Midnight Flight : เธอมีฉัน ฉันมีเธอ (Yuri)

ตอนที่ 9 : Chapter 8 : ยอกย้อน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,385
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 549 ครั้ง
    23 ม.ค. 63

8

 

“ก็ถ้าแค่เป็นหวัดทำไมจะต้องอยู่โรงพยาบาลด้วยล่ะ เบื่อจะตายอยู่แล้ว พ่อจะออกวันนี้ เดี๋ยวนี้เลย!


พ่อที่สร้างวีรกรรมได้ทุกวันทำเอาฉันปวดหัว แม้ว่าหมอจะอยากให้พ่ออยู่ต่อแต่ก็ดูเหมือนว่าพ่อไม่อาจทนไหวได้อีกต่อไป เรียกได้ว่าร่างกายไม่สู้ดีแค่ไหนแต่ถ้าต้องเบื่อสู้ไปตายข้างนอกจะดีกว่า หลังจากปรึกษาคุณหมอแม้ว่าจะไม่เห็นด้วยแค่ไหนแต่พอคิดว่ามันเป็นช่วงระยะเวลาสุดท้ายคนป่วยน่าจะอยากกลับบ้านไปทำโน่นทำนี่ตามแต่ใจหมอก็เลยยอมให้กลับได้ แต่ในความเป็นจริงคือพ่อฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเป็นอะไร แล้วฉันจะปล่อยพ่อออกไปไหนมาไหนได้ยังไงกัน


“ก็ได้ ออกก็ออก งั้นไปอยู่กับหนู”


“อารมณ์ไหน ปกติแค่เจอหน้าพ่อแกก็ไม่เอาแล้วนี่ชวนไปอยู่ด้วย”


“ก็พ่อแก่แล้วจะอยู่คนเดียวทำไมล่ะ เมียใหม่ก็ไม่มี”


“มีแต่มันทิ้งไปแล้ว”


“ก็น่าจะทิ้งหรอกพ่อเล่นขโมยทองเขาไปขายแล้วเอาทองปลอมไปแทนที่มีแต่ตะขอที่เป็นของจริง ใครจะไปทนพ่อได้กัน”


“นี่พ่อเองลูกกกกก” พ่อส่ายหัวท่าเดียว “ไม่เอา พ่อรักอิสระ อยากจะไปไหนก็ไป”


“แล้วถ้าไอเป็นเลือด เป็นลมเป็นแล้งไปอีกล่ะ”


“ก็มาหาหมอแค่นั้นแหละ แกไม่คิดว่าตัวเองห่วงพ่อเกินไปหน่อยเหรอ แน่ใจนะว่าแค่เป็นหวัด?” พ่อมองฉันอย่างจับผิดแต่เพราะฉันเรียนรู้ที่จะโกหกมาอย่างแยบยลดังนั้นภาษากายของฉันพ่อไม่มีวันจับได้แน่นอน


“พ่อเป็นหวัด แต่พ่อแก่แล้ว ดังนั้นพ่อต้องกลับบ้านไปอยู่กับหนู ไม่อย่างนั้นจะไม่ส่งเงินให้ใช้”


“บ้าบอ! ขู่แบบนี้พ่อจะทำไงได้ล่ะ”


“อยู่กับลูกสาวมันจะเป็นอะไรนักหนาเชียว เบื่ออยากเล่นไพ่ก็ชวนเพื่อนมาเล่นที่บ้าน”


“ไม่เอา แกเป็นลูกสาว พ่อไม่อยากให้ผู้ชายเข้านอกออกใน ไม่รู้...ขอคิดดูก่อน อยู่กับลูกมันให้ความรู้สึกเป็นภาระพ่อรับไม่ได้”


“แต่ยังไงวันนี้พ่อก็ยังต้องกลับไปอยู่กับหนู ไว้หายดีจริงๆค่อยออกไปแรด ตามนี้” ฉันตัดบทเสร็จสรรพ พ่ออ้าปากจะท้วงฉันเลยต้องเอาเงินปิดปากด้วยการ... “ถ้ากลับไปนอนบ้านหนูจะให้หมื่นนึง”


“เชอะ”


เงินซื้อพ่อฉันได้เสมอนั่นแหละ


สรุปแล้วพ่อยอมกลับบ้านแต่โดยดี ส่วนเลขาที่หายไปโทรศัพท์อยู่นานสองนานกลับมาทำหน้ามุ่ยกระทืบเท้าปึงปังอย่างขัดใจ


“สามีงอนใหญ่เลยสิ”


“ใช่ค่ะ ไม่มีเหตุผลเลย บอกว่าปรางค์เอาแต่มาหมกตัวอยู่กับคุณ สองวันแล้วที่ไม่กลับบ้าน...เป็นบ้า จำได้ว่านอนแค่วันเดียวเท่านั้นแหละ”


“สองวัน คุณมาอยู่กับพ่อซีวันนึงแล้วก็นอนที่โรงพยาบาลอีกวันนึง ซียังไล่คุณกลับไปนอนบ้านเลยกลัวว่าผัวจะด่าเอา”


“จำไม่เห็นได้เลย แต่ก็นั่นแหละเขาควรจะเข้าใจสิคะว่ามันเป็นงาน อีผีหลอก!


“คุณวันนี้กับเมื่อวานคนละอารมณ์เลย” ฉันหัวเราะอย่างเอ็นดูก่อนจะปลอบใจด้วยอำนาจที่ตัวเองมี “สิ้นปีนี้ให้โบนัสเจ็ดเดือน”


“ว้าว โอเคหายหงุดหงิดแล้ว”


“คุณกลับบ้านไปเถอะเดี๋ยวซีดูแลพ่อเอง คุณต้องมีชีวิตเป็นของตัวเองบ้าง”


ปรางค์ขอตัวกลับก่อนส่วนฉันพาพ่อกลับบ้านในสถานะลูกที่ดี พูดกันตามจริงฉันไม่ค่อยได้ทำหน้าที่มากเท่าไหร่นักเพราะวุ่นวายอยู่กับการหาเงินและพ่อเองก็ชอบความเป็นอิสระ ฉันเลยดูแลพ่อได้เพียงแค่ส่งเงินให้ เรื่องยามเจ็บป่วยนี่ฉันทำไม่เป็นเอาเสียเลย ดังนั้นฉันจะถือโอกาสนี้ดูแลพ่ออย่างลูกกตัญญูตามทีวีบ้างแล้ว


“พ่อจำครอบครัวที่เคยจ่ายเราหนักๆสมัยเมื่อยี่สิบปีก่อนได้หรือเปล่า”


“จำไม่ได้หรอก หลอกคนเอาไว้เยอะ ครอบครัวไหนกัน”


“ที่ลูกสาวเขาเดินไม่ได้ แล้วพ่อต้องไปเฝ้าที่หน้าบ้านเขาสองอาทิตย์วางแผนยุบยับไปหมด”ฉันทวนความจำอีกนิด พ่อขมวดคิ้วก่อนจะดีดนิ้วราวกับว่าความคิดนั่นเปล่งประกาย


“จำได้ละ บ้านนั้นรวยจริงๆ จำได้ว่าตอนนั้นเขายอมจ่ายให้เราตั้งสองแสน...ยี่สิบปีก่อนมันมากมายอยู่นะ ทำไมเหรอ”


“ลูกสาวเขาเดินได้แล้วนะ”


“จริงดิ? เอ๊ะ แกมีพลังวิเศษจริงๆหรือเปล่าเนี่ย อวยพรให้พ่อเล่นป๊อกเด้งรวยๆที”


“จะไปเล่นอีกแล้วเหรอ”


“เบื่อนี่นา พ่อแก่แล้วนะ แค่กๆ” พ่อทำเป็นแกล้งไอจนฉันเบ้ปาก


“พ่อแค่เป็นหวัด อย่ามาสำออยเหมือนเป็นมะเร็ง” แม้ว่าพ่อจะเป็นมะเร็งจริงๆก็ตามแต่ฉันรู้แหละว่าพ่อแกล้งทำ


“ไหนบอกจะทำตัวเป็นลูกที่ดี อวยพรแค่นี้ก้ไม่ได้”


“แค่รู้ว่าพ่อจะเอาเงินหมื่นหนูไปถลุงก็เจ็บไปที่ขั้วหัวใจแล้วเนี่ย”


“สัญญาว่าจะเล่นแค่พันเดียว เงินลูกหามาให้ทั้งที แกก็รู้ว่าพ่อรักแกที่สุด ที่ไปเล่นแค่ฆ่าเวลาเฉยๆ ส่วนใหญ่พ่อจะโกงเขาน่ะ อิอิ”


พ่อเป็นคนแบบนั้นจริงๆ แม้จะชอบเล่นมากแค่ไหนแต่ถ้าเป็นเงินที่ฉันหามาให้พ่อจะกระเบียดกระเสียนมากเหมือนกับว่าสงสารฉันที่ต้องหาเงินเพื่อให้พ่อเอาไปจ่ายให้คนอื่นง่ายๆเทือกนั้น ฉันเองก็ไม่อยากขัดความสุขของพ่อเลยไม่ได้ต่อว่าอะไรมาก


“อยากเล่นก็เล่นเถอะไม่ได้ว่าอะไร”


“ใจดีจริงๆลูกสาว...เอ้อต่อซิ ว่าแต่แล้วแกรู้ได้ยังไงว่าลูกสาวเขาเดินได้แล้ว ไปเอาข่าวมาจากไหน”


“หนูเจอเด็กคนนั้น ตอนนี้เขาโตแล้ว”


“เขาจำแกได้หรือเปล่า เฮ้ย รีบไปทวงบุญคุณเลยบอกว่าถ้าไม่ได้แกเขาไม่มีวันนี้ แล้วก็เรียกเงินมาเยอะๆ”


“จะเอาเงินมาทำอะไรเยอะแยะแค่นี้ก็รวยไม่หวาดไม่ไหวแล้ว หนูเบื่อที่ต้องไปหลอกให้ความหวังชาวบ้านเขา”


“อ้อทุกวันนี้งานที่แกทำนี่หวังดีกับชาวบ้านชาวช่องเนอะ ไอ้ไลฟ์โค้ชเนี่ย”


“ขี้ประชด ก็แค่อยากบอกให้พ่อรู้ไว้เฉยๆ เผื่อวันนึงพ่อเจอเขาจะได้ไม่ตกใจ”


“พ่ออาจจะจำเขาไม่ได้ด้วยซ้ำ”


“แต่หนูว่าถ้าเขาเจอพ่อเขาจำได้แน่ หนูยังจำพ่อแม่เขาได้เลย”


ถึงจะกำชับพ่อแบบนั้นแต่ฉันก็มีความเชื่อว่าโอกาสที่จะได้เจอกันนั้นน้อยมากเพราะส่วนใหญ่แล้วองค์อินทร์จะไปอยู่ที่บ้านใหม่เพื่อวัดหน้างานมากกว่าจะมาเจอกันที่บ้านปัจจุบันที่ฉันอยู่ ก็แค่เผื่อไว้เฉยๆ...อาจจะมีวันที่บังเอิญได้เจอกับพ่อก็ได้ใครจะรู้


หลังจากกลับมาถึงบ้านฉันก็จัดห้องหับให้พ่ออยู่ก่อนจะนึกถึงคนหน้าหวานที่ไม่ได้เจอหน้ากันวันนึงได้ จริงๆมันก็แค่แป๊บเดียวแต่ฉันกลับรู้สึกว่ามันนานเกินไป อืม...จะอ่านข้อความหรือยังนะกดไปดูสักหน่อยดีกว่า


Read…


ข้อความขึ้นว่าอ่านแล้ว ฉันฉีกยิ้มอย่างรู้สึกดีใจที่องค์อินทร์ไม่ได้บล็อคอย่างที่เลขาบอกเอาไว้ ไหนๆวันนี้ก็ไม่มีอะไรให้ทำงั้นลองแกล้งโทรหาดีกว่า


ตรู๊ด...


เสียงโทรศัพท์ดังประมาณสองครั้งปลายสายก็รับด้วยน้ำเสียงปกติ ฉันที่ตั้งรับอาการไม่ต่อต้านฉันมาอย่างดีรีบแทงเสียงออกไปอย่างร่าเริง


“สวัสดีค่ะคุณอินเดีย นี่ซีเองนะคะ”


[ค่ะ เบอร์ฟ้องอยู่ว่าเป็นคุณ มีอะไรหรือเปล่าคะ]


“คุณ...สบายดีใช่ไหม”


เป็นคำถามที่ดูจะแปลกๆไปสักหน่อย เพราะเมื่อคืนนั่นแหละที่เธอไม่เปิดอ่านแถมปรางค์ยังตอกย้ำว่าองค์อินทร์อาจจะตายไปแล้วมันเลยทำให้ฉันอดถามคำถามแบบนี้ไม่ได้


[ยังไม่ตายค่ะ สบายดี...ดูคุณเป็นห่วงมากเลยนะเนี่ยถึงกับโทรมา คิก]


ฉันเบิกตาโพลงนิดหน่อยด้วยอาการแปลกใจ โดยปกติแล้วองค์อินทร์แทบไม่พูดอะไรยาวๆกับฉันด้วยซ้ำ แต่วันนี้เจ้าตัวกลับเป็นฝ่ายต่อประโยคแถมยังหัวเราะให้ได้ยินอีก จะไม่ตกใจได้ยังไงมันไม่ใช่เรื่องปกติเลยนะ


“ก็โทรถามสารทุกข์สุกดิบตามประสาคนอัธยาศัยดี ทานข้าวหรือยังคะ”


[หาเรื่องจะให้ออกไปเจอเหรอ]


อุ๊ยต๊ายตาย...ดักคอ


“ถามว่าทานข้าวหรือยังเฉยๆนะคะ ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย”


[ก็นึกว่าจะชวนไปทานข้าว จะไม่ชวนเหรอคะ]


เอาจริงๆตอนนี้รู้สึกเหมือนถุกค้อนทุบหัวไปต่อไม่ถูกเพราะไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมาด้วยบทสนทนาที่แปลกไป ฉันควรจะทำยังไงต่อ ไม่ได้คิดบทมาแก้เกมเสียด้วย


“ถ้าชวนแล้วจะไปไหมคะ?”


[ลองชวนสิคะ แล้วจะตอบว่าไปหรือไม่ไป] น้ำเสียงติดเล่นๆในตอนท้ายทำฉันยิ้มอย่างไม่เข้าใจสถานการณ์นิดหน่อยแต่ก็ถือเป็นสัญญาณที่ดี


“อยากไปทานข้าวด้วยกันไหมคะ”


[แล้วไปกินข้าวด้วยเราจะคุยกันด้วยเรื่องอะไร]


“แน่นอนว่าต้องคุยเรื่องงานอยู่แล้ว อยากรู้ว่าแบบไปถึงไหนแล้วบ้างหลังจากคุยไปวันนั้น”


 [นี่เพิ่งจะผ่านไปแค่วันเดียวเองหลังจากที่เราเจอกัน ใจร้อนจังเลย]


“นั่นสินะคะ”


หมดมุกแล้ว...


[แต่อัพเดทหน่อยก็ดีค่ะ เหมือนอินยังอยากได้รายละเอียดอีกสักนิดหน่อย เอาเป็นว่ารับคำเชิญ คุณสะดวกจะเจอกันเลยหรือเปล่าคะ]


“สะดวกค่ะ!


[น่าจะสะดวกจริงๆ น้ำเสียงดูแอคทีฟดีมาก งั้นเรามาจิบชายามบ่ายกันที่ร้านโปรดของอินดีกว่า รู้จัก Tea bar ไหมคะ]


“เหมือนเคยได้ยินค่ะ เดี๋ยวกูเกิ้ลไปก็ได้”


[แหม...อะไรก็ได้เลยนะคะ คิก] น้ำเสียงหัวเราะคิกคักจากปลายสายทำให้ฉันอดไม่ได้จริงๆที่จะถาม


“วันนี้คุณอินอารมณ์ดีจังเลยนะคะ มีอะไรพิเศษหรือเปล่า”


เมายาบ้ามาหรือไร...แน่ล่ะฉันไม่ได้ถามออกไป


[อารมณ์ดีแล้วไม่ดีเหรอคะ หรือชอบอินตอนอารมณ์เสียมากกว่า]


“ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ แค่...” ฉันปรับตัวไม่ทันแต่จะบอกไปแบบนั้นก็คงไม่ดี “อย่างนี้ดีแล้วค่ะ คุณอินเวอร์ชั่นเป็นมิตร งั้นเดี๋ยวเจอกันที่ร้านนะคะ”


[ออกเลยหรือเปล่าคะ นี่อินจะออกไปเลย]


“ออกเลยค่ะ จะปล่อยให้คุณอินคอยได้ไง เสียมารยาทแย่”


[ค่ะ งั้นเดี๋ยวเจอกัน ถ้าวันนี้ไม่รีบกลับว่าจะชวน...] คนหน้าหวานนิ่งเงียบไป [มาเจอกันก่อนดีกว่าเนอะ]


“นั่นสิเนอะ...” ฉันก็เนอะตามไปด้วยอย่างรู้สึกเหม่อลอย เสียงปลายหัวเราะอย่างอารมณ์ดีแล้ววางจากไป ฉันที่พอได้สติก็รีบมองหากุญแจแล้วคว้ามาไว้ในมือ “พ่อ ซีออกไปธุระก่อนนะ เดี๋ยวรีบไปรีบมา”


“ไม่ต้องรีบ อยากอยู่คนเดียว”


“นี่ลูกเอง”


“นั่นแหละ...ไหนเงิน บอกจะให้พ่อไง”


“เดี๋ยวโอนผ่านมือถือให้”


“ทันสมัย ไม่ต้องรีบกลับนะ รำคาญ”


“งั้นซีจะโทรหาทุกๆหนึ่งชั่วโมงจะได้รู้ว่าพ่อทำอะไรอยู่”


“ไม่รับสายหรอก ขี้เกียจ”


“ไม่ได้สิ ไม่อย่างนั้นหนูจะกลับบ้านเร็วนะ”


“รับก็ได้ เป็นหวัดแค่นี้มันอะไรกันนักหนา”


สุดท้ายฉันก็ต้องยอมปล่อยให้พ่ออยู่คนเดียวพร้อมกับโอนเงินผ่านมือถือให้ เอาจริงๆแอบรู้สึกผิดนิดหน่อยที่ไม่ยอมอยู่บ้านทั้งๆที่รู้ว่าพ่อป่วยแต่ใจก็อยากเจอกับองค์อินทร์ที่วันนี้ดูท่าทางอารมณ์ดีและฉันไม่อยากจะพลาดโมเม้นท์นั้น


ไม่เป็นไรหรอก พ่อบอกจะรับสายแล้วคงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงขนาดนั้น


 

ฉันเดินทางมาถึงร้านจิบชาที่ว่านั่นก่อนโดยที่สั่งแค่เครื่องดื่มเบาๆระหว่างรอ ประมาณสิบนาทีจากเวลาที่นัดเอาไว้องค์อินทร์ก็เดินเข้ามาในร้าน ฉันที่นั่งเหม่อมองออกไปข้างนอกคิดอะไรเรื่อยเปื่อยสะดุ้งนิดหน่อยก่อนจะยิ้มทักทายอินทีเรียคนสวยที่เฝ้าคอย


“ขอโทษทีค่ะที่สาย ที่จอดรถหายากมากๆเลย”


“ไม่เป็นไรค่ะ เข้าใจ คอยได้”


“เดินทางมายากไหมคะ”


“ไม่ยากเลยค่ะ”


“ก็น่าจะจริง มาก่อนอินอีก งั้นเดี๋ยวเราสั่งอะไรทานกันระหว่างคุยกันไปด้วยละกันเนอะ” องค์อินทร์รับหน้าที่ออเดอร์เมนูที่บอกว่าเป็นจุดเด่นของร้านพร้อมกับสั่งชากลิ่นมิ้นท์เพิ่มความรู้สึกสดชื่นกินแกล้มกับขนม ฉันที่มองเธออย่างเพลิดเพลินถูกจ้องกลับและนั่นทำให้ฉันสะดุ้งนิดหน่อย


“มองอะไรขนาดนั้นคะ มีอะไรติดหน้าอินหรือเปล่า”


“เปล่าค่ะ แค่รู้สึกว่าคุณเพลินตาดี ว่าแต่คุณอินอยากจะสอบถามอะไรเพิ่มเติมคะ” ฉันถูมืออย่างเตรียมพร้อม “ถามได้เลย”


“ถามอะไรเพิ่มเติมเหรอคะ”


“อ้าว ก็คุณอินบอกว่าอยากได้ข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับแบบเพิ่มเติมไม่ใช่เหรอคะ”


มีอาการแปลกใจนิดหนึ่งในสีหน้าเจ้าตัวก่อนจะทำทีนึกขึ้นได้


“จริงด้วย ก็ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ อินมีไอเดียว่าถ้าห้องมันโล่งเกินไป เราหาคนวาดรูปเก่งๆมาวาดบนผนังห้องดีไหมคะ จะได้ไม่ต้องหาอะไรมาไว้ในห้องให้เกะกะด้วย”


“ก็ดีนะคะ เอาที่คุณอินว่าดีเลย”


“งั้นตามนี้เลยเนอะ” คนหน้าหวานหยิบออแกไนซ์มาจดๆนิดหนึ่งแล้วปิดก่อนจะพากันเงียบอย่างไม่รู้ว่าจะคุยอะไรต่อ


“แค่นี้เหรอคะ”


“คะ? อ๋อค่ะ แค่นี้แหละ”


“จริงๆเราคุยกันทาง...” ฉันเว้นช่วงไปก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าไม่พูดจะดีกว่า การได้ออกมาเจอเธอย่อมดีกว่าคุยทางโทรศัพท์อยู่แล้ว “ว่าแต่คุณอินไม่ต้องเข้าบริษัทเหรอคะ ถึงออกมาจิบชาได้เนี่ย”


“ก็บอกว่าออกมาเจอลูกค้าบริษัทจะกล้าว่าอะไรละคะ แต่อันที่จริง...ที่นี่ให้ทำงานที่บ้านได้ค่ะเพราะเป็นบริษัทของพ่ออินเอง จะเข้าบริษัทก็ต่อเมื่อประชุมแผนงานต่างๆ”


“ทำไมเลือกเรียนด้านนี้คะ”


“ชอบวาดรูปค่ะ สนุกดี ได้ทำให้ห้องนั้นห้องนี้สวย พอลูกค้าชอบเราก็ดีใจ”


“แต่ห้องตัวเองกลับเป็นสีขาวโล่งไปหมดแทบไม่มีข้าวของเลยเนี่ยนะ”


“แล้วคุณรู้ได้ยังไง”


พอถูกถามถึงตรงนี้ฉันก็นึกขึ้นได้แล้วแถไปเรื่อย


“ก็เดาจากบุคลิกต่างๆ คุณก็รู้ว่าซีเดาเก่ง” เปลี่ยนเรื่องดีกว่า “แล้วงานชิ้นแรกนี่ออกแบบให้ที่ไหนคะ พอจะบอกได้ไหม”


“ก็ที่บ้านนี่แหละค่ะ ลูกค้าคนแรกก็พ่ออินเลย อื้ม...นึกขึ้นได้” คนหน้าหวานเว้นช่วงไปนิดหนึ่งเพื่อปล่อยให้บริกรวางกางน้ำชาที่นำมาเสิร์ฟ “สองสามวันนี้อินอาจจะออกมาคุยงานด้วยไม่ได้นะคะ พอดีต้องไปต่างจังหวัด”


ทำอย่างกับปกตินัดออกมาเจอกันง่ายๆอย่างนั้นแหละ วันนี้เธออารมณ์ดีต่างหาก...แต่ในเมื่อเกริ่นมาขนาดนี้แล้วถามต่อซะเลย


“ไปไหนคะ เที่ยวเหรอ”


“ก็ไม่เชิงเที่ยวหรอกค่ะ แม่อยากไปไหว้พระที่เชียงใหม่ก็เลยถือโอกาสไปพักผ่อนเลย บ้านหลังนั้นแหละที่อินออกแบบเป็นผลงานชิ้นแรก”


“อยากไปดูด้วยตาตัวเองจัง” ฉันแกล้งพูดไปอย่างนั้นตามประสาคนขี้หยอด


“ไปไหมละคะ”


“หืม?”


“...”


“คุณกำลังชวนซีไปกับคุณเหรอ?”


“ก็คุณอยากไปดูไม่ใช่เหรอคะ”


ทำไมวันนี้อะไรๆก็ดูง่ายไปซะหมด คนที่เคยตั้งกำแพงไว้สูงเสียดฟ้าวันนี้เอื้อนเอ่ยชวนฉันไปเที่ยวด้วยอย่างไม่ขัดเขินราวกับว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยเหม็นขี้หน้ามาก่อน


“มีเรื่องอะไรดีๆเกิดขึ้นหรือเปล่าคะ”


“ก็...นิดหน่อย ทำไมเหรอคะ?”


“ถูกหวย?”


“อินไม่เล่นหวยหรือลอตเตอรี่ค่ะ”


“แล้วอะไรทำให้คุณอินดูใจฟูขนาดนี้คะ”


“แล้วอะไรทำให้คุณซีคิดว่าอินใจฟูขนาดนั้นละคะ”


“ก็...” ฉันพูดตามที่ตัวเองรู้มาอย่างอดไม่ได้ “เวลาคนเราดีใจกับอะไรมากๆไม่ควรรีบทำอะไรที่จะต้องเสียใจทีหลังนะคะ เขาถึงบอกว่าเวลาดีใจหรือโกรธให้อยู่นิ่งๆก่อน”


“การชวนคุณซีไปด้วยกันจะทำให้เสียใจทีหลังเหรอ”


“มันก็...”


“ไปไหมคะ?” คำถามที่เหมือนจะจี้เอาคำตอบทำให้ฉันได้แต่อ้ำอึ้ง “ถ้าคุณซีไม่สะดวกก็...”


“ไปค่ะ!” ฉันตอบแทบจะทันทีเพราะกลัวอีกฝ่ายจะเปลี่ยนใจ องค์อินทร์ยิ้มนิดหนึ่งแล้วถามด้วยน้ำเสียงคล้ายกับแหย่


“คุณซีแน่ใจนะคะ ตอนตอบนี่ใจฟูกับอะไรอยู่หรือเปล่า?”


ฉันยืดตัวตรงแล้วมองคนหน้าหวานอย่างกลั้นยิ้มแล้วเอามือเกาคอตัวเองด้วยความเคอะเขิน


“ยอกย้อนเก่ง”


“แล้วตกลงไปด้วยนี่จะไม่เสียใจทีหลังใช่ไหมคะ”


“แล้วมีอะไรที่ซีต้องเสียใจทีหลังไหมละคะกับการไปเชียงใหม่กับคุณครั้งนี้”


“คุณนั่นแหละที่ยอกย้อน”

 

 

 

จะชวนใครไปเป็นเพื่อนก็ได้นะคะ มีห้องพักหลายห้อง

 

นี่คือคำทิ้งท้ายขององค์อินทร์และฉันก็เลือก พ่อที่จะไปในฐานะผู้ติดตามที่แสนน่าเคารพ แม้จะลังเลระหว่างให้ไปด้วยดีหรือไม่ไปด้วยดีเพราะกลัวว่าครอบครัวของคนหน้าหวานจะจำวีรกรรมเราพ่อลูกได้ แต่ยังไม่ทันได้คิดตัดสินใจพอกลับมาบ้านก็เห็นข้อความของพ่อแปะอยู่บนโต๊ะกินข้าวพร้อมด้วยอาหารมากมายที่คลุมไว้ด้วยฝาชี

 

 

“พ่อซื้อมาให้กิน วันนี้มือขึ้น

เอาทุนมาคืนด้วยแกจะได้ไม่มองว่าเป็นบุญคุณ และพ่อไม่อยากอยู่กับแก มันน่ารำคาญ

พ่อเอง”

 

 

หลังจากเห็นข้อความฉันก็กดโทรหาพ่อในทันทีแต่ถูกตัดสายตลอด ซึ่งนั่นแปลว่าพ่อขี้เกียจฟังคำหว่านล้อม ถ้าลองว่าพ่อไม่ต้องการจะเจอก็ไม่มีใครบังคับได้ บ้าจริง ฉันน่าจะระวังพ่อมากกว่านี้ พ่อไม่ได้เป็นแค่หวัดนะ!


ขณะที่กำลังเคร่งเครียดกลัวว่าพ่อจะเป็นอะไรขึ้นมาแล้วไม่มีคนดูแลก็เหมือนองค์อินทร์จะมีเซ้นส์รู้ว่าควรจะทำให้คนรู้สึกดีตอนไหนด้วยการ...


 

India : ฝันดีราตรีสวัสดิ์ค่ะ

 

หายเครียดเลย...


โปรดติดตามตอนต่อไป


#MNYuri


เมื่อวานฟีตแบคดี วันนี้ก็ฟีตแบคมาอีกจะได้มีกำลังใจอัพ อิอิอิ

ตอนหน้าเจอครอบครัวแล้วจ้า มาดูกันว่าซีจะทำยังไงแล้วพ่อแม่องค์อินทร์จะจำเธอได้ไหม


นักต้มตุ๋นมืออาชีพพพพพพพพพพพพพพ


บอกแล้วว่าเรื่องนี้เด็ดดดดดด


เลิฟซีนก็เด็ด


ภาพประกอบในเล่มก็เด็ดมากกกกกกกกกกกกกกกก พลาดแล้วร้องไห้นะบอกเลย

ปล.ไม่รู้เหมือนกันว่าภาพประกอบแบบนี้นายอินทร์จะให้ผ่านหรือเปล่า แต่ให้แหละ แหมมมม 55555


ถ้าไม่ให้ก็ขายเอง คร่อกกก (ทำเสียงขึ้นจมูกแบบ Peppa pig)











ราคารวมส่งแล้ว 459.-


E-Book




ราคารวมส่งแล้ว 539.-

 

 




ราคารวมส่งแล้ว คลิ๊กที่ภาพสั่งได้เลย




หรือสามารถซื้อเรื่องนี้ได้ตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไปได้เลย หยิบง่ายจ่ายสะดวกต้องหนังสือชุ้นเอง



Click ที่ภาพ



ผลงานรูปเล่มที่สามารถสั่งซื้อได้

Click











2 เล่มจบ ราคารวมส่งแล้ว 690.-








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 549 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,793 ความคิดเห็น

  1. #1557 103hz (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 18:47
    อินเดียแหม ทำไมรุกแรงง
    #1,557
    0
  2. #1093 IamLx (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 มีนาคม 2563 / 15:35

    ไม่ใช่แค่เธอสองคนนะที่ใจฟู คนอ่านก็ใจฟู! โอ้ย มันเป็นงุ้งงิ้งเว้ย!

    #1,093
    0
  3. #691 Ckloguaong (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:14

    แง เตรียมตัวจะเขินแล้วน่ะ

    #691
    0
  4. #566 Fatturtle (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:42
    ชอบอินเดีย เวอร์ชั่นนี้
    #566
    0
  5. #526 Slothboybin (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 10:08
    แหมๆๆ ใจฟูเชียวนะ เป็นอะไรหรอออ ทำไมอารมณ์ดี หื้อ อินเดีย 5555
    #526
    0
  6. #420 P.Witch (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:20
    ว้ายต่ายแล้ว ตอนนี้อินก้คือหยอดเก่ง ทำเอาไซซีไปไม่ถูกอ่ะคิดดู เขินเล้ยยยย ภาวนาขออย่าให้พ่อแม่เขาจำได้เถ๊อะ แต่ก้ไม่แน่ นี่มันนิยายพี่ปลาหนิ 555 อะไรก้เกิดขึ้นได้
    #420
    0
  7. #344 So_Zo (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 22:15

    กรี๊ดดดดดเขินนนนน

    #344
    0
  8. #256 ★PAN (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 มกราคม 2563 / 23:27
    อินเข้าปรางทีเดียว รุกหนักขึ้นมาเลย
    #256
    0
  9. #254 LoveToon (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 มกราคม 2563 / 23:20
    อินอารมณ์ดีเกิ๊นนน
    #254
    0
  10. #253 kimini todoke (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 มกราคม 2563 / 20:15
    อินเดียเข้าปรางค์ รุเรื่องหมดเลยย5555
    #253
    0
  11. #250 sheisthegiftt (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 มกราคม 2563 / 05:40
    รอเลยจ้าาาาา
    #250
    0
  12. #249 Poizpoiz (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 มกราคม 2563 / 01:52
    เริดดดดด​
    #249
    0
  13. #247 thanyanunfah (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มกราคม 2563 / 22:07
    รู้สึกกลัวว่าเดี๋ยวอีกซัก 3-4 ตอนเนื้อเรื่องจะสวิง5555
    #247
    0
  14. #246 kry_austin (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มกราคม 2563 / 20:21

    รอซื้อแบบเล่มเลยจ้าาา สนุกมากไม่ไหวแล้วhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-11.png

    #246
    0
  15. #245 yim17 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มกราคม 2563 / 20:08
    ไหว้พระครั้งนี้ท่าจะดีนะอิๆ
    #245
    0
  16. #244 Thee_TY (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มกราคม 2563 / 19:55
    ซีนี่หายเครียดง่ายจริงๆ5555 อินก็คือเหมือนคนละคนไปเลย
    ใจฟูทั้งคู่+รีดด้วย5555
    #244
    0
  17. #243 YBOAP (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มกราคม 2563 / 19:40
    อินเดียรุกแรงมากลู๊กกก พี่ปลาบอกเลิฟซีน้ด็ด ถ้างั้นเทหมดหน้าตักเลยค่าา
    #243
    0
  18. #242 proton18 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มกราคม 2563 / 17:49
    อินเปิดใจให้ซีแล้วใช่มั้ยล่าาา
    #242
    0
  19. #241 MiniwolfY (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มกราคม 2563 / 17:18
    คนอะไรน่ารักไปหมดพอไม่วางกำแพงใส่
    #241
    0
  20. #239 Plarinz (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มกราคม 2563 / 16:16
    ไปๆมาๆซีจะตกหลุมคุณอินล่ะ☺️
    #239
    0
  21. #238 Pinumnuij (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มกราคม 2563 / 14:48
    ตายยย​ ใจฟูคุณอินนนน
    #238
    0
  22. #237 KPI. (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มกราคม 2563 / 13:58
    รอเลยจ้า ตอนต่อไป
    #237
    0
  23. #236 Me Gusta 8 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มกราคม 2563 / 13:12
    อินโปรยเสน่ห์ ชอบๆ อยากอ่านต่อละ อิอิ
    #236
    0
  24. #235 mlucky2 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มกราคม 2563 / 12:26
    เอาภาพประกอบใส่ใน ebook ด้วยสิคะ อิอิ ว่าแต่ มีขายเลยมั้ย ใจร้อน อยากอ่านเร็งๆๆคะ
    #235
    0
  25. #233 Torus (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มกราคม 2563 / 12:08
    รอชม ความเด็ด ทุกเม็ด นะครับ
    #233
    0