fic Haikyuu!! One Short All Hinata [Yaoi]

ตอนที่ 25 : STORY 23 : ตามรักเมนูหวาน [KuroHina] NC 18+

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,021
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 52 ครั้ง
    10 พ.ย. 63

 

#KuroHina

 

STORY 23

 

___________________

 

ผมเดินโซเซอย่างหมดแรงมาตามทางเดินกลางเมืองโตเกียว ผมคุโรโอะหรือที่ทุกคนเรียกผมว่าคุโระ ผมคือนักเขียนโปรแกรมนักสร้างเกมส์อันดับ 1 ของญี่ปุ่นในเวลานี้ ทุกคนคงสงสัยสินะครับการงานก็ดูจะราบลื่นดีแต่ทำไมถึงได้มาเดินโซเซ หลายคนคงเดาได้ ใช่แล้วผมอกหักมาจากผู้หญิงคนหนึ่งเธอบอกเลิกผมด้วยเหตุผลที่ว่า ผมไม่ชอบกินขนมหวาน ทุกครั้งที่เธอทำขนมมาให้ผมผมก็จะยกให้คนอื่นๆ กินไปเพราะว่าเธอทำมันหวานเกินผมว่ามันไม่อร่อย แต่พวกผู้ชายคนอื่นๆ กับบอกว่ามันอร่อย เธอมีชื่อว่า ซากุระ นี้คงจะเป็นวันคริสต์มาสที่เศร้าที่สุดในชีวิตผลเลยก็เป็นได้

ผมเดินมาเลื่อยๆ อย่างไร้จุดหมายปลายทาง ไม่อยากจะกลับไปอยู่ในห้องที่ผมเคยอยู่กับเธอ

“สวัสดีครับ ขนมแจกฟรีครับ แมรี่คริสต์มาสนะครับ”เสียงทุ้มของชายสูงที่ยืนแจกขนมอยู่ข้างทางกับเพื่อนพูดพร้อมกับหยิบขนมแจกไปด้วยกับกลุ่มเพื่อนประมาณ 3 คน

“เหลือกล่องนึงฮินาตะ เอาไปแจกซะ เดี๋ยวฉันกับสึกิชิมะจะเก็บของเอง”ชายร่างเล็กอีกคนพูด

“ได้”คนตัวเล็กรับกล่องขนมมาจากเพื่อน ผมยืนมองเขาทั้งน้ำตาผมไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรกับผมแล้วผมยืนร้องไห้ต่อหน้าเขา ชายร่างเล็กหันมาเห็นผมแล้วตกใจ

“เป็นอะไรรึเปล่าครับ ร้องไห้ทำไม ?"คนตัวเล็กถามผมพรางเดินเข้ามาใกล้ๆ ผมไม่ได้ตอบอะไร “เอ่อ ไม่อยากเหล่าก็ไม่เป็นอะไรนะครับ อันนี้ผมให้ สุขสันวันคริสต์มาสนะครับ”เด็กคนนั้นยื่นกล่องขนมมาให้ผมด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร รู้สึกได้ถึงความสงบสุขแผ่ออกมาจากเขา รอยยิ้มของเด็นคนนั้นเหมือนแสงสว่างที่ก่อขึ้นในใจผมรู้สึกอุ่นขึ้นมาในใจ จากกลางเมืองผมก็กับมาที่คอมโดวางของเสร็จผมก็มานั่งที่โต๊ะกินข้าวแกะกล่องขนม บอกได้เลยว่าถึงมันจะเย็นไปแล้วแต่กลิ่นยังหอมอยู่เลย มันคือขนมเอแคลร์ชิ้นเล็กๆ ผมลองกินดูและก็ค้นพบว่ามันอร่อย ขนมที่เด็กคนนั้นให้มาไม่เหมือนกับขนมที่ผมเลยกิน เป็นครั้งแรกที่ได้กินขนมที่อร่อยขนาดนี้ ผมลืมความเศร้าในใจไปชั่วขณะ

 

“ฮินาตะเสร็จรึยังจะได้กลับกัน”แผ่นหลังเล็กๆ ค่อยๆ เดินห่างออกไป

กริ๊งงงงงงงงงง

เสียงนาฬิกาปลุกทำเอาผมหลุดออกมาจากฝัน ผมตัดสินใจในวันที่ผมอกหักผมย้ายคอนโดมาอยู่อีกที่หนึ่งซึ่งเป็นคอนโดที่ผมรู้สึกมีความสุขมากที่ได้อยู่ที่นี้เพาะว่าห้องนี้ออกโทนสีน้ำตาลต่างจากห้องเดิมที่เป็นโทนสีฟ้า ผมย้ายมาอยู่ที่นี้ได้ 4 ปีแล้วต้องขอบคุณน้องคนนั้น คนที่ผมเพิ่งจะฝันถึง ผมฝันแบบนี้มาเป็นเวลา 4 ปี จากผมคนที่ไม่ชอบกินของหวานแต่ตอนนี้ชอบกินขนมเอแคลร์มากถึงจะไม่ใช่รสชาติที่ผมตามหาแต่ก็ทำให้หายคิดถึงได้นิดนึง

ผมยันตัวนั่งอยู่บนเตียงมองไปรอบๆ ห้องรู้สึกสบายใจที่ได้อยู่ในห้องนี้ รู้สึกปลอดภัยก่อนจะลุกไปอาบน้ำทำธุระส่วนตัวออกมาแต่งตัวในชุดสบายๆ วันนี้ผมจะออกไปหาอะไรกินสักหน่อย

ออกมาจากคอนโดก็เดินเข้าพราซ่าได้ยินว่ามีคาเฟ่เปิดใหม่แถวนี้เลยว่าจะแวะมาดูว่ามีขนมเอแคลร์รึเปล่าถ้ามีก็อยากจะลองชิมดูแต่ก่อนจะไปกินขนมผมก็ต้องหาข้าวกินก่อนเพราะเมื่อคืนผมลืมกินข้าว

“อ้าว!! คุโระจะไปไหนทำไมวันนี้จะไปไหนออกมาข้างนอกซะเช้าเชียว”เสียงของใครบางคนอื่นถามผม

“เคนมะเองเหรอ ฉันกำลังจะไปหาข้าวกินแล้วก็จะมาเดินดูคาเฟ่เปิดใหม่ด้วย”ผมพูด

เคนมะมองหน้าผมอย่างพิจารณาแล้วถามว่า “ยังตามหาอยู่อีกเหรอเด็กคนนั้น”

“อื้อ”ผมตอบพร้อมกับพยักหน้า

“คิดว่าจะเจอจริงๆ น่ะเหรอ”นี้ก็เป็นคำถามที่เคนมะถามผมครั้งที่เท่าไรแล้วก็ไม่รู้แต่ผมก็ยังคงเชื่อมั่น

“ใช่ สักวันหนึ่ง”ผมตอบเสียงเบาเอาจริงๆ ถึงปากจะบอกแบบนั้นไปแต่ใจผมก็เริ่มท้อแล้วละถ้าปีนี้ผมไม่เจอเด็กคนนั้นผมก็คิดว่าจะเลิกหาแล้วล่ะแล้วผมก็เดินต่อ “ไปละนะ”

“ครับ เย็นนี้อย่าลืมมาปาร์ตี้ละคุโระซัง สาวๆ เพียบเลยนะ”เคนมะพูด

“ไม่ละฉันไม่อยากวุ่นวาย”ผมเดินเข้ามาในร้านอาหารแห่งหนึ่งเพื่อมากกินข้าว ร้านนี้เป็นร้านข้าวแกงกะหรี่ที่อร่อยมากมีให้เลือกหลายอย่างมากผมมากินประจำ ผมก็เข้ามานั่งกินข้าวในร้านตามปกติในขณธที่นั่งกินอยู่ก็เหมือนจะเห็นคนหน้าคุ้นๆ แวบๆ แต่พอกันไปมองก็ไม่มีใครเลยที่ผมจะรู้จัก ผมคงคิดไปเอง กินข้าวเสร็จผมก็เดินออกมาจากร้านเพื่อจะเดินไปที่ร้านคาเฟที่เปิดใหม่ พอออกมายืนอยู่หน้าร้านผมก็พบว่าร้านคาเฟ่เปิดใหม่ให้เปิดร้านเรียบร้อยแล้วผมจะรออะไรอยู่ละครับก็เดินเข้าเลยสิ

กริ๊งง

เสียงประดิ่งที่แขวนไว้ที่ประตูดัง

“ยินดีตอนรับครับ”เสียงเล็กๆ ของพนักงานในร้านเอ่ยผมหันไปมองก็พบว่าเป็นเด็กคนนั้นกำลังยืนหันมามองผม ราวกับฝันในที่สุดผมก็ได้เจอสักที เขาดูไม่ต่างจากเมื่อ 4 ปี ที่แล้วเลย ใจของผมรู้สึกพองฟูขึ้นมาซะอย่างนั้น รู้สึกตัวเอาขึ้นมาดื้อๆ ดีใจอย่างบอกไม่ถูก รู้สึกคิดถูกมากที่ไม่ลดความพยายาม

“สวัสดีครับ”ผมพูดด้วยน้ำเสียงปกติ พยายามทำตัวให้ปกติที่สุด

“เชิญนั่งครับ”น้องผายมือไปทางโต๊ะที่ว่างอยู่ ในร้านก็มีคนอยู่แล้วจำนวนหนึ่งผมเลือกโต๊ะที่นั่งติดริมกระจกก่อนที่เด็กคนนั้นจะเดินมาหาผมพร้อมกับเล่มเมนู

“เชิญเลือกได้เลยครับ”น้องส่งเมนูให้ผมแล้วผมก็เปิดดู

“ผมขอช็อคโกแลตร้อนกับเอแคลร์ครับ”ผมเงยหน้ามองน้องเห็นป้ายชื่อของน้องพอดี ‘ฮินาตะ’

“รอสักครู่นะครับ”ฮินาตะพูดจบก็เก็บเมนูแล้วก็เดินไปที่เคาน์เตอร์ครัวก่อนจะยื่นกระดาษจดเมนูให้คนข้างในผมนั่งมองวิวข้างนอกไปพลางๆ ระหว่างที่รอของที่สั่ง สักพักทั้ง 2 อย่างที่สั่งไปก็มาเสิร์ฟ

“ช็อคโกแลตร้อนกับเอแคลร์ที่สั่งได้แล้วครับ”

“ขอบคุณนะ”ผมมองหน้าน้องก่อนจะยกแก้วช็อคโกแลตร้อนขึ้นมาจิบ ความอุ่นกำลังดีของช็อคโกแลตร้อนมันดีมากจริงๆ กับอากาศที่ฝนกำลังจะตกแบบนี้ทั้งที่ตอนเดินออกมาแดดเริ่มออกแล้วแท้ๆ ในขณะที่ผมกำลังนั่งมองออกไปนอกร้านก็เจอกับบางคนที่ไม่คิดว่าจะเจออีก เธอคือ ซากุระ แฟนเก่าของผมที่กำลังเดินควงแขนมากับชายอีกคน ผมคิดว่าเขาน่าจะเป็นแฟนใหม่ของเธอ ทั้งคู่เดินเข้ามาในร้านที่ผมกำลังนั่งอยู่ ผมแอบตกใจอยู่นิดนึงที่เจอเธออีกแต่ผมกลับแปลกใจมากกว่าที่ผมไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไรอีกที่เห็นเธออยู่กับชายอื่นอาจจะเป็นเพราะว่าผมเจอยาดีก็เป็นไปได้ ผมคิดแล้วก็ยิ้มให้กับตัวเองรู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก

ผมนั่งฟังทั้งคู่พูดคุยกัน สั่งอาหารแล้วก็ซุบซิบอะไรกันบางอย่างแล้วมองไปที่ฮินาตะที่กำลังรับออเดอร์โต๊ะอื่นอยู่ และดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องที่ไม่ดีเท่าไร ทั้งคู่จ้องมองฮินาตะเขม็งเลย ทำให้ผมรู้สึกสงสัยและอยากรู้ว่ามันเรื่องอะไรกัน ในขณะที่นั่งสังเกตอยู่นั้นขนมและเครื่องดื่มก็มาเสิร์ฟ ผมแอบถ่ายวีดีโอไว้เผื่อว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นจากนั้นผมก็เห็นในสิ่งที่ไม่คิดว่าผมจะได้เห็นไม่คิดเลย ไม่คิดเลยว่าเธอจะกล้าทำอะไรแบบนี้ เธอหยิบขนมในกระเป๋าออกมาเปลี่ยนกับขนมในจานก่อนจะหยิบมันขึ้นมากินแล้วก็โวยวายขึ้นมา ชายที่มากับเธอก็โวยวายตาม พอมีเสียงเอะอะโวยวายพนักงานที่อยู่ในครัวรวมถึงเด็กเสริฟออกมามองว่าเกิดอะไรขึ้น

“ทำไมขนมที่ร้านนี้มันถึงได้หวานขนาดนี้ฮะ ไหนบอกว่าสูตรไดเอทไง”ซากุระโวยวาย ผมนั่งถ่ายวีดีโออยู่รีบแอบเพื่อไม่ให้เธอเห็น ไม่นาน ฮินาตะกับชายอีก 2 คนก็เดินออกมา

“เกิดอะไรขึ้น”ร่างสูงถาม

“อ่อ คือ ทั้ง 2 คนบอกว่าขนมของทางร้านหวานไปครับ”พนักงานที่เดินออกมาดูคนแรกหันไปพูด

“หวานไป?”ชายร่างเล็กอีกคนทวนคำพูดของพนักงาน

“จะเป็นไปได้ยังไง”ร่างสูงพูดในขณะที่ฮินาตะยืนมองทั้ง 2 คนด้วยท่าทีที่ไม่แสดงออกมากำลังคิดอะไร ลูกค้าในร้านต่างหันไปมอง

“ก็นี้ไงเป็นไปแล้ว ไหนโฆษณานักโฆษณาหนาว่าหวานน้อย หวานธรรมชาติ นี้มันหวานน้ำตาลชัดๆ”หญิงสาวโวยวาย พนักงานในร้านหันมองหน้ากันด้วยความงุนงง

“มันจะเป็นไปได้ยังไง”พนักงานต่างไม่เชื่อว่าขนมมันจะหวาน

“ฮินาตะเอาไง”ร่างสูงหันไปถามคนข้างๆ เหมือนคนตัวเล็กจะกระซิบกระซาบอะไรกันสักอย่างก่อนที่ร่างสูงจะเดินหายเข้าไปด้านในของร้านระหว่างนั้นก็มีชายอีกคนที่คอยเจรจาอยู่ ลูกค้าในร้านก็เริ่มจะอยากรู้ ลูกค้าที่กำลังกินขนมอยู่ในโซนอื่นก็ชะเง้อมองพรางยกมือถือขึ้นมาถ่ายคลิป

“ได้แล้วฮินาตะ”ร่างสูงเดินออกจากด้านใน

“แล้วเป็นยังไงบ้าง”ร่างเล็กถาม

“อย่างที่มึงคิดเลย เปะมาก”ร่างสูงพูด

“มึงไปเปิดขึ้นจอเลยคราวนี้กูไม่ปล่อยไว้แน่”ชายร่างเล็กพูดด้วยแววตาเอาเรื่อง ดูท่าว่าเธอจะเล่นผิดคนนะซากุระ ผมคิดในใจก่อนจะยกมือถือขึ้นมากดๆ จิ้มๆ อะไรสักอย่างแล้วก็เก็บมือถือไว้ตามเดิม

หลังจากนั้นไม่นานภาพบางอย่างก็ถูกเปิดขึ้นบนจอทีวีขนาดใหญ่ในร้านเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดที่ถูกติดตั้งไว้ทุกมุมของร้าน ภาพชัดเจนมากทุกคนในร้านเห็นหมดว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง

“คุณจะให้ผมฟ้องคุณข้อหาหมิ่นประมาทมั้ยครับ”ชายร่างเล็กกล่าว “ผมหวังว่าเราจะไม่เจอกันอีกในครั้งต่อไปนะครับ มากะซัง”คนตัวเล็กพูด แสดงว่าฮินาตะคุงรู้จักชายคนนั้นสินะแถมความสัมพันธ์คงจะไม่เคยดีด้วยสิ

“ขอภัยลูกค้าทุกท่านนะครับที่เสียงดัง ทางร้านจะชดเชยให้ลูกค้าด้วยขนมจากทางร้านนะครับ เชิญลูกค้าทานให้อร่อยนะครับ”ชายร่างสูงกล่าวและไม่นานขนมก็จัดเสิร์ฟทุกโต๊ะรวมทั้งโต๊ะผมด้วยมันคือเค้กเนยสดที่บอกได้เลยว่าหอมมากขนาดผมไม่ชอบของหวานผมยังต้องกลืนน้ำลายเลย และแน่นอนถึงมันจะหวานไปหน่อยสำหรับผมแต่อร่อยมากผมกินทุกอย่างจนหมดแล้วเรียกเช็คบิล

“ผมขอถามอะไรหร่อยได้มั้ยครับ”

“มีอะไรเหรอครับ”พนักงานถามผม

“ถ้าผมจะสั่งขนมจำนวนนึงเอาตอนเย็นนี้ผมสามารถสั่งได้มั้ยครับ”

“รอสักคู่นะครับ”ว่าแล้วพนักงานเดินเข้าไปด้านในก่อนจะกลับออกมาพร้อมกับฮินาตะชายร่างเล็กทั้งคู่พูดอะไรกันอยู่สักอย่างก่อนที่คนตัวเล็กจะเดินมาหาผม

“คุณสินะครับที่จะสั่งขนม”ร่างเล็กถามเมื่อเดินมาถึงโต๊ะผม

“ใช่ครับ”

“ผมฮินาตะ โชวโยนะครับ เป็นเจ้าของร้านนี้"คนตัวเล็กแนะนำตัว

“ผมคุโระครับ”ถึงจะเป็นทำความรู้จักแบบทางการไปหน่อยแต่ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี

“ขอสอบถามได้มั้ยครับว่าจะใช้ตอนไหน”ร่างเล็กถามต่อ

“เย็นนี้ครับ จะเอาไปฝากเพื่อนงานปาร์ตี้เล็กๆ”ผมอธิบาย

“อ๋อ เหรอครับ ช่วยระบุได้มั้ยครับว่าอยากได้ขนมชนิดไหนบ้างทางเราจะได้จัดให้ถูก”มือเล็กหยิบกระดาษและปากกาออกมาจากกระเป๋าเอี้ยมพร้อมจด ผมก็บอกไปว่าผมจะเอาอะไรบ้าง “นี้นามบัตรผมครับมีอะไรสามารถติดต่อมาได้เลยนะครับ”คนตัวเล็กพูด

“ตอนเย็นผมจะเข้ามาเอานะครับ”ผมพูดจบก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกมาจากร้าน

ผมเดินออกมาจากร้านด้วยหน้าตาที่เปลี่ยมไปด้วยความสุข ในที่สุดผมก็เจอเขาแล้วหลังจากตามหามา 4 ปีคราวนี้แหละ หลังจากนั้นผมก็กลับไปทำงานที่คอมโดตอนเย็นก็ขับรถออกมาเอาขนมที่สั่งเอาไว้แล้วก็ไปที่งานปาร์ตี้

 

“อ้าว ไหนบอกว่าจะไม่มาไง มาๆ นั่งตรงนี้เลยเดี๋ยวฉันเรียกสาวๆ ให้”เคนมะพูดพรางกวักมือเรียกเพื่อน

“ไม่ต้องเรียกมาฉันแค่แวะมาคุยด้วยเดี๋ยวก็กลับแล้ว อะนี้ขนมซื้อมาฝาก”ผมพูดพรางยื่นกล่องขนมไปให้

“คุโระซัง ไม่กินของหวานไม่ใช่เหรอ”

“ใช่ แต่ของร้านนี้อร่อย กินดูสิ”ผมพูด

“จริงเหรอครับ”ว่าแล้วหนุ่มร่างสูงผมสีเงินก็เดินไปแกะกล่องขนมเอาออกมากินพอกินไปชิ้นแรกก็รีบหอบกล่องขนม 3 กล่องมานั่งข้างผม “ไปซื้อมาจากร้านไหนคุโระซัง”เขาถามผม

“เอามาตั้ง 3 กล่องไม่คิดจะแบ่งคนอื่นกินเลยรึไงวะเลฟ”ผมถาม

“มันอร่อยขนาดนันเลยเหรอวะ”เคยมะถาม

“เคนมะซังลองกินดูสิ”เลฟยื่นขนมให้ชายตรงหน้าที่สงสัยเคนมะรับขนมไปกิน

“มึงเจอเขาแล้วเหรอ”เคนมะหันมาถามหลังจากที่ได้กินขนม เพราะเคนมะจับรสชาติของขนมที่เขาเคยกินเมื่อ 4 ปี ได้

“อื้อ เจอที่ร้านนั้นแหละแล้วก็เจอซากุระกับแฟนใหม่ด้วยนะ”พอเคนมะได้ยินก็หันมามองผมตาค้าง “แต่เขาไม่เห็นกูนะ”ผมรีบพูดก่อนที่เพื่อนผมจะถามอะไรมากกว่านี้ เคยมะก็พยักหน้าเข้าใจ

“อร่อย”เคยมะพูดคำเดียวก่อนที่จะเอาขนมที่เหลือแบ่งให้ทุกคนได้ลองชิมดูในวันนั้นผมก็นั่งดื่มกับทุกคนดึกพอสมควรผมก็ขอตัวกลับก่อนผมขับรถตรงกลับบ้านระหว่างทางกลับบ้านผมก็แวะมาดูท่าร้านหน่อยเผื่อจะได้เจอกับเด็กคนนั้นอีกผมจอดรถไว้ที่ลานจอดสาธารณะแถวนั้นแล้วเดินมานั่งมองร้านที่ยังคงมีลูกค้าเดินเข้าออกเพื่อรับขนมกลับบ้าน ผมนั่งอยู่หน้าร้านใต้ต้นไม้ในเงามืดพร้อมกับยกกาแฟดื่ม นั่งมองอยู่นานจนร้านปิดก็เป็นเวลาประมาณ 3 ทุ่มร้านก็ปิดผมก็กลับบ้าน ผมทำอย่างนี้มาได้ 2 อาทิตย์ ผมรู้สึกว่าตัวเองเหมือนสตรองเกอร์ยังไงก็ไม่รู้สิ แต่มันก็อดห่วงไม่ได้ละนะ รู้สึกเป็นห่วงอย่างบอกไม่ถูกแต่จะให้เข้าไปพูดว่าเป็นห่วงมันก็ใช่เรื่องที่ไหนดีไม่ดีอาจจะโดนหาว่าเป็นพวกโรคจิต ชื่อเสียงที่ผมสั่งสมมาในฐานะโปรแกรมเมอร์ชื่อดังได้เสียหาหมด

เพร้ง

เสียงอะไรสักอย่างกระทบกับกระจกจนแตก ผมหลุดออกจากภวังค์หันไปมองทางต้นเสียงก็เห็นกลุ่มชายฉกรรจ์ 5 คนกำหลังเหวี่ยงไม้เบสบอสเหล็กไปมาใส่กระจกร้านจนกระจกแตกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยท่าทางสนุกสนานพนักงานในร้านอยู่ในความตื่นตระหนกก่อนที่คนตัวเล็กจะว่าออกมาจากด้านในของร้าน

“เกิดอะไรขึ้น"ฮินาตะตะโกนถามพนักงานแล้วหันไปมองหน้าร้าน กลุ่มชายฉกรรจ์ก็เดินปรี่เข้าไปในร้านหวังจะเข้าไปทำร้านคนในร้านพนักงานต่างถอยเข้าไปด้านในตามคำสั่งของชายร่างสูง ชายฉกรรจ์ยกไม้ขึ้นเหนือไหล่หมายจะพาดไปที่คนตัวเล็กก็มีมือหนาเอื้อมมาหยุดไว้ก็มือผมนี้แหละไม่รู้ว่าวิ่งมาถึงเมื่อไรแต่รู้ตัวอีกที่ก็นั้นแหละอยู่ตรงนี้แล้ว

“มึงเป็นใครมายุ่งเรื่องของพวกกูเดี๋ยวได้เจ็บตัวหรอกมึง”ชายตรงหน้าผมพูดด้วยน้ำเสียงเกรี๊ยวกร๊าด

“มีอะไรคุยกันดีๆ ก็ได้มั่งครับ”ผมกล่าว

“คุยดีไม่ดีแล้วมึงเสือกอะไรด้วย”ชายตรงหน้าสบัดไม้ออกจากมือผมทำท่าว่าจะพาดมาอีกแต่ผมถีบสวนออกไปจนชายคนนั้นกระเด็น

“มึงมายุ่งอะไรเรื่องของกูถอยไปถ้าไม่อยากมีเรื่อง”ชายอีกคนกล่าว

“แล้วถามฉันบอกว่าอยากมีละ”ในขณะที่พูดอยู่ผมก็พยายามดันให้คนตัวเล็กที่อยู่หลังผมเดินเข้าไปข้างในร้าน เดินออกไปให้ห่างจากตรงนี้ จากนั้นก็เกิดการต่อสู้กันฝ่ายนั้นทำท่าเหมือนจะเข้ามารุมผมแต่ชายร่างสูงเพื่อนของฮินาตะเข้ามาช่วยเอาไว้ จากฝีมือของผมและชายหนุ่มร่างสูงผมทองแล้วก็สามารถไล่คนพวกนั้นไปได้โดยที่ไม่มีการบาดเจ็บอะไรมากในขณะที่ชาย  5 คนนั้นกำลังหนีตำรวจก็มาพอดี

“คุโระซังได้รับบาดเจ็บตรงไหนมั้ยครับ”คนตัวเล็กเดินเข้ามาถามผมตอนนี้เราทั้ง 2 คนค่อนข้างคุ้นเคยกันเพราะผมมาที่ร้านทุกวันเลย

“ฉันไม่เป็นอะไร”ผมตอบไป

“จริงเหรอครับ”คนตัวเล็กสำรวจเนื้อตัวผมด้วยท่าทางตื่นๆ

“ฉันไม่เป็นอะไรจริงๆ”ผมพูดย้ำอีกครั้ง คนตัวเล็กชะงักไปแปบนึงก่อนที่เขาจะเงยหน้ามองผม

“เอ่อ ผม ขอบคุณนะครับที่คุณช่วยผมเอาไว้”คนตัวเล็กกล่าวด้วยท่าทางสำรวมต่างจากเมื่อกี้นี้ ผมมองเขาแล้วอมยิ้ม

“ไม่เป็นไรหรอก ถ้านายได้รับบาดเจ็บฉันคงรู้สึกไม่ดี”

“ผมบันทึกภาพไว้แล้วจะกั้นพื้นที่เอาไว้ก่อนแล้วจะให้ตำรวจมาคอยเฝ้าเอาไว้ พรุ่งนี้รบกวนไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจด้วยนะครับ”เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินมาบอกฮินาตะ

“ได้ครับ”คนตัวเล็กคุยกับเจ้าหน้าที่สักพักในขณะที่คนตัวเล็กยืนคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจผมก็ยืนรออยู่ห่างๆ

“ขอบคุณมากนะครับที่เข้ามาช่วย”ชายร่างสูงพูด

“ไม่เป็นไรหรอกสึกิชิมะ แล้วนายละบาดเจ็บตรงไหนรึเปล่า”ผมหันมามองร่างสูง

“ไม่เป็นอะไรมากหรอกครับ แค่แขนช้ำนิดหน่อยเดี๋ยวก็หาย”เขาว่า

“แล้วรู้มั้ยพวกนั้นเป็นใคร”ผมถาม

“ก็พอจะรู้ครับ คงมีไม่กี่คนหรอกที่มีปัญหากับฮินาตะ”สึกิชิมะพูด

“ทำไมละ”ผมถามด้วยความสงสัย

“เรื่องนี้ให้เจ้าของเรื่องเล่าน่าจะดีกว่านะครับ”สึกิชิมะพูดพรางหันไปมองทางชายร่างเล็กที่กำลังเดินมาทางผม

“คุยอะไรกันเคย์ คุโระซัง”เสียงใสเอ่ยถาม

“เรื่องมึงนั้นแหละโชว คุโระซังเขาถามว่าทำไมร้านถึงเป็นแบบนี้”พอสึกิชิมะถามไปฮินาตะก็ชะงักไปแปบนึงก่อนจะเงยหน้ามองผม

“ไม่อยากเล่าก็ไม่เป็นไร”ผมพูดขึ้นหลังจากเห็นสีหน้าของคนตัวเล็ก

“ไม่เป็นไรครับ ผมเล่าได้”จากนั้นคนตัวเล็กก็เล่าให้ผมฟังว่ามันเกิดอะไรขึ้น

“ผูู้ชายคนที่มาหาเรื่องวันนั้นคือเพื่อนเก่าเหรอ นายก็ไปแอบชอบเขาด้วยเนี้ยนะ”ผมถาม

“ครับ”ฮินาตะคอตกเมื่อผมถามย้ำ

“ไม่ได้จะซ้ำเติมนะ แต่จะบอกว่าดีแล้วละที่ไม่ได้เป็นแฟนกับคนอย่างนั้น”ผมพูด

“ครับ”พอได้ยินผมพูดอย่างนั้นก็ดูจะดีขึ้น พอได้ยินที่คนตัวเล็กพูดผมก็แอบตกใจอยู่เหมือนกันเพราะชายที่ฮินาตะพูดถึงก็คือแฟนคนปัจจุบันของซากุระ โลกช่างกลมอะไรขนาดนี้

“ที่นี้คงจะนอนไม่ได้สักระยะนึงร้านคงต้องปิดไประยะนึงก่อน โชวมึงจะไปพักที่ไหน”ชายร่างเล็กอีกคนเดินออกมาจากด้านในหลังจากที่จัดการคุยกับพนักงานเรียบร้อยแล้ว

“ไม่รู้สิ คงต้องไปเช้าห้องอยู่สักพักละมั่ง จะไปขออยู่ด้วยก็คงแออัดไป”ฮินาตะกล่าว

“ก็อยากให้ไปอยู่ด้วยกันนะแต่ห้องมันเล็กวะ”

“ไม่เป็นไรยามากุจิ”

“ไม่ไปพักกับคุโระซังละ”สึกิชิมะเสนอพรางมองมาที่ผม โดนโยนอย่างนี้ก็ตั้งตัวไม่ถูกเลยผม

“ไปได้นะห้องฉันกว้าง”ผมพูดเมื่อเห็นคนตัวเล็กทำท่าลำบากใจที่จะพูดออกมา

“เป็นความคิดที่ดี อย่างนี้กูกับสึกี้ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องความเป็นอยู่ของมึงนะโชว”ยามากุจิพูดเสริม ถึงแม่เพื่อนทั้ง 2 คนจะพูดสนับสนุนขนาดนั้นแหละแต่ฮินาตะก็ยังคงทำท่าทางเกรงใจผมอยู่ดี

“ไม่เป็นไรหรอกน่า ที่นี้เจ้าหน้าที่ก็มาเฝ้าให้แล้วกว่าทุกอย่างจะเสร็จก็น่าจะหลายวัน”

“แต่ผมเกรงใจคุโระซัง”

“ไม่เป็นไรหรอก ฉันอยู่แค่คนเดียวไม่ต้องคิดมาก”ผมว่าหลังจากคุยกันตกลงเรื่องไปให้ปากคำพรุ่งนี้เรียบร้อยแล้วก็แยกย้ายกันไป ฮินาตะขึ้นไปเก็บของใช้จำเป็นและของมิค่าลงมาแล้วเดินทางมาที่คอนโดผมทันที

แอ๊ด

“เข้ามาสิ”ผมเปิดประตูเข้ามาในห้องแล้วเปิดไฟ

“ว้าว!! ห้องคุโระซังสวยมาก”คนตัวเล็กว่าเพียงแค่ก้าวเข้ามาในห้อง ผมหันไปปิดประตูก่อนจะหันกลับมามองฮินาตะ

“เข้ามาข้างในสิ”ผมเดินนำไปในห้องยกกระเป๋าของฮินาตะเข้ามาด้วย “ฮินาตะนายใช้เตียงฉันได้เลย”ผมว่า

“ผมนอนโซฟาได้ครับ ไม่เป็นไร”

“ใช้เตียงไปเถอะ ฉันนอนในห้องทำงานได้”ผมว่าพรางชี้ไปที่ห้องทำงานที่ไม่ได้กั้นเป็นกิจลักษณะอะไรมีเพียงชั้นหนังสือชั้นวางของวางกั้นไว้ แบ่งโซนไว้ให้พอรู้เฉยๆ

“ขอบคุณครับคุโระซัง”ฮินาตะว่าแล้วก็ยกกระเป๋าเข้าไปในห้องถึงจะเรียกว่าห้องผมก็ไม่กั้นห้องหรอครับมีแค่ฉากกั้นวางไว้เท่านั้นเอง “ห้องคุโระซังนี้ดูสะอาดกว่าที่ผมคิดอีกนะครับ”เสียงคนตัวเล็กดังออกมาจากด้านใน

“หมายความว่ายังไงเนี้ย”ผมถามด้วยน้ำเสียงแกลมขำ

“ผมคิดว่าห้องของคุโระซังคงจะข้าวของเยอะแยะ รกกว่านี้ซะอีกนะครับ”คนตัวเล็กว่า

“เมื่อก่อนน่ะใช่”

“คุโระซัง ผมว่าจะลงไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อใกล้ๆนี้หน่อยผมลืมเอาแปลงสีฟันมา”ฮินาตะกล่าว

“งั้นเดี๋ยวฉันไปด้วย”ผมว่าแล้วก็เดินไปหยิบโทรศัพท์ กระเป๋าเงินและกุญแจห้องมาใส่กระเป๋ากางเกงแล้วเดินลงมาข้างล้างพร้อมกับฮินาตะ

ระหว่างที่ซื้อของเสร็จแล้วกำลังเดินกลับสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นผม 2 คนเจอเข้ากับเพื่อนเก่าของคนตัวเล็ก

“ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอนานที่นี้”เสียงชายร่างสันทัดเอ่ย คนตัวเล็กไม่ได้ตอบโตอะไรแต่มือซ้ายเอื้อมมาจับแขนเสื้อผมไว้ผมเหลือบมองคนตัวเล็กก่อนจะมองตรงไปที่ชายตรงหน้า ผมกับฮินาตะทำท่าจะเดินผ่านเขาไปแต่ชายคนนั้นก็ขยับมาขวางหน้าเอาไว้ “จะไม่คุยกับฉันหน่อยเหรอ”ชายตรงหน้าทำท่าทางยียวน “มานี้หน่อยสิ กูมีอะไรอยากจะคุยด้วยสักหน่อย”ชายคนนั้นก้าวเข้ามาหาฮินาจะเอื้อมมือหมายจะคว้าแขนคนเล็กที่เกาะผมอยู่

หมับ

มือผมคว้ามือเขาเอาไว้ก่อนจะถึงตัวฮินาตะ เขามองหน้าผมดีสีหน้าไม่พอใจก่อนจะสะบัดมือออกจากมือผม “มึงยุ่งอะไรด้วยวะ”เขามองหน้าผมด้วยสายตาไม่พอใจ

“คุโระซัง”ฮินาตะเรียกผมเสียงสั่น

“ไม่เป็นไร”ผมปลอบเขา

“อ๋อ เดี๋ยวนี้มีผัวแล้วสินะถึงได้ไม่เชื่อฟังกู”คำพูดที่ออกมาจากปากเขามันทำให้ผมรู้สึกโกรธขึ้นมา

“ผมว่าคุณระวังปากระวังคำบ้างก็ดีนะ”ผมเตือนเขา

“อิสึกิ ทำอะไรอยู่ทำไมเสียงดังเข้าไปถึงในร้านเลย”เสียงหญิงสาวดังออกมาจากข้างกำแพงก่อนที่เธอจะเดินออกมา

“ก็เจอเพื่อนเก่า ทักทายกันนิดหน่อย”ชายตรงหน้าผมพูด 

“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ ซากุระ”ผมพูดขึ้นเมื่อเธอโผล่ออกมาจากกำแพง เธอทำท่าตกใจผงะถอยหลังเล็กน้อย

“รู้จักกันเหรอครับ”ฮินาตะถามผม

“ใช่ รู้จักดีเลยละ”ผมพูด “เราไปกันดีกว่า”ผมจับมือฮินาตะไว้แล้วเดินจูงมือคนตัวเล็กค่อยๆเดิน

“เดี๋ยวดิ กูยังพูดไม่จบ”ชายที่ชื่ออิสึกิคว้าแขนของฮินาตะแล้วดึงจนคนตัวเล็กเซ ด้วยความเหลืออดผมจึงสาวหมัดใส่หน้าเขาไปหนึ่งทีชายร่างสันทัดเซล้มลงไปกองอยู่ที่พื้น

“อิสึกิ!!”ซากุระร้องเสียงหลง

“ดูแลแฟนเธอให้ดีนะซากุระ อย่าให้มันมายุ่งกับคนของฉันอีก แล้วก็เรื่องร้าน อย่าคิดนะว่าฉันไม่รู้อย่าให้เห็นเป็นครั้งที่ 2 ถ้ามีละก็เธอกับมันได้เข้าไปนอนเล่นในคุกแน่”ผมพูดด้วยน้ำเสียงมีความโมโหเล็กน้อย พยายามคุมอารมณ์แล้วละแต่มันก็ไม่ได้ทั้งหมด

“คุโระนายพูดอย่างนี้หมายความว่ายังไง”ซากุระเธอดูเหมือนจะไม่เข้าใจในสิ่งที่ผมพูด

“ก็หมายความอย่าที่พูดนั้นแหละ อย่าให้ฉันต้องพูดซ้ำ”หญิงสาวอึ้งในสิ่งที่ผมทำเพราะผมคือผมคนใหม่ที่เธอไม่รู้จักมาก่อน เมื่อก่อนผมหลงเธอมากรักเธอจนทำร้ายตัวเองไปหลายอย่าง แต่วันนี้ผมรักตัวเองมากขึ้นรักคนรอบตัวมากขึ้นรวมไปถึงชายร่างเล็กข้างๆ ผมด้วยถ้าไม่มีเขาผมคงพังไปตั้งแต่ 4 ปีก่อน

ผมเหลือบมองฮินาตะ คนตัวเล็กยังคงทำหน้างงอยู่

“เราไปกันเถอะครับ”ฮินาตะพูดเสียงเบา

“อื้อ”ผมพยักหน้าแล้วเดินจูงมือคนตัวเล็กกลับมาที่คอนโด

“ไม่คิดว่าออกไปซื้อของจะเจอพวกเขา”ฮินาตะพูดพรางถอนหายใจเฮือกใหญ่

“ไม่เป็นอะไรนะ”ผมถามเพราะแอบห่วง

“ครับ”ร่างเล็กหันมายิ้มเจือนๆ ให้ผม

“มานั่งนี้มา”ผมเรียกฮินาตะให้มานั่งโซฟาในห้องนั่งเล่น คนตัวเล็กก็เดินมานั่งอย่างว่าง่าย สายตาอันไร้เดียงสาเงยหน้ามองผมด้วยแววตาไม่เข้าใจว่าผมให้เขามานั่งตรงนี้ทำไม ผมทิ้งตัวนั่งข้างๆ คนตัวเล็ก

“ในระยะนี้อย่าไปไหนมาไหนคนเดียวจะดีกว่าถ้าจะไปไหนบอกฉัน ถ้าไปเจอกับผู้ชายคนนั้นอีกฉันกว่าว่านายจะได้รับอันตราย”ผมพูด

“…”คนตัวเล็กขมวดคิ้วมองผม

“เป็นห่วง”คนตัวเล็กหันมามองหหน้าผมคุ้นคิดอะไรสักอย่างแล้วหันหน้าหนีถึงผมจะเห็นหน้าเขาไม่ชัดแต่ก็รับรู้ได้ว่าเขากำลังเขิน เพราะใบหูของเขาแดงมากตอนนี้ ผมไม่รีบครับจะจีบอย่างนิ่มนวลที่สุด ตอนนี้ผมก็รู้แล้วว่าคนตัวเล็กก็ไม่ได้รังเกียจผม

“คุโระซัง นิสัยไม่ดีเลยครับ”คนตัวเล็กว่าแล้วก็ลุกไป ตอนที่คนตัวเล็กลุกไปผมแอบเห็นเสี้ยวใบหน้าที่เห่อแดงจนผมอดเขินตามไม่ได้ ผมนั่งนิ่งไปแปบนึงก่อนจะยกมือขึ้นมาปิดปากเผลอยิ้มออกมาด้วยอาการดีใจ ใบหน้าเห่อร้อนขึ้นมาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

“คุโระมึงเป็นเอามานะเนี้ย”ผมพูดพึมพำกับตัวเองก่อนจะลุกไปนั่งทำงานต่อ

 

หลายวันต่อมา

“คุโระซัง ผมจะไปดูร้านหน่อยนะครับ จะไปตรวจสอบความเรียบร้อยของช่างหน่อย”ฮินาตะพูด

“ได้สิเดี๋ยวรอฉันแปบนึง จะไปด้วย”ผมกล่าวก่อนจะเดินเข้าไปในห้องทำงานหยิบโทรศัพท์ กระเป๋าตังและกุญแจห้องใส่กรเป๋ากางเกง จากนั้นเรา 2 คนก็เดินออกมาจากคอนโด

“ผมขอบคุณคุโระซังมากนะครับที่ให้ผมมาพักที่คอนโดด้วย อีกไม่กี่วันผมก็จะได้กลับไปอยู่ที่ร้านแล้ว”คนตัวเล็กพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแต่ผมกลับรู้สึกใจหาย

“อื้อ ไม่เป็นไรฉันเต็มใจช่วย”ผมพูดจากใจ

“เอ่อ คุโระซัง…”ฮินาตะหันมามองหน้าผมแล้วเหมือนเขาลังเลที่จะพูดอะไรบางอย่างออกมา ผมเงียบฟังเขาอย่างตั้งใจ

“มีอะไรเหรอ”ผมถาม

“…คือ ผม…”ผมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “…ผมชอบคุโระซัง ครับ”

ห๊ะ!!

ไม่คิดไม่ฝันมาก่อนว่าจะโดนชิงสารภาพก่อนแบบนี้ ผมนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ “…ชอบในฐานะผู้ชายคนนึง ถ้าทำให้รู้สึก…ไม่ดี…ต้อง…ขอโทษด้วยนะครับ”พูดจบฮินาตะก็หมุนตัวเดินเข้าไปเก็บของ ใจผมเต็นแรงจนเหมือนจะกระเด้งออกมาข้างนอกเลย ผมค่อยๆ เดินเข้าไปข้างในห้อง

“พูดเองเออเอง”ผมว่าก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ตัวคนตัวเล็ก

หมับ

“ค คุโระซัง!!”ฮินาตะร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ ผมคว้าคนตัวเล็กกดจากข้างหลังในขณะที่เขากำลังเก็บของ

“เด็กบ้า พูดมาได้ไงว่าฉันรู้สึกไม่ดี”ผมว่า

“ค คุโระซัง ผลยังเก็บของไม่เสร็จเลยครับ”ฮินาตะพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรน เขาไม่ได้ฟังที่ผมพูดเลยสักนิด ผมเลยทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงจังเขาหันมาประจันหน้ากดับผมโดยที่ผมยังคงกอดเขาเอาไว้อยู่

จุ๊บ

ถึงมันจะดูเป็นการบังคับไปหน่อยแต่ผมไม่มีทางเลือกผมจรดริมฝีปาดของตัวเองลงบนริมฝีปากของคนตัวเล็กก่อนจะค่อยๆ ผละออกช้าๆ

“ก่อนจะโวยวายอะไร ฟังฉันหน่อยสิ”ผมพูดในขณะที่มือ 2 ข้างโอบกอดเอวเล็กของฮินาตะไว้ ผมไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ในหัวแต่น้ำที่เอ่อออกมาจากขอบตาทำเอาผมใจบางไปเลย คนตัวเล็กนั่งนิ่งคร่อมตักผม

“ผมกลัวคำตอบ”ฮินาตะเอ่ยขึ้นมาเบาๆพรางก้มหน้างุ้ม

“เด็กบ้า อยู่ด้วยกันมาเป็นอาทิตย์แล้วไม่รู้จริงๆ เหรอว่าฉันชอบนาย”ผมพูดออกไปตรงๆ ไม่มีอะไรต้องปิดบังแล้วละ มีอีโก้ต่อกันไปก็เท่านั้น ไม่บอกสักทีเลยโดยแย่งพูดไปเป็นไงละ โดยเด็กเล่นซะแล้ว

“…”ฮินาตะเงยหน้าขึ้นมามองผมอย่างรวดเร็วก่อนจะแสร้งมองไปทางอื่น “ใครมันจะรู้เล่าว่าคุโระซังก็รู้สึกเหมือนกัน นึกว่าใจดีแบบนี้กับทุกคนเป็นปกติ”ฮินาตะพูดงึมงำ

พอได้ยินคนตัวเล็กบ่นงึมงำผมก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ ผมกระชับกอดให้แน่นขึ้นจนหน้าท้องของคนตัวเล็กชิดกับหน้าท้องผม รู้สึกอยากแกล้งคนตรงหน้าเอามากๆ ผมได้พูดอะไรเอาหน้าซบลงไหล่เล็ก คนตัวเล็กหันมามองหน้าผมเลิกลักในขณะที่มือของผมนั้นลูบไล้ไปตามสะโพกและเอวบางผ่านเนื้อผ้าที่ไม่ได้มีความหนามากนัก เนื้อตัวนิ้มไปหมดบวกกับก้นงอนเหมาะมือทำเอาผมรู้สึกอดใจไม่ไหวขึ้นมา

“คุโระซังทำของคุโระซังถึงได้…”ฮินาตะมองผมหน้าตาตื่น

“ฉันอยากได้แล้ว”ผมเอ่ยเสียงนุ่ม ไม่มีเสียงตอบกลับมาแต่อย่าใด “ถ้าเงียบอย่างนี้ฉันจะเข้าข้างตัวเองว่านายตอบตกลงแล้วนะ”ผมค่อนข้างจะหลงตัวเองนะบอกเลย

“ครับ”เสียงใสตอบมาคำเดียว

“ฮินาตะ”ผมเรียกชื่อคนตัวเล็ก ใบหน้าเล็กค่อยๆหันมามองผม

“ครับ”

“เป็นแฟนกับฉันนะ”ผมพูด คนตัวเล็กยิ้มหวาน

“เป็นครับ”ฮินาตะตอบผมอย่างไม่ลังเล ผมค่อยๆ บรรจงจูบชายร่างเล็กตรงหน้าอย่างดูดดื่มและเนินนานก่อนผมจะขบกัดริมฝีปากล่างของคนตัวเล็กแล้วเปลี่ยนเป็นจูบเร้า สอดมือลูบไล้ใต้เสื้อยิ่งได้สัมผัสเนื้อตัวก็ยิ่งรู้สึกต้องการ

(NCตัดไปไว้ใน กลัวโดนแบน อิอิ) https://dekdtengu.blogspot.com/2020/11/story-23-kurohina-nc-nc.html

สรุปแล้ววันนั้นก็ไม่ได้ไปที่ร้านผมเลยถือวิสาสะใช้โทรศัพท์ฮินาตะโทรไปบอกเพื่อนของเขาให้ไปดูแทน

 

__________________

 

The END

 

ยังไม่ได้ตรวจคำผิดถ้าคำผิดเยอะต้องขอโทษด้วยนะคะ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 52 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

224 ความคิดเห็น

  1. #211 sans29 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 / 20:45
    ชอบคู่นี้มากๆๆๆๆๆๆๆเลย
    #211
    0
  2. #210 Jitlada_Jakthong (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 / 19:02

    แซ่บๆพริก10เม็ด

    #210
    0
  3. #209 Pichada5990 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 / 02:07
    อาโอฮินะต้องมาแล้วปะ
    #209
    0
  4. #208 viralpachkhawhom (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 / 21:30
    ขอคู่เคนมะฮินาค่ะ!
    #208
    0
  5. #206 yaibakid (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 / 07:26
    กลัวโดนแบนมากก แต่ก็ชอบอ่ะ
    #206
    1
    • #206-1 วิหก (ปีกหัก)(จากตอนที่ 25)
      9 พฤศจิกายน 2563 / 11:23
      กลัวเหมือนกันคะ
      #206-1
  6. #205 Pichada5990 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 / 02:22
    ตี2ถามจริง
    #205
    0