( END ) 7SINS/iKON ✡ GLUTTONY ▫ #chanyun

ตอนที่ 8 : chapter six

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,914
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    14 ก.ค. 58



7SINS-iKON

GLUTTONY

Chapter 06

 

 

          “อะไรนะครับ?!!

            ยุนฮยองตะโกนเสียงดังอย่างลืมตัว โชคดีที่ตอนนี้ร้านปิดแล้ว ถ้าไม่อย่างนั้นลูกค้าที่มาซื้อของจะต้องพากันตกอกตกใจกันแน่ๆ

แต่หลังจากที่เขาได้ยินเรื่องทั้งหมดจากป้า มันก็อดที่จะขึ้นเสียงใส่ไม่ได้จริงๆ

ทั้งๆ ที่เขาอุตส่าห์คิดว่าวันนี้เป็นวันดีแล้วนะ ขอสักวันได้ไหมที่ไม่ต้องมีเรื่องปวดหัวมารบกวนใจ ยุนฮยองมีความสุขมากกับสิ่งที่ได้รับ พูดได้เลยว่าตั้งแต่พ่อกับแม่เสียไป ให้เอารอยยิ้มทั้งหมดมารวมกันยังไม่เยอะมากเท่าวันนี้เลยด้วยซ้ำ

            และด้วยความที่การสอบสัมภาษณ์ของโรงเรียนซงผ่านไปด้วยดี ครูทุกคนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นถึงแม้จะรู้ว่าพื้นฐานอาชีพทางบ้านของยุนฮยองไม่ใช่คนรวยอะไร มันทำให้เขารู้สึกประทับใจจนเก็บความตื่นเต้นเอาไว้ไม่ไหว กะว่าถ้ากลับถึงบ้านจะรีบมาบอกข่าวดีให้ป้าฟัง การที่จะได้เข้าไปเรียนในซงนั้นถือว่ามันเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของเขาไปเลยก็ได้

            ใครจะไปรู้ว่าพอกลับมาถึงบ้าน ป้าจะมาบอกว่าประกาศขายร้านนี้ไปแล้ว

            เมื่อกี้นี้เองด้วย

            “ป้าทำอะไรผิด ทำไมมองป้าด้วยสายตาแบบนั้น?”

            ยุนฮยองอ้าปากเหวอและถึงกับร้องเหอะ

เขาพูดอะไรไม่ออก ความรู้สึกทุกอย่างเหมือนพังทลายลงมา มีหลายสิ่งหลายอย่างที่อยากจะเอ่ยออกไปแต่มันก็จุกอยู่ตรงคอ และแปรเปลี่ยนมาเป็นน้ำใสๆ ที่ไหลออกมาซึมตรงตาทั้งสองข้างแทน

            ทำไมเป็นแบบนี้?

            ทำไมป้าต้องรังเกียจซงมากขนาดนี้ ไม่อยากให้หลานอย่างเขามีอนาคตที่ดีบ้างเหรอไง?

            “แล้วเรื่องโรงเรียน แล้วป้าจะทำยังไงกับเรื่องของผม?”

            ยุนฮยองถามออกไปด้วยความไม่เข้าใจ ถ้าป้าขายร้านแบบนี้แปลว่าเขาต้องย้ายไปอยู่ที่อื่นด้วยอย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะลำพังตัวคนเดียวคงไม่มีเงินไปอยู่หอพักหรอก ยุนฮยองไม่เคยมีเงินเก็บ และป้าเองก็คงไม่ให้เงินเช่นกัน

เขาเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อเห็นว่าป้าเองก็ถอนหายใจออกมาเหมือนกัน สายตาที่มองมานั้นชัดเจนอยู่แล้วว่า ก็ไม่ต้องไปเรียนสิ

            “ยังจะหวังเข้าที่นั่นอยู่อีกเหรอ? บอกแล้วว่าคนอย่างเราไม่เหมาะสม”

            “แต่ป้า.. ป้ารู้มั้ยว่าวันนี้ผมไปที่นั่น มันน่าอยู่มาก”

            “ใครๆ ก็ชอบของสวยๆ งามๆ ทั้งนั้น แต่อย่าลืมว่าของสวยๆ งามๆ ก็ต้องคู่ควรกับคนที่เหมาะสมกับมัน ไม่มีใครเอามงกุฎเพชรมาใส่ให้ขอทานหรอก นึกภาพออกรึเปล่า?”

            เพียงแค่นั้นก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายอะไรอีกต่อไป ขอบตาทั้งสองข้างร้อนผะผ่าว ยุนฮยองรีบยกมือขึ้นมาขยี้ตาเพราะเขาไม่ต้องการเผยความอ่อนแอออกมาให้ป้าเห็น ตากลมใสจ้องมองอย่างไม่เข้าใจก่อนที่จะเบือนหนี

ตอนนี้อธิบายไม่ได้ด้วยซ้ำว่ารู้สึกยังไงกันแน่ มีคำไหนที่เลวร้ายมากกว่าคำว่า แย่ อีกไหม? เขาต้องการใช้มันในตอนนี้เลย

            “ยุนฮยอง จะไปไหน!

และเพราะไม่รู้ว่าจะพูดอะไรอีก เขาจึงตัดสินใจวิ่งหนีออกมา

เพียงแค่เท้าก้าวพ้นระยะของร้าน ความอุ่นชื้นของน้ำตาก็ไหลลงมาอาบแก้มในทันที ยุนฮยองยกมือขึ้นมาปิดหน้า เขาพยายามสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้ว แต่ก็ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้เลย

            ทำไม?

            ทำไมป้าต้องรังเกียจแล้วก็เหยียดตัวเองขนาดนี้?

            แล้วทำไมป้าต้องกีดกันเขากับชานอูขนาดนี้ด้วย

ในหัวมีแต่คำถาม ขนาดชานอูยังไม่เคยตีตัวออกห่างจากเขาเลย ไม่เข้าใจว่าป้าจะมาคิดแทนทำไม เขาไม่อยากอคติกับป้า เพราะชีวิตนี้ก็เหลือครอบครัวอยู่แค่คนเดียว แต่บางทีมันก็อดไม่ได้

            สาเหตุที่ทำให้อึดอัดก็เพราะว่าสับสนนี่แหละ ยุนฮยองพยายามบอกตัวเองให้เข้าใจ แต่ลึกๆ แล้วเขากลับไม่เข้าใจอะไรสักอย่าง การที่ต้องเก็บความรู้สึกเอาไว้แบบนี้มันทำร้ายเขาอยู่ลึกๆ ตอนนี้ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรเอายังไงต่อไปดี

            ควรเดินไปทางไหนดี?

 

          พี่อยู่ไหนครับ?

 

ก่อนที่แรงสั่นจากโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงจะเรียกสติให้กลับมา ยุนฮยองยกมือขึ้นปาดน้ำตาแล้วหยิบมันขึ้นมาดู เพราะความเครียดเลยไม่ได้สนด้วยซ้ำว่าคนรอบข้างจะมองมาด้วยสายตายังไง ไม่น่าเชื่อว่าเมื่อกี้ตัวเองจะยืนร้องไห้อยู่ริมฟุตบาทตั้งนานสองนาน

            แต่พอเห็นข้อความที่ส่งมาก็อดที่จะกลั้นยิ้มเอาไว้ไม่ไหว แน่นอนว่าคนที่รู้เบอร์นี้มีแค่ชานอูเพียงคนเดียว เพราะฉะนั้นคนที่ส่งข้อความมาหาก็ต้องเป็นชานอูนั่นแหละ

 

            สวนน่ะ พี่ออกมาสูดอากาศ ไม่ค่อยอยากอยู่บ้านเท่าไหร่

 

             ยุนฮยองตอบกลับไปตามความจริง ในขณะเดียวกันก็ทิ้งตัวลงไปนั่งที่ตรงม้าหินอ่อนด้วย

ที่นาฬิกาตอนนี้บอกเวลาสามทุ่มกว่าแล้ว ความจริงมันเป็นเวลาที่เขาควรจะอาบน้ำและเตรียมตัวเข้านอน พรุ่งนี้กะว่าจะช่วยป้าเปิดร้านแต่เช้าก่อนออกไปทำธุระแท้ๆ แต่ทุกอย่างมันก็พังหมดเมื่อเจอเรื่องแบบนี้

            ไม่อยากกลับบ้านเลย ไม่อยากกลับไปเจอความวุ่นวาย พูดกันตามตรงคือตอนนี้เขาไม่อยากเห็นหน้าป้าด้วยซ้ำ ถึงใครจะบอกว่าบาปที่คิดแบบนี้ก็เถอะ

            แต่ลองมาเป็นเขาสิ..

            จะทนได้ถึงตอนไหนกัน?

             

            หือ?

          ‘ทำไมออกไปที่สวนอีกล่ะครับ เมื่อกี้ผมส่งพี่กลับร้านแล้วนี่นา

 

            ชานอูถามด้วยความไม่เข้าใจ หลังจากนั้นยังส่งสติกเกอร์ทำหน้างงมาอีก เมื่อเห็นแบบนั้นยุนฮยองก็จินตนาการไปแล้วว่าถ้าชานอูทำหน้าแบบนี้มันจะตลกแค่ไหน เพียงแค่นี้ก็ทำให้เขาหัวเราะออกมาได้ง่ายๆ ราวกับคนบ้า เพราะว่าเมื่อกี้ยังเศร้าอยู่แท้ๆ

            มีอิทธิพลต่อจิตใจจริงๆ

            แล้วแบบนี้ยังต้องย้ายบ้านอีกเหรอ? แค่คิดว่าจะไม่ได้เจอชานอูก็รู้สึกใจหายแล้ว จะว่ายังไงดีล่ะ..

            หลายคนอาจจะคิดว่ามันเร็วเกินไป เขาเพิ่งรู้จักกับชานอูได้แค่สามวันเอง แต่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นนั้นมันท่วมท้นจริงๆ

            เหมือนว่ารู้จักกันมานานแล้ว ไม่รู้ว่าความรู้สึกแบบนี้มันเกิดขึ้นมาได้ยังไง แต่เขาเชื่อว่าความรู้สึกดีๆ ที่เกิดขึ้นนี่ต้องไม่ใช่ ความหลงอย่างแน่นอนเลย

 

            ‘ทะเลาะกับป้าเหรอ? พี่โอเครึเปล่า

          ‘ทำไมอ่านแล้วไม่ตอบล่ะครับ

 

            ชานอูส่งข้อความมาถามเป็นครั้งที่สอง ทำเอาคนที่กำลังใจลอยต้องรีบพิมพ์ตอบกลับไปอย่างว่องไวเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายคิดมาก

 

            ขอโทษที พอดีกำลังคิดอะไรเพลินๆ น่ะ

          ‘จะว่าทะเลาะกับป้าก็ใช่ พี่ไม่อยากคุยตอนนี้เพราะเดี๋ยวเรื่องมันจะไปกันใหญ่ ก็เลยออกมาสงบสติอารมณ์ก่อน

 

            ยุนฮยองถอนหายใจออกมาเบาๆ หลังจากที่ยอมสารภาพออกไป

เวลาก็ผ่านไปไวเสียจริง เผลอแป๊บเดียวก็เลยสามทุ่มครึ่ง แปลว่าอีกสักพักก็ต้องกลับไปบ้านแล้วล่ะสิ เขากะจะรอให้ป้าเข้านอนก่อนแล้วค่อยกลับไปนะ แต่ไม่รู้ว่าเรื่องใหญ่ขนาดนี้ป้าจะยอมข่มตาหลับรึเปล่า

            แล้วก็ไม่เข้าใจตัวเองด้วยว่าต้องหนีไปแบบนี้จนถึงเมื่อไร

 

            ทะเลาะแรงเหรอครับ?

          ‘เรื่องอะไรน่ะ บอกผมได้มั้ย?

 

            และพอชานอูถามออกมาแบบนั้นก็ทำให้ยุนฮยองต้องถอนหายใจออกมาอีกหน

เขาไม่รู้จะบอกออกไปว่าอะไร ถ้าบอกว่าต้องย้ายบ้านอาจจะทำให้เป็นเรื่องใหญ่ บางทีชานอูอาจจะรำคาญป้าเขาด้วยก็ได้ เพราะพูดกันตรงๆ เขายังเบื่อเลยที่มันเป็นแบบนี้

            ได้แต่ถามตัวเองว่าทำไมต้องเจอแต่เรื่องปวดหัว ทำไมคนที่โชคร้ายต้องเป็นเขา ทำไม.. ทำไม..?

            ต้องถามตัวเองว่า ทำไมไปจนถึงเมื่อไรกัน

 

          ‘ผมว่าผมไปหาพี่ดีกว่าอะ พี่ไม่โอเคแน่ๆ เลย

 

ยุนฮยองก้มลงไปมองข้อความที่ชานอูส่งมาซ้ำเมื่อเห็นว่าเขาไม่ตอบ เมื่อเป็นแบบนั้นก็รีบพิมพ์ปฏิเสธกลับไปเพราะพวกเขาทั้งคู่เพิ่งจะแยกกันมาเมื่อกี้นี้เอง หลังจากที่สอบสัมภาษณ์เสร็จชานอูก็พาเขาไปทานข้าวเย็นแล้วก็ยังพามาส่งที่ร้านอีกด้วย บ้านก็ไม่ใช่จะใกล้ๆ ถ้าไปๆ มาๆ ก็เสียเวลา แถมยังเปลืองน้ำมันอีกต่างหาก

 

            ไม่ต้องมาหรอก เดี๋ยวพี่ก็จะกลับแล้วนะ

 

แต่ถึงจะบอกออกไปแบบนั้นชานอูก็ยังไม่ยอมฟังอยู่ดี แถมยังบอกอีกว่าตั้งแต่ที่รู้ว่ายุนฮยองอยู่ที่สวนสาธารณะก็แอบขับรถออกมาก่อนแล้ว ที่ตอบเป็นระยะๆ ก็เพราะว่าติดไฟแดงอย่างโน้นอย่างนี้

            ยุนฮยองถอนหายใจออกมาเบาๆ กับความดื้อ แต่ถึงอย่างนั้นที่ริมฝีปากก็ยังคงยิ้ม เพราะความน่ารักของชานอูมีมากเกินไป

            ชานอูดีกับเขาจริงๆ ดีจนไม่อยากเชื่อว่าโลกจะเหวี่ยงคนแบบนี้ให้มารู้จักกับคนอย่างเขา

            ทำไมป้าถึงไม่เห็นความดีนี้บ้างเลยนะ..

            “เฮ้อ..”

            แล้วก็ต้องถามตัวเองว่า ทำไมอีกแล้ว เป็นแบบนี้เหมือนเคย เมื่อไรจะได้หยุดสักที

 

GLUTTONY

 

 

            “ป้าพี่นี่แปลกเนอะ”

            ยุนฮยองหัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อชานอูบอกออกมาด้วยน้ำเสียงขำๆ

หลังจากที่ทั้งคู่เจอกันแล้ว เพราะไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนดี สวนสาธารณะก็ยุงเยอะ ยุนฮยองนึกขึ้นได้ว่าวันนี้มีถนนคนเดินอยู่ไม่ไกล พอเล่าให้ฟังชานอูก็ตาลุกวาวและตื่นเต้นใหญ่ สุดท้ายก็เลยพากันมาเดินเล่น

            เขาสองคนพากันไปกินของอร่อยๆ ด้วยกันเยอะแยะ เริ่มตั้งแต่บิงซู จาจังมยอน บิบิมบัม ตบท้ายด้วยนมกล้วยกับโอเด้งอีกหลายไม้ ความจริงทุกอย่างชานอูก็เคยกินหมดแล้ว แต่นั่นเป็นระดับภัตตาคารหรูๆ เท่านั้น แต่ชานอูบอกอีกว่ารสชาติมันก็พอๆ กัน แค่เปลี่ยนวัตถุดิบไปก็แค่นั้น ส่วนราคานี่ต่างกันลิบลับ ก็เพิ่งรู้นี่แหละว่ามีแหล่งขายอาหารราคาถูกแบบนี้อยู่ด้วย

            ได้เปิดโลกทัศน์ไปอีกหนึ่งอย่าง

แล้วหลังจากนั้นเขาก็พาชานอูมาเดินเล่นอยู่ที่ข้างแม่น้ำฮัน ท้องฟ้ามืดมิดฉาดเงาจันทร์ลงมาสะท้อนให้เห็นดูสวยพิลึก เวลามาคนเดียวมันกลับทำให้รู้สึกเหงาและโดดเดี่ยว แต่พอมาอยู่กับชานอูแบบนี้เขากลับคิดว่าบรรยากาศรอบๆ ดีขึ้นมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ

            “ยังไง?”

            “ก็.. คนส่วนมากอยากเข้าไปเรียนที่ซงกันจะตาย แต่ป้าพี่กลับไม่อยากให้เข้าไป”

ยุนฮยองหัวเราะแล้วพยักหน้าลงด้วยความเข้าใจ มันก็เป็นความจริง เขายังคิดว่าป้าแปลกๆ เลยไม่รู้จะแย้งอะไรออกไป

            “ถึงขนาดที่มีคนฆ่าตัวตายเพราะสอบเข้าซงไม่ได้นะ แต่พี่ได้เข้าไปง่ายๆ ทำไมไม่ภูมิใจก็ไม่รู้”

            “ป้าบอกว่าที่นั้นไม่เหมาะกับพี่”

            “ทำไมครับ พี่ไม่ใช่คนเหรอ?”

            ชานอูเลิกคิ้วถามเสียงกวน ก่อนจะเอี้ยวตัวหลบเพราะยุนฮยองส่งมือมาดันเบาๆ ที่ตรงหัวไหล่พร้อมกับร้องย้า

            “ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย”

            “ก็นั่นไง ซงคือโรงเรียนสำหรับคน ถ้าใครเป็นคนก็เข้าไปเรียนได้ทั้งนั้นแหละครับ แต่ต้องมีคุณสมบัติพอด้วย”

            “นั่นแหละ ป้าพี่บอกว่าคุณสมบัติของพี่ไม่พอ ไม่เหมาะที่จะไปอยู่ตรงนั้น”

            “ไม่พอตรงไหนอะ? หนึ่งพี่เป็นคน สองพี่เป็นแฟนลูกเจ้าของโรงเรียน แค่นี้ก็มีเหตุผลเพียงพอที่จะได้เข้าไปแล้ว”

            “ย้า! ชานอู นายพูดอะไรออกมา”

มือบางตีเข้าที่ไหล่ของเด็กหนุ่มอีกรอบ แต่คราวนี้ชานอูไม่ได้หลบ เขาแค่ลูบแขนเบาๆ แล้วมองอีกฝ่ายยิ้มๆ จากนั้นก็ขยับไปยืนชิดอีกนิดหน่อย สรุปว่าหัวไหล่ของทั้งสองคนก็ติดกันอยู่

            “ก็พูดเผื่อไว้ ทดลองเฉยๆ”

            “ลองอะไรของนายเล่า”

            ยุนฮยองบ่นอุบอิบ แก้มร้อนฉ่าจนคิดว่าสามารถใช้แทนกะทะทอดอาหารได้ ยังดีที่ตอนนี้ท้องฟ้ามืดแล้ว ชานอูคงไม่ทันได้เห็นหรอกว่าหน้าของเขาแดงขนาดไหนกัน แค่นี้ก็น่าอายจะแย่

            “ในอนาคตก็ต้องได้เป็นอยู่ดี”

            “ไม่เป็นหรอก”

ชานอูหรี่ตาก่อนจะยื่นมือไปยีหัวของอีกฝ่าย เขาอดที่จะขำออกมาอีกรอบไม่ได้เพราะเห็นว่ายุนฮยองไม่กล้าแม้แต่จะหันมาสบตากับตัวเอง พอทำท่าเขินเป็นเด็กแบบนี้ก็รู้สึก อยากกินอีกแล้ว

            ยุนฮยองคงไม่รู้ตัวเลยว่าเวลาที่เขินเขามักจะส่งลิ้นออกมาเลียปากอยู่เสมอ ไม่เม้มก็เลีย มันทำให้ริมฝีปากอิ่มนั่นกลายเป็นสีแดงแจ๋ น่าเอาปากของตัวเองไปงับแล้วดูดเบาๆ เหลือเกิน

ชานอูหลับตาแล้วส่ายหน้าเพราะรู้ตัวว่าเผลอคิดอะไรไปไกลเกินแล้ว ตามจริงก็รู้แหละ.. ว่ามันควรจะค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปมากกว่า เพิ่งรู้จักกันไม่กี่วัน แต่เขากลับคิดเลยเถิดไปเหมือนว่าได้เป็นแฟนกันแล้วจริงๆ ทั้งๆ ที่ปกติไม่ใช่คนใจร้อนนะ

            นี่ใช่ไหมที่เขาเรียกว่าเจอคนที่มีอิทธิพลต่อหัวใจ

            “เป็นอะไรน่ะ?”

            “เปล่าครับ”

เด็กหนุ่มส่ายหน้ายิ้มๆ แล้วยีหัวของยุนฮยองอีกหน ทำเอาคนโตกว่าต้องรีบเอียงหลบแล้วทำเป็นจัดผมเผ้าให้เข้าที่เข้าทางเพื่อกลบเกลื่อนความเขิน

            เวลาที่โดนชานอูยีหัวน่ะ เขารู้สึกอบอุ่นจริงๆ นึกไปถึงตอนที่โดนพ่อหรือแม่ยีหัวเลย ไม่รู้ว่ามันเกินไปรึเปล่าที่เขาทึกทักไปเองว่าชานอูอาจจะมาเติมเต็มในส่วนของครอบครัวที่ขาดหายไปได้ ระยะเวลามันสั้นเพียงแค่นี้ก็ไม่อยากจะฝากความรู้สึกเอาไว้กับใคร ควรจะถอยมาสักหน่อยดีรึเปล่านะ?

            “แล้วพี่ล่ะ พี่คิดอะไรอยู่?”

ยุนฮยองคงไม่รู้ว่าตัวเองเงียบไปนานเท่าไร แต่สีหน้าที่เหมือนคิดอะไรอยู่ตลอดเวลาก็ทำให้ชานอูอดที่จะถามออกไปไม่ได้

พอได้ยินเสียงทุ้มนั้นเรียกสติยุนฮยองก็หัวเราะแห้งๆ แล้วส่งมือขึ้นมาเกาแก้ม

“ไม่รู้สิ”

“รู้น่าว่าคิด..บอกผมไม่ได้เหรอ?”

คนตัวสูงเปลี่ยนท่ายืนเป็นเอาหลังพิงกับขอบสะพานแล้วเงยขึ้นไปมองท้องฟ้า ชานอูพยายามทำท่าทางสบายๆ เพราะไม่อยากให้ยุนฮยองต้องอึดอัด เขากลัวว่าถ้าถามล้วงลับมากเกินไปจะกลายเป็นการสอดรู้สอดเห็นมากเกินจำเป็น

            “ผมอยากให้พี่พูดกับผมได้ทุกเรื่อง เพราะถ้ามีอะไรผมก็จะพูดกับพี่ทุกเรื่องเหมือนกัน”

ประโยคนั้นเรียกให้ยุนฮยองหันไปมองเสี้ยวหน้าคม แล้วก็เป็นอีกครั้งที่ภายในใจรู้สึกอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยได้รู้สึกมานาน มันชัดเจนขึ้นทุกนาที

            “อย่างที่บอก ผมไม่ค่อยสนิทกับพี่ๆ ในบ้าน เวลามีเรื่องอะไรก็ไม่รู้จะไปคุยกับใคร มันน่าตลกดีเนอะที่ผมไว้ใจพี่ ทั้งๆ ที่เราเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน แล้วตอนเด็กๆ พี่เลี้ยงก็คอยสอนอยู่เสมอว่าอย่าไว้ใจใครง่ายๆ เพราะผมเป็นลูกคนรวย ส่วนมากคนที่เข้ามาหาก็มักจะหวังผลทั้งนั้น”

ยุนฮยองปล่อยให้อีกฝ่ายเล่าไปเรื่อยๆ ในขณะเดียวกันหัวใจของเขาก็พองโต เพราะเรื่องที่พ่นออกมาจากริมฝีปากของชานอูนั้นมันดันตรงกับสิ่งที่เขารู้สึกได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว

            “ผมเคยได้ยินที่เขาพูดว่าวันหนึ่งเราจะเจอคนที่เคมีตรงกัน เป็นคนที่สามารถพูดกันได้ทุกเรื่อง อยู่ด้วยกันแล้วสบายใจ มีเรื่องคุยเยอะแยะ แล้วก็เห็นหน้ากันได้ไม่รู้จักเบื่อ”

            “...”

            “ผมว่าพี่เป็นคนนั้นของผม”

หัวใจเต้นแรงเป็นรอบที่ร้อยของวันเมื่อได้ยินชานอูพูดออกมาแบบนั้น ยุนฮยองกำมือแน่น เขาเผลอกัดริมฝีปากเพื่อกลั้นยิ้ม

            “มันแค่แป๊บเดียวอยู่เลย นายมั่นใจได้ไงว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นมันมากขนาดนั้น?”

            “ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ถึงได้งงไงว่าพี่ทำอะไรกับใจผม”

เด็กหนุ่มพูดติดตลก ชานอูหันมามองหน้า แต่กลับเป็นยุนฮยองเองที่เลือกจะหลบสายตา

คนโตกว่าทอดสายตามองไปยังแม่น้ำที่ดำสนิท ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อให้หัวใจได้เต้นช้าลงแล้วค่อยอ้าปากพูดเสียงเบา

            “ตอนแรกพี่ทำตัวไม่ถูก เพราะพี่ก็รู้สึกแบบนั้นกับนายเหมือนกัน”

            “แบบไหน?”

            “ก็แบบที่.. รู้สึกสบายใจเวลาอยู่ด้วย พี่คิดว่าตัวเองชอบนายเร็วเกินไป บางทีก็รู้สึกใจง่ายน่ะ แต่ก็เหมือนว่าความรู้สึกมันจะไปถึงขั้นนั้นจริงๆ”

มือหนาส่งมาดึงปลายคางเรียวให้หันกลับไปทางตัวเอง ยุนฮยองเลิกคิ้วขึ้นกะพริบตามองแบบงงๆ ก่อนจะเม้มริมฝีปากเมื่อเห็นว่าชานอูส่งยิ้มมาให้

            “ความรู้สึกของเขาตรงกันแบบนี้ก็ดีสิครับ แปลว่าผมจะไม่อกหักใช่ไหม?”

เด็กหนุ่มถามติดตลก ก่อนที่จะหลุดขำเพราะยุนฮยองส่งมือมาดันอกของเขาเป็นรอบที่สาม แถมยังก้มลงไปมองพื้นแบบเขินๆ อีกต่างหาก

            “อกหักอะไรล่ะ”

            “ในอนาคตถ้าผมขอพี่เป็นแฟนไง ผมมั่นใจได้มั้ยว่าพี่จะไม่ปฏิเสธ”

คางเรียวถูกเชยขึ้นไปสบตา ทั้งๆ ที่ชานอูมองเขาแบบขำๆ แท้ๆ แต่ภายในตาคมขลับก็ฉายแววจริงจังออกมา มันทำให้ยุนฮยองรู้สึกมวลในท้องจนต้องกระแอมไอเบาๆ เพื่อเรียกสติ

            “ไม่ปฏิเสธหรอก แต่ไม่ใช่ตอนนี้นะ ขอเวลาให้เราสองคนรู้จักกันอีกนิด”

            “ผมไม่ใจร้อนหรอก อะไรที่ได้มาง่ายๆ มันมักจะไปไวอะ แต่ขอมัดจำไว้ก่อนได้ปะ?”

            “หือ?”

ยุนฮยองเลิกคิ้วงงกับคำถามนั้น แต่ยังไม่ทันจะได้ท้วงถามอะไร ความอุ่นร้อนก็ทาบทับลงมาที่ริมฝีปากซะก่อน

            ความตกใจทำให้ยุนฮยองเผลอกำเสื้อของอีกคนแน่น ตากลมเบิกกว้างขึ้นพร้อมกับครางฮือ ปฏิกิริยาของร่างกายสั่งให้ผลักออกไปแต่มือกลับไม่ขยับแม้แต่น้อย

ชานอูค่อยๆ เล็มริมฝีปากนั้นช้าๆ เด็กหนุ่มงับดึงแล้วขบกัดเบาๆ อย่างละเมียดละไม ทำเอาจนริมฝีปากที่เม้มแน่นยอมเผยออกแล้วจึงสอดปลายลิ้นเข้าไปแตะเป็นจังหวะเนิบนาบ

            ปลายลิ้นที่ชุ่มชื้นทำเอาสองข้างแก้มของยุนฮยองร้อนวาบ ในท้องปั่นป่วนราวกับฝูงผีเสื้อที่อยู่นิ่งๆ ในตอนแรกแตกฮือและบินว่อน เขากำเสื้อของชานอูจนรู้สึกเจ็บมือ หัวใจเต้นแรงจนแทบระเบิดอีกทั้งขายังอ่อน แต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าความหวานปะแล่มๆ ที่ติดอยู่ตรงปลายลิ้นนั้นทำให้รู้สึกดี

            “อือ..”

ลมเย็นๆ ที่ลอยมาปะทะข้างแก้มยังไม่สามารถดับความร้อนได้เลยสักนิด ชานอูแตะปลายลิ้นตวัดหาอีกฝ่ายแผ่วเบาแล้วค่อยผละออกมาดูดดึงกลีบปากอิ่มนั้นอีกสองสามหน

            เขาเป็นฝ่ายผละออกมา ส่งลิ้นเลียปากและมองด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ในขณะที่ยุนฮยองเองก็ก้มหน้างุด

            “ของหวานก่อนนอนแบบนี้อร่อยกว่าอมยิ้มอีก”

            “หยุดพูดเลยไอ่เด็กบ้า”

ชานอูหัวเราะออกมาเบาๆ พอได้ยินแบบนั้น มือหนาส่งไปขยี้หัวของคนโตกว่าเหมือนอย่างที่ชอบทำ ยิ่งเห็นว่ายุนฮยองเอี้ยวตัวหนีเขาก็ยิ่งอยากแกล้งมากขึ้นอีก

            “ผมมัดจำไว้แล้วนะ ถ้าถึงตอนนั้นพี่ไม่ตกลง ผมก็จะยึด”

            “อะไรเล่า บอกให้หยุดพูดไง”

            “ไม่หยุดได้มั้ย ตอนพี่เขินน่ารักดีนะ”

ยุนฮยองตีไหล่ของชานอูแรงๆ ก่อนจะผลักให้ออกไปเพราะโดนหยอกไม่เลิก ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องดีหรือไม่ดี เพราะชานอูยังแซวเขาต่ออีกยาว ถึงมันจะทำให้เขินก็เถอะ แต่ก็ทำให้ลืมความเครียดจากที่ทะเลาะกับป้าไปเลย

            การได้มารู้จักกับชานอูนี่ดีจริงๆ นะ

            จนอยากจะหยุดเวลาเอาไว้แค่ตรงนี้ ไม่อยากเจอกับเรื่องที่ต้องปวดหัวอีกแล้ว

            ถ้าเขาขอแบบนี้ มันจะมากเกินไปไหมนะ?

 

 

GLUTTONY

 

 

           

             “เป็นข่าวได้ไม่เว้นแต่ละวัน ไอ้ลูกชายบ้านนี้มันอะไรนักหนากัน!

บรรยากาศบนโต๊ะอาหารขุ่นมัวไม่ต่างจากวันก่อนๆ เพราะตื่นเช้ามาก็มีพาดหัวข่าวเด่นหราอยู่ทั่วทั้งโลกโซเชียลและหน้ากระดาษหนังสือพิมพ์

            แน่นอนว่าการเป็นคนมีหน้ามีตาของสังคมก็ย่อมเป็นที่จับตามองอยู่แล้ว แต่พ่อคงจะไม่เครียดขนาดนี้ถ้าข่าวมันออกมาในแง่บวก และถ้าไม่ติดว่าพี่คนที่สี่เพิ่งจะมีข่าวยิงคนไปเมื่อวาน พอวันรุ่งขึ้นใบหน้าของจุนฮเวก็เด่นหราเป็นสง่าอีกครั้ง เรียกได้ว่าเรื่องเก่ายังไม่ทันซา เรื่องใหม่ก็มีมาให้ปวดหัวอีกแล้ว ส่วนน้องเล็กอย่างชานอูก็โดนแบบงงๆ เช่นเดียวกัน

            “นี่คือเด็กที่แกขอให้พ่อรับเข้ามาเรียนใช่หรือไม่?”

ชานอูก้มมองไอแพดที่พ่อโยนมาให้ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ ทีแรกเขาหันไปมองหน้าจุนฮเวก่อน เพราะไม่เคยเป็นข่าวมาก่อนเลยไม่รู้จะตอบพ่อออกไปว่ายังไงดี เขาหลงคิดไปเองว่าพี่ชายคนที่หกอาจจะช่วย แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาดันเป็นสายตาขวางๆ แล้วก็เบือนหนีไปให้ความสนใจกับอาหารตรงหน้าต่อซะงั้น

            “แล้วแกล่ะจุนฮเว ไอ้นิสัยอันธพาลเนี่ยเมื่อไหร่จะเลิก?!

            ยังไม่ทันได้คำตอบจากชานอูพ่อก็ส่งคำถามไปให้จุนฮเวต่อ บาดแผลประปรายที่อยู่บนใบหน้าเป็นหลักฐานชั้นดีว่าข่าวในหนังสือพิมพ์นั่นเป็นความจริง เมื่อคืนจุนฮเวไปมีเรื่องกับคนอื่นมาอีกแล้ว แถมเล่นเขาจนเจ็บสาหัสต้องพาส่งโรงพยาบาลอีกต่างหาก เห็นว่าป่านนี้ยังไม่ได้สติเลย เพราะฉะนั้นเรื่องมันถึงได้ใหญ่ขนาดนี้

            “แกจะสร้างความอับอายขายหน้าให้พ่อไปถึงเมื่อไรกัน!? รถก็ให้ไปแล้ว ตามใจทุกอย่างแล้ว แค่นี้ทำไมทำไม่ได้?!

คำถามนั้นเรียกให้ร่างสูงชะงัก จุนฮเวขมวดคิ้วมองหน้าผู้เป็นพ่อก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ แต่มันกลับยิ่งเป็นการยั่วโมโหของคนที่กำลังเดือดเสียมากกว่า

            “ทำไม? ฉันพูดอะไรผิด แกจะเอายังไงว่ามา จะใช้ชีวิตเป็นนักเลงหาเรื่องคนอื่นไปทั่วแบบนี้?!

            “ผมไม่ได้หาเรื่อง”

            “แล้วจะบอกว่าคนอื่นมันมาหาเรื่องแกก่อนหรือยังไง?! แกคิดว่าในประเทศนี้มีใครกล้าลองดีกับคนในตระกูลนี้อีก!?”

            จุนฮเวถอนหายใจออกมาอีกหน เขาวางส้อมกับมีดลงบนจานก่อนจะหยิบสูทของโรงเรียนซงที่พาดเอาไว้บนเก้าอี้มาถือเอาไว้

            “แกจะไปไหน ยังตอบคำถามไม่จบแกจะไปไหน จุนฮเว!

            ก่อนหน้านั้นก็ไม่ลืมที่จะโค้งให้ผู้เป็นพ่อ จุนฮเวคว้ากุญแจรถที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วหันหลังเดินหนีไปโดยที่ไม่ฟังคำทักท้วงอะไรอีก ไม่ว่าพ่อจะเรียกสักกี่ครั้งก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับจากร่างสูงเลยสักนิด

            “กู จุนฮเว!!

ซงอิลกุกถอนหายใจออกมาแรงๆ ด้วยความเหนื่อยหน่าย เขายกมือสั่งห้ามลูกน้องที่เตรียมจะไปตามตัวจุนฮเวกลับมาเพราะคิดว่าคุยตอนนี้ยังไงก็ไม่รู้เรื่อง ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วแค่อยากจะถามเหตุผลว่าทำไมถึงต้องมีเรื่องชกต่อยบ่อยๆ เฉยๆ แต่พอเห็นสายตาขวางๆ เหมือนจะเหวี่ยงใส่เขาอยู่ตลอดเวลามันก็อดที่จะโมโหไม่ได้เหมือนกัน

            สุดท้ายจุนฮเวก็เดินหนีไปตลอด ไอ้นิสัยแย่ๆ นี่ก็แก้ไม่หายเลยสักที ลูกเขาแต่ละคน!

“ไปจัดการเรื่องค่ารักษาพยาบาลแล้วก็ปิดข่าวให้เงียบด้วย”

อิลกุกไม่ลืมที่จะสั่งลูกน้องให้ไปเคลียร์เรื่องทั้งหมดเหมือนทุกครั้ง และเมื่อจบเรื่องจุนฮเวไปแล้ว แน่นอนว่าความสนใจก็ต้องเบนกลับมาที่ชานอูอย่างไม่ต้องสงสัย

“ไง เด็กในข่าวนี่ใช่คนที่แกขอให้พ่อรับเข้ามาเรียนใช่มั้ย?”

พอเห็นว่าเป็นข่าวแบบนี้ก็อดที่จะเป็นห่วงยุนฮยองไม่ได้ ใจจริงเขาอยากจะขอตัวออกไปโทรถามยุนฮยองก่อนว่าโอเครึเปล่า แต่ก็ไม่อยากให้พ่อเดือดมากกว่านี้แล้ว เพราะฉะนั้นความคิดนี้จึงต้องยกเลิกไป แล้วอีกอย่าง.. เขายังไม่เคยโดนพ่อดุขนาดนี้ซะด้วยสิ

ชานอูหันซ้ายหันขวาเพื่อหาตัวช่วย ก่อนจะพบว่าพี่ใหญ่อย่างมินโฮกำลังมองมาด้วยสายตามึนๆ เป็นสายตาที่เขาสัมผัสได้ถึงความเห็นใจ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ช่วยพูดอะไรอยู่ดี เพราะคิดว่าแค่ประคองสติให้ไม่หลับกลางโต๊ะอาหารก็คงยากแล้ว

ที่เหลืออยู่บนโต๊ะอีกคนก็มีแค่พี่มาร์ค เพราะว่าพี่จีวอน พี่ซึงยูน แล้วก็พี่แจบอม ไม่รู้ว่าหายไปไหนกันหมด ยิ่งทำให้พ่ออารมณ์เสียมากกว่าเดิมเพราะลูกรักอย่างพี่แจบอมหายไปแบบไม่บอกไม่กล่าว

แต่กับมาร์คนี่ชานอูไม่คิดอยากจะให้ช่วยเพราะเขาแอบเห็นแวบๆ ว่าสายตานั่นมองมาแบบ สมน้ำหน้า ชานอูไม่ได้คิดที่จะสบตาด้วยซ้ำ เขาเบนสายตากลับมามองที่จอไอแพดสลับกับเงยหน้าขึ้นไปมองพ่อแล้วก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ

“ครับ เขาเป็นคนรู้จักของผมเอง”

สุดท้ายก็ยอมบอกไปตามความจริง

“ไปรู้จักกันได้ยังไง?”

ชานอูมองพาดหัวข่าวที่เขียนว่า ลูกเศรษฐีลดตัวลงมาคบกับเด็กข้างถนน แล้วถึงกับถอนหายใจ มันถูกจัดหมวดหมู่อยู่ในโซนซุบซิบดารา คำกระแนะกระแหนจึงดูแรงกว่าข่าวที่พี่คนอื่นๆ ของเขาเคยได้รับ เพราะนั่นเป็นคดีความทางกฎหมาย แต่นี่คนอื่นเขาแค่อยากเมาท์กันเฉยๆ

            “พ่อสนใจด้วยเหรอครับว่าผมจะคบใคร?”

            ชานอูถามแบบขำๆ พลางยกน้ำขึ้นมาจิบ เขาไม่ได้ตั้งใจจะกวนประสาท แต่ที่ถามออกไปตรงๆ ก็เพราะอยากรู้จริงๆ เนื่องจากที่ผ่านมาพ่อไม่เคยสนใจลูกคนไหนเลย ไม่สิ ต้องบอกว่าสนใจแค่พี่แจบอมคนเดียวเท่านั้น

            “อย่าต่อปากต่อคำกับฉัน จอง ชานอู แกมีหน้าที่แค่ตอบคำถาม”

            “ผมก็แค่อยากรู้น่ะครับ ส่วนเรื่องพี่ยุนฮยอง เขาเป็นหลานร้านขายขนม นิสัยดีครับ ผมรับประกันได้”

            “แล้วแกไปซื้อขนมที่ร้านเล็กๆ แบบนั้นทำไม?”

            “ก็พาร์เธนอนมันไกลนี่ครับ หน้าร้านเขาไม่ได้ติดไว้สักหน่อยว่าถ้าคนตระกูลซงเข้าน่ะ”

            “ชานอู!

            “พ่อจะเดือดร้อนทำไมครับ ผมไม่ได้ทำอะไรให้เสียหายนี่ ก็แค่ข่าวซุบซิบธรรมดาทั่วไป เดี๋ยวเรื่องก็เงียบไปเองนั่นแหละ หรือไม่.. พ่อก็สั่งปิดสำนักข่าวนี่เลยสิครับ”

            ทีเรื่องอื่นๆ พ่อยังทำให้มันหายไปได้ง่ายๆ เลย จะมากังวลอะไรกับเขากันนะ

ชานอูรวบช้อนกับส้อมเข้ามาตรงหน้าก่อนจะยืนขึ้น เขาโค้งทำความเคารพให้พ่อทีนึงจากนั้นก็หันไปรับกระเป๋านักเรียนจากแม่บ้านที่ถือเข้ามาให้

            “อย่าทำให้มันมีปัญหา จะคบใครก็ต้องดูด้วยว่าจะทำให้ฉันเดือดร้อนรึเปล่า”

ชานอูทำเพียงแค่ยิ้มแล้วตอบกลับไปว่า ครับ ทั้งๆ ที่ใจจริงเขานึกค้านว่าการที่เมื่อก่อนพ่อเป็นข่าวเปลี่ยนเมียปีเว้นปีมันน่าเสียหายมากกว่าที่เขาเป็นตอนนี้เสียอีก แต่คิดดูอีกที ถ้าพูดอาจจะต้องมีปัญหากันยาว แล้วชานอูเองก็ไม่ใช่พวกที่ชอบพาตัวเองเข้าไปพัวพันกับเรื่องปวดหัว เพราะแบบนั้นเขาจึงเลือกที่จะเงียบและเดินออกมาเฉยๆ

วันนี้เด็กหนุ่มเลือกที่จะขับรถไปโรงเรียนเอง ระหว่างทางเขาโทรหายุนฮยองแล้วแต่ก็พบว่าอีกฝ่ายไม่รับสาย ชานอูโทรไปทั้งหมดสองหนด้วยกัน แต่ดูจากเวลาก็คิดเอาเองว่าตอนนี้ยุนฮยองอาจจะกำลังช่วยป้าเปิดร้านขายของและแต่งตัวก็ได้

            เมื่อคืนทั้งคู่แยกกันประมาณเที่ยงคืนพอดี ชานอูไปส่งยุนฮยองที่บ้านเหมือนเดิม ไฟที่ปิดหมดแล้วทำให้พอจะเดาออกว่าคนเป็นป้าน่าจะเข้านอนไปตั้งนานแล้วเช่นกัน แต่ถึงแบบนั้นยุนฮยองก็บอกว่าจะไม่ยุ่งกับโทรศัพท์แล้ว เพราะวันนี้เจอแต่เรื่องเหนื่อยๆ ไอ่เหนื่อยกายน่ะไม่ว่า แต่เหนื่อยใจจนอยากจะนอนหลับเพราะคิดว่าตอนเช้าคงต้องตื่นมาปวดหัวกับป้าต่อ

            สรุปว่าเมื่อคืนพวกเขาไม่ได้คุยกัน

ตอนเช้าชานอูก็ส่งข้อความไปปลุกแล้วนะ แต่ยังไร้ซึ่งการตอบกลับ เวลาผ่านไปสักพักก็ยังไม่มีวี่แวว ชานอูโทรไปหายุนฮยองอีกหนแต่ก็พบว่ายังไม่รับสายเหมือนเก่า จากที่คิดในแง่ดีก็เลยพาลเปลี่ยนไปเป็นแง่ร้ายได้อย่างง่ายๆ

            เด็กหนุ่มตัดสินใจเลี้ยวรถหันไปอีกทางทั้งๆ ที่ใกล้จะถึงโรงเรียนอยู่แล้ว

รถยนต์คันหรูมุ่งหน้าไปยังร้านขายขนมที่อยู่ไม่ไกล ไม่รู้ว่าเหตุผลอะไรที่ทำให้ในใจรู้สึกหวั่นๆ ชานอูพยายามสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ และบอกกับตัวเองว่าไม่เป็นไร แต่ถึงแบบนั้นความรู้สึกโหวงวูบที่ตรงช่องท้องก็ยังไม่หายไป ยิ่งใกล้ถึงเป้าหมายเท่าไหร่มันก็มีมากขึ้นเท่านั้น

            คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันเมื่อเห็นว่ามีรถที่ไม่คุ้นตาจอดอยู่ตรงหน้าร้าน ชานอูเผลอกำพวงมาลัยแน่น หัวไหล่กระเพื่อมเป็นจังหวะรุนแรงจากการหายใจ เขาจ้องภาพตรงหน้าตาไม่กะพริบก่อนจะตัดสินใจจอดรถต่อท้ายเอาไว้แล้วเดินลงไป

            “อ..อ้าว คุณ..”

            แน่นอนว่าการปรากฏตัวของลูกเศรษษฐีอันดึบหนึ่งของประเทศย่อมทำให้คนธรรมดาตกใจอยู่แล้ว ชายสองคนที่ยืนอยู่หันมามองก่อนจะรีบโค้งสวัสดีเขายกใหญ่ แต่ชานอูหาได้สนใจไม่ เพราะตอนนี้สายตาของเขากำลังจ้องอยู่ตรงประตูร้านที่กำลังปิดสนิท

            “เจ้าของร้านนี้ หายไปไหนแล้วครับ?”

ริมฝีปากหนาถามออกไปโดยที่ไม่หันไปมองชายทั้งสองคนเลยด้วยซ้ำ ชานอูกลืนน้ำลายลงคอ พยายามบอกตัวเองให้คิดไปในแง่ดีจะได้ไล่ความรู้สึกแย่ๆ เหล่านี้ออกไปได้สักที

แต่ทุกอย่างก็พังลงตรงหน้าเมื่อได้ยินคำตอบจากอีกฝ่าย

“เขาย้ายไปแล้วครับคุณหนู”

“...”

“ผมเองก็ไม่ทราบว่าย้ายกันไปไหน แต่ออกไปตั้งแต่เช้ามืดแล้วล่ะครับ”

 

GLUTTONY

 

โทรศัพท์บนตักสั่นเป็นรอบที่เท่าไรไม่รู้เขาเองก็ไม่แน่ใจ

ยุนฮยองก้มลงมองอยู่จนกระทั่งมันดับไป เขาถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะยกมือขึ้นมาปาดน้ำตาที่รื้นอยู่ตรงขอบแล้วสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อเรียกสติ

            กายบางสั่นไหวไปตามแรงรถที่กำลังเคลื่อนที่ ใบหน้าเนียนเหม่อมองออกไปนอกกระจกนิ่งๆ ราวกับอยากจะจดจำทุกสิ่งของเมืองนี้ให้ขึ้นใจ

            เพราะเขาอาจจะไม่มีโอกาสมาที่นี่อีกก็ได้..

ยิ่งในตอนที่รถขับผ่านโรงเรียนซง

ยุนฮยองกำมือแน่น ภาพโรงเรียนที่ใหญ่โตและสวยงามตรงหน้าเป็นเพียงแค่ความฝัน เพราะหลังจากเมื่อคืนที่ชานอูไปส่งกลับบ้าน ตอนตีสามป้าก็ปลุกเขาขึ้นมาเก็บของเอาเท่าที่จำเป็นแล้วรีบนั่งรถออกมาก่อนฟ้าสว่าง

            ทีแรกยุนฮยองก็อยากจะบอกลา พอป้าบอกแบบนั้นเขาก็รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อที่จะโทรหาชานอู

            แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะชะงักตัวเองเอาไว้

ถ้าให้ชานอูมารับรู้เรื่องอะไรแบบนี้มันต้องไม่ดีแน่ เขาไม่อยากสร้างปัญหา ไม่อยากทำให้ป้าลำบากใจ แล้วก็ไม่อยากทำให้ชานอูต้องคิดมาก ยุนฮยองจึงเลือกที่จะหนีหายมาเงียบๆ สิ่งสุดท้ายที่เขาอยากจดจำคือรอยยิ้มที่ชานอูมอบให้และความอุ่นร้อนที่ยังตรึงอยู่ตรงริมฝีปาก

            ยุนฮยองเม้มริมฝีปากแน่น เขาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วพ่นออกมาเมื่อคิดแบบนี้แล้วมันก็อยากจะร้องไห้ทุกที ยิ่งในตอนที่โทรศัพท์สั่นเข้ามารัวๆ ยุนฮยองก็ทำได้แค่กำมันเอาไว้แน่นๆ และข่มความรู้สึกทุกอย่าง

            อยากรับ.. แต่ไม่กล้า

            เขาต้องใจอ่อนแน่ถ้าได้ยินเสียงของชานอู

ป่านนี้ชานอูคงจะรู้แล้วด้วยว่าที่บ้านไม่มีใครอยู่อีกแล้วถึงได้โทรมาหาเยอะขนาดนี้ ยุนฮยองได้แต่พูดคำว่าขอโทษในใจ ทุกอย่างที่ชานอูทำให้เขาจะไม่มีวันลืมเลย แล้วก็ได้แต่ภาวนาว่าชานอูจะไม่เกลียดตัวเองด้วยเช่นกัน

            “ปิดโทรศัพท์ซะสิ หรือจะเอาไปขาย?”

            เสียงของป้าที่นั่งข้างๆ ดังเข้ามาในโสต ทำให้ยุนฮยองรีบเก็บโทรศัพท์เข้าไปในกระเป๋าก่อนจะกอดเอาไว้ไม่ให้ใครมายุ่ง

ตั้งแต่ที่ออกมาจากบ้านเขายังไม่ปริปากพูดกับปากเลยสักคำ ความจริงป้าบอกให้ขายทุกอย่างไปให้หมด รวมทั้งชุดนักเรียนของซงด้วย เพราะฉะนั้นทั้งคู่จึงมีเงินมากพอที่จะยกย้ายถิ่นฐานไปอยู่จังหวัดอื่น ส่วนเงินจากที่ขายร้านได้นั่นก็เอาไปใช้พอซื้อบ้านใหม่

            ทุกๆ อย่างกำลังจะเปลี่ยนไป

            แต่ยุนฮยองขอเก็บโทรศัพท์ของชานอูเอาไว้ เพื่อได้ดูต่างหน้าเวลาคิดถึงก็ยังดี

            ไม่รู้ว่าเขาเป็นบ้าอะไรเหมือนกัน

          ..ลาก่อน ซง

            ยุนฮยองบอกกับตัวเองในใจเมื่อรถเคลื่อนผ่านเขตโรงเรียนซงมาแล้ว ใบหน้าเนียนหันไปมองจนสุดสายตา แล้วก็เป็นอีกครั้งที่เขาถอนหายใจออกมาอีกหนด้วยความเสียดาย ความรู้สึกหลายๆ อย่างปะทะกันเข้ามาจนยุนฮยองตัดสินใจเอนหลังพิงกับเบาะก่อนจะหลับตาลง

            เกลียดการจากลาชะมัด ตั้งแต่ที่พ่อกับแม่จากไปเขาก็คิดว่าจะไม่ต้องจากลากับใครอีกแล้ว

            แต่สุดท้ายก็ต้องพูดคำนี้

          ..ลาก่อน ชานอู

 

 

 

 

 

 talk

ไม่ได้อัพไปเดือนนึง
555555555555555555
ไม่ได้ดองนะคะ แต่ถ้าใครตามครบทุกบาปจะรู้ว่าถ้าอัพก่อนเรื่องมันจะสปอยล์เรื่องอื่น
แนนก็เลยบอกว่าต้องอัพตามคิวก็เลยอัพช้าแบบนี้ 
ขอโทษที่ให้รอนะคะ 
มาซะดราม่าเลย แต่อุปสรรคของความรักจะทำให้เนื้อเรื่องเข้มข้นขึ้น (รึเปล่า) 555555
#พี่ยุนน่ากิน คงไม่ลืมกันไปก่อนนะ



 

 

 

M
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,262 ความคิดเห็น

  1. #1228 jun de (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2559 / 08:31
    เจ็บ ฮื่ออออออออออทำมายยย
    #1,228
    0
  2. #1161 ก็กูจุนฮเวอ่ะ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2559 / 15:50
    แงงงงง ทำไมคู่นี้อุปสรรคมันเยอะจัง(วะ) คือละมุนมาจนจะจบตอน(อีกแล้ว) ทำไมต้องเป็นแบบนี้ โอ้ยป้าาาาาาาาาาา อย่าคิดไปเองงงง สงสารยุนหน่อยยย งือออ
    #1,161
    0
  3. #1063 9nawKIHAE (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 เมษายน 2559 / 14:01
    สงสารน้องยุนนนนน 
    #1,063
    0
  4. #989 ทำไมต้องจินฮวาน' (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 มีนาคม 2559 / 01:56
    ป้าาาาาาาาาา!!!!!!!!!!! ป้ากลัวหลายไม่มีความสุขเลยต้องทำงี้ แต่คือสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้คือป้าเปลี่ยนจากคนที่ทุกอย่างกำลังจะดีขึ้นให้ลงเหวกว่าเดิม ป้าคิดอะไรเนี่ย ไม่มีอะไรเกิดขึ้นจากการที่พี่ยุนจะคบกับชนูเลย ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเพราะป้าตีตนไปก่อนไข้ ความดราม่าที่เกิดขึ้นมันเพราะป้าล้วน อะไรของป้าห้ะ!! อะไรของป้า!!! //เขวี้ยงไอแพด
    #989
    0
  5. #955 Fangg_l (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 มีนาคม 2559 / 14:01
    พี่ยุนไม่น่าไปเลยอ่ะ ให้ป้าไปเองดิไปอยู่คนเดีบว พี่ยุนก็ให้ชนูซื้อบ้านใหม่ให้นะ(เว่อร์5555) ฮือออออเซ็ง
    #955
    0
  6. #772 HoneyBabby (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2559 / 10:40
    ยุนไปอยู่ เชจูแน่ๆเลยแกรรรรร!!!
    #772
    0
  7. #759 ( ̄ˇ ̄)♡ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559 / 19:03
    รู้สึกเหมือนดิงลงเหวทั้งที่ไม่ได้ยืนปากเหว ทุกอย่างมันเร็วมาก คือจะแซวน้องตอนกินขนมหวานงุ้งงิ้ง
    ไม่นาน ไม่นานขนาดให้ทำใจ ทุกอย่างวู้บ แบบเห่ยยยยย เดี๋ยววว แง้งงงง ;^;

    #759
    0
  8. #512 Mo_mo (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2558 / 20:23
    ทำไมป้าไม่ให้โอกาสหลานเลยอ่ะ ทั้งๆที่มีโอกาสทำไมป้าไม่คว้าไว้แล้วต้องโยนมันทิ้ง ป้ารู้ตัวป่ะเนี่ยว่าทำให้หลานไม่มีชีวิตดีๆทั้งชีวิตคู่และชีวิตทางการศึกษาอ่ะ ป้ารู้ตัวมั้ยว่าความหวังดีของป้ามันทำร้ายหลานป้าอยู่TT
    #512
    0
  9. #416 ปุ้กก้าพิม╮(-3-)╭ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2558 / 15:32
    ฮืออออออ TT
    ป้าใจร้าย แต่เราก็เข้าใจป้านะ
    สงสารพี่ยุน สงสารชนู แง้
    #416
    0
  10. #378 kamonros_som (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2558 / 23:23
    ป้าคะ ป้าโหดร้ายเกินไปล้าววว ฮือออ น้ำตาจิไหล
    #378
    0
  11. #355 เอ๊ะอินนิม (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 กันยายน 2558 / 21:13
    ทำไมป้าถึงทำแบบนี้คะ มันหน่วง หน่วงที่ใจมากค่ะ TT
    #355
    0
  12. #320 ChiJun_pmds (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2558 / 10:55
    ดราม่าหนักมาก ฮืออออ TOT
    #320
    0
  13. #319 STEM1995 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 18:30
    ทำไมเศร้าจัง มาต่อเร็วๆนะคะ
    #319
    0
  14. #318 litsy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2558 / 09:46
    ง่อวววว มาต่อไวๆ นะไรท์ ระหว่างนั้นเราก็จะหาฟิค 6 บาปก่อนหน้านี้อ่าน อิอิ
    #318
    0
  15. #313 ❥〖Pudajang〗❤ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2558 / 21:37
    อ่านวนซ้ำมันอยู่อย่างนั้นซ้ำมันอย่างนี้ซ้ำไปมาซ้ำซ้อนหลายซ้อน
    ฮรือออออ ตกหลุมรักสตอรี่ของตะกละ ตกหลุมรักชานอู และพี่ยุนน่ากิน <3
    #313
    0
  16. #311 Nong Baitoei Jra (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2558 / 22:48
    ฮื่อออออใจหายอ่ะ ป้าคิดว่าแค่คนสองคน คนของตระกูลซงจะหาไม่ได้หรอมมมมมมม ชนูรีบตาทพี่ยุนกลับมาเลยนะะะะะ
    #311
    0
  17. #306 withbj (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2558 / 11:50
    ทำไมมมมจะได้เรียนที่ซงอยู่แล้วว ชานอูมัดจำด้วยจูบแล้วนะพี่ยุน มาอัพไวๆนะไรต์
    #306
    0
  18. #304 NirvanaY (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2558 / 00:15
    อีกนานไหมเนี่ยยยย รออยู่น่ะคร้าาา ชอบชานอูมากอ่ะ รอเสมอ มาอัพเร้วๆน่ะค่ะไรต์ ไม่งั้นเลิกอ่าน 555ล้อเล่นๆ รอได้เรื่อย .มาต่อไวๆ ปล.อยากได้ NC ไรต์จัดให้หน่อย
    #304
    0
  19. #298 mclub (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2558 / 17:28
    ชานอูปากกล้ามาก กล้าต่อกลอนกับท่านกุกๆ (ต้องไปแซะบอทซะละ)
    แต่อีคุณป้าาาาาาาา เอามนุษย์ป้าไปเก็บทีเหอะ พลีสสสส
    #298
    0
  20. #297 znpyp (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2558 / 10:05
    เขินตอนเค้าจูบ เเต่ตอนนี้จะร้องไห้ที่เค้าจากกันโอ้ยเกลียดป้าแรงทำไมต้องกีดกันละห่ะะะะะะะะะะะะะะะะพพ
    #297
    0
  21. #296 BxHb (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2558 / 08:14
    ดีใจที่รักกันแล้ว แต่มันก็ต้องเศร้าอีก อิป้าาาาาา อยู่เฉยๆมันจะตายใช่มั้ยห้ะ! คนเค้าจะรักกันยังจะมากีดกันอีก!
    #296
    0
  22. #295 Timmyy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2558 / 18:13
    จิรั้งหั้ยยยยยยยย แยกกันแล้วเรอะะะะะ ม่ายยยยนน ฮือออ
    #295
    0
  23. #294 nnar♡ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2558 / 13:08
    ป้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา ป้าเป็นสก๊อตไบร์ทหรือหิวขัดฝ่าเท้าคะ ขัดทุกอย่างเลย
    #294
    0
  24. #293 Phatchara Peter (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2558 / 21:34
    เกลียดป้าแรง สงสารชานอู สงสารยุนฮยอง ร้องไห้หนักมาก
    #293
    0
  25. #292 รักมากลู่หมิน (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2558 / 19:35
    ป้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา ฉันเบื่อแกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก-.,- ขัดขวางความรักตลอดอ่ะโอ้ย รอตอนที่7นะคะไรท์>. #292
    0