fic Haikyuu!! One Short All Hinata [Yaoi]

ตอนที่ 22 : STORY 21 : จำแรง [KuroHina]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,062
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 79 ครั้ง
    19 ก.ค. 63

#KuroHina

 

 

STORY 21

 

_____________________

 

ภายในมหาลัยชานเมืองแห่งหนึ่ง มีเสียงดนตรีลอยมากจากที่ไหนสักแห่งของมหาลัย ชายร่างเล็กเงี้ยหูฟังด้วยความสงสัยจึงหันไปถามเพื่อน

"ยามากุจิ ช่วงนี้มหาลัยเรามีงานอะไรเหรอ"คนตัวเล็กเอ่ยถามเพื่อน

"งานโอเพ้นเฮาส์ไง จำไม่ได้เหรอฮินาตะ เราเพิ่งไปทำคัตเอาน์กันมาเองนะเมื่อกี้นี้เลยด้วย"ยามากุจินิ่วหน้ามองเพื่อนด้วยความงง

"เออ จริงด้วย"ฮินาตะยกมือขึ้นมาเกาหัว "ช่วงนี้เป็นอะไรวะ ขี้ลืมชิบหายเลย"

"เอาน่า แต่อย่าลืมบ่อยแล้วกัน"ยามากุจิลูบไหล่เพื่อนเบาๆ

"ไปไหนต่อดี"ฮินาตะหันมาถาม

"ฉันหิววะ ไปหาอะไรกัน"ยามากุจิชวนฮินาตะ

"อื้อ เป็นความคิดที่ดี ฉันอยากกินราเมง คาราอาเกะ โอโคโนมิยากิ ทาโกยากิ โอเด้ง..."ผมร่ายชื่ออาหารให้ยามากุจิฟังทีละอย่าง

"พอเลยๆ เยอะไปแล้ว รีบเดินได้แล้ว"ยามากุจิรีบลากผมไปหาร้านข้าวกินทันที

ในระหว่างที่นั่งกินข้าวกันอยู่ในร้าน 2 คน ก็มีชายกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาทักทายยามากุจิ เป็นกลุ่มคนที่ฮินาตะไม่รู้จักเนื่องจากเขาทั้ง 2 คนเพิ่งจะมารู้จักกันตอนเข้าปี 1

"นี้เพื่อนเหรอ"ชายร่างสูงชี้มาที่ฮินาตะ คนตัวเล็กเอี้ยวตัวมองพร้อมกับผงกหัวให้เล็กน้อยก่อนจะหันมากินราเมงต่ออย่างไม่สนใจใครใดๆ เลย

"ใช่ครับพี่ ถามทำไมคุโระซัง"ยามากุจิตอบเสร็จก็ถามย้อนกลับทันที

"เปล่า ก็เห็นนั่งกินข้าวด้วยกันเลยสงสัย"คุโระทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ใส่รุ่นน้อง

"แล้ววันนี้ไม่ซ้อมดนตรีกันเหรอครับ"ยามากุจิถามต่อ

"กำลังจะไปนี้แหละ ไปก่อนนะ"ชายร่างสูงอีกคนพูดก่อนจะลากรุ่นพี่ไปซ้อมดนตรี

"ใครเหรอยามากุจิ"ฮินาตะเงยหน้ามองเพื่อน

"เพื่อนแล้วก็รุ่นพี่โรงเรียนเก่า แต่เขาอยู่คนละคณะ"ยามากุจิว่า ฮินาตะพยักหน้าหงึกๆ

"กินๆ ราเมงเย็นหมดแล้ว"ฮินาตะชี้มาที่ชามราเมงของเพื่อนหลังจากที่กินราเมงคุยกันเรื่องทำรายงานเสร็จก็แยกย้ายกันกลับ ฮินาตะเดินมาทรางหลังมหาลัยเพื่อจะไปขึ้นรถเมล์กลับหอ

ในระหว่างที่นั่งรอรถเมล์ผมก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดนั้นเปิดนี้ดูผมก็ไม่ได้สนใจสิ่งรอบตัวระหว่างที่สนใจโทรศัพท์อยู่นั้นก็มีอะไรบางอย่างลอยมาตกใส่หัวผม

โป๊ก

"โอ้ย!!"คนตัวเล็กร้องเสียงหลงยกมือขึ้นลูบก่อนจะเงยหน้ามองของที่ตกอยู่ข้างๆ ตัวมันคือโทรศัพท์ฮินาตะมองโทรศัพท์ที่วางแน่นิ่งอยู่ข้างตัวด้วยความสงสัย "มายังไงวะเนี้ย"

"ไอห่าแล้วกูจะหาเจอมั้ยเนี้ยว่าอยู่ตรงไหน"เสียงโกนด่าของใครบางคนดังลอยมาแต่ไกล

"ก็ไม่คิดว่ามันจะลอยมาไกลขนาดนี้นี่หว่า"เสียงอีกคนพูดเสียงเจื่อน

"หาช่วยกูเลย"ทั้ง 2 คนวิ่งมาถึงป้ายรถเมล์ ฮินาตะเงยหน้าขึ้นมองในมือถือโทรศัพท์ของใครก็ไม่รู้อยู่มืออีกข้างยกขึ้นลูกหัวน้ำตาคลอๆ สายตาของฮินาตะมองไปยังชายทั้ง 2 คน

"นี้โทรศัพท์คุณรึเปล่าฮะ"ฮินาตะถามพรางชูโทรศัพท์ให้เขาดู

"เอ๊ะ!! ใช่!"ชายหนุ่มรีบวิ่งปรี่มาหาฮินาตะ "ขอบใจมากที่เก็บให้"ชายร่างสูงรับโทรศัพท์คืนไปจับโทรศัพท์พลิกไปพลิกมา

"ทำไมโทรศัพท์มึงไม่เป็นอะไรเลยวะ"ชายอีกคนถาม

"มันจะเป็นอะไรได้ไงครับที่เป็นน่ะหัวผมนี้"ฮินาตะชี้ที่หัวของตัวเองมันมีลอยปูดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

"คุโระมึงรับผิดชอบเลยเพราะมึงคนเดียวเลยน้องหัวปูดเป็นลูกมะนาวเลยเนี้ย"เจ้าของโทรศัพท์ชี้มาที่หัวฮินาตะ

"พี่ขอโทษจริงๆ น้องพี่ไม่ได้ตั้งใจ"ชายร่างสูงก้มหัวขอโทษฮินาตะ

"ช่างมันเถอะครับเดี๋ยวก็คงหาย ผมขอตัวก่อนนะครับรถมาแล้ว"พูดจบรถเมล์ก็วิ่งมาเทียบท่าแล้วชายร่างเล็กก็เดินขึ้นรถไป

"ใครวะคุโระ"

"เพื่อนรุ่นน้องน่ะ จะกลับเลยมั้ย"คุโระหันไปถามเพื่อน คุยกันเสร็จทั้งคู่ก็แยกย้ายกัน

 

แอ๊ด

คนตัวเล็กเปิดประตูเข้ามาในบ้านที่เงียบสงัด "กลับมาแล้วครับ"พูเดจบฮินาตะก็ปิดประตูถอดรองเท้าแล้วเดินเข้าบ้าน บ้านไม่ได้กว้างมากไม่มีใครอยู่เลยทุกอย่างจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ คนตัวเล็กเดินมาที่ตู้หนังสือเล็กๆ "ผมกลับมาแล้วครับ"ฮินาตะพูดกับรูปขนาด 6x4 มันคือภาพชายหญิงคู่หนึ่งยืนอุ้มทารกอยู่โดยมีบ้านหลังนี้เป็นแบคกราว คนในรูปก็คือพ่อและแม่ของฮินาตะที่ประสบอุบัติเหตุเสียไปเมื่อ 10 ปีก่อน

"คุโระ คุโระ คุโระไปไหนนะ"ฮินาตะเรียกพร้อมหันมองซ้ายมองขวาแล้วลุกเดินไปเดินมาในบ้าน ชะโงกออกไปตรงหน้าต่างออกไปดูนอกบ้านก็หาไม่เจอ

เมี๊ยว

เสียงแมวร้องอยู่ในบ้าน ฮินาตะดึงตัวเข้ามาในบ้านก่อนจะหันไปมองต้นเสียง มันคือแมวตัวสีดำล้วนที่ฮินาตะเก็บมาเลี้ยงชื่อว่า คุโระ

"ไปไหนมาคุโระ"ฮินาตะนั่งลงกับพื้นพรม

เมี๊ยว

เจ้าแมวดำกระโดดขึ้นมายืนบนตักของชายร่างเล็กแล้วนอนลงเอาหัวถูกกับตัวของเขา เด็กหนุ่มยิ้มอย่างอ่อนโยนพรางเอามือลูบตัวของแมวดำตัวนั้นจะเดินไปนอนบนฟูกนิ้มๆ ของตัวเลย ส่วนฮินาตะก็เดินไปเดินมาอยู่ในห้อง

ตกกลางคืนฮินาตะก็กินข้าวอาบน้ำแล้วก็มานอนบนเตียงตามปกติวันนี้คนตัวเล็กเข้านอนเร็วกว่าปกติก่อนจะนอนก็ไม่ลืมที่จะเช็กหน้าต่างประตูบ้านให้เรียบร้อยแล้วก็ปิดไฟนอน

หลังจากที่ฮินาตะหลับไปแล้วภายในห้องปกคุมด้วยความมืดมีเพียงแค่แสงของดวงจันทร์ที่สาดเข้ามาทางหน้าต่างเจ้าแมวดำของฮินาตะก็ค่อยๆ เดินเข้ามาในห้องมันแหงนหน้ามองผู้เป็นเจ้านายแล้วหันออกไปมองด้านนอก ก่อนที่ร่างแมวน้อยจะเปลี่ยนเป็นร่างคนใบหน้าที่ดวงตาสีดำของชายร่างสูงจ้องมองไปที่ร่างเล็กที่นอนอยู่บนเตียง ร่างสูงมองแล้วก็ยิ้มละมุนก่อนจะลงไปนั่งข้างเตียง

"ฉันกลัวว่าสักวันนึงถ้านายรู้ว่าฉันเป็นใครแล้วจะไม่ยอมให้ฉันเข้าใกล้"คุโระพึมพำก่อนเอื้อมมือเกลียผมให้คนตัวเล็ก

"คุโระ"ฮินาตะละเมอพูด

"..."ร่างสูงแอบสะดุ้งตกใจเล็กน้อยแต่พอรู้ว่าฮินาตะละเมอก็อมยิ้มบางๆ ก่อนจะแปลงกายเป็นแมว

เมี๊ยว

"อื้อ!!"พอได้ยินเสียงร้องของคุโระฮินาตะก็เอามือออกมาจากผ้าห่มกอดคุโระในร่างของแมวดำตัวนั้นไว้โดยหารู้มั้ยว่าแมวที่กำลังกอดอยู่นั้นไม่ใช่แมวธรรมดา

 

หลายวันต่อมา

Rrrrrr

เสียงโทรศัพท์ของฮินาตะดังขึ้นในขณะที่กำลังเปลี่ยนชุดอยู่ในห้องเพื่อนจะกลับบ้านหลังจากทำงานพิเศษเสร็จแล้ว

“ว่าไงยามากุจิ”ฮินาตะรับสาวยเพื่่อนก่อนจะเอ่ยถามปลายสาย

‘เลิกงานรึยัง ฉันโทรมาชวนไปงานที่ศาลเจ้าด้วยกันวันนี้จัดเป็นวันสุดท้ายแล้วด้วย’ยามากุจิถามฮินาตะ

“ก็ดีนะ ตอนนี้อยู่ตรงไหนเดี๋ยวฉันออกไปหา ฉันเลิกงานพอดี”ฮินาตะถามขึ้นก่อนจะหยิบกระเป๋าออกมาจากล๊อคเกอร์ยามากุจิบอกสถานที่เสร็จแล้วเดินออกมาทางหลังร้านตรงไปยังสถานที่นัดกันไว้พอไปถึงก็เห็นชายร่างสูงอีก 3 คนยืนอยู่กับเพื่อนของเขา

“ฮินาตะ”ยามากุจิหันมาโบกไม้โบกมือให้คนตัวเล็ก ฮินาตะค่อยๆเดินเข้าไปหาเพื่อน

“โทษที เพิ่งเลิกงานรอนานรึเปล่า”ฮินาตะเอ่ยถามเพื่อน

“ไม่หรอกพวกฉันก็เพิ่งมาเหมือนกัน ไปกันเลยมั้ยฉันเริ่มหิวแล้ว”ยามากุจิหันไปพูดกับสึกิชิมะแล้วทั้ง 2 คนก็เดินนำฮินาตะละทุกคนไปฮินาตะเดินรั้งท้ายทุกคน

“วันนี้เป็นอะไรไป ไม่ค่อยร่าเริงเลย”เสียงทุ้มเอ่ยถาม ฮินาตะเงยหน้ามองเจ้าของเสียงเขาก็คือคุโรโอะหรือคุโระที่ทุคนเรียกกัน

“ไม่รู้สิครับ ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกัน”ฮินาตะตอบเสียงเรียบ

“กลับมั้ยเดี๋ยวฉันบอกเจ้าสึกิชิมะกับเจ้ายามากุจิให้”คุโระถามต่อ

“จะดีเหรอครับทุกคนชวนกันมางานทั้งทีเดี๋ยวจะหมดสนุกเอาต้องมาคอยห่วงผม”

“ไม่เป็นหรอกน่า”คุโระพูด

“…”ฮินาตะคิดสักพักก่อนจะเดินไปหายามากุจิ “ฉันขอกลับก่อนนะ รู้สึกไม่ค่อยดีเลย”ฮินาตะพูด

“อ้าว !! เป็นอะไร ไปหาหมอมั้ย”ยามากุจิถามด้วยความเป็นห่วง

“ไม่ต้องถึงขั้นไปหาหมอหรอก ฉันไมา่ได้เป็นอะไรมาก”

“เหรอ กลับดีๆ ละ”ยามากุจิยืนมองฮินาตะจนเดินลับตาไป

“ฉันขอตามไปดูหน่อยละกันรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีเลย”คุโระหันมาพูดกับสึกิชิมะและยามากุจิแล้วก็เดินตามฮินาตะไปเลย

“ทำไมคุโระซังไม่บอกๆ ฮินาตะไปเลยจะได้มาคอยแอบตามแอบห่วงแบบนี้”ยามากุจิหันมาถามสึกิชิมะในขณะเดียวกันนั้นหางสึกิชิมะก็โผล่ออกมา

“นั้นสินะ ถ้าบอกไปก็จบแล้วเหมือนทีฉันบอกนายใช่มั้ย”สึกิชิมะตะวัดหางโอบรอบเอวเล็กๆของยามากุจิ

“เดี๋ยวเถอะ เอาหางออกมาทำไมเดี๋ยวคนอื่นเขาก็เห็นหรอก”ยามากุจิยกมือขึ้นตีแขนสึกิชิมะเบาๆ เพื่อนที่เดินมาด้วยก็ก็หัวเราะคิกคัก

 

“หายไปไหนแล้วนะ”คุโระพูดกับตัวเองพลางมองหาฮินาตะที่เดินมาก่อนหน้าเขา

“จะไปไหนงั้นเหรอหนุ่มน้อย”เสียงของใครสักคนดังขึ้นมาในความเงียบที่อยู่ในซอยทางเดิน

“ปล่อยผมนะ”เสียงเล็กพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเล็กน้อย

“เรื่องอะไรฉันต้องปล่อย ไปกลับพวกฉันเถอะน่าฉันจะพาขึ้นสวรรค์เอง”น้ำเสียงเจ้าเหล่เอ่ยอย่างไร้ยางอาย

“ไม่ ปล่อยผม”ฮินาตะพูดเสียงแข็ง คุโระเริ่มรู้สึกว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับฮินาตะกันแน่ “บอกให้ปล่อยไงละ ปล่อย”"คุโระชะโงกหน้ามองเห็นฮินาตะกำลังโดนชายร่างสูง 2 คนลากไปที่ไหนสักทีคนตัวเล็กพยายามขัดขืนเต็มที่แล้วแต่ก็ดูเหมือนจะไม่เป็นผล พอคุโระเห็นก็รู้สึกเลือดในตัวมันเดือดพล่าน โกรธจนเลือดขึ้นหน้าหูและห่างที่ซ่อนไว้ก็โผล่ออกมาเขี้ยวยาวดูเป็นสัตว์ร้าย

“ปล่อยมือซะ”เสียงอันยะเยือกเอ่ยออกมาช้าๆ ออกมาจากปากของคุโระ

“มึงเป็นใครวะ ถึงมาสั่งกู”ชายร่างสูงใหญ่พูดพรางหันมามองคุโระถึงกับหน้าถอดสีมือสั่นขาสั้นวิ่งหนีไปแทบจะทันที

“ชิ นึกว่าจะแน่”คุโระสถบออกมาอย่างหัวเสียในขณธที่คุโระมองตามพวกที่วิ่งหนีไป ฮินาตะเงยหน้ามองคุโระตาค้าง

“คุโระ ซัง”ฮินาตะเอ่ยชื่อชายตรงหน้าช้าๆ

“เป็นอะไรรึเปล่า”คุโระหันมามองคนตัวเล็กที่ยืนนิ่งมองเขา “ทำไมมองฉันอย่างนั้นละ”คุโระถาม

“เออ คือ หูกับหางคุณมัน…”ฮินาตะชี้ขึ้นไปที่หูแล้วชี้ลงมาที่หางของคุโระ

“อ๊ะ บ้าเอ้ย"คุโระยืมมือขึ้นมาขยี้หัวตัวเอง “ช่วยไม่ได้”คุโระพูดกับตัวเอง “อยู่ตรงนี้ไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไร ช่วยมากับฉันก่อน”คุโระพูดจบก็อุ้มฮินาตะขึ้นมาฮินาตะได้แต่ตกใจไม่ทันได้พูดขัดคุโระก็กระโดดข้ามหลังคาบ้านจากอีกหลังไปอีกหลังหนึ่งจนถึงบ้านหลังหนึ่ง

“บ้านของใครเหรอครับ”ฮินาตะถาม

“ของฉันเอง”คุโระตอบ ฮินาตะหันมองคุโระหน้าฉงนในจังหวะที่หันมองคุโระก็เหลือบไปเห็นภาพถ่ายภาพหนึ่งที่ติดไว้ทางเข้าบ้านมันคือภาพแมวดำตัวหนึ่ง ฮินาตะจ้องไปที่ภาพนั้น

“คุโระซัง”ฮินาตะหันไปเรียกเจ้าของบ้านแล้วชี้ไปที่ภาพ “แมวของคุณเหรอครับ”ฮินาตะถาม

“เปล่า นั้นฉันเอง”

“อ๋อ ห๊ะ!”ฮินาตะอุทานออกมาด้วยความตกใจ “งั้นคุณก็คือ…”ฮินาตะชี้ไปที่คุโระ

“ใช้ คุโระของนายก็คือฉันเอง”พอได้ยินคำตอบฮินาตะก็อึ้งหนักเข้าไปใหญ่ ไม่ใช่แค่คุโระเป็นอมนุษย์แต่คุโระเป็นแมวดำที่ชื่อคุโระที่ฮินาตะเลี้ยงด้วย “วันนี้นอนบ้านฉันก่อนละกันกลับตอนนี้ก็อันตรายยิ่งเป็นช่วงนี้ด้วยพวกนักเลงอันทพาลมันเยอะ”คุโระพูดฮินาตะก็เดินไปนั่งอยู่ในห้องรับแขก

“คุโระซังผมขอเปิดทีวีดูนะครับ”แล้วฮินาตะก็นั่งดูทีวีก่อนที่คุโระจะเดินถือเสื้อผ้าออกมาให้คนตัวเล็กชุดหนึ่ง

“ไปอาบน้ำก่อนเดี๋ยวฉันเตรียมข้าวเย็นให้เมื่อกี้ไปที่งานก็ไม่ได้กินอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย”คุโระพูด

“คุโระซังทำอาหารเป็นด้วยเหรอครับ”

“ถามมากน่า ไปอาบน้ำได้แล้ว”ฮินาตะเห็นคุโระเขินก็ยิ้มๆ ก่อนจะเดินไปอาบน้ำไม่นานก็ออกมา

“อาบเสร็จแล้วครับ”ฮินาตะก็เดินมานั่งรอกินข้าวด้วยท่าทางที่ง่วงเล็กน้อย

“กินข้าวก่อนค่อยนอน”คุโระวางจานข้าวก่อนเดินมานั่งข้างๆ ฮินาตะ

“ขอบคุณครับ”ฮินาตะพูดก่อนจะกินข้าว

“นี้ฮินาตะนายไม่ตกใจเหรอที่รู้ว่าฉันเป็นอมนุษย์”คุโระถาม

“ก็ตกใจนะ แต่ก็ไม่ได้คิดว่ามันแปลกเพราะเจ้าสึกิชิมะก็เป็น คุณเป็นอีกคนมันก็คงไม่มีอะไรให้แปลกใจนักหรอกครับ”ฮินาตะพูด

“งั้นเหรอ”

“ที่ตกใจกว่าคุโระเป็นอมนุษย์ก็คือคุณคือคุโระของผมนั้นแหละ”

“เอ๊ะ!! ไม่ดีเหรอเห็นนายชอบบ่นว่าฉันเป็นมนุษย์ก็คงจะดีอยู่เลยแถมยังชอบ…”คุโระยังไม่ทันที่จะได้พูดฮินาตะก็ยกมือขึ้นปิดปากชายร่างสูงไว้แบบตามขุ่นเคืองเล็กน้อยปนเขินอาย

“เรื่องนั้นไม่ต้องพูดก็ได้มั่งครับ”ฮินาตะพูดแล้วก็ลุกขึ้นยกจานไปเก็บในครัวคุโระก็ตามมาด้วย

“ไม่เห็นต้องอายเลย”คุโระพูดก่อนจะวางจานลงไปในซิงค์ล้างจานแล้วอุ้มฮินาตะออกมานั่งที่โซฟาโดยให้ร่างเล็กนั่งหันหน้าไปทางทีวีอยู่บนตักของเขาเอาหัวซุกหลังคอคนตัวเล็กไปด้วย

“คุโระซังมันจั๊กจี้”ฮินาตะหดคอบิดไปบิดมาหัวเราะคิกคัก

“ฉันมันเขี้ยวนายมานานแล้วฮินาตะอยากจะจับฟัดแบบนี้มานานมากเลยรู้มั้ย”เสียงพูดออกมาจากปากของคุโระก่อนจะงับแขนฮินาตะเบาๆ

“เดี๋ยวสิคุโระซัง อย่าเอานิสัยแมวมาใช้ในร่างมนุษย์สิ”ฮินาตะเอี้ยวตัวมอง

“…”คุโระไม่ได้ฟังฮินาตะเลย เขาจรดจมูกลงตามเนื้อตามตัวคนตัวเล็ก “ฉันชอบกลิ่นนายจังเลยฮินาตะ”

“คุโระซัง คุณกำลังมีอารมณ์งั้นเหรอ”ฮินาตะถามน้ำเสียงแอบตกใจเล็กน้อยเพราะรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างกำลังดุนหลังบั้นท้ายของตัวเอง

“ฉันขอเข้าข้างในตัวนายนะ"คุโระพูดด้วยน้ำเสียงอ้อน ฮินาตะแหงะมองคุโระที่กำลังเอาคางเกยไหล่นัยน์ตามีความกระหาย คนตัวเล็กหันหน้ากลับคุ่นคิดอยู่สักพัก เหลือบมองคุโระเขาก็ยังคงมองฮินาตะเหมือนเดินในขณะที่ฮินาตะนั่งคิอยู่คุโระก็เริ่มจะก่อกวนสอดมือเข้าไปในเสื้อลูบแขน ลูบขา งับคอจนเป็นรอยฟันเบาๆ จนฮินาตะนั่งอยู่ไม่สุข

“หยุดเถอะ ค คุ โระ ซ ซัง อืออ”

“จนกว่านายจะยอม ฉันจะไม่หยุด”คุโระพูดเสียงเจ้าเหล่

“คุโระซัง อ๊ะ ขี้โกง”ฮินาตะพูดเสียงกระเส่า

“ได้รึเปล่า”คุโระกระซิบด้วยท่าทียั่วเย้าเพื่อหลอกล้อให้ฮินาตะคล้อยตาม ฮินาตะเริ่มเกิดความลังเลในใจ คุโระเห็นฮินาตะลำบากใจก็ยิ้มอยู่เล็กน้อย “ไม่ตอบฉันจะคิดว่านายตกลงแล้วนะ”เสียงกระซิบของคุโระยังคงกดดันฮินาตะไม่เลิก

“คุโระซังเลิกแกล้งผมสักทีเถอะ”ฮินาตะพูดเสียงแผ่ว

“อะๆ ก็ได้งั้นฉันขอแบบจริงจังเลยนะ เป็นแฟนฉันนะ”จู่ๆ คุโระก็เปลี่ยนท่าทีทันที

“เป็นแฟน”ฮินาตะพูดเสียงหลง

“ใช่ เป็นแฟน นะ”คุโระทำหน้าอ้อนใส่ฮินาตะ

“แต่ว่าผม…”

“ไม่ว่านายจะเป็นผู้ชายหรือผ้าหญิงก็ไม่มีอมนุษย์ตนไหนมันสนหรอกนะรู้มั้ย”คุโระยกยิ้มกว้าง “ฉันอยู่กับนายมาตั้งหลายปีทำไมจะไม่รู้ว่านายคิดอะไร”ร่างสูงพูด

“ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคุณคือคุโระของผม”ฮินาตะพูดพรางเอี้ยวมองข้างหลัง

“ใช่ฉันคือคุโระของนาย ไม่ว่าจะร่างแมวหรือร่างนี้ฉันก็เป็นของนาย”คุโระเอาหน้าคลอเคลียท้ายทอยฮินาตะ

“ไม่เอาผมยังไม่พร้อม”ฮินาตะพูด

“ทำไมละ”คุโระทำหน้ามุ้ย

“เป็นแฟนกันมันก็ได้อยู่หรอกแต่ว่าเรื่องอย่างว่า..เอาไว้ก่อนดีกว่าผมยังไม่พร้อมจริงๆ แล้วผมก็ง่วงมากเลย”ฮินาตะพูดก่อนจะค่อนๆ เอนไปเอนมาจนเอนมาซบอกกว้างของคุโระ

“เอาจริงดิ อยู่ดีๆก็หลับอย่างงี้เลยเหรอ”คุโระทำท่าตกใจแต่พอมองดูใบหน้าตอนที่คนตัวเล็กหลับก็ไม่กล้ากวนเพราะกลัวว่าจะตื่น “ก็ได้คราวหน้าก็คราวหน้า ถ้าคราวหน้าไม่พร้อมอีกนะจะจับปล่ำเลยคอยดู”คุโระพูดใส่ฮินาตะที่นอนหลับอยู่ในอ้อมกอดของคุโระ ซุกตัวดิ้นดุ๊กดิ๊กๆ ไปมาเพื่อหาไออุ่น พอคุโระบ่นเสร็จก็ก้มมองหน้าคนตัวเล็กที่หลับตาพริ้ม 

“อย่างน้อยก็ได้เป็นแฟนกันแล้วละวะ”คำพูดเหมือนกำลังปลอบใจตัวเองแต่มันก็ทำให้ใจคุโระฟูขึ้นมาได้เหมือนกันร่างสูงค่อยๆ ก้มลงจุ๊บที่หน้าฝากของคนตัวเล็กอย่างถนุถนอม เขามองหน้าคนที่เขารักพร้อมกับยิ้มอย่างเอ็นดู 

“มองเท่าไรก็ไม่เคยเบื่อ”คุโระยิ้มอย่างมีความสุข

 

_____________________

 

ต้องขอโทษด้วยนะคะที่ช้า ถ้าคำผิดเยอะก็ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 79 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

224 ความคิดเห็น

  1. #185 Jitlada_Jakthong (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 17:08

    ทำไหมฉันเขิน5555

    #185
    0
  2. #184 sans29 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 12:29

    ฟิน~มากกค่ะ
    #184
    0
  3. #183 AriyaJittungtong (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 01:30
    คุโระะะะะะะะะะะะ นายยยยยยมันร้ายยยยย ง้าาาา อยากเลี้ยงเเมวเเบบนี้สักตัว(คน)มั้งจังเลยน้าาาา5555
    #183
    0