( END ) 7SINS/iKON ✡ GLUTTONY ▫ #chanyun

ตอนที่ 7 : chapter five

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,973
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    12 มิ.ย. 58



7SINS-iKON

GLUTTONY

Chapter 05

 

 

วันนี้ยุนฮยองรีบตื่นแต่เช้าแล้วออกไปรอชานอูที่สวนสาธารณะ

เมื่อคืนโชคดีที่เขากลับไปถึงบ้านในตอนที่ป้าหลับแล้ว ต้องขอบคุณยาหลังอาหารที่ทำให้ป้าง่วงจนผลอยหลับไปจึงไม่ได้มีการโดนเฉ่งใดๆ เกิดขึ้น ส่วนเช้านี้เขาก็ตื่นขึ้นมาก่อนอีก ยุนฮยองอาบน้ำแต่งตัวให้เงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนจะย่องออกจากบ้านแล้วเดินมารอชานอูอยู่ที่สวนสาธารณะ

          พี่รอผมแป๊บนะ ผมกำลังไปอะ

          ‘ง่วงรึเปล่า? ความจริงไม่ต้องรีบขนาดนี้ก็ได้นะพี่รอได้

          ‘ยังไงผมก็ออกมาแล้วล่ะ

            ยุนฮยองเปิดอ่านแชทที่คุยกันก่อนหน้านี้แล้วอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ ทีแรกเขากะจะออกจากบ้านไปรอชานอูคนเดียวจนถึงเวลานัด เมื่อคืนทั้งคู่คุยโทรศัพท์กัน ชานอูบอกกับเขาว่าซักประมาณ 7 โมงจะมารอที่หน้าร้าน แต่อย่างว่าล่ะ.. เป็นเพราะกลัวป้าด่าบวกกับความตื่นเต้นที่จะได้ไปสัมภาษณ์ในโรงเรียนดังจึงทำให้ยุนฮยองนอนไม่หลับ

สุดท้ายก็ตื่นขึ้นมาตอนประมาณตี 4 ไม่มีความง่วงซักนิดแม้จะได้นอนไปเพียงนิดเดียว

แต่กว่าจะทำอะไรเสร็จก็ปาไปประมาณตี 5 ครึ่งแล้ว อย่างที่บอกว่าทีแรกเขากะจะออกจากบ้านไปรอชานอูเงียบๆ เพราะไม่อยากรบกวนเวลานอนของอีกฝ่าย แต่สุดท้ายก็อดไม่ได้

ยุนฮยองตัดสินใจส่งข้อความไปบอกชานอูว่ากำลังจะออกจากบ้านแล้วนะเพราะกลัวป้าด่า เขาไม่นึกว่าเพียงข้อความแค่สองประโยคมันจะทำให้ชานอูสะดุ้งตื่นขึ้นมา ที่เขาพูดกันว่าลูกเศรษฐีมักจะโดนสอนมารยาทของผู้ดี ทำให้สงบเสงี่ยมและรู้ตัวอยู่ตลอดเวลาแม้กระทั่งตอนหลับเพื่อรักษาภาพลักษณ์นี้คงจะจริงสินะ

            ตอนที่เห็นข้อความของชานอูตอบกลับมาเขาตกใจจนเกือบทำโทรศัพท์ตกพื้น จะแก้ตัวแล้วบอกให้ชานอูไปนอนต่อก็ไม่ทันแล้ว เพราะเมื่อกี๊บอกไปแล้วว่าจะออกไปรอ สุดท้ายชานอูก็บอกเขาว่าขอเวลาอาบน้ำแต่งตัวสักประเดี๋ยว ถ้าเสร็จแล้วจะรีบออกมาหาเพราะไม่อยากให้ยุนฮยองรอนานในที่เปลี่ยวๆ

            ให้มันได้แบบนี้สิ..

            อธิบายไปแล้วนะว่าสวนสาธารณะมันไม่เปลี่ยวหรอก มีคนมาออกกำลังกายเยอะแยะ แต่ชานอูก็ยังยืนยันที่จะมาหา เพราะไม่อยากให้เขาอยู่คนเดียว

            ทำไมต้องทำตัวน่ารักขนาดนี้ด้วยก็ไม่รู้

            แล้วแบบนี้จะให้เขาปฏิเสธได้อย่างไรว่าไม่ได้ชอบกัน แค่อ่านข้อความยังยิ้มเป็นบ้าได้ขนาดนี้

            จริงๆ เลย..

            “รอนานมั้ยครับ?”

ยุนฮยองเก็บโทรศัพท์เข้าไปไว้ในกระเป๋ากางเกงก่อนจะหันไปมองตามเสียงเรียก วันนี้ชานอูมาในเครื่องแบบของโรงเรียนซงเหมือนเก่า แต่ที่แปลกตาไปก็คือกระดุมเม็ดบนที่ไม่ได้ติด สูทที่เคยสวมก็ไม่มีมาด้วย แถมเสื้อยังหลุดลุ่ยออกจากกางเกงอีกต่างหาก

            ภาพที่เห็นทำให้ยุนฮยองหัวเราะออกมาแบบไม่รู้ตัว เพียงแค่นี้เขาก็รู้แล้วว่าชานอูรีบมาหาตัวเองมากแค่ไหน แล้วแบบนี้จะไม่ให้ประทับใจได้ยังไงกัน

            “แต่งตัวไม่เรียบร้อยเดี๋ยวโดนลงโทษหรอกนะ”

            ยุนฮยองเอ่ยแซวแบบขำๆ จากนั้นก็ลุกขึ้นยืน รอให้ชานอูเดินเข้ามาหาพร้อมทั้งเลิกคิ้วขึ้น

            “ใครจะกล้าลงโทษผมครับ นอกจากพ่อและแม่ก็ไม่กลัวใครแล้วล่ะ”

            ยุนฮยองหัวเราะให้กับประโยคที่ได้ยิน เมื่อเห็นแบบนั้นชานอูเองก็ขำออกมาด้วยเช่นกัน

ทั้งคู่คุยกันอีกเล็กน้อยก่อนที่ชานอูจะพายุนฮยองไปที่รถ วันนี้เด็กหนุ่มขับรถมาเอง ทีแรกคนขับรถจะมาส่งแต่ชานอูคิดว่าเขาต้องพายุนฮยองไปธุระหลายที่ก็เลยไม่อยากเป็นภาระใคร แล้วอีกเหตุผลก็คืออยากได้ความเป็นส่วนตัวในตอนที่อยู่กันสองคนด้วย

            “เมื่อคืนป้าพี่บ่นอะไรเยอะรึเปล่าครับ ผมดันไปต้อนซะจนมุม แถมตอนกลางคืนยังพาไปส่งกลับดึกอีกต่างหาก”

            ชานอูถามขึ้นในตอนที่ทั้งคู่อยู่บนรถด้วยกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ยุนฮยองที่กำลังมองไปรอบๆ เบนความสนใจหันไปหาก่อนจะดึงเนกไทที่พาดเอาไว้บนเบาะมาถือไว้

            “ไม่นะ เพราะเมื่อคืนป้าพี่หลับแล้ว หลับสนิทแบบไม่ตื่นขึ้นมาคุยด้วย จนตอนนี้ก็ยังไม่ได้คุยกันเลย”

            “อ้อ.. ก็ดีไป”

            “อื้อ แต่ไม่รู้กลับไปจะเจออะไรบ้าง พี่เองก็ไม่อยากฟังเยอะเพราะคิดแล้วมันแย่อะ”

            “เอาเป็นว่า.. อย่าไปสนใจมากก็แล้วกันครับ ผมเข้าใจว่าตอนโดนผู้ใหญ่บ่นมันน่าเบื่ออะ ขนาดผมต้องฟังพ่อบ่นพวกพี่ๆ ตอนเช้าผมยังเบื่อเลย”

            ชานอูพูดยิ้มๆ ก่อนจะรับเนกไทมาถือไว้แล้วผูกในขณะนั้น ทีแรกเขาอยากให้ยุนฮยองผูกให้ แต่ยุนฮยองสารภาพตรงๆ ว่าโรงเรียนเก่าไม่มีเครื่องแบบเยอะแยะขนาดนี้ก็เลยผูกไม่เป็น

และแล้วมันก็วกกลับเข้ามาที่การแบ่งชนชันอีกหน ยุนฮยองเผลอตัดพ้อออกมาว่าเป็นเพราะโรงเรียนเก่าของเขาจนยังไงล่ะ เครื่องแบบมันก็เลยไม่หรูขนาดนี้ ทำเอาเด็กหนุ่มต้องพูดปลอบแล้วบอกว่าไม่เป็นไร

ชานอูบอกว่าเขาจะเป็นคนสอนวิธีผูกเนกไทให้เอง ไม่ว่าเปล่าก็เริ่มทำให้ดูเป็นตัวอย่าง แน่นอนว่าขั้นตอนที่ยุ่งยากทำให้ยุนฮยองงงไม่น้อย แต่ชานอูก็บอกอีกว่าฝึกต่อไปเดี๋ยวก็ชิน

ระหว่างนั้นทั้งสองคนคุยอะไรหลายอย่าง ส่วนมากชานอูจะเป็นคนเล่ามากกว่าเพราะอยากให้ยุนฮยองได้รู้จักตัวตนของเขามากขึ้น แถมยังเล่าให้ฟังอีกว่าพี่ของตัวเองมีวีรกรรมเยอะแค่ไหนกัน ล่าสุดเลยก็คงจะเป็นเรื่องที่พี่ซึงยูนเอาปืนไปยิงลูกของนักร้องนั่นแหละ ชานอูรู้เรื่องเพราะเปิดดูข่าวในขณะที่ขับรถมา ถึงแม้ในรถจะมีทีวีแต่เขาก็ฟังเอาแค่เสียงก็พอล่ะน่า

จะว่าไปแล้วเขาก็คิดถูกที่วันนี้ออกจากบ้านมาก่อน ถ้าไม่อย่างนั้นบนโต๊ะอาหารต้องเต็มไปด้วยบรรยากาศมาคุแน่ๆ

“พี่แต่ละคนของนายโหดจัง.. เห็นในข่าวตอนนั้น คนที่ชื่อจุนฮเว(?) นั่นก็อีกคนหนึ่ง”

“อ้อ พี่จุนฮเว”

ชานอูพยักหน้ารับในขณะที่ส่องกระจกสำรวจทรงผมของตัวเอง

“ดุมั้ย?”

“ไม่ดุนะ ไม่สิ.. ผมไม่รู้ว่าพี่แต่ละคนดุมั้ยเพราะเราไม่ค่อยได้คุยกัน ตอนเด็กๆ ก็มีเล่นกันบ้าง แต่พอโตขึ้นมาต่างคนก็ต่างอยู่ ผมไม่กล้าเข้าใกล้พี่สักคนเพราะพี่ชอบทำหน้ารำคาญอะ”

ชานอูยกตัวอย่างเช่นพี่ใหญ่มินโฮที่ชอบนอนหลับ กับคนนี้เขาไม่กลัวแต่ไม่รู้จะเข้าหาอย่างไรเพราะมินโฮเอาแต่ง่วงอยู่ตลอด แต่พี่มาร์คนี่ก็ชอบมองด้วยสายตาไม่ดีเวลาที่คุยกับแม่ ส่วนพี่แจบอมกับพี่ซึงยูนนั่นตัดไปได้เลยเพราะไม่มีใครคิดจะยุ่งกับเด็กอย่างเขาหรอก

            เมื่อก่อนก็เคยไปไหนมาไหนกับจีวอนบ้างล่ะนะ ถึงจะไม่บ่อยมากแต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นมองหน้ากันไม่ติดเหมือนอย่างตอนนี้

ชานอูถอนหายใจออกมาเบาๆ ตอนนี้รอยแผลที่หน้าเขายังไม่หายดีเลย แถมยังไม่รู้ด้วยว่าถ้าแผลหายแล้วพี่จีวอนยังจะเห็นเขาเป็นน้องอยู่รึเปล่า

            สภาพร่างกายน่ะ หายเร็วกว่าสภาพจิตใจ ไม่ว่าเรื่องไหน

            “พวกพี่ผมอาจจะมีเรื่องบ่อยจริง ครอบครัวผมอาจจะทำให้พี่กลัวเป็นบางครั้ง แต่ผมมั่นใจว่าอะไรที่ไม่ดีๆ ผมจะไม่ทำมันกับพี่นะ”

ยุนฮยองเป็นฝ่ายหลบสายตาเมื่อชานอูไม่พูดเปล่าแต่ยังจ้องหน้าของเขาด้วย เพียงแค่นี้ก็ทำให้สองข้างแก้มร้อนวูบขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย ยุนฮยองเม้มริมฝีปากเพื่อกลั้นยิ้มเอาไว้ แต่พอเห็นว่าชานอูเองก็ยิ้มเหมือนกัน สุดท้ายเขาก็ต้องยอมหัวเราะออกมาเบาๆ

            “พูดอะไรก็ไม่รู้ อะไรที่มันไม่ดีก็ไม่ควรทำทั้งนั้นแหละน่า.. ไม่ว่าจะกับพี่หรือกับใคร”

            “ครับ ผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน”

            “อื้อ.. ว่าแต่นายกินข้าวมารึยัง? ออกบ้านตั้งแต่เช้าขนาดนี้ต้องยังไม่ได้กินอะไรแน่ๆ เลยใช่มั้ย?”

            ยุนฮยองเป็นฝ่ายเอ่ยถาม ไม่ใช่อะไรหรอก เพราะตอนนี้เขาเองก็หิวขึ้นมานิดๆ แล้วเหมือนกัน ความจริงมันสะสมมาตั้งแต่เย็นเมื่อคืนแล้ว เพราะว่าบนโต๊ะอาหารมีแต่ความกดดันทำให้เขากินอะไรไม่อร่อย แถมเช้ามายังต้องรีบออกจากบ้านอีกต่างหาก

            ว่าแต่.. ลูกเศรษฐีต้องกินอะไรที่ไหนกันนะ..

            “ยังอะครับ ตอนผมออกมาแม่บ้านลนลานกันใหญ่เพราะทำอาหารยังไม่เสร็จ แต่ผมบอกว่าไม่เป็นไรแล้วก็รีบมาหาพี่นี่แหละ”

            “รู้แบบนี้ให้นายกินข้าวก่อนก็ดีสิ พี่รอได้นะจริงๆ เห็นมั้ย.. คนอื่นๆ เขาออกมาออกกำลังกายกันเต็มเลย”

            ยุนฮยองชี้ไปรอบตัว ทำเอาชานอูเบิกตากว้างด้วยความตกใจกับสิ่งแปลกใหม่ที่เพิ่งเคยเห็น

เป็นเพราะที่ผ่านมาเขาคิดว่าคนเราจะต้องออกกำลังกายแค่ในยิมหรือไม่ก็ห้องฟิตเนสเท่านั้น ถ้าออกนอกสถานที่ก็เป็นพวกตีกอล์ฟ ตีแบต สควอช ( เอาเท่าที่ชานอูเคยไปเล่นกับยูคยอมเวลาเบื่อๆ ) แต่สุดท้ายทุกอย่างก็ต้องทำในที่ของมันอยู่ดี

            แต่ดูรอบๆ ตัวของเขาตอนนี้สิ..

            มีทั้งคนหลากวัยพากันมาออกกำลังกาย บ้างก็วิ่งรอบสวนสาธารณะนี้ ไปจนกระทั่งกลุ่มคนแก่ที่จับกลุ่มกันรำอะไรสักอย่าง เขาก็ไม่รู้จัก แต่ท่าทางของมันก็ตลกดี

            “โห เวลาผมอยู่กับพี่ เหมือนได้อยู่อีกโลกจริงๆ นะ”

            ชานอูพูดแบบติดตลก เขายังคงต้องอยู่ที่กลุ่มคนแก่นั่น ก่อนจะหันไปมองอีกฝั่งที่มีรถเข็นขายกับข้าวมาตั้งเอาไว้อยู่เต็มไปหมด

            “ไอ้ของพวกนั้นกินได้อ่อ?”

            “อื้อ ก็แหงดิ ไอ้ที่นายมองเมื่อกี้เขาเรียกว่าไทเก็ก” ยุนฮยองชี้ไปตรงกลุ่มคนแก่ที่ชานอูมองเมื่อครู่ “ที่นี่เป็นที่ที่คนมักจะมาพักผ่อนหย่อนใจกันในตอนกลางวัน ส่วนตอนเช้ากับตอนเย็นเขาจะมาออกกำลังกายกัน”

            “เหรอ..” เด็กหนุ่มเอียงคอมองด้วยความแปลกใจ

ยุนฮยองมองตามท่าทีนั้นแล้วอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ ยังไงชานอูก็ยังเป็นเด็ก ในตอนแรกเขารู้สึกอายที่ตัวเองเหมือนอยู่ต่ำกว่าชานอูทุกอย่าง แต่พอเห็นอีกฝ่ายตื่นเต้นและพร้อมจะเปิดรับเกี่ยวกับชีวิตประจำวันของเขาบ้าง มันก็ทำให้อยากเล่าอะไรหลายๆ อย่างให้ฟัง ถือเป็นการแลกเปลี่ยนเรื่องราวของกันและกันไปในตัว

            “งั้นวันนี้ไปกินข้าวเช้าในแบบที่พี่กินกัน เพราะส่วนมากถ้าออกนอกพื้นที่ผมจะกินในห้างอะ แต่เวลาแบบนี้ยังไม่เปิดหรอกครับ”

            ยุนฮยองเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะหันไปมองรอบๆ ตัว ถึงจะบอกว่าอยากแลกเปลี่ยนประสบการณ์ให้แก่กันก็เถอะ

            แต่ถ้าพาชานอูไปกินข้าวถูกๆ แบบนั้นมันจะดีไหมนะ?

ในใจยังคงนึกค้าน ถึงแม้เมื่อวานชานอูจะย้ำเสียงหนักแน่นแล้วว่า ผมก็เป็นคนธรรมดาเหมือนกัน ถ้าคุณป้าทานได้ผมก็ทานได้ครับ ประโยคนั้นทำให้เขาประทับใจในความไม่ติดหรูของอีกฝ่าย แน่นอนว่ามันทำให้เขาชอบชานอูมากขึ้นไปอีก

            “นายอยากกินอะไรล่ะ?”

            ชานอูหันไปมองรอบๆ ตัวเพื่อหาคำตอบให้แก่คนข้างๆ แต่สุดท้ายก็ต้องหันกลับมาหายุนฮยองแล้วส่ายหน้าเพราะเขาไม่รู้จักอาหารอะไรสักอย่าง ตามรถเข็นที่มีควันสีขาวพวยพุ่งส่งกลิ่นหอมเย้ายวนนั้น ความจริงมันก็เรียกน้ำย่อยในกะเพราะได้ทั้งหมดนั้นแหละ

            “พูดกันตรงๆ ผมอยากกินพี่อีกแล้ว”

คำพูดหยอกเล่นนั่นทำให้ยุนฮยองถึงกับหน้าแดงแจ๋ ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันเมื่อภาพของเขากับชานอูเมื่อคืนมันแทรกเข้ามาในหัวด้วยความรวดเร็ว

            “บ้า”

            “จริงนี่.. แต่ตรงนี้คนเยอะ ผมกลัวคนมองพี่ไม่ดี เพราะฉะนั้นรีบไปหาอะไรกินกันดีกว่า ก่อนที่ผมจะเปลี่ยนใจหันมากินพี่แทน..”

            “ไม่ต้องเลยเด็กบ้า”

            ยุนฮยองดันแก้มของชานอูออกห่างจากนั้นก็ถดตัวหนี เมื่อเห็นแบบนั้นชานอูเป็นเขยิบตัวออกห่างบ้างก่อนจะหัวเราะออกมาด้วยความขำขัน

ทั้งคู่คุยกันอยู่สักพักก็ตัดสินใจลงจากรถ

การปรากฏตัวของลูกชายตระกูลซงเรียกสายตาจากคนรอบข้างได้เป็นอย่างดี คนที่วิ่งออกกำลังกายถึงกับหยุดแล้วเหลียวมามองให้ถี่ถ้วนว่าคนที่เห็นใช่คนที่ตัวเองคิดจริงๆ หรือเปล่า แต่ดูจากชุดนักเรียนและรถหรูที่จอดอยู่ไม่ไกลก็คงไม่ผิดนัก

            พูดตรงๆ พอเป็นแบบนี้ก็ทำให้ยุนฮยองตัวลีบลงอีกแล้ว เวลาเขาเดินอยู่ข้างชานอู เหมือนว่าตัวเองเป็นคนสวนไม่ก็เด็กล้างรถประจำบ้าน แต่พอลองนึกดูอีกที คนสวนของบ้านชานอูอาจจะดูดีกว่าคนธรรมดาอย่างเขาก็เป็นได้

            “พี่ ไอ้นั่นไรอะมันดูหอมดี”

ยุนฮยองหลุดออกจากภวังค์เมื่อชานอูสะกิดเรียกและชี้มือไปอีกทาง เขาหันไปมองตามก่อนจะร้องอ๋อแล้วถือโอกาสดึงแขนของร่างสูงให้เดินตามไป

            ไหนๆ ก็คิดไม่ออกแล้วว่าจะให้ชานอูกินอะไร เอาเป็นว่า.. อาหารนอกบ้านมื้อแรกของเราสองคน

          “กินโอเด้งก็แล้วกันนะ”

 

GLUTTONY

 

 

            “ชานอู..พี่ว่า แบบนี้ไม่ดีแน่”

            ยุนฮยองเอ่ยด้วยน้ำเสียงลำบากใจ

ตาคู่สวยจ้องเข้าไปในกระจกก่อนจะกลืนน้ำลายลง ภาพที่เขาเห็นเหมือนไม่ใช่ตัวเองคนก่อน ทั้งทรงผมที่ถูกจัดแต่งมาอย่างดีเพราะเมื่อกี้ชานอูพาเขาไปร้านทำผมก่อนแล้ว จากนั้นก็พามาที่ห้างเพื่อซื้อเสื้อผ้า

            ซึ่ง.. ราคามันก็แพงมาก

แพงถึงขนาดที่ยุนฮยองจับโดนป้ายราคาแล้วรีบผละมือออกราวกับโดนไฟช็อต

ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยใช้ของแพงขนาดนี้มาก่อน ราคาเสื้อที่ชานอูจะซื้อให้นั้นเขาสามารถใช้กินข้าวได้ทั้งเดือน ไม่สิ อาจจะสองเดือนหรือสามเดือนด้วยซ้ำไป แล้วแบบนี้จะให้ใส่ลงได้ยังไง?

            “ไม่ดียังไงครับ? เดี๋ยวเราจะไปซงนะ ถ้าพี่แต่งตัวแบบเดิมเดี๋ยวก็โดนดูถูกอีกหรอก ผมไม่ชอบเลยที่เป็นแบบนั้น”

            ชานอูพูดพลางกอดอก ทำเอายุนฮยองกลืนน้ำลายลงคออีกหนเพราะไม่สบายใจจริงๆ

แค่ใส่เสื้อเชิ้ตธรรมดาก็รู้สึกตัวเบาหวิวแล้ว ชานอูยังสั่งให้คนเอาเสื้อกั๊กสีดำมาสวมให้อีกด้วย ยิ่งทำให้มูลค่าของบนร่างกายของเขาสูงมากขึ้นเรื่อยๆ

ยุนฮยองมองตัวเองที่โดนจับแต่งเพิ่มโน่นนี่นั่นราวกับเป็นตุ๊กตาด้วยใบหน้าซีดเผือด เขาแทบไม่อยากเชื่อว่าตัวเองจะมีโมเมนท์ดูดีและได้ใส่ชุดราคาแพงขนาดนี้ ตบท้ายด้วยรองเท้าหนังเงาวับอย่างดี ยุนฮยองแทบจะไม่ได้ว่าตัวเองกะพริบตาไปทั้งหมดกี่ครั้ง

ยิ่งในยามที่ชานอูเดินมายืนข้างกัน มือหนานั้นล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงและส่งยิ้มให้เขาผ่านทางกระจก

“ผมบอกแล้วว่าพี่น่ารัก แต่งแบบนี้แล้วดูดีมากเลยครับ”

น่ารักอะไรกันล่ะ..

ทั้งตัวของเขาตอนนี้มีมูลค่ามากกว่าเงินที่ใช้ทั้งปีกับป้าเสียอีก ถ้าเดินออกไปนอกห้างแล้วโดนปล้นจี้นี่จะไม่สนใจเลย ทีแรกชานอูจะซื้อนาฬิกาให้เขาใส่ด้วย แต่พอเห็นราคาแล้วยุนฮยองก็รีบส่ายหน้าจนคอแทบหลุด

นาฬิกาบ้าอะไรแพงขนาดนั้น ใส่แล้วสามารถย้อนกลับไปในอดีตได้รึไงนะ..

ยุนฮยองเดินด้วยท่าทีเก้ๆ กังๆ เมื่อเดินออกมาจากร้าน เขามองไปรอบๆ ห้างด้วยความตื่นตระหนกเพราะไม่เคยเยื้องกรายเข้ามาที่นี่เลยซักครั้งเดียว

            ปกติห้างที่เขาเข้าก็เป็นห้างธรรมดาๆ ที่คนทั่วไปเข้าไปเพื่อจับจ่ายซื้อของใช้หรือไม่ก็เดินเล่น แต่วันนี้ชานอูพาเขามาห้างที่มีแต่พวกของแบรนด์เนมราคาแพงทั้งนั้น สังคมที่สงบเรียบหรูทำเอาไม่กล้าหายใจ ถึงแม้ในตัวห้างจะมีเพลงบรรเลงเบาๆ แต่ก็ยังถือว่าเงียบมากอยู่ดี

            พวกคนรวยนี่.. ต้องสุขุมนุ่มลึกทุกขั้นตอนเลยสินะ สาบานได้ว่าเมื่อกี้เดินผ่านร้านอาหาร เขาเห็นคนค่อยๆ บรรจงหั่นเนื้อเสต็กช้าๆ ละเมียดละไม.. กว่าจะกินหมดก็ไม่รู้ว่าใช้เวลากี่ชั่วโมง

            “แบบนี้พี่ก็เป็นหนี้นายเยอะขึ้นนะสิ ยังไม่ทันได้เรียนที่ซงเลย..”

            ยุนฮยองพูดเสียงอ่อนเมื่อขึ้นมาที่รถแล้ว ตอนนี้พวกเขากำลังมุ่งหน้าไปโรงเรียนซง เพราะชานอูนัดให้ไปสอบสัมภาษณ์และวัดระดับความรู้ในตอนบ่าย นี่ก็เพิ่งจะเที่ยง แต่เป็นเพราะไม่อยากให้มันฉุกละหุกเลยเลือกที่จะไปก่อนเวลา

            ชานอูบอกว่าการไปก่อนเวลาคือมารยาทที่ดี ถ้าเป็นเรื่องจำเป็นควรไปก่อนสัก 30 นาที พ่อเขาสอนมาแบบนั้น

            “อันนี้ถือว่าผมซื้อให้เป็นของขวัญละกันครับ เพราะงั้นไม่ถือว่าเป็นหนี้หรอก”

            “หา? ของขวัญอะไรกัน ราคาแพงขนาดนี้มัน..”

            “เสื้อเป็นของขวัญที่เราเจอกัน เสื้อกั๊กเป็นของขวัญสำหรับข้าวมือแรกที่บ้านพี่ กางเกงเป็นของขวัญสำหรับข้าวมื้อที่สองที่เราได้กินกันสองคน แล้วก็.. รองเท้าเป็นของขวัญตอบแทนที่พี่ให้ผมกินครั้งแรก คิดแบบนี้ก็ได้นะ”

            ยุนฮยองกัดปากของตัวเองแน่น สองข้างแก้มของเขาร้อนวาบขึ้นมาอีกแล้ว ชานอูชอบยกประเด็นเรื่องจูบขึ้นมาแซวทุกที แถมยังพูดหน้าตาเฉยอีกต่างหาก มีแต่เขานี่แหละที่เขินอยู่คนเดียว

            “พูดอะไรก็ไม่รู้”

            “ก็จริงนี่ครับ แล้วที่ผมให้รองเท้าเป็นของขวัญสำหรับจูบ เพราะมันราคาแพงที่สุดในจำนวนของที่ซื้อให้วันนี้”

            “หือ?”

            “จูบของพี่ มีค่านะ”

            ชานอูพูดยิ้มๆ พอได้ยินแบบนั้นยุนฮยองก็ไม่รู้จะตอบอะไรกลับไป เขาเม้มริมฝีปากเอาไว้ตลอดทางเพื่อกลั้นความเขิน ดูเหมือนว่าคนที่กำลังขับรถอยู่ก็จะรู้เสียด้วยเลยส่งมือมาบีบแก้มเบาๆ

ทั้งคู่คุยกันไปสักพักชานอูก็ขับรถเข้ามาในเขตของโรงเรียน ตลอดทางถูกประดับประตาด้วยต้นไม้ที่รูปทรงสวยงาม ที่ด้านซ้ายมองทะลุเข้าไปภายในรั้วโรงเรียนได้ เห็นจากตรงนี้ก็พอรู้ว่าเนื้อที่กว้างมากแค่ไหนกัน อีกทั้งตึกที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม พอมองจากไกลๆ ก็ยิ่งรู้สึกว่าโรงเรียนซงเหมือนกับสถานที่ในเทพนิยายเลยจริงๆ

ถึงจะเคยมาเมื่อวานแล้วแต่ยุนฮยองก็ยังอดที่จะตื่นตาตื่นใจไม่ได้อยู่ดี

“พ่อนายใช้เวลาสร้างซงทั้งหมดกี่ปี พอรู้มั้ย?”

ยุนฮยองถามไปตามที่อยากรู้ เรียกให้ชานอูขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อยทำท่านึก

“กี่ปีผมไม่แน่ใจนะ แต่ตึกทุกหลังสร้างขึ้นพร้อมกันหมดเลย รวมทั้งห้องสมุดแล้วก็สวนหลังโรงเรียนด้วย การตกแต่งทุกจุดมีช่างฝีมือดีคอยควบคุมอยู่ตลอด พ่อจ้างมาหลายคนมากครับ อยากให้งานเสร็จพร้อมๆ กัน เพราะถ้ามีการสร้างในระหว่างที่ทำการสอน กลัวจะรบกวนสมาธิของนักเรียนคนอื่น”

แค่ฟังก็รู้แล้วว่าเศรษฐีซงน่ะรวยขนาดไหนกัน

ถึงขนาดสร้างโรงเรียนขนาดใหญ่นี้ขึ้นมาให้เสร็จพร้อมๆ กันได้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ภายในซงมีตั้งกี่อาคาร แถมอาคารแต่ละหลังก็ได้รับการตกแต่งอย่างปราณีตทั้งนั้น เขาเข้าใจแล้วว่าค่าเทอมทำไมมหาศาล แต่ถ้าเทียบกับการเอาใจใส่นักเรียนและค่าจ้างครูที่ดีที่สุดจากทั่วทุกมุมโลกมาสอนก็คงต้องบอกว่าคุ้ม

            ถึงว่า.. ถ้าจบมา ไปทำงานที่ไหนใครๆ ก็พร้อมรับเข้าทำงาน

            “งานสัมภาษณ์ต้องหินมากแน่ๆ อะ ถ้าพี่ไม่ผ่านทำไง?”

พอใกล้จะถึงรั้วทางเข้าของซงยุนฮยองก็เริ่มใจไม่ดี คิดดูว่าโรงเรียนนี้กว้างขนาดไหน พวกเขาคุยกันไปตั้งหลายเรื่องแล้วเพิ่งจะขับรถมาถึงประตูรั้วที่จะได้เข้าไปด้านใน ถ้าให้เดินมีหวังขาลากหรือไม่ก็เป็นลมไปก่อน

            แต่อย่างว่า.. คนที่นี่คงไม่มีใครเดิน

            “ผมบอกแล้วว่าผมฝากพี่เข้าไปแล้ว ยังไงก็ได้เรียน วันนี้พี่แค่เอาเอกสารเกี่ยวกับตัวพี่มายื่น จากนั้นไปสอบสัมภาษณ์วัดความรู้ จะได้รู้ว่าควรอยู่ห้องไหนดี ก็แค่นั้นล่ะครับ”

            “แบบนี้เขาก็ว่าพี่เป็นเด็กเส้นสิ?”

            “เส้นแล้วไง พี่ไม่ได้ไปทำให้ใครเดือดร้อน ไม่ได้ไปแย่งที่ของใครนี่ครับ”

            “แต่คนอื่นเขาพยายามสอบเข้ามานี่ แต่พี่กลับให้นายช่วย..”

            “พี่ควรขอบคุณความโชคดีของตัวเองมากกว่า ทำไมพี่โชคดีแล้วต้องรู้สึกผิดกับคนอื่นด้วยครับ? ดวงของคนเราไม่เหมือนกันหรอก ถ้าสิ่งที่ทำอยู่ตรงนี้ไม่ทำให้ใครเดือดร้อนก็ไม่ต้องคิดต่อให้ปวดหัวแล้ว ดีนะที่เราเจอกันวันเปิดภาคเรียนพอดี ที่ซงเรียนยากอะ ถ้าพี่เข้ามากลางเทอมคงได้เรียนพิเศษกันจนอ้วกเลย ถ้าไม่อย่างนั้นตามคนอื่นไม่ทันหรอก”

            ชานอูพูดมาเสียยาวเหยียด จนเขาไม่รู้จะค้านว่าอะไรดี

แต่มันก็จริงแบบที่ชานอูพูดนั่นแหละ ยุนฮยองถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะมองไปรอบๆ เมื่อตอนนี้พวกเขามาถึงหน้ารูปปั้นเทพเจ้าซุสขนาดใหญ่แล้ว

ทั้งคู่ลงจากรถและเดินเข้าไปยังตึกห้องปกครองด้วยกัน ภายในโรงเรียนเงียบกริบเนื่องจากตอนบ่ายเป็นเวลาเข้าเรียน ความตื่นกลัวมีมากขึ้นทุกที ยุนฮยองเกร็งไปทั้งร่างกาย ฝ่ามือเย็นเฉียบแต่กลับมีเหงื่อไหลซึม เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังทำหน้าแบบไหนอยู่ แต่ภายในใจมันสั่นราวกับมีแผ่นดินไหว

จนกระทั่งทุกอย่างสงบลงเมื่อมีฝ่ามืออุ่นๆ ของคนข้างๆ ส่งเข้ามาจับไว้

ชานอูนั่นเองที่เป็นฝ่ายจับมือในขณะที่เดิน ร่างสูงหันไปยิ้มให้ยุนฮยองเหมือนอยากจะให้กำลังใจ ไม่ต้องพูดอะไรออกมา แต่เขาสัมผัสได้ว่านัยน์ตานั้นเหมือนอยากสื่อให้รู้ว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี

และแล้วก็มาหยุดอยู่ที่หน้าประตูบานใหญ่

ยุนฮยองสุดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อเรียกความมุ่งมั่น เขากลัวมากกว่าตอนที่ได้ถอนฟันครั้งแรกซะอีก แต่ชานอูก็ส่งมือมาบีบเบาๆ ที่ตรงหัวไหล่อีกครั้งเพื่อให้กำลังใจ

            “ผมจะรออยู่ตรงนี้นะ พี่ทำตัวตามสบาย เขาถามอะไรก็ตอบตรงๆ ประวัติคร่าวๆ ของพี่ผมเล่าให้พวกเขาฟังหมดแล้ว ไม่ต้องกังวลนะครับ จะไม่มีใครดูถูกหรือว่าพี่”

            “ขอบคุณนะ”

            “ไม่เป็นไรครับ ซักประวัติแป๊บๆ ก็เสร็จ จากนั้นผมจะพาทัวร์รอบโรงเรียนต่อ วันนี้จองรถกอล์ฟ ไว้แล้วนะ พี่ไม่ต้องปวดขาแล้ว”

            “นายว่างเหรอ ไม่ไปเรียนเหรอ?”

            ชานอูส่ายหน้าให้กับคำถามนั้น พร้อมทั้งอธิบายว่าเขาเรียนล่วงหน้าไปหลายอย่างแล้ว ตอนนี้เพิ่งจะเปิดเทอมใหม่ ยังไม่ต้องตามก็พอเข้าใจ อยากอยู่เป็นกำลังใจให้ยุนฮยองมากกว่า

            อีกครั้งที่ชานอูทำตัวน่ารัก

            “แล้วไม่ไปหาเพื่อนเหรอ?”

            “ไอ้ยูคมันอะไรก็ไม่รู้ครับ ผมไม่ค่อยอยากยุ่งเท่าไหร่ เมื่อเช้ามันส่งข้อความมาบ่นเรื่องของพี่จีวอน ผมลำบากใจอะ คนนึงก็เพื่อนคนนึงก็พี่ชาย”

ความจริงแล้วยูคยอมส่งข้อความมาบ่นตั้งแต่เมื่อคืนต่างหาก แต่ในตอนนั้นชานอูเข้านอนแล้วก็เลยไม่ได้ตอบ ได้ยินนะ.. แต่พอเห็นตรงหน้าจอมันโชว์คร่าวๆ ว่าเป็นเรื่องเดิมๆ เขาก็ได้แต่ถอนหายใจ

            มาเปิดดูตอนเช้าก็พบว่ายูคยอมบ่นเกี่ยวกับเรื่องของพี่ฮันบินนั่นแหละ บอกว่ากลัวพี่ฮันบินจะกลับไปคืนดีกับพี่จีวอน ก็ไม่รู้ว่าจะกลัวทำไมทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจแล้วว่าเขาลืมกันไม่ได้ ความจริงมันเผยอยู่ตรงหน้า ก็ยังจะดึงดันคบกันต่อ

            แล้วแบบนี้เขาต้องปลอบยูคยอมว่ายังไง?

            “ใจเย็นๆ นะเรื่องเพื่อน”

            เมื่อเห็นว่าชานอูเครียด ยุนฮยองก็ปลอบบ้าง มือบางลูบไปตรงหัวไหล่นั้นเบาๆ ก่อนจะเลื่อนมือมาจัดเนกไทให้ด้วย

            “ขอบคุณครับ ผมไม่คิดมากหรอก ถึงจะดูใจร้ายแต่ไอ้ยูคมันเลือกเอง อาจจะเซ็งหน่อยแต่คงทำได้แค่ฟัง”

            “อื้อ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวเจอกันนะ”

            “ครับ ผมอยู่ตรงนี้ล่ะ ถ้าจะไปไหนเดี๋ยวส่งข้อความบอก”

ทั้งคู่ยิ้มให้กันอีกหนก่อนที่ยุนฮยองจะเดินเข้าไปภายหลังประตู กายบางเริ่มหายใจแรงอีกครั้งตอนที่อยู่คนเดียว ยุนฮยองหลับตาลงเมื่อเห็นว่ามีคนแปลกหน้าสามคนรออยู่ก่อนหน้านั้น เขาพยายามข่มใจเอาไว้ ภายในอกพร่ำร้องให้มีสติทุกฝีก้าวที่เดิน

            ต้องผ่านไปได้สิน่า ยุนฮยอง..

            นายกำลังจะเริ่มชีวิตใหม่ที่ดี.. อย่าเกร็งไปเลย

GLUTTONY

 

เป็นเพราะชานอูฝากฝังชื่อเข้าไปในซงให้ ชุดนักเรียนของยุนฮยองทั้งหมดจึงถูกส่งมาที่ร้านขายของ

หญิงมีอายุก้มลงมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าด้วยความลำบากใจ ฝ่ามือหยาบไล้ไปตามเสื้อผ้าเนื้อดีที่มีตราประทับของซงติดอยู่ก่อนจะผละออกมากำเอาไว้แน่น

เพียงแค่ดูก็รู้ว่านี่คือสิ่งที่ไม่คู่ควรกับคนระดับล่างอย่างพวกเขา เสื้อผ้าทั้งหมดของซง ถ้าถูกตีราคาออกมา ยังมีมูลค่ามากกว่าราคาที่ดินของร้านขายของนี่เสียอีก

นั่นเท่ากับว่าถ้ารับเอาไว้ก็จะกลายเป็นภาระหนัก เหมือนแบกภูเขาลูกใหญ่เอาไว้ในอก นี่ก็ไม่รู้ว่ายุนฮยองต้องทำงานใช้หนี้ตลอดทั้งชีวิตเลยหรือเปล่าถึงจะทดแทนสิ่งที่ชานอูประดังประเดมาให้จนหมดได้

เธอเป็นห่วงหลานมากจริงๆ

คิดแล้วก็ต้องยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่เริ่มรื้นออกมา เธอตัดสินใจเดินไปที่โทรศัพท์ มือหยาบหยิบนามบัตรที่เหน็บเอาไว้ตรงสมุดออกมาเพ่งมอง จากนั้นก็จิ้มตัวเลขลงไปช้าๆ พร้อมกับสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ

 

            ตู๊ด..

 

            “ค่ะ ป้าเอง ที่มาขอซื้อที่ร้านวันนั้น ยังต้องการอยู่มั้ยคะ?”

            ...

            “ป้าต้องการขายที่ค่ะ ด่วนที่สุด ที่ดินพร้อมโอนค่ะ”

 

ถ้าอยู่ตรงนี้ชานอูก็คงจะตื๊อตอแยยุนฮยองต่อไป หลานของเขาไม่ใช่ของเล่นที่จะให้ลูกเศรษฐีมาหลงระเริงชั่วขณะแล้วก็เฉดหัวทิ้ง ถ้ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ ก็มีแต่ยุนฮยองเองนั่นแหละที่จะเสียใจ ถึงตอนนั้นมาก็คงเรียกร้องอะไรไม่ได้แล้ว

            ชีวิตนี้ยุนฮยองเจอเรื่องเศร้ามามากพอแล้ว เขาพร้อมที่จะปกป้องหลานทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้เจ็บปวด

            ต้องหนี

            พายุนฮยองหนีไปให้ไกล ไปในที่ที่ชานอูจะหาไม่พบ

 

            “ป้าต้องการเซ็นสัญญาขายที่ตอนนี้เลยค่ะ เวลามีไม่มากแล้ว ค่ะ.. อยู่ที่ร้านนะคะ”

            ..

            “ขอบคุณมากค่ะ” 

 


talk

คุณป้าทำตัวมีปัญหาอีกแล้วนะคะ 
โกรธแค้นเคืองอะไร ไปลงกับบอทป้าได้เลยค่ะ ฮาา 5555555555
อัพครบ100%เลยเพราะไม่รู้จะตัดตรงไหน ละก็รู้สึกว่าเว้นไปยาวมาก 
ไม่มีคิวให้เราอัพเลยตัวเอง มันต้องอัพตามวันเวลาเพราะมันเชื่อมกับบาปอื่นๆ อย่าลืมไปตามอ่านให้ครบนะคะ
ดบบแซ่บลืมมมม มิโนก็น่ารัก พี่มาร์คก็น่ากลัว เจบีก็น่าตบ อาคังก็น่าเตะ ส่วนจุนเน่ก็โคตรกาก #ไม่ใช่ 55555555
แล้วเรื่องนี้ก็ฝากเม้นกับติดแท็ก #พี่ยุนน่ากิน ด้วยนะคะ
<3



 
M
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,262 ความคิดเห็น

  1. #1239 Wattson (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2560 / 08:42
    ป้าเอ๊ยยยยย
    #1,239
    0
  2. #1227 jun de (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2559 / 08:09
    ป้าาาาาทำไมป้าเป็นแบบนี้หนูรู้ว่าป้ารักหลานแต่ป้าดูไม่ออกเหรอว่าคุณหนูคนนั้นรักหลานป้าจริงๆนะ ฮื่ออออ
    #1,227
    0
  3. #1211 เมียแร็ปเปอร์ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 / 01:15
    ป้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
    #1,211
    0
  4. #1159 ก็กูจุนฮเวอ่ะ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 21:53
    โอ๋ยยยย อ่านแบบละมุนมาทั้งเรื่อง ป้าแหมมม ก็อนาคตของหลานมั้ยล่ะ เข้าใจอยู่ว่าเป็นห่วง แต่ทำแบบนี้ก็กลับไปห่วงโซ่เดิมๆนั่นแหละะะ ฮื่ออออ
    #1,159
    0
  5. #1061 9nawKIHAE (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 เมษายน 2559 / 13:39
    โอยยย ขุ่นป้าฮะ ใจเย็นๆหน่อยก็ไม่ได้เนาะะ T^T 
    #1,061
    0
  6. #1008 -SORA_7 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 เมษายน 2559 / 23:40
    ป้าคะขอร้อง! เลิกทำร้ายยุนเหอะ! >[]<
    #1,008
    0
  7. #988 ทำไมต้องจินฮวาน' (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 มีนาคม 2559 / 01:03
    เอ้าาาาาาา อะไรเนี่ย คือป้า เข้าใจนะว่าป้าเป็นห่วงหลาน แต่ทำแบบนี้มันตัดอนาคตไปมั้ย ถ้าตัดเรื่องชานอูออกแล้วคิดถึงอนาคตที่จะได้ มันคุ้มกันกว่ามากมั้ย ป้าอยากทำงานหลังขดหลังแข็งอดมื้อกินมื้อไปตลอดชีวิตเหรอ ป้าอาจจะทนได้นะแต่หลานป้าล่ะ? ป้าทำแบบนี้พอก็เท่ากับดับอนาคตพี่ยุน ถ้าสมมติว่าวันหนึ่งป้าไม่อยู่แล้วแล้วพี่ยุนนี้ต้องทำไง ขายของไปตลอดเหรอ? คิดสิ ชานอูก็บอกแล้วนะ มันเป็นข้อเสนอที่ดี เปิดใจเปิดโอกาสให้ตัวเองให้โอกาสกับชีวิตหน่อยสิ
    #988
    0
  8. #954 Fangg_l (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 มีนาคม 2559 / 13:27
    คือป้าคะ คิดมากไปป่าวแต่ก็คนเป็นป้าอ่ะเนอะรักหลานไม่อยากให้เสียใจ แต่....โอ๊ยป้าาาาา
    #954
    0
  9. #859 gxisimp (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:47
    โอยป้าาาไม่ถงไม่ถามความรู้สึกหลายตัวเองเลยคิดเองเออเองไปทุกอย่างอยู่นั่นแหละ / ชานอูน่ารักมากเจ้าชายสุดฮรือน้องเล็กเทวดา~
    #859
    0
  10. #771 HoneyBabby (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2559 / 10:29
    อะไรรรรรรรรรรรรร โอ้ยยย จะกลัวอะไรนักหนาตอนนี้หลานป้าก็มีความสุขไม่ใช่รึไงงงง ? กรี้ดดด
    #771
    0
  11. #758 ( ̄ˇ ̄)♡ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559 / 18:43
    ป้าาา ไม่ดิไม่ เห่ยคือแบบถึงต่อไปพี่ยูนจะเสียใจ ก็ให้ตอนนี้ได้รู้สึกดีก่อนไม่ได้หรอ

    เรารู้ว่าป้าเป็นห่วงพี่ยูน แต่เราแค่ไม่เข้าใจจริงๆนั่นแหละ อาจต้องใช้เวลา..
    #758
    0
  12. #757 hhamneww (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559 / 18:33
    ในความคิดของป้าคงกลัวพี่ยุนโดนชนูทิ้ง ฮือออ ชนูเค้าหลงพี่ยุนขนาดนั้น ไปไหนไม่รอดหรอกค่าา
    #757
    0
  13. #511 Mo_mo (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2558 / 20:09
    ป้าาาา ป้าไม่เห็นเหน็บที่กินขาชนูเลยเหรอ น้องอุตสาห์มานั่งทานข้าวด้วยกันง่ะ ป้าไม่สงสารหลานมั่งเหรอกำลังจะมีชีวิตดีๆแล้วอ่ะ ป้าาาา ฮื่อออ TT
    #511
    0
  14. #415 ปุ้กก้าพิม╮(-3-)╭ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2558 / 14:16
    ทำไมทำไมทำไมป้าทำแบบนี้
    ชนูจริงใจนะ ป้าง่ะ ? ?
    #415
    0
  15. #352 Swag_MH_ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2558 / 23:47
    ทำไมชานอูดีเยี่ยงนี้ละคะะะ 

    ถวายให้ทุกอย่างเลย 

    เขินแรง

    แต่ป้าคะ ทำไมป้าทำกับยุนฮยองแบบนี้ ฮื้ออออ 

    ทำไมป้าต้องพรากกก 
    #352
    0
  16. #317 litsy (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2558 / 09:25
    อยู่ดีๆก็รู้สึกเหลียดป้า -.,- แต่ก็เข้าใจความรู้สึกนั้นอยู่นะ... แต่เราก็ไม่อยากให้ใครมาขัดพี่ยุนกับชนูอ่ะ *ดีดดิ้น* #โดนตบ
    #317
    0
  17. #305 withbj (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2558 / 10:03
    ป้าคะะะใจเย็นๆนะคะฮือออ กำลังดีแล้วเชียวฮืออออ
    #305
    0
  18. #276 ❥〖Pudajang〗❤ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2558 / 16:35
    ฮือ ชานอูน่ารัก พี่ยุนน่ารัก ขอเขมือบทั้งคู่เลยเถอะ TwT
    ส่วนป้าาาาาาาาาาาาา!! กลับลงหลุมไปย์ซะหรือจะไปไหนก็ได้ค่ะป้า
    แต่ทิ้งพี่ยุนไว้ให้ชานอูซะ !! จะเอาพี่ยุนให้ชานอู ( *งอแง* )
    #276
    0
  19. #275 Plastic-bag (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2558 / 02:32
    ชานยุนละมุนมากกกกกก อบอุ่นมากกกกก แต่ป้าคือแบบ ก็เข้าใจป้าแหละว่าห่วงหลาน แต่เราก็อยากให้ชานยุนอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขอะ
    #275
    0
  20. #267 Faizi Eiei (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2558 / 21:48
    ชานอูช่วยส่งป้าแกไปเรียนกศน.ทีนะเผื่อจะได้คิดเยอะกว่านี้มีกินสบายอยู่อย่างหรูตอนนี้ก็ดีกว่าจนไปตลอดชาตินะป้า รำมากรำมากๆ
    #267
    0
  21. #266 PKDONOVAN (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2558 / 01:33
    ที่เขาว่าคบเด็กจะเป็นอมตะคงจะจริง หลงชานอู เขิน >///< อ่านไปบิดไปทำไมทำตัวน่ารักขนาดนี้นะชานอู
    #266
    0
  22. #263 mclub (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2558 / 07:14
    คำเดียวหลังจากอ่านจบ 'โอ้ยป้า' เฮ้อออออ ให้มันได้งี้ดิ เดี๋ยวพ่อพระเอกก็ได้ซื้อบ้านให้อีกหลังพอดี หึหึหึ
    #263
    0
  23. #262 Chonticha Muangjaima (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 17:17
    ไม่นะป้าาาาาาอย่าาาาาทำแบบบบบนี้ ป้าหนีเค้าไม่พ้นหรอกค่ะเชื่อหนูสิ... อย่าพยายามเลยนะคะ.... ยูคเธอควรตัดใจซะเถอะนะเพื่อนรัก
    #262
    0
  24. #261 ✨Krisyeol only ✨ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 13:56
    ป้าาาาขอร้องละอย่าเอาพี่ยุนไปปปลองเปิดใจรับชานก่อนสิค่ะป้าอย่าทำแบบเน้
    #261
    0
  25. #260 znpyp (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 10:57
    คุณป้าคะหยุดคะเลิกคิดมากเถอะคะหนูขอร้องให้เค้ารักกันเถอะคะะะะะะะTT
    #260
    0