APPLE : ถึงเธอ...ผู้เป็นที่รัก (YURI)

ตอนที่ 4 : Chapter 3 : แฟนเก่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,292
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,262 ครั้ง
    23 เม.ย. 61

3

แฟนเก่า




อนธกาล รักษ์ไทย


จบคณะนิเทศศาสตร์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ เข้าวงการบันเทิงได้ด้วยการชักชวนจากแมวมองชั้นแนวหน้า แต่ดันได้ไม่ถึงฝั่งฝันเลยดิ้นรนหางานทำเองด้วยการไปแคสท์ เป็นวีเจบ้าง พิธีกรรายการบ้าง  แต่ก็มาได้จริงๆตอนไปลองแคสท์เป็นผู้ประกาศข่าวกีฬา


เคยมีผลงานโฆษณาประปรายแต่เพราะไม่ใช่นางเอกดังอะไรมากมายจึงได้มาพอเป็นค่าขนม ปัจจุบันอยู่กับแม่สองคนและคุณแม่ก็เพิ่งจะเสียไปเมื่อสามเดือนที่ผ่านมาด้วยโรคหัวใจ

 

พี่โต : ตอนนี้กาลไม่มีใจจะทำอะไรอีกแล้วเลยคิดจะออกจากวงการแล้วไปทำมาค้าขายเท่าที่ทำได้ เพิ่งจะมาฮึดสู้ตอนได้รับจดหมายจากแฟนคลับก่อนหน้าที่จะตอบตกลงรับเป็นหุ้นส่วนเวปเรา

 

พี่เจษ : และตอนนี้กาลมันก็ลาออกไปแล้ว บอกว่าไม่สามารถร่วมงานกับคนที่ไม่ชอบตัวเองด้วยได้

 

แล้วทุกคนก็ส่งสติ๊กเกอร์หน้าโกรธใส่ฉันอย่างไม่กริ่งเกรงเลยว่าฉันจะรู้สึกเจ็บปวดแค่ไหน แต่ก็นั่นแหละ ความเจ็บปวดของฉันยังไงก็ไม่สู้อนธกาลในตอนนี้ที่เข้าใจผิดไปกันใหญ่ว่าถูกฉันเกลียด โอ๊ย จะทำยังไงดีเนี่ย


นอนไม่หลับเลย...


ว่าแล้วฉันก็กระเด้งตัวลุกขึ้นนั่งในกลางดึก เวลาในตอนนี้ตีสามกว่าแล้ว ฉันดึงลิ้นชักโต๊ะเครื่องเขียนแล้วหยิบกระดาษกลิ่นแอปเปิ้ลขึ้นมาจ้องมอง


ฉันควรจะขอโทษเจ้าตัว...แต่จะได้รับการให้อภัยหรือเปล่าก็ไม่รู้ เอาเป็นว่าต้องกอบกู้หัวใจที่เหี่ยวเฉานั่นให้ฟื้นตัวก่อน แล้วค่อยโทรไปขอโทษ อืม..ต้องเขียนประมาณไหนดีนะ


 

ถึงเธอ...ผู้เป็นที่รัก

 

อย่าตกใจไปที่ได้รับจดหมายจากเราอีกแล้ว อยากจะบอกว่ายังคงติดตามผลงานของคุณอยู่เสมอและอยากเป็นกำลังใจให้กับคุณไม่ว่าคุณจะพบเจอกับอะไรก็ตาม

ถ้ารู้สึกว่าตัวเองตัวเล็กเกินไปสำหรับโลกใบนี้และไม่มีประโยชน์อะไรกับใคร เราอยากให้คุณรับรู้เอาไว้ว่า...อย่างน้อยๆคุณก็มีประโยชน์กับแฟนคลับอย่างเรานะ

การได้ปลื้มใครคนหนึ่งมันมีความสุขมากขนาดนั้น

คุณคือความสุขนะ...แล้วลองคิดดูว่าถ้าคุณเศร้า มันจะส่งผลให้คนที่ชื่นชอบในตัวคุณเศร้าไปด้วย

เห็นมั้ยล่ะ...ว่าคุณมีประโยชน์และเป็นแรงใจให้ใครต่อใครได้ และคุณคือแรงใจของเรา

 

รักคุณ

แอปเปิ้ล

ปล.หวังว่าจะได้เห็นผลงานของคุณเรื่อยๆ

 



สรุปว่าฉันไม่ได้นอนทั้งคืน...


 

และก็เหมือนอย่างเคย ฉันแอบเอาจดหมายไปหย่อนไว้ที่ประชาสัมพันธ์โดยไม่ลืมที่จะเอาผ้าคาดปากใส่หมวกแก๊ปไม่ให้คนจำได้และย้ำหนักหนากับรีเซปชั่นนิสท์ว่า


“ฝากให้ผู้ประกาศข่าวที่ชื่อ อนธกาล”


ฉันได้รับรอยยิ้มนิดหนึ่งจากคนที่ฝากฝัง ด้วยความเขินอายหน้าร้อนเป็นไฟเลยรีบวิ่งหนีออกมาจ้าละหวั่นราวกับหลบระเบิด


จะจำหน้าฉันได้หรือเปล่านะ?

 



และนอกจากจะปฏิบัติภารกิจให้กำลังใจแล้วฉันยังต้องคิดไดอาล็อคที่จะขอโทษเจ้าตัวในวันนี้เพราะถูกกดดันจากพวกพี่ๆในทีมมาอย่างหนักว่าต่อให้ต้องกราบกราน คลานเข่า เรียกออเจ้าแล้วเลียที่นิ้วโป้งเท้าฉันก็จะทำ


จะว่าไป...เลียนิ้วโป้งเท้าคิดในมุมเซ็กซี่มันก็ไม่ได้แย่อะไรนะ คริคริ


อะไรเนี่ย...เพ้อเจ้อ!


ในที่สุดอนธกาลหรือ “กาล” ก็มาตามนัดหลังจากที่ฉันขอให้พี่โตโทรไปนัดแนะให้ โดยที่ฉันมาคอยเจ้าตัวอยู่ใกล้ๆตึกที่ประกาศข่าว มีร้านกาแฟเล็กๆน่ารักตกแต่งสไตล์วินเทจพร้อมกับเปิดเพลงญี่ปุ่นที่ฟังไม่รู้เรื่องคลอเบ้าๆ


กรุ๊งกริ๊ง


เสียงกระดิ่งที่กระทบกับประตูเพื่อบอกถึงการมาของแขกที่มาเยือนทำให้ฉันตื่นตัวทุกครั้งเพราะคิดว่าเป็นอนธกาล กว่ายี่สิบรอบที่หัวใจเต้นถี่เร็ว จนกระทั่งรอบที่ยี่สิบเอ็ดและฉันเคยชินกับมันแล้วเลยไม่ได้กระตือรือล้นอะไร และมันเป็นครั้งที่คนหน้าหวานตัวเล็กในชุดเสื้อนอกสีมัสตาร์ดเดินเข้ามานั่งยังฝั่งตรงข้าม


“ขอนั่งด้วยนะคะ”


น้ำเสียงติดจะเหวี่ยงนิดๆของคนหน้าหวานที่วันนี้มาในทรงผมเป็นลอนสวยพร้อมกับทันหูด้านข้างทำให้ดูโฉบเฉี่ยวและหวานหยดย้อยในคราวเดียว


ทำบุญมาด้วยอะไรนะ...สวยเหลือเกิน คิวท์


อุ๋งๆ


“ค่ะ” ฉันเม้มปากนิดหนึ่งแล้วพยายามชวนคุย “ต้องขอโทษด้วยที่ต้องมานัดเจอแทนที่จะกลับบ้านเลย”


“ค่ะ”


คำตอบสั้นๆได้ใจความแบบนั้นทำให้ฉันหน้าตึงนิดหน่อย ก็พอจะเข้าใจได้แล้วล่ะว่าทำไมถึงได้อารมณ์เสียและคิดว่าฉันไม่ชอบเจ้าตัวมากนัก ฉันนี่มันน่าโมโหจริงๆ


เฆี่ยนฉันเลยสิคะ ฉันผิดไปแล้ว...คุณท่าน


บ้า...นี่ก็เพ้อเจ้อ เข้าเรื่องเถอะ


“คือ...เราได้ยินมาจากพวกพี่ๆว่าคุณกาลถอนตัว เพราะคิดว่าเราไม่ชอบ...ขี้หน้า” ฉันใช้คำถูกหรือเปล่านะ “คือเราอยากจะปรับความเข้าใจก่อนว่า..”


“ไม่ต้องหรอกค่ะ”


“...”


“ขอโทษด้วยที่เราทำตัวไม่มืออาชีพเอาซะเลย เอาอารมณ์อ่อนไหวส่วนตัวมาปะปนกับงานแล้วทำให้คนอื่นเดือดร้อนไปหมด จริงๆถ้าคุณคริสจะไม่ชอบขี้หน้าเรามันก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องเอามาใส่ใจอยู่แล้ว”


เอ่อ...


ทำไมเปลี่ยนโหมดเป็นเย็นชาได้ขนาดนี้ละเนี่ย ความรู้สึกตึงเครียดแผ่กระจายมารายล้อมเราอย่างเห็นได้ชัด ฉันรู้สึกหายใจอึดอัดแต่ก็เข้าใจว่าทำไมคนหน้าหวานถึงรู้สึกอย่างนั้น


ขนาดเย็นชา...ยังน่ารักเลย


“เอาเป็นว่าเราจะไม่ออกจากการเป็นหุ้นส่วนหรอกค่ะ นี่ก็เพิ่งบอกพวกพี่ๆเขาไป...เอาเป็นว่าบอกให้คุณคริสรับทราบอีกคนก็แล้วกัน เราก็คุยกันเฉพาะเรื่องงานเท่านั้น ไม่ต้องเจ๊าะแจ๊ะ คุยกันเท่าที่จำเป็นก็พอ”


ฉันอยากจะอ้าปากแก้ตัว แต่ก็ทำได้แค่ตอบไปว่า...


“ค่ะ”


“งั้นแยกย้ายเลยแล้วกันค่ะ”


แล้วอนธกาลก็ลุกขึ้นเตรียมจะจากไปแต่ฉันเรียกเอาไว้ก่อน


“ขอถามได้มั้ยคะว่าทำไมอยู่ๆก็เปลี่ยนใจ...คือก่อนหน้านี้เราคิดว่าต้องชักแม่น้ำทั้งห้าในการเกลี้ยกล่อมให้คุณอยู่” ฉันเหลือกตามองบนนิดหนึ่งทั้งๆที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องทำอย่างนั้น “พี่ๆบอกว่าถ้าคุณไม่ยอมกลับเข้าทีม ต่อให้ต้องเลียนิ้วโป้งเท้าคุณเพื่อเป็นการขอโทษก็ต้องทำ ซึ่งฟังดูแล้ว...เหมือนว่ามันจะยาก แต่คุณกลับตอบรับอย่างว่าง่ายโดยที่เรายังไม่ได้เริ่มต้นขอร้องด้วยซ้ำ”


“พอดีเราสนใจคนที่เขาเห็นค่าเราเท่านั้นเอง”


“อ๋อ...พวกพี่ๆใช่มั้ยคะ”


มีรอยยิ้มผุดขึ้นมานิดหนึ่ง แต่ก็มันจางหายไปอย่างรวดเร็วราวกับเสกได้


“ไม่ใช่เรื่องของคุณ”


แล้วการสนทนาก็จบลงแต่เพียงเท่านั้น

 



 

“พอมองเห็นก็ซ่าเลยนะ ชวนเพื่อนออกมาแดกเหล้าแล้วเอาแต่ก้มหน้าซบโต๊ะคืออะไร”


ตอนนี้ฉันรู้สึกหมดแรง เหมือนถูกสุบพลังชีวิตออกไปจนหมดเมื่อถูกคนที่เราปลื้มปริ่มหนักหนาตอกกลับใส่หน้ามาว่า...


ไม่ใช่เรื่องของคุณ


เอาปืนมายิงยังไม่เจ็บเท่านี้เลยฮือ...


“รู้สึกอกหัก”


ฉันเงยหน้ามองกราดเพื่อนแล้วหยิบเบียร์ขึ้นมาซด สถานที่ที่เรานัดเจอกันคือห้องของมีนที่อยู่ระหว่างกึ่งกลางกรุงเทพ พวกเราที่อยู่กันกระจายตัวตามขอบๆกรุงเทพจึงต้องนัดพบเจอกันที่นี่เพราะไม่ไกลสำหรับทุกคน ปกติแล้วฉันไม่ใช่พวกดื่ม เพราะรู้ตัวเองดีว่าเวลาของมึนเมาเข้าปากฉันจะกลายเป็นใครอีกคนที่น่าหวาดกลัวมากๆ เหมือนพวกมีด้านมืดหลบซ่อนในกายและรอวันออกมากลายร่าง


ฉันชื่อรุ้ง...ร่างสองของมธุสรก็มา


“เออ แกทำตัวเหมือนตอนอกหักจริงๆนั่นแหละ” มีนเอื้อมมือมาเกี่ยวคอฉันแล้วตบบ่า “เพิ่งจะมองเห็นก็อกหักเลยเหรอ ไปแอบชอบหนุ่มที่ไหนมา”


“ไม่มีหนุ่มที่ไหนทั้งนั้นแหละ” ฉันบอกอย่างหงุดหงิดแล้วเทเบียร์ใส่แก้วกระดกอั่กๆอย่างเจ็บปวดหัวใจ เพือนๆต่างมองหน้ากันแล้วทำท่าพยักเพยิด ซึ่งฉันรู้ดีว่าพวกมันกำลังคิดอะไร “ไม่ต้องหลอกถาม เพราะจะไม่บอก”


“เดี๋ยวแกร่างสองก็บอกเล่าทุกอย่างเองนั่นแหละ”


“วันนี้ไม่ได้พกร่างสองมาด้วย ต้องการแค่มาดื่มแล้วหลับไป เฮอะ”


แล้วทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว ตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าตัวเองนอนอยู่ห้องมีนพร้อมกับผองเพื่อนที่กำลังมุงดูอะไรสักอย่างอยู่ตรงโต๊ะเครื่องเขียนเพื่อน


ว่าแต่...เมื่อกี๊ฉากมันยังอยู่ร้านเหล้าอยู่เลยนี่หว่า นี่ภาพตัดอีกแล้วเหรอเนี่ย?


“ทำอะไรกันอยู่วะ”


พอฉันส่งเสียง เหล่าเพื่อนๆก็หันมามองหน้าแล้วอมยิ้มมุมปากก่อนจะขยับหน้าจอโน๊ตบุ๊คตัวเองแล้วชี้ให้ฉันมอง


“กำลังมองผู้หญิงคนนี้ อนธกาล”


“ห๊ะ...” หัวใจฉันหล่นวูบและใช่ เหล่าเพื่อนพยักหน้าแล้วยิ้มกรุ้มกริ่ม “ร่างสองฉันเล่าให้แกฟังหมดแล้วเหรอ”


“ช่ายยยยย”


อาการปวดหัวหนึบๆยังไม่รู้สึกเสียเซลฟ์เท่าการถูกจับได้อย่างนี้เลย


“ฉันเล่าอะไรไปบ้าง”


“หมดเลย...ร่างสองบอกว่าแกงี่เง่ามากๆ ปลื้มเขา เอ็นดูเขา แต่ไม่กล้าแสดงอะไรอย่างที่ใจอยากทำ ล่าสุดถูกเขาพูดตอกกลับใส่หน้าว่า ไม่ใช่เรื่องของคุณแกถึงชวนพวกฉันแดกเบียร์”


โอเค ร่างสองของฉันมันทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม แทบไม่ต้องเล่าเรื่องย่ออะไรให้ผู้อ่านทางบ้านต้องอ่านซ้ำ บ้าเอ๊ย...


“ว่าแต่แกฝันถึงเขาด้วยเหรอ มันมหัศจรรย์มากนะ” เอิ้นยกมือขึ้นทาบอก “แฟนตาซีเว่อร์วัง”


“นี่ฉันเล่าลึกขนาดนั้นเลยเหรอ”


“แกนี่เป็นหนักจริงๆก็ว่า... ทำไมอยู่ๆถึงได้มาถามเรื่องแฟนคลับ ตารางงาน การให้กำลังใจ ทำตัวเป็นคุณกุหลาบสีม่วงปิดทองหลังพระอยู่นี่เอง” แล้วแนทก็เอ่ยถึงตัวละครใหม่ที่ฉันไม่เคยรู้จักมาก่อน


“อะไรคือคุณกุหลาบสีม่วง”


“ไม่เคยดูเหรอ? หน้ากากแก้วไง ที่นางเอกอยากเป็นนักแสดงแล้วพยายามจะแคสท์ให้ได้รับบทนางฟ้าสีแดง ไปอยู่ไหนกัน”


“แค่หน้ากากแก้วกูก็งงแล้วเนี่ย ปกติดูแต่เซเลอร์มูน” เอิ้นเกาหัวตัวเองแกรกๆและใช่ พวกเราทั้งหมดก็ด้วย


“คือคุณกุหลาบสีม่วงเนี่ย เป็นพระเอกที่ทำตัวซึน อยู่ต่อหน้าชอบทำให้นางเอกเกลียด แต่ลับหลังคือคนที่คอยส่งดอกกุหลาบสีม่วงแฝงตัวเป็นแฟนคลับให้กำลังใจนางเอกตลอดเวลา ก็เหมือนไอ้คริสไง คอยส่งจดหมายให้กำลังใจเขาด้วยการใช้กระดาษกลิ่นแอปเปิ้ล”


“เออว่ะ เหมือนจริงๆด้วย” มีนพยักหน้าหงึกหงัก ฉันหดคอนิดหนึ่งอย่างเขินอายและเริ่มคิดจริงจังเสียทีเรื่องร่างสองของตัวเอง ฉันต้องงดของมึนเมาแบบนี้จริงๆ ร่างสองของฉันน่ากลัวมากเลย


“แต่คุณกุหลาบสีม่วงชอบนางเอกงไง แล้วแกล่ะ...ทำตัวเป็นแฟนคลับลึกลับ พอถูกเขาด่ากลับมาก็เสียอกเสียใจ แกชอบเขาเหรอ”


“อีบ้า! ฉันเป็นผู้หญิง...แกลองคิดว่าถูกจงอินด่าใส่หน้าแกว่าอีโง่สิ”


“คงร้องไห้หนักมาก เพราะไม่คิดว่าจงอินจะพูดไทยได้” แล้วเอิ้นก็ทำสีหน้าเคลิบเคลิ้มไม่ได้เจ็บปวดอย่างที่ฉันคาดหวัง


“ฉันว่านะ แกไปบอกเขาตรงๆว่าแกแสดงความรู้สึกไม่เก่ง แกไม่ได้เกลียดอะไรเขาเลยจะง่ายกว่านะ”


“ก็อยากทำนะ แต่พออยู่ต่อหน้าฉันไม่เป็นตัวของตัวเองเลย ใจอยากจะบอกว่าชื่นชมเขามาก แต่กลับทำได้แค่พูดว่า ค่ะไม่กล้ายิ้มมากเกินไปเพราะกลัวเขาจะหาว่าบ้า ฉันเป็นอะไรวะแก”


ฉันถามความเห็นเพื่อนทุกคนและได้คำตอบกลับมาแบบเดียวกัน


“แกเป็นบ้า”


เออ...ก็ว่างั้นแหละ


“แต่ไม่เป็นไรหรอก ให้เขาเกลียดฉันก็ได้” ฉันบอกอย่างหงอยเหงา “อย่างน้อยๆตอนนี้เขาก็ไม่ลาออกแล้ว”


“ความรู้สึกของฉันที่มีต่อแกตอนนี้คือ...แกทำตัวเหมือนพวกแอบรักเขาโดยไม่หวังผลตอบแทน”


“โอ๊ยอีบ้า ฉันชอบผู้ชาย ก็ปลื้มไง...นี่คือปลื้ม”


“เฮ้ย พวกเราหัวก้าวหน้านะ แกจะชอบผู้หญิงก็ได้”


“ไม่คุยด้วยแล้ว!” ฉันทิ้งตัวลงนอนแล้วตะแคงหันหลังหนี แม้จะทำเป็นหลับแต่ก็ได้ยินพวกเพื่อนๆคุยกันเรื่องของอนธกาลไม่เลิก


“ฉันว่าไอ้คริสชอบเขาแน่ๆ”


“แต่เขาคงไม่ชอบมันหรอกสวยขนาดนั้น ตัวเลือกน่าจะเยอะ”


“แหมลืมอะไรไปหรือเปล่า อีคริสสมัยเรียนมัธยมมันฮอตแค่ไหน เพียงแต่มันไม่สนใจจะเอาใครก็แค่นั้น พอได้คบอีทอยก็เสือกนอกใจมันอีก”


นี่มันนินทาระยะเผาขนมากๆเลยนะเนี่ย แต่ทว่าฉันยังพออดทนได้จนกระทั่งมาถึงประโยคเด็ดประจำวันนี้


“แกว่าถ้ามันชอบผู้หญิงมันจะปี้เขาเป็นหรือเปล่า”


“อีพวกบ้า!!!

 

 



การร่วมงานระหว่างฉันกับอนธกาลก็เป็นไปตามครรลองของมัน เราพูดจากันอย่างประหยัดถ้อยคำ นอกจากเรื่องงานแล้วไม่มีอะไรที่ต้องสุงสิงกันมากนัก อีกอย่าง...กาลเองก็คงไม่อยากคุยกับฉันแล้ว


เศร้า...


ตอนนี้เวปไซต์ของเราเริ่มเป็นที่รู้จักแล้วบ้าง เพราะพี่พุทธหมั่นเอาไปโปรโมตในเฟสบุ๊คและในพันทิปให้คนรู้จักมากขึ้นด้วยการโฆษณาแฝง บวกกับได้ผู้ประกาศข่าวคุ้นหน้าคุ้นตามาทำคอนเท้นต์ พวกเราจึงเหมือนเติบโตกันแบบก้าวกระโดด เริ่มมีร้านยิบย่อยส่งของมาให้เราโปรโมตและรีวิว บ้างก็ให้เป็นสินค้าชิ้นนั้นๆ บ้างก็ให้เป็นเงินซึ่งไม่ได้เยอะอะไรแต่ก็เริ่มทำให้พวกเราเห็นแสงสว่างรำไรว่าที่ทำไปทั้งหมดไม่สูญเปล่าเลย


และในที่สุด...โฆษณาจากสปอนเซอร์รายใหญ่เจ้าแรกก็ติดต่อมาขอติดแบนเนอร์โฆษณาด้วยสัญญา 7 เดือนในราคา...


“หกแสนบาท แม่เจ้าโว้ยยยยยย”


พี่พุทธที่ดีลกับเอเย่นต์รายใหญ่นี้ได้สำเร็จถึงกับตะโกนและกรีดร้องราวกับถูกน้ำร้อนลวก พวกเราทุกคนปรบไม้ปรบมืออย่างดีอกดีใจที่ได้เงินเป็นชิ้นเป็นอันกับเขาเสียที


“ต้องยกความดีความชอบให้กับพิธีกรรายการและคนตัดต่อ...มีลูกเล่นในคลิปน่าสนใจ สปอนเซอร์เลยมาลงกันใหญ่ ยินดีด้วยนะทั้งคู่เลย”


พี่เจษฎาตบไม้ตบมือชื่นชมทั้งฉันและอนธกาล แต่ทว่าคนหน้าหวานกลับไม่ได้แสดงท่าทีดีอกดีใจเหมือนคนอื่น แล้วถามแทรกขึ้นกลางปล้อง


“ทำไมเจ้านี้ถึงติดต่อมาคะ”


“ก็จะขายของไง มีอะไรหรือเปล่า”


“ก็...นิดหน่อยค่ะ” คนตัวเล็กทำสีหน้าลำบากใจจริงๆและนั่นทำให้พี่พุทธถามอย่างห่วงใย


“บอกพวกเราได้นะ มีอะไรลำบากใจตรงไหนหรือเปล่า”


“คือกาลกำลังสงสัย ว่าคนที่ติดต่อมาเนี่ย...จะเป็นแฟนเก่ากาล”


“หือ?/หือ?/หือ?”


ทุกคนทำน้ำเสียงประหลาดใจ จะมีเพียงฉันเท่านั้นที่ฟังเงียบๆไม่แสดงท่าทีอะไรแม้ว่าตอนนี้ฉันจะจิกปลายเท้าอย่างลุ้นๆและขัดเคืองใจอย่างประหลาด


แฟนเก่าเหรอ?


“คือ...ฝ่ายการตลาด คนที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้เคยเป็นแฟนเก่ากาล กาลก็เลยคิดว่าน่าจะมีอะไรแอบแฝง”


ทุกคนต่างมองหน้ากันเองแล้วเริ่มหนักใจ เงินตั้งหกแสนแถมเป็นโฆษณาเจ้าแรกด้วย...


“งั้นก็แปลว่าโฆษณาชิ้นนี้ไม่ได้ติดต่อเราเพราะเวปเราดีจริงๆสินะ...” ฉันเอ่ยขึ้นเพราะรับรู้ถึงความลำบากใจของคนตัวเล็กนั่นได้ ฉันต้องช่วย “ลงโฆษณาเพื่อจะง้อสาวนี่เอง โอ้โห...ใช้งบบริษัทได้คุ้มค่ามาก”


คราวนี้ทุกคนจับจ้องมาทางฉัน ส่วนอนธกาลเหล่ฉันนิดหนึ่งแล้วเดินออกไปนอกห้องคล้ายกับไม่พอใจ และนั่นทำให้ทุกคนแยกเขี้ยวใส่ฉัน


“ให้มันน้อยๆหน่อยคริส เหมือนกำลังดูถูกพวกเราเลยนะ แล้วกาลจะรู้สึกไงไปพูดแบบนั้น”


อ้าวชิบหาย... ทำไมฉันช่วยอนธกาลแต่กลับกลายเป็นว่าตัวเองผิด แต่เพราะตอนนี้เริ่มกังวลใจกับคนตัวเล็กที่เดินหนีไปมากกว่าฉันเลยตัดบทด้วยการลุกขึ้นแล้วเดินตามออกไป แต่ทว่ายังไม่ทันจะได้เอื้อนเอ่ยอะไรเพราะพอดีเห็นว่าอนธกาลกำลังคุยโทรศัพท์กับใครสักคน



“คุณกำลังจะทำอะไร? มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญใช่มั้ยที่มาลงโฆษณาที่นี่” คนตัวเล็กเดินกระสับกระส่ายไปมาพร้อมกับพูดเสียงแข็ง “ไม่ต้องมาช่วย กาลไม่อยากได้รับความช่วยเหลือจากคุณ รู้มั้ยว่ามีคนนึงในทีมเขาไม่ชอบหน้ากาล ยิ่งคุณทำแบบนี้มันยิ่งทำให้กาลดูแย่ในสายตาเขา”


กูนั่นเอง...เปล่านะ ฉันไม่ได้ชอบหน้าเธอ ฮือ


“ขอร้อง...อย่าทำอะไรให้กาลต้องลำบากใจเลย จบกันแค่นี้เถอะ”


ฉันรีบซ่อนตัวในซอกหลืบแล้วรอให้คนตัวเล็กเดินหลบฉากออกไปก่อนจะเริ่มคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่าง

 

และนั่นก็คือการแอบไปขโมยเบอร์โทรสปอนเซอร์ที่พี่พุทธดีลงานด้วยจากโทรศัพท์ตอนที่เจ้าตัวเข้าห้องน้ำก่อนจะรีบกลับเข้าห้องตัวเองแล้วกดโทรออก เอาตรงฉันเองก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโทรไปแล้วจะพูดอะไรเพียงแต่คิดว่าตัวเองต้องทำอะไรสักอย่าง แต่ทว่า...มีเรื่องเซอร์ไพรส์กว่านั้นอีก


เมื่อฉันกดเบอร์สปอนเซอร์คนนั้นแล้วมันขึ้นชื่อว่า...


“ทอยเหรอ?”


ฉันทำหน้าเหมือนเห็นผีตอนที่โทรศัพท์ตัวเองฟ้องชื่อแฟนเก่าขึ้นมาอย่างนั้น และเพราะกดวางหูไม่ทันคนปลายสายก็รับขึ้นมาซะก่อน


[คริส? เฮ้...ตกใจนะเนี่ย]


โอ้โห...เซอร์ไพรส์เว่อร์วังอลังการงานสร้างมาก


แฟนเก่าของเธอคือแฟนเก่าของฉันเอง


โปรดติดตามตอนต่อไป




#AppleYuri



ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่แค่แฟนเก่าของอนธกาลคนเดียวแล้วคราวนี้ แฟนเก่านังคริสไปอี๊กกกกกกกกกกกกก


มามะ เข้ามาสู่จักรวาลของปลาน้อยอันไกลโพ้นและวัฐจักรที่วนเป็นวงกลมกงกรรมกงเกวียนนี้


เรื่องนี้น่ารักค่ะไม่เครียด สัญญา


555555555555555555



แล้วพบกันค่ะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.262K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,020 ความคิดเห็น

  1. #4996 PlatooThai (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 / 11:12
    อะฮ้า นายทอยเลิกกับคริส เพื่อไปจีบ คุณกาล เหรอเนี่ย
    #4,996
    0
  2. #4965 Chichuu~♡ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 21:11
    พีคไปอีกก
    #4,965
    0
  3. #2791 kyungstal12 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 16:03
    โอ้โหหหหห พีคไปอี้กกก แฟนเก่าของกันและกันมาก่อนค้า เนื้อคู่ไปอีก
    #2,791
    0
  4. #2380 JKPFF (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 05:07
    แฟนเก่าคนเดียวกันไปอี๊กกกกกกกก โอ้ยเผ็สๆๆๆ
    #2,380
    0
  5. #2034 Dark Yuri (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 02:26

    ฉันไม่ได้ชอบหน้าเธอ พิมพ์ตกรึเปล่า น่าจะเป็น ฉันไม่ได้ไม่ชอบหน้าเธอ

    #2,034
    0
  6. #1673 P.Witch (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 15:27
    บร่ะเจ้า แฟนเก่าเทอก้คือแฟนเก่าเรา
    #1,673
    0
  7. #1569 aqua.b (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 23:55
    โอ้โหยอมเจย โลกกลมแต้ๆ
    #1,569
    0
  8. #1542 Cytus_ss (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 20:22
    บุพเพไปอี๊กก
    #1,542
    0
  9. #881 Mistymoir (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 20:00
    ความแซ่บ(?)บังเกิด 55555555555
    #881
    0
  10. #736 janieja (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 19:29
    พีคไปอี๊กกกกกกกก
    #736
    0
  11. #617 ประธานคิม (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 16:54
    เป็นเรื่องบังเอิญหรือบุพเพสันนิวาสคะ 555555555
    #617
    0
  12. #597 be-ew (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 23:18
    อู้ยยยยแซ่บบจ้างานนี้
    #597
    0
  13. #589 jccj (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 20:56
    วงเวียนเกิ๊น555555
    #589
    0
  14. #529 Joeyjoey71 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 11:35
    เดี๋ยวได้เข้าใจผิดอีกว่าที่ไม่ชอบเพราะเคยมีแฟนเก่าคนเดียวกัน โลกกลมเกิ๊นนน
    #529
    0
  15. #377 FEATHER2WINGS (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 01:39

    โว๊ยยย55555555555555555 ขำลั่นตรงไปเอาเบแร์สอนคนนั้นมาแล้วแจ็คพ็อตแตก เป็นแฟนเก่าตัวเองจ้า55555555 คริสโว้ยย55555555

    #377
    0
  16. #374 PPS (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 01:17

    อมก พีคในพีค ????

    #374
    0
  17. #373 Kanyaphat-Nim (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 23:16
    รอตอนต่อไปนะค๊าป>< สนุกมวก
    #373
    0
  18. #371 pavas (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 21:49
    เรื่องนี้โครตดีย์~ ทำไมรู้สึกมันอ่านเพลินลื่นไหลมาก ชอบ
    #371
    0
  19. #370 MadamStephi (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 19:58
    ทำไมต้องกินกันเป็นวงกลมอะคะ แล้วโลกนี่ผู้ชายจำกัดเหรอคะ เวียนว่ายเว่อร์555555555
    #370
    0
  20. #369 Believe In My Heart (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 19:17
    ตื่นเต้ยอ่ะ รออ่านตอนต่อไปไม่ไหวแล้ว
    #369
    0
  21. #368 月天 เยว่เทียน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 18:07
    บุพเพอาลาวาดละจย้าาา
    #368
    0
  22. #367 onktp (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 17:18
    อื้อหือ..วงเวียนชีวิตมากเลยคริสเอ้ยยย...นี่มันพรหมลิขิตหรือพรมเช็ดเท้า😅วงวาร5555
    #367
    0
  23. #365 _YulSic (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 15:23
    ไม่เครียด=เครียด 55555
    #365
    0
  24. #362 PondnapatRod-in (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 09:36
    โอ.....วงจรอุบาทว์เริ่มมาลางๆ
    #362
    0
  25. #360 The Z (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 04:54
    พีคในพีคไปอีก ทอยเว้ยยยย
    #360
    0