APPLE : ถึงเธอ...ผู้เป็นที่รัก (YURI)

ตอนที่ 13 : Chapter 12 : ยังไม่พอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,658
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,305 ครั้ง
    8 พ.ค. 61

12

ยังไม่พอ


 

ถึงเธอ...ผู้เป็นที่รัก

ช่วงนี้ยิ้มเยอะๆหน่อยนะ รอยยิ้มของคุณทำให้คนที่มองเห็นมีความสุข เราเองก็เช่นกัน

แอปเปิ้ล

 

“คุณกาลช่วงนี้มีความสุขจังเลยนะครับ”


วันนี้ในที่ประชุมของแอพทอล์คกำลังพูดภาพรวมว่าเราอาจจะต้องจดบริษัทและทำให้เป็นเรื่องเป็นราวเลยอยากจะปรึกษาหารือ แต่ทว่าความสดใสของอนธกาลในวันนี้พลอยทำให้การประชุมดูสว่างไสวไปหมดจนทุกคนแทบจะลืมหมดสิ้นแล้วว่าจะคุยเรื่องอะไรเพราะเอาแต่เคลิ้มกับรอยยิ้มหน้ายับ พูดไปหัวเราะไปตลอดเวลาแบบนั้น


“ไม่ดีเหรอคะ อยากให้กาลหน้าบูดเหรอ”


“ได้เห็นกาลหัวเราะพวกพี่ก็ยินดี แหม...มีแต่เรื่องดีๆเต็มไปหมด เวปไซต์ของเราโตขึ้นกำลังจะจดเป็นบริษัท ส่วนอนธกาลหน้านิ่งของเราก็หัวเราะได้ทั้งวี่ทั้งวัน อะไรจะดีขนาดนี้”


เหล่าพี่ๆผู้ชายต่างแซวคนหน้าหวานอย่างสนุกสนานตามประสาทีมงานที่มีดอกไม้สวยประดับทีม และใช่...ทุกคนมองข้ามฉันที่เป็นผู้หญิงอีกคนหนึ่งไป แต่เอาเถอะ เพราะคนที่มีความสุขคืออนธกาล ไม่มีประโยชน์อะไรที่ฉันจะค่อนขอดเพราะรอยยิ้มของเจ้าตัวก็ทำให้ฉันมีความสุขไม่แพ้กัน


หลังๆมานี่ฉันกับอนธกาลเจอหน้ากันทุกวัน เราต่างพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องนั้นเรื่องนี้จนสนิทกันระดับหนึ่ง วันนึงเราโทรศัพท์คุยกันสามเวลาหลังอาหาร คนตัวเล็กค่อนข้างขี้เหงา ส่วนฉันเองก็ยินดีที่จะเป็นเพื่อนคุยให้อยู่แล้ว สำหรับเราทั้งคู่นับว่าเป็นอะไรที่ลงล็อคไปหมด


และนอกจากคุยกันในฐานะที่เป็นคริส ฉันก็ต้องรับบทเป็นคุณแอปเปิ้ลคอยส่งกำลังใจให้อนธกาลทางทวิตเตอร์ทุกวันและฉันเริ่มจะเล่นเป็นบ้างแล้ว เอาเป็นว่าเวลาชีวิตของฉันกว่า 80 เปอร์เซนต์เป็นของผู้ประกาศข่าวสาวเลยทีเดียวเชียวแหละ


ถ้าฉันเป็นผู้ชาย เราสองคนก็คงจะเหมือนคบหาดูใจ คุยๆกันอยู่อะไรอย่างนั้น


แต่ฉันเป็นผู้หญิงไง...ฉันจึงกลายมาเป็นเพื่อนสนิทอันดับต้นๆอะไรประมาณนั้น


น่าคิดเหมือนกันนะว่าถ้าหากฉันหรืออนธกาลเป็นผู้ชาย...ความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่จะเป็นยังไง


“ว่าแต่บอกพวกพี่รู้ได้หรือเปล่าว่ามีความสุขอะไร คุณกาลมีแฟนเหรอ?” พี่พุทธที่ถามเข้ากลางปล้องทำให้ฉันที่นั่งอยู่ข้างกันถึงกับสะดุ้ง ฉันที่กำลังคิดเรื่องนี้เล่นๆอยู่ถึงกับจ้องหน้าพี่ชายตัวเองอย่างตกตะลึงพึงเพริด


“ไม่มีค่ะ กาลโสด”


“อ้าว คนเราจะมีความสุขขนาดนี้ได้ยังไงถ้าไม่ใช่เรื่องความรัก...แกรู้หรือเปล่าว่าทำไมคุณกาลถึงมีความสุข”


“นี่คริสกับคุณกาลสนิทกันแล้วเหรอเนี่ย พวกพี่พลาดอะไรไป”


แล้วทุกสายตาก็เพ่งมองมาที่ฉันอย่างสงสัย เนื่องจากเราไม่ได้พบเจอกันทุกวันบางไทม์ไลน์เลยถูกข้ามไปบ้าง จะมีแต่พี่พุทธเท่านั้นที่พอจะรับรู้ว่าฉันกับอนธกาลสนิทกันบ้างแล้ว


คนหน้าหวานเหล่มองมาทางฉันนิดหนึ่งแล้วยิ้มเขินๆก่อนจะเมินไปทางอื่น ส่วนฉันเองที่พอเห็นรอยยิ้มแบบนั้นเลยอดไม่ได้ที่อมยิ้มบ้าง


“ก็เป็นเพื่อนร่วมงานกันนี่นา สนิทกันจะแปลกอะไร...”


แต่ทว่า...พอฉันตอบออกไปแบบนั้น รอยยิ้มของคนตัวเล็กหายวับไปในทันที อนธกาลเป็นคนเก็บความรู้สึกเก่งเหมือนกับที่ฉันที่คอยจับจ้องอารมณ์ของเจ้าตัวตลอด พอมีอะไรผิดสังเกตไปนิดหนึ่งจะรับรู้ได้ในทันที


“นั่นสิ ดีๆกันเอาไว้ ยังต้องร่วมงานกันอีกนาน...เรามาคุยเรื่องจดบริษัทกันต่อดีกว่า จะใช้ชื่อบริษัทว่าอะไรดี...”


และตลอดการประชุมนั้นฉันก็ไม่เห็นว่าอนธกาลยิ้มอีกเลยจนอดรนทนไม่ได้ต้องทักข้อความไปในไลน์เพื่อถามไถ่ การที่รอยยิ้มของเจ้าตัวหายไปทำให้ใจฉันหม่นหมองไม่น้อย


 

คิดสิคริส คิทแคท : เป็นอะไร ทำไมอยู่ๆก็เงียบเลย

อนธกาล : เปล่า

 

ฉันเหล่มองคนที่จ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ไม่แสดงสีหน้าใดๆแล้วเอาลิ้นเลียฟันตัวเองเล็กน้อยอย่างไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงดี

 

คิดสิคริส คิทแคท : คริสพูดอะไรผิดหูไปหรือเปล่า

อนธกาล : เปล่า

 

โอเค...นี่แหละที่เรียกว่าเป็น การตอบสั้นๆไม่แคร์เวิร์ลแบบนี้มันจะแปลได้ว่าอะไรกัน ด้วยความร้อนรนไม่รู้จะทำยังไง ตัวเองทำอะไรผิดไปก็ไม่ยักรู้ด้วยทำให้ต้องรีบแก้ไขสถานการณ์นี้โดยฉับพลัน

 

คิดสิคริส คิทแคท : วันนี้สวยนะ

อนธกาล : อะไร

คิดสิคริส คิทแคท : หน้าตาน่ารักกว่าทุกวันเลย

อนธกาล : อย่ามา

 

ฉันเหล่มองคนที่อยู่ๆก็ถูกชมเพื่อดูฟีทแบค อนธกาลที่ยังคงเก็บอารมณ์ได้ดีเหลือกตาขึ้นมองฉันนิดหนึ่งแล้วพิมพ์ต่อ

 

อนธกาล : ปากหวานขึ้นนะ เป็นคนแบบนี้เหรอ

คิดสิคริส คิทแคท : อนธกาลเกิดมาจากอะไร

อนธกาล : อยู่ๆมาเปลี่ยนเรื่อง ถามทำไม เกิดจากแม่สิ

คิดสิคริส คิทแคท : ทำมาจากอะไร

อนธกาล : ทำไม

คิดสิคริส คิทแคท : นั่นสิทำไม

อนธกาล : ทำไมอะไรล่ะ

คิดสิคริส คิทแคท : ทำมาจากอะไรทำไมถึงน่ารัก

 

คนหน้าหวานกัดริมฝีปากแล้วเงยหน้ามองฉันนิดหนึ่ง ก็พอจะดูออกอยู่ว่ากำลังพยายามเก๊กไม่ให้ยิ้ม แต่สายตามันแสดงออกมาจนหมด

 

คิดสิคริส คิดแคท : อีกนิดเดียวก็จะยิ้มแล้ว

อินธกาล : พูดอะไรไม่เห็นรู้เรื่อง

คิดสิคริส คิดแคท : ง้อ

อนธกาล : ก็บอกว่าไม่ได้เป็นอะไร

คิดสิคริส คิดแคท : ยิ้มหน่อยสิ

อนธกาล : ไม่ใช่คนบ้านะอยู่ๆก็ยิ้ม จะให้ยิ้มเรื่องอะไรไม่มีเหตุผล

 คิดสิคริส คิทแคท :  ลองเงยหน้าขึ้นมามองคริสสิเดี๋ยวคริสจะเป็นเหตุผลให้กาลยิ้มเอง

อนธกาล : จะทำอะไร

 

แล้วอนธกาลก็เงยหน้าจากโทรศัพท์ขึ้นมามองตามที่ขอ ทำจมูกบานตาเหลือกอย่างที่ไม่เคยทำให้เห็นมาก่อนราวกับพร้อมที่จะเทหน้าตักเพียงเพื่อให้เจ้าตัวส่งยิ้มให้ ส่วนคนหน้าหวานที่เก๊กขรึมอยู่นานพอเห็นอย่างนั้นก็หลุดยิ้มออกมานั่นเลยทำให้ฉันยิ้มตอบอย่างโล่งใจ


อา...น่าจะหายงอนแล้ว


มีอิทธิพลกับฉันจังเลยนะยัยผู้หญิงคนนี้นี่...


“พวกเธอสองคนเดตกันอยู่เหรอ?”


 แต่ทว่า...ขณะที่เราสองคนคิดว่าคุยกันตามลำพังโดยไม่มีใครรับรู้ เราไม่ได้สังเกตเลยว่าคนทั้งโต๊ะจ้องมองเรามาได้สักพักแล้ว


“อ...อะไรนะคะ?” ฉันขยับนั่งตัวตรงแล้วรีบโบกไม้โบกมือ “เดตอะไรกันคะ? เปล่าสักหน่อย”


“พวกเธอทำท่าพิลึกพิลั่น เห็นนั่งจิ้มโทรศัพท์ไม่สนใจเลยว่าพวกพี่กำลังคุยกันไปถึงไหน” แม้แต่พี่พุทธเองก็เอ่ยขึ้นพร้อมกับเหล่มองฉันอย่างสังเกตสังกา


“เราก็คุยเล่นกันแบบนี้มาได้สักพักแล้วค่ะ อีกอย่างเป็นผู้หญิงเหมือนกันจะเดตได้ยังไง” อนธกาลส่ายหัวดิกและนั่นทำให้ฉันเริ่มฉุนที่ถูกตั้งคำถามแบบนี้ ไอ้แซวฉันน่ะไม่เท่าไหร่แต่กาลทำให้คนหน้าหวานลำบากใจนี่สุดจะทนได้จริงๆ


“พี่พุทธอย่าเล่นอะไรแบบนี้ มันทำให้เราทั้งคู่ลำบากใจนะ สนิทกันก็ไม่ได้เหรอ จะต้องเอาเข้าเรื่องผัวๆเมียๆตลอดเลย”


“ทำไมต้องซีเรียสวะ พี่แซวเล่น” พี่ชายหน้าหล่อทำหน้าเหวอเมื่อเห็นว่าฉันหัวเสียจริงจัง และเพื่อจะให้ทุกคนเลิกคิดเรื่องนี้ฉันจำเป็นต้องเล่นให้ใหญ่เข้าว่าด้วยการทุบโต๊ะลุกขึ้นยืน


“คุยกันไปก็แล้วกัน ว่าไงก็ว่าตามนั้น อารมณ์เสีย ไม่ประชุมด้วยแล้วฟังไม่รู้เรื่อง”


“เฮ้ย ไปเลยเหรอ?”


“เออ ฉันเป็นคนตัดต่อวีดีโอ ให้มานั่งคุยเรื่องแผนธุรกิจบ้าบอ ยื่นตราประทับอะไรนี่ไม่เอาด้วยหรอก คุยไม่รู้เรื่องไปล่ะ”


ฉันปลีกวิเวกออกมาจากที่ประชุมแล้วส่งข้อความหาอนธกาลให้เดินตามออกมา คนหน้าหวานเองที่ขี้เกียจจะอยู่เหมือนกันตามออกมาหลังจากนั้นอีกประมาณสิบห้านาทีและตอนนี้เราก็มาเดินเล่นกันอยู่ในห้าง


นี่คือการโมโหกลบเกลื่อนเพื่อจะออกมาเที่ยวนั่นเอง


“คริสโมโหน่ากลัวจัง” อนธกาลเอ่ยขึ้นอย่างลืมไปแล้วว่าโกรธอะไร นี่แหละนะการเล่นใหญ่ ทำให้คนที่เล่นน้อยกว่าลืมไปเลยว่าตอนแรกตัวเองงอนอะไร


“ไม่น่ากลัวเท่ากาลหรอก”


“หืม?”


“ก็งอนอะไรคริสสักอย่างไม่ใช่หรือไงกัน?”


“เปล่า”


และพอถูกกระทุ้งให้นึกขึ้นมาได้อีกครั้งฉันก็ถูกงอนก๊อกสองในทันที แต่คราวนี้ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะไม่จริงจังอะไรเท่าไหร่นัก


“ไหนว่าสนิทกันไง มีอะไรก็ต้องบอกสิ คริสเป็นพวกเดาอารมณ์คนไม่เป็นนะ รู้ว่าโดนงอนแต่จะไม่รู้ว่าเพราะอะไร”


“...”


“เฮ้...” ฉันเอาศอกกระทุ้งคนข้างตัวนิดหนึ่งอย่างง้องอน แม้จะรู้ว่าคนหน้าหวานไม่ได้งอนจริงจังแล้วแต่ก็อยากรู้อยู่ดีว่าฉันทำอะไรผิด “เป็นอะไร?”


“ก็เคืองๆนิดหน่อย”


“นั่นไงยอมบอกแล้ว แล้วมันเรื่องอะไรที่เคืองคริสน่ะ”


“ก็คริสบอกว่าเราเป็นเพื่อนร่วมงานกัน”


“แล้วคริสพูดผิดเหรอ”


อนธกาลทำหน้าตูมแก้มป่องอย่างคนอมลมไว้ในปากก่อนจะเดินนำหน้าไปอย่างรวดเร็ว ฉันอ้าปากพะงาบๆแล้วคว้าแขนคนตัวเล็กเอาไว้แล้วถอนหายใจ


“คริสพูดอะไรผิดบอกมาสิ จะได้แก้ให้มันถูกต้อง...กาลเชื่อเถอะว่ากว่าคริสจะกล้าพูดอะไรกับกาลแบบนี้ได้ต้องใช้ความพยายามมาก และการง้องอนนี้ก็ต้องใช้ความพยายามมากเช่นกัน ได้โปรดบอก” ฉันถูมือไปมาคล้ายพนมมือ อนธกาลเม้มปากแน่นแล้วพูดด้วยน้ำเสียงขึ้นจมูกงอนๆ


“คริสบอกคนอื่นว่าเราเป็นเพื่อนร่วมงาน”


“แล้วเราเป็นอะไรกันล่ะ”


“มีคำตั้งเยอะตั้งแยะไป เพื่อนร่วมงานมันดูไม่สนิท กาลไม่ชอบ”


“แค่เนี้ย...” ฉันพูดท่อนสุดท้ายแทบจะไม่ออกเสียงก่อนจะกระแอมไอเมื่อคนตัวเล็กเริ่มโกรธอีกครั้ง “คริสไม่รู้จะใช้คำไหนนี่นา”


“เพื่อนสนิทไง เราสนิทกันแล้วนี่”


“คริสกลัวว่าถ้าพูดว่าเพื่อนสนิทต่อหน้าทุกคนมันจะดูรวดเร็วเกินไป คนอื่นจะมองว่าเป็นการสนิทอย่างตั้งใจ กาลเป็นคนมีชื่อเสียงมันจะดูเหมือนคริสเข้าหาอย่างมีจุดประสงค์...”


“เฮ้ย...” อนธกาลทำสีหน้าเหมือนคนถูกของแข็งทุบหัว คนอ่อนหวานถึงกับอุทาน “เฮ้ย” อย่างแมนๆออกมาแล้วเอามือสางผมตัวเองอย่างรำคาญเต็มที “ทำไมคริสถึงต้องคิดเล็กคิดน้อย คิดเยอะไปหมดจนน่ารำคาญอย่างนี้นะ”


“ทีกาลยังคิดมากเลย แค่คริสพูดว่า...เราเป็นเพื่อนร่วมงาน”


“ช่างแม่ง”


“หา...”


“เพื่อนร่วมงานก็เพื่อนร่วมงาน!

 

 



วันนี้เลยกลายเป็นว่าฉันกับอนธกาลงอนกัน...นี่เป็นอีกเสต็ปหนึ่งของเพื่อนสนิทสินะ คุยกันเกือบทุกเรื่องและต้องทะเลาะกันด้วยถึงจะครบรสชาติ


เหรอวะ?


“ตั้งแต่รู้จักกันมาสิบกว่าปี ก็ไม่เคยต้องมางอนด้วยเรื่องเล็กๆน้อยๆแบบนั้นนะ”


ตอนนี้ฉันกับเหล่าผองเพื่อนกำลังประชุมกันทางหน้าจอโน๊ตบุ๊ค หลังจากฉันเล่าทุกสิ่งอย่างให้ฟัง เอิ้นกับแนทดูจะรำคาญอนธกาลเป็นพิเศษเพราะไม่เข้าใจ มีเพียงมีนเท่านั้นที่ทำหน้าไม่ทุกข์ร้อนพร้อมกับกินมาม่าคัพไปด้วย


“แกไม่มีความเห็นหน่อยเหรอ อีมีน” เอิ้นพยักเพยิดใส่หน้าจอ คนถูกถามแค่ยักไหล่


“ไม่รู้จะคอมเม้นท์อะไร แต่ความคิดฉันเพื่อนที่สนิทกันจริงๆเขาไม่งอนงี่เง่ากันง่ายๆอย่างนี้หรอก”


“เออ มีแต่แฟนนั่นแหละที่งี่เง่า” แนทพูดอย่างไม่คิดอะไรและนั่นทำให้ยืดตัวตรงอย่างรู้สึกวัวสันหลังหวะหน่อยๆ


วันนี้มีคนพูดเรื่อง แฟน ในความสัมพันธ์ของฉันกับอนธกาลสองรอบแล้วนะ นี่มันบ้าอะไรกัน?


“แต่ฟังๆดูคุณนักข่าวกับอีคริสเหมือนจะเป็นแฟนมากกว่าเพื่อนสนิทนะ พวกแกสองคนจำกัดความผิดกันหรือเปล่า คนเป็นเพื่อนกันเขาไม่ต้องพยายามขนาดนี้นะ” เอิ้นแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาทำให้ฉันเริ่มหัวเสีย


“แกลืมไปแล้วเหรอว่าฉันเป็นผู้หญิง แฟนเฟินอะไรอย่าไปพูดให้ใครได้ยินนะ คนจะเข้าใจผิดกันหมด”


“ใครจะเข้าใจผิด ในห้องนี้มีแต่เพื่อนทั้งนั้น ก็แค่พูดไปตามเนื้อผ้า...ใช่มั้ยอีมีน”


มีนยักไหล่แล้วพูดเพียงสั้นๆเท่านั้น แต่เป็นคำพูดที่ทำให้ฉันต้องเก็บไปคิดจริงจังเพราะข้างในลึกๆแล้วก็แอบเห็นด้วยแม้จะไม่ทั้งหมดก็ตาม


“คนจะเป็นเพื่อนกันน่ะ...เขาไม่ต้องพยายาม และความสัมพันธ์ก็ไม่เปราะบางเป็นแก้วที่ต้องระวังแตกตลอดเวลาแบบนี้ด้วย”


เราทั้งหมดคุยกันอีกสักพักหนึ่งแล้วต่างแยกย้ายกันไปนอน ขณะนี้เวลาเที่ยงคืนกว่าแล้วและเป็นวันแรกที่ฉันกับอนธกาลไม่ได้โทรคุยบอกลาฝันดีราตรีสวัสดิ์


ไม่รู้จะทำยังไง...ไม่เคยรู้สึกใจแกว่งแบบนี้เลย

 



ด้วยความเบื่อหน่ายนอนไม่หลับทำให้ฉันหยิบโทรศัพท์มาเลื่อนทวิตเตอร์เล่นเพื่อจะดูว่าอนธกาลเคลื่อนไหวอะไรบ้าง แล้วก็ต้องประหลาดใจที่วันนี้ข้อความที่อนธกาลบ่นลงนั้นเยอะมากมายกว่าปกติ บ่งบอกถึงความกระวนกระวายใจไม่แพ้กัน

 

แยกแยะไม่ออกหรือไงกันว่า “เพื่อนสนิท” กับ “เพื่อนร่วมงาน” มันไม่เหมือนกัน

เบื่อจังเลย

นี่สี่ทุ่มแล้วนะ

ห้าทุ่มแล้วด้วย

เที่ยงคืนแล้ว...

 

ถึงแม้ฉันจะเป็นคนคิดเยอะ คิดมาก จนดูเป็นคนขี้กังวล แต่การได้เห็นอนธกาลบ่นอะไรแบบนี้มันทำให้ฉันนึกเอ็นดูหน่อยๆ ฉันเป็นคนซื่อแต่ก็ไม่ใช่คนโง่ นี่รอให้ฉันทักไปอยู่สินะเพียงแต่ฉันกำลังคุยกับเหล่าเพื่อนๆเลยไม่รู้เลยว่ามีใครบางคนรอให้ไปง้ออยู่

 

เที่ยงคืนแล้วทำไมยังไม่นอนสักทีล่ะ

 

ถ้าเราต่างฟอโล่วกันและกัน การเมนชั่นหากันมันจะไปดังที่โทรศัพท์เจ้าของแอคเคาท์และฉันเชื่อว่าตอนนี้อนธกาลน่าจะได้อ่านเมนชั่นของฉันแล้วด้วย

หยิ่งจังนะ...ตอบช้าจังเลย

 

ติ๊ง!

 

คริสก็ยังไม่นอนสินะ : Aontakan_RAKs

นอนไม่หลับน่ะ : Christ_Carissa

ทำไมถึงนอนไม่หลับล่ะ : Aontakan_Raks

ยังไม่ได้บอกราตรีสวัสดิ์ใครบางคนเลย : Christ_Carissa

ใครบางคนนั่นใครล่ะ : Aontakan_RAKs

ถ้าเสียงโทรศัพท์ของใครดังก็คนนั้นแหละ : Christ_Carissa

 

และในที่สุดฉันก็กดโทรศัพท์หาอนธกาล เสียงรอสายดังประมาณ 5 วินาทีคนปลายสายก็รับโดยที่ไม่ยอมพูดอะไรอย่างเด็กขี้งอน เฮ้อ...งอนจนฉันเอ็นดูเลยเชียวล่ะ


“รู้หรือยังว่าใครบางคนที่ว่านั่นเป็นใคร”


[นึกว่าลืมไปแล้ว]


“หายงอนคริสหรือยัง”


[ไม่ได้งอน]


“อนธกาลของฉันทำไมเป็นคนแบบนี้น้า” ฉันลากเสียงยาวใส่โทรศัพท์ และไม่นานนักคนตัวเล็กก็หัวเราะออกมาอย่างยอมแพ้


[พอบอกว่าเหมือนแม่ก็เอาจุดนี้มาใช้เลยนะ ร้าย]


“ไม่งอนไม่ได้เหรอ คริสไม่ชอบงอนกับกาลเลย”


[ก็คริสทำให้กาลรู้สึก...]


“หืม?”


[เคว้งคว้างน่ะ]


คำตอบของคนหน้าหวานทำให้ฉันสตั๊นท์ไปนิดหน่อย พอเห็นว่าฉันเงียบอนธกาลเลยอธิบายต่อให้เข้าใจ


[คริสทำให้กาลรู้สึกเหมือนได้เข้าใกล้แม่จนรู้สึกปลอดภัย แต่คริสก็เหมือนมีระยะห่าง มีช่องว่างบางอย่างทำให้กาลวางตัวไม่ถูก เราเหมือนจะสนิทกันแต่ก็สนิทไม่เต็มที่ อะไรแบบนั้น]


“ขอโทษด้วยที่คริสทำให้รู้สึกอย่างนั้น”


[คริสทำเหมือนกับว่าตัวเองต่ำต้อยกว่ากาล เข้าใจที่กาลจะสื่อไหม]


จะเข้าใจแบบนั้นก็ไม่ผิดนักหรอก ฉันเริ่มจากการประทับใจเจ้าตัวจนกลายร่างมาเป็นแฟนคลับ พอได้เป็นเพื่อนมันก็อดไม่ได้หรอกที่จะเจียมเนื้อเจียมตัว ไม่กล้าบอกใครต่อใครว่าเราเป็นเพื่อนกัน


อนธกาลรู้สึกอึดอัดที่เห็นว่าฉันเจียมตัวสินะ...


“เข้าใจแล้ว งั้นต่อแต่นี้ถ้าใครถามคริสก็จะบอกว่า...กาลเป็นเพื่อนซี้”


[อะฮะ]


“พอใจยัง?”


[ก็...อืม]


“งั้นบอกฝันดีได้หรือยัง”


[ฝันดี ราตรีสวัสดิ์คริส]


“ฝันดี อนธกาลของฉัน”


เราสองคนต่างวางสายกันไป แต่ทว่าก็ยังเหมือนมีอะไรติดค้างอยู่ตอนที่คุยกันเมื่อสักครู่นี้


ทำไมฉันรู้สึกเหมือนอนธกาลยังไม่พอใจที่ฉันบอกว่าเราเป็นเพื่อนซี้กัน


อืม...แม้แต่ฉันเองก็รู้สึกว่ามันยังไม่มากพอแต่ก็ไม่รู้ว่ามากกว่านี้มันคืออะไร


แต่แค่รู้สึกว่า...ยังไม่พอ


โปรดติดตามตอนต่อไป



#APPLEYuri

เม้นท์หน่อย เหงาหงอย เศร้าสร้อย


พวกเธอเดตกันก็บอก อย่ามาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ อนธกาลของฉันนี่ก็ขี้งอน ทำตัวเป็นเมียไปแล้วค่ะ 555


ฟังดูเหมือนไม่น่าโกรธอะไร แต่โดนงอนได้ แหม...เพื่อนที่ไหนเขาเปราะบางกันแบบนี้


คริสนี่ก็ง้อออออ ไม่เล่นตัวอะไรกับเขาเลย โดนโกรธก็ไม่รู้ว่าโกรธเรื่องอะไร แต่เอาเถอะ ปลื้มเขาอะเนอะ เขางอนยังมองว่าน่ารักเลย


**อัพเดตหนังสือ Affair : รักเล่นกล


จริงๆต้องได้หนังสือแล้วแหละค่ะแต่พอดีว่าปลาตรวจแล้วรู้สึกว่ายังไม่ได้เลยตีกลับตัวม็อกอัพโรงพิมพ์ไปทำใหม่ เพราะผิดพลาดเรื่องตัดตกเล็กน้อยเลยอาจจะล่าช้านิดหน่อย


แหม...เพิ่งจะออกพลูโต จายเย้นนนนนน


ปล. GAP : ทฤษฎีสีชมพู แบบฉบับหนังสือหมดแล้วแต่ยังสามารถอ่านได้แบบ E-book ได้ทั้ง NaiinPann และ Mebmarket ค่ะ






Click ที่ภาพ




เค้ารักคุณ



แล้วพบกันค่ะ







ผลงานรูปเล่มที่สามารถสั่งซื้อได้

Click






 







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.305K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,020 ความคิดเห็น

  1. #2130 Ploy Kung (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2561 / 17:23
    ความเป็นเมียนี้ จะน่ารักไปไหน
    #2,130
    0
  2. #1689 P.Witch (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 18:04
    ง้อไปงอนมากันยุบยับเลยจ้าา
    #1,689
    0
  3. #1581 be-ew (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 08:40
    เพราะคำว่าเพื่อนซี้มันยังไม่พอหนะสิ มันต้องคำว่าแฟนแล้วแหละพวกเธอ555555
    #1,581
    0
  4. #1578 aqua.b (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 01:48
    แฟนเด้ออออ5555555555
    #1,578
    0
  5. #1555 ninepat (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 00:29
    เค้าน่าจะเป็นผัวเมียกันค่ะ แต่เค้าไม่รู้ตัว ต้องไปถามแม่นางการะเกดดู55555
    #1,555
    0
  6. #1526 Eye S'sc (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 15:17
    เพื่อนกันจริงจริ๊งงง ถูกมะ555555555
    #1,526
    0
  7. #1483 Believe In My Heart (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 10:16
    ทำไมรู้สึกน่ารัก เหมือนต่างคนต่างไม่รู้ใจตัวเองเลย
    #1,483
    0
  8. #1442 yim17 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 08:58
    สถานะคงใกล้เปลี่ยน
    #1,442
    0
  9. #1441 Mistymoir (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 08:03
    คนนึงก็งอนเก่ง คนนึงก็ง้อเก่งจนหมดฟอร์มเชียว น่าร้ากกกกกก เดตกันก็บอกว่าเดตกัน ปากแข็งนัก
    #1,441
    0
  10. #1440 Countingstars (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 01:49

    อีกคนก็งอนเก่งงง อีกคนก็ง้อน่าร้าก5555 ชอบโมเม้นท์น่ารักๆแบบนี้มากเลยย แฝงด้วยความยังไม่รู้ใจตัวเองของทั้งคู่55555

    ปล. เสียใจมาก ที่อ่านชื่ออนธกาล เป็น อะ-นะ-ทะ-กาน มาตลอดT-T

    #1,440
    0
  11. #1439 Nhoomhot (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 01:42
    มีความเอ็นดูกาลจังเลยค่ะ งอนเค้าก็งอนเจอคริสง้อด้วยมุกแบบนั้น จะให้เก๊กยิ้มยังไงไหว 555555555 
    มีนต้องไปบอกอะไรกาลแน่ๆ เลย เหมือนกุมความลับอะไรไว้ ดูไม่ตื่นเต้นเท่าเพื่อนอีกสองคน
    เพิ่งอ่านชื่อทวิตคริสดีๆ ชื่อคาริสสาเหรอคะ เก๋ดีจัง จริงๆ ชอบชื่อตัวละครทุกเรื่องที่อ่านมาเลยค่ะ รู้สึกเพราะยังไงไม่รู้ ไม่โหล

    /นมร้อน.
    #1,439
    0
  12. #1438 sanoboo (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 00:52
    นี่มันข้าวใหม่ปลามันชัดๆๆ
    อย่ามาาา (เสียงกาล) 
    #1,438
    0
  13. #1437 khaimuk-sm (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 00:27
    รออ่านนะคะไรท์
    #1,437
    0
  14. #1436 YBOAP (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 23:20
    แบบนี้มันไม่ใช่เพื่อนแล้ววว ทั้งคู่เลย คริสง้อกาลได้น่ารักจัง ชอบที่สุด อนธกาลของฉัน ><
    #1,436
    0
  15. #1435 0614304387 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 23:05
    ยิ่งอ่านยิ่งสนุก เขินแทนคริสเลยค่ะ สนุกมากๆเลยอยากให้ลงทุกวันเลยค่ะ😂
    #1,435
    0
  16. #1434 rubble_z (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 21:21
    เราตามตั้งแต่ ดอกรัก อ่านทุกตอน แต่คนในใจ จนทุกวันนี้ก็ยังเป็นเกนหลงนะ พี่ปลา เราคิดถึงเกน ไม่รู้ทำไม มัน ฝังลึกลงไป ลึกมาก ขอบคุณที่ทำให้เกนมีตัวตน รัก
    #1,434
    0
  17. #1433 rubble_z (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 21:17
    อารมณ์แบบ นี้ ถ้าผ่านไปได้นี่กระโดดเลยนะ อร๊ายยย กาล เทอมันร้าย
    #1,433
    0
  18. #1432 sulalaifa (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 21:06
    เพื่อนกันเขาไม่งอนกันนะจ๊ะเธอ...
    "ฝันดี อนธกาลของฉัน" ได้ยินคำนี้ก็ใจละลายแล้ววววววว.......อิอิอิ
    #1,432
    0
  19. #1431 zpuek711 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 20:57
    เป็นแฟนกันก็บอก อย่าหลอกตัวเองเลย
    ขนาดเป็น "เพื่อนสนิทเพื่นซี้" ยังง้องอนกันให้เขินขนาดนี้ แล้วถ้าเป็นแฟนกันมันจะขนาดไหน คริสสสสสส~~~
    #1,431
    0
  20. #1430 jellyx (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 20:14
    เอ็นดู5555555 อนธกาลของฉัน โอ้ยย น่ารักก
    #1,430
    0
  21. #1429 fox1412 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 20:07
    คำว่า"เพื่อนซี้"คงยังไม่พอ
    #1,429
    0
  22. #1427 benjaponploy (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 19:01
    สู้ๆจ้านังคริส กาลอยากให้บอกว่าเป็นผัวเมีย​ แต่ต้องได้กันก่อนนะ55555
    #1,427
    0
  23. #1426 janieja (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 19:00
    ชอบคำว่า "ของฉัน" งือออ
    #1,426
    0
  24. #1425 nung000 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 18:09
    โอ้โห ถ้าจะพ่อแง่แม่งอนกันขนาดนี้ก็เป็นแฟนกันเถอะจะได้ไม่เสียเวลา หมั่นทั้งคนงอนคนง้อเลย
    #1,425
    0
  25. #1424 ZTAE98 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 17:10
    โถ่ น้องคริสคะ พวกหนูสองคนนี่ยิ่งกว่าแฟนอีก เพื่อนอะไรจะง้องอนกันปานนี้ บ้าจริง เขินจัง ในหัวน้องคริสคงแบบ ไม่ใช่แฟน พวกแกอะคิดมาก แต่พวกเราอะ แหมไปไกลยันดาวพลูโตแล้วค่า55555 อนธกาลของฉันนี่ขี้งอนจริงๆ แล้วตอนง้อ ทำหน้าตลกๆให้เขายิ้ม โอ่ย เขินๆๆๆๆ ยังไม่พอจริงๆค่า ไม่พอ ขอน้องคริสอีกคนได้ไหมมม55555 ยิ่งอ่านยิ่งชอบ ไฟท์ติ้งค้าบทั่นปาปา
    #1,424
    0