APPLE : ถึงเธอ...ผู้เป็นที่รัก (YURI)

ตอนที่ 17 : Chapter 16 : แสร้งว่ารุ้ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,753
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,491 ครั้ง
    15 พ.ค. 61


16

แสร้งว่ารุ้ง


 

ถึงเธอ...ผู้เป็นที่รัก

ช่วงนี้ไม่ค่อยเล่นทวิตเตอร์เลยเหรอ ไม่เห็นขึ้นบ่นอะไรบ้างเลย ได้แต่ติดตามคุณผ่านรายการข่าวกับคลิปรีวิว มันก็จะเหงาๆหน่อย

แอปเปิ้ล

 

ช่วงนี้อนธกาลเงียบมากกว่าปกติจนฉันรู้สึกว่าจะต้องมีอะไรเกิดขึ้นแน่ๆ ขนาดฉันที่มักจะได้คุยกับเจ้าตัวทุกวันผ่านทางไลน์ เดี๋ยวนี้ถามอะไรไปก็ตอบมาอย่างประหยัดถ้อยคำ พอถามว่าเป็นอะไรก็จะได้คำตอบแบบเดิมว่า “เปล่า” จนน่าโมโห


เรื่องมันเกิดตั้งแต่วันนั้น...วันที่ไปกินเหล้ากันแล้วฉันเกิดตะบะแตกขึ้นมาทำเอาพี่ๆทั้งวงถึงกับแตกกระเจิง ว่าแต่ฉันทำอะไรผิดไปเหรอ ฉันตั้งใจจะปกป้องอนธกาลจากการถูกแซวนี่นา แต่กลับกลายเป็นว่าคนหน้าหวานนั่นเงียบลงไปถนัดใจเลย


ส่วนพวกพี่ๆเองก็สังเกตเห็นถึงความเงียบงันที่อนธกาลมี พี่พุทธที่ใกล้ชิดกับฉันที่สุดเลยเอ่ยปากพูดขึ้นหลังจากกลับมาถึงบ้านในเย็นวันหนึ่ง


“แกกับคุณกาลทะเลาะกันหรือเปล่า”


“เปล่า” ฉันตอบอย่างไม่เต็มเสียงนัก แต่ก็จำได้ว่าไม่ได้พูดจาด่าทอกัน จะบอกว่าทะเลาะกันก็คงจะไม่ถูกเท่าไหร่ “ทำไมเหรอ”


“พี่โตกับเจษให้มาถามน่ะสิ พวกเราเป็นห่วงแกกัน”


“อาจจะมีจริงๆก็ได้ คริสก็ไม่แน่ใจนัก แต่ถ้ามันมี...นั่นก็เพราะเรื่องที่พวกพี่ๆแซวว่าฉันกับกาลเป็นแฟนกันนั่นแหละ”


“ก็ขอโทษไปแล้วนี่” พี่ชายหน้าหล่อกระทืบเท้าปึงปังอย่างเด็กงอแงและมักจะเป็นกับฉันแค่คนเดียวเท่านั้น “จะอะไรนักหนาวะ ฟื้นฝอยหาตะเข็มทำไม”


“ก็แค่อยากย้ำบ่อยๆจะได้ไม่ลืมไงว่าความปากหมาของพวกพี่มันทำให้คนอื่นเขามองหน้ากันไม่ติด อนธกาลต้องอึดอัดมากแน่ๆที่โดนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นแฟนกับฉัน” ฉันพ่นลมออกจากปากแล้วกอดอกอย่างเซ็งๆ “กว่าจะสนิทกันได้ต้องมาพังครืนเพียงเพราะพวกพี่”


“แกว่าคุณกาลเขาจะออกจากทีมเราปะวะ?”


พอถูกถามแบบนั้นฉันก็เงยหน้าจ้องมองพี่ชายอย่างนึกไม่ถึงมาก่อน อาการใจหายวาบแบบนั้นเริ่มทำให้ฉันร้อนรน เป็นไปได้...ความอึดอัดอาจจะทำให้คนหน้าหวานนั่นออกไปจากทีม


ออกไปจากชีวิตฉัน...บ้าชิบ


“ตายห่าล่ะ ถ้าคุณกาลออกก็แย่เลยนะเนี่ย เอาไงดีวะ” พี่พุทธที่สรุปเองเออเองนั่งลงข้างกันแล้วเอานิ้วแกะปากแห้งๆของตัวเองอย่างเครียดจัด “ถ้าคุณกาลออกเวปก็จะไม่เป็นเวปอีกต่อ คนที่ติดตามเวปเราส่วนใหญ่เพราะติดตามผลงานของคุณกาลทั้งนั้น ส่งดอกไม้ไปง้อดีมั้ย”


“ถ้ากาลบอกว่าไม่ได้เป็นอะไร พี่จะยังไงต่อ”


“ก็แปลว่าไม่เป็นอะไรแล้วไง”


“ถ้ากาลบอกว่าไม่เป็นอะไร มันแปลว่าเป็น” ฉันลุกขึ้นแล้วเดินไปเดินมา “เดี๋ยวฉันไปคุยกับกาลเอง ต้องไปเคลียร์ว่าทุกคนเขาแค่ล้อเล่นอย่าอึดอัดใจไปอะไรทำนองนั้น”


“แต่วันนั้นทุกคนก็แสดงออกแล้วนะว่าล้อเล่น แกเองก็ออกโรงปกป้อง แล้วทำไมคุณกาลยังเป็นแบบนี้อยู่ล่ะ”


ฉันเองก็ไม่เข้าใจในจุดนี้เหมือนกัน เห็นทีว่าจะต้องคุย แต่จะไปคุยยังไงดี...

 



“แดกเหล้าดิ กรึ่มๆเมาๆคุยกันมันจะง่ายขึ้น”


เอิ้นเอ่ยแนะนำขึ้นอย่างคนที่คิดอะไรง่ายๆตามปกติวิสัย ขณะนี้ฉันกำลังเอาปัญหาคาใจมาปรึกษากับเพื่อนในห้องแชท แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครเครียดเป็นเพื่อนฉันสักนิดราวกับว่านี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร


“ถ้าฉันเมาก็คุยกันไม่รู้เรื่องพอดี จำอะไรได้ที่ไหนกัน เกิดอีรุ้งมันโผล่ออกมาอีกล่ะ”


“บางทีอีรุ้งในจิตใต้สำนึกแกอาจจะทำให้ทุกอย่างมันง่ายกว่าที่เป็นอยู่ก็ได้นะ แกในยามปกติน่ารำคาญจะตายห่า” แนทเสริมและนั่นทำให้เพื่อนๆทุกคนในห้องพยักหน้าหงึกหงัก


“แต่หลังๆฉันไม่ได้น่ารำคาญแล้วนะ ฉันสนิทกับกาลมากขึ้น จะมามีปัญหากันก็ล่าสุดนี่แหละ...แต่ก็ยังหาไม่เจอว่าทำไมกาลยังโกรธอยู่ทั้งๆที่ฉันปกป้องเขาจากปากหมาๆของพวกพี่ๆ”


“บางทีเขาอาจจะโกรธที่แกเอาแต่พูดว่าไม่ได้คิดอะไรกับเขาเกินเลยหรือเปล่า” มีนพูดยิ้มๆและนั่นทำให้หดคอ


“นี่แกก็บ้าไปกับพวกพี่พุทธอีกคน”


“ก็แล้วมันจะเป็นเรื่องอะไรได้ล่ะ ปกติคนเป็นเพื่อนกัน ขอโทษขอโพยก็จบไปแล้ว ยิ่งถ้าแก้ตัวให้แบบนี้อย่างแข็งขัน ฉันจะตบไหล่แก ขอบคุณที่แกคอยปกป้องไม่ใช่มางอนแบบนี้”


แล้วทุกคนในห้องรวมก็พยักหน้ารับอีกครั้งหนึ่ง ส่วนฉันที่ได้ยินอย่างนั้นก็นิ่งเงียบแล้วคิดตาม ใช่...พฤติกรรมของอนธกาลดูไม่เข้าแก๊ป มีความย้อนแย้งและไม่เข้าใจอยู่หลายจุด


“ตั้งแต่ทะเลาะกันแกได้ไปหาเขาอีกหรือเปล่า”


“ไม่ได้ไป”


“กี่วันแล้ว”


“สามวัน”


“อีเวร สามวันก็เดือดเนื้อร้อนใจขนาดนี้เลยเหรอ นึกว่าสามอาทิตย์ ฉันว่าคนที่อาการหนักไม่ใช่อนธกาลอะไรนั่นแล้วมั้ง แกนั่นแหละ” เอิ้นหัวเราะเอิ๊กอ๊ากพร้อมกับหยิบเลย์ป้อนเข้าปากตัวเองอย่างโหยหิว ฉันไม่ได้โต้ตอบอะไรนอกจากนั่งไหล่ห่อ


“ทำยังไงดี ไม่อยากมาคุแบบนี้เลย”


“ก็แดกเหล้า เหมือนที่เอิ้นบอกนั่นแหละ หลังๆแกเองก็หัดกินกับพี่พุทธทุกวันจนเริ่มควบคุมตัวเองได้มากกว่าปกติแล้วไม่ใช่เหรอ”


“มันก็ใช่...”


“ก็เนี่ย หัดกินมาแล้วเอาไปใช้ให้เป็นประโยชน์ แกล้งเมาแล้วแสร้งทำเป็นอีสายรุ้งร่างสองไปเลยหมดเรื่องหมดราว”


“หืม?/หืม?/หืม?”


เพื่อนทุกคนหันไปจ้องมองแนทที่พูดไปเรื่อยเปื่อย เพื่อนหน้าเป็นยักไหล่นิดหนึ่งแล้วพูดเจื้อยแจ้วอย่างคนไม่คิดอะไรมาก


“ก็ถ้าเวลาปกติจะพูดจาขอโทษขอโพยมันยาก ก็ทำเป็นเมาแม่งเลยไง...แต่คราวนี้แกแค่มีสติ ไม่ดับวูบเหมือนเมื่อก่อนแล้ว แสร้งทำเป็นสายรุ้ง ขอโทษ ร้องห่มร้องไห้ก็ได้ พอสร่างเมาก็กลับมาเป็นคริสคนเท่เหมือนเดิมแล้วก็ทำเป็น...เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นเหรอ จำอาลายม่ายล่ายเลยยยยยย”


ความที่ชอบอ่านนิยายและอยู่แต่ในจินตนาการของเพื่อนเกิดจะเฉิดฉายขึ้นมาก็วันนี้เอง เพื่อนทุกคนรวมถึงฉันปรบมือกับไอเดียเก๋กู้ดนั่นและฉันคิดว่าจะทำแบบนั้นแหละ


“เออ ไม่เขินด้วย แกล้งทำเป็นเมาแล้วเช้ามาก็จำอะไรไม่ได้ ถึงตอนนั้นอนธกาลของฉันก็จะลืมเลือนเรื่องที่เคืองใจไป” ฉันบอกอย่างตื่นเต้น มีนหัวเราะหึหึแล้วทำท่าขนลุกขนพอง


“เวลาได้ยินคำว่าอนธกาลของฉัน แล้วรู้สึกผัวที่พูดถึงเมียอันเป็นที่รักอยู่เลย ในความสัมพันธ์นี้ใครเป็นผู้ชายวะถามหน่อย แกหรือเปล่า”


“ผู้ชายอะไรไม่เห็นเข้าใจ”


“ผู้ชายที่ต้องใช้นิ้วแทนจู๋ไง”


“อีเวร!

 



ฉันทำตามคำแนะนำของเพื่อนด้วยการใจกล้าหน้าด้านซื้อเบียร์กระป๋องจากร้านสะดวกซื้อแล้วบุกไปบ้านของอนธกาลในช่วงเวลาประมาณสองทุ่ม ไฟในบ้านยังคงส่องสว่างฟ้องออกมาว่ามีคนอาศัยอยู่ แม้ว่าฉันจะมีกุญแจสำรองที่คนหน้าหวานเคยให้เอาไว้อยู่แล้ว แต่เพราะเหมือนกับว่าเรายังมีปัญหาค้างคาใจกันอยู่การจะบุกเข้าไปเลยมันค่อนข้างไม่ดีนัก อย่างน้อยฉันควรจะส่งสัญญาณว่าตัวเองมาหาและเจ้าของบ้านควรจะรู้


ติ๊งต่อง..


เสียงออดจากประตูหน้าบ้านทำให้คนตัวเล็กโผล่หน้าออกมามองตรงช่องหน้าต่างนิดหนึ่ง พอเห็นว่าฉันเป็นประตูในบ้านก็เปิดออกพร้อมกับร่างเล็กๆในชุดที่เพิ่งกลับมาจากประกาศข่าว เราต่างจ้องมองกันนิดหนึ่งและคนที่เริ่มบทสนทนาก่อนคืออนธกาล


“อยู่ๆก็มาหาเลยเหรอ ไม่เห็นไลน์มาบอกเลย”


“อยากมาเซอร์ไพรส์น่ะ” ฉันชูถุงที่เต็มไปด้วยกระป๋องเบียร์ “กินกันมั้ย”


“ถ้าจะกินเบียร์ไม่เห็นต้องซื้อเลย ก็รู้นี่ว่ากาลมีตุนอยู่ในตู้เย็น”


“มามือเปล่ามันค่อนข้างจะไม่ดีเท่าไหร่...” มันก็แค่หาข้ออ้างจะมาหาเท่านั้นไม่อย่างนั้นฉันก็ไม่มีเรื่องจะพูดด้วยสิ “สะดวกกินด้วยกันมั้ย”


“มาแล้วนี่ ไม่สะดวกก็จะเสียมารยาท เข้ามาสิ”


มีบางอย่างเกิดขึ้นจริงๆด้วย ความเย็นชา เรียบเฉย ไม่มีความกระดี๊กระด๊าเหมือนอย่างเคยทำให้ฉันใจฝ่อเล็กๆ แต่ในเมื่อมาถึงแล้วก็ควรจะต้องไปให้ถึงที่สุด วันนี้ฉันมาเพื่อที่จะได้รู้ว่าอนธกาลเป็นอะไร ขืนหงอยแล้วหมุนตัวกลับบ้านไปก็เสียเที่ยวแย่


ฉันเดินตามคนหน้าหวานเข้าไปในตัวบ้านแล้ววางกระป๋องเบียร์ไว้บนโต๊ะกาแฟก่อนจะนั่งลงบนโซฟาตัวเดิม อนธกาลดึงชายเสื้อออกมาจากกระโปรงให้ดูสบายขึ้นแล้วนั่งอีกฝั่งหนึ่งแล้วชวนคุย


“เครียดอะไรหรือเปล่ามาชวนกาลกินเบียร์”


“ไม่ได้เครียดอะไร ก็ปกติเราก็กินกันนี่นา”


“ก็ส่วนใหญ่คนที่ชวนกินคือกาล คริสไม่เคยเอ่ยปากชวนก่อนเลยเห็นบอกว่ากลัวจะควบคุมตัวเองไม่ได้เลยค่อนข้างแปลกใจ”


แล้วเราต่างก็เงียบกันไป ฉันหยิบกระป๋องเบียร์ขึ้นมาเปิดจนเกิดเสียง “ปุ” แล้วชิมเล็กน้อยพร้อมกับอาศัยความกล้าในการพูดถึงสิ่งที่ต้องการ


“จริงๆคริสค่อนข้างไม่สบายใจนิดหน่อย ช่วงนี้กาลดูเงียบๆไป”


“...”


แล้วทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบ ฉันเข้าเรื่องเร็วเกินไปหรือเปล่านะ แทนที่จะล่อหลอกให้อนธกาลทำตัวตามสบายอย่างจิบเบียร์ไปเรื่อยๆรอกรึ่มๆแล้วค่อยถาม แย่ล่ะ...


แต่ทว่า...


ปุ!


คนหน้าหวานหยิบกระป๋องเบียร์แล้วเปิดออกจนเกิดเสียงก่อนจะซดอั่กๆลงคอแล้วส่ายหน้า


“ก็ไม่มีอะไรนี่”


นี่แหละมี...


“กาลบอกคริสได้ทุกเรื่องนะ”


“เหรอ...” คนหน้าหวานลากเสียงเพียงเท่านั้นแล้วก็ดื่มต่อ ต้องมีอะไรรบกวนจิตใจของนักข่าวสาวคนนี้แน่ๆและฉันก็อยากจะรู้ อย่างน้อยๆเราก็สนิทกันนะ มีอะไรก็น่าจะปรึกษากันได้นี่นา “แต่กาลไม่คิดว่าจะพูดคุยเรื่องนี้กับใครได้”


“...”


“แม้แต่คริส”


“ทุกคนเป็นห่วงกาลนะ”


“ทุกคน?”


“อื้ม พี่เจษ พี่โต ทุกคนในทีมแอพทอล์คสังเกตเห็นว่ากาลดูเงียบๆไปไม่ร่าเริง พี่พุทธเองก็กลัวมากว่าวันนั้นที่ปากไม่ดีล้อเลียนเราสองคนอาจจะทำให้กาลเครียดแล้วไม่อยากร่วมงานด้วยกันอีก ก็เลยส่งคริสมา...”


“แปลว่าคริสไม่ได้อยากมาด้วยตัวเองสินะ”


ความเย็นชาที่แผ่ซ่านออกมาจากน้ำเสียงทำให้ฉันยืดตัวตรงแล้วรีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธ


“ไม่ใช่นะ”


“กาลไม่ได้เป็นอะไรหรอกฝากไปบอกทุกคนด้วย วันนี้กาลเหนื่อยน่ะ” อนธกาลลุกขึ้นแล้ววางกระป๋องเบียร์ที่จิบไปบ้างแล้ว “คริสกลับไปก่อนนะ”


“กาล”


ฉันคว้าข้อมือคนตัวเล็กเอาไว้ในขณะที่ตัวเองยังนั่ง ไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงดีในสถานการณ์แบบนี้ ส่วนเจ้าของข้อมือที่ถูกคว้าก็ยืนนิ่งไม่พูดไม่จาใดๆคล้ายกับรอว่าฉันจะพูดอะไรต่อหลังจากเรียกชื่อออกไปอย่างนั้น


นั่นสิ...แล้วฉันควรจะทำอะไรต่อ ฉันจะต้องพูดอะไร

 

“ก็ถ้าเวลาปกติจะพูดจาขอโทษขอโพยมันยาก ก็ทำเป็นเมาแม่งเลยไง”

 

เมา...ใช่!


พอคิดได้อย่างนั้นมือที่เหลืออยู่อีกข้างก็คว้าเบียร์แล้วกระดกขึ้นดื่มอั่กๆราวกับซด อนธกาลมองฉันแล้วหดคอมองนิดหน่อยอย่างทึ่งๆ


“ทำไมกินเยอะอย่างนั้นล่ะ”


“คริสอยากเมาน่ะ ถ้าเมาคงจะ...คงจะได้เรื่องมากกว่านี้”


แต่เพราะฉันสะสมบารมีมารมาจากพี่พุทธมาพอสมควร ฉันคอแข็งขึ้น สติที่เคยหลุดไปเพียงเพราะซดเบียร์ไปสามคำตอนนี้ฉันก็ยังคงเป็นปกติ วิญญาณไม่ได้หลุดจากร่างไปไหน เพียงแต่ต้องทำให้เหมือน...


เหมือนกับว่าตัวฉันไม่ใช่ฉัน


เอาวะ!


“คริส...ทำไมเงียบไปล่ะ” อนธกาลที่ยังคงยืนอยู่นั่งลงข้างกันแล้วเขย่าตัว ฉันที่ต้องทำให้แนบเนียนที่สุดจึงต้องไม่เป็นตัวเองที่สุดเช่นกัน


แหมะ...


ฉันทิ้งหัวตัวเองแล้วพิงลงกับไหล่คนข้างกายคล้ายกับตั้งฉากกับโลกไม่ได้ก่อนจะใช้คำพูดที่ผิดไปจากปกติที่เป็นฉัน


“อย่าเรื่องมากน่ะกาล คริสตั้งใจมาคุยด้วยก็ได้โปรดอยู่คุยเถอะ”


“คริส...” คนตัวเล็กพยายามจะผลักฉันออกแต่ฉันก็ทำเรื้อนด้วยการทำตัวหนักๆในท่าเดิมต่อไป “เมาเร็วเกินไปหรือเปล่า ปกติที่กินด้วยกันอยู่ได้นานกว่านี้นี่”


“มันจะอะไรนักหนา เห็นว่าแคร์นิดแคร์หน่อยก็มาเล่นตัวอย่างนี้ไม่น่ารักเลยนะ”


“คนไม่น่ารักน่ะมันคริสต่างหาก ปล่อย!” คราวนี้อนธกาลดูโมโหจริงๆที่ฉันทำตัวแข็งใส่ผลักฉันให้พ้นแต่ถูกฉันรวบตัวเอาไว้ก่อนราวกับล็อค ท่าของเราตอนนี้ไม่ต่างกับกอดกันสักเท่าไหร่ ใบหน้าเราห่างกันแค่คืบเดียว และฉันต้องไปต่อให้สุด


แม้ว่าตอนนี้ใจจะตุ๊มๆต่อมๆกลัวจับได้ก็เถอะ


ถ้ารุ้งคือส่วนหนึ่งของฉัน ฉันก็ควรจะงัดนิสัยแบบนั้นออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในนาทีนี้


“โกรธอะไร”


“เปล่า”


“คริสรำคาญน่ะ ไม่ชอบคนที่เลี่ยงไปเลี่ยงมา มีปัญหาอะไรก็เคลียร์กันมาเดี๋ยวนี้เลย...นี่คริสเปิดอกคุยอยู่นะ”


“เอ๊ะ ก็บอกว่าไม่มีอะไร...อื๊อ...อะไรเนี่ย” ฉันคว้ากระป๋องเบียร์บนโต๊ะแล้วจับกรอกใส่ปากอนธกาลจนหกเลอะเทอะ คนหน้าหวานมองฉันอย่างทึ่งจัดทั้งโมโหทั้งขำปะปนกันไปทั่วจนฉันเกือบหัวเราะตามออกมาแต่ก็เก๊กไว้ได้ทัน


“ถ้ากาลยังไม่กรึ่มๆก็คงจะไม่ยอมพูด กินมันเข้าไปจนกว่าจะรู้สึกว่าทำตัวตามสบายมากกว่านี้”


“ไม่กิน”


“กิน”


ฉันจ้องคนตรงหน้าตาวาวและนั่นทำให้อนธกาลย่นคอนิดหนึ่งแล้วผินหน้าไปอีกทาง


“วันนี้เป็นอะไรเนี่ย” น้ำเสียงที่ดูจ๋องๆไปทำให้ฉันมองอย่างเอ็นดู อนธกาลถอนหายใจนิดหนึ่งแล้วคว้าเบียร์ไปกินเอง “กินก็ได้ บอกว่าไม่เป็นอะไรก็ไม่เป็นสิ”


“ถ้าไม่เป็นก็กินเข้าไป กินเป็นเพื่อนคริสก็ได้”


คนหน้าหวานค่อนข้างจะกินเบียร์เก่ง ดังนั้นการจะคาดหวังให้เจ้าตัวเมามันเป็นอะไรที่ค่อนข้างจะยาก แต่ถ้าให้ดื่มในปริมาณที่พอเหมาะแล้วกรึ่มๆก็ยังพอเป็นไปได้บ้าง


คิดว่าประโยชน์ของเหล้ามันคืออะไรล่ะตั้งแต่สมัยโบราณ มันทำให้คนสนุกและผ่อนคลายมากขึ้นและฉันกำลังใช้ประโยชน์จากข้อนี้ไง


เบียร์สามกระป๋องผ่านไป ผิวของคนหน้าหวานเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงอย่างคนเลือดลมดีและฉันก็พอมองออกว่าคนตัวเล็กมีอาการผ่อนคลายมากขึ้น ดูจากการแสดงออกชัดเจนว่าแง่งอน ไม่ได้ปฏิเสธอย่างตอนที่มีสติดี


“จะว่าไปเราไม่ค่อยได้คุยกันเลยเนอะ” อนธกาลเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อนและนั่นทำให้ฉันยิ้ม


“ใช่ สองวันได้มั้ง”


“สามวันกับอีกสี่ชั่วโมง”


ว้าว...ละเอียดกว่าฉันอีกนะเนี่ย แค่แกล้งบอกเวลาผิดหน่อยเดียวแก้ซะถูกต้องเป๊ะ


“น้อยใจอะไรคริสหรือเปล่า”


“คิดว่าเรื่องอะไรที่ทำให้กาลน้อยใจล่ะ” คนหน้าหวานเหล่มองฉันแล้วกระดกเบียร์เป็นน้ำ ฉันย่นคิ้วนิดหนึ่งแล้วส่ายหน้าไม่เข้าใจ


“คิดไม่ออกเลย”


“ถ้าไม่ได้ทำให้น้อยใจแล้วจะเครียดไปทำไมกัน”


“เพราะกาลไม่เหมือนเดิมน่ะสิ กาลเงียบไปและมันทำให้คริสเป็นห่วง”


“นึกว่ามัวแต่สนใจเด็กฝึกงานใหม่เสียอีก”


“หรือน้อยใจเรื่องที่คริสคอยเทรนด์งานให้เต็ม?”


คนหน้าหวานยิ้มร้ายขึ้นมาทันทีแล้วยักไหล่


“คริสไม่ได้มีความหมายกับกาลขนาดนั้นหรอก”


ฉันยืนตัวคอแข็งอย่างรู้สึกฉุนขึ้นมาจริงๆและนั่นทำให้อนธกาลหัวเราะที่ยั่วโมโหฉันได้ เวลาเมายัยนี่ร้ายเหมือนกันนะ กวนประสาทกวนอารมณ์ใช้ได้เลย


“งั้นคริสก็ไม่รู้แล้วว่ากาลเป็นอะไร ทุกอย่างมันเริ่มจากวันที่ไปเลี้ยงน้องใหม่ ตั้งแต่คริสพยายามปกป้องกาลไม่ให้คนเข้าใจผิด เอาจริงๆคริสไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองทำอะไรให้กาลไม่พอใจขนาดนั้น”


“คริสไม่ได้ทำอะไรผิด...”


“แล้วกาลเป็นอะไร?”


“กาลก็แค่คิดว่าตัวเองคงไปสร้างความลำบากใจให้คริสมาก ถึงขนาดบอกกับทุกคนว่าตัวเองชอบผู้ชาย...กลัวการถูกเข้าใจผิดกับกาลขนาดนั้นเลย”


“ก็ทุกคนเข้าใจผิดจริงๆ คริสไม่อยากให้กาลวางตัวลำบาก...”


อนธกาลทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ตอนพูดเรื่องนี้และนั่นทำให้ฉันหุบปากฉับ ไม่เห็นเข้าใจเลย ทั้งหมดทั้งปวงมันคืออะไร นอยไม่ยอมพูดด้วย เงียบหายไป แล้วก็บอกว่าที่เป็นแบบนั้นเพราะกลัวมาสร้างความลำบากใจให้กับฉัน


ทำไมมันดูซับซ้อนมากขนาดนี้


“เป็นอะไร...” ฉันเอื้อมมือไปเชยคางคนหน้าหวานที่น้ำตาเอ่อคลอ คนตัวเล็กเบือนหน้าไปทางอื่นคล้ายกับไม่ต้องการให้ฉันเห็นแต่ก็อดไม่ได้อยู่ดีที่จะบังคับให้หันมาจ้องสบตากันด้วยการใช้สองมือประคองหน้า “บอกคริสสิว่ากาลเป็นอะไร”


“คริสรู้สึกแย่มากเลยใช่มั้ย ที่ใครต่อใครจับคู่เราสองคนน่ะ”


“หา...เปล่า ไม่ได้รู้สึกแย่อะไร คริสต่างหากที่กลัวว่ากาลจะเสียหาย เกิดแซวกันมากๆแล้วกาลลำบากใจขึ้นมามันจะแย่เอา”


“แต่คริสบอกใครต่อใครว่าคริสชอบผู้ชาย...”


“ก็ชอบผู้ชาย”


อนธกาลผละออกจากฉันทันทีแล้วทำท่าเหมือนจะลุกหนี แต่ฉันที่รู้ทันดึงคอเสื้อเจ้าตัวเอาไว้แล้วรีบพูดคล้ายกับแก้ตัว


“แต่ชอบกาลมากกว่า”


“...”


โอ้...ฉันพูดอะไรออกไปเนี่ย!


บรรยากาศระหว่างเราในตอนนี้ตกอยู่ในความเงียบ ฉันได้ยินแม้แต่เสียงจิ้งหรีดจากด้านนอกดังกันระงมจนน่ารำคาญ แต่มันคงดีกว่านี้ถ้าพวกมันจะร้องให้ดังขึ้นเหมือนเสียงของโอตะที่เชียร์เหล่านักร้อง BNK เพราะความเงียบทำให้ฉันทำอะไรไม่ถูกในช่วงเวลานี้เลย


“เอ่อ...”


“จริงเหรอ?”


“ห...หา”


“พูดจริงใช่มั้ย”


ฉันควรจะตอบยังไงดีนะ แต่ตอนนี้ฉันก็ไม่ได้ชอบผู้ชายคนไหนนี่นา มันก็ต้องจริงอยู่แล้ว


“จริง”


อนธกาลโผเข้ากอดฉันแน่นเหมือนเด็กตัวเล็กๆที่ได้กอดแม่ ฉันอึ้งนิดหน่อยแต่ก็ตอบรับคนตัวเล็กด้วยการกอดตอบแล้วลูบหลังเบาๆอย่างให้กำลังใจ กลิ่นเนื้อหอมๆที่ติดตามเนื้อของอนธกาลผสมกับกลิ่นรัมจากเบียร์อ่อนๆทำให้ฉันเคลิ้มไป ชวนให้นึกไปถึงตอนที่เคยนอนกอดกันแล้วเอาแต่แอบดมเส้นผม ท้ายทอย ทั้งๆที่ไม่รู้เลยว่าตัวเองทำไมทำไปแบบนั้น


“คริส...”


คนหน้าหวานเอ่ยเรียกฉันอย่างแผ่วเบาแล้วเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตาสีน้ำตาลคู่สวยทำให้ฉันรู้สึกเหมือนถูกตรึงเอาไว้กับที่ ก่อนจะแค่ขานรับเบาๆ


“หืม” มือของฉันจากที่ลูบไล้อยู่ตรงแผ่นหลังเปลี่ยนตำแหน่งมาประคองใบหน้าเล็กๆนั่นไว้ในฝ่ามือแล้วปาดน้ำตาคลอหน่วยอย่างนึกเอ็นดู “กาลไม่เหมาะกับน้ำตาเลยนะ”


“มีคนทำให้น้อยใจน่ะ”


“ใครกันนะ”


“คนเดียวกับที่ซับน้ำตาให้”


“คนๆนั้นนี่แย่จัง...” ฉันโน้มหน้าลงไปหาแล้วเป่าเบาๆตรงเปลือกตาอนธกาลคล้ายกับปลอบโยน เหมือนเด็กที่หกล้มจนเจ็บแล้วมีแม่เป่าช่วยทำแผลให้ “ทำแบบนี้แล้วพอจะหายน้อยใจได้มั้ย”


“ก็...ขึ้นอยู่กับว่าตั้งใจปลอบแค่ไหน”


“แบบไหนถึงจะเรียกว่าตั้งใจล่ะ”


“แบบนี้ไง”


แล้วอนธกาลก็เป็นฝ่ายโผเข้ามาจุ๊บที่ข้างแก้ม ฉันที่ตอนแรกเคลิ้มๆพอเจอไปแบบนั้นเหมือนจะได้สติขึ้นมาแล้วจ้องมองคนตรงหน้าอย่างตะลึงตะลาน


 “...”


อนธกาลเองที่เห็นว่าฉันทำหน้าสะพรึงก็ตกใจไม่แพ้กันเตรียมจะผละหนีไปแต่ทว่าฉันที่ไม่อยากจะให้คนตัวเล็กเสียความมั่นใจมากไปกว่านี้เลยเป็นฝ่ายกระชากร่างอนธกาลเข้ามาหาเพื่อจะจูบอย่างตรงไปตรงมา


แต่ทว่า...คนตัวเล็กกลับปฏิเสธแล้วผินหน้าหนี


“ไม่”


“ข...ขอโทษ”


“ไม่จูบ...ที่ปาก”


อนธกาลตอบออกมาอย่างแข็งขันแต่กลับเป็นฝ่ายผลักฉันให้นอนลงกับโซฟาพร้อมกับเอาริมฝีปากไล้ไปมาอยู่ตรงช่วงสันกรามราวกับแมวเลียขน ความจักจี้และความรู้สึกแปลกๆที่แล่นขึ้นจากหน้าท้องทำให้ฉันเผลอครางออกมาอย่างลืมตัว


“กาล...”


“ทำอย่างอื่นได้ แต่ไม่จูบ”


พอได้ยินเพียงเท่านั้นฉันก็เป็นฝ่ายพลิกร่างคนหน้าหวานแล้วกดให้อยู่ในตำแหน่งด้านล่างก่อนจะเป็นฝ่ายรุกรานบ้างด้วยการล้วงมือเข้าไปในสาบเสื้อ โดยที่ใช้จมูกของตัวเองดอมดมไปทั่วตั้งแต่ซอกคอ ใบหู ลามลงมาถึงกระดูกไหปลาร้าและน่าจะไปได้ไกลกว่านั้น...


“ให้โอกาสคริสได้ปลอบกาลหน่อยนะ โทษฐานที่ทำให้น้อยใจมาตั้งสามวัน”


“งั้นคริสต้องง้อกาลยาวเลยล่ะ”


โปรดติดตามตอนต่อไป


#APPLEYuri


ว้ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยย


เนียนคู่กู้โลกมากเลยข้ะ!


ก็ยังคงรู้สึกภูมิใจในตัวเองเสมอในการตัดจบที่ดี เทียบชั้นก็ระดับปริญญาเอกสองใบอะไรประมาณนั้น


น่าจะโหยยยยยตอนหน้ากันมากกว่าตอนที่แล้วอีก


5555


จริงๆไม่ได้ตั้งใจจะอัพเลยนะวันนี้ แต่เห็นเมื่อวานกระแสตอบรับดีเลยอัพสักหน่อย


** เล่นเกมแจกอุ๋งๆสีชมพู



Cr: ภาพประกอบจากในอินเตอร์เนต


ให้แชร์ความรู้สึกในการอ่านเรื่องนี้หลังจากมาถึงตอนที่ 16 แล้วบ้างว่ารู้สึกอย่างไร ถ้าเล่นทวิตเตอร์ให้ติด #AppleYuri #อุ๋งอุ๋ง


ถ้าเล่น Facebook ให้แชร์ตอนที่ 16 นี้แล้วบรรยายความชื่นชอบ (ุถือว่าเรียกคนมาอ่านพี่หน่อย พี่จะขาย Affair แล้ว ฮาาา)


ใครทวิตดีโดนใจ หรือแชร์เฟสบุ๊คโดนใจ เอาอุ๋งน้อยขนาด 50 CM  ไปเล้ยยยยย


หมดเขตเล่มเกมหลังจากลงตอนที่ 19 ค่ะ





แล้วพบกันค่ะ







Click ที่ภาพ



ผลงานรูปเล่มที่สามารถสั่งซื้อได้

Click



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.491K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,020 ความคิดเห็น

  1. #5019 NQUeer (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 22:14
    ทำไมจูบไม่ได้ล่ะ ทำไมกัน
    #5,019
    0
  2. #5007 PlatooThai (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 / 22:54

    เป็นไงล่ะ ต้องง้อยาวเลยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

    #5,007
    0
  3. #4973 Chichuu~♡ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 21:34
    !!!!!!!
    #4,973
    0
  4. #4957 cake11993 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 18:44

    โว๊ยยยยยได้กันแล้วอ้าว?ไม่ให้อ่านตอนต่อไปโน้วววววววT_T~~~~

    #4,957
    0
  5. #4598 maafon (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 15:38
    ฟินเฟ่อร์
    #4,598
    0
  6. #2798 kyungstal12 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 19:43
    ไหน ไหน หนายยยยยย อิหมาตัวไหนบอกชอบผช ห๊ะ ลวนลามคุนกาลของเค้าได้ง้ายยยยยยยยย หึ!
    #2,798
    0
  7. #2682 praatiddd (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 16:28

    โอ้ยยย นุ้งมาตามอ่านแล้วค่ะพี่ปาาา

    #2,682
    0
  8. #2179 manissara150843 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 20:44
    เค้าแค่ปลอบกันแก!!เค้าแค่ปลอบก๊านนนน>||<โอ้ยยยยยยย!
    #2,179
    0
  9. #2175 KonchawanRatkhui (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 16:08
    อร๊ายยยยยย กริ๊ดดด คริสกับกาลลล ได้กันแล้ววววว โง้ยยยยเขินนนนน><
    #2,175
    0
  10. #2054 Srynn (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 22:00
    ทิ้งปมอะไรไว้คะ นี่ลุ้นให้จูบจะตาย ทำไม!
    #2,054
    0
  11. #2053 ssm74 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 16:46
    ทำไมไรท์ต้องตัดจบแบบนี้้้้้้้้้ จะขาดใจตายยยยยย -0-
    #2,053
    0
  12. #2051 YuriPaii (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 14:18
    มาต่อเถอะไรท์ รู้สึกใจจะขาด5558
    #2,051
    0
  13. #2048 krys3396 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 19:41
    เพิ่งได้มาอ่านวันเดียวรวด แล้วบับงื้อ ทำม้ายยยยยย อ่านแล้วตัวบิดโว้ยยยเขาจะเลิกซึนแล้ววว😝
    #2,048
    0
  14. #2047 SydneyBubpakong (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 18:27
    ทำไมพี่ปลาทำแบบเน้
    #2,047
    0
  15. #2044 fy0836661332 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 11:15
    ไรท์จ้าาาาาทำไมถึงทำกับฉันด้ายยยยยยยย
    #2,044
    0
  16. #2043 a.Prompiriya (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 10:44
    อมกกกก
    #2,043
    0
  17. #2042 Only (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 08:27

    โอ้โหหหหหหห มืออ่ะมืออออออ

    #2,042
    0
  18. #2041 Hollow (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 08:09
    ชอบตอนนี้จัง คริสดูเป็นคนอบอุ่นนะ กาลก็อ้อน(อ่อย)เก่งเหลือเกิน น่าเอ็นดู แกหนีไม่พ้นแล้วคริสจัดง้อชุดใหญ่ไปเลย
    #2,041
    0
  19. #2040 real-o (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 07:27
    เขินนนนนนนนน
    #2,040
    0
  20. #2039 Dark Yuri (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 04:49

    แลดูไรท์ภูมิใจในการตัดจบมาก รับใบปริญญาใบที่สิบไปเลยค่ะ

    #2,039
    0
  21. #2033 _Hun_ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 01:46
    อ่านจบละอยากลงไปดิ้นด้วยความค้างคา ปลอบกันยังไง ท่าไหนคะเนี่ย ถึงต้องปลอบนาน ขอเล่มเลยได้มั้ยคะพี่ปลา 😆😆😆😆😆
    #2,033
    0
  22. #2032 WilasineeBoonjit (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 23:25
    ไม่เคยรู้สึกอยากบีบคอไรท์มากขนาดนี้มาก่อน ตัดจบแบบนี้ได้งายยยยย ใจร้ายมากกกกกกกกก
    #2,032
    0
  23. #2031 Bewppp (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 23:18
    อร้ากกกกกกกก เขินไปหมดล้าวววกยกากนกนหา
    #2,031
    0
  24. #2030 Gwialamx (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 23:14
    โอยยยยยยยยย ไม่ให้จูบแต่ให้ปลอบอย่างอื่น แถมยัฃต้องปลอบยาวเลยด้วย ตายๆๆๆ อยากมีแต้มบุญเป็นคริสบ้างอ่ะ อั่กๆๆๆ *กระอักเลือดกำเดา
    #2,030
    0
  25. #2029 ทั่นโด (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 23:12

    อ่านไปกัดมือตัวเองไป แต่ทำไมชุ้นต้องจมูกบานตอนพวกแกนัวกันด้วยเนี่ยยย กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

    #2,029
    0