่วมโต๊ะอีกครั้ง...

เพื่อนสนิท เหรอ เพื่อนสนิทที่อยู่กินมาเป็นปี... ฮึ! ช่างเป็น เพื่อนสนิท ซะจริง

อ้อ อย่างนั้นเหรอคะ... เราบังเอิญกลับมาทำงานด้วยกัน เลยเจอกันมากกว่า

ฉันหัวเราะแก้เก้อ เลี่ยงจะตอบเธอตรง ๆ ไม่ว่าจะมองมุมไหน การพูดถึงความสัมพันธ์เก่าของเรา ไม่ว่ากับใครก็ไม่ส่งผลดีทั้งนั้น...

แล้วบังเอิญเจอกันและมาด้วยกันอีกรึเปล่าคะ

ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกแปลกตอนได้ยินคำถามกับสีหน้าใสซื่อของหล่อน มันเหมือนภายใต้ใบหน้าใสซื่อมีคำพูดประชดประชันซ่อนอยู่

เอวายิ้มตอนฉันสบตาคริสซัส และเขาถอนหายใจ...

 เราแค่บังเอิญเจอกันแถวนี้ เลยแวะมากินข้าวด้วยกัน เธอไม่ต้องกินข้าวกับพ่อแม่เหรอ

เขาตัดบทด้วยท่าทีนิ่งเฉย พยักเพยิดมองทางโต๊ะของเอวาซึ่งไม่เห็นมีใครสนใจหล่อนสักคน และแสร้งดึงจานสเต็กตนเองวางข้างหน้า ตั้งท่าจะหั่นเนื้อสเต็กนั่น

นั่นสิ เอวาก็ลืมไปเลย เดี๋ยวโทรคุยกันก็ได้เนอะ ไปแล้วนะคะ... พี่วานิลลา ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ J สาวเจ้ายื่นมือลาอย่างเป็นทางการ ทิ้งความเงียบงันให้เราทั้งคู่

เราสองคนสบตากันและกัน สุดท้ายความสงสัยผลักดันให้ถาม

เพื่อนสนิทเหรอ ไม่รู้ทำไมกลับไม่พอใจคำตอบ ทั้งที่เราไม่ได้เป็นอะไรกันด้วยซ้ำ

สเต็กเย็นหมดแล้ว เธอไม่กินรึไง พอเห็นท่าทีเขาหั่นสเต็กให้ มันอดสงสัยไม่ได้ว่า จะมาดูแลอะไรตอนนี้

 “พูดตามตรง นายจะเอายังไง ชั่วโมงก่อนนายบอกกับนีออนว่าฉันเป็นแฟน แต่ตอนนี้กลับบอกกับเอวาว่าฉันเป็นเพื่อนสนิท... ฉันตามนายไม่ทันแล้ว ฉันเฮ้วใส่พลางผลักจานหนี

ฉันยังเห็นเธอเป็นเหมือนเดิม

 “เหมือนเดิมของนายคืออะไรล่ะ นายควรระบุให้ชัดเจนด้วย ฉันจะบ้าเพราะวางตัวไม่ถูกอยู่แล้ว!” แน่สิ... มันไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา ก็เขาคือผู้ล่านี่

ปัญหาคือ ฉันไม่รู้จะวางตัวเองฐานะอะไรสำหรับเกมระหว่างเรา บางครั้งเขาทำเหมือนฉันขึ้นแต้มนำ แต่บ่อยครั้งกลับรู้สึกว่าเขาก้าวเร็วกว่าหลายก้าว พอคิดว่าไล่ตามทัน เขากลับพยายามล้มกระดาน!

เธอยังเป็นแฟนฉันเหมือนเดิม แต่ไม่ได้แปลว่าฉันจะเป็นแฟนเธอด้วย

ทำไมถึงเป็นคนเห็นแก่ตัวอย่างนี้!”

คำตอบคนตรงหน้าทำเอาสติแทบขาด เป็นไปได้แทบอยากจะตบหน้าเขาด้วยซ้ำ! เขากล้าพูดออกมาได้ยังไง มันเป็นความคิดเห็นของคนเห็นแก่ตัวที่สุด!

เขาเปลี่ยนเป็นคนอย่างนี้ได้ยังไง?

เชื่อเถอะ เธอไม่พร้อมฟังเหตุผลหรอก

ไม่คิดเลยว่าตลอดเวลาเป็นปี เขากลายเป็นคนอย่างนี้... เราไม่เคยมีความลับอะไรต่อกัน แต่ตอนนี้กลับไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอะไรคือเรื่องจริง

 “ฉันก็หวังว่าเหตุผลนายจะเพียงพอกับที่ผ่านมาแล้วกัน

...เพราะหากมันเป็นเหตุผลไปได้ มันก็เป็นได้แค่ข้ออ้างของคนเห็นแก่ตัวเท่านั้น

 

อาจเพราะไม่อยากเสียเวลาเสวนากับอีกฝ่ายต่อ ฉันจึงตัดสินใจทานอาหารให้หมด เราไม่ได้คุยอะไรกันอีก แต่กลับรู้สึกถูกจ้องมอง... ไม่ใช่สายตาจากคริสซัส แต่เป็นของเอวาต่างหาก

 “เธอยังชอบกินมะเขือเทศอยู่มั้ย เอาหน่อยมั้ย ฉันไม่ชอบเลยไม่ทันได้รวบรวมสติ คนตรงข้ามกลับจิ้มมะเขือเทศสีแดงสดมาวางไว้บนจาน

 “ฉันบอกตอนไหนว่าจะกินมัน

งั้นเอาไว้งั้นแหละ นึกว่าเธอยังชอบกินอยู่

ไม่เข้าใจเลย เขาจะจดจำรายละเอียดพวกนี้ทำไม ทั้งที่ไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกแล้ว...

 

เดี๋ยวกลับเองละกัน เราเดินมาถึงที่จอดรถแล้ว ฉันพยายามจะจ่ายค่าอาหาร แต่เขากลับเลี้ยงเราทั้งคู่ และนั่นทำให้หงุดหงิด

แต่เธอมากับฉัน ฉันน่าจะพาเธอกลับ

นายน่าจะกลับไปง้อเอวาดีกว่า

แน่นอนว่าไม่มีใครหน้าไหนชอบโดนจ้องมองด้วยสายตาอย่างนั้น มันราวกับมีบางอย่างที่เธอไม่พอใจเราทั้งคู่

ไม่ต้องห่วง เรื่องนั้นฉันเคลียร์เอง

ประหนึ่งคำพูดที่เสียดแทง

นั่นสิ สุดท้ายเขาก็ต้องกลับไปหาเธอ... ทีนี้พอเข้าใจความหมายที่ว่า ฉันเป็นแฟนเขา แต่ไม่ได้แปลว่าเขาเป็นคนของฉัน บ้างแล้ว

มันเป็นแบบนี้สินะ...

เฮอะ! ตามสบาย ยังไงฉันก็ไม่ยุ่งหรอก จะดีมากถ้านายปล่อยกลับ หันหลังกลับและเดินหนีให้จบเรื่องท่าดีกว่า

แต่พอตั้งท่าจะเดินจากมา คริสซัสกลับคว้าข้อมือกันได้ก่อน...

เป็นอะไร... หึงเหรอ

เกือบแล้ว... ฉันเกือบเผลอคิดว่าเขาเป็นห่วง หากไม่เห็นรอยยิ้มพึงพอใจตรงหน้า... ให้ตาย เขาควรรู้สึกผิดบ้างสิกับการทำให้ฉันเป็นอย่างนี้ แต่ดูเหมือนยิ่งปั่นหัวกันได้เท่าไหร่ เขายิ่งชอบใจเท่านั้น

 ฉันมีสิทธิรู้สึกอย่างนั้นด้วยเหรอ นึกว่าตัวเองไร้ความรู้สึกตั้งนานแล้ว

มันอาจเป็นความหวังโง่ ๆ ที่เผลอคิดว่า คนอย่างเขาจะสำนึกผิดบ้าง เพราะชั่ววินาที แววตาของคนตรงหน้าสั่นไหว ท่าทีของเขากลับนิ่งสงัดราวกับตระหนักถึงบางสิ่ง แต่เขาก็ทำความหวังฉันแตกสลายตอนเห็นรอยยิ้มเยาะเย้ยบนใบหน้าอีกครั้ง

ก็เธอเป็นแฟนฉัน มันก็น่าจะเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้วสิ

ฮึ! เขาคือคนไร้หัวใจ เธอจำไม่ได้รึไง...

พอเถอะ เบื่อจะเถียงกับนาย ฉันควรกลับไปทำงานได้แล้ว

เพราะไม่รู้จะทำอะไรแก้ขัด สุดท้ายก็เลือกมองเวลาแทน แต่คริสซัสดูท่าจะเอ่ยอะไรบางอย่าง แต่กลับโดนใครบางคนขัด อ้าว พวกพี่ยังไม่ไปอีกเหรอ

เราทั้งคู่หันกลับไปยังเอวา เธอยืนอยู่ข้างหลังฉัน น่าแปลกที่ไม่เห็นมีใครสนใจตามหล่อน

เรากำลังยืนคุยกันอยู่ แล้วเราล่ะ คริสซัสเอ่ย

พวกพี่จะไปไหนต่อมั้ย ขอติดรถด้วยคนสิ

พ่อแม่เราล่ะเห็นหรอกว่าเขาขมวดคิ้วและรีบสวนกลับ

พอดีตั้งใจไปคนละทาง พวกท่านต้องไปทำธุระต่อ แต่เอวาไม่อยากไป เลยว่าจะให้พี่ไปส่งที่บ้านหน่อยฉันสบตาเข้ากับคริสซัส แต่ดูเหมือนจะคนละความหมาย

สถานการณ์ตรงมันแปลก แต่ต้องขอบคุณหล่อนที่มาขัดจังหวะ เพราะมันทำให้ฉันหาข้ออ้างได้แล้ว

ฉันกำลังจะส่งวานิลลาพอดี

พี่ไปส่งพี่วานิลลาก่อนก็ได้ แล้วค่อยไปส่งฉันไงเอวาฉีกยิ้มหวาน

แต่นั่นคนละทาง ทำไมเธอไม่เรียกแท็กซี่เอา ดูเหมือนความต้องการทั้งคู่สวนทาสิ้นดี

กลับกับพี่สบายใจกว่า เอวามีเรื่องคุยกับพี่เยอะเลย พี่จะส่งพี่วานิลลาก่อนก็ได้ J

มันเป็นเรื่องน่าอึดอัดพอตัว เมื่อเราสามคนมองหน้ากันแต่ไม่มีใครพูดอะไรอีก

ฉันไปเอง ยังไงก็อยากกลับเองอยู่แล้ว

พอ! ไม่อยากทนสถานการณ์อึดอัดอีกแล้ว... ปล่อยให้เขาอยู่กันสองคนก็ถูกแล้ว ฉันคงเป็นส่วนเกิน และไม่ควรอยู่ตรงนั้นแน่

คิดสิ คนเป็นแฟนกันต้องอยู่ด้วยกันอยู่แล้ว...

ฉันเป็นอะไรล่ะ? ตัวสำรองก็ไม่ควรเรียกร้องไม่ใช่รึไง?

แต่ฉันพาเธอมา ก็ควรเป็นคนไปส่ง

นายควรส่งเอวาดีกว่า แค่นี้กลับเองได้

ไม่อยากทำตัวเป็นนางเอกหรอก ถึงจริง ๆ เข้าแผนที่วางไว้ แต่ไม่อาจจินตนาการได้เลยว่า ความรู้สึกจะเป็นยังไง หากเราทั้งหมดนั่งรถไปด้วยกัน... พวกเขาคงพูดเรื่องของพวกเขาโดยมีฉันเป็นส่วนเกิน

สุดท้ายฉันจึงโบกมือลา ออกมายืนโบกแท็กซี่ เอ่ยจุดหมายปลายทากับโซเฟอร์ ได้แต่ภาวนาให้ถึงทีหมายโดยไว

บริ๊บ!

ความเงียบงันเคลื่อนไหวไม่นานเท่าไหร่ เสียงข้อความมือถือกลับขัดเข้ากลางคัน ฉันคว้ามือถือมองดูรายชื่อคนส่ง แต่แล้วกลับต้องขมวดคิ้วเข้าหากันที่เห็นชื่อบนนั้น

นีออน จะส่งข้อความมาหาทำไม... แปลก!

ขอโทษทีที่กลับก่อน คราวหน้าจะมาหาใหม่ ขอบคุณที่ทำให้วันหยุดไม่น่าเบื่อเกินไป J

เฮอะ!”

ฉันพ่นลมหายใจออก... ไม่รู้ทำไมตัวเองถึงเผลอยิ้มออกมาจนได้

ลองคิดในแง่ดี วันนี้เจอแต่เรื่องย่ำแย่มาทั้งวัน พอได้เห็นข้อความนี้ มันก็รู้สึกดีใช่มั้ย อย่างน้อยมันก็ช่วยให้รู้สึกได้ว่า ชีวิตไม่ได้แย่ไปซะหมด นี่น่า

 

[Ava’s Part]

ไฟแดงที่สี่แล้วนับจากสี่แยกหน้าร้านอาหารที่เราจากมา ตลกดี ปกติฉันไม่เคยสนใจเลย จะไฟแดงกี่แยกแล้วไงล่ะ เรายังขับรถกันต่อ ชีวิตยังต้องเดินต่ออยู่ดี... แต่ตอนนี้ฉันกลับพบว่าเราขยันทำไฟจราจร มากกว่าจะรณรงค์ให้คนหันมาใช้จักรยานปั่นกันซะอีก (ถ้าอยากช่วยลดโลกร้อนนะ)

ก็ได้ สารภาพก็ได้ ตอนนี้ฉันกำลังนั่งอยู่ในรถกับพี่คริสซัส เราติดไฟแดงอยู่หน้ามหาวิทยาลัยที่พี่คริสซัสเคยเรียน เหมือนอย่างที่บอก บรรยากาศข้านอกร้อนอบอ้าว แต่ไม่อาจเทียบได้กับความรู้สึกเราทั้งคู่ ความเงียบทำให้ฉันต้องรีบกวาดสายตามองหาจุดสนใจสักอย่าง ไม่งั้นต้องบ้าแน่...

 “จนได้สินะ

คำพูดของคนข้างกายทำให้ต้องขมวดคิ้ว มันเหมือนเขากำลังโทษกันแต่สายตากลับมองถนนข้างหน้า และฉันรู้ความหมายดี

พี่จะให้ฉันอยู่เฉยได้ไง ทั้งที่เห็นพี่มากับคนอื่นเหรอ

เขาทำราวกับเป็นเรื่องปกติ หากฉันเห็นเขาอยู่กับคนอื่น ทั้งที่ฉันเป็นแฟนเขาและมีสิทธิ์จะหึงหวง

มันเป็นเรื่องบังเอิญ เรายังไม่ได้กินข้าวทั้งคู่ พี่เลยชวนเขากินข้าวด้วยกัน  

ต่อให้พูดอย่างนั้น ใครก็รู้ว่ามันไม่ใช่...

ความจริงฉันรู้มาตลอด ทำยังไงเขาก็ไม่มีวันเลิกรักผู้หญิงที่ชื่อ วานิลลาและฉันเองก็ทำทุกอย่างแล้วเพื่อให้เขาสนใจ แต่มันเปล่าประโยชน์...

พี่ทำเหมือนแค่ฉันรู้สึกหึหวงก็ผิด ทั้งที่พี่น่าจะรู้สึกผิดมากกว่า

ไม่เอาน่า อย่าชวนทะเลาะเลย เราก็รู้ว่าทำไม

สุดท้ายก็เป็นเหตุผลนี้ทุกครั้ง... เวลาเราทะเลาะกัน เขาก็อ้างว่าเราเหลือเวลาน้อยเต็มที

ตลกดี บางคราฉันยอมให้เป็นไปตามที่เขาอ้าง เพราะไม่เห็นจะมีอะไรดีหากเราทะเลาะกัน และฉันก็ไม่อยากให้เขาจาก

ไม่ได้อยากหาเรื่องทะเลาะกับพี่ซะหน่อย แต่มันเห็นอยู่ทนโท่ พี่บอกได้ถ้าพี่จะกลับไป

ความจริงเขาไม่เคยบอกหรอกว่า เขากับพี่วานิลาคบกันกี่ปีหรือเคยคบกันไหม ฉันเดาว่าพี่คริสซัสก็ไม่เชื่อใจพอที่จะเปิดเผยเรื่องส่วนตัวขนาดนั้น

เขาอาจกลัวฉันพูดแล้วเรื่องราวเหล่านั้นจะถึงหูของสื่อ ฉันเองก็ทำได้แค่เดาจากท่าทาง แววตา น้ำเสียงของเขาเวลาที่เจอเธอ หรือพูดถึงเธอ บ่อยครั้งเขาเน้นว่าเป็นเพื่อนสนิท

ลึกลงไป เรื่องราวมากกว่านั้น...

ไม่มีอะไรหรอก คิดมากอีกแล้ว พี่อยากให้เราคิดแบบนี้ดีกว่า ทุกวันนี้พี่ก็ทำงานเหนื่อยจะแย่ จะเอาเวลาไหนไปหาใครอีก เขากดไฟขอทางและหยุดรถลงข้างทางทันที

อีกครั้งที่คนข้างกายตวัดนัยน์ตาสีเทาอ่อนมองหน้า ยกมือหนาขยี้หัวกันอย่างเอ็นดู แถมดึงมือฉันเขียนเล่นเหมือนทุกครั้งที่ชอบทำเวลาออดอ้อนกัน

ฉันอาจคิดมากอย่างพี่ว่าจริง ๆ

เวลาเราก็สั้นลงทุกที พี่ไม่อยากให้ต้องเสียเวลากับเรื่องแบบนี้

ยิ่งเห็นสีหน้าเศร้าของคนตรงหน้า มันยิ่งตอกย้ำถึงคำถามที่ไม่เคยกล้าเอ่ยสักที ความจริงเขาเสียใจที่เราจะไม่มีเวลาด้วยกันแล้ว หรือก็แค่สงสารฉันกันแน่

แต่สุดท้ายฉันก็เลือกให้ความเงียบเคลื่อนไหว แทนจะกล้าเอ่ยอะไรออกไป...

เราขับรถเล่นกันมั้ย หรือไปที่ไหนก็ได้สักสองชั่วโมงแล้วค่อยกลับมา

พี่ไม่ได้จะส่งฉันกลับบ้านเหรอ

บ้านไม่หนีไปไหนหรอก คิดซะว่าพี่พาเธอไปพักผ่อน

เอวาว่า... เอวาน่าจะโทรบอกพ่อแม่ไว้ก่อน

ไม่ได้อยากทำตัวเป็นลูกแหงหรอกนะ แต่อยู่ ๆ เขามาเปลี่ยนแผนแบบนี้ ถ้าพ่อแม่กลับไปไม่เจอจะให้ทำไง

ไม่ต้องหรอก ลองหายไปสักไม่กี่ชั่วโมงก็ดีเหมือนกัน

ไม่มีคำตอบจากฉัน เพราะดูเหมือนเขาดูจะพึมพำกับตัวเองมากกว่า แววตาเหม่อลอยตรงหน้าเป็นสิ่งยืนยันได้ดี

 

 

สองชั่วโมงต่อมา...

ฉันไม่คิดว่าพี่คริสซัสจะพูดจริงหรอก แต่ถึงอย่างนั้น มันกลับถูกยืนยันตอนที่สายลมเย็นจากชายฝั่งทะเลปะทะหน้า ทำเอาต้องรีบแนบผมสีน้ำตาลอ่อนของตนเองทัดหู และสวมหมวกปิดให้ทันท่วงที

ตลอดเวลาสองชั่วโมงที่น่าอึดอัด กลับถูกผ่อนคลายด้วยเสียงเพลงจากมือถือของเราทั้งคู่ เราเลือกคุยกันเรื่องที่จะไม่ทำให้เราทะเลาะกันมากขึ้น... แน่ล่ะ ฉันหมายถึงจะไม่มีหัวข้อ พี่วานิลลา โรคประจำตัว ยาอยู่ในหัวข้อเหล่านั้น

ดังนั้นบรรยากาศจึงดีขึ้นบ้าง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะหมดไปหรอก เราต่างรู้ว่าต่างฝ่ายแค่ไม่พูดออกมาเท่านั้น มันราวกับเชื้อโรคร้ายที่รอวันออกฤทธิ์

อยากนั่งกินหรือเดินเล่นตามชายหาด

ไม่รู้สิ พี่อยากเดินหรือนั่งทานดีกว่า อาหารเราก็เพิ่งทาน แถมมาแบบไม่ได้ตั้งตัวอีก

งั้นเดินเล่นกัน ถ้าอยากนั่งก็บอก

ได้เลย!”

ฉันยิ้มแย้ม ยกมือข้างนึงกดหมวกใบใหญ่สีฟ้าอ่อนบนหัว ป้องกันการปลิวหาย ลมแรงขนาดนี้ ไม่ป้องกันดี ๆ มีสิทธิ์ลอยหายได้

เดินดี ๆ นะ

พี่คริสซัสเอื้อมมือมาจับมือที่ว่างอีกข้าง เราเดินผ่านหินสีเทาสามขั้นที่ลาดลงเพื่อมุ่งหน้าสู่หาดทรายขาว

ดูเหมือนไม่ว่าที่ไหนก็ตามที่มีทะเล ที่นั่นมักกลายเป็นจุดดึงดูดผู้คนอยู่เสมอ ขนาดที่นี่ไม่ใช่ทะเลติดอันดับหรือมีชื่อเสียง แต่ผู้คนยังมาท่องเที่ยวไม่ขาดสาย... ส่วนหนึ่งเพราะอากาศเมืองไทยที่ร้อนอบอ้าว ทำให้คนอยากหนีลงเล่นน้ำกันเสียส่วนใหญ่

แต่กลับมีผู้คนบางกลุ่มที่ไม่ได้มีจุดประสงค์อยากมาท่องเที่ยว แต่พวกเขาอยากมาหาที่พักใจมากกว่า... ใจที่นักหนา เจ็บช้ำ จะได้คลื่นน้ำทะเลซัดซาดความเจ็บปวดทุเลาลงบ้าง

...เห็นเขาว่ากันอย่างนั้น ไม่รู้มันจะช่วยได้มากแค่ไหน

แต่ถ้าถามว่าเราสองคนมาที่นี่ทำไมก็คงจะเป็นแบบพวกหลังนี่แหละ

เราหวังว่า ความเค็มของน้ำทะเลจะกัดกร่อนเอาความเจ็บปวดออกจากใจได้บ้าง และหวังว่าท้องทะเลแห่งนี้ จะมีน้ำเพียงพอรองรับน้ำตาจากหัวใจที่บอบช้ำทั้งสองดวง

พี่รออยู่นี่นะ เดี๋ยวฉันมา

เรากำลังเดินอยู่บนชายหาด แต่แล้วสายตากลับเห็นรถเข็นขายปลาหมึกย่างผ่านมา ฉันไม่ลังเลตีแขนและชี้ให้คนข้างตัวดู ก่อนวิ่งแจ้นซื้อปลาหมึกย่างทันที

ปลาหมึกย่างเคยเป็นของโปรดตอนเด็ก ๆ เลยนะ! นึกแล้วก็อยากกินเป็นบ้า ฉันจำได้ว่าทุกครั้งที่มาทะเล พ่อแม่ต้องซื้อให้กินเสมอ แต่นับตั้งแต่ที่ชีวิตต้องเข้าโรงพยาบาล รสชาติความอร่อยของมันก็เลือนหาย เพราะพ่อแม่ต้องคอยมาเฝ้าดูแล ไม่มีใครซื้อมาให้ ฉันเองก็ลืมเลือนรสชาติของมันอย่างสมบูรณ์

ไม่ใช่... มันไม่ใช่แค่ปลาหมึกหรอกที่เลือนหาย หลายสิ่งเปลี่ยนแปลงไปตอนเข้าโรงพยาบาล...

อยากกินมากสิท่า ถึงวิ่งไปแบบนั้น

พี่คริสซัสนั่งรออยู่เชิงขอบไม้พิงกับซุ้มอะไรสักอย่างตามริมทาง เขายกมือขึ้นวางบนหัว ระบายยิ้มส่งมา ฉันกัดปลาหมึกย่างออกจากไม้และเคี้ยวตุ้ย ๆ ก่อนยื่นไม้อื่นให้อีกฝ่าย

พี่กินสิ อร่อยมาก!”

ไม่ได้โม้นะ มันอร่อยมากจริง ๆ รู้สึกเหมือนได้กินอาหารจากเซฟกระทะเหล็ก มันเป็นรสชาติที่ตามหามานาน...

ดีแล้ว กินเยอะ ๆ เข้า เรายิ่งไม่ค่อยมีแรงอยู่

ฉันเลือกเคี้ยวต่อและก้าวเดิน ดีกว่าถามตรง ๆ ว่า พี่หมายความว่าไง เพราะรู้ว่าผลจะจบลงแบบเดิมทุกครั้ง

ไม่เอาหรอก ได้อยู่ด้วยกันทั้งที...

เออ ตกลงเรากินยารึยัง

เหมือนคนข้างตัวไม่คิดอย่างนั้น สุดท้ายเขากลับทำให้ต้องหยุดเดิน หันมองหน้า แต่ไม่กล้าสบตา ไม่เอาน่า พี่ก็รู้ มันทำฉันแย่

ฉันเกลียดยานั่น เขาไม่เป็นฉัน ไม่รู้หรอกว่าผลข้างเคียงแย่แค่ไหน

เอวา... เขาจ้องตา ดวงตาสีเทาเริ่มแข็งกร้าว น้ำเสียงฟังดูห่างเหิน

ฉันกินแล้ว ทั้งที่พยายามเดินต่อ แต่อีกฝ่ายไม่ยอมปล่อยเอวา พี่จะถามอีกครั้ง...

ฉันกินแล้วจริง ๆ ตอนอยู่บนโต๊ะกับพ่อแม่

ทำไมกัน มันน่าเหลือเชื่อมากรึไง พี่คริสซัสถึงเลิกคิ้วสูงปานนั้น... ในสายตาเขา ฉันเคยดีบ้างไหม

พี่ก็แค่ถามเพราะเป็นห่วง

พี่ข้ามเรื่องนี้เถอะ นาน ๆ เราจะได้มาด้วยกัน

กึก!

ไม่ทันตั้งตัว ร่างสูงข้างหน้ากลับหยุดเดิน ส่งผลให้หัวโหม่งแผ่นหลังกว้างของเขา ยังไม่ทันโอดโอยอะไร เขาใช้มือข้างหนึ่งรวบข้อมือทั้งสองข้างและหันหลังกลับมาจ้องตาอย่างประชิด

โกรธเหรอ

เปล่าซะหน่อย จะโกรธก็ตอนพี่หยุดไม่บอกนั่นแหละ

มองหน้าพี่สิ โกรธเรื่องอะไรก็บอกตรง ๆ

ก็บอกว่าเปล่า ฉันรู้ว่าพี่เป็นห่วง

ไม่เคยชอบความรู้สึกนี้เลย... ความรู้สึกตอนที่รู้ว่าเขาเป็นคนเดียวที่มีอิทธิพลกับสิ่งที่อยู่เบื้องหลังหน้าอกข้างซ้ายของตนเอง

เหรอ แต่ดูเหมือนเราไม่พอใจพี่นะ ร่างสูงยืนเต็มเท้า กอดอกมองมาพี่ทำอะไรให้ไม่พอใจรึเปล่า น้ำเสียงอีกฝ่ายทำให้ต้องหลับตา และทำได้แค่คิด เป็นอย่างนี้อีกแล้ว...

ก็ได้ เอวาผิดที่งี่เง่าเอง

รู้ว่าเราไม่ชอบ แต่มันดีกับเราเอง

เฮอะ! ประโยคคลาสสิกมาก... รู้ว่าไม่ชอบ แต่ก็ยังยืนยันให้ฉันฝืนใจตนเอง

บางคราฉันก็อยากถามคนที่ อ้าง ว่าเป็นห่วงกัน เขาห่วงกันจริง ๆ หรือแค่ทำตามหน้าที่ พวกเขาจะรู้ไหมว่าตอนที่ฉันทรมานจากผลข้างเคียง เป็นยังไง

...

เมื่อไม่รู้จะหาอะไรมาคุย เราจึงปล่อยให้ความเงียบเข้าแทนที่ ฉันปล่อยให้เขาจับมือเดินนำไปตลอดชายหาด เฝ้าดูผู้คนกระโดดลงเล่นน้ำ ทำกิจกรรมต่าง ๆ ลมทะเลทำให้พวกเรารู้สึกดีอย่างประหลาด มันเป็นครั้งแรกที่ความเงียบไม่ได้ทำให้เราอึดอัดอย่างที่เคย...

พี่พาหนีมาแบบนี้ ไม่มีคิวงานเหรอ

ฉันถามขณะส่งปลาหมึกย่างให้เขากิน ถึงพี่คริสซัสจะไม่ได้ขอ แต่เขาก็ไม่ปฏิเสธ และนั่นแหละ เขาเป็นนายแบบที่มีคิวงานเยอะตลอด เยอะจนไม่คิดว่าจะมีเวลาว่างมาเดินเล่นอย่างนี้

ถ้าพี่ไม่ทำอย่างนี้ เห็นทีจะไม่มีเวลาพัก เขาระบายยิ้มเหมือนขำกับความคิดตัวเอง

ว่าแต่เอวาไม่ดูแลตัวเอง พี่ก็หักโหมงานเกินไปนะ

เห็นใบเสร็จหนิ้สิน เดี๋ยวก็มีแรงทำงานเองแหละ

น่าเกลียด! ทำไมพี่ชอบเล่นมุขตลกร้ายทุกที

ถ้าจัดอันดับผู้ชายที่ประชดประชันเก่งที่สุด ฉันไม่ลังเลเสนอชื่อคนข้างตัวแน่

เธอเป็นอย่างนี้ก็ดีแล้ว อย่าโตมากกว่านี้เลย...ร่างสูงถอนหายใจ ดึงฉันไปจูบหน้าผาก จังหวะนั้นฉันหลับตาและรับรู้ถึงอาการใจเต้นของตนเอง

ไม่เห็นดีเลย ชีวิตที่มีแต่คนคอยเป็นห่วงเกินไปเหรอ

มันดียังไง... ทุกวันก็จะมีคนคอยเฝ้าถามว่ากินยาครบมื้อรึยัง ทำอะไรมากก็ไม่ได้ จะไปไหนก็ต้องมีคนดูแล... บางครั้งฉันเฝ้ามองนกบนฟ้าและนึกอยากโบยบินไปให้ไกล...

สักวันเราจะเข้าใจเองว่าพี่หมายถึงอะไร...

นัยน์ตาสีเทาทอดมองบนฟ้าไกล วินาทีนี้ไม่แน่ใจว่าเขาพูดถึงอะไรแน่  ชีวิตฉันหรืออดีตของเขากัน...

แป๊บนะพี่...

อยู่ ๆ มือถือกลับส่งเสียงร้องจนต้องหยุดก้าวเดิน พอคว้ามือถือมาดู กลับพบ นีออน โทรมา หมอนั่นโทรมาทำไมตอนนี้...

ว่าไง เพื่อไม่เห็นเป็นที่ผิดสังเกต ฉันจึงเอ่ยโทนเสียงปกติ

[อยู่กับไอ้คริสเหรอ นึกว่าอยู่บ้านซะอีก]

ฉันจะอยู่ไหนก็เหมือนกัน ตกลงโทรมามีอะไร

[เรื่องที่เคยคุยกันไว้ ฉันลองเช็คแล้ว ไม่มีอะไรเกินคาด]

มันคืออะไรล่ะ อธิบายหน่อยสิ!”

บ้าบอ! ถ้าจะจ้างให้สืบแล้วได้ข้อมูลแค่นี้ ฉันจะจ้างทำไม!

[พวกเขาเคยอยู่กันมาก่อนเกิดเรื่อง แล้วต่างคนต่างอยู่ เหมือนฝ่ายหญิงจะพยายามหนี แต่มันพยายามตามมากกว่า]

อย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด... การกลับมาเจอกันของพวกเขา ไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญ...

ขอบใจมาก... ไม่ทันเอ่ยจบประโยค ปลายสายกลับขัดก่อน

 [เรื่องที่เราตกลงกันไว้ แน่ใจเหรอว่าจะทำจริง]

ไม่มีอะไรเสียหายซะหน่อย นายก็รู้สึกผิดไม่ใช่เหรอ

[มันมีวิธีไถ่โทษตั้งเยอะ]

คิดมาก ไม่ได้ยุให้แย่งแฟนชาวบ้านซะหน่อย

[แย่งแฟนคนอื่น ดีกว่าแย่งคนที่ใจตายแล้วปะวะ]

อยากถอนตัวรึไง

[ไม่ล่ะ มาขนาดนี้ละ]

แค่นี้นะ ค่อยว่ากันฉันกดวางสายและรีบเก็บมือถือ แต่แล้วพี่คริสซัสกลับถาม

ใครเหรอ

เพื่อนโทรมาคุยเล่นเฉย ๆ ไม่มีอะไรหรอก... เราไปเดินฝั่งโน่นกัน ฉันแสร้งยิ้ม และชี้ไปอีกฝากของชายหาด

เอาสิ หิวข้าวพอดี จะได้หาอะไรนั่งกิน

โถ แบบนี้ปลาหมึกเอวาก็เป็นหมันสิ ฮ่า ๆ

มันอิ่มซะที่ไหนเล่า เรากินคนเดียวก็ครึ่งถุงละ

นาน ๆ จะได้กินทีนี่น่าฉันตีหน้ายู่แต่คนข้างตัวกลับยิ้มขำเฉย

เอาน่า เดี๋ยวหายป่วยก็ดีเอง

มันไม่ได้หายกันง่าย ๆ ซะหน่อย

ดั่งคำปลอบโยนไม่มีผลอะไรกับความรู้สึกอีกแล้ว กี่ปีผ่านที่เป็นอยู่อย่างนี้ ไม่มีอะไรดีขึ้นหรือแย่ลง ก็แค่...ยังมีชีวิตอยู่ได้ นั่นถือว่าเป็นเรื่องดีแล้ว

มีความหวังบ้าง คนแย่กว่าเราก็ยังหายได้

เราเดินมาหยุดอยู่ที่ร้านอาหารทะเลตรงริมหาด เลือกนั่งฝั่งที่ติดกับทะเล มีเก้าอี้ผ้าใบสี่ตัวกับโต๊ะตรงกลาง และร่มที่อยู่เหนือหัวเรา

พี่คริสซัสเป็นคนสั่งอาหาร ขณะฉันทอดมองน้ำทะเลสีฟ้าครามซัดเข้าหาชายฝั่ง ไม่รู้ว่านานแค่ไหนที่ไม่ได้มาสัมผัสธรรมชาติอย่างนี้ การหนีของเราสองคนกลับทำใจสงบสุขอย่างประหลาด

ไม่อยากให้ผ่านพ้นชั่วโมงนี้เลย...

เป็นไง รู้สึกดีใช่มั้ย ระหว่างรออาหาร อยู่ ๆ เขาก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเหมือนเจอสิ่งถูกใจ

มันเงียบดี... ฉันหมายถึงแม้จะมีคนอยู่ แต่ทุกคนก็ไม่ได้สนใจ อยากทำอะไรก็ทำ นั่งฟังเสียงทะเลเฉย ๆ ก็ไม่มีใครว่า

เชื่อมั้ย พี่เคยคิดว่าจะรู้สึกดีหากได้เป็นที่ยอมรับ เป็นที่สนใจ แต่ถึงจุดนึง พี่มาตระหนักว่าคนเราต้องอยู่กับตัวเองให้ได้ สุดท้ายเราก็อยากอยู่กับตัวเองอยู่ดี

ค่าของอิสรภาพต้องจ่ายราคาแพง แต่คนเราก็อยากไขว่คว้ามันอยู่ดี

เพราะแบบนั้น... ตลอดชีวิต ฉันถึงอิจฉานกบนท้องฟ้ามาตลอด เธออยากโบยบินให้สูงแค่ไหนก็ได้ ถึงสักวันปีกจะหักลง แต่อย่างน้อยมันก็ได้รับรู้ถึง อิสรภาพ

เจ้าบทเจ้ากลอนขึ้นนะ เขาส่งยิ้มมาก่อนคว้าบุหรี่ขึ้นจุด

โหย อยู่โรงพยาบาลเกือบทั้งอาทิตย์ พี่ว่าฉันจะทำอะไรได้นอกจากอ่านหนังสือ

ดีแล้ว พี่ยังกลัวเราคิดมาก กลัวสักวันเราจะทนไม่ได้

พี่ไม่ต้องกลัวหรอก... ฉันคิดไปแล้ว แต่ทุกวันก็ปลอบใจว่า อย่างน้อยก็มีพี่เป็นกำลังใจให้อยู่ต่อ

ไร้สาระ! ฉันจะคิดอะไรอย่างนั้นทำไม พี่คิดมากจัง

ก็ต้องคิดเผื่อไว้ ถ้าเราเป็นอะไรมา พี่ก็เสียใจเหมือนกัน

ได้ยินแบบนั้น มันทำให้อดคิดหนักไม่ได้ พยายามจะไม่เอ่ยคำถามคาใจตอนนี้ที่ว่า พี่จะเสียใจเรื่องฉันตาย เท่ากับการเสียใจตอนที่เห็นพี่วานิลาตายรึเปล่า?’

แต่คำพูดเหล่านั้นก็หนักเกินกว่าจะเอื้อนเอ่ย...

นั่นสิ พี่รักฉันมากนี่น่า

แน่สิ ไม่งั้นจะดูแลเรามาตลอดรึไง

เฮอะ! น่าสมเพช ทั้งที่รู้ว่าเป็นคำโกหก แต่กลับชอบฟังมันเหลือเกิน

 







             
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

532 ความคิดเห็น

  1. #522 ' kazs ? (@kazuya) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2559 / 05:44
    เย้ กลับมาอัพแล้ว
    รอติดตามต่อค่า
    #522
    0
  2. #520 Aiw Carbon (@pawineetaipa0080) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2559 / 01:33
    นึกว่าจะไม่ได้อ่านต่อล่ะ555มาอัพเร็วๆนะ
    #520
    1
    • #520-1 I'm rebel (@devilbloodzaa) (จากตอนที่ 9)
      17 สิงหาคม 2559 / 04:35
      ยังไม่ทิ้งกันไปไหน ยังไงต้องจบแน่นอนนนนนน 55
      #520-1
  3. #519 GDiariez (@barney) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2559 / 00:19
    พออ่านบทนี้แล้วรู้สึกว่าผู้หญิงในบทนำน่าจะเป็นเอวามากกว่าวานิลลา
    #519
    0
  4. #516 SuSuaWatas (@ranusomsuk) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 20:21
    คิดถึงนะเนี่ยหายไปส่ะนาน
    #516
    1
    • #516-1 I'm rebel (@devilbloodzaa) (จากตอนที่ 9)
      14 สิงหาคม 2559 / 01:01
      เฮ้ย มีคนติดตาม กรี๊ดด! ไม่กล้าบอกเลยว่าจะกลับมา เพราะไม่อยากให้รอ แต่ก็มาเรื่อยๆ ตามอารมณ์ตกผลึก เรื่องนี้ต้องใช้ผลึกขั้นสูง (ความดร่าม่าไม่เคยปราณีแม้คนเขียนเอง)
      #516-1
  5. #515 A little jade (@15545) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 12:33
    ให้นีออนเป็นพระเอกแทน555
    #515
    1
    • #515-1 I'm rebel (@devilbloodzaa) (จากตอนที่ 9)
      31 กรกฎาคม 2559 / 22:43
      อย่าท้านะเออ 555
      #515-1
  6. #514 tubtimjjrpcs (@tubtimjjrpcs) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2559 / 18:07
    ทีมนีออน 55
    #514
    0
  7. #513 GDiariez (@barney) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 02:29
    อ่านตอนนี้แล้วขัดใจนางเอก น่าจะเด็ดขาดกว่านี้นะ ไม่งั้นก็จะโดนปั่นหัวไปเรื่อยๆ อีกอย่างพระเอกมีแฟนใหม่แล้วก็ปฏิเสธไปสิจะยอมเป็นแฟนด้วยอีกทำไม แบบนี้มันมือที่สามชัดๆ จะกลับไปรักกันน่ะได้แต่ต้องให้ฝั่งนู้นเคลียร์ตัวเองก่อน ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปก็ต้องยอมรับสภาพนะว่าตัวเองน่ะเป็นฝ่ายมาแทรกคู่คนอื่น

    รออ่านอยู่นะคะ
    #513
    1
    • #513-1 I'm rebel (@devilbloodzaa) (จากตอนที่ 9)
      2 มิถุนายน 2559 / 19:10
      อ้าย อ่านแล้วอินขอบคุณค่ะที่ติดตาม วานิลาเองมีจุดอ่อนตรงนี้แหละ คริสซัสถึงปั่นหัวได้ตลอด
      #513-1
  8. #511 ช็อกโกแล็ตเค้ก (@15545) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2558 / 20:55
    รออ่านต่ออยู่น้าาา
    #511
    0
  9. #510 Monsichar Airy Kongaium (@monsicharjelly) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2558 / 20:10
    นานมาเลยค่ะ...แต่ก็ยังดีที่มาอัพให้นะค่ะ
    #510
    0
  10. #509 foxmeeeeeeee (@foxtee) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2558 / 18:21
    ไม่ไหวนะคะ!!! ถ้าช้าเเบบนี้จะไห้รอไปถึงเมื่อไหร่คะ!!! รอทุกวันรอจนเบื่อมากเลย!!!
    #509
    0
  11. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  12. #505 til' the end. (@juneip) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 กันยายน 2558 / 19:37
    เค้าจะรอออ
    #505
    0
  13. #504 foxmeeeeeeee (@foxtee) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 กันยายน 2558 / 19:15
    นานจังเลยนะคะรอทุกวันเลยเนี่ยไม่ไหวนะคะเเบบนี้!!!
    #504
    2
    • #504-1 I'm rebel (@devilbloodzaa) (จากตอนที่ 9)
      13 กันยายน 2558 / 21:16
      ใจเย็นๆ นะจ๊ะตัวเอง คือแบบกำลังทยอยเคลียร์เรื่องอื่นอยู่ และตอนนั้นตันมากจริงๆ ตอนนี้กลับมารีไรท์แล้ว ถ้าอัพต่อล่าสุดแล้ว จรีบแจ้งนะเออ
      #504-1
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
  14. #503 สโนว์บอร์ด (@013790) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กันยายน 2558 / 19:42
    มาต่อไวๆนะ
    #503
    0
  15. #502 kam_mam (@kam_mam) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 กันยายน 2558 / 08:16
    รออ่านนนนนนนนนนนนน
    #502
    0
  16. #499 Blackwood (@Blackwood) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2558 / 02:05
    รอค่ะค้างมากรีบๆๆมาน๊ไรท์
    #499
    0
  17. #498 Ladawan Panyala (@0847848782) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2558 / 07:42
    รอๆๆ ค่ะ นิยายน่าติดตามค่ะ
    #498
    0
  18. #496 sayapechr (@sayapechr) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2558 / 05:52
    กลับมาแล้ว ไม่ต้องห่วง สัญญาจะไม่ทิ้งการเรียน
    #496
    0
  19. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  20. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  21. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  22. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  23. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  24. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  25. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(