APPLE : ถึงเธอ...ผู้เป็นที่รัก (YURI)

ตอนที่ 6 : Chapter 5 : เอ้า...ดื่ม!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,714
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,332 ครั้ง
    26 เม.ย. 61

5

เอ้า...ดื่ม!

 

 

“งี่เง่าอะไรอีกวะ ทุกอย่างกำลังจะไปได้ดี แล้วแกมาขอลาออกเนี่ยนะ!?


ฉันที่อยู่ในอาการซึมเศร้าอย่างถึงที่สุด กินไม่ได้ นอนก็หลับไม่เต็มตาจนดูโหลไปหมด แม้แต่กระจกยังไม่อยากจะสะท้อนให้เห็นซึ่งความน่าสมเพชบนใบหน้าฉันด้วยซ้ำ ไม่มีแรงแม้แต่จะหายใจ จะให้ฉันอยู่บนโลกนี้ได้อย่างไรถ้าไม่มีเธอ


มีสิ...แต่ถูกเธอเกลียด ฮึก...


“เวปก็ทำเงินแล้วนี่ ให้คนอื่นมาทำแทนคริสก็ได้มั้ง”


“แกฝีมือดี มีประสบการณ์ และแกเป็นน้องพี่จะให้ไปหาคนอื่นทำไม” พี่พุทธเอาลิ้นเลียริมฝีปากอย่างขัดเคืองใจก่อนจะจ้องหน้า “มีปัญหากับคุณกาลอีกแล้วใช่มั้ย?”


“...”


“จริงด้วยสินะ วะ! อะไรกันนักกันหนากับคุณกาลถามจริงๆ? เขาเคยไปแย่งแฟนแกหรือไง?”


ฉันหันไปจ้องหน้าพี่ชายเมื่อพูดถึงตรงนี้ ฉันไม่ได้โมโหที่ถูกแย่งแฟน แต่โมโหที่แฟนเก่าชั่วๆมาง้อคนน่ารักแบบนั้นต่างหาก


“ทำไมแกแสดงออกแบบนี้ มีซัมติง”


“ไม่มีอะไรทั้งนั้น” ฉันลุกขึ้นแล้วเดินสโลเสลไปยังชั้นสองเพื่อจะทิ้งตัวลงนอน “ไม่มีอะไรเลยแม้แต่วิญญาณในร่างกาย”


และความหงอยเหงาของฉันก็ดูเหมือนจะทำให้พ่อกับแม่เป็นห่วงไม่น้อย เดือดร้อนไปถึงพี่พุทธที่รักน้องสาวจับใจแต่คุยอะไรกับฉันไม่ได้มาก ท้ายที่สุดเลยโทรตามเพื่อนสนิทของฉันที่พอจะติดต่อได้อย่างไอ้มีนให้มาหาที่บ้าน และทันทีที่เพื่อนเห็นสภาพก็ยกมือขึ้นทาบอก


“ถ้าสวดมนต์แกจะร้อนเป็นไฟหรือเปล่า?”


“ฉันยังไม่ตาย”


“สภาพแกไม่ต่างอะไรกับตายไปแล้ว”


“มันก็จริง”


ฉันนั่งเหม่อมองไปยังท้องฟ้านอกหน้าต่างราวกับว่ามันเป็นสิ่งเดียวที่จะทำให้หัวใจสีเทาของฉันสดใสได้ บ้าจริง...เวลาแบบนี้ยังมีอารมณ์สุนทรี


ก็มันเหี่ยวเฉามากเลยนี่นา ฮือ


“เกิดอะไรขึ้น”


“ไม่มีอะไรหรอก”


“งั้นฉันกลับละกัน”


“แค่นี้เองเหรอ?” ฉันเหล่มองเพื่อนที่ไม่แม้แต่จะง้องอนสักนิด “ตามบทแล้วแกต้องเซ้าซี้ เป็นห่วงเป็นใยที่ฉันไม่กินข้าว ไม่ยอมนอน ทำให้พ่อแม่เป็นห่วง และท้ายที่สุดก็หามฉันไปโรงพยาบาล”


“ฉันต้องเดือดร้อนกับแกขนาดนั้นเลยเหรอ ชีวิตฉันไม่มีอะไรทำเลยหรือไงนอกจากเสือกเรื่องของเพื่อนเหมือนในนิยายเจ้าปลาน้อยน่ะ”


ฉันทำปากขมุบขมิบด่าเพื่อนไม่ออกเสียง ส่วนมีนที่ทำเหมือนว่าจะไปในตอนแรกหันมายักคิ้วให้นิดหน่อยแล้วถอนหายใจ


“ง้อก็ได้ เล่ามามันเกิดอะไรขึ้น”


“ฉันถูกตบ”


“ใครวะ!” แล้วเพื่อนผู้ที่พร้อมจะตายห่าวิ่งฝ่าระเบิดไปด้วยกันก็ลุกขึ้นถลกแขนเสื้ออย่างหัวเสีย “มันเป็นใครมาทำเพื่อนกูได้เนี่ย”


“อนธกาล”


“อ๊ะ นังนี่มันร้าย ทำไมนางต้องมาตบแกด้วย เหตุผลไม่ดีพี่จะปาขี้ใส่แล้วนะคะ” ความห้าวหาญของเพื่อนอันแสนเกินเบอร์ทำให้ฉันที่คิดจะเล่นใหญ่ในตอนแรกดึงแขนให้มันนั่งลงข้างกัน


“คือ...”


“อะไร”


“คือแบบนี้นะ...”


ฉันเล่าไปพอสังเขปให้ประหยัดเวลาที่สุด และทันทีที่ได้ฟังคบถ้วนทุกกระบวนท่าแล้ว มีนก็ถุยน้ำลายใส่หน้าฉันแบบเฟคๆในทันที


“ถุย! เป็นนี่จะไม่แค่ตบด้วย จะเอาหมาบ้ามาโยนใส่หน้ามึง อีบ้า! นั่นคือการเตือนเหรอ ฟังยังไงก็เหมือนหวงผัวเก่าและบอกให้เมียใหม่เขารู้ไว้ว่า...ผัวข้าใครอย่าแตะ”


“อีบ้า! ผัวเผออะไรน่าเกลียด แกก็รู้ว่าฉันไม่ได้มีเจตนาอย่างนั้น ทอยมันขี้ปี้ ขี้ฟัน ฉันทนไม่ได้หรอกที่จะเห็นอนธกาลของฉันโดนทำลายเหมือนดอกไม้ริมทาง”


“อนธกาลของฉัน...เต็มปากเต็มคำเลยนะ” มีนทำสีหน้าเยาะเย้ยถากถางก่อนจะตบกลับเข้าเรื่องเดิม “เขาทำลายไปถึงไหนแล้วมั้งพรหมจรรย์ที่ดีนั่นน่ะ”


“ตบปากตามจำนวนอายุพ่อกับแม่รวมกันเดี๋ยวนี้”


“ปากเบินพอดี...โอ๊ยอีหอย ไปเตือนแบบนั้นใครก็โมโห แกไม่ได้สนิทกับเขา ไปพูดจาละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวแถมเขายังคิดว่าแกไม่ชอบขี้หน้ามันเลยยิ่งไปกันใหญ่น่ะสิ”


“ฉันถึงได้มานั่งเศร้าแบบนี้ไง ฉันหวังดีกับเขา อยากให้เขาปลอดภัยทำไมต้องถูกเกลียดด้วยก็ไม่รู้...” ฉันเสียงสั่นน้ำตาคลอเบ้า ท่าทางโศกเศร้าของฉันทำให้เพื่อนถึงกับใช้สองมือประคองหน้าแล้วจ้องตากลับ


“แกเป็นบ้าอะไร เรื่องแค่นี้ก็ต้องร้องไห้เหรอ นั่นมันคนแปลกหน้านะ”


“ไม่แปลกหน้า! นั่นคืออนธกาล...ของฉัน” ฉันบอกออกมาโดยมีการติด อะพอตโตฟี่เอสตัวโตๆเอาไว้เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของอย่างต้องการจะย้ำชัด


“นี่โดนเขาทำขนาดนี้ยังจะชอบเขาอีกเหรอ”


“พูดบ้าๆ ชอบอะไรกัน...ฉันปลื้มเขา” แล้วฉันก็ยกมือขึ้นจับอกข้างซ้ายของตัวเองที่กำลังโศกเศร้ารุนแรง “มันเป็นความรู้สึกที่แปลกประหลาด แม้เขาจะทำไม่ดีใส่ฉันก็ไม่ได้รู้สึกไม่ชอบหรือเกลียดเขาเลย ทำไม่ลง เหมือนแกรักอีซูชินั่นแหละ”


“แกรักอนธกาลเหมือนหมาเหรอ”


“เปรียบเทียบ!” ฉันแยกเขี้ยวเมื่อเพื่อนเอาแต่ขัด “มันเป็นความรู้สึกที่แบบ...เอ็นดูน่ะ หมาเยี่ยวใส่ขาแกแกโกรธมั้ยล่ะ”


“อย่าบอกนะว่าอนธกาลเยี่ยวใส่ขาแกด้วย”


“อีเวร”


“อะล้อเล่น...โกรธสิ”


“แล้วเกลียดมันมั้ย”


“ก็ไม่”


“นั่นแหละความรัก ความเอ็นดู”


“เป็นเอามากนะ ไปรู้จักเขามาจากชาติปางไหนถึงได้ผูกพันทวิภพกันปานนี้”


“ในฝันล่ะมั้ง...ฉันฝันถึงอนธกาลบ่อยมาก คือตอนฝันจำไม่ได้หรอกว่าเป็นยังไงจำได้แต่ดวงตาที่เคยเกริ่นให้ฟังนั่นแหละ แล้วพอรู้ว่าอนธกาลมีดวงตาแบบเดียวกันกับคนในฝัน ฉันก็รู้สึกผูกพัน รู้จักกันมานาน เหมือนรู้จักกันมาตลอดชีวิตแบบนั้นเลย"


ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบงัน มีนไม่ขัดอะไรให้เสียจังหวะและอารมณ์เหมือนอย่างเคยแล้วเฝ้ามองดูฉันเงียบๆก่อนจะพยักหน้า


“มันอธิบายไม่ได้ง่ายๆเลยสินะ”


“อืม”


“เอาเรื่องที่เกิดขึ้นนี่ก่อนแล้วกัน แกเศร้ามากและความเศร้านั้นมาจากอนธกาลที่ตบหน้าแก อันมีเหตุมาจากไปปากหมาพูดจาไม่เข้าหู แต่รายนั้นก็มือไวไปหน่อยไม่ควรต้องลงไม้ลงมือ...”


“ฉันก็คงใส่อารมณ์มากไปด้วย”


“ไปขอโทษเขาสิ”


“แค่มองหน้าฉันยังไม่กล้าเลย อีกอย่างกาลเองก็คงไม่อยากเจอฉันอีกแล้ว นี่ก็เพิ่งจะขอลาออกจากทีมทำเวป พี่พุทธโมโหใหญ่เลย”


“มันเป็นวิธีหนีปัญหาน่ะ เรียนผูกก็ต้องเรียนแก้ ทำให้เขาเจ็บปวดก็ต้องขอโทษเขา วิธีง่ายๆซิมเปิ้ลมากๆ”


“ยาก”


“ฉันจะทำให้มันง่ายเอง”


“แกจะทำอะไร”


“เพื่อนถูกสร้างมาเพื่อแก้ปัญหาให้พระเอกนางเอกเสมอนั่นแหละ...อนธกาลยังเป็นผู้ประกาศข่าวกีฬาอยู่ที่เก่าใช่มั้ย”


“อะฮะ”


แล้วมีนก็ขยิบตาข้างหนึ่ง


“แค่นี้ก็พอ”

 



 

ฉันไม่เข้าใจว่ามีนหมายความว่ายังไง ไม่ว่าจะถามอะไรไปเพื่อนก็ไม่ยอมบอก แต่หลังจากนั้นได้ประมาณสามวัน พี่พุทธก็เรียกประชุมทีมแล้วประกาศบอกกับทุกคนเรื่องของฉันที่ยังคงไม่เปลี่ยนใจ


“อย่างที่เคยเกริ่นๆไปแล้วว่าคริส หุ้นส่วนฝ่ายตัดต่อขอลาออกไปเพราะเรื่องส่วนตัวบางอย่าง ดังนั้นวันนี้ผมจึงเรียกทุกคนมาเพื่อประกาศให้ทราบ”


ทุกคนตกอยู่ในความเงียบงัน ส่วนอนธกาลเหล่มองฉันนิดหนึ่งพอสบตาด้วยกันผินหน้าไปทางอื่น


เฮ้อ...


“งั้นเลี้ยงส่งทิ้งท้ายกันหน่อยดีมั้ยคะ?”


อนธกาลเอ่ยขึ้นและนั่นทำให้พี่พุทธทำสีหน้าประหลาดใจ และใช่...ฉันด้วย


“คุณกาลสะดวกเหรอครับ ทุกคนว่ายังไง”


“ก็ได้นะ ร่วมงานด้วยกันมาตั้งหลายเดือน จะไปเฉยๆมันเศร้าไปหน่อย วันนี้เราไปเลี้ยงส่งกัน...ว่าแต่เลี้ยงอะไรดี หมูกระทะ ปิ้งย่าง สุกี้?”


“เลี้ยงส่งก็ต้องมีแอลกอฮอล์ลด้วยสิคะ”


“ก็ดีนะ” พี่โตที่เป็นขาดื่มอยู่แล้วพอได้ยินอย่างนั้นก็งับข้อเสนอในทันที “เอาแบบนั้นเลย มีแอลกอฮอล์ลด้วย งั้นไปร้านแบบไหนดี คาราโอเกะ ผับ”


“ไม่ไหวๆ ไม่ชอบเบียดคนเยอะๆ เอาเป็นร้านนั่งกินนั่งดื่มชิลๆก็แล้วกัน” พี่เจษฎาหุ้นส่วนอีกคนเสนอและทุกคนเห็นชอบด้วย จะมีเพียงฉันเท่านั้นที่ค่อนข้างจะแหยงๆกับการเลี้ยงส่งครั้งนี้นิดหน่อย


ดื่มเหรอ...จะรอดมั้ยเนี่ย


 

 

“เอ้าดื่ม!


ทุกคนเอาแก้วเบียร์ชนกันเป็นจุดเดียวท่ามกลางร้านอาหารโฟล์คซอง จะมีเพียงฉันที่มีแก้วแปลกประหลาดนิดหน่อยนั่นคือน้ำเปล่า ไม่ใช่ว่าอยากจะเป็นผู้ดีแต่อย่างใดเพียงแต่ไม่ใครให้ใครเห็นร่างสองที่แสนอันตรายของตัวเองก็เท่านั้น


โอย...สะพรึงมาก


“คิดแล้วเศร้าเหมือนกันนะเนี่ยที่แกจะไม่ร่วมทีมด้วยแล้ว แต่ช่างเถอะเอาความสบายใจแกเข้าว่า พี่รักแกนะ” พี่พุทธเอื้อมมือมายีหัวฉันแล้วกระดกเบียร์เข้าปากอักๆ ส่วนฉันยังคงกระมิดกระเมี้ยนดื่มน้ำเปล่าพร้อมกับเหล่มองอนธกาลที่จิบเบียร์ช้าๆด้วยหางตา


กินเก่งเหมือนกันนะเนี่ยแม่สาวน้อย


“ว่าแต่ทำไมแกกินแต่น้ำเปล่าวะ ทุกคนเขามาฉลองให้แกนะเสียมารยาท”


“ไม่ดีกว่า เค้าสนุกแล้ว” ฉันโบกมือเป็นปางห้ามญาติแล้วส่ายหัวดุกดิกและเพื่อหลีกเลี่ยงสถานการณ์แบบนี้ฉันจึงทำเป็นขอตัวลุกไปเข้าห้องน้ำ “ไปฉี่นะ เดี๋ยวมา”


ฉันเหล่มองอนธกาลนิดหนึ่งแล้วหลบฉากเดินออกไป ยิ่งอยู่ใกล้ก็ยิ่งเศร้า เหมือนห่างแค่เพียงเอื้อมมือแต่เธออยู่แสนไกลเหลือเกินอะไรประมาณนั้น ทำไมการใช้ชีวิตเป็นตัวฉันเองมันยากขนาดนี้นะ


และท้ายที่สุดแทนที่จะเข้าห้องน้ำฉันก็มานั่งหงอยๆคนเดียวตามลำพังที่ลานจอดรถ ขณะที่กำลังเหม่อไปเรื่อยฉันก็ได้กลิ่นน้ำหอมเย็นๆลอยมาตามลมและนั่นทำให้หัวใจฉันเต้นรัว


แน่ล่ะ...ฉันจำได้ กลิ่นน้ำหอมของอนธกาล


“ออกมานั่งทำอะไรคนเดียวมืดๆ มันอันตรายนะ” ฉันนั่งหลังตรง ตัวแข็ง ทำอะไรไม่ถูกเลยได้แต่นิ่งเงียบ คนตัวเล็กทิ้งตัวลงนั่งข้างกันแล้วยื่นแก้วเบียร์มาให้ “เอาไป”


“หืม?”


“นี่เรากำลังมาประสานรอยร้าวอยู่นะ รับไปเถอะ”


อนธกาลจ้องมองมาอย่างบังคับ คนที่ดูหวานๆมาโดยตลอดบทจะแมนขึ้นมาก็ทำตัวเหมือนเด็กผู้ชายหัวโจกที่ชักชวนให้เพื่อนดื่มเบียร์ ส่วนฉันเองพอได้รับไมตรีจิตแบบนั้นก็เลยต้องรับมาแล้วมองแก้วนั้นอย่างคนน้ำตาจะไหล


ฉันจะเลียแก้ว...แก้วที่ดี


“กินสิ”


“หืม?”


“เบียร์น่ะ เอ้า...ชน” คนตัวเล็กหยิบแก้วเบียร์ตัวเองแล้วบังคับชนก่อนจะจ้องหน้าฉัน “ตามมารยาทต้องกินนะ”


“เอ่อ...คือ...เราค่อนข้างจะแพ้แอลกอฮอล์ลน่ะ”


“ดัดจริต”


“อะไรนะ!” ฉันถลึงตาอย่างตกใจตอนได้ยินอย่างนั้นและนั่นทำให้อนธกาลยักไหล่


“ก็มันจริงนี่ สมัยนี้มีคนกินเหล้าเบียร์ไม่ได้ด้วยเหรอ อีกอย่างคุณเองก็ดูก๋ากั่นจะตายไป กินได้แต่บอกว่ากินไม่ได้...นี่คือยังไงก็จะไม่ดีด้วยใช่มั้ย”


“มันไม่ใช่แบบนั้นนะ เรากินไม่ได้จริงๆ”


“งั้นก็ไม่ต้องดีกัน พอกันทีกับการประสานรอยร้าวนี้”


คนตัวเล็กที่พยายามเข้าหาลุกขึ้นยืนแล้วเตรียมจะผละจากไป ด้วยความตกใจทำให้ฉันดึงชายเสื้อเชิ้ตสีขาวนั่นเอาไว้ก่อน และนั่นทำให้อนธกาลหันมาสบตาด้วย


“กินก็ได้ ไม่เห็นต้องทำแบบนี้เลย” พูดเสร็จฉันก็กระดกแก้วเบียร์เข้าปาก ตอนแรกว่าจะเอาแบบพอดีคำแต่ถูกคนที่ยืนคร่อมหัวอยู่ดันก้นแก้วคล้ายกับบังคับให้ดื่มจนหมด


อึก...


ห...หมดแก้วเลย ผีหลอก!


“ก็กินได้นี่ แล้วทำมาเป็นบอกว่ากินไม่ได้”


“แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะกินให้หมดแก้วนะ” ฉันทำหน้าเหยเกอย่างเริ่มหวาดกลัวตัวเอง “แย่แล้ว แย่แน่ๆเลย”


“แย่อะไร”


“ไม่มีอะไรหรอก” ฉันโบกไม้โบกมือเพราะไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไงดีเกี่ยวกับตัวเอง “เอาเป็นว่าเราสองคนไม่มีอะไรคาใจกันแล้วใช่มั้ยกับเบียร์แก้วนี้”


“ก็คงจะอย่างนั้นละมั้ง? เราไม่ได้โกรธอะไรคุณแล้ว จะเหลือก็แต่คุณนั่นแหละ”


“หืม?”


แล้วอนธกาลก็เอื้อมมือมาหาทำเหมือนกับจะสัมผัสหน้า แต่ด้วยความตกใจฉันผละหัวออกก่อนและนั่นเกือบทำให้ฉันร้องไห้ที่พลาดจังหวะที่ใบหน้าของตัวเองจะได้สัมผัสฝ่ามือเล็กๆที่แสนน่าจับนั่น


โง่...โง่อะไรอย่างนี้


“ขอโทษที...เราพูดถึงเรื่องวันนั้นที่เผลอไปตีหน้าคุณ”


ช่างเป็นคำพูดจาที่น่ารัก ใช้คำว่า “ตี” แทนคำว่า “ตบ” ให้ดูอุ๋งๆเข้าไปอีก...อธิบายยังไงดีนะ อุ๋งๆสำหรับฉันคือการจำกัดความน่ารักของนังแมวน้ำทั้งหลายบนโลกใบนี้


อนธกาลคนดีของฉันแลดูอุ๋งๆมากเลย...


“อ๋อ...” ฉันยกมือขึ้นลูบแก้วตัวเองนิดหน่อย “ไม่เป็นไรหรอก เป็นใครก็ต้องโกรธเป็นธรรมดาโดนต่อว่าไปอย่างนั้น”


“สรุปว่าไม่โกรธใช่มั้ย”


“โกรธทำไมล่ะ เราชอบเธอจะตาย”


“หืม?”


“เรา....”

 


ฟึ่บ...

 

 

แล้วแสงแดดยามเช้าที่ลอดเข้ามาจากหน้าต่างก็ทำให้ฉันต้องหรี่ตามอง บรรยากาศรอบๆแลดูคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด นี่มันห้องนอนฉันนี่นา...


เมื่อกี๊ยังยืนคุยอยู่กับอนธกาลอยู่เลย

 

เฮือก!!!

 

เพียะ

 

ฉันยกมือขึ้นตบหน้าตัวเองแล้วหันไปมองยังนาฬิกาปลุกที่หัวเตียงอีกครั้งราวกับจะย้ำเตือน ความตกใจที่ทะยานถึงขีดสุดทำให้ฉันกระโดดลงจากเตียงนอนแล้ววิ่งลงไปข้างล่างก็พบว่าพี่พุทธกำลังจะออกไปทำงานประจำที่บริษัท เตรียมหยุดกุญแจจะไปสตาร์ทรถ


“พี่พุทธ!


“ไงไอ้เวร” คำทักแรกของพี่ชายคนโตทำให้พ่อกับแม่มองอย่างไม่ชอบใจเท่าไหร่ แต่ก็หาได้รู้สึกอันใดไม่ “ตื่นขึ้นมาเสียที ผีออกไปแล้วเหรอ”


“ผีอะไร แล้วเค้ากลับมาที่บ้านตอนไหน”


“นี่จำอะไรไม่ได้เลยเหรอ?”


“จำอะไร?” ฉันวิ่งไปหาพี่ชายตัวเองแล้วเขย่าสุดแรงเกิด “มีอะไรเกิดขึ้น บอกเค้ามาเดี่ยวนี้นะ”


“เมื่อคืนแกดีดมากเลยน่ะสิ แกกลายเป็นใครที่พี่ไม่รู้จัก”

 

โอ้...ร่างสองของฉัน ถึงว่าภาพตัดไปเลย จำได้แค่ว่ากำลังคุยอยู่กับอนธกาลที่ลานจอดรถมืดๆเท่านั้น เราสองคนดื่มเบียร์และคุยอะไรกันนิดหน่อย จากนั้นก็ไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่ในหัวสมองของฉันเลยนอกจากขี้เลื่อย

 

ฉันก้าวขาถอยหลังช้าๆอย่างหมดแรง แต่ก็พยายามรวบรวมสติถามออกไปอย่างใคร่รู้


“ค...เค้าทำอะไรแปลกๆลงไปหรือเปล่า”


“เมื่อคืนทุกสิ่งที่แกทำแปลกหมดเลย”


“ไม่เป็นไร พอเข้าใจได้...เอางี้ เอาเรื่องพีคๆ เอาใหม่...เค้าได้ทำอะไรแปลกๆกับคุณกาลหรือเปล่า” ปกติแล้วฉันจะเมาต่อหน้าเพื่อนและมักจะทำอะไรที่ตัวเองไม่เคยทำ แต่นั่นเพื่อนไง...นี่พี่ชายที่เป็นคนในครอบครัว และอนธกาล คนที่ฉันปลาบปลื้มอยู่ในใจตื้นๆ


ถ้าลึกฉันเองก็คงไม่รู้หรอก...


“ถามอย่างนี้ต้องมีจำได้บ้างแหละ อย่ามาไก๋ มันมีด้วยเหรอคนที่เมาแล้วจำอะไรไม่ได้เลย แกต้องกินขี้พี่ถึงจะเชื่อว่าเมาจริงๆ”


ฉันนี่ไงล่ะที่เมาจริงๆ แต่กินขี้มันก็เกินไปหน่อยนะ


“ทำสินะ...” ฉันเม้มริมฝีปากตัวเองแน่น “ทำอะไร พี่บอกสักที มันน่ารำคาญ”


“แกจูบหน้าผากคุณกาล แล้วบอกว่า... น่ารักจังเลยอุ๋งๆน้อย ฝันดีนะอนธกาลของฉัน”

 

อนธกาลของฉัน...

 

นี่ฉันทำอะไรลงไปเนี่ย!


โปรดติดตามตอนต่อไป




#APPLEYuri


สรุปว่าเรื่องนี้สนุกเนอะ จะได้มีกำลังใจแต่งต่อไปเรื่อยๆ



ในที่สุดอีร่าง 2 ก็ออกมาปรากฎกายให้ได้ยลกัน แล้วดันทำตัวรุ่มร่ามไปจุ๊บเหม่งเขาด้วยนะแม่คริสคนฬ่านเงียบ 555555555555


เรื่องนี้เดินเรื่องเร็วค่ะไม่งั้นแช่ไปนานๆเดี๋ยวจะเบื่อ อีกอย่างพระนางจะมางอนกันอะไรทุกตอน เดี๋ยวบทเขาดีกันขึ้นมาทุกคนจะเบือนหน้าหนี


คนนึงก็ซึน คนนึงก็แสนงอน


น่าย้ากกกกกกกกกกก


อุ๋งๆ




อิมเมจอนธกาลจะประมาณนี้นะคะ คือสวย ดูโตเป็นสาว จะต่างจากอนึ่งที่มีความเป็นเด็ก เวลาดึงภาพมาจะมีแต่รอยยิ้มในขณะที่แม่สาวหน้าหวานคนนี้จะมีความคมกริบ แบบผู้ใหญ่กว่า


ชุ้นรักเค้า



แล้วพบกันค่ะ





ผลงานรูปเล่มที่สามารถสั่งซื้อได้

Click




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.332K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,020 ความคิดเห็น

  1. #4998 PlatooThai (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 / 11:43
    จูบหน้าผาก แลัวบอก ฝันดี โอ้ยยยยยฟินจริง คุณคริส
    เงื่อนงำ แก้วตาที่คริสได้รับเป็นของคุณแม่สาวกาล ชิมิ
    #4,998
    0
  2. #4967 Chichuu~♡ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 21:27
    น่ารักก ขำคริส55555 อีกแล้วจ้าา
    #4,967
    0
  3. #3774 DESTINY (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 08:05
    น่ารักว้อยยยย 5555
    #3,774
    0
  4. #3020 coldbloood (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 23:54

    ชอบที่เขียนไดอะล็อคเพื่อนคุยกันมากเลยค่ะ ตลกดี ขำมากจนอยากรู้ว่านิยายพี่ปลาทุกเรื่องเอานิสัยตัวเองกับเพื่อนมาแต่งหรือเปล่าคะ คุยกันตลกจริง ๆ 555555555555555555555

    #3,020
    0
  5. #2793 kyungstal12 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 16:31
    อ้ายยยยยยยย ทำไมชอบร่างสองของเทอละ เขิลลลลล
    #2,793
    0
  6. #2661 tongosom (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 17:14
    ชอบอ่ะ เหมือน อ่านนิยาย BNK48 อยู่ คามิ อร ป่ะเนี้ยย
    #2,661
    0
  7. #2531 bfrankkk (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 20:29
    5555555อุ๋งๆน้อยยยย
    #2,531
    0
  8. #2381 JKPFF (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 05:23
    ชอบความที่คริสหวีดอนธกาลมากเลย มีความเอ็นดูอยู่ในทุกตัวอักษร555555555
    #2,381
    0
  9. #2055 วิว (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2561 / 00:42
    ชอบคำว่า อุ๋งน้อยก็พี่ปลามากอ่านแล้วต้องหยุดหัวเราะอ่ะ 55555
    #2,055
    0
  10. #2036 Dark Yuri (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 02:49

    เซ็งตรงที่จำร่างสองไม่ได้นี่แหละ

    #2,036
    0
  11. #1675 P.Witch (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 15:47
    หูย โป๊ะแตกจ้าโป๊ะแตก ตลกร่างสองมากเวอร์
    #1,675
    0
  12. #1572 aqua.b (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 00:48
    ชอบร่างสองงง5555555
    #1,572
    0
  13. #1419 KonchawanRatkhui (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 15:51
    โอ้ยน่ารักเว่อออ
    #1,419
    0
  14. #1316 Me Gusta 8 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 14:22
    น่ารักอ่ะ 555 ร่างสอง
    #1,316
    0
  15. #1127 DaoTwice9 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 15:21
    งื้อออออออ น่ารักมากกกกกก อุ๋งๆน้อยของเค้า😍
    #1,127
    0
  16. #887 pdd2557 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 01:09
    ร่างสองน่ารักจัง 555
    #887
    0
  17. #886 _Kannikar_ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 23:30
    ชอบร่างสองมากกกกกกกกก มาบ่อยๆนะคะ ^^
    #886
    0
  18. #883 Mistymoir (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 20:17
    อุ๋งๆ ของเค้า แอร้ยยย
    #883
    0
  19. #704 Takgy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 12:00
    โง้ย 55555
    #704
    0
  20. #630 Mee (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 04:03

    มมาต่อนะพี่

    #630
    0
  21. #629 มายเนม (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 23:00

    เขินนนนนนนน อร๊าย อุ๋งๆ อนธกาลจะทำไงเนี้ย

    #629
    0
  22. #628 kankankankung (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 22:42
    ทั้งขำทั้งเขินอ่านไปเขินไปอ่านไปขำไปงงตัวเองไปหมดแล้วพี่ปลา
    #628
    0
  23. #627 0875763023 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 22:32
    แล้วทำไมชุ้นต้องเขินด้วยยยยย งุ้ยๆอุ๋งๆ
    #627
    0
  24. #626 zpuek711 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 22:10
    ครั้งนี้แค่จุ๊บหน้าผาก ครั้งหน้าคงจูบปากเน้นๆเลยสินะ ไม๊ได๊ค๊าดหวั๊งเล๊ยจริ๊งๆ//ก็เสียงสูงขนาดนี้แล้วอ่ะพี่ปาปา 5555
    #626
    0
  25. #625 Bb blacx (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 20:14

    เป็นยูริเรื่องเเรกที่อ่าน คือมันดีงามมาก

    ถ้าเมาเเล้วเป็นเเบบนี้อยากจะมอมเหล้าพี่คริสทุกตอนเลยจ้า ชอบให้ร่างสองโผล่มาบ่อยๆ

    #625
    0