APPLE : ถึงเธอ...ผู้เป็นที่รัก (YURI)

ตอนที่ 14 : Chapter 13 : มากกว่าที่คิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,065
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,406 ครั้ง
    9 พ.ค. 61

13

มากกว่าที่คิด

 

 

ถึงเธอ...ผู้เป็นที่รัก

ตอนนี้เข้าฤดูฝนแล้ว อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ห่มผ้าด้วยนะ และถ้าอยากให้หน้าฝนนี้ดูโรแมนติกขึ้นไปอีกนิด ลองเปิดวิทยุคลื่น 97.25 FM ช่วงเวลาทุ่มนึง จะมีเรื่องเล่าจากทางบ้านมาเล่าเรื่องราวความรักให้ฟัง มันจะทำให้หน้าฝนนี้มีความหมายขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะ

แอปเปิ้ล

 

แป๊บๆก็เข้าเดือนที่ 6 แล้วตั้งแต่ฉันได้ทำความรู้จักกับอนธกาลและกลายร่างเป็นแอปเปิ้ลที่ส่งข้อความหาคนหน้าหวานทุกวันอย่างไม่รู้เบื่อ น่าแปลกดีเหมือนกันที่อนธกาลไม่เคยตอบกลับ Direct Massage นี้กลับมาเลยแต่ฉันก็รู้ได้ว่าเจ้าตัวได้อ่านข้อความนี้ทุกครั้ง เพราะฉันที่อยู่ในคราบของเพื่อนซี้ที่คุยกันสามเวลาหลังอาหารและก่อนนอนรับรู้เรื่องราวของคุณแอปเปิ้ลอยู่ตลอด

ช่างเป็นคนที่เข้าใจยากเหลือเกิน...

 

เอิ้น : พรุ่งนี้วันเกิดกู ใครไม่มาจะแช่งให้บ้านบึ้ม และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น

เอิ้น : วันเกิดกูพวกมึงต้องลงขันกันเลี้ยง เย้

 

เป็นธรรมเนียมไปแล้วว่าถ้าถึงวันเกิดใครทุกคนจะต้องนัดหมายมาเจอกันให้ได้แม้ว่าพรุ่งนี้จะมีนัดกับยมบาลว่าถึงฆาต ถ้าใครคนใดคนหนึ่งไม่มาเราจะไปตามจิกถึงหน้บาบ้าน ครั้งหนึ่งแนทตี้เคยติดผัวแล้วอ้างไม่ยอมมางานวันเกิดฉันบอกไม่สบาย พวกเราทุกคนเลยไปหามันถึงบ้านและนั่นทำให้ทุกคนในบ้านของมันรู้ว่าอีแนตตี้ไปค้างคืนกับผู้ชาย


การได้รับรู้ว่าลูกสาวแรดมันคงเป็นอะไรที่ทรมานจิตใจคนเป็นพ่อเป็นแม่มาก...


และเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์น่าสยดสยองแบบนั้นไม่ว่ากับใคร พวกเราที่เห็นแล้วว่าแนตตี้ต้องเจอกับบทลงโทษอะไรเมื่อผิดนัดเพื่อนก็ไม่คิดที่จะเบี้ยวนัดอีก ดังนั้นจึงหมายถึงว่าพวกเราทุกคนต้องไปพบเจอกันอย่างพร้อมหน้าพรุ่งนี้และบังคับลงขันคนละห้าร้อยบาทเพื่อเลี้ยงเจ้าของวันเกิด


กฎแบบนี้ก็มีเหรอวะ?

 

มีน : เปิดวิทยุฟังกันอยู่หรือเปล่า 97.25 น่ะ

แนท : ฟังอยู่ ซึ้งว่ะ...

 

ฉันเองที่กำลังเปิดฟังอยู่เช่นกันไม่ค่อยมีสมาธิจดจ่อกับเพื่อนสักเท่าไหร่ เพราะหูของตัวเองก็ฟังเรื่องราวของคนทางบ้านที่โทรมาเล่าเรื่องความรักของตัวเองที่เป็นผู้หญิงทั้งคู่ แถมยังอายุห่างกันถึง 16 ปี โดยแทนตัวเองว่าชื่อ A และเล่าเรื่องราวว่าคนทั้งคู่พบเจอกันยังไง เพราะอะไรถึงมารักกัน


ตอนนี้...ความรักของทั้งสองคนกำลังถูกจับแยกเพียงเพราะถูกคนรอบข้างจับได้ และคนที่อายุเยอะกว่าก็บอกรักใครอีกคนหนึ่งด้วยการพูดชื่อจริงออกมา


“อารักหนึ่งนะ”


หัวใจฉันเต้นแรงมากตอนได้ยินคำสารภาพที่ดูทรงพลัง มันอิมแพคไปหมดจนฉันอดไหม่ได้ที่จะเอื้อมมือมาจับหัวใจตัวเอง ฉันไม่รู้ว่าหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นอีกไหม พิธีกรตัดจบรายการแต่เพียงเท่านั้น และก็ปล่อยให้คนฟังค้างคาเพราะไม่รู้ตอนจบ


ก็อย่างที่บอก...ว่าการฟังอะไรแบบนี้ในฤดูฝนมันเป็นอะไรที่โรแมนติกมาก แต่ถ้ามองอีกมุมก็เศร้ามากเช่นกัน ฝน...คือสัญลักษณ์แห่งความชุ่มฉ่ำ และก็สามารถเป็นสัญลักษณ์ที่แทนความโศกเศร้าอย่างหยดน้ำตาได้เช่นกัน


คมจังเลยฉันวันนี้

 

เอิ้น : สรุปพรุ่งนี้ต้องมาเจอกันให้ได้นะ ใครเบี้ยวนัดกูจะสร้างเรื่องว่าอีคนที่ไม่มามันท้องแล้วหนีไปทำแท้งที่เกาหลี มีพ่อเด็กชื่อ คิม จอง อึน

 

ช่างเป็นคำขู่ที่น่ากลัวมาก...

 

ทุกคนตบปากรับคำเป็นที่เรียบร้อยก่อนจะแยกย้ายกันไปทำธุระของตัวเอง แต่ทว่า...ธุระของฉันยังไม่เสร็จจนกว่าจะได้บอกฝันดีราตรีสวัสดิ์ยัยคนหน้าหวานเสียก่อน

 

[แค่กๆ...โอ๊ะ นี่สี่ทุ่มแล้วเหรอ กาลว่าจะงีบหลับไหงเวลามันล่วงเลยมาขนาดนี้ล่ะ]


ปกติอนธกาลเป็นคนที่มีน้ำเสียงติดขึ้นจมูกอยู่แล้ว แต่ก็ยังไม่มากและดูอิดโรยมากขนาดนี้ ถ้าเดาไม่ผิดน่าจะเพราะการผลัดเปลี่ยนฤดูของประเทศไทยนั่นแหละ คนบอบบางแบบนี้จะทนกับสภาพอากาศได้อย่างไรกัน


“ไม่สบายเหรอ กินยาหรือยัง”


[ตั้งใจว่าจะนอนพักเยอะๆให้ร่างกายมันฟื้นฟูเองก่อน แต่ท่าทางจะไม่ไหว แรงจะลุกไปอาบน้ำยังไม่มีเลย]


คำพูดอย่างคนไร้เรี่ยวแรงอย่างนั้นทำให้ฉันนึกอยากจะออกจากบ้านไปหาเดี๋ยวนี้เลย แต่ก็ไม่อยากตอบคำถามคนในบ้านเท่าไหร่ว่าจะไปไหน โดยเฉพาะพี่พุทธที่ชอบปากดีแซวว่าฉันกับอนธกาลคบกัน แม้จะแค่คะนองปากก็เถอะ


“งั้นไม่ต้องอาบน้ำหรอก นอนทั้งอย่างนั้นเลย”


[ไม่เอา ที่นอนสกปรกหมด ออกจากบ้านมีแต่ฝุ่นกับเหงื่อ]


“ลุกก็ไม่ไหวแต่ก็อยากจะอาบน้ำด้วย คนเราไม่สามารถทำทุกอย่างได้อย่างที่ต้องการหรอกนะ”


[ก็ทำได้อยู่นะถ้ามีคนช่วยน่ะ]


“หมายถึงคริสเหรอ จะให้ช่วยอะไร”


[มาอาบน้ำให้หน่อยสิ]


“ไอ้บ้า”


ฉันหัวเราะเขินๆไม่ได้คิดจะต่อว่าจริงจังอะไร ส่วนคนที่แหย่มาในตอนแรกก็ขำรับคำด่าฉันเหมือนกันและนั่นทำให้บรรยากาศที่มีสายฝนพรำอยู่ด้านนอกแลดูไม่เหงามากจนเกินไปนัก


[กาลคุยกับคริสแบบนี้ทุกวันมาเกือบจะสามเดือนแล้วนะเนี่ย ยังจำได้อยู่เลยว่าตอนแรกๆเราไม่ชอบขี้หน้ากันแค่ไหน]


“คริสไม่เคยไม่ชอบขี้หน้ากาลนะ”


[กาลเข้าใจผิดไง ก็คริสทำให้กาลคิดอย่างนั้นนี่นา]


“ตอนนั้นคริสต้องทำให้กาลอึดอัดใจมากแน่ๆ”


[มากมายจริงๆ]


“แล้วตอนนี้ล่ะ”


[กลายเป็นว่าถ้าไม่ได้พูดคุยกันเลย มันจะทำให้กาลนอนไม่หลับ...คริสทำให้กาลติด]


เป็นคำพูดที่ชวนให้คนฟังอย่างฉันทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน แต่จะว่าไป...ไม่ใช่อนธกาลฝ่ายเดียวที่รู้สึกอย่างนั้น แม้แต่ฉันเองยังรู้สึกตัวติดหนึบกับคนตัวเล็กปลายสายแทบจะแงะไม่ได้เลยทีเดียว


“แต่พรุ่งนี้คริสคงคุยกับกาลได้น้อย ต้องไปสังสรรค์”


[ไปไหน?]


น้ำเสียงแข็งขึ้นของอนธกาลทำให้ฉันยืดตัวตรงอย่างไม่ตั้งใจ แล้วรีบอธิบายออกไปอย่างรวดเร็ว


“พรุ่งนี้วันเกิดเอิ้นเพื่อนในกลุ่มน่ะ ถ้าไม่ไปเดี๋ยวถูกอาละวาดแย่”


[ไปทำอะไร ที่ไหน ยังไงบ้าง?]


“ก็คงนั่งกินเหล้าพูดคุยเรื่องสมัยเรียนกันตามปกตินั่นแหละ”


[กินเหล้าด้วยเหรอ คริสคออ่อนนี่นา]


“ตั้งแต่รู้จักกับกาลคริสก็แกร่งกล้าขึ้นมากแล้ว ไม่ต้องห่วงไปหรอก”


[...]


“เป็นอะไร ทำไมเงียบไป”


[ไม่ไปไม่ได้เหรอ]


“ถ้าไม่ไปโดนเพื่อนงอนตายเลย”


[นั่นสินะ...กาลติดคริสมากเกินไปแล้ว]


คนตัวเล็กทำน้ำเสียงหงอยๆและนั่นทำให้ฉันรู้สึกละห้อยไห้ตามไปด้วยอย่างประหลาด คนทั่วไปที่มองอนธกาลเข้ามาจะรู้สึกว่าผู้ประกาศข่าวสาวเป็นคนเงียบๆ เย่อหยิ่งจนติดไม่สนใจใคร แต่สำหรับฉันที่เริ่มคลุกคลีมาได้สักพักใหญ่ๆรู้ดีเลยล่ะว่าคนปลายสายเป็นพวกขี้เหงา


น่าจะเป็นเด็กขี้อ้อนของแม่น่าดูเลย


[ไม่เป็นไรหรอก แค่คริสโทรมาหากาลบ้างก็แล้วกันพรุ่งนี้ ถ้ากาลเหงาเดี๋ยวก็หาอะไรทำ...อย่างเปิดวิทยุคลื่น 97.25 ที่คุณแอปเปิ้ลแนะนำให้ฟังน่าจะพอช่วยได้บ้าง กาลไปนอนก่อนนะ]


“ฝันดีค่ะ”


[ฝันดี]

 

 



ทำไมการมาสังสรรค์กับเพื่อนในวันนี้มันถึงได้ไม่สนุกขนาดนั้น ทั้งๆที่ทุกคนก็พูดคุยกันถึงเรื่องอดีตที่ผ่านมาและหัวเราะกันได้ปกติ มีเพียงฉันเท่านั้นที่ยกข้อมือขึ้นมาดูเวลาว่าตอนนี้กี่โมงกี่ยามแล้ว


และมีน...เพื่อนที่แอบสังเกตสังกาฉันอยู่ตลอดเวลาก็เอ่ยขึ้นพร้อมกับยิ้มมุมปาก


“เสียมารยาทชิบหาย คนอื่นเขาหัวเราะสนุกสนานแต่อีคริสกลับเอาแต่จ้องมองนาฬิกาเตรียมจะกลับ ทำไม? เมียโทรตามเหรอ”


และเมื่อแทนอนธกาลด้วยสมการผัวเมียก็ทำให้ฉันแยกเขี้ยวใส่เพื่อนอย่างไม่ชอบใจนัก


“เลิกพูดเรื่องผัวเมียระหว่างฉันกับอนธกาลเสียที”


“สรุปว่าเมียแกคืออนธกาลเหรอ?” เอิ้นที่รับไม้ต่อจากมีนอีกทียักคิ้วชอบอกชอบใจ และนั่นเริ่มทำให้ฉันขยับตัวอย่างอึดอัด


“เลิกล้อเรื่องแบบนี้ไม่ได้เหรอ”


“ถ้าไม่มีอะไรในกอไผ่ก็มองให้มันเป็นเรื่องตลกไปก็ได้นี่ นอกเสียจากว่ามี” แนทตี้ที่นั่งฟังอยู่นานแทรกขึ้นบ้างและนั่นทำให้ฉันกราดมองเพื่อนทุกคนที่ไม่เข้าใจหัวอกคนถูกล้อเลียนเอาเสียเลย


“แฮปปี้เบิร์ดเดย์อีเอิ้น ฉันต้องกลับแล้ว”


“อะไรวะ นั่งตดยังไม่ทันหายเหม็นกลับแล้วเหรอ นี่วันเกิดเพื่อนนะแกต้องโต้รุ่ง” เอิ้นงอแงขึ้นมาทันทีและนั่นทำให้ฉันควักเงินวางบนโต๊ะเพิ่มเพื่อขอซื้อเวลา


“ฉันจ่ายเพิ่มนะ แต่ขอกลับก่อน มีเรื่องที่ต้องไปจัดการ...” ฉันยอมรับว่าตอนพูดน้ำเสียงไม่ค่อยมั่นใจมากนัก และเพราะความไม่มั่นใจนั่นแหละที่ทำให้เพื่อนสนิททุกคนมองฉันทะลุปรุโปร่ง


“เงินซื้อพวกเราไม่ได้” เอิ้นส่ายหัวแล้วมองหน้าทุกคนในกลุ่ม “แต่ความเสือกซื้อพวกกูได้”


แล้วมีนกับแนทตี้ก็ตรงมาล็อกแขนล็อคขาฉันเอาไว้ไม่ให้ขยับไปไหนได้ ส่วนเอิ้นเจ้าของวันเกิดผู้ที่ยังคงยืนกรานว่าตัวเองเสือกกว่าใครเอื้อมมือมาหยิบมือถือฉันแล้วจับส่องเข้าที่หน้า


“แสกนผ่านแล้ว...เอาล่ะ ควรจะเสือกที่แอพไหนก่อนดีนะ...เฟสบุ๊ค?”


“...”


“อินสตาแกรม”


“...”


“ไลน์”


“อี...”


“โอเคไลน์” เพื่อนร่างอวบกดเข้าแอพสีเขียวแล้วเอานิ้วโป้งสไลด์หาข้อความที่น่าสนใจก่อนจะหยุดที่ชื่อของอนธกาล ไม่สิ...แทบไม่ต้องสไลด์ด้วยซ้ำ เพราะคนหน้าหวานนั่นคือท็อปลิสต์และคือคนที่ฉันคุยด้วยล่าสุด “ลุกไม่ไหวเลย เปื่อยยยยย...เดี๋ยวคริสจะรีบไปหานะ ขอเวลาปลีกตัวจากเพื่อนก่อน หึ อีเวร...อีมดทรยิด”


เอิ้นหัวเราะหึหึในลำคอและนั่นทำให้ฉันไม่กล้าสบตาด้วยเพราะโดนจับได้ที่ทำตัวกบฎต่อพวกพ้องเตรียมจะชิ่งหนี


“นี่วันเกิดกูนะ เห็นคนมาทีหลังดีกว่าได้ไงกัน”


“ทีแกยังหนีงานวันเกิดเพื่อนไปกกอยู่กับผัวที่คอนโดได้เลย”


“ก็นั่นมันผัว”


“ก็นี่มัน...” แล้วทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบ เพื่อนทุกคนต่างมองหน้ากันแล้วยิ้มราวกับมีคำตอบให้กับตัวเองและนั่นยิ่งทำให้ฉันอึดอัด “อย่ามองหน้ากันแบบนี้ มันไม่มีอะไรเลย”


“แกจะเป็นคนไม่ยอมรับความจริง จะโกหกตอแหลกับใครก็ได้หมดแต่ต้องไม่ใช่กับพวกฉันเว้ย” มีนเลิกล็อกตัวฉันแล้วนั่งใกล้กันพร้อมกับเท้าแขนจ้องหน้า


“ก็บอกว่าไม่มีอะไร”


“ได้”


“ได้ห่าอะไร”


“พวกเราเองก็เป็นห่วงอนธกาลเหมือนกัน...อีแนทตี้ แกไปเตรียมรถ” มีนพยักเพยิดแล้วเริ่มแบ่งหน้าที่ “เอิ้น...แกพิมพ์บอกอนธกาลให้ปักหมุดบ้าน เราจะไปเยี่ยมเยียนตามกูเกิลแมพ”


“เอาโทรศัพท์มานี่ กูจะพิมพ์คุยกับคนสวยหน่อย”


แล้วเหล่าเพื่อนๆก็หัวเราะคิกคัก โดยเฉพาะมีนที่พอเห็นว่าแนทพิมพ์อะไรออกไปก็หัวเราะเสียงดังลั่นและมันทำให้ฉันหวาดกลัว


“พวกแกทำอะไร”


“เดี๋ยวเราจะไปเยี่ยมอนธกาลกัน...โอ๊ะๆนางตอบแล้ว!


ฉันมองการกระทำอย่างฉุกละหุกของเพื่อนทุกคนอย่างสับสนและไม่รู้ว่าจะรับมือกับมันยังไงดี รีบพุ่งไปแย่งโทรศัพท์แล้วอ่านข้อความที่ทำเอาขนหัวลุก


 

คิดสิคริส คิทแคท : กาลรู้มั้ยว่าคริสมีจริงว่าอะไร

อนธกาล : คาริสาไง

คิดสิคริส คิทแคท : ไม่ช่ายยยย

อนธกาล : แล้วชื่ออะไร นี่เมารึเปล่าเนี่ย

คิดสิคริส คิทแคท : คริส มีชื่อเต็มๆว่า คริส-ตอ-ริด

 

 

“อีพวกเหี้....” ฉันด่าแล้วทำเสียงแหบในตอนท้ายด้วยความโมโหจัดแล้วเอามือเกาหัวแกรกๆ ส่วนเหล่าอีเพื่อนยังคงหัวเราะชอบอกชอบใจ


“มันหน้าแดงใหญ่เลย...น่ารักว่ะอีคริสตอริด” แนทเอื้อมมือมาดึงแก้มฉันแต่ถูกปัดออก “ใจร้ายยยยย”


“อนธกาลจะคิดว่าฉันเป็นคนยังไงเนี่ย”


“เป็นคนแบบไหนเขาก็มองว่าแกน่ารักแหละ” มีนทำสีหน้าไม่เดือดเนื้อร้อนใจอะไร “ปะพวกเรา ไปเยี่ยมคนป่วยกันตามที่ปักหมุดไว้เลย”


“ม...ไม่ต้อง”


“ทำไมล่ะพวกเราไปด้วยความเป็นห่วงนะ” ทุกคนทำสีหน้าอ้อร้อและฉันรู้ดีว่ามันคือความตอแหล


“ฉันไปเอง”


“แกเป็นห่วงเขาได้คนเดียวเหรอ”


“ฉนไม่ได้เป็นห่วง...”


“ปะ ไปบ้านอนธกาล”


 เพื่อไม่ให้เรื่องมันบานปลายและเป็นการรบกวนอนธกาลที่กำลังพักผ่อนมากไปกว่านี้ฉันจึงต้องตอบในสิ่งที่ทุกคนต้องการออกไปก่อน


“เออ ฉันเป็นห่วงเขา!


“ทำไมต้องเป็นห่วงขนาดนั้นด้วย”


“เขาเป็นเพื่อน”


“พวกกูก็เพื่อน” เอิ้นสวนขึ้นมาทันควันแล้วดีดนิ้ว “อีแนทตี้ แอคชั่น”


“อ๊ะ...ปวดท้องเมนส์จุงเบย” เพื่อนที่ได้รับบทบาทจากการดีดนิ้วแกล้งทำเป็นระทวยในทันทีแต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ฉันหันไปสนใจหรือแม้แต่มอง


“ทำไมการปฏิบัติตัวมันถึงต่างกันนักล่ะ” มีนหัวเราะหึหึ ยิ่งมันขยี้มากเท่าไหร่ฉันยิ่งจนตรอกมากขึ้นเท่านั้นจนน่าโมโห


“ก็อนธกาลเขาไม่ได้แข็งแรงแบบพวกแก เขาอยู่คนเดียว แม่เขาก็เพิ่งเสีย ตอนนี้ก็ไม่สบาย”


“ถ้าได้คำตอบไม่ถูกใจจะไม่ปล่อยให้ไป” เอิ้นเอานิ้วก้อยแคะขี้มูกตัวเองอย่างไม่สนสี่สนแปดใดๆยิ่งทำให้ฉันหัวร้อนหนักขึ้นไปอีก


“แกต้องการอะไรวะ ก็บอกไปหมดแล้วว่าฉันห่วงเขา”


“แค่ห่วงเหรอ”


“เออ!


“รักเขาใช่มั้ย”


“เออ!


“...”


“ฉันหมายถึง...”


“แกไปได้แล้ว” เพื่อนๆทุกคนอมยิ้ม พอฉันอ้าปากจะพูดเพื่อนก็ส่ายหัว “รีบไปก่อนที่พวกเราจะเปลี่ยนใจมัดแกไว้กับเก้าอี้แล้วปล่อยให้อนธกาลไม่สบายอยู่อย่างนั้น”


ฉันเม้มปากแน่นอย่างขัดเคืองใจ แต่คิดว่าการต่อล้อต่อเถียงไปมันไม่มีประโยชน์อะไรเลยเลือกที่จะเงียบแล้วหยิบกระเป๋าสะพายข้างตัวเองติดตัวไปด้วย


“เฮ้”


มีนตะโกนไล่หลังทำให้ฉันต้องหันไปมอง


“อะไร”


“พวกเราอยู่ข้างแกนะ ไปให้สุด”


“พูดบ้าๆ”


ฉันตอบกลับไปแบบนั้นแต่เมื่อหันหลังกลับมาก็อดไม่ได้ที่จะอมยิ้ม เพื่อนพวกนี้ตลกดี ชอบยัดเยียดอะไรแบบนี้ให้เรื่อยเลย


ลืมหรือไงกันว่าฉันเป็นผู้หญิงน่ะ

 

 


จากห้องพักของมีนที่เป็นจุดศุนย์กลางของทุกคนอย่างที่เคยบอกฉันใช้เวลาเดินทางมาหึงบ้านของธนกาลประมาณสามสิบนาทีเพราะที่ตั้งพักอยู่แถวชานเมือง ตอนนี้เวลาล่วงเลยมากว่าสามทุ่มแล้ว บรรยากาศรอบด้านเงียบสงัดมีเพียงเสียงจิ้งหรีดกับทีวีของบ้านข้างๆเท่านั้น แต่ก็ยังดี...ยังได้รู้ว่าคนหน้าหวานมีเพื่อนบ้านคอยระแวดระวังภัยให้


ด้วยความที่ฉันมาที่นี่บ่อยการเข้านอกออกในบ้านของเจ้าตัวจึงกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ถึงขนาดที่ว่าได้กุญแจบ้านมาไว้ติดตัวดอกหนึ่งเผื่อเอาไว้ถ้าวันไหนอนธกาลกลับดึกแล้วฉันเกิดแวะมาหาอะไรทำนองนั้น


นี่ฉันมาที่นี่บ่อยเหมือนกันนะเนี่ย...


และเมื่อไขกุญแจเข้าไปก็พบว่าคนตัวเล็กนอนคู้ตัวอยู่บนโซฟาในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้น พร้อมกับผ้าห่มสีชมพูที่ปกปิดท่อนล่างเอาไว้นิดหน่อย ฉันที่เห็นอนธกาลนอนหลับสบายเลยไม่อยากขัดจังหวะคนนอนด้วยการคลานเข้าไปหาแล้วลอบมองสีหน้าคนหลับสนิทอย่างนึกเอ็นดู


หลับลึกเลยแฮะ ไขกุญแจเข้ามายังไม่ได้ยินเลย

 

เปาะ แปะ ซู่...

 

ไม่ทันได้ตั้งตัว เสียงสายฝนจากด้านนอกที่หลดลงมาเป็นเม็ดตกกระทบกับหลังคาเมทัลชีสต์ดังขึ้นได้แป๊บเดียวฝนห่าใหญ่ก็ดังตามมาเป็นสาย ฉันมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วทำสีหน้าโล่งใจที่ตัวเองมาถึงก่อนไม่งั้นคงจะเปียกฝนแย่ ขณะที่กำลังฟังเสียงฝนตกอย่างเพลินๆอนธกาลก็บ่นงึมงำๆออกมาให้ได้ยินขณะที่ยังหลับตา


“หนาวจัง”


ความที่กลัวว่าจะทำให้อนธกาลไข้กลับฉันเลยรีบดึงผ้าห่มให้สูงขึ้น แต่ทว่าเจ้าของเสียงงุ้งงิ้งกลับปรือตาขึ้นแล้วจ้องมองมาที่ฉัน


“ผ้าห่มมันไม่พอ”


“หืม?”


“กอดกาลหน่อย”


ฉันมองซ้ายมองขวาอย่างไม่รู้จะทำยังไงดี อนธกาลที่เอาแต่จ้องมองฉันไม่วางตาเอื้อมมือมาหาแล้วทำท่าดึงทั้งๆที่ตัวเองแทบจะไม่มีแรงอยู่แล้ว “ขึ้นมานอนด้วยกันบนโซฟาสิ”


“โอเค ขอโทษนะ...อาจจะเบียดไปสักหน่อย”


“เบียดๆนั่นแหละอุ่นดี”


พอได้รับอนุญาตอย่างนั้นฉันก็เอาตัวขึ้นไปนอนซ้อนร่างคนตัวเล็กด้วยการเอาแขนตัวเองสอดเข้าไปใต้คอ อนธกาลที่ถามหาความอบอุ่นเขยิบตัวเข้ามาเบียดฉันมากขึ้นทั้งๆที่ยังหันหลังให้ มืออีกข้างที่ไม่รู้จะทำยังไงเลยต้องพาดลำตัวคนป่วยอย่างช่วยไม่ได้


“อุ่นจังเลย”


กลิ่นหอมที่ลอยออกมาเส้นผมของอนธกาลทำให้ฉันเคลิ้มไป จะหาว่าฉันฉวยโอกาสหาความสุขให้ตัวเองก็ได้ ฉันเลยทำเนียนด้วยการเอาหน้าตัวเองฝังลงไปตรงท้ายทอยอย่างนั้น


“นึกว่าจะไม่มาแล้ว กาลมานอนคอยอยู่...ก็ไม่มีกลิ่นเหล้านี่นา”


“คริสไม่ได้กินเหล้าน่ะ”


“แล้วในไลน์ล่ะ”


พอนึกถึงท่อนนั้นฉันก็เม้มปากแน่นอย่างขัดเคืองอีเหล่าพวกเพื่อน แต่ก็ไม่อยากบอกอนธกาลว่าโดนสอดแนมเพราะอาจทำให้คนตัวเล็กรู้สึกไม่เป็นส่วนตัวที่ถูกแอบอ่านข้อความเลยเปลี่ยนเรื่อง


“จริงๆกาลนอนหลับไปเลยก็ได้นะไม่เห็นต้องคอยเลย ถ้าคริสไม่มาก็รอแย่สิ”


“กาลรู้ว่าคริสจะมา ยังไงคริสก็ต้องมา”


“อะไรทำให้แน่ใจอย่างนั้น”


คนตัวเล็กดึงแขนฉันไปกอดแน่นแล้วขยับตัวเหมือนจัดท่านอนให้ถนัดขึ้นพร้อมกับพูดงึมงำ


“คริสรักกาลจะตายไป”


ให้ตายสิ...วันนี้มีแต่คนพูดแบบนี้ หรือจะมีแต่ฉันเองนะที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับความรู้สึกตัวเองเลย


บางทีฉันอาจจะรักอนธกาลมากกว่าที่ตัวเองคิดเอาไว้เสียอีก



 โปรดติดตามตอนต่อไป




#APPLEYuri



นังอน...หล่อนเป็นคนมั่นใจในตัวเองมากนะยะ ไปเอาความมั่นใจแบบนี้มาจากไหน แล้วทำมาเป็นก่งเป็นกอด นี่ถ้าแม่มีชีวิตอยู่คงตีมือหักไปเลยเด็กคนนี้นี่ (อิน พอดีมิวเป็นลูกสาว เพียงแต่คนแต่งยังไม่ตาย)


อันนี้มาอธิบายก่อนว่า เนื้อเรื่องเหมือนเขาจะสปาร์คกันเร็วปุบปับ อันความจริงนั้นนักเขียนคือคนที่รู้เรื่องล่วงหน้าเลยนะ เล่าเรื่องก็จบพอดี 555 เอาเป็นว่า


"พาร์ทสำคัญอยู่ที่อนธกาลคนเดียว"


ไปรออ่านในเล่ม



Click ที่ภาพ




เค้ารักคุณ



แล้วพบกันค่ะ







ผลงานรูปเล่มที่สามารถสั่งซื้อได้

Click


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.406K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,020 ความคิดเห็น

  1. #5004 PlatooThai (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 / 21:58

    หุหุ คริสรักกาลจะตายไป ถูกต้องที่แท้ทรู ใครๆก็รู้ เนอะ

    #5,004
    0
  2. #4595 maafon (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 14:39
    โอ๊ย น่ารักกกกกกกดด👭
    #4,595
    0
  3. #2795 kyungstal12 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 18:40
    โอ้ย ทำไมฉันใจเต้นแรงกับพระนางนอนกอดกัน ตุบๆเลยค้าาาา
    #2,795
    0
  4. #2178 Nonzer08 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 19:59
    ทัมมัยชุ้นเขิลลลล????????
    #2,178
    0
  5. #2132 Ploy Kung (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2561 / 17:49
    อะไรเด็ดๆ มันต้องอยู่ที่อีการะเกดแน่นอน
    #2,132
    0
  6. #1690 P.Witch (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 18:18
    กรี๊ดดดด อนธกาลต้องรู้อะไรบางอย่างแน่นวล
    #1,690
    0
  7. #1588 janieja (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 08:16
    ขำ55555555 มาต่อเร็วๆนะพี่ปลาา 😂💗
    #1,588
    0
  8. #1587 Praew Narak (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 22:46
    งื้อออ เขิงงงงงง ปล.คริสตอริดคือไรอ่าาา😅😅
    #1,587
    0
  9. #1586 waratip_AI (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 21:57
    นั่งยิ้มเขินอยู่คนเดียวเเล้ว5555 คริสคนซึน
    #1,586
    0
  10. #1585 NowwLikeloliEnd (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 21:02
    พี่ปลาาาาา ตอนนี้ทำชั้นนั่งขำนั่งยิ้มอยู่คนเดียวนานมากค่ะซิส ไม่ไหวล้าววววกล้ามเนื้อหน้าชั้นนนนนน😂😂
    .
    ปล.ความขายเก่งของพี่ปลานั้น
    #1,585
    0
  11. #1583 WannapaWen (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 12:51

    เเล้วต้องอ่อยขนาดไหนถึงจะได้กอด55555 ถ้ามันไม่ดึกตอนนั้นคงได้อาบน้ำให้กันเเล้วสิ เหม็นนนนน เกลียดความโฆษณานิยายพี่ปาปามากเลย "อารักหนึ่งนะ" เเหมมมมมมมม

    #1,583
    1
    • #1583-1 เจ้าปลาน้อย(จากตอนที่ 14)
      11 พฤษภาคม 2561 / 15:33
      แล้วได้ผลมั้ย? ด้าย! 5555
      #1583-1
  12. #1582 be-ew (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 09:39
    ชอบบบบบ ชอบแก๊งเพื่อนคริส เจอคริสตอริดเข้าไปลั่นเลย555555555นึกถึงเพื่อนฉัมฉัม เลย เพื่อนแก๊งนี้แหละต้องช่วยคริสจากความซึนนี้ให้ได้ แต่คุณอนธกาลคะ ตกลงคุณขี้เหงาหรือคุณขี้อ่อยคะ ทำคริสกระวนกระวายใหญ่เลยกิ้ววๆ เลื่อนมาเจอบรรทัดสุดท้าย'ไปรออ่านในเล่ม'เข่าทรุดเลยค่ะ อยากอ่านเเล้ววววววว
    #1,582
    0
  13. #1580 Nutt'ke (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 08:24
    แหม แบบนี้ไม่รักเลยนะคะคุณคริส กระวนกระวายนั่งไม่ติดเก้าอี้เบอร์นี้ 5555555
    #1,580
    0
  14. #1579 aqua.b (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 02:11
    โง้ยยยยน่ารักๆๆๆๆ
    #1,579
    0
  15. #1571 savetri (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 00:46

    โอ้ยยมีความกอดหน่อย มีความฉวยโอกาส ปิดท้ายด้วยความมั่นใจในตัวเอง ฟินไปอีกกกกกก รักทั้งคู่เลย

    #1,571
    0
  16. #1568 Orracha Jultha (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 23:47
    เขินตัวจะเเตกเเล้วข่าาาา
    #1,568
    0
  17. #1566 Shushu_shyshyzhy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 22:17
    คริส เธอไม่รู้ตัวเลยสินาาาาา ขนาดกาลยังดูออกเลยเด้อ อิอิ
    #1,566
    0
  18. #1565 Anonymous? (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 17:09

    อ่อยเบอร์เเรง คริสะรอดหรอ

    #1,565
    0
  19. #1563 PPYiM (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 15:22
    "คริสรักกาลจะตายไป" /ค่ะ ณ จุดนี้คือเขินไปแล้วเรียบร้อย .///.
    #1,563
    0
  20. #1562 hamter9hp (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 10:50
    อ่านไปเขิลไป อ้อยมากกกก อยากมีแบบกาลเป็นของตัวเองบ้างจุง
    #1,562
    0
  21. #1561 KonchawanRatkhui (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 10:47
    ชอบอ่าาา อบอุ่นน นอนกอดกันแย้ววว><
    #1,561
    0
  22. #1560 Gwialamx (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 03:21
    ชุ้นอยากเป็นคริสสสสส
    #1,560
    0
  23. #1559 proton18 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 02:18
    น่าร๊ากกก งื้อ ~~~
    #1,559
    0
  24. #1557 ninepat (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 00:58
    นุ ไม่ ไหว แล้ววววววววว เขินนนนนนน ตัวบิด แค่เค้านอนกอดบนโซฟาเอาหน้าซุกคอก็เขินแล้วอะ มากกว่านี้นุจะทนไหวมั้ย พี่ปลาเอาเล่มมาเดี๋ยวนี้ๆ
    #1,557
    0
  25. #1553 sulalaifa (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 23:47
    โอ้ยๆๆ เขินจัง😄😄😄
    กาลค่ะ อ้อยมากกกกก....
    "คริสรักกาลจะตาย" ร่างสองแสดงอะไรออกไปมั้งละนั้น😆😆😆
    #1,553
    0