fic Haikyuu!! One Short All Hinata [Yaoi]

ตอนที่ 24 : STORY 22 : คู่กัน [KageHina]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 961
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 71 ครั้ง
    24 ก.ค. 63

 

#KageHina

 

STORY 22 

 

________________

 

ณ กลางป่าลึกมีหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่มีผู้คนอาศัยอยู่จำนวนมากทุกคนในหมู่บ้านมีปีกเหมือนนกและที่นี้คือหมู่บ้านของเผ่าโทริหรือตระกูลโทริที่มีชื่อว่าบ้านต้นไม้

“ฮินาตะเดี๋ยวเอาเบนโตะไปให้บ้านซาวามูระด้วยนะ”เสียงผู้เป็นแม่เอ่ย

“ครับแม่”ฮินาตะเดินเข้ามาในบ้างจากทางระเบียงสวน “แม่บ้านโนยะซังเขามาขอหัวผักกาดไปผมให้เขาไป 3 หัวนะ เขาให้แตงกวาเรามาด้วย”ฮินาตะยกกระจาดแตงกวาเข้าไปหาผู้เป็นแม่ในครัว

“โห น่ากินเชียวเดี๋ยวแม่จะเอาไปทำแตงกวาดองไว้กินดีกว่าให้มาซะเยอะเชียว เอาไปแค่ 3 หัวจะดีเหรอ”แม่เงยหน้ามองคนตัวเล็ก

“เขาอยากได้มะเขือเทศท้อแต่มันยังไม่สุกดีผมเลยบอกเขาไปว่าอีก สัก 2 วันผมจะเอาไปให้เขาเอง”ฮินาตะพูด

“งั้นเองเหรอ ช่วงนี้บ้านนิชิโนยะนี้ชอบกินมะเขือเทศมากเลยนะ”ผู้เป็นแม่พูด

“ผมว่าโนยะซังเขา…น่าจะท้องนะแม่ ท้องเขาดูป่องๆ”ฮินาตะพูด

“จริงเหรองั้น ดีจังเลยหมู่บ้านเราจะได้ครึกครึ้นกัน”ผู้เป็นแม่พูด

“ผมก็เห็นครึกครึ้นกันทั้งปีเลยไม่ใช่เหรอแม่”ฮินาตะพูด

“นิชิโนยะมีลูกแล้วเหลือแต่เรานี้แหละฮินาตะเมื่อไรจะจับคู่กับเขาสักทีละ”ผู้เป็นแม่หันมามองลูกชาย

“ไม่รู้สิแม่ ผมยังไม่เจอใครที่ผมรู้สึกว่าผมอยากใช้ชีวิตกับเขาสักทีเลย”ฮินาตะพูดแล้วเดินเข้ามาช่วยผู้เป็นแม่ในครัว

“แม่จ๋า หนูกลับมาแล้ว”เสียงใสของเด็กหญิงดังพร้อมกับเสียงวิ่งเข้ามาในครับ

“นัตสึเมะป้วนปากล้างมือให้เรียบร้อยก่อนนะลูก”ผู้เป็นแม่หันไปบอกลูกสาวตัวน้อย

“คร้าาาาา”แล้วนัตสึเมะก็ไปทำตามที่แม่สั่งอย่างว่าง่าย

“บ้านใหญ่เขาว่ายังไบ้างคะคุณ”แม่หันไปถามผู้เป็นสามี

“พ่อไปกับปู่มาท่านบอกว่าอาจจะส่งลูกเราไปคัดตัวเป็นเจ้าสาวเพื่อจะไปที่คฤหาสน์จันทร์แดง”ชายหนุ่มวัยกลางคนพูดด้วยท่าทางที่เคร่งขรึม

“หมายความว่ายังไงพ่อ”ผู้เป็นแม่หันไปมองหน้าของชายวัยกลางคน

“ก็หมายความตามที่พูดนั้นแหละแม่ พ่อก็จนปัญญาที่จะพูดกับปู่แล้วละลูกพ่อขอโทษนะ”ผู้เป็นพ่อทำหน้าหงอยๆ ซึมไปเลย

“ไม่เป็นไรหรอกพ่อ แล้วท่านปู่เลือกรึยังว่าจะให้ผมหรือนัตสึเมะไป"ฮินาตะถามพ่อ

“ยังเลยฮินาตะ ปู่ยังไม่ได้ระบุว่าจะให้เจ้าหรือนัตสึเมะไปแต่น่าจะได้ไปทั้งคู่นะ ตระกูลโอกามิเขาส่งคนมาบอกว่าจะมาสู่ขอลูกหลานของปู่แต่ยังไม่ได้เลือกว่าจะเป็นใครน่าจะมีการคัดเลือกแหละ”ผู้เป็นพ่อกล่าว

“อย่าเศร้าไปเลยคะท่านพ่อเนอะพี่”นัตสึเมะหันมาพูดกับฮินาตะ

“ใช่แล้วละ ยังไงซะอีกไม่นายผมก็คงต้องจับคู่กับใครสักคนนัตสึเมะก็ต้องโตขึ้นแล้วจับคู่กับใครสักคนไม่ว่าจะเป็นใครมันก็คงจะเลียงไม่ได้หรอก”ฮินาตะยกมือขึ้นลูบหัวน้องสาวที่เป็นเสมือนดวงใจของพ่อกับแม่ ในระหว่างนั้นในหัวของฮินาตะก็คิดอะไรไป 108 เรื่องแล้ว กอนจะเอาเบนโตะไปให้บ้านซาวามูระ

หลังจากวันนั้น 2 วันมะเขือเทศที่ฮินาตะปลูกไว้ในสวนก็สุกพร้อมกินคนตัวเล็กก็เก็บไปฝากนิชิโนยะที่บ้านอยู่ไม่ห่างกันมากนัก

“โนยะซังครับผมเอามะเขือเทศมาฝาก”ฮินาตะยืนเรียกนิชิโนยะอยู่หน้าบ้าน

“ฮินาตะเองเหรอเข้ามาก่อนสิ”ชายร่างสูงผมยาวไว้หนวดไว้เคราเดินออกมารับมะเขือเทศแล้วเชิญฮินาตะเข้าบ้าน

“อาสึมาเนะซัง โนยะซังเป็นยังไงบ้างครับ”ฮินาตะถามก่อนจะเดินตามชายร่างสูงเข้าไปในบ้าน

“ไม่ค่อยดีเท่าไรเลย แพ้ท้องจนออกไปไหนไม่ค่อยจะได้”อาซึมาเนะพูดด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล

“แบบนี้ก็แย่เลยสิครับ”พอเข้ามาในบ้านฮินาตะก็เห็นว่าบ้านของเขาเรียบง่ายมากแต่ใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ จัดเรียงข้าวของอย่างเป็นระเบียบ 

“ยู ฮินาตะมาหา”อาซึมาเนะบอกภรรยาของเขาที่นั่งอยู่ระเบียงทางสวน

“อ้าว โชวโย นั่งก่อนสิ”นิชิโนยะหันมากวักมือเรียกฮินาตะเข้าไปหา

“ผมเอามะเขือเทศมาให้น่ะครับ ”ฮินาตะพูด

“ขอบใจมาก”

“ฉันเอาไปเก็บก่อนนะคุยกันไปก่อนเดี๋ยวเอาน้ำมาให้”ว่าแล้วอาซึมาเนะก็เดินเข้าไปทางครัว

“เออ นี้ ฉันได้ยินว่าตระกูลโอกามิมาสู่ขอคนของตระกูลใหญ่เหรอฮินาตะ”นิชิโนยะถามโพล่งขึ้นมาทันทีด้วยความเป็นคนตรงๆ ไม่อ้อมค้อม

“ครับ”ฮินาตะตอบ

“เป็นใครงั้นเหรอที่เขามาสู่ขอ”นิชิโนยะถามด้วยความอยากรู้

“ผมก็ยังไม่รู้เลยครับเขาน่าจะมาคัดเลือกกันก่อน”ฮินาตะพูด

“ฉันว่าต้องเจ้าแน่เลยฮินาตะ”

“ทำไมโนยะซังถึงคิดแบบนั้นละ อาจจะเป็นคนอื่นที่เหมาะสมกว่าก็ได้นะครับ”ฮินาตะพูด

“ฮินาตะ เจ้าอย่าลืมสิว่าตัวเองก็เป็นคนของตระกูลหลักเหมือนกันนะ ถ้าให้ถามทุกคนในหมู่บ้านคนที่เหมาะสมที่จะออกเรือนตอนนี้ทั้งหมู่บ้านก็คงมีแค่เจ้าเท่านั้นแหละฮินาตะ”นิชิโนยะพูด

“ฉันก็เห็นด้วยกับที่ยูพูดนะฮินาตะเตรียมใจไว้หน่อยก็น่าจะดีเหมือนกัน นายน่าจะเป็นคนถูกเลือก”อาซึมาเนะยกน้ำมาให้ฮินาตะแล้วก็เดินกลับเข้าไปในครัว

“เขาอาจจะเลือกคนอื่นก็ได้นะครับเพราะคนที่เลือกได้ไม่ใช่ทางเราแต่เป็นทางเขา”ฮินาตะพูด

“อื้อ มันก็จริง”นิชิโนะยะก็เห็นด้วยกับสิ่งที่ฮินาตะว่ามาจากนั้นทั้ง 2 คนก็เปลี่ยนเรื่องคุยกันเพื่อไม่ให้บรรยากาศมันแย่ไปมากกว่านี้

หลายวันต่อมาวันที่บ้านหลักจะคัดเลือกคนที่จะไปเป็นคู่ของผู้นำตระกูลโอกามิรุ่นต่อไปโดยมีคนของฝั่งนั้นเป็นคนมาดูเองและก็เพื่อทำการสู่ขอได้อย่างสมบูรณ์ผู้นำตระกูลรุ่นต่อไปและรุ่นปัจจุบันก็ต้องมาด้วยเช่นกัน

ฮินาตะในชุดกิโมโนสีดำที่แต่ไม่ได้ใส่เสื้อคุมนั่งเซ็งอยู่ในขณะที่รอคนของตระกูลโอกามิมา

“พี่คะ หนูประหม่าจังเลย"นัตสึเมะที่ไม่ชินกับงานที่เป็นพิธีการอะไรแบบนี้หันมาพูดกับพี่ชาย

“ไม่เป็นไรหรอกนัตสึ เดี๋ยวมันก็ผ่านไปคิดซะว่ามานั่งดูอะไรสนุกๆก็ได้”ชายร่างเล็กกุมมือน้องสาว ในขณะที่นั่งปลอบใจน้องสาวของตัวเองอยู่นั้นหูก็ไปได้ยินเรื่องที่ทำให้หงุดหงิดเข้าทำเอาคิ้วกระตุกเลยทีเดียว

“ทั้งที่ออกจะบ้านตระกูลหลักไปแล้วยังจะมาร่วมงานคัดเลือกอีกช่างไม่เจียมตัวซะเลยนะ”เสียงพูดแหนบแนมทำเอาฮินาตะรู้สึกหัวร้อนขึ้นมาหน่อยๆ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรคนอื่นที่นั่งฟังอยู่ก็หัวเราะคิกคัก ไม่นานปู่ของฮินาตะผู้นำตระกูลหลักก็เดินเข้ามาในห้องชายแก่เดินฝ่าตรงกลางเข้ามาในห้องโถงสอดส่ายสายตาไปที่ทุกคนก็ต้องสะดุดตาเข้ากับใบหน้าบอกบุญไม่รับของหลานชายอย่างฮินาตะ

“เป็นอะไรไปโชวโยทำไมทำหน้าแบบนั้น”ผู้เป็นปู่ถามหลานชายอย่างเป็นกันเองเขาดูเป็นปู่ที่ใจดีคนหนึ่งของหลานๆ ก่อนจะนั่งลงที่นั่งของตัวเอง

“รู้สึกหงุดหงิดกับคนบางคนที่ชอบทำตัวเสียมารยาท เป็นคนของตระกูลหลักอยู่ในบ้านใหญ่ซะเปล่าไม่เรียนเรื่องมารยาทเลยรึยังไง ท่านปู่ไม่ได้ให้คนไปสอนเขาเลยเหรอครับ”ฮินาตะเอ่ยเสียงนิ่งแต่แฝงไปด้วยความโกรธเกรี๊ยวโกธา ทุกคนในห้องพอได้ยินที่ฮินาตะพูดพร้อมกับกวาดตามองไปที่คนเหล่านั้นก็หน้าถอดสีกันไปเลยทีเดียวเพราะไม่เคยมีใครพูดจาแบบนี้กับหัวหน้าตระกูล

“พูดจาเสียมารยาทเกินไปแล้วนะท่านฮินาตะขอโทษท่านปู่เดี่ยวนี้”หญิงสาวที่พูดก็คือคนที่นินทาฮินาตะเมื่อกี้เธอพูดด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน

“เสียมารยาท? อะไรละครับที่เรียกว่าเสียมารยาท คนที่เสียมารยาทมันเจ้าไม่ใช่รึ ทั้งที่อยู่ในบ้านใหญ่แต่หาใช่คนของตระกูลหลังกับเรียกว่าท่านปู่ เจ้าควรเรียกนายท่านไม่ใช่รึ กฎขอตระกูลจำยังจำไม่ได้อย่ามาพูดเรื่องมารยาทกับข้า”ฮินาตะพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงไปด้วยคำจิกกัดเล่นเอาเธออ้าปากค้างพูดอะไรไม่ออกทุกคนที่หัวเราะกับเธอเมื่อกี้ก็ต่างเงียบก้มหน้าก้มตาไม่กล้าสู้หน้าฮินาตะเลยสักคน นัตสึเมะหันมองพี่ชายด้วยสีหน้าและแววตาอึ้งเพราะเธอไม่เคยเห็นพี่ของตัวเองเป็นแบบนี้มาก่อนแต่เธอก็นับถือพี่ชายมาก

“ฮาๆๆๆๆๆๆ สมกับเป็นหลานชายที่ข้าภูมิใจจริงๆ”ปู่ของฮินาตะหัวเราะชอบใจที่เห็นหลานชายแสดงอารมณ์เกรี๊ยวกราดออกมา ถึงแม้จะไม่ได้อยู่ในบ้านใหญ่ของตระกูลหลักก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร

“ท่านปู่คงสนุกมากสินะครับ”ฮินาตะเอ่ยถาม

“ใช่ ข้าสนุกมากเลยละหลานชาย ที่นี่ก็คงเห็นกันแล้วสินะว่าใครกันแน่ที่มีเลือดของตระกูลหลักข้นที่สุด เรื่องการพูดการจาและการวางตัวเองก็เช่นกันแค่สอนกันมามันก็ใช่ว่าจะทำได้ทุกคน ส่วนคนที่เป็นคนของตระกูลหลักอยู่ที่ไหนก็ยังคงเป็นคนของตระกูลหลักเรื่องการพูดการจามารยาท ไม่จำเป็นต้องเล่าเรียนอะไรมากเพราะมันอยู่ในสายเลือด”ชายแก่พูดด้วยท่าทีสง่าผ่าเผย

“ท่านปู่เท่มากเลยคะ”นัตสึเมะยกนิ้วหัวแม่มือให้ชายแก่ทั้ง 2 มือด้วยท่าทีที่ร่าเริง

“จริงเหรอนัตสึเมะ ปู่เท่สินะ ได้ยินหลานพูดแบบนี้ปู่ก็มีความสุขมากแล้วละ”ว่าแล้วเขาก็หัวเราะด้วยท่าทีที่มีความสุขช่างเป็นชายชราที่สุขภาพร่างกายดีมาก

“ท่านอิทเคย์ครับตระกูลโอกามิมาแล้วครับ”ข้ารับใช่เดินเข้ามารายงาน

“อื้อ ข้าเข้าใจแล้ว”แล้วอิทเคย์ก็ไปนั่งที่ของตัวเอง สักพักคนของตระกูลโอกามิค่ารับใช้เดินนำผู้นำตระกูลมานั่งข้างอิทเคย์คนที่เหลือก็นั่งฝั่งตรงข้ามที่ว่างอยู่

“เชิญทุกท่านนั่งลงก่อน”อิทเคย์กล่าวทุกคนนั่งลงน้ำชาก็มาเสริฟรับรองทันที จากนั้นอิทเคยก็กล่าวอะไรบางอย่างกับทุกคน ตามด้วยผู้นำตระกูลโอกามิพูดและเขาก็แนะนำให้รู้จักผู้นำตระกูลรุ่นต่อไปของตระกูลโอกามิพอทุกคนรู้ว่าเป็นคนไหนเสียงซุบซิบก็ดังขึ้น

“แล้วอุกาอิเจ้าจะทดสอบยังไงลูกหลานข้าแต่ละคนมีความสามารถต่างกันหมดเลยนะ”อิทเคย์หันไปถามอีกฝ่าย

“เรื่องนั้นคงต้องให้คนของข้าเลือกจนเหลือน้อยก่อนส่วนคนที่จะมาเป็นสะใภ้ให้หลานข้าเป็นคนตัดสินใจเพราะคนที่จะแต่งคือหลานของข้าไม่ใช่ข้า”อุกาอิพูดพรางยกมือขึ้นกอดอก

“นั้นสินะ พวกเรานี้ก็อายุขนาดนี้กันแล้วนี้เนอะคงไปตัดสินอะไรให้เด็กๆ ไม่ได้แล้ว”ทั้งคู่นั่งหัวเราะกัน

“ก่อนอื่นเลยผมขออธิบายบางอย่างให้ทุกท่านฟังก่อนนะครับ”จากนั้นข้ารับใช้ของตระกูลโอกามิก็อธิบายว่าการที่จะไปอยู่ที่คฤหาสน์จันทร์แดงได้นั้นคนๆ นั้นต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง หลังจากที่ข้ารับใช้อธิบายเสร็จการคัดเลือกก็เริ่มขึ้นจากคนจำนวนมากเหลือเพียงคนจำนวนหยิบมือ หายไปเกินครึ้งด้วยซ้ำ

“อื้อ เป็นการคัดคนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากๆ”อิทเคย์พูดพรางพยักหน้า

“เจ้าคิดว่าใครจะได้อิทเคย์”อุกาอิหันมาถามอิทเคย์

“ก็ต้องหลานชายข้าแน่นอนอยู่แล้วแต่เหนือสิ่งอื่นใดก็อยู่ที่หลานเจ้านั้นและอุกาอิว่าจะเลือกใคร”อิทเคย์พูดพรางยกชาขึ้นดื่ม เวลาผ่านไปนานพอสมควรการคัดตัวอันเข้มงวดก็มาถึงขั้นสุดท้ายนั้นก็คือให้ผู้ที่เป็นหลานของอุกาอิเป็นคนเลือกเอง

“เชิญท่านคาเงยามะครับ”ข้ารับใช่กล่าว

คาเงยามะที่นั่งดูการคัดตัวมาลุกออกมานั่งต่อหน้า ของทั้ง 3 คน หนึ่งในนั้นก็คือฮินาตะ คนตัวเล็กนั่งอยู่ซ้ายสุดอีก 2 คนเป็นหญิงสาวหน้าตาดีหุ่นดี ไม่มีใครรู้ได้เลยว่าการเลือกขั้นตอนสุดท้ายนี้จะเป็นอย่างไร สีหน้าเรียบนิ่งจ้องมองทั้ง 3 คน

“ข้าขอถามเจ้าทั้ง 3 คนหน่อยถ้าหากข้าต้องการไปงานเลี้ยงถ้าเจ้าได้เป็นภรรยาข้า เจ้าจะเลือกเครื่องประดับอะไรให้ข้าใส่”คาเงยามะเอ่ยถาม “เริ่มจากเจ้าก่อน”คาเงยามาเลือกให้หญิงสาวขวามือตอบก่อน

“ถ้าเป็นฉัน ฉันจะเลือกสร้อยคอคะ”เธอตอบแล้เธอก็อธิบายว่าทำไมถึงเลือกสร้อยคอ พอเธอตอบเสร็จคาเงยามะก็ถามหญิงสาวตรงกลาง

“ฉันเลือกนาฬิกาข้อมือคะ”เธอตอบเสร็จก็อธิบายเหตุผล จนมาถึงคนสุดท้ายฮินาตะ

“แล้วเจ้าละจะเลือกอะไรให้ข้า”คาเงยามะหันมองฮินาตะตรงๆ ไม่หลบตาเลย

“…”ฮินาตะส่ายหัวทำเอาทุกคนงง “เครื่องประดับเหล่านั้นไม่จำเป็นสำหรับเจ้า เจ้ามีความสง่างามอยู่แล้วเหตุใดเจ้าจะต้องเอาเครื่องประดับเหล่านั้นมาบดบังความสง่างามของเจ้าด้วยเล่า ถ้าหากเจ้าได้แต่งงานแล้วสิ่งเดียวที่เจ้าต้องใส่ไปด้วยทุกที่และใส่ตลอดเวลาก็คือแหวนแต่งงาน”ทุกคนอึ้งกับคำตอบของฮินาตะ อิทเคย์ก็ดูจะพอใจกับคำตอบของหลานชาย

“ข้าเลือกได้แล้ว”คาเงยามะพูด

“งั้นเจ้าก็พูดมาเลยคาเงยามะว่าเจ้าเลือกใคร”อุกาอิบอกหลานชาย

“ข้าเลือกเขาท่านปู่”คาเงยามะพูดพรางผายมือมาทางฮินาตะ

“อื้อ ถ้าเจ้าเลือกคู่ได้แล้วข้าก็ขอประกาศจบการคัดเลือกเจ้าสาวของหลานข้าเพียงเท่านี้”อุกาอิประกาศเสียงลั้นห้องโถง

หลังจากจบการคัดเลือกแล้วคนบางส่วนก็ออกจากห้องโถงไปพักผ่อน ส่วนนัตสึเมะและฮินาตะ อิทเคย์เรียกไปคุยในอีกห้องหนึ่งก่อนที่ทางตระกูลโอกามิจะตามมา จากนั้นทางตระกูลโอกามิก็ทำการสู่ขอหลานชายของอิทเคย์อย่างเป็นทางการโดยมีผู้ใหญ่ทั้ง 2 ฝ่ายเป็นพยานแล้วก็หมั้นกัน เสร็จจากงานหมั้นนั้นไม่กี่วันฮินาตะก็ย้ายมาอยู่ที่คฤหาสน์จันทร์แดง

เช้าวันที่ 3 ของการมาอยู่ที่คฤหาสน์จันทร์แดง ฮินาตะออกมาเดินเล่นที่สวนมองไปทางไหนก็ยังคงรู้สึกไม่คุ้นชิน อากาศเย็นในยามชาวชวนให้คนตัวเล็กคิดถึงบ้านที่มีสวนผักเล็กๆ ที่ตัวเองทำกับน้องสาว

“มายืนทำอะไรตรงนี้เสื้อคุมก็ไม่ใส่ เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก”เสียงของคาเงยามะดังมาจากระเบียงที่อยู่ใต้ชายคาคฤหาสน์  ฮินาตะหันไปมองก็เห็นว่าชายร่างสูงกำลังเดินตรงมาหาเขาแล้วก็ถอดเสื้อคุมมาคุมให้ฮินาตะ

“ผมออกมาเดินเล่นครับ”ฮินาตะบอกคู่หมั้นของตัวเอง

“เข้าไปข้างในเถอะเดี๋ยวไม่สบาย”คาเงยามะพูดก่อนจะพาฮินาตะเข้าไปข้างในคฤหาสน์

“ดูแลดีจังเลยนะคู่หมั้นของนายเนี้ย”เสียงสูงพูดจีบปากจีบคอใส่คาเงยามะ

“คู่หมั้นคนสำคัญถ้าไม่ดูแลรักษาให้ดีเดี๋ยวจะเป็นแบบเธอน่ะสิ ยูระ”พูดจบคาเงยามะก็พาฮินาตะมาที่ห้องส่วนเรื่องที่คาเงยามะคุยกับคนที่ชื่อยูระนั้นคือเรื่องอะไรฮินาตะเองก็ไม่เข้าใจได้แต่ปล่อยผ่านไป คาเงยามะพาฮินาตะเข้าห้อง

“ผมอยู่แต่ในห้องผมก็เบื่อเป็นนะครับ”ฮินาตะพูด

“ช่วยทดอีกหน่อยแต่งงานกันเมื่อไรฉันจะพานายออกไปเที่ยวนอกคฤหาสน์”พอคาเงยามะพูดอย่างนั้นฮินาตะก็พอจะรับรู้ได้ถึงความเป็นห่วงเป็นใยของอีกฝ่ายก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ การใช้ชีวิตในแต่ละวันฮินาตะก็ไม่ได้ออกไปไหนก็แค่อยู่ในห้องมีข้ารับใช้มาดูแลทุกอย่างมีปู่ของคาเงยามะเข้ามาเยี่ยมบ้าง

“วันนี้ก็ไม่ออกไปไหนงั้นรึโชวโย”อุกาอิถาม

“ไม่ได้ไปครับ คาเงยามะเขาบอกให้ผมทนจนกว่าจะพ้นวันแต่งงาน”ฮินาตะพูด

“อย่างนั้นเหรอ”อุกาอิก็พยักหน้าเบาๆ แล้วก็ยิ้ม “หลานฉันนี้มันใช้ได้เลยนะเนี้ย”อุกาอิพูดด้วยท่าทางภูมิใจ

“ท่านอุกาอิที่ว่าใช้ได้หมายถึงอะไรเหรอครับ”ฮินาตะถาม

“เรียกฉันว่าปู่เหมือนที่เจ้าหลานชายฉันเรียกเถอะโชวโย”อุกาอิพูด “ที่บอกว่าใช้ได้ก็คือความเป็นห่วงที่เจ้านั้นมีต่อเจ้าไงโชวโย เจ้าก็คงรู้สินะว่าเผ่าหมาป่านั้นเป็นเผ่าที่มีลูกยากเผ่าหมาป่าเลยมีเมียกันมากกว่า 1 คน เจ้าพวกที่หื่นกระหายที่จะอยากได้เมียพวกนั้นมักจะเพ่งเล็งคู่หมั้นของคนอื่น และการโดนแย่งคู่หมั้นคือการโดนหยามเกียรติและศักดิ์ศรีที่รักษาคู่หมั้นของตัวเองไว้ไม่ได้”อุกาอิอธิบายให้คู่หมั้นของหลานชายฟัง

“อย่างนั้นเหรอครับ”ฮินาตะพยักหน้าเข้าใจในสิ่งที่อุกาอิบอก

“แล้วเจ้ารู้รึเปล่าโชวโย ถ้าหากเผ่าหมาป่าคนใดมีเมียเดียวและมีลูกมากกว่า 1 ผู้นั้นจะเป็นคนที่ยิ่งใหญ่เหนือใครเลยทีเดียวละ”อุกาอิพูด

“เอ๊ะ !! มีคนที่มีเมียเดียวแล้วมีลูกมากกว่า 1 ด้วยเหรอครับ"ฮินาตะถาม

“มีสิ ก็ข้านี้ไง”อุกาอิยืดออกอย่างภูมิใจ ฮินาตะเองก็ดูจะผ่อยคลายไปมากพอสมควร

“ขอบคุณมากนะครับท่านปู่ จนกว่าจะถึงว่าแต่งข้าจะไม่ออกไปไหนโดยไม่จำเป็น”ฮินาตะพูด

“เจ้านี้เป็นเด็กดีจริงๆ เลย อีกไม่นายอาหารก็น่าจะมาข้าบอกไว้เลยนะอาหารมื้อนี้เป็นผักที่น้องสาวเจ้าส่งมาให้กินให้อร่อยละ”อุกาอิลูบหัวฮินาติด้วยความรู้สึกเอ็นดู ส่วนฮินาตะพอได้ยินว่าน้องสาวตัวเองส่งผักในสวนมาให้ก็ดีใจ

เวลาผ่านในแต่ละวันก็จะมีผู้คนแวะเวียนเข้ามาหาฮินาตะเกือบจะทุกวันไม่ว่าจะเป็นครูสอนเรื่องพิธีการ ช่างตัดเย็บชุด พ่อครัวแม่ครัวที่เอาอาหารมาให้ฮินาตะชิม แล้วก็มาถามเรื่องอาหารที่คนตัวเล็กกินไม่ได้ คนอื่นๆ ที่แวะมาเยี่ยมญาติโดยเฉพาะผู้หญิงทางฝั่งตระกูลโอกามิก็มักจะมาบ่อย ตัวคาเงยามะเองก็ดูจะห่วงฮินาตะขึ้นทุกวัน ไม่มีใครแตะต้องคู่หมั้นของเขาได้

จน 2 เดือนผ่านไปและแล้ววันแต่งงานก็มาถึงทุกคนวิ่งวุ่นกันแต่เช้าเพื่อเตรียมพิธีการคฤหาสน์หลังใหญ่ถูกเปิดออกต้อนรับแขกที่มาร่วมงาน ในครัวเตรียมอาหารรับรองแขกที่จะมากันในวันนี้ให้วุ้น ข้ารับใช้พ่อครัวแม่ครัวต่างตื่นเต้นที่คุณชายคนเล็กของตระกูลกำลังจะแต่งงาน ห้องโถงใหญ่ผู้คนหลากหลายตระกูลมารวมตัวกันตามคำเชิญที่นั่งถูกจัดเป็น 2 แถวตามยาวโดยให้ทุกคนหันหน้าเข้าหากันอิทเคย์และอุกาอินั่งอยู่หัวแถวในสุดเป็นทีไว้ให้บ่าวสาวนั่ง

ด้วยความที่แต่ละตระกูลแต่ละเผ่าไม่ได้เจอกันนานก็ถามไถ่สารทุกสุกดิบกันไปจนได้เวลาพิธีเริ่ม เจ้าบ่าว(คาเงยามะ) เจ้าสาว(ฮินาตะ) ก็เดินเข้ามาในโถงทั้งคู่ใส่ชุดกิโมโนชายสีดำกางเกงฮากามะสีเทาเข้มทั้งคู่เสื้อคุมสีดำมีตราประจำตระกูลปักอยู่ที่อกซ้าย ของคาเงยามะเสื้อด้านหลังเป็นภาพเขียนรูปหมาป่าสีเงินกับรูปดวงจันทร์สีแดงแล้วก็ลายภูเขา ของฮินาตะเป็นรูปนกกระเรียนแล้วก็มีลายเมฆ พอทั้งคู่เดินมานั่งที พิธีการก็เริ่ม

พิธีแต่งงานก็จบลงไปด้วยดีส่งตัวบ่าวสาวเข้าหอเรียบร้อยแล้วที่เหลือก็สังสรรค์กันตามประสาคนที่ไม่ได้เจอกันนาน ส่วนทางด้านคาเงยามะกับฮินาตะถูกพามาที่หอส่งตัวที่เรือนเล็กอีกหลังที่แยกออกมาอยู่หลังเรือนใหญ่

“เมื่อยอะ”ฮินาตะเดินหลังงอตามคาเงยามะอยู่ห่างๆ “นั่งหลังตรงเป็นชั่วโมงเลย”บ่นไปยกมือขึ้นมาทุบๆ หลังเบาๆ

“เดี๋ยวข้านวดให้”คาเงยามะพูดก่อนจะเปิดประตูเข้าไปในห้อง มันก็เหมือนห้องปกติแต่ที่ต่างจากห้องที่ทั้ง 2 คนเคยอยู่ก็คือที่นอนติดกันไม่มีฉากกั้น ทุกอย่างในห้องมีแค่ตู้เสื้อผ้า ของใช้ที่จำเป็นเท่านั้น

“ห้องโล่งจัง”ฮินาตะเข้ามาในห้องแล้วก็เดินสำรวจ ส่วนคาเงยามะก็ถอดเสื้อคุมแขวนไว้

“นี้เอาเสื้อคุมมาแขวนก่อน”คาเงยามะพูด

“อะ”ฮินาตะถอดเสื้อคุมแล้วเดินเอาไปยื่นให้คาเงยามะในขณะที่คาเงยามะกำลังเอาเสื้อคุมแขวน ฮินาตะก็หันไปสนใจรอบๆ ห้องต่อ

“ห้องนี้มีหน้าต่างรึเปล่า”ฮินาตะถามขึ้นมาในขณะที่กำลังมองหา

“มี”

หมับ

คาเงยามะพูดพร้อมกับกอดฮินาตะก่อนจะทิ้งตัวลงบนที่นอนโดยที่ตัวฮินาตะอยู่บนตัวคาเงยามะ

“ว๊ากกก”

ตุบ

“ทำอะไรของเจ้าเนี้ย”ฮินาตะถามเสียงสูงส่วนร่างสูงยิ้มแล้วหัวเราะเบาๆ “ยังจะขำอีก หยุดขำข้าได้แล้ว ปล่อยข้านะ”ฮินาตะว่า

“ไม่เอาไม่ปล่อย อยากกอดแบบนี้มานานแล้ว”คาเงยามะพูดก่อนจะพลิกตัวให้ฮินาตะลงมานอนอยู่ข้างๆ โดยที่ฮินาตะยังหันหลังให้คาเงยามะอยู่ ฮินาตะค่อยๆ พลิกตัวหันมาหาชายร่างสูงที่กำลังกอดเขาอยู่ พอหันมาก็เห็นว่าร่างสูงกำลังมองเขายิ้มๆ

“ยิ้มอะไร”ฮินาตะถาม

“ข้ามีความสุขไม่ให้ข้ายิ้มจะให้ข้าร้องไห้รึยังไง”คาเงยามะย้อนถามบ้าง

จ๊วบ

พูดจบคาเงยามะก็ฉวยโอกาสจูบคนตัวเล็กทันที พอฮินาตะได้สติกำลังจะต่อว่าก็โดยจูบอีกครั้งแต่คราวนี้นานกว่าครั้งแรกราวกับว่าวิญญาณถูกดูดไปเรี่ยวแรงค่อยๆ หายไป หายใจลำบาก ส่วนต่างๆ ของร่างการถูกกระตุ้นโดยการลูบไล้ด้วยมือของคาเงยามะ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมา ใจเต้นแรงจนเหมือนมันจะหลุดออกมาข้างนอกได้

“อื้อ ดะ เดี๋ยว…”ฮินาตะพยายามห้ามคาเงยามะด้วยสติอันน้อยนิด

“หื้อ”คาเงยามะผละออกเล็กน้อยพอให้คนตัวเล็กได้พักหายใจ คาเงยามะมองใบหน้าแดงก่ำของฮินาตะแล้วยิ้ม “ข้ารักเจ้านะโชวโย”ใจเจ้ากรรมเต็นแรงกว่าเดิม หน้าแดงเห่อขึ้นมาลามไปถึงหู

“เจ้าพูดบ้าอะไร ไม่อายปากบ้างรึไง”ฮินาตะพูดด้วยอาการเขินหนักมาก

“ข้าชอบเจ้าที่สุดเลยโชวโย”แล้วร่างสูงก็พรมจูบอย่างถนุถนอมมือทั้ง 2 ข้างก็ค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าของคนตัวเล็กออกอย่างระเมียดระมัย คาเงยามะค่อยๆ ป้อนความรักให้ฮินาตะอย่างอ่อนโยน

“อื้อ ค คาเง ยามะ”

“เรียกข้าว่าโทบิโอะสิ”คาเงยามะกระซิบเบาๆ เสียงกระซิบข้างหูทำเอาคนตัวเล็กเสียววาบลงไปถึงหลัง สติเลือนลางในหัวขาวโพลนไปหมดแทบจะไม่รู้ตัวเลยว่าได้พูดหรือทำอะไรลงไปบ้าง

 

1 ปีต่อมา

เสียงเป่าขลุ่ยอันแสนจะไพเราะลอยตามลมดังไปทั่วคฤหาสน์ 1 ปีมานี้ไม่มีใครที่อยู่ที่นี้แล้วไม่เคยได้ยินเสียงขลุ่ยนี้ ทุกคนต่างรู้กันดีว่าเสียงขลุ่ยนี้ใครเป็นคนเป่าแล้วเสียงก็ค่อยๆ เงียบไปเมื่อจบเพลง

“อายาเมะ มิซุกิ สึบาสะอย่าดื้อนะลูก”เสียงฮินาตะตะโกนบอกเด็ก 3 คนที่เดินเล่นอยู่ในสวนในคฤหาสน์จันทร์แดงกับพี่เลี้ยง 4 คน ฮินาตะเหน็บขลุ่ยไว้ที่เอวแล้วเดินไปหาเด็กๆ อายาเมะกับมิซูกิมีหูเหมือนพ่อ(คาเงยามะ) ส่วนสึบาสะมีปีกเหมือนแม่(ฮินาตะ) คาเงยามะที่นั่งมองอยู่ก็ไม่ได้พูดอะไรได้แต่ยิ้มๆ

“ปา”สึบาสะเดินมาหาผู้เป็นพ่อ

“หือ วันนี้เดี๋ยวไปอยู่กับตานะลูกป๊าของอยู่กับม๊า 2 คน"คาเงยามะพูดกับลูกชายก่อนจะหันไปยิ้มให้ภรรยา

“อายลูกบ้างโทบิโอะ”ฮินาตะพูดในขณะที่แก้มเริ่มแดง คาเงยามะลุกแล้วเดินไปหาคนตัวเล็กก่อนจะก้มลงไปใกล้ๆขโมยหอมแก้มฮินาตะทีเผลอ

ฟอด

คาเงยามะหอมแก้มฮินาตะฟอดใหญ่แล้วพูดว่า “มันเขี้ยว”ต่อหน้าต่อตาเหล่าพี่เลี้ยงและลูกๆ คนตัวเล็กหันไปค้อนใส่ร่างสูงก่อนจะยกมือขึ้นทุบแขนผู้เป็นสามี คาเงยามะทำหน้าทำตาไม่รู้ไม่ชี้ พี่เลี้ยงแอบเขินทั้งคู่ถึงแม้จะเห็นมาเป็นปีแล้วมันก็อดที่จะเขินไม่ได้ 

1 ปีที่ผ่านมาคฤหาสน์จันทร์แดงได้รับพรจากบรรพบุรุษตระกูลโอกามิไม่ว่าจะเป็นตระกูลใหญ่ ตระกูลสาขาใหญ่ ตระกูลสาขาเล็ก สาขาย่อย ทุกคนต่างเชื่อว่าการแต่งงานของคาเงยามะและฮินาตะ คือ สิ่งที่พระเจ้าแห่งความอุดมสมบูรณ์ที่ดูแลเผ่าโทริมาเป็นพันธ์ุๆ ปีประทานให้ เพียงปีเดียวทุกบ้าน ทุกครัวเรือนต่างดูมีชีวิตชีวากว่าเมื่อก่อน ผู้นำรุ่นต่อไปของตระกูลโอกามิก็ได้รู้จักความแข็งแกร่งที่แท้จริงจากที่สง่างามอยู่แล้วตอนนี้ไม่ได้แค่สง่างามความน่าเกรงขามก็ไม่แพ้ผู้นำตระกูลใหญ่คนอื่นๆ ในปัจจุบันเลย

คาเงยามะส่งลูกให้พี่เลี้ยงแล้วหันมาหาภรรยา “ข้าอยากได้ลูกอีกสัก 2 คน เจ้าจะว่ายังไง”คาเงยามะถามฮินาตะต่อหน้าเหล่าพี่เลี้ยงละลูกๆ พี่เลี้ยงทุกคนหันมองหน้ากันแล้วหันมองเจ้านายทั้ง 2 ฮินาตะนิ่งไปแปบนึง

“โทบิโอะ ข้าบอกแล้วไงว่าอย่าพูดเรื่องแบบนี้ต่อหน้าคนอื่น”ฮินาตะชักศอกใส่สีข้างสามีพร้อมกับค้อนใส่

“ถ้าเจ้าพูดอย่างนี้แสดงว่าเจ้ายอมสินะ"คาเงยามะพูดจบก็ก้มลงไปใกล้ๆฮินาตะอีกครั้ง

จ๊วบ

ร่างสูงฉวยโอกาสจูบคนตัวเล็กทันทีเลยพี่เลี้ยงรีบเอามือปิดตาของเล็กๆ ไว้ในขณะที่ตัวของพวกเขาทั้ง 4 คนเองก็เขินจะไม่ไหวอยู่แล้ว

“เจ้านายคะ ดิฉันขอพาคุณหนูทั้ง 3 ไปข้างนอกนะคะ ไม่ขอรบกวนเวลาส่วนตัวของพวกท่านแล้ว”พี่เลี้ยงพูดอย่างรู้งานก่อนจะอุ้ม อายาเมะ สึบาสะและมิซุกิออกไป

ปึก

ประตูถูกเลื่อนปิดอย่างมิดชิด

“ทีนี้ก็ไม่มีใครและปะ”ว่าแล้วคาเงยามะก็อุ้มฮินาตะขึ้นมาด้วยท่าอุ้มเจ้าหญิงแล้วเดินเข้าห้องไปโดยไม่ได้สนใจเสียงร้องท่วงของภรรยาแต่อย่างใด

เชื่อว่าอีกไม่นานเกินรอตระกูลโอกามิและโทริจะได้รับข่าวดีในเร็ววัน

 

_________________________

 

 

THE END

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 71 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

224 ความคิดเห็น

  1. #201 Jitlada_Jakthong (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 20:12

    เอาเป็นทีมฟุตบอลไหมละโทบิคุง555

    #201
    0
  2. #200 แฟรี่ 77 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2563 / 23:52
    ฟินนน จนละลายไปเลยค่ะ เป็นเรื่องที่ฮิลใจได้ดีมากก
    #200
    0
  3. #199 Fuyuki Hikaru 2020 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2563 / 21:36

    งานดีมากเลยอ่ะ
    #199
    0
  4. #198 Fic_XiabiWujiu_ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2563 / 20:41
    อ่าา พล็อตเรื่องดีมากคร้าบบ ทั้ง2ละมุนมากกก งื้อออ
    #198
    0