( END ) 7SINS/iKON ✡ GLUTTONY ▫ #chanyun

ตอนที่ 4 : chapter two

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,166
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    12 เม.ย. 58



7SINS-iKON

GLUTTONY

Chapter 02

 

 

 

            “ตระกูลซง..”

            ริมฝีปากบางพึมพำอยู่คนเดียว ลิ้นเล็กส่งออกมาเลียกลีบปากสีสวยพลางเลื่อนสายตาอ่านข้อความที่อยู่บนจอภาพอย่างใช้สมาธิ

ตอนนี้เป็นเวลาสี่ทุ่มกว่าๆ ป้าของเขาเข้านอนไปแล้วยุนฮยองจึงแอบออกมาร้านอินเทอร์เน็ตที่อยู่ใกล้ๆ สาเหตุก็เพราะอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับตระกูลซงให้มากขึ้นนี่แหละ แม้ว่าจะข่มตาหลับเท่าไรมันก็ยังมีเรื่องคาใจอยู่ดี เป็นเพราะที่ผ่านมาเขาไม่ได้มีเวลาศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับตระกูลนี้มากนัก แค่รู้ว่ารวยมากๆ และคนรอบข้างก็เทิดทูลชายที่ชื่อว่า ซง อิลกุก แบบมากๆ ด้วยเช่นกันก็แค่นั้นเอง

            พอลองมาสืบค้นดูก็พบว่าข้อมูลในอินเทอร์เน็ตส่วนมากก็มีแต่คำยกเยอทั้งนั้น หลักๆ จะพูดถึงผู้เป็นบิดาอย่างซง อิลกุก และหน้าที่การงานที่ทำให้ประเทศชาติเจริญก้าวหน้าไปทุกอย่าง ด้านภรรยาก็พูดถึงแค่คนที่จดทะเบียนสมรสตามกฎหมายด้วยเท่านั้น แต่เขารู้ว่าอิลกุกมีภรรยาหลายคนเพราะชานอูเล่าคร่าวๆ แล้วว่าแม่ของตัวเองอยู่ประเทศอื่น ติดงานหนักจึงไม่ได้เจอกันบ่อยๆ เห็นว่าเป็นนางแบบชื่อดังอะไรนี่แหละ

            ยุนฮยองก็ไม่รู้จักอีกเช่นเคยเพราะไม่ได้ตามวงการนี้มาตั้งแต่ต้น ชีวิตเมื่อก่อนของเขาดูจืดชืดไปทันตา

ทางด้านลูกชายสื่อก็ไม่ค่อยพูดถึงนัก ข่าวที่เห็นหลักๆ และผ่านตาเยอะที่สุดก็เป็นของคนที่ชื่อว่า อิม แจบอม เป็นพี่ชายของชานอูแน่ๆ เพราะชานอูบอกเขาเองว่าตัวเองเป็นลูกคนเล็ก ดูเหมือนว่าพี่คนนี้จะเรียนเก่งน่าดู อายุเยอะกว่าเขาไป 1 ปี แต่ในรูปที่น่าเกรงขามและหล่อเหลานั้นก็ทำให้รู้สึกทึ่ง ยิ่งไล่สายตาอ่านผลงานต่างๆ ยุนฮยองก็ต้องเผลออ้าปากเหวอ

เขานึกว่าคนที่จะฉลาดขนาดนี้มีแค่ในนิยายเท่านั้น แต่ใครจะอยากเชื่อว่าคนที่ชื่อแจบอมอะไรนั่นสอบได้คะแนนเต็มทุกวิชา ย้ำนะ..เต็ม ทุก วิ ชา! เป็นอันดับหนึ่งของโรงเรียนทุกปี ฉลาดจนกระทั่งสมาคมการศึกษามอบรางวัลเกียรติคุณให้เลย ที่สำคัญคือไม่เคยมีใครได้รางวัลนี้ด้วย

มันมีอยู่ชิ้นเดียวในโลก และอิม แจบอม เป็นผู้ที่ได้ครอบครอง

ถัดมาก็เป็นหัวข้อข่าวเล็กๆ เกี่ยวกับเรื่องทะเลาะวิวาท ยุนฮยองเลิกคิ้วในขณะที่กำลังอ่าน

เนื้อความพูดถึงลูกชายคนที่หกของ ซง อิลกุก พูดประมาณว่ามีเรื่องชกต่อยกับเด็กต่างโรงเรียนจนอีกฝ่ายบาดเจ็บสาหัส แต่กับคนนี้ไม่มีรูปหน้าให้ดูแฮะ ไม่แน่ใจว่าเศรษฐีซงใช้เงินปิดข่าวรึเปล่า แต่ปกติที่เคยเห็นข่าวแนวนี้มักจะมีรูปหน้าของคนต้นเรื่องอยู่ด้วยสิ นี่กลับเอารูปของคนที่นอนกองกันอยู่บนพื้นมาใส่แทน แถมยังเซ็นเซอร์เอาไว้เสียด้วย

แต่เอาเป็นว่าเขาจะคำชื่อ กู จุนฮเว ไว้ก่อนละกัน เมมไว้ในสมองเรียบร้อยแล้วว่าลูกชายคนนี้น่ากลัวเหมือนที่เคยได้ยินมาว่าอันตราย ดูจากจำนวนคนบาดเจ็บที่นอนอยู่ตรงพื้นแล้วก็ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ

ยุนฮยองนั่งอ่านข่าวเกี่ยวกับเรื่องของซงกรุ๊ปจนกระทั่งเวลา 1 ชั่วโมงหมดลง เขาจำเป็นต้องหยุดเพราะไม่อยากเสียเงินต่อเวลาอีกแล้ว แค่นี้ก็พอจะได้ใจความว่าบ้านของชานอูนั้นรวยมาก.. มาก.. มาก.. แล้วก็มากจริงๆ สมกับเป็นคนที่รวยที่สุดในประเทศตอนนี้เลย

            แค่คิดก็ขนลุก..

            ยุนฮยองยกมือขึ้นมาลูบแขนในขณะที่เดินกลับบ้าน ก่อนจะตบแก้มของตัวเองเบาๆเพื่อเรียกสติ

เขามักจะคิดว่าตัวเองฝันไปอยู่บ่อยๆ ยิ่งมารู้ถึงเรื่องของบ้านชานอูแล้วด้วย ยังไงก็ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกอยู่ดีว่ารวยขนาดนั้นแล้วจะมายุ่งกับคนจนๆ อย่างเขาทำไมนะ..

            ตั้งแต่ที่ชานอูกลับไปเขาก็เอาแต่คิดวนไปวนมาแบบนี้จนคนเป็นป้าสงสัย เพราะเหม่อหลายครั้ง ความจริงป้าสงสัยตั้งแต่ตอนมีรถยนต์มาส่งแล้วแหละ

            ยุนฮยองพยายามปฏิเสธเมื่อโดนถาม เขายังไม่พร้อมจะบอกเรื่องทั้งหมดให้ป้ารู้เพราะคิดว่าป้าต้องเครียดมากแน่ๆ ระยะห่างระหว่างฐานะของเขากับชานอูนั้นต่างกันเกินไป

            ต่างกันจนน่าใจหาย

            ลองคิดสลับกัน ถ้าให้เขาเป็นป้า แล้วมีคนรวยขนาดนั้นมายุ่งกับหลาน.. ยังไงก็ต้องสั่งให้ตีตัวออกห่างอยู่แล้ว

ยุนฮยองถอนหายใจยาว เขากลับมาบ้านอย่างเงียบเชียบเพราะไม่อยากรบกวนป้าที่กำลังนอนหลับ สองขาก้าวขึ้นบันไดไปด้วยความหน่วงในใจ พยายามสูดลมเข้าปอดลึกๆ เพื่อเรียกสมาธิก็แล้ว แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่นอนมองเพดานนิ่งๆ อยู่ดี

            ถึงจะคิดว่าชานอูเป็นเด็กที่น่ารักดีก็เถอะ แต่คงต้องรีบหยุดความสัมพันธ์นี้เอาไว้แล้วล่ะมั้ง

ขอให้เรื่องที่บอกว่าจะมาหาตอนเช้านั่นเป็นแค่เรื่องล้อเล่นด้วยเถอะ..

 

GLUTTONY

 

 

ใครจะไปรู้ว่าคำขอของเขานั้นไม่เคยได้ผลเลยสักที..

ยุนฮยองกลืนน้ำลายลงคอเมื่อวันนี้เขาตื่นมาเปิดร้านเหมือนปกติ แต่สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมก็คือคนตัวสูงที่ยืนรออยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว

            ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นชานอู

            ร่างสูงยืนล้วงกระเป๋าแล้วกินอมยิ้มในขณะรอ เมื่อเขาเปิดประตูบ้านปุ๊บริมฝีปากหนานั้นก็ยิ้มกว้างพร้อมทั้งเดินเข้ามาหา

ยุนฮยองแปลกใจไม่น้อยที่เห็นว่าบนใบหน้ามีแต่รอยช้ำเต็มไปหมด ที่มุมปากกับคิ้วซ้ายก็แตก นั่นเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เขาไม่กล้าไล่ชานอูไปไหน แถมยังใจอ่อนชวนให้เข้ามาในบ้านและทำแผลให้อีกต่างหาก

หลังจากทำแผลแล้วก็ถึงเวลาอาหาร ป้าที่เดินออกมาจากครัวแทบลมจับเมื่อเห็นบุตรชายของเศรษฐีซงตัวเป็นๆ อยู่ตรงหน้า ริมฝีปากบางสั่นพั่บๆ ดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างราวกับเห็นผี ยกมือขึ้นชี้หน้าอีกฝ่ายอย่างลืมตัว

            ยุนฮยองพยายามจะอธิบาย แต่ชานอูกลับยิ้มแล้วโค้งให้ ท่าทีอ่อนน้อมนั่นทำให้ป้าของเขาสงบสติได้บ้าง แต่ก็ยังมองแบบเกรงๆอยู่ดี

            “บ้านป้าน่ะ แคบหน่อยนะ คุณหนูชานอูจะไม่อึดอัดแย่เหรอ แล้วจะมาทำไมไม่บอกก่อนล่ะ.. ป้าไม่ได้ทำกับข้าวไว้เยอะหรอกนะคะ ..นี่ก็ไม่ยักรู้ว่าคนอย่างยุนฮยองจะไปรู้จักกับคุณหนูได้ โอย..”

            ชานอูยกยิ้มเมื่อป้าของเขาพูดแบบหวั่นๆ อาหารบนโต๊ะมีไม่กี่อย่างจริงๆ แต่เขาก็ไม่ได้ต้องการมารบกวนอะไรขนาดนั้น แค่อยากเห็นหน้ายุนฮยองก่อนไปโรงเรียนเฉยๆ เพราะตอนนี้รู้สึกหม่นหมองขั้นสูงสุด

            “คุณป้าทานเถอะครับ ผมทานจากที่บ้านมาแล้ว นี่ก็แค่แวะมาหาพี่ยุนฮยองเพราะอยากเจอ”

            เพียงชานอูตอบแค่นั้นป้าก็ตวัดสายตามามองเขาอย่างรวดเร็ว มันเต็มไปด้วยความกดดัน มากเสียจนยุนฮยองรีบก้มหน้าก้มตากินข้าว เขายังไม่รู้จะตอบป้าว่าอะไรดี ถ้าจะบอกว่าเป็นเพื่อนป้าต้องไม่เชื่อแน่ๆ ส่วนถ้าจะบอกว่าชานอูมาจีบ..

            โอ๊ย บ้ากันไปใหญ่แล้ว

บนโต๊ะอาหารมีแต่ความเงียบ ยุนฮยองแทบจะกลั้นหายใจเมื่อช้อนกระทบจานกระเบื้องเสียงดัง รู้ว่าตอนนี้ป้าก็เครียดมาก เขาเองก็ไม่ต่างกัน คนที่อารมณ์ดีที่สุดก็คือชานอูนั่นแหละ

            ร่างสูงสอดส่องสายตาไปรอบๆ ชานอูไม่รู้หรอกว่ามันคือการเสียมารยาทรึเปล่าแต่เขาก็อยากรู้ว่า คนที่ตัวเองชอบ นั้นมีความเป็นอยู่ยังไงบ้าง

            บ้านหลังนี้เล็กนิดเดียว เล็กกว่าห้องน้ำในห้องนอนของเขาเสียอีก ไอ้ที่ยุนฮยองบอกว่าไม่มีโทรศัพท์นั่นเป็นความจริงสินะ เขาสังเกตจากการที่ไม่เห็นเอามาใช้เลย อีกอย่าง.. วัยรุ่นส่วนมากก็มักจะเอาโทรศัพท์ขึ้นมากดในขณะรับประทานอาหารด้วย

            “นายไม่รีบไปโรงเรียนเหรอ?”

            ชานอูหันไปมองเมื่อยุนฮยองถามขึ้น ริมฝีปากหนายิ้มกว้างจากนั้นก็ส่ายหน้า

            “ไม่รีบครับ เดี๋ยวค่อยไปอะ”

            “ครูจะไม่ว่าเอาเหรอ?”

            “ถ้าให้พูดกันตรงๆ ไม่มีครูคนไหนกล้าว่าผมหรอกนะ ฮะๆ”

            ชานอูยักไหล่แล้วยิ้มกว้าง ก่อนจะชะงักไปแล้วยกมือขึ้นมาแตะตรงริมฝีปากเพราะรู้สึกเจ็บ

เมื่อคืนเขานอนไม่ค่อยหลับ หน้ามันระบมไปหมด แอบสงสัยด้วยว่าพี่จุนฮเวทนมาตลอดได้ยังไงเพราะรายนั้นมีแผลประดับอยู่บนหน้าตลอดเวลา ตั้งแต่เกิดมาเขายังไม่เคยเห็นจุนฮเวมีใบหน้าเกลี้ยงเกลาเหมือนคนอื่นเลยด้วยซ้ำ

เมื่อวานพี่จีวอนน่ะต่อยเขาไม่ยั้งหลังจากถามจบ แม้ว่าพยายามจะปฏิเสธเท่าไรก็ไม่เป็นผล จนตอนนี้ก็ยังนึกไม่ออกว่าพี่มันรู้เรื่องนี้ได้ยังไง แต่อย่างว่า..สายในโรงเรียนก็เยอะจะตาย ความลับมันปิดได้ไม่นานหรอก ถ้าเมื่อวานไม่ทะเลาะกันเขาก็มั่นใจว่าวันอื่นก็ต้องทะเลาะอยู่ดี

ดูเหมือนตอนนี้พี่จีวอนจะปักใจเชื่อไปแล้วด้วยว่าเขาน่ะหักหลัง และเป็นคนเปิดทางให้พี่ฮันบินไปคบกับเพื่อนอย่างยูคยอม

            พูดถึงตรงนี้ก็อดที่จะหนักใจไม่ได้ นี่ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ชานอูแวะมาหายุนฮยองก่อน เขาไม่กล้าไปเรียน ไม่กล้าไปเจอหน้าจีวอน เพราะไม่รู้จะทำหน้ายังไงดี กับยูคยอมเองก็ยังไม่ได้บอกเรื่องที่เกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ แล้วก็ลำบากใจที่จะพูดตรงๆ ด้วยว่าเรื่องนี้ทำให้เขาเดือดร้อน

            “นายโอเครึเปล่าอะ?”

หลังจากทานข้าวเสร็จชานอูก็ขออนุญาตคุณป้าเพื่อที่จะออกมาคุยกับยุนฮยองสองคน แน่นอนว่าคนเป็นป้าไม่กล้าปฏิเสธ พวกเขาถึงได้มาเดินด้วยกันในสวนสาธารณะใกล้ๆ ร้านอย่างเช่นในตอนนี้

            “ผมเหรอ? โอเคเรื่องอะไรล่ะ?”

            “ก็..แผลนั่น”

            ชานอูหัวเราะก่อนจะบอกไปตามตรง เขาเล่าทุกอย่างตั้งแต่เรื่องของฮันบินและพี่จีวอน จนกระทั่งเรื่องที่เพื่อนสนิทตัวเองไปคบกับฮันบินตั้งแต่เปิดเทอมเลยทำให้พี่จีวอนโกรธมาก

ยุนฮยองทำหน้าสะเทือนใจเป็นพักๆ โดยไม่รู้สักนิดว่ายามที่ริมฝีปากแดงอ้าออกมันทำให้ชานอูรู้สึก อยากกิน อีกแล้ว

เพราะยุนฮยองเป็นลูกคนเดียวเลยไม่คิดว่าพี่น้องจะต่อยกันจนเป็นเรื่องราวใหญ่โตขนาดนี้ได้ แผลมันเหมือนกับพวกที่เพิ่งยกพวกตีกันมาเลย ตอนเด็กๆ นึกอยากจะมีพี่ชายหรือน้องชายสักคนนะ แต่พอได้ยินแบบนี้แล้วขอไม่เอาด้วยดีกว่า

“ถ้าเพื่อนนายรู้จะทำยังไงเนี่ย เพื่อนนายก็ยังดึงดันจะคบอย่างนั้นเหรอ?”

“ไม่รู้สิ มันบอกว่าชอบพี่ฮันบินมานานแล้ว ผมก็พูดไม่ออกอะ เพราะที่ผ่านมามันไม่เคยบอกผมเลย”

ชานอูถอนหายใจแล้วทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ไม้ พูดถึงตรงนี้ก็จะยอมรับว่าน้อยใจ ทั้งน้อยใจแล้วก็หนักใจด้วย เหมือนตัวเองต้องแบกรับปัญหาอยู่ฝ่ายเดียว  ทั้งๆที่เขาหลีกเลี่ยงการทะเลาะกันในหมู่พี่น้องมาตลอด เพราะมันจะทำให้ครอบครัวที่น่าอึดอัดอยู่แล้วอึดอัดมากขึ้นอีกหลายเท่า

แต่ก็นะ.. เละไม่เป็นท่าอยู่ดี

ยุนฮยองเองก็นั่งข้างๆ พอเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังแย่เขาก็เผลอส่งมือไปวางตรงหน้าขานั้นอย่างลืมตัว แต่พอจะชักมือกลับก็ทำไมทันเสียแล้ว เพราะชานอูเองก็วางมือทาบลงมาเช่นกัน

ความร้อนแล่นไปทั่วแก้มขาว เรียกเลือดจากภายในให้มากระจุกอยู่ที่จุดเดียว ชานอูมองแบบยิ้มๆเมื่อคนเป็นพี่เบือนหน้าหนีไปทางอื่น แต่มือก็ยังไม่ได้ดึงกลับไป

            เขาสอดปลายนิ้วเข้าประสานกันแล้วดึงมือบางมากุมเอาไว้ การกระทำนั้นเรียกให้ยุนฮยองเบิกตากว้าง หัวใจพลันเต้นตึกตักอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

            “พี่ไปเรียนที่เดียวกับผมเหอะ ดรอปเรียนแบบนี้ไม่ดีหรอกนะ”

            “เรื่องนี้อีกแล้วนะ”

            ยุนฮยองรีบส่ายหน้าปฏิเสธ ชานอูขอเขาเป็นครั้งที่สองแล้ว แต่ก็ยังยืนยันว่าโรงเรียนซงน่ะไม่เหมาะกับคนอย่างเขาอยู่ดีนั่นแหละ

            ก่อนจะต้องชะงักไปเพราะได้ยินประโยคถัดมา

            “แต่ผมบอกพ่อไปแล้วนะ”

“ฮะ?”

“ครับ พ่อบอกว่าพี่ต้องไปสอบวัดระดับความรู้ก่อน ผมให้คนไปติดต่อทำเรื่องแล้วอะ พรุ่งนี้พี่ไปที่โรงเรียนได้เลย ไปถูกรึเปล่า? ให้ผมมารับไหม?”

ยุนฮยองกะพริบตาปริบๆ อ้าปากพะงาบๆ เพราะเขาไม่รู้จะด่าไอ้เด็กตรงหน้าว่ายังไงเลยจริงๆ ใครใช้ให้ทำเรื่องโดนพลการแบบนี้ คนที่เดือดร้อนมันคือเขาคนนี้เนี่ยแหละ!

            ลำพังแค่รู้จักกันแล้วโผล่มาถึงบ้านตอนเช้าป้าก็แทบจะกินหัวแล้ว นี่ยังจะให้เขาไปเรียนในโรงเรียนซงอีกเหรอ?

            “ชานอู!!

            “โอ๊ยพี่ ผมเจ็บนะ พี่ตีผมทำไมเนี่ย!

            ถึงตีลูกเศรษฐีแล้วจะติดคุกก็ยอมวะ ขอลงโทษหน่อยเหอะ ไอ้เด็กนี่มันจุ้นจริงๆ เลย!

 

GLUTTONY

 

            “นี่พี่มึงทำขนาดนี้เลยอ่อวะ?”

            “ช่างเหอะว่ะ กูยังไม่อยากจะพูดอะไรทั้งนั้น”

            ชานอูปฏิเสธก่อนจะก้มลงไปทำงานที่ค้างอยู่ต่อ

เขามาโรงเรียนในตอนเกือบเที่ยง ทีแรกก็นึกแปลกใจว่าทำไมยูคยอมไม่โทรมาตามเลย แต่พอมาถึงโรงเรียนก็ได้รู้ว่าตอนนี้พี่ฮันบินก็หายไปเช่นกัน แน่นอนว่าอีกฝ่ายเอาแต่โทรหาฮันบินจนลืมนึกถึงเขาไปเลยสินะ

ยูคยอมเล่าว่าติดต่อฮันบินไม่ได้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว เขาก็พอจะเดาออกว่าการที่พี่จีวอนไม่กลับบ้านจนถึงตอนเช้านั่นแปลว่าต้องไปนอนที่บ้านของพี่ฮันบินแน่ๆ ถึงอีกฝ่ายจะมีคอนโดอยู่ตั้งสองแห่งเอาไว้จัดปาร์ตี้ก็เถอะ แต่ชานอูก็คิดว่าเขาพอจะรู้นิสัยของพี่ชายตัวเองดี

ความจริงก็อยากจะบอกยูคยอมอยู่หรอกนะ แต่เขาไม่รู้ว่ามันคือการกระทำที่สมควรรึเปล่า เพราะไม่รู้ว่าถ้าพูดออกไปจะทำให้คนเป็นเพื่อนเครียดไหม ลึกๆ แล้วก็เป็นห่วงยูคยอมอยู่ไม่น้อย จากเหตุการณ์ที่เพิ่งเจอมากับตัวชานอูก็มั่นใจแทบจะร้อยเปอร์เซ็นเลยทีเดียว

            ว่ายังไงพี่จีวอนก็ต้องมาเอาพี่ฮันบินคืนไปแน่ๆ

            “มึงว่ากูควรไปคุยกับพี่มึงให้รู้เรื่องมั้ย?”

            “คุยไปแล้วได้อะไร มึงก็รู้ว่าพี่กูไม่ฟังใครหรอก”

            ชานอูตอบไปตามตรง ไม่ได้เงยหน้าขึ้นไปมองยูคยอมด้วยซ้ำเพราะกำลังจดจ่ออยู่กับงานที่ยังค้าง เนื่องจากเขามาโรงเรียนสาย ต้องยกความดีความชอบนี้ให้ยูคยอมเพราะอีกฝ่ายเก็บงานไว้ให้ด้วย อาจารย์กำหนดส่งเย็นนี้แล้ว

            “แต่พี่มึงทำให้มึงเจ็บนะเว้ย ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะกู”

            “มึงน่าจะคิดได้ตั้งแต่ก่อนจะคบกับแฟนพี่กูแล้วล่ะ”

            ดูเหมือนว่าประโยคนี้จะประชดกรายๆ แต่เขาไม่ได้ตั้งใจทำแบบนั้น เพราะสิ่งที่พูดไปก็เป็นความจริง ไม่ได้โกรธด้วย บอกแล้วว่ามันคือความน้อยใจเฉยๆ

แต่ยูคยอมถึงกับสะอึก ริมฝีปากหนาเม้มแน่น รู้สึกแย่ที่ทำให้เพื่อนของตัวเองลำบากแต่เรื่องของหัวใจมันห้ามกันได้ที่ไหนล่ะ..

          เขาชอบฮันบินมานานแล้ว

            ไม่รู้ว่าชอบตั้งแต่เมื่อไร รู้เพียงแค่ว่ามักจะนึกถึงฮันบินอยู่เสมอๆ แล้วก็รู้สึกอิจฉาด้วยเวลาที่ไปบ้านของชานอูและเห็นว่าจีวอนกับฮันบินรักกันยังไงบ้าง

            ตั้งแต่นั้นยูคยอมก็แอบมองฮันบินบ่อยขึ้นเรื่อยๆ ยอมรับว่าเขามีความรู้สึกอยากปกป้องและครอบครองอีกฝ่าย แต่ถึงแบบนั้นก็ไม่ได้คิดที่จะแย่งของใคร

            จนกระทั่งวันที่เขาเห็นจีวอนแอบไปมีคนอื่น

            ตั้งแต่วันนั้นเขาก็คิดมาตลอดว่าคนดีๆ แบบฮันบินไม่สมควรคบกับคนอย่างจีวอน แล้วมันผิดตรงไหนที่เขาต้องการแทนที่ ฮันบินเองก็ไม่ได้มีปัญหา แต่คนรอบข้างก็ดูเยอะเหลือเกิน

สาเหตุที่เขาไม่อยากบอกชานอูตั้งแต่แรกก็เพราะแบบนี้

เพราะพอบอกใครว่าคบกับแฟนเก่าของจีวอนก็มักจะถูกขัดแย้งตลอด แม้กระทั่งแม่ของเขายังเตือนว่าให้ระวังตัวเลย

ก็รู้นะว่าตระกูลซงมีอำนาจมากแค่ไหน แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่จะมาห้ามให้เขาคบกับคนที่ตัวชอบไม่ใช่เหรอไง? เพราะเขาไม่ได้บังคับให้ฮันบินมาคบกันสักหน่อย

            “แล้วเรื่องมึงกับพี่ยุนฮยองอะไรนั่นล่ะวะ? มึงเอาจริงเหรอ?”

            ยูคยอมเปลี่ยนเรื่อง พยายามชวนคุย

แต่ชานอูกลับปรายตามองแล้วทำเพียงพยักหน้าลง ที่ปากนั้นยังคงคาบอมยิ้มจึงไม่ได้ตอบ ถึงแม้ว่าบนใบหน้าจะมีรอยฟกช้ำแต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เด็กหนุ่มดูแย่แต่อย่างใด

            “มึงโกรธกูอ่อวะ?”

            “เปล่าเว้ยไม่ได้โกรธ แค่แบบ – ไม่รู้ดิวะ กูพูดไม่ถูกเหมือนกัน”

มือหนาผละออกจากปากกา เขาเขียนงานเสร็จแล้ว และกำลังจะเอาไปส่งให้หัวหน้าห้อง

            “มีอะไรพูดกับกูตรงๆ ได้นะเว้ย คือ –”

            “สิ่งเดียวที่กูอยากบอกคือเลิกกับพี่ฮันบินเหอะว่ะ แต่กูรู้ว่ามึงคงไม่ฟังอะ”

            ยูคยอมเงียบไป ในใจเจ็บจี๊ดเหมือนโดนมีดกรีด เขากำมือแน่นแล้วเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ส่วนชานอูก็ยังจ้องมองปฏิกิริยาของเพื่อนไม่ละ

นึกสงสารจับใจ สีหน้าของยูคยอมบ่งบอกว่ารู้สึกยังไง แต่อีกฝ่ายเป็นคนบอกให้เขาพูดตรงๆ เอง ถ้าจะโทษว่าใครผิดก็คงต้องโยนไปให้สิ่งที่เรียกว่าโชคชะตาแล้วล่ะ ดันไปรักคนที่ไม่สมควรอย่างนั้น

          แกรก..แกรกๆ

ก่อนที่ความเงียบจะถูกทำลายด้วยเสียงที่ดังออกมาจากโทรศัพท์ ยูคยอมรีบล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า ดวงตาทั้งสองข้างมีประกายแห่งความดีใจก่อนจะหันหน้าจอโทรศัพท์มาให้ชานอูดูบ้าง

            พี่ฮันบินรับสายแล้ว

แปลว่าตลอดระยะเวลาที่นั่งอยู่ด้วยกันเมื่อกี้ ยูคยอมปล่อยให้โทรศัพท์โทรไปหาฮันบินย้ำๆ เพราะฮันบินไม่รับสายสักทีสินะ

            “มึง พี่เขา –”

            “เออกูรู้แล้ว แล้วแต่มึงละกันเรื่องแบบนี้”

            ชานอูตัดบททั้งๆ ที่ยูคยอมยังพูดไม่จบ

ร่างสูงหันหลังเดินหนีไป ดูเหมือนว่ายูคยอมจะดีใจจนไม่สังเกตเลยว่าเขาลำบากใจขนาดไหน น้ำเสียงที่รับโทรศัพท์นั้นปราศจากความเครียด

            ชานอูได้แต่ลอบถอนหายใจ เขาหยุดเดินแล้วหันไปมองเพื่อนสนิท สีหน้ายิ้มแย้มของยูคยอมทำให้รู้สึกหนักใจอีกครั้ง ตอนนี้ยิ่งกว่ามีหินมาถ่วงเอาไว้ ไม่รู้ว่าควรจะสงสารใครดี

            สงสารพี่จีวอนที่ยังไม่ลืมแฟนเก่า

            สงสารพี่ฮันบินที่โดนแฟนเก่าตามตื๊อ

            หรือสงสารเพื่อนของเขา – ที่กำลังโดนพี่ชายแท้ๆ หมายหัว

 

GLUTTONY

 

            ทั้งบ้านตกอยู่ในความอึดอัดเมื่อยุนฮยองกลับมาถึง

แน่นอนว่าป้ามีคำถามที่อยากจะถาม ส่วนหนึ่งเป็นเพราะบุตรชายของเศรษฐีที่มาเยือนตั้งแต่เช้า ไม่พอยังขอออกไปคุยกันสองต่อสอง แถมตอนกลับบ้านชานอูยังให้คนขับรถแวะมาส่งเขาถึงหน้าร้านอีกต่างหาก

            ทีแรกยุนฮยองปฏิเสธแล้ว บอกว่าใกล้ๆ แค่นี้กลับเองก็ได้ แต่พูดยังไงชานอูก็ไม่ยอม ไม่รู้ว่าลูกเศรษฐีเอาแต่ใจแบบนี้ทุกคนรึเปล่า นั่นยิ่งทำให้ป้าของเขาลำบากใจมากขึ้นไปอีก

            ยุนฮยองรู้ดีว่าป้าไม่พอใจ เขารีบซ่อนซองจดหมายที่ได้มาไว้ในกระเป๋ากางเกงเพราะกลัวว่าป้าจะรู้ ถ้าบอกว่าได้ไปเรียนที่โรงเรียนซงต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ หลังจากตีชานอูไปยกใหญ่เขาก็พยายามยกเหตุผลต่างๆ นานาไปสู้ แต่ดูเหมือนว่าพูดยังไงอีกฝ่ายก็ไม่รับท่าเดียว

            พี่ไม่ได้เรียนเก่งขนาดที่จะเข้าโรงเรียนอันดับหนึ่งของประเทศได้หรอกนะ

          ‘ผมเป็นลูกเจ้าของโรงเรียนนะ เอาจริงมันไม่ได้ยากขนาดนั้นอะ พี่แค่ไปทดสอบความรู้เฉยๆ เดี๋ยวอาจารย์จะประเมินเองว่าพี่ด้อยตรงไหนแล้วก็จะได้ช่วยสอน สำหรับคนอื่นถ้าสอบไม่ผ่านนี่โดนเด้งเลยนะ โรงเรียนไม่รับหรอก แต่ผมขอพ่อไว้ว่าอยากให้พี่ได้เรียนด้วยกันอะพ่อเลยยอม

ยุนฮยองถึงกับต้องกลอกตาขึ้นไปมองด้านบน ชานอูบอกว่าตัวเองลงทุนมากกับเรื่องนี้มากๆ เมื่อวานพ่อโมโหที่มีเรื่องชกต่อยกันในบ้านจนไม่อยากคุยกับใคร แต่เขาก็ยังอุตส่าห์ใจกล้าไปเคาะประตูห้องนอนเพื่อที่จะคุยเรื่องนี้โดยเฉพาะ เพราะฉะนั้นห้ามปฏิเสธกันเด็ดขาด

ชานอูน่ะเอาแต่ใจมากจริงๆ พอยุนฮยองอ้างว่าไม่มีเงินพอจ่ายค่าเทอมแล้วก็ไม่มีหัวสมองฉลาดขนาดจะได้ทุนด้วย ก็ยังอุตส่าห์บอกอีกว่าจะจ่ายให้ก่อน จากนั้นพอเรียนจบค่อยมาทำงานใช้หนี้

          วินวินไม่ใช่เหรอไง พี่ก็มีงานทำตั้งแต่เรียนจบ ส่วนผมก็ได้เจอหน้าพี่ทุกวันด้วยอะ

            ให้มันได้แบบนี้..

            “เฮ้ออออออ”

ป้าของเขาถอนหายใจยาวก่อนจะมองมาด้วยสีหน้าจริงจัง ทำเอายุนฮยองเย็นวาบไปทั่วสันหลัง เขากลืนน้ำลายลงคอแล้วพยายามยิ้มแหยๆ อยากให้สถานการณ์ตึงเครียดมันคลายลงบ้างแต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ช่วยอะไรเลย

            “เราน่ะ รู้ใช่มั้ยว่ากำลังเล่นอยู่กับอะไร?”

            ยุนฮยองเงียบไม่ตอบ ไม่กล้าสบตาด้วย เขาก้มหน้าลงไปมองเท้า ริมฝีปากเม้มเข้าหากันเพราะเข้าใจความหมายนั้นดี

            “ตระกูลซงไม่ใช่สิ่งที่เราคู่ควรหรอกนะ แล้วป้าก็คิดว่าคุณหนูชานอูเขาก็แค่เล่นสนุกไปวันๆ เขาไม่มีทางมาจริงจังกับคนไม่มีหัวนอนปลายเท้าแบบเราหรอก”

คำพูดนี้เหมือนเข็มแหลมๆ ที่แทงลงมากลางใจ มันก็จริง.. เพราะเขาก็คิดอยู่ตลอดว่าชานอูไม่มีทางจริงจังกับตัวเองหรอก แต่เมื่อกี้..

            หลังจากที่จับมือกัน ชานอูก็ไม่ยอมปล่อยเลย

            ไม่ว่าจะตอนเดินหรือตอนที่อยู่บนรถ ชานอูก็จับมือของเขาเอาไว้แบบนั้น ความอุ่นร้อนยังคงติดตรึงและสัมผัสได้ เพียงแค่คิดก็ทำให้ใจสั่นๆ

          ผมสนใจพี่จริงนะ ผมไม่ได้โกหก เพราะแบบนั้นก็เลยอยากให้ไปเรียนด้วยกัน

            นั่นคือประโยคที่ชานอูย้ำให้ฟังก่อนจะลงจากรถ

แอบคิดว่าตัวเองใจง่ายเหมือนกันที่รู้สึกหวั่นไหวกับคำพูดไม่กี่คำ แต่ท่าทีและการปฏิบัติที่ชานอูทำต่อเขา ก็ไม่ปฏิเสธว่าทำให้รู้สึกดีจริงๆนั่นแหละ

ยังไม่อยากยอมรับว่าตัวเองก็ชอบชานอูเข้าแล้ว มันยังรู้สึกครึ่งๆกลางๆอยู่ แต่ถ้าบอกว่าไม่รู้สึกดีกับสิ่งที่อีกฝ่ายทำให้เลยก็คงจะเป็นการโกหก

            อย่างน้อยชีวิตที่หม่นหมองหลังจากขาดพ่อกับแม่ไปก็มีโอกาสได้กลับมาสดใสอีกครั้ง ชานอูทำให้เขายิ้มออกหลังจากที่จมอยู่กับความเศร้ามานาน เหมือนแสงสว่างที่จุดติดในความมืด

            แต่เขากลับต้องดับมันลงอย่างนั้นเหรอ?

            “ขอโทษนะครับ คุณยุนฮยอง”

เสียงเรียกจากทางหน้าร้านทำลายความอึดอัดที่อยู่รอบๆ ยุนฮยองสูดลมหายใจเข้าปอดก่อนจะหันไปมอง คิ้วทั้งสองข้างเลิกขึ้นเมื่อเห็นคนใส่ชุดสูทสีดำ แบบเดียวกับคนจากบ้านของชานอูไม่มีผิด

            “ค..ครับ?”

มือบางยกขึ้นชี้หน้าตัวเอง ยุนฮยองตกอยู่ในสภาวะมึนงงเมื่อคนแปลกหน้ายื่นกล่องบางอย่างมาให้กับเขาก่อนจะถอยหลังไปโค้งให้

            “คุณหนูชานอูฝากให้ผมนำโทรศัพท์เครื่องนี้มาให้ครับ บอกว่าจะได้ติดต่อกันได้สะดวกยิ่งขึ้น”

            “ด..เดี๋ยว เดี๋ยวก่อนสิครับ นี่มัน –”

            ยุนฮยองทำท่าจะปฏิเสธ เขายื่นของคืนไปให้ แต่คนในสูทกลับยิ้มแล้วส่ายหน้าเล็กน้อย

            “ผมมีหน้าที่แค่นำของมาให้ ไม่ได้มีหน้าที่นำไปคืน ขออภัยด้วยนะครับ”

            พูดจบแล้วก็เดินจากไป ยุนฮยองหน้าเหวอเมื่อก้มลงไปมองของในมือแล้วพบว่ามันคือโทรศัพท์รุ่นใหม่ล่าสุดที่เขาเคยเห็นโฆษณาในทีวี เรื่องราคานี่ไม่ต้องพูดถึง จำได้ว่าตอนเห็นยังโอดครวญกับตัวเองอยู่เลยว่าอยากได้แต่รู้ว่าชาตินี้ต้องไม่มีโอกาสแน่ๆ

เขารีบวางมันลงบนโต๊ะเพราะกลัวจะทำเป็นรอย ยุนฮยองกลืนน้ำลายลงคอเมื่อป้ามีสีหน้าลำบากใจมากกว่าเดิม หล่อนถอนหายใจยาวๆ จากนั้นก็ยกมือขึ้นมากุมขมับ

            “อย่าทำให้มีปัญหาน่ะยุนฮยอง รีบๆ ตัดความสัมพันธ์ให้เร็วที่สุดเถอะ”

            “...”

            “คุณหนูชานอูน่ะแค่หลงเรา เดี๋ยวเขาก็เบื่อ.. ป้าไม่อยากจะพูดหรอกนะ แต่เศรษฐีซงน่ะก็มีเมียตั้งหลายคน แล้วพี่ชายของคุณหนูชานอูน่ะก็มีคนที่เจ้าชู้มากๆด้วย คิดว่านิสัยแบบนี้จะไม่ลามมาถึงคุณหนูคนเล็กรึไง?”

            แล้วแบบนี้..

            เขาจะกล้าบอกป้าเรื่องโรงเรียนซงได้ยังไง?





 


talk

เอาไป100%อีกเช่นเคยเพราะอัพช้า
มันมีคู่เดียวค่ะ เรื่องเลยต้องแบ่งไปทางคู่อื่น 55555
แนนกำหนดมาให้แบบนี้อะ มีคำผิดบอกได้นะคะ
ชานอูไปเป็นตัวประกอบของอีกหลายบาปมากเลย ตามอ่านให้ครบนะ จะได้เข้าใจเนื้อหา
#พี่ยุนน่ากิน แท็กนี้ค่ะ
มีบอทเยอะแยะเลย วันนี้มีบอทคุณพ่อซง อิลกุกมาด้วย ตลกมาก555555
ไปจอยกันค่ะ

<3


M
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,262 ความคิดเห็น

  1. #1224 jun de (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2559 / 06:19
    รวนเกินก็ลำบาก จนเกินก็ลำบากเนอะ
    #1,224
    0
  2. #1156 ก็กูจุนฮเวอ่ะ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 19:57
    สงสารชนูจริงๆนะ คือตัวเองเป็นเด็กดี เป็นแค่ผช.คนนึง แต่สภาพแวดล้อมทำให้ถูกมองไม่ดี รู้สึกขาดความอบอุ่น
    แล้วแบบ อยู่ๆก็ต้องมาเจ็บตัว คือไรอ่ะ สงสารน้อง พี่จีวอนต้องใจเย็นๆ เราเข้าใจยูคอ่ะ เรื่องนี้ไม่มีใครผิดใครถูกหรอก
    #1,156
    0
  3. #982 ทำไมต้องจินฮวาน' (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 มีนาคม 2559 / 23:57
    สงสารชานอูอ่ะ โดนมองทางลบเพราะคนในบ้านแท้ๆ ชานอูเด็กดีมากเลยนะ รักเพื่อนรักครอบครัวมากด้วย คิดดูโดนต่อยยับขนาดนี้(ดูจากการบรรยายในบาปอื่นๆแล้ว)ยังไม่มีการด่าหรือว่าอิพี่จีวอนสักคำ มีแต่เข้าใจความรู้สึก ไม่โกรธยูคไม่โกรธพี่ฮันบินด้วย ถ้าเป็นคนอื่นมีชักปืนยิงแล้ว(ไม่ได้พาดพิงถึงอาคังเล้ย)
    #982
    0
  4. #899 9nawKIHAE (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มีนาคม 2559 / 19:53
    สงสารยุนฮยองจัง เรื่องหัวใจมันก็พูดยากกกก เรื่องฐานะต่างกันนี่ยิ่งลำบากหลักเลย ฮึกกกก
    แต่ที่รู้ๆคือ ไม่ชอบยูคเลย ทำให้เพื่อนลำบากใจ แล้วตัวเองใช้ชีวิตเริงร่า เหอๆ รับไม่ได้อ่ะ จีวอนนี่ก็ไม่สงสารน้องชายเลยโฟ้ยยย รุนแรงงงจริง!!
    #899
    0
  5. #853 gxisimp (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 / 18:58
    หน่วงอ่ะหน่วงมากมาก TvT
    #853
    0
  6. #768 HoneyBabby (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2559 / 09:31
    โอ้ย เราเข้าใจเลยว่าคนรวยกับคนจนมันแตกต่างกันมากจริงๆ ?? ป้าเป็นห่วงยุนมากไม่อยากให้หลวมตัวกลัวหลานจะเสียใจ แต่ก็นะ ... อยากให้ชนูมายืนยันกับป้าแกจริงๆเลย ทำแบบนี้มันไม่ชัดเจนเลยนะ ฮืออ มันหน่วงๆยังไงไม่รู้อ่ะดิ โอ้ยย เราชอบนะ เรื่องแบบนี้ ถ้ายุนร้องไห้เราต้องร้องตามแน่ๆเลย ชนูต๋าาาาาาา ยุนจะเป็นยังไงต่อไป จะโดนแกล้งมั้ย โอ้ยยยยยยยยยยย อ่านแปป 5555
    #768
    0
  7. #753 hhamneww (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559 / 17:53
    พี่ยุนต้องทนกับความลำบากใจไปอีกนานแน่ๆ เพราะชานอูก็คงไม่ยอมเหมือนกัน ฮือออ คุณป้าทำอะไรไม่ได้หรอกค่าา ทำใจนะคะ
    #753
    0
  8. #749 ( ̄ˇ ̄)♡ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559 / 17:03
    หนูเห็นแววขัดขวางในตัวป้าแรงมากเลยค่ะ ฮื่อออออ 
    #749
    0
  9. #610 NPLS (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มกราคม 2559 / 10:10
    ทำไมเรารู้สึกเบื่อพาร์ทของยูคยอม T T
    #610
    0
  10. #508 Mo_mo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2558 / 19:35
    ขุ่นป้าขาาา ชานอูแค่กินเก่งไม่ได้มีนิสัยเลวร้ายแบบพี่ชายนะคะ ให้โอกาศหลานเขยหน่อยนะคะ
    #508
    0
  11. #377 kamonros_som (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2558 / 21:16
    ขุ่นป้าขาาา ได้โปรดเข้าใจคุณหนูเล็กด้วยนะคะ ฮือออ
    #377
    0
  12. #360 `g♡ft (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2558 / 23:01
    เห็นใจพี่ยุนนะ ชนูก็ตกหลุมรักเร็วจริงแหละ เห็นเขาครั้งแรกแกก็อยากกินเลยงี้ ? 55555555 แต่ไม่อยากให้พี่ยุนตัดค.สัมพันธ์จริงๆนะ สงสารชนู
    #360
    0
  13. #350 Swag_MH_ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2558 / 22:41
    เครียดแทนยุนฮยอง 
    เข้าใจนะว่าก็ชอบชานอู แต่แบบก็ต้องแคร์คนที่บ้านด้วย 
    อารมณ์นี้มันแบบ โอยยยย เครียดจริงอะำรจริงง 
    #350
    0
  14. #308 Nong Baitoei Jra (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2558 / 19:04
    พระเจ้าน่าจะประทานผช.ที่มีดีกรีเป็นลูกเศรษฐีที่เป็นเจ้าของรร.อันดับต้นๆของประเทศไม่พอยังหล่อและน่ารักแบบนี้มาให้เราบ้างนะ บั่บเดินออกจากบ้านไปแล้วเจอคนแบบชนูยืนยิ้มให้อยู่หน้าบ้านอ่ะ อุ๊ยแม่ร่วง นี่มันคุณหนูที่รวยอันดับต้นๆชองประเทศนี่นาาาาา อะไรนะเธอว์จะชวนเราไปเรียนด้วยกันหรอมมม ซื้อโทรศัพท์มาให้เราด้วยย? ว๊าวววเราแต่งงานกันเถอะค่ะ555555555555555555555555555555
    #308
    0
  15. #307 Nong Baitoei Jra (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2558 / 18:58
    ทำไมไม่มีผช.แบบนี้มาพัวพันในชีวิตเราบ้างนะ555555555555555555555555555 พี่ยุนทำบุญด้วยอัลไลลลลลลลลลลลลลลล
    #307
    0
  16. #301 withbj (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2558 / 13:47
    เกิดเป็นพี่ยุนนี่ดีนะเนี่ยชานอูดูแลดีมากเลยยยน่ารักกก
    #301
    0
  17. #272 Plastic-bag (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2558 / 01:38
    เห็นใจพี่ยุนมากกก สู้ๆนะยุนนน~ ส่วนยูคยอมนะ เจ้ก็อยากให้หนูเลิกกับบินเหมือนกันอะ
    #272
    0
  18. #240 -NaT- (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2558 / 22:49
    ป้าขาาาได้โปรดอย่าขัดขวางความรักของชานยุนเลยค่ะป้าา ให้พวกเค้าได้รักกันเถอะะะ
    #240
    0
  19. #233 Ztart (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2558 / 17:56
    ฉงฉานพี่ยุนจุง ลำบากใจแย่
    #233
    0
  20. #199 Chamor. (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2558 / 09:13
    ชานอูนี่ติดเอาแต่ใจตัวเองนะ แต่แสดงออกมาคือแบบน่ารักอ่า 
    น้องน่ารักนะพี่ อย่าคิดปฏิเสธน้องเลยยย คุณป้าก็ทำไมคิดกับน้องแบบนั้นล่ะ TT
    #199
    0
  21. #163 Timmyy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 เมษายน 2558 / 18:27
    โอ้ยยยยย รอนะรอออออออออออออออออออออ ยุนน่ารักมัคมัคอ่ะบอกเลย มาต่อเถอะพลีสสสส
    #163
    0
  22. #161 vaxxhan (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 17:10
    อีบ้านนี้นี่มันรวยกันจริงๆ
    #161
    0
  23. #158 STEM1995 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 เมษายน 2558 / 19:56
    ชานอูรุกหนักมาก  

    แอบเขินแทนยุนฮยองนะเนี่ย  แต่ก็หนักใจแทนยุนฮยองเหมือนกัน
    #158
    0
  24. #157 ChindyL97 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 เมษายน 2558 / 12:32
    สงสารทั้งพี่ยุน ทั้งชนูเลยอ่ะ
    #157
    0
  25. #154 NaMo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 เมษายน 2558 / 22:10
    โถ่ถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถ

    สงสารพี่ยุนอ่ะ โดนป้าขัดขว้าง TOT
    #154
    0