( END ) 7SINS/iKON ✡ GLUTTONY ▫ #chanyun

ตอนที่ 5 : chapter three

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,092
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    30 เม.ย. 58


7SINS-iKON

GLUTTONY

Chapter 03

 

น่าเบื่อ

ชานอูหันไปมองที่นั่งข้างๆ ซึ่งว่างเปล่าอยู่ในตอนนี้ หลังจากที่ยูคยอมขอตัวออกไปคุยโทรศัพท์เพราะพี่ฮันบินรับสายแล้ว เจ้าตัวก็เดินกลับเข้ามาด้วยท่าทางหงุดหงิด

            ยูคยอมเล่าว่าทันทีที่กดรับก็ได้ยินแต่เสียงกลอกๆ แกลกๆ ไม่มีคนพูด ก่อนที่สายจะหลุดไป พอโทรกลับเข้าไปหาอีกทีก็พบว่าฮันบินปิดเครื่องหนีไปซะแล้ว

            ความจริงพอเป็นอย่างนี้ชานอูก็พอจะเดาออกว่าเรื่องมันเป็นยังไง เขาไม่แน่ใจว่าตัวเองเดาถูกรึเปล่า แต่สิ่งที่คิดว่าใช่ชัวร์ๆ ก็คือตอนนี้พี่จีวอนต้องอยู่กับพี่ฮันบินแน่ๆ ได้แต่ภาวนาว่าไอ้เสียงกลอกแกลกที่ยูคยอมได้ยินนั้นจะไม่ใช่การยื้อแย่งโทรศัพท์และทำร้ายกันก็พอ

            ในใจเขาก็คิดว่าพี่จีวอนคงทำร้ายพี่ฮันบินไม่ลง

            แต่ใครจะรู้.. ถ้าคนเราตกอยู่ในความโกรธล่ะ?

            ขนาดกับน้องชายยังไม่เว้นเลย พี่ชายของเขาน่ะหึงแรงกันหมด จะว่าไปแล้วมันก็อาจจะติดมาตั้งแต่รุ่นพ่อแล้วก็ได้

เหมือนจะมีอยู่ครั้งหนึ่งที่แม่ของพี่จีวอนอยากลองไปคบหาดูใจกับผู้ชายคนใหม่ที่อยู่ต่างประเทศ เพราะตกอยู่ในสถานะเมียน้อยแบบนี้มันก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมา แถมพ่อก็ไม่ค่อยได้ไปหาด้วย เพราะว่าช่วงหลังๆ ต้องเข้าประชุมถี่มากเนื่องจากจะขยายกิจการใหม่

ทั้งคู่น่าจะดูใจกันมาสักพักแล้ว พอมั่นใจว่าจะคบกันแม่ของพี่จีวอนก็เลยมาขออนุญาตพ่อของเขา

            ใครจะไปรู้ว่าอีกสามวันต่อมาผู้ชายคนนั้นจะประสบอุบัติเหตุแล้วก็จากโลกนี้ไปตลอดกาล

            คือ.. มันอาจจะเป็นความบังเอิญก็ได้ ข่าวก็ลงแบบนั้น และทุกคนก็เชื่อในสิ่งที่สื่อบอก ชานอูเองก็อยากจะเชื่อเหมือนกัน ถ้าไม่ติดว่าเขาเห็นพ่อแอบยิ้มตอนอ่านข่าวนั่น ทีแรกก็นึกว่ายิ้มอะไร เพิ่งจะรู้ว่าผู้ชายในข่าวคือแฟนใหม่ของแม่พี่จีวอนนั่นแหละ

            ซง อิลกุกน่ะไม่ใช่คนดีนักหรอก แต่ในฐานะที่เขาเป็นลูก ก็ไม่อยากคิดในแง่ร้ายกับพ่อตัวเอง อย่างน้อยที่อยู่สบายมาอย่างทุกวันนี้ก็เพราะพ่อปูทางเดินไว้ให้ทั้งนั้น

            “คิม ยูคยอม ทำไมวันนี้สแกนบัตรว่ามาโรงเรียนแต่ไม่เข้าเรียนวิชาครู?”

อาจารย์ที่อยู่หน้าห้องถามขึ้น ทำให้ทั้งห้องพร้อมใจกันหันมายังชานอูเพราะรู้ว่าเป็นเพื่อนกัน แต่ทุกคนก็รีบหลบสายตาเมื่อเขาหันไปมองตอบ

            อาจารย์มองมาด้วยสายตาที่ต้องการคำตอบ ถึงแม้จะไม่กล้าดุด่าลูกชายของผอ.ก็ตาม แต่กับยูคยอมนั้นไม่ใช่ ถ้าจะโดดเรียนก็ต้องโดนทำโทษไปตามระเบียบ

            “ยูคยอมไม่สบายครับ เห็นบอกว่าปวดหัว”

            ชานอูตอบด้วยน้ำเสียงสบายๆ ทั้งๆ ที่ในใจนั้นกำลังปลงตก ทำไมเขาต้องมาแก้ตัวให้กับคนที่โดดเรียนไปเฝ้าแฟนด้วยนะ

            ใช่ พอเห็นว่าติดต่อฮันบินไม่ได้ ยูคยอมก็บอกว่าจะลองไปดักรอที่ตึกเกรด 11 ดู เพราะมั่นใจว่ายังไงฮันบินก็ต้องมาโรงเรียนแน่ๆ แต่ถ้าไม่เจอวันนี้ก็จะลองไปหาที่บ้านตอนเย็น ยังไงก็อยากถามกับปากของตัวเองว่าเป็นอะไร? ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า

            สรุปว่าตอนนี้เพื่อนเขาติดแฟนจนแยกแยะไม่ออกแล้วว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ

            “แต่ที่ห้องพยาบาลไม่ได้ลงข้อมูลไว้ว่าเขาไปรักษาตัวนี่”

            อาจารย์เอ่ยแย้ง

มันเป็นระบบของโรงเรียนนี้เพราะว่าใช้การเช็กชื่อทางออนไลน์ ถ้านักเรียนคนไหนไม่สบายแล้วไปที่ห้องพยาบาลก็จะขึ้นสถานะเอาไว้ด้านหลัง เวลาอาจารย์เช็กชื่อก็จะได้ไม่ต้องเรียกมาสอบสวนซ้ำ

ชานอูถึงกับถอนหายใจ เขาเริ่มจะหงุดหงิดแล้วสิ

ปกติแล้วลูกชายคนเล็กของบ้านไม่ใช่คนที่ชอบโวยวายหรือใช้อำนาจข่มผู้อื่นหรอก แต่กับการที่ตอบคำถามไปแล้วแต่อาจารย์ยังจะมาจับผิดกัน มันก็น่าเบื่อในความรู้สึกอยู่ดี

            “ผมรู้แค่นั้นครับ จะสอนต่อได้รึยัง?”

พูดเพียงแค่นั้นอาจารย์ก็ทำได้เพียงแค่เงียบ ชานอูรู้ดีว่ามันไม่ใช่การกระทำที่ไม่ค่อยสมควร แต่มันก็เป็นเรื่องดีที่ทำให้เขาไม่ต้องตอบคำถามใดๆ อีกต่อไป

            เด็กหนุ่มเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างตลอดทั้งคาบ เขาส่งข้อความไปตามให้ยูคยอมมาเรียนได้แล้ว แต่อีกฝ่ายก็ตอบกลับมาว่าจะไม่เรียนจนกว่าพี่ฮันบินจะมาด้วย

            ทำไมมันน่าเหนื่อยใจขนาดนี้นะ เขาคิดว่าวันนี้พี่ฮันบินอาจจะไม่มาโรงเรียนแล้วก็ได้ แล้วการมีความรักนี่จำเป็นจะต้องสละเวลาเรียนของตัวเองเพื่อไปนั่งเฝ้านั่งรอเลยอย่างนั้นหรอ?

            ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกัน เพราะถึงเขาจะชอบพี่ยุนฮยองมากแค่ไหน แต่ถ้ายุนฮยองยอมมาเรียนด้วยกันที่นี่ เขาก็ไม่มีความคิดที่จะไปนั่งเฝ้าแบบนี้อยู่แล้ว ลำพังถ้าคิดถึงก็ส่งข้อความเอาก็ได้มั้ง

ชานอูถอนหายใจออกมาเป็นรอบที่เท่าไรแล้วก็ไม่รู้ เขาไม่ค่อยมีสมาธิเรียนเพราะในหัวคิดอยู่ตลอดว่าเหตุการณ์น่าปวดหัวมันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น แน่นอนว่าอีกไม่นานจะต้องมีเรื่องที่น่าปวดหัวกว่านี้ตามมาแน่ๆ

เวลาผ่านไปนานเท่าไรเขาก็ไม่อาจรู้ได้ จนกระทั่งเสียงออดบอกเวลาหมดคลาสดังขึ้นมาชานอูถึงได้รู้สึกตัว

อาจารย์ผู้สอนเองก็เดินออกจากห้องไปแล้ว ซักพักร่างสูงๆ ของยูคยอมก็เดินเข้ามาในห้อง บนใบหน้าแฝงไปด้วยความเครียดจนชานอูถึงกับขมวดคิ้วตามแล้วเอ่ยปากถามก่อนอย่างห้ามไม่ได้

“เป็นไรวะ?”

“กูรู้แล้วว่าพี่ฮันบินหายไปไหน”

ยูคยอมตอบอย่างหัวเสีย มือหนายกขึ้นมาขยี้หัวของตัวเองก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่นแล้วพูดเสียงเบา

“ไปอยู่กับพี่มึงมา”

อ่า.. เป็นคำตอบที่ชานอูไม่ค่อยแปลกใจเท่าไรนัก

พี่จีวอนไปขลุกอยู่กับพี่ฮันบินทั้งคืนจริงๆ เรื่องนี้เขายังไม่ได้บอกยูคยอมหรอก แล้วก็จะไม่ปริปากพูดด้วยเพราะมันไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นเลย และดูจากท่าทางเครียดๆ ของอีกฝ่ายก็ทำให้เขารู้สึกสงสารขึ้นมาจนต้องส่งมือไปลูบที่หลังเบาๆ

            “มึงถามพี่ฮันบินเองเหรอ?”

            ชานอูชวนคุย ส่วนยูคยอมก็จิปากด้วยความขัดใจแล้วหันมามองหน้า

            “อือ พี่มึงกับพี่ฮันบินขึ้นลิฟต์มาด้วยกัน ห้องเรียนของพี่ฮันบินอยู่เยื้องๆกับลิฟต์พอดีกูก็เลยเห็น – แม่งทำไมมาด้วยกันวะ หรือว่าเมื่อคืนจะไปด้วยกัน?”

            ประโยคแรกยูคยอมเว้นจังหวะไปพึมพำอยู่คนเดียว แต่ตอนสุดท้ายดันหันมาขอความคิดเห็นจากชานอูซะงั้น

เล่นเอาใจหายวาบไปหมด ชานอูจำต้องแสร้งทำเป็นหัวเราะกลบเกลื่อนแล้วรีบส่ายหน้า โชคดีที่ตอนนี้ยูคยอมกำลังหัวเสียเลยไม่ได้สังเกตความผิดปกตินั่น

            ปล่อยให้คิดไปว่าเมื่อคืนพี่จีวอนอยู่ที่บ้านน่ะดีแล้ว..

            “ละ.. ทำไมติดต่อพี่ฮันบินไม่ได้ล่ะ?”

            “ไม่รู้ กูถามก็บอกว่าโทรศัพท์หาย แต่มันปิดเครื่องด้วยอะ ไม่รู้ว่าบล็อคเบอร์กูรึเปล่า”

            ยูคยอมยังบ่นอีกยกใหญ่ ล้วนแต่เป็นการคิดไปเองในแง่ร้ายทั้งนั้น โชคดีที่ไม่กี่นาทีหลังจากนั้นอาจารย์คาบต่อไปก็เดินเข้ามาพอดี เขาจึงได้แต่ตบบ่าเพื่อนแล้วตั้งหน้าตั้งตาเรียนต่อไป

แต่คนที่มีเรื่องว้าวุ่นอยู่ในใจก็คงไม่มีสมาธิเรียนหรอก ตลอดเวลายูคยอมเอาแต่ถอนหายใจแรงๆ แล้วก็ขีดเขียนไปมาในสมุดเหมือนอยากจะระบายอารมณ์ ที่หัวคิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันบ่งบอกว่าอารมณ์ยังไม่ดี ทำเอาคนที่นั่งข้างๆ ไม่กล้าชวนคุยอะไรต่อ

            พอวิชาสุดท้ายจบลงยูคยอมก็รีบคว้ากระเป๋าแล้วพุ่งออกจากห้องไปทันที ชานอูตะโกนถามว่าจะรีบไปไหนแต่อีกฝ่ายก็ไม่ตอบ ไม่รู้ว่าไม่ได้ยินจริงๆ หรือแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินกันแน่ เขาได้แต่ส่ายหน้าแล้วถอนหายใจออกมาเพราะพอจะเดาเหตุผลออกอยู่แล้วว่ามันจะต้องรีบไปเฝ้าพี่ฮันบินแน่ๆ

            แล้วจะทันพี่จีวอนไหมล่ะ -_-

            รายนั้นน่ะอยู่ห้องข้างกัน ถ้าพี่จีวอนจะกันไม่ให้ใครยุ่งกับพี่ฮันบินจริงๆ ล่ะก็ ทำได้ง่ายๆ เลยล่ะ

ชานอูถอนหายใจเพื่อไล่เรื่องหนักใจออกจากหัวแล้วเดินออกไปจากห้อง มือหนากระชับกระเป๋านักเรียนของตัวเองแล้วล้วงเข้าไปหยิบโทรศัพท์ออกมากดโทรออก

            เขาโทรไปยังเบอร์ของยุนฮยองเพราะอยากคุยด้วย แต่ก็ต้องขมวดคิ้วเข้าหากันเพราะพบว่าตอนนี้ยังไม่เปิดเครื่อง

            ทำไม?

            ก็ให้โทรศัพท์ไปตั้งแต่ตอนเช้าแล้วนี่หว่า แถมคนขับรถยังส่งข้อความมาบอกแล้วด้วยว่าส่งให้ถึงมือ เขาคิดว่ายุนฮยองไม่ได้บ้านนอกขนาดใช้ไม่เป็นหรอกนะ..

            “เอ้อ ชานอู..”

            ร่างสูงหันไปมองเมื่อเพื่อนชั้นเดียวกันที่เดินผ่านไปหยุดและทัก เขาเลิกคิ้วขึ้นเมื่อพบว่าเป็นคนไม่คุ้นตา แต่ในเมื่ออีกฝ่ายเข้ามาทักพร้อมกับรอยยิ้มก็เลยยิ้มตอบกลับไป

            “เมื่อกี้ฉันเดินผ่านหน้าโรงเรียน เห็นใครก็ไม่รู้มาถามหานายแต่ว่ายามไม่ให้เข้าอะ”

            คิ้วเรียวเลิกคิ้วเพราะความแปลกใจ ใครกันที่จะมาหาเขาเวลานี้ แล้วทำไมยามถึงไม่ให้เข้า? ความจริงแล้วการจะเข้ามาในโรงเรียนนี้ง่ายมาก ถ้าเป็นคนนอกก็แค่อ้างว่าเป็นคนสนิทหรือรู้จักกับลูกเจ้าของโรงเรียน ยามก็พร้อมจะโค้งให้แล้วก็ปล่อยเข้ามาได้อย่างง่ายดายแล้วแท้ๆ

            “นายไม่รู้เหรอว่าเขาชื่ออะไร”

            ชานอูรั้งแขนของอีกฝ่ายเอาไว้ ส่วนคนตรงหน้าก็ส่ายหน้าช้าๆ ก่อนจะเงยขึ้นไปมองด้านบนเหมือนกำลังนึกอะไรซักอย่าง

            “ไม่รู้นะว่าชื่ออะไร แต่อาจจะแอบอ้างก็ได้ เพราะแต่งตัวอย่างนั้นไม่น่าจะรู้จักกับนายหรอก”

            “แต่งตัวอย่างไหน?”

            “ก็อย่างที่..เสื้อยืดธรรมดากับกางเกงขาสามส่วนน่ะ รองเท้าแตะด้วย.. คือ - มันเฉิ่ม นายจะไปรู้จักคนแบบนั้นได้ยังไง”

            จริง..

            เป็นเรื่องจริงที่คนอย่างชานอูไม่น่าจะไปรู้จักคนพรรค์นั้นได้

ถ้าเป็นเมื่อก่อนน่ะนะ

ชานอูเบิกตากว้างเมื่อได้ยินแบบนั้น ในหัวมโนภาพออกมาเสร็จสรรพว่าคนที่มาหาเขาจะต้องเป็นยุนฮยองแน่ เพราะเมื่อเช้าที่เจอกันยุนฮยองก็แต่งตัวแบบนั้นเหมือนกัน

            เพราะแบบนั้นเขาจึงรีบวิ่งออกไป

 

GLUTTONY

 

            แค่นี้ก็รู้แล้วว่าโรงเรียนมัธยมซงไม่เหมาะกับคนอย่างเขาหรอก..

ยุนฮยองทอดสายตามองไปตามทางเข้าโรงเรียนที่แสนหรูหรา นักเรียนหลายคนที่ทั้งเดินและนั่งรถออกมาต่างก็พากันมองมาที่เขาเป็นตาเดียว แน่นอนว่าต้องไม่ใช่สายตาที่ดี หลายคนมองมาแบบสงสัย หลายคนมองมาแบบแปลกใจ และอีกหลายๆ คนที่มองมาแบบเหยียดหยาม

            เขาก้มลงไปมองเสื้อผ้าของตัวเองก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ คิดผิดจริงๆ ที่แต่งตัวแบบนี้มา เพราะไม่คิดว่าโรงเรียนจะหรูขนาดนี้ เหมือนกับที่เคยเห็นในละครหลังข่าวเลย

            แม้แต่ยามของที่นี่ยังแต่งตัวดีกว่าเขาซะอีก

เป็นเพราะคำพูดของป้าที่เอาแต่กรอกหูตลอดวัน ทำให้ยุนฮยองตัดสินใจมาหาชานอูด้วยตัวเองถึงโรงเรียน

            วันนี้เขาได้ยินแต่ประโยคของป้าที่เอาแต่กรอกหูว่าชานอูสูงส่งอย่างนู้นอย่างนี้ พูดพรรณนาถึงบ้านที่แสนจะใหญ่โตแล้วก็ความรวยที่คนธรรมดาอย่างเราๆ ไม่ควรจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย

ทั้งหมดก็เป็นเรื่องที่เขาพอจะรู้มาจากการที่ไปหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตเมื่อคืนนั่นแหละ แต่ในใจมันก็นึกแย้งกัน เพราะตลอดเวลาที่ชานอูอยู่กับเขา อีกฝ่ายไม่เคยถือตัวหรือเบ่งใหญ่เลยสักนิด เลยไม่อยากคิดในแง่ร้ายอย่างที่คนเป็นป้าเล่าให้ฟัง

            แต่ความมันก็แตกเพราะตอนที่เข้าไปอาบน้ำนั้นป้าดันเข้ามาเห็นซองจดหมายที่ประทับตราของโรงเรียนซงวางอยู่บนโต๊ะพอดี

            บ้านแทบแตกเลยทีเดียว..

            เอาไปคืน รีบเอาไปคืนแล้วตัดความสัมพันธ์กับคุณหนูชานอูซะ! อย่าให้เขามายุ่งกับคนอย่างเราอีก!’

          แต่ –

          โทรศัพท์นั่นด้วย อะไรที่ได้มาจากคนตระกูลนั้นให้เอาคืนให้หมดเลย นี่ไม่รู้ตัวใช่มั้ยว่ากำลังเล่นกับอะไรอยู่

ป้าพูดเสียงดังไม่ยอมเว้นจังหวะให้เขาได้แก้ตัว แถมยังบอกอีกว่าอย่างเขาน่ะไม่เหมาะกับโรงเรียนซงเลยสักนิด ป้าบอกว่าโรงเรียนนี่เหมือนพระราชวัง คนต่ำๆ อย่างเราแม้แต่จะไปเหยียบพื้นหน้าโรงเรียนก็ไม่สมควร

            มันเป็นคำพูดที่แรงและเหมือนหอกที่แทงลงมากลางใจ ทำไมป้าต้องดูถูกคุณค่าของคนขนาดนั้นด้วย? เพาะแบบนี้ยุนฮยองจึงตัดสินใจมาดูโรงเรียนซงกับตาของตัวเอง

            ก่อนจะรู้สึกว่า..

            เขาไม่น่ามาที่นี่จริงๆ

ตอนที่โบกรถมาที่นี่ คนขับทำหน้าเหมือนว่าเขาล้อเล่นด้วยซ้ำ คนขับพยายามถามซ้ำๆ ว่าจะมาโรงเรียนซงแน่เหรอ มาทำอะไร จำชื่อโรงเรียนผิดรึเปล่า ถามเยอะเสียจนยุนฮยองเกือบจะไม่ไปแล้วโบกรถคันใหม่ ถ้าไม่ติดว่าลุงแกจะรีบพยักหน้าเออออแล้วพามาถึงจุดหมาย

            มันหรู.. เหมือนกับพระราชวังจริงๆ

          “พี่ยุนฮยอง!

กายบางสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงเรียกมาจากทางด้านหน้า พร้อมกันนั้นยามที่อยู่ข้างๆ ก็ทำสีหน้าตกใจแล้วก็รีบโค้งจนแทบติดพื้น ส่วนนักเรียนคนอื่นที่ยังอยู่รอบๆ ก็หันมามองเช่นกัน

            “ค..คุณหนู คือนี่เป็น..คนรู้จักของคุณหนูเหรอครับ กระผมไม่ทราบ – ”

            “ได้ทำท่าทีน่าเกลียดใส่คนของผมรึเปล่าครับ?”

            ชานอูหันไปถามยามคนนั้นด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ มันดูน่ากลัวจนยุนฮยองเสียวสันหลังวาบ แทบจำไม่ได้เลยว่านี่คือเด็กที่ชอบกินอมยิ้มแล้วก็พูดหยอกล้อกับเขาในทุกๆ ครั้งที่เจอกัน

            “คือ..”

            “เขาไม่ได้ทำอะไรหรอก”

            เมื่อเห็นยามทำหน้าลำบากใจยุนฮยองก็เลือกที่จะแก้ต่างให้

            อันที่จริง.. ยามก็ไม่ได้ทำท่าทีน่าเกลียดใส่เขาหรอกนะ แค่มองตั้งแต่หัวจรดเท้า – เหมือนๆ กับที่นักเรียนคนอื่นๆ มองมา แล้วก็ใช้คำพูดเหยียดๆ ประมาณว่า อย่างนายนะเหรอจะรู้จักกับคุณหนูชานอู พร้อมกับหัวเราะเยาะยกใหญ่

พอลองคิดดูแล้วมันก็น่าเจ็บใจจริงๆ นั่นแหละ แต่เมื่อก้มลงมองสารรูปของตัวเอง ก็เลยคิดได้ว่าถ้าเขาเป็นยาม แล้วถ้ายามเป็นเขา เขาก็คงจะไม่ปล่อยให้เด็กที่มีสภาพแบบนี้เข้าไปด้านในหรอก

            “แล้วทำไมพี่ถึงไม่ได้เข้าไปด้านในล่ะ?”

            ชานอูหันมาถาม บนใบหน้านั้นเต็มไปด้วยความโกรธเมื่อเห็นว่ายามปาดเหงื่อ ทำให้ยุนฮยองต้องรีบยิ้มให้

            “คือ ไม่เป็นไรหรอก ถึงพี่เข้าไปพี่ก็หานายไม่เจออยู่ดี พี่เลยคิดว่ารอหน้าโรงเรียนคงจะดีกว่าน่ะ..”

อันที่จริง.. ยามเป็นคนบอกเขาเองว่าทางออกโรงเรียนนี้มีทางเดียว ถ้ารู้จักกับชานอูจริงๆ ก็รอเจอกันข้างหน้านี่แล้วกัน ไม่ต้องเข้าไปด้านในหรอก ที่สูงส่งอย่างโรงเรียนซงจะใส่รองเท้าแตะเข้าไปได้ยังไง..

            “คราวหลัง ถ้าจะให้รอ ก็ช่วยพาคนของผมไปพักในห้องรับแขกแล้วก็เตรียมน้ำให้ด้วยนะครับ ไม่ใช่ปล่อยให้ยืนรออยู่หน้าประตูแบบนี้

            ชานอูยังไม่หายโกรธ แต่สิ้นสุดประโยคนั้นเขาก็เดินเข้ามาหายุนฮยองพร้อมกับรอยยิ้มที่เหมือนทุกครั้ง – ทำเอาลืมไปเลยว่าเมื่อกี้อีกฝ่ายกำลังเหวี่ยงจัด นี่มีสองร่างรึไงนะ

            “ทำไมพี่ไม่เปิดโทรศัพท์ล่ะ ที่ผมเอาให้ไปน่ะ”

            “คือ.. – ”

            ยุนฮยองอ้ำอึ้งพูดไม่ถูก เขากำกระเป๋าเป้แน่น เพราะด้านในใส่โทรศัพท์เครื่องที่ชานอูมอบให้เมื่อเช้า เขากะแล้วว่าชานอูต้องถามแน่ แล้วก็กลัวว่าจะโทรมาหาตอนอยู่กับป้าด้วย ก็เลยจัดการปิดเครื่องเอาไว้แล้วก็เก็บใส่กล่องอย่างดี

            รอเอาคืน..

            “เอ้อ.. ไหนๆ พี่ก็มาหาผมถึงนี่แล้ว เข้ามาด้านในกันครับ ผมจะพาทัวร์รอบโรงเรียน เพราะพี่ก็จะต้องมาเรียนที่นี่อยู่ดี”

คุณหนูคนเล็กของบ้านพูดพร้อมกับน้ำเสียงตื่นเต้น แขนแกร่งส่งมาโอบไหล่ของยุนฮยองเอาไว้แล้วออกแรงรั้งให้เดินตามเข้าไปด้วยกันที่ด้านใน แม้ว่ายุนฮยองจะทำหน้าตาตื่นและส่ายหน้าขนาดไหนชานอูก็ไม่ยอมปล่อย แถมตรงนี้ยังอยู่ในที่โล่งแจ้งด้วย ถ้าเขาดีดดิ้นแล้วโวยวายต้องไม่ดีต่อชีวิตแน่ๆ

            ยุนฮยองจำต้องเดินตามอีกฝ่ายไปเรื่อยๆ อย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่เมื่อเข้ามาด้านในเขาก็ต้องอ้าปากเหวอเพราะความอึ้ง

ถนนจากทางหน้าโรงเรียนทอดยาวเข้าไปด้านใน เป็นระยะทางที่ไกลพอสมควร หากแต่การตกแต่งที่อยู่บริเวณรอบๆ นั่นก็ดูอลังการไปทุกสัดส่วนจนอดที่จะหันไปมองตามไม่ได้

            ไม่ว่าต้นไม้หรือเสาไฟที่อยู่ตามข้างทางก็สวยทั้งนั้น ในนี้ราวกับเทพนิยายที่เขาเคยอ่านเจอในหนังสือ สุดทางเดินจะเป็นวงเวียนขนาดใหญ่ที่มีรูปปั้นของเทพคิวปิดหลายคนยืนถือศรรักอยู่รอบๆ ตรงกลางเป็นน้ำพุ

ทางด้านซ้ายเยื้องมาหน่อยมีเทพอีกองค์ตั้งอยู่เช่นกัน เขาจำได้ว่าเป็นเฮร่าเพราะเคยอ่านเจอในหนังสือ ตึกที่อยู่ด้านหลังนั้นติดป้ายเอาไว้ว่าเป็นตึกของเกรด 10 แปลว่าชานอูอยู่ตึกนี้สินะ

            “พี่อยากไปตรงไหนก่อน? พาร์เธนอนไหม ผมว่าจะไปซื้อขนมด้วยพอดี”

            ชานอูหันมาถาม แต่ยุนฮยองกลับเลิกคิ้วด้วยความงงงวย ร่างสูงจึงนึกขึ้นได้แล้วแก้คำให้ฟังว่าพาร์เธนอนคือห้องอาหารของที่นี่

            ว่าแล้วชานอูก็พาเขาเดินไปที่นั่น

            ด้านในโรงเรียนนี้กว้างเสียจนเวลาเดินนี่ปวดขาไปหมด แต่สถาปัตยกรรมภายในก็สวยจนทำให้อยากเดินดูต่อจนครบทุกที

            “วันนี้ดูแค่รอบๆ ทางเดินระหว่างตึกผมไปพาร์เธนอนละกันครับ กว่าจะเดินทั่วโรงเรียนต้องใช้เวลาตั้งสามวันแหนะ เพราะมันยังมีสวนหลังโรงเรียน สระว่ายน้ำ ยิม ห้องสมุด แล้วก็..อีกเยอะแยะเลย”

ยุนฮยองเบิกตากว้างแล้วร้องโหในทันทีที่ได้ยิน ข้อมูลที่เขารับรู้มานั้นทำให้ขนลุกจนต้องยกมือขึ้นมาลูบแขน

แต่แล้วก็ต้องอึ้งไปอีกในตอนที่ชานอูเล่าว่าบ้านของเขากว้างกว่านี้ พอถามว่าเนื้อที่จะเยอะอะไรนักหนา ชานอูก็บอกอีกว่าด้านในมีบ้านหลังใหญ่ สระว่ายน้ำ ห้องโฮมเทียร์เตอร์อะไรก็ไม่รู้เยอะแยะ ยังไม่นับสวนหลังบ้านที่แสนกว้างขวางแล้วก็เรือนพักของแม่บ้านกับคนสวน แถมพ่อยังสร้างโรงจอดรถให้พวกเขาอีกคนละหลัง เพราะแต่ละคนมีรถหลายคันเกินไปจะได้ไม่ต้องแย่งพื้นที่กัน แน่นอนว่าพ่อของชานอูก็มีโรงจอดรถส่วนตัวด้วย

นี่มันโลกใหม่ชัดๆ..

บ้านของชานอูทั้งหลัง ใหญ่เท่ากับร้านขายขนมของเขา 100 ร้านมาเรียงต่อกันซะอีกมั้งน่ะ..

“แบบนี้นายไม่เหนื่อยเหรอ เวลาจะเดินหากันทีน่ะ ทำยังไง?”

ยุนฮยองถามไปเรื่อยในขณะที่ชวนคุย

คิดดูว่าที่นี่กว้างขนาดไหนกัน คุยกับชานอูมาตั้งหลายเรื่องยังไม่เห็นเงาของไอ้สิ่งที่ชื่อว่าพาร์เธนอนเลยสักที

“โหยพี่ พวกผมไม่เดินกันหรอกครับ เวลาหากันไม่เจอก็โทรเอา แต่ถ้าจะออกไปข้างนอกรอบๆ บ้านก็นั่งรถกอล์ฟอะ หรือไม่ก็เซกเวย์”

ยุนฮยองทำหน้างงอีกหน คราวนี้ชานอูเลยอธิบายว่าไอ้เจ้าเซกเวย์นี่มันคืออุปกรณ์เคลื่อนที่ชนิดหนึ่ง เป็นรถยืนไฟฟ้าที่มีสองล้อ อันนี้เขาก็เคยเห็นในหนังเช่นกัน อยากลองเล่นดูสักครั้ง แต่คงไม่มีโอกาสเพราะว่าราคาต้องแพงมากแน่ๆ

แต่ชานอูกลับบอกว่าที่บ้านของตัวเองมีไม่รู้กี่คัน

            เขาไม่เหมาะกับสังคมแบบนี้จริงๆ สินะ..

            “ถึงสักทีพาร์เธนอน ที่ผมไปแวะซื้อขนมร้านพี่เพราะแบบนี้ล่ะ มันไกล ความจริงโรงเรียนเรามีรถกอล์ฟไว้รับส่งนักเรียนนะ แต่ตอนนี้เย็นมากแล้ว คนขับเขากลับกันไปหมดละล่ะ”

สถานที่ตรงหน้าคืออาคารขนาดใหญ่ที่ได้รับการตกแต่งอย่างหรูหรา ยุนฮยองมองอย่างทึ่งๆ เพราะไม่กล้าเข้าไป จนตอนที่ชานอูหยิบบัตรนักเรียนออกมาสแกนก็ต้องกลืนน้ำลายลงคอเพราะการกระทำทุกอย่างในนี้เหมือนในละครที่เขาเคยดูจริงๆ

            มันเหมือนโลกแห่งความฝัน ที่ผ่านมา ตอนเขาอยู่โรงเรียนนี่ก็เคยแค่ทานอาหารในจานหลุมเท่านั้นแหละ สแกนบ่งสแกนบัตรอะไรนี่ไม่ต้องพูดถึงเลย.. ยิ่งจำนวนอาหารละลานตาที่แสนน่ากินที่ตั้งอยู่ตรงหน้านี่อีก

            โรงเรียนอะไรจัดอาหารให้เด็กเป็นแบบบุฟเฟต์หยิบกันเอง.. ค่าเทอมจะเวอร์วังขนาดไหน..

            “หิวเหรอครับ? อาหารตอนนี้มันเย็นแล้วอะดิ เพราะเขาทำตั้งแต่กลางวันแล้ว ทนไหวมั้ย ไว้เราออกไปกินข้างนอกด้วยกัน”

            ชานอูหันมาพูดพร้อมกับหยิบเชอร์รี่ที่วางอยู่บนเค้กมาใส่ปาก

            “พวกอาหารกินแบบเย็นๆ ไม่ดีหรอกครับ เห็นไหมเขาปิดไฟใต้ถาดแล้ว ปล่อยไว้ให้เย็นเพราจะเก็บทิ้ง เดี๋ยวพี่อาจจะท้องเสียได้”

            เก็บทิ้ง?!

            บ้าไปแล้ว.. อาหารเหลือเยอะขนาดนี้เหรอจะทิ้ง สำหรับยุนฮยอง.. แค่กับข้าวที่บ้านเหลือเล็กๆ น้อยๆ ในตอนเย็นยังต้องเก็บเอาไว้อุ่นกินตอนเช้าเลย

            “แต่ขนมน่ะ มันเย็นอยู่แล้ว พี่อยากได้อะไรกลับไปมั้ย? เค้กของที่นี่อร่อยมากเลยนะ หยิบไปได้ตามสบายเลย เอาไปฝากป้าด้วยดีมั้ย?”

            “ม.. ไม่ต้องหรอกชานอู”

            ยุนฮยองปฏิเสธพร้อมกับส่ายหน้ารัว ยิ่งตอนที่ชานอูเตรียมขอกล่องมาใส่เค้กเขาก็ต้องรีบจับแขนของอีกฝ่ายเอาไว้แน่น

            อยู่ตรงนี้นานๆ เริ่มจะอึดอัดแล้วแฮะ..

อย่าว่าแต่ยามหน้าโรงเรียนเมื่อกี้เลย พ่อครัวในนี้ก็แต่งตัวดีกว่าเขาเช่นกัน พอก้มลงไปมองพื้นแล้วเห็นว่ามันเป็นหินอ่อนเนื้อดีเขาก็แทบจะกระโดดเหยงๆ เพราะมันไม่สมควรที่จะเอารองเท้าแตะเก่าๆ แบบนี้มาเหยียบย่ำ

            เขาไม่เหมาะกับที่แห่งนี้จริงๆ

            เราสองคนเกิดมาต่างกันเกินไป ไม่น่ารู้จักกันเลย..

            “พี่โอเครึเปล่า?”

            ชานอูส่งมือมาโบกตรงหน้าพร้อมกับโน้มเข้ามาหา

การกระทำนั้นทำให้ทั้งพ่อครัวและแม่ครัว หรือคนทำความสะอาดต่างหากันหันมามอง บางคนยกมือขึ้นมาปิดปากเพราะอึ้งก็มี ยุนฮยองจึงรีบถอยหน้าออกห่างแล้วยกมือขึ้นมาปิดปาก

            เขาจะทำตัวสนิทกับชานอูไม่ได้แล้ว เดี๋ยวใครหลายคนจะนินทาว่าลูกเศรษฐีผู้ดีมาคบกับคนไม่มีหัวนอนปลายเท้า..

            “พี่อยากกลับแล้วชานอู..”

            “หือ? เราจะไม่ไปกินข้าวกันก่อนเหรอ?”

ชานอูเลิกคิ้วแบบงงๆ ก่อนที่เจ้าตัวจะหยิบเชอร์รี่ขึ้นมาใส่ปากอีกหน แถมยังเตรียมจะหยิบอีกลูกส่งมาให้ด้วยแต่ยุนฮยองก็รีบส่ายหน้าปฏิเสธซะก่อน

            การจะบอกลาคนมันยากแบบนี้นี่เอง..

ทำไมชานอูต้องน่ารักกับเขาด้วยนะ แล้วทำไมเขาต้องเกิดมาในสังคมที่แตกต่างกับร่างสูงขนาดนี้ก็ไม่รู้ นึกแล้วมันก็น่าน้อยใจจริงๆ

            แต่จะอยู่นานกว่านี้ก็ไม่ได้แล้ว..

ยุนฮยองล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า หยิบเอากล่องโทรศัพท์ที่ได้รับเมื่อเช้ามาส่งให้คนตรงหน้า ทำเอาชานอูชะงักมือที่กำลังจะหยอดเชอร์รี่อีกลูกเข้าปาก่อนจะมองเขาแบบยิ้มๆ

            “กะแล้วว่าต้องเอามาคืน เครื่องผมให้พี่นะ เพราะงั้น –”

          “เราอย่าเจอกันอีกเลยชานอู”

            ยุนฮยองชิงพูดแทรกก่อน แน่นอนว่าคำพูดนั้นทำให้ร่างสูงอึ้งไป ชานอูเลิกคิ้วมองแบบงงๆ ในทีแรก ก่อนที่ริมฝีปากจะเผยยิ้มบาง คงเพราะนึกว่ายุนฮยองล้อเล่น

            “พี่พูดจริงนะ นายอย่ามายุ่งกับพี่เลย พี่ลำบากใจมากอะที่เป็นแบบนี้.. ขอโทษนะ”

            “หืม.. พี่กำลังล้อเล่นกับผมเหรอครับ? ไม่เอาน่า ทำไมพี่ถึง –”

            “เปล่า ไม่ได้ล้อเล่น – พี่พูดจริง”

“...”

“อย่ามาเจอพี่อีกเลยชานอู”

 



 

talk

ครบ100%เช่นเคย
มาแบบดราม่า555555555 
แต่เพื่อนสีสันของเรื่องเนอะ มันต้องมีอุปสรรคมาก
อย่าว่าพี่ยุนเลย ถ้าเราเป็นพี่ยุนเราก็ไม่กล้ายุ่งกับชานอูเหมือนกัน รวยเกิ๊นคนอะไร

ฟิคเรื่องนี้เชื่อมกับ #7sinsดบบ นะคะ ตามไปอ่านนะ
ฉากที่ยูคยอมบอกว่าฮันบินรับโทรศัพท์แล้วแต่ได้ยินเสียงกลอกๆแกลกๆแล้วก็ตัดไป ถ้าใครตามอ่านดบบ.จะรู้ว่าทำไม..
จริงๆแล้วบาบิเป็นคนรับโทรศัพท์นะคะ
ดบบ.ตื่นกันตอนบ่าย ชานอูก็มาโรงเรียนตอนเกือบเที่ยงเช่นกัน นั่งทำงานไปเรื่อยๆก็บ่ายนั่นแหละ <3
เวลามันไล่เลี่ยกันนะคะ ทุกเรื่องเลย ตามอ่านให้ครบจะดีมาก 
รายละเอียดในเรื่องเยอะหน่อย ฟิคนี้มันเชื่อมกันเยอะมาก55555 ถ้างงหรือสงสัยตรงไหนถามได้นะคะ

สุดท้ายนี้
ฟิคมีโอพีวีแล้วนะคะ เพิ่งจะออกมาแบบสดๆร้อนๆเมื่อคืนนี้ /กรีดร้องรัวและแรงมาก/
มันดีงามค่ะ ขอบคุณคนทำด้วยน่ารักที่สุดเลย อุตส่าห์ไปทำมาเซอร์ไพรส์ให้ /TOT/
อย่าลืมไปดูน้าาาา *จิ้มลิ้งเลย หรือเปิดหน้าบทความก็ด้ายยยย
https://www.youtube.com/watch?v=uvpaotIAvns

ปล. แท็ก #พี่ยุนน่ากิน นะคะ 
M
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,262 ความคิดเห็น

  1. #1225 jun de (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2559 / 06:33
    ทำไมเป็นแบบนี้ไม่ชอบเลยจะร้องไห้ฮื่อออออป้าหนูขอคู่นี้หนูขออออออ
    #1,225
    0
  2. #1184 wan-dee (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2559 / 02:05
    ป้าขาาาา อย่าขัดนักเลย เด็กเค้าจะรักกัน
    #1,184
    0
  3. #1157 ก็กูจุนฮเวอ่ะ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 20:11
    เข้าใจยุนฮยองเลยอ่ะ ชานอูแลดูสูงมาก พี่ยุนชีวิตน่าสงสารมากงือออ 😢😢
    #1,157
    0
  4. #984 ทำไมต้องจินฮวาน' (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 มีนาคม 2559 / 00:26
    สงสารยุนอ่า แต่ก็เข้าใจความรู้สึก ใครๆก็มองว่าไม่เหมาะ ตัวยุนฮยองเองก็รู้สึกมันอึดอัดแปลกๆเนอะ สงสารชานอูอีก เพราะฐานะแท้ๆ เป็นเราเราก็ไม่กล้ายุ่งกะชนู คู่นี้แม่งโครตคนดีเลย ขอกล่าวถึงยูคนิดนึง ตอนของบาบิแล้วก็ชนูบรรยายไว้ว่ายูคเป็นคนมองโลกในแง่ดี เป็นคนดี แต่เท่าที่อ่านมาทั้งสองเรื่องคือไม่ชอบยูคเลย เหมือนยูคตามืดมัว ไม่ยอมรับความจริง เราอ่านของบาบิรวมถึงคนอื่นๆจบถึงตอนล่าสุดแล้วเลยแอบรู้ตอนต่อไปของชนูด้วย ตามอ่านต่ออย่างใจจดใจจ่อ แต่งดีมากค่า ภาษาดีมาก คำผิดน้อยมาก //ปล. คำว่า กลอกแกลก มันน่าจะเป็น*กรอกแกรก รึเปล่าคะ พอพูดถึงเสียง'กลอกแกลก'นี่เรานึกถึงคนกลอกตาทุกทีเลย
    #984
    0
  5. #900 9nawKIHAE (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 มีนาคม 2559 / 20:08
    โอ้ยยยยย เจ็บปวดใจจจจจ สงสารยุนฮยองงง ฮืออออ อยู่ในสภาวะอ่านไปก็เจียมเนื้อเจียมตัวตามยุนฮยอง ฮือออออ ทำไมต้องแตกต่างกันขนาดนี้ด้วย แงงงง
    #900
    0
  6. #854 gxisimp (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 / 19:19
    อ่านไปแล้วปวดใจไปฮรือออออออออออออ
    #854
    0
  7. #769 HoneyBabby (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2559 / 09:51
    โหยยยยยยย สงสารอ้ะ ฮือ อยากจะร้องไห้ ชานอูยังเด็ก นางคงยังไม่ค่อยเข้าใจความรู้สึกอึดอัดแบบนี้ โอ้ย หน่วงงงง
    #769
    0
  8. #754 hhamneww (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559 / 18:03
    เข้าใจยุนฮยองอะแต่ก็สงสารชานอู น้องคงชอบพี่ยุนแบบไม่สนใจอะไรอะ ก็คือชอบอะเนาะ ฮือออ เด็กน้อยของพี่
    #754
    0
  9. #751 ( ̄ˇ ̄)♡ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559 / 17:40
    ป้าก็มั่วแต่ถามพี่ยูนอะ เล่นกับอะไร เล่นกับอะไร อยากตะโกนมากว่าความรู้สึกไงจะอะไรหละ ฮอลลล

    #751
    0
  10. #509 Mo_mo (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2558 / 19:44
    โฮฮฮฮ ขุนป้าาาาาาาาเปิดใจให้ชนูหน่อยชนูรักจริง แงงงง ยุนง่ะไม่สงสารชนูเหรอ ชนูรักยุนจริงๆนะ
    #509
    0
  11. #412 Lalabobie (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2558 / 01:52
    ดราม่าง่ะ อ่านแล้วอึดอัดแทนยุนฮยองเยย
    #412
    0
  12. #315 litsy (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2558 / 08:45
    ในที่สุดก็มีแดกมาม่ากันอย่างสุขสันต์ ฮิ้วววว 555
    #315
    0
  13. #302 withbj (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2558 / 14:53
    พี่ยุนนนนนนฮืออเข้าใจฟิวใครจะกล้าสนิทด้วยไม่รู้ว่าต่อไปจะเป็นยังไงมีแต่เสี่ยง แต่ก็ชานอูอาจจะจริงใจแต่อย่างว่ายุนฮยองจะรู้ได้ว่าจริงใจ ถึงจะรู้แต่จะเชื่อได้มากแค่ไหนกัน ชานอูดูจริงใจนะแต่ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นแบบนี้ไปตลอดไหมฮืออ
    #302
    0
  14. #273 Plastic-bag (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2558 / 01:56
    คือสงสารยุนมากกกกกกกกกกก ลำบากใจแทน แต่คือคิดแบบฟิคแล้วก็ต้องทำแบบยุนอะ ฐานะมันต่างกันเกินไป เฮ้อออ~ ได้อ่านเรื่องของคนอื่นมาบ้างนะ คือนายเอกก็รวยไง แต่ยุนแบบ อือหือ~ มันต่างกันเกินไป
    #273
    0
  15. #235 Ztart (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2558 / 14:52
    พี่ยุนอย่าทำแบบนี้จิ
    #235
    0
  16. #232 Ikongkwan (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2558 / 14:58
    สงสารพี่ยุน แง
    #232
    0
  17. #207 ¨❝jkrxxts: (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2558 / 22:59
    สงสารทั้งพี่ยุนแล้วชานอูเลยอ่ะ

    เราเป็นพี่ยุนเราก็คงอึดอัด ลำบากใจ

    นอกจากฐานะแล้วยังมีป้ามาขัดอีก อุปสรรคเยอะดีแท้คู่นี้ T_T
    #207
    0
  18. #201 sweetlittlestar (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2558 / 14:11
    โหยยยยย สงสารพี่ยุนอ่ะป้าพี่ยุนนี่ก็นะ ชนูอย่าปล่อยพี่ยุนไปน้าาาาาา
    #201
    0
  19. #200 Chamor. (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2558 / 09:36
    แงงงงงงง สงสารพี่ยุนอ่ะเราว่าเราเข้าใจพี่แกนะ ก็ต่างกันซะขนาดนี้ฃ

    แต่ชานอูอย่าปล่อยพี่เขาไปง่ายๆนะ อย่ายอมสู้ๆ

    #200
    0
  20. #198 YaYo !! (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2558 / 22:07
    ชานอูไม่ปล่อยพี่เค้าไปหรอกใช่มั้ย ยื้อไว้นะะ 
    แต่ก็จริง คนอะไรโคตรรวย โรงเรียนหยั่งกะพระราชวัง 55
    #198
    0
  21. #197 devil-angle (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2558 / 16:50
    งื้อออเป็นเร่ก็อึดอัดนะ สังคมชนชั้นมันต่างกัน..เสียใจ555555
    #197
    0
  22. #195 ✨Krisyeol only ✨ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2558 / 19:15
    OMG I'm crying เลยมั้ยละฮื้อออ ชานอู..หนูอย่าปล่อยพี่เขาไปนะ.TT TT หน่วงมากอ่ะถ้าเราเป็นพี่ยุนก็ลำบากใจเหมือนกันแหละแตกต่างกันขนาดนั้น..แต่มันคือโชคชะตานะยุนอย่าไปจากน้องสิฮื้อออออออ TT () TT
    #195
    0
  23. #194 pamplapla (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2558 / 19:22
    ชอบมากกกกก ชอบฟิคเรื่องนี้ ขอโทษไรท์มากที่เป็นนักอ่านเงามาตลอด แต่ชอบมาก ชอบชานอูเมื่อเทียบกับพี่แล้วน้องคนนี้ช่างเป็นคนน่ารักอะไรแบบนี้ ฮรืออ ชอบอ่ะ เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ
    #194
    0
  24. #193 faxbun (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2558 / 18:32
    ไม่เอาแบบนี้ได้ไหมฮือ ทำไมเป็นแบบนี้อะแง T____________T ป้าพี่ยุนนี่น่าหมั่นไส้มากเลยอะโอ้ย แล้วชานอูกับพี่ยุนจะได้เจอกันอีกไหมเนี่ยฮือออออออออออออออออ
    #193
    0
  25. #192 Bean_6 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2558 / 21:44
    เข้าใจยุนนะ เพราะขืนคบต่อต้องถูกมองไม่ดีแน่ๆ
    #192
    0